“ไม่เป็นไรอะไรล่ะ พวกข้าไม่ได้กลัว พวกข้าห่วงเจ้าต่างหาก”ไม่ทันสิ้นเสียง ประตูถูกเปิดออกมา ซีห่าวสะดุ้งน้อย ๆ เว่ยหลงยืนอยู่หน้าประตู สีหน้ายากจะคาดเดาอารมณ์ได้ ลี่เซียนเดินพุ่งเข้าไปหาเขา ซีห่าวทำมือยกห้าม แต่เจียงเฉิงกันมือเขาไว้ นางเดินไปถึงเขา และกอดเขาพร้อมซบที่อกของเขาโดยที่ฟู่เว่ยหลงเองก็ตั้งตัวไม่ทัน“เว่ยหลง ท่านมารับข้าหรือเจ้าคะ ข้ากำลังคิดว่าจะกลับพอดี ท่านทานข้าวมาหรือยัง ข้าหิวมากเลย ท่านจะทานที่นี่ หรือว่าจะกลับไปทานด้วยกันที่จวนเจ้าคะ”ลี่เซียนเงยหน้า ยิ้มหวานส่งให้เขา รอคำตอบพร้อมกะพริบตาปริบๆ เขามองนางอย่างไม่เชื่อสายตา เขาปรับอารมณ์ตามนางไม่ทัน นางมาไม้นี้ แล้วเขาจะดุนางได้อย่างไร“อะแฮ่มม น้องสาม เจ้าช่วย เกรงใจพี่ๆ เจ้าหน่อยได้หรือไม่ ยังไงพวกข้าก็ยังไม่มีใครได้แต่งงานนะ น้องเขย จะโชว์หวานก็กลับไปที่จวนพวกเจ้าไป๊ ข้าเริ่มอิจฉาแล้ว”ซีห่าวได้ทีเริ่มแซวพวกเขา เพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น เว่ยหลงเองก็รู้สึกใจเย็นลง เลยมองมาที่นาง“ป้าจางทำอาหารไว้รอเจ้าที่จวน งั้นก็กลับจวนกับข้า ส่วนอาปิงกับอิ้นสี่ก็นั่งรถม้าตามไป”“เจ้าค่ะๆ งั้นเราไปกันเลยมั้ยเจ้าคะ ข้าหิวแล้ว”เว่ยหลงอด
ลี่เซียนหันมามองเขา วันนี้นางจะต้องทำให้เขา ลืมดุนางให้ได้ นางกอดแขนเขาตอบ“ท่านอย่ามาใส่ร้ายข้าสิ ข้าก็แค่ไม่มีแม่ แล้วป้าจางก็เป็นผู้ใหญ่ในจวนนี้ บุคลิกนางใจดี อบอุ่น เหมือนแม่เลยเจ้าค่ะ ข้าเลยหลงอ้อนนาง นางก็คงอยากได้ลูกสาว ก็เลยเอ็นดูข้า ท่านไม่พอใจข้างั้นหรือ ที่แย่งความรักจากป้าจางไปจากท่านน่ะ”เว่ยหลงยกมือขึ้นลูบหัวนางเบาๆ เขาต้องรู้เรื่องนี้ดี ลี่เซียนเสียมารดาไปตั้งแต่นางยังเล็กมาก เรื่องงานหมั้นของเขากับนางก็เพราะแม่ของนางขอไว้ก่อนนางจะเสีย พ่อของเขาและพ่อของนางจึงรับปากเรื่องงานหมั้นนี้ลับหลังเว่ยหลง ซึ่งตอนนั้นเขาเองเป็นคนคัดค้าน แต่ต่อต้านเรื่องนี้มาโดยตลอด และยังรำคาญที่นางชอบมาติดตามดูเขาไปทุกหนแห่ง มันช่างดูสิ้นคิดมากจริงๆจนถึงตอนที่ได้พบนางอีกครั้ง ตอนที่เดินชนกันในตลาด และนางก็จำเขาไม่ได้ บุคลิกของนางก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ข่าวว่านางป่วยหนัก และทำให้สูญเสียความทรงจำบางส่วนไป ทำให้เขาได้หลินลี่เซียนคนนี้มาครอบครอง เขากลับคิดว่าโชคดีที่ตอนนั้นขอคืนงานหมั้นนี้ได้ทัน โชคดีที่เสนาบดีหลินยอมยกลูกสาวให้เขาอีกครั้ง เขาถึงได้นางมายืนข้างๆ เขา“เว่ยหลง ข้าเมื่อยมากเลย อุ้มข้า
“เรื่องนี้ไม่ยาก ข้าจัดการให้เจ้าได้ เดี๋ยวข้าไปคุยรายละเอียดกับพี่ใหญ่เจียงเจ้าเอง เจ้าวางใจได้”“เย้ ข้ารู้ว่าท่านน่ะ ดีที่สุดเลย”ลี่เซียนพูดพร้อมกับซบไหล่เขา"เว่ยหลง พรุ่งนี้ข้าก็ต้องไปคุยเรื่องนี้กับพวกพี่ๆ ที่หออ้ายจืออีก ท่านจะ..“ได้สิ ไม่มีปัญหานี่ เจ้าไปได้เลย”ลี่เซียนกะพริบตาถี่ๆ พร้อมกับยิ้ม และลุกขึ้นมา โอบรอบคอเขาแล้วถามอีกครั้ง“จริงๆ หรือเจ้าคะ ข้าไปได้จริงนะ”“ได้สิ แต่อย่ากลับค่ำเหมือนวันนี้อีก”“ถ้าค่ำ ท่านก็ไปรับข้าเหมือนวันนี้อีกสิเจ้าคะ นะ ๆๆ ท่านจะได้ไปคุยเรื่องนี้ด้วยไง”เขาหลงกลนางจนได้ หลงโดยไม่รู้ตัวด้วย นางค่อยๆ เดินเข้ามา จับจองพื้นที่ในใจเขา จนไม่เหลือพื้นที่ให้อย่างอื่นเลย แต่เขาก็เต็มใจ และยอมให้มันเป็นเช่นนั้น“ได้ๆ หากว่าเจ้ายังไม่กลับมา ข้าจะไปรับเจ้าเอง พรุ่งนี้ เสร็จงานจากที่กรม แล้วจะรีบไปหาเจ้า”“น่ารักที่สุดเลย”ลี่เซียนเอาจมูกนางถูกกับจมูกเขาเบาๆ เพื่อแทนคำขอบคุณ“พี่เว่ยหลง ข้าง่วงแล้ว พาข้าไปนอนทีนะเจ้าคะ”“กินแล้วก็นอน เจ้านี่เป็นหมูจริงๆ ด้วย”“ก็ท่านเลี้ยงดี ข้าเลยสบายเหมือนหมูไงเจ้าคะ หรือไม่อยากเลี้ยงแล้ว ก็เอาข้าไปปล่อยที่หออ้ายจือแทน
“อืมม อ๊ะ เว่ยหลง ท่านบอกว่าจะนอนเฉยๆ ไง”“ข้าก็ไม่ได้จะทำอะไรเจ้าเสียหน่อย”เขาบอกนางพร้อมกับจูบนาง เขาเริ่มรุกนางแรงขึ้น และมากขึ้น เขาเริ่มใช้ลิ้นเข้ามาในปากนางแล้ว นางไม่อาจต้านความต้องการนี้ไหว ทำได้แค่จูบเขาตอบกลับไป เขาครางอย่างพอใจในลำคอ เขารู้สึกชอบเวลานี้มากเหลือเกิน อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเวลากับเสื้อผ้าของนางที่มากชิ้นก่อนหน้านั้น เพราะชุดนอนแค่ดึงสายไม่กี่เส้นก็หลุดแล้ว“เว่ยหลง อย่านะ พรุ่งนี้ท่านต้องเข้าวังแต่เช้า อย่าลืมสิ รีบนอนได้แล้ว อื้ออ”เว่ยหลงยังคงจู่โจมนางต่อเนื่อง เขาจูบนางเพื่อให้นางหยุดพูด มือเขาเริ่มล้วงเข้าไปที่บัวคู่งามนั้น ลี่เซียนครางอย่างพอใจ เขาเองก็เริ่มเลื่อนมาที่ซอกคอนาง ลงมาจนถึงหน้าอก และเริ่มใช้ลิ้น พันยอดบัวนั้นเอาไว้ มืออีกข้างก็เริ่มบดขยี้ยอดบัวอีกข้าง ลี่เซียนดิ้นอยู่ใต้ร่างเขา“อาา เว่ยหลง อ๊าาาา ท่าน หยุดเลยนะ อ๊าา”“เซียนเซียน เจ้าหวานจัง หวานไปทั้งตัวเลย”เขาย้ายมือ เลื่อนลงไปด้านล่างแทน และเริ่มล้วงเข้าไป ลี่เซียนร้องดังขึ้น“อ๊าา อย่า ตรงนั้นไม่ได้ อ๊าา ท่าน อ๊ะ อ๊ะ ข้าจะไม่ไหว เว่ยหลง อ๊าาาา”“ร้องสิ เซียนเซียน ร้องดังกว่านี้ เจ้าต้อง
เว่ยหลงพุ่งไปหานางพร้อมกอดนางไว้จากด้านหลัง“รีบอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา”“ท่านก็เอามือออกไปก่อนสิเจ้าคะ ข้าอาบไม่ถนัด แล้วก็ ขยับไปด้วย”“ข้าอาบให้ จะได้เสร็จเร็วๆ มาเถอะน่า คนดี เจ้าควรทำตัวให้ชินได้แล้วนะ อีกไม่นาน ก็ต้องแต่งให้ข้าอยู่แล้ว”“ก็ตอนนี้ยังไม่ชิน อย่ามาบังคับข้า ไม่งั้น ข้าจะโกรธท่าน”“ก็ได้ๆ ตามใจเจ้าเลย ข้าถอยมาอาบด้านนี้ ตกลงมั้ย”ลี่เซียนหันมาค้อนให้เขาวงใหญ่ เว่ยหลงขำนาง แต่ก็ยอมให้นางอาบอีกฝั่งหนึ่ง เขาก็อาบอีกฝั่งหนึ่ง“วันนี้เจ้า จะไปทำอะไรที่หออ้ายจือ”“ข้าจะไปบอกความคืบหน้าที่คุยกับท่านเมื่อคืนนี้เจ้าค่ะ แล้วก็ฝึกเพลงใหม่ให้พวกหนุ่มๆ ด้วย ข้าให้เพลงพวกเขาไปเมื่อวันก่อน ป่านนี้คงซ้อมกันได้เกือบหมดแล้ว”คำว่าหนุ่มๆ ของลี่เซียน ทำให้เขาเริ่มชักสีหน้าขึ้นมา ลี่เซียนลืมตัว ลืมไปว่า ว่าที่สามีนางค่อนข้างใจร้อน และขี้หึง นางยอมอายอีกรอบ ช้าเร็วก็ต้องแต่งงาน ดันตัวเข้ามาหาเขาอย่างว่าง่าย เอาวะ ใช้มือโอบรอบคอเขา“ท่านก็อย่าคิดมาก พวกเขาเป็นลูกศิษย์ข้า ท่านไม่รู้อะไร พวกเขาน่ะ มีสาวๆ ติดตามเป็นขบวน เพราะมีพวกเขา ข้าเลยไม่ต้องเหนื่อยมาก ท่านดูสิ รายได้ของหออ้ายจือ
“ก่อนหน้านี้ ข้าก็ไม่คิดจะกำหนดเงื่อนไขอะไรเลย เพราะชื่อเสียงของหออ้ายจือเป็นที่เลื่องลืออยู่แล้ว แต่ตอนนี้ ข้าขอเพิ่มเงื่อนไขของข้าหน่อยก็แล้วกัน นั่นคือ เจ้าต้องร้องเพลงด้วยตัวเอง นอกนั้น เจ้าสามารถออกแบบการแสดงของตัวเองได้อย่างเต็มที่ได้เลย”“เพราะเหตุใดกันเจ้าคะ นักร้องและลูกศิษย์ข้ามีหลายคน พวกเขาสามารถแสดงได้ดีกว่าข้านักนะเจ้าคะ”“เพราะว่าข้าต้องการการแสดงที่ดีที่สุด และเจ้า ก็เป็นผู้เริ่มต้นการแสดงนี้ เจ้าย่อมทำได้ดีกว่าคนอื่น เรื่องนี้ หรือว่าเจ้าไม่กล้างั้นหรือแม่นางหลิน”ลั่วจิ่นหยางถาม เพื่อท้าทายนาง ซึ่งเป็นอันรู้กันดีว่า หลินลี่เซียน ไม่ชอบให้ใครมาท้านาง“ใต้เท้าลั่ว ข้าตกลงกับท่านเจ้าค่ะ ข้าจะขึ้นร้องเอง ท่านรอชมการแสดงของข้าได้เลย”“น้องสาม เจ้าแน่ใจเหรอ เรื่องนี้ คุยกันก่อนดีหรือไม่”เจียงเฉิงถามนางอย่างกังวล ที่เข้ากังวล ไม่ใช่กลัวว่านางทำไม่ได้ แต่กลัวน้องเขยจอมโหดนั่นต่างหากลั่วจิ่นหยางยิ้มกว้างอย่างยินดีที่นางยอมขึ้นแสดงเอง จริงๆ เรื่องนี้เป็นความต้องการของเขาเอง ที่อยากให้นางร้องเพลง เขาเคยมาดูนางแล้วครั้งหนึ่ง วันนั้นนางร้องเพลงที่หออ้ายจือเป็นครั้งแรก เขาเข้ามา
ในที่สุด ลี่เซียนก็สามารถเก็บความลับไว้ได้จนถึงวันที่ต้องขึ้นแสดง เช้านี้ นางจัดเสื้อผ้าให้เว่ยหลงพร้อมกับช่วยเขาแต่งตัวจนเสร็จ เขาจูบที่หน้าผากนางก่อนออกไป“คุณหนูเจ้าคะ ข้ารู้สึกกลัวนิดๆ เจ้าค่ะ”“นั่นสิคะคุณหนู หากคุณชายฟู่รู้เข้า พวกเราได้ตายแน่เจ้าค่ะ”“พวกเจ้าอย่าพึ่งร้อนรนไปสิ ข้ารู้วิธีจัดการเขาอยู่หรอกน่า”ลี่เซียนยิ้มให้อาปิงและอิ้นสี่ และบอกให้พวกนางรีบไปเตรียมตัวที่จะไปรวมกันที่หออ้ายจือลานล่าสัตว์“พวกท่านมาแล้ว เชิญตามข้ามาทางนี้เลย ทางนี้เป็นกระโจมสำหรับแต่งตัวของพวกท่าน อีก 1 ชั่วยาม รอฝ่าบาทเสด็จมา แล้วข้าจะส่งคนมาบอกให้พวกท่านเตรียมตัวนะ”ลั่วจิ่นหยางเดินมาทักทายพวกเขา และนำทางพวกเขามาที่กระโจมสำหรับเตรียมตัว พวกนางใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งหน้าและเตรียมตัวกันที่นั่น กระโจมผู้ชายแยกออกไปอีก 1 กระโจม ตอนนี้ ทุกคนเตรียมตัวเสร็จแล้ว ชุดรำวันนี้สวยงามยิ่งนัก สีแดงสด ตกแต่งและประดับด้วยเครื่องประดับสีเงินทั้งหมด เพื่อให้แสงแดดที่ส่องมาโดนสะท้อนเป็นแสงระยิบระยับออกมา นักแสดงหญิงมีเครื่องประดับหมวกเพิ่มมาด้วย เครื่องแต่งกายเป็นเสื้อสั้น โชว์หน้าท้องขาวเนียน ประดับด้วยสายห
เว่ยหลงใจเต้นแรง เมื่อกี้นาง ส่งสายตาให้เขา ใจเขารู้สึกพองโตมากขึ้น นางช่างน่ารักเกินบรรยายเหลือเกิน นางทำให้เขาเปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่เขาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน จากตอนแรกที่โกรธนาง เหมือนจะลุกไปฆ่าคนได้ทั้งงาน แต่ตอนนี้ นางก็สะกดให้เขา มองแต่นางที่ร่ายรำอย่างงดงามอยู่หน้าเขา แล้วยังส่งสายตาให้เขารู้ว่า นางมองเขาเพียงผู้เดียว เขาถึงกับจิบสุราในมือพร้อมกับมองนางไปด้วย ทุกท่วงท่าที่นางสะบัดเอว ทำให้เขาเคลิ้มไปด้วย ทุกท่าที่นางแสดงออกมา มันช่างอ่อนช้อย งดงาม สะกดทุกสายตาจริงๆไม่ใช่แค่เขา ทุกสายตาในที่นี้ ต่างก็ถูกมนต์สะกดนี้ของนั้นทั้งสิ้น ลั่วจิ่นหยางมองนางเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน เขาคิดถูกมากจริงๆที่ไปหานาง และขอให้นางมาแสดงในวันนี้ นางช่างงดงามไร้ที่ติ การแสดงที่พิเศษนี้ ใช่ว่าคนธรรมดาควรจะได้เห็น แต่นี่คือสิ่งที่ล้ำค่า ไม่ใช่ว่าเงินแค่ 2,000 ตำลึงจะซื้อได้"อันอานุภาพ ความรัก แท้นักประจักษ์รักยิ่งใหญ่ มีอำนาจเหนือทุกสิ่งไป มนต์ดลใจพันผูกสองชีวัน………………นางยื่นมือออกมาที่เขา นี่นางจะบอกว่าเป็นเขาใช่หรือไม่ เขายิ้มนิดๆ รองแม่ทัพเกาที่นั่งข้างๆเขาถึงกับตกตะลึง“ท่านแม่ทัพฟู่ เมื่
“ท่านพี่ ท่านแต่งตัวเสร็จหรือยังเจ้าคะ มาช่วยผูกที่คาดเอวให้ข้าทีสิ เว่ยหลง ท่านทำอะไรอยู่”“มาแล้วๆ ฮูหยิน เจ้าอย่าใจร้อนสิ ไหนดูสิ ท้องเจ้าเริ่มโตแล้ว เจ้าจะเดินทางโดยรถม้าอีกไม่ได้แล้วนะ วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ต่อไปก็นั่งรอคลอดอยู่ที่จวนดีๆซะ”“เร็วเข้าๆ ท่านผูกให้ข้าหน่อย อาปิงกับอิ้นสี่ไปเตรียมของขวัญ เดี๋ยวจะไม่ทันแล้ว เว่ยหลง ท่านชักช้าอะไรอยู่”“ก็มัดอยู่นี่ไง เจ้าอย่าเร่งข้าสิ”ฟู่เว่ยหลงเร่งมัดสายคาดเอวให้ฮูหยินอย่างทุลักทุเล ช่วงนี้ท้องนางเริ่มโตขึ้น การแต่งตัวทำได้ยากกว่าเดิม นางมักจะหงุดหงิดง่ายเวลาเรียกหาใครแล้วมาหาช้า ช่วงนี้นางเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ และก็ยังนอนมากเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งทำให้เว่ยหลงพอใจยิ่งนัก แต่วันนี้ พวกเขาต้องไปร่วมยินดีในงานมงคลสมรสของเจ้าซีห่าวกับเสี่ยวหง และเจียงเฉิง กับเฟยเฟย ซึ่งพวกเขาตกลงหาฤกษ์ยามทันทีที่ตกลงกันได้ เนื่องจากฟู่ลี่เซียนท้องเริ่มโตขึ้นแล้ว จะไปงานพวกเขาลำบาก จะรอให้นางคลอดก่อนค่อยแต่ง สองหนุ่มก็รอไม่ไหว จึงรีบหาฤกษ์วันเดียวกันและแต่งพร้อมกันทีเดียวสองคู่เสียเลย“เสร็จแล้วๆ ไปกันได้แล้ว”“เดี๋ยวเจ้าค่ะ ข้ายังไม่ได้ใส่ต่างหูเล
“เฟยเฟย ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”เฟยเฟยหันมาเห็นเจียงเฉิงที่กำลังเดินมา นางไม่ต้องการรับรู้เรื่องนี้ซ้ำอีก น้ำตานางไหลเป็นทาง เจียงเฉิงรู้แล้วว่าเขาคงมาช้าไป หลิวอี้เจินต้องพูดอะไรกับนางแน่ นางถึงขั้นหลั่งน้ำตา“เฟยเฟย รอข้าก่อน เฟยเฟย”หลิวอีเจินดึงเขาไว้“พี่เฉิงเจ้าคะ ปล่อยนางไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”“แม่นางหลิว เจ้าพูดอะไรกับนาง เหตุใดนางจึงร้องไห้”“ข้าก็แค่ บอกว่าผู้ใหญ่ของพวกเรากำลังคุยกันด้านใน เรื่องงานแต่งของเรา”“เหลวไหลทั้งเพ คุณหนูหลิว ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่ได้คิดอะไรกับเจ้า ข้าไม่มีทางแต่งงานกับคนอื่น”“แต่ท่านจะแต่งงานกับนางงั้นหรือ เจียงเฉิง ท่านไม่กลัวผู้อื่นนินทาหรืออย่างไร สมภารกินไก่วัด น่าไม่อาย”“ความรักของข้ากับเฟยเฟยเป็นของจริง มีเรื่องใดที่น่าไม่อาย ที่ไร้ยางอายนะ ใครกันแน่ ข้าไม่เคยไปตกลงว่าจะแต่งกับเจ้า แต่เจ้ากลับแต่งเรื่อง พูดขึ้นมาเองจนนางเข้าใจข้าผิด เจ้าต่างหากที่หน้าด้าน ไร้ยางอาย ขอตัว”“ท่านหยุดนะ!! ท่านมาว่าข้าเสียหายแบบนี้แล้วจะเดินหนีอย่างนั้นหรือ ท่านคิดว่าท่านเป็นใคร แค่พ่อค้าคนหนึ่ง ท่านมีอะไรสู้ตระกูลหลิวของข้าได้งั้นหรือ
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการแสดงแล้ว ช่วงต่อไปก็เป็นช่วงที่มีการแสดงของโรงงิ้ว และแขกเหรื่อก็ทยอยเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างไม่ขาดสาย รวมถึง“คุณชายเจียง ข้ามาช้า โปรดอภัย”“ใต้เท้าหลิว ไม่เป็นไรขอรับ ยินดีต้อนรับ เชิญตามสบายขอรับ”“พี่เฉิง ยินดีด้วยนะเจ้าคะที่เปิดร้านใหม่ วันนี้ข้าตั้งใจมาหาท่านโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ”เฟยเฟยหันไปมองเจ้าของเสียง สตรีหน้าตาน่ารัก ดูสูงศักดิ์ เรียกเขาว่าพี่เฉิงอย่างสนิทสนม“คุณหนูหลิว ขอบใจเจ้ามาก”เฟยเฟยหันไปมองหน้าเขา เจียงเฉิงจึงนึกขึ้นได้“ออ ลืมแนะนำไปขอรับ นี่ เจ้าเฟยเฟย น้องสาวเจ้าซีห่าว น้องรองของข้า หนึ่งในเจ้าของหออ้ายจือขอรับ”“เฟยเฟยคารวะใต้เท้าหลิว ฮูหยินหลิวเจ้าค่ะ ทุกทานเชิญตามข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะไปหาที่นั่งใ ด้านล่างเต็มแล้ว เชิญชั้นสองดีกว่าเจ้าค่ะ”“พี่เฉิง พี่พาพวกเราไปก็ได้เจ้าค่ะ ไม่รบกวนแม่นางเจ้าแล้ว ขอบคุณ”แม่นางหลิวมองเฟยเฟย และเชิดใส่เล็กน้อย นางเดินไปเกาะแขนเจียงเฉิงให้เขาพานางไปเลือกโต๊ะ เฟยเฟยได้แต่เดินตามพวกเขาไปเงียบๆ เมื่อพวกเขาได้โต๊ะแล้ว เจียงเฉิงจึงนั่งกับพวกเขา เฟยเฟยเลยเดินเลี่ยงออกมาลี่เซียนเห็นเฟยเฟยเดินมาหงอยๆ นางจ
เสียงประทัดดังขึ้นหน้าหออ้ายจือหลังใหม่ พร้อมกับทุกคนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดร้านใหม่ เต็มหน้าลานการแสดง เจียงเฉิงเป็นตัวแทนของร้านออกมากล่าวต้อนรับ“ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้สละเวลามาร่วมในงานเปิดร้านใหม่ของหออ้ายจือสาขาสองของพวกเรา วันนี้จะมีการแสดง ทั้งของเหล่าไอดอลหออ้ายจือของเรา และกลางคืนยังมีการแสดงงิ้ว และงานเทศกาลโคมไฟไปพร้อมๆกันด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับงานในวันนี้ และที่สำคัญ เชิญทุกท่าน ร่วมรับประทานอาหาร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พวกเรา ทุกท่านเชิญ”แขกหน้าร้านทุกคนปรบมือ และทยอยเข้าไปนั่งภายในร้าน ซึ่งโอ่อ่า และกว้างขวางมาก โต๊ะเกือบ 50 โต๊ะ ทยอยเต็มอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ด้านบนชั้นลอย จะเป็นที่สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน เถ้าแก่อวิ๋นเองก็นั่งโต๊ะถัดไป และคอยช่วยเจ้าซีห่าวจัดแจงที่นั่งให้แขกผู้ใหญ่“พี่เจียง พี่ใหญ่ พี่สามมาแล้วเจ้าค่ะ”เฟยเฟยตะโกนเรียกทั้งสอง ซึ่งพวกเขารีบวิ่งออกไปต้อนรับนาง ฟู่เว่ยหลงค่อยๆพยุงลี่เซียนลงมาจากรถม้า“น้องสามๆๆ คอยๆเดิน ระวังๆหน่อย หลานข้าอยู่ในท้องเจ้า จะเดินไปไหนต้องระวังหน่อย”“พี่รอง ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ท่านว่าเว่ยหลงจะย
จวนสกุลฟู่“คำนับฟ้าดิน”“คำนับบุพการี”“คำนับกันและกัน”“ส่งตัวเข้าหอ”อาปิงและอิ้นสี่ พาหลินลี่เซียนเดินไปที่ห้องหอที่จัดเตรียมไว้สำหรับพิธีสมรสพระราชทานของท่านเม่ทัพหลวงคนใหม่ และฮูหยินแม่ทัพฟู่“อาปิง ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว มีอะไรให้ข้ากินได้บ้างมั้ย”“ฮูหยินเจ้าคะ รอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะเอาขนมมาให้ท่าน แต่ท่านอย่าเปิดผ้าคลุมหน้านะเจ้าคะ จะเสียฤกษ์ ต้องรอให้ท่านแม่ทัพเปิดนะเจ้าคะ”“รู้แล้วๆ รีบไปหาของกินมาทีเร็ว กว่าเว่ยหลงจะเข้ามาอีกนาน เขาต้องรับแขกข้างนอกอีก ป่านนั้นข้าหิวตายอยู่ตรงนี้แหละ”อาปิงรีบออกไปยกขนมมาให้หลินลี่เซียนกิน อิ้นสี่รินน้ำชาส่งให้นางใต้ผ้าคลุมเพื่อให้นางดับกระหาย“อา ค่อยยังชั่วหน่อย นี่ หลังจากนี้ ต้องทำอะไรอีกล่ะ”“ก็รอให้เจ้าบ่าวเข้ามา เปิดผ้าคลุมหน้า ดื่มเหล้ามงคล แล้วก็... เข้าหอเจ้าค่ะ”“ข้าง่วงจังเลย”“ฮูหยิน ท่านจะนอนพักก่อนมั้ยเจ้าคะ แค่นั่งพิงหลับน่าจะได้”“อืม ข้าขอพักสักงีบ พวกเจ้าออกไปเถอะ”“เจ้าค่ะ”หลินลี่เซียนนั่งพิงกับขอบเตียง หลังจากที่กินขนมไป นางรู้สึกง่วงมากเพราะเตรียมตัวมาตั้งหลายวัน และวันนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเข้าพิธีอีก กว่าจะแ
ลี่เซียนตื่นขึ้นมา พบว่านางสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คงเป็นเพราะพ่อคนดีข้างๆ นางนี่เอง ที่จัดการให้ นางยิ้มและก้มหอมแก้มเขาเบาๆ เขาลืมตาขึ้นมา“เจ้าตื่นแล้วหรือ ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่”“ไม่แล้วเจ้าค่ะ เมื่อคืน ท่านใส่ยาและสวมเสื้อผ้าให้ข้าหรือเจ้าคะ”“ใช่ เจ้าลุกไหวหรือไม่ ให้ป้าจางยกข้าวมาให้กินที่นี่ก็แล้วกันนะ”“วันนี้ท่านจะไปไหนหรือเปล่าเจ้าคะ”“ข้าจะเข้าวังหน่อย เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าเจ้าค่ะ งั้นข้าจะรอฟังข่าวอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ ท่านลุกเถอะเจ้าค่ะ ไปอาบน้ำ เตรียมเข้าวังได้แล้ว”“ได้สิ เจ้าจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ข้าจะได้ให้อาปิงเตรียมน้ำยาแช่ตัวให้”“เจ้าค่ะ ขอบคุณนะเจ้าคะ”เว่ยหลงก้มลงจูบที่หน้าผากนาง วันนี้เขาจะเข้าวังไปสะสางงานที่เหลือจากเมื่อวาน และไปฟังข่าวด้วย ที่สำคัญ วันนี้มีการกำหนดโทษของสนมฉิน ฉืนอี้เหนียงและฉินชุนเหมยด้วยพวกเขากินข้าวเช้าในห้องของลี่เซียนเสร็จแล้ว นางเดินมาส่งเขาหน้าจวน เขาหันมาบอกนาง“รอข้านะ เดี๋ยวข้าก็กลับ”“ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนี่นา ท่านไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าอยู่ได้”เว่ยหลงส่งยิ้มให้นาง ก้มลงหอมแก้มข้างที่ไม่มีผ้าปิดแผล และหันกลับไปขี่ม้าเพื่อเข้าวัง ล
เขาถามนางด้วยเสียงแหบพร่าเต็มที ถึงนางจะบอกว่าเจ็บ ตอนนี้ เขาก็คงไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว ลี่เซียนใช้มือน้อยๆ ล้วงลงไปหาท่อนแข็งแรงที่ใต้น้ำ ที่ดันนางอยู่ตอนนางเบียดเข้าไปเมื่อครู่ ตอนนี้ นางถือเอาไว้และค่อยๆ ขยับเข้าออกช้าๆ“อาาา เซียนเซียน อย่า ข้าเตือนแล้วนะ อาาาาา หากเจ้าไม่หยุดตอนนี้ ข้า อาาา”เว่ยหลงครางเสียงกระเส่า เขาไม่เคยถูกกระตุ้นแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกวูบวาบประหลาดอย่างที่อธิบายไม่ถูก แต่รู้สึกดีมาก ลี่เซียนไม่เพียงไม่หยุด นางยังใช้ลิ้นน้อยๆ เลียไปที่แผงอกของเขาเบาๆ สร้างรอยจ้ำแดงๆ ไปทั่วพร้อมส่งเสียงครางเพื่อกระตุ้นอารมณ์เขา เมื่อนางเริ่มเลียที่ยอดอกของเขา เว่ยหลงถึงกับร้องครางเสียงไม่เป็นภาษา“อาาา เจ้าา ข้าเตือนเจ้าแล้ว อย่าหาว่าข้าใจร้ายนะเซียนเซียน”เขาดันนางออก และอุ้มนางขึ้นจากอ่างน้ำทันที และพานางขึ้นมา และใช้ผ้าคลุมตัวให้นางเช็ดตัว และอุุ้มนางเข้าห้องไปทันที…ลี่เซียนกอดคอเขา และดันตัวเองไปจูบที่ปากอวบอิ่มของเขา เขาตกใจที่นางรุกไม่หยุด เกิดอะไรขึ้นกับนางกัน แต่เขาเองก็ห้ามอารมณ์รักนี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน เขาวางนางลงบนเตียงนุ่ม และดึงผ้าที่ห่อตัวนางออกทันที เข
ฟู่เว่ยหลงพาหลินลี่เซียนมายังสำนักหมอหลวงเพื่อตรวจอาการและรักษาแผล เขาขอเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางก่อน หมอกวานจึงให้คนไปเรียกนางกำนัลมาช่วย แต่ฟู่เว่ยหลงบอกว่าเขาจะทำเอง ท่านหมอเลยให้นางกำนัลเตรียมของและชุดใหม่มาให้ลี่เซียนเปลี่ยนฟู่เว่ยหลงถอดชุดของนางออกอย่างเบามือ ตัวของลี่เซียนมีรอยฟกช้ำไปทั้งตัว เมื่อกี้เขาได้ยินว่านางบอกว่าอย่างไรนะ นางถูกรุมกระทืบอย่างนั้นหรือ เขาค่อยๆ เช็ดตัวนางอย่างเบามือ นางขยับตัวสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความเจ็บ เขากัดกรมแน่น เขาจะต้องเอาคืนคนพวกนี้ให้สาสม ไม่ว่ามันจะเป็นใคร เขาจะต้องจัดการให้หมดเขาสวมชุดใหม่ให้นางเสร็จแล้วจึงเรียกท่านหมอมาตรวจให้นาง เขาเดินมาบอกอี้หมิง“เจ้าไปตามสืบหา คนที่ทำร้ายนางมาให้ครบหมดทุกคน อย่าได้ขาดไปแม้แต่คนเดียว”“ขอรับคุณชาย”ท่านหมอเดินออกมาแล้ว เขาแจ้งอาการให้เว่ยหลงทราบ“คุณหนูหลินมีแผลฟกช้ำแค่ภายนอก ไม่ได้รุนแรงอะไร เพียงแค่อากาศในคุกนั้นอับชื้นและสกปรก ทำให้นางที่ร่างกายพึ่งพักฟื้นได้ไม่นาน พอเจออากาศแบบนี้ ทำให้ไข้กลับมา อีก 2-3 วันก็ดีขึ้น ข้าจะจัดยาแก้ไข้ แก้ช้ำใน ร้อนใน รักษาภายใน และสมุนไพรแช่ตัวเพื่อรักษาบาดแผลภายน
ชุนเหมยพาหลินลี่เซียนเดินขึ้นมาช้าๆ พร้อมเอามีดจี้ที่คอนางไว้ ฟู่เว่ยหลงตกใจที่เห็นนาง“เซียนเซียน แม่นางฉิน อย่านะ อย่าทำอะไรนาง”“ท่านกล้าขอร้องข้าเชียวเหรอ ท่านแม่ทัพ ตอนนี้ท่านขอร้องเป็นแล้วหรือ เมื่อกี้ท่านยังปากดีอยู่เลยนี่ แค่นังแพศยานี่คนเดียว ทำให้ท่านกังวลใจได้ถึงเพียงนี้เชียวเหรอ”หลินลี่เซียนส่งสายตาให้เขาว่าอย่า เพราะสายตาของลีเซียน ไม่ได้บ่งบอกว่านางกังวล“ฮ่าๆๆๆๆ ดีมาก ชุนเหมย หลานน้า ดีๆๆ ฝ่าบาท ถอนรับสั่งสิ ถอนรับสั่งแล้วจับพวกมันตัดหัวให้หมด เร็วสิ”“แม่นาง เหตุใดข้าต้องฟังเจ้า เพียงเพื่อสตรีคนเดียว”“ฝ่าบาท พระองค์จะลองดูก็ได้นี่เพคะ”ชุนเหมยท้าทาย โดยการยกมีดขึ้นจ่อที่คอของหลินลี่เซียน""อย่า""ฟู่เว่ยหลง หลินซือเหยา ลั่วจิ่นหยาง ท่านหมอกวาน และองค์ชายห้าต่างร้องออกมาพร้อมกัน ชุนเหมยหันไปมองพวกเขาอย่างเกลียดชัง ไม่พอใจ และริษยา“นังงูพิษ เจ้านี่หว่านเสน่ห์ไปทั่วเลยจริงๆ นะ ใครๆ ต่างก็ร้องขอชีวิตให้เจ้า เจ้ามันมีดีอะไรกันนะ”“ท่านพ่อ ท่าน ท่านยังไม่ตาย ท่านพ่อ”“เซียนเซียน พ่อปลอดภัย พ่อไม่เป็นอะไร เจ้าอยู่นิ่งๆ นะ”“ฝ่าบาท ปล่อยท่านแม่ และท่านน้าข้าเดี๋ยวนี้ เร็วสิ