แพทตี้รีบมาเข้างานอย่างเคย ไม่มีใครรู้ว่าเธอแต่งงานกับลูกชายคนโตของท่านประธานใหญ่ เธอไม่ใส่แหวนแต่งงาน เธอถูกเขาดึงแหวนแต่งงานออกจากนิ้วทิ้งตั้งแต่หลังจบพิธี พิธีแต่งงานของเธอและเขาไม่ได้จัดอะไรมาก นอกจากครอบครัวเขาและพ่อของเธอ ดังนั้นจึงไม่มีใครมางานแต่งที่โสมมครั้งนี้เธอคิดว่ามันก็ดีเหมือนกันที่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ และสามีของเธอเขาก็ไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงานและไม่เต็มใจที่จะเห็นเธออยู่ในบ้านหลังนั้น แต่แล้วยังไงล่ะไม่ใช่แค่เขาที่ไม่อยากเห็นเธอก็เหมือนกันเธอไม่อยากเห็นเขาและผู้หญิงของเขา ถามว่าเสียใจไหม ตอบตามตรงว่าเสียใจ แต่มากรึเปล่า ไม่มากนะ เพราะเธอไม่ได้รักเขาไง ถ้าเธอรักเขามันก็อีกเรื่องแต่เมื่อคนสองคนที่ไม่ชอบกันเกลียดขี้หน้ากันมาแต่งงานด้วยกัน มันเลยทำให้เธอและเขาเหมือนกับโลกขู่ขนาน....
" แพทตี้จ๋า...วันนี้ตอนเย็นแพทตี้จะไปไหนต่อรึเปล่าจ๊ะ" น้ำขิงถามเพื่อนสนิทในสายงานเดียวกับเธอ วันนี้เธออยากไปเดินตลาดนัดแต่เธอไม่อยากไปเดินคนเดียว เธอเลยอยากชวนแพทตี้ที่รักของเธอไปด้วย....
" ไปได้ไม่นานน่ะขิง เพราะวันนี้ต้องไปเฝ้าพ่อน่ะ ไปได้แต่ห้ามดึกไม่งั้นไม่มีรถกลับแน่นอน.." อันที่จริงเธอไม่ได้จะไปเฝ้าพ่อหรอกขอโทษนะน้ำขิง แต่เธอไม่สามารถกลับบ้านหลังนั้นดึกได้ เพราะมันไกลและกลัวว่าจะไม่มีรถ เธอไม่อยากให้น้ำขิงรู้ด้วยว่าเธออยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านของเธอ
" อ๋อ... ไม่เป็นไรๆ ไปแป๊บเดียว ไม่นาน ขอแค่แพทตี้ที่รักของขิงไปด้วย แค่เสี้ยววินาทีก็มีความสุขแล้ว...คริคริ" น้ำขิงหยอดนิดๆ เธอชอบของเธอนิ แพทตี้น่ารักขนาดนี้ เป็นใคร ใครก็ชอบ
" หึหึ ปากหวานนะคะคุณน้ำขิง ทำงานค่ะทำงาน เดี๋ยวโดนหักเงินเดือน..." แพทตี้ถึงกับส่ายหัวให้กับความขี้เล่นของน้ำขิง น้ำขิงชอบแซวของแกล้งเธอมากๆ แต่ก็ดีนะ จะได้ไม่เหงาดี...
ตกเย็นสองสาวก็พากันนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีที่ใกล้ที่สุด พวกเธอพากันเดินคล้องแขนกันไปหา ด้วยเงินเดือนที่ไม่ค่อยมากนัก แพทตี้เลยต้องคอยคิดคำนวณอยู่ตลอดว่าเธอจะซื้อหรือทำอะไร ต้องคิดหน้าบวกหลัง คอยระวังไม่ให้ใช้เงินเกินกว่าที่เธอกำหนดไว้ในแต่ละวัน ถึงแม้ว่าเธอจะแต่งงานกับลูกชายเจ้าของโรงแรม แต่งแบบไม่ได้เต็มใจและไม่ได้รักกัน แต่อย่างนั้นเธอก็ไม่ได้เงินจากเขา หรือจากใครทั้งนั้น ถึงแม้ว่าคุณลุงภพกูลบอกว่าจะให้เงินเดือนแยกกับเธอ แต่เธอไม่สามารถรับมันไว้ได้หรอก เธอไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น เธอไม่อยากเอาเปรียบท่านไปมากกว่านี้ ลำพังแค่ค่าผ่าตัดค่าโรงพยาบาลมันก็หมดไปเป็นล้านเกือบสองล้านแล้ว เธอยังไม่มีปัญญาที่ไหนจะหาเงินมาใช้หนี้ก้อนนี้เลย... ดังนั้นเธอเลยปฏิเสธที่จะไม่รับเงินของคุณลุงท่าน....
" แพทตี้จ๋า.. กินอันนี้ไหมอ่ะ แบ่งกันกินขิงกินคนเดียวไม่ไหวหรอกมันเยอะมากเลยดูสิ..." น้ำแข็งอยากกินไอ้ของตรงหน้าแต่ดูๆแล้วเธอกินไม่หมดหรอกมันเยอะเกินไป
"อือ เอาสิ ช่วยกันออกคนละครึ่ง งั้นขิงสั่งนะ เดี๋ยวแพทไปซื้อน้ำ เราไปหาที่นั่งกินกันดีกว่า" แพทเลี่ยงไปซื้อน้ำทันที อันที่จริงของที่น้ำขิงอยากกินเธอก็อยากลองนะ มันดูแปลกใหม่ดี เธอยังไม่เคยกิน มันเป็นขาหมูใหญ่ๆทอดอ่ะ ขาหมูเยอรมันไหม รึเปล่าเธอไม่รู้แต่มันเยอะเกินไปเธอก็กินไม่หมดหรอกถ้าให้ซื้อกินคนเดียว
"อุ้ย.. ขอโทษค่ะ คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ?" ด้วยความซุ่มซ่ามของเธอ ทำให้เธอชนกับใครก็ไม่รู้เข้า ดีที่เขาไม่ล้มและเธอก็ไม่ล้มลงไป...
" ไม่เป็นไรครับ แล้วคุณเจ็บตรงไหนรึเปล่า? ผมต้องขอโทษด้วยที่เมื่อกี้ไม่ทันได้มองคุณ"
" ไม่ค่ะไม่เป็นไร ขอโทษอีกครั้งนะคะ..." แพทตี้ก้มหัวเพื่อเป็นการขอโทษเขาอีกครั้งจากนั้นเธอก็รีบเดินไปยังโต๊ะที่มีน้ำขิงนั่งรออยู่...
สองสาวนั่งเม้าท์มอยกันอย่างสนุกสนาน และไม่รู้เลยว่ามีสายตาของใครบางคนคอยจับจ้องทั้งคู่อยู่...
" กลับกันเถอะเดี๋ยวจะพากันถึงบ้านดึก..." น้ำขิงยกนาฬิกาขึ้นมาดู พร้อมกับเอ่ยชวนให้แพทตี้กลับบ้านกันดีกว่าเพราะตอนนี้มันก็เกือบสองทุ่มไปแล้ว กว่าจะไปถึงปลายทางที่พวกเธอขึ้นรถไฟฟ้าก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงได้ เธอต้องก่ะเวลาให้ดีๆ เพื่อเรียกวินมอร์ไซต์ หรือเรียกแก๊ปอีก ต้องก่ะเวลาให้ถูก และจะได้ไม่เป็นอันตราย
" อืมๆนั่นสิ กลับกันเถอะ แต่วันนี้สนุกมากเลยนะขิง นานแล้วที่แพทไม่ได้ออกมาเดินเล่นตลาดนัดแบบนี้..." มันนานมากแล้วที่เธอไม่ได้มาเดินเล่นแบบนี้เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่เธอได้ออกมาเดินตลาดนัดมันคือช่วงไหน
สองสาวเดินคุยหยอกล้อกันไปตลอดทางจนถึงสถานีรถไฟฟ้า แล้วทั้งคู่ก็พากันหาที่นั่งพร้อมกับคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย ตาคู่หนึ่งจับจ้องทั้งสองอย่างไม่คลาดสายตา มุมปากยิ้มยกขึ้นเล็กน้อย และในที่สุดสองสาวก็ถึงจุดที่ตนเองต้องลงกันแล้ว ทั้งคู่บอกลากันแล้วก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง
เพียงแค่แพทกลับมาถึงบ้านเธอก็พบกับสภาพบ้านที่เละเทะเต็มไปด้วยจานชามข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนบ้านไปหมด เธอไม่รู้ว่าคนพวกนี้เกิดมากันแบบไหนถึงไม่รู้จักทำความสะอาดกันเลยสักนิด
" เหนื่อยจากงานแล้วยังจะมาเหนื่อยเก็บด้วยเหรอเนี่ย โตกันมาแบบไหนถึงได้ทำตัวทุเรศทุรังกันแบบนี้..." มือบางหยิบจับข้าวของไป ปากก็บ่นไปอีกเธอไม่ชอบเลย เธอไม่ชอบให้บ้านมีกลิ่นของอาหารนานๆ หลังจากทำกับข้าวมันมีกลิ่นเธอจะไม่ว่าเลย แต่กลิ่นที่มันยังคงตลบอบอวลอยู่ตลอดเวลาแบบนี้เพราะคนกินไม่ยอมเก็บนี่สิ เธอไม่ชอบเลย...
แพทวางกระเป๋าของเธอเอาไว้ที่เก้าอี้แล้วเธอก็จัดการล้างจานชามและของอย่างอื่นไปจนเกือบจะเสร็จแล้ว อยู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงมาหาเธอ...
หมับ!!!
" ไปไหนมาห๊ะ บ้านช่องไม่รู้จักกลับ ไปแรดที่ไหนมาล่ะ ไปหาเหยื่อใหม่เหรอ? เป็นไงเจอรึยัง ถ้าเจอเร็วหน่อยยิ่งดี ฉันจะได้หลุดพ้นจากปลิงดูดเงินอย่างเธอไง..." เอกดนัยที่นั่งรอให้ยัยปลิงดูดเลือดกลับมาเก็บกวาดจานชามและข้าวของที่เขากับแยมสั่งมากิน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มาสักที ชักจะปลีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ
" ถ้าคุณเมาก็ไปนอนเถอะคะ ฉันไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียงกับคุณ " แพทถอนหายใจออกมายาวๆแล้วก็เริ่มลงมือล้างจานชามต่อ..
เพล้ง!!!!
ไม่เคยมีใครเมินใส่เขามาก่อน ยัยตัวทุเรศคนนี้เป็นใครถึงกล้ามาทำเมินใส่เขาแบบนี้...
" คุณเป็นประสาทเหรอคะ? คุณอยากทำลายข้าวของนักก็เชิญค่ะ ดีฉันจะได้ไม่ต้องล้างต้องเก็บมันแล้วดีค่ะ จะได้ไม่เหนื่อย..." แพทถอดถุงมือยางสำหรับล้างจานออกแล้วเธอก็หมุนตัวเพื่อที่จะออกไปจากตรงนี้ทันที....
หมับ!!!
เอกดนัยจับแขนของยัยปลิงดูดเลือดเอาไว้อย่างแน่น... ดวงตาที่แดงก่ำเพราะความเมาและความโกรธมันผสมปนเปกันไปหมด...เขาไม่รู้หรอกว่าเขาจะโกรธยัยผู้หญิงคนนี้อะไรมากขนาดนี้... แต่เขาก็โกรธไปแล้ว เขาเกลียดผู้หญิงคนนี้ เกลียดมาก
เอกดนัยบีบแขนของยัยปลิงดูดเลือดเอาไว้แน่น วันนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาบีบมัน เขาอยากจะบีบให้มันเละคามือเขาไปเลย จองหองนัก "ปล่อยค่ะ " ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บมากขนาดไหนแต่แพทตี้ไม่ยอมที่จะร้องขอ หรือส่งเสียงออกมา เธอพยายามเก็บกักความรู้สึกของเธอเอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนี้หัวเราะเยาะเธอได้อีก..." ปล่อยงั้นเหรอ? ได้... ปล่อยแน่... " ไม่เพียงเขาไม่ปล่อยแขนเล็กนี้แล้ว เขายังฉุดกระชากร่างเล็กให้ถลาตามเขาไปอีก...เสียงโวยวายของแพทตี้ดังขึ้นเพราะอยู่ๆเขาก็ลากแขนของเธอให้ตามเขาไปยังที่ไหนก็ไม่รู้ แขนเธอมันเริ่มเจ็บมากกว่าเดิม แล้วการลากของเขามันก็คือการลากจริง เขาไม่สนใจเลยสักนิดว่าเธอจนชนอะไรหรือว่าหกล้ม ถึงแม้ว่าเธอจะล้มลงไปจริงๆ เขาก็ลากเธอไปตามกับพื้น ความรู้สึกที่มันทำให้เธอนึกสมเพชตัวเองมันได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดพ้อหรือร้องขอให้เขาหยุดการกระทำอันป่าเถื่อนนี้ได้ ปัง!!!!เอกดนัยลากยัยปลิงดูดเลือดเข้ามาในห้องของเขา เขาล็อกประตูเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะความโมโหและความเกลียดมันทำให้เขาต้องการที่จะลงโทษผู้หญิงคนนี้ การลงโทษของเขามันจะทำให้ผู้หญิงคนนี้เหมือนตายทั้งเป็น
แพทเองออกมาห้องน้ำเธอพยายามอย่างเป็นที่สุด ที่จะขจัดคราบโสโครกที่เขาทำกับเธอ เธออยากมอบร่างกายให้กับชายที่เธอรัก และเขาก็รักเธอแต่ตอนนี้... ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วเธอมีราคีมีตราบาปที่เธอไม่สมยอม เธอเกลียดเขา ถ้าไม่ติดว่าคุณลุงเป็นผู้มีพระคุณ เธอฆ่าเขาแน่ เธอทำแน่ "คุณพ่อขา.... หนูจะทนได้อีกนานไหมคะคุณพ่อ" ร่างเล็กล้มตัวลงบนที่นอนขนาด 3ฟุต ห้องที่เล็กแคบมันยังไม่อึดอัดเท่ากับหัวใจที่มันคับแคบของเขา เธอสัญญาเลยเธอจะรีบหาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วเอามาคืนให้กับคุณลุงภพกูลเธอไม่อยากอยู่ในสภาพแบบนี้แล้ว ไม่อยากอยู่แล้วด้วยร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำของแพทตี้ มันทำให้เธอเผลอหลับลงไปโดยที่เธอไม่ได้ปิดไฟเอกดนัยมายืนอยู่ที่หน้าห้องเล็กๆคล้ายห้องเก็บของ ห้องที่เป็นที่สุดของบ้านแต่มันก็เหมาะกับผู้หญิงคนนี้แล้วแต่เพราะอะไร ทำไมเขาต้องมาอยู่ที่หน้าห้องของยัยปลิงดูดเงินนี้ด้วย....มือหนาจับไปที่ลูกบิดของห้องเล็กๆนั่น เขารู้ว่ายัยนี่ต้องล็อกประตูแน่นอน ดังนั้นเขาจึงใช้กุญแจไขเข้าไปเพื่อที่จะดูว่ายัยผู้หญิงหน้าเงินคนนี้ทำอะไรอยู่เพียงแค่เอกดนัยก้าวเข้าไปภายในเขาก็ต้องตกใจเพราะภายในห้องเล็กแคบนี้เปิดไฟทิ้
หลังจากที่ยัยปลิงดูดเงินพูดจบ เอกดนัยก็ถึงกับควันออกหู เขาไม่คิดว่ายัยนี่จะปากกล้าได้ขนาดนี้... แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาจะช่วยน้องแยมล้างจานเอง...แพทตี้เหนื่อยมากแค่ต่อปากต่อคำกับไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้นแค่คนเดียวเธอก็แทบจะตายแล้ว แต่นี่ยังมาเพิ่มอีกหนึ่ง เธอจะตายก่อนวัยอันควรไหมเนี่ย....แพทตี้เลือกที่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเธอหยิบโน๊ตบุ๊คเครื่องเล็กๆของเธอออกมา เธอเปิดหาข้อมูลบางอย่าง และหางานเสริม เธอต้องหาเงินให้ได้เยอะๆ เธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว เธอไม่อยากอยู่เลย...แพทตี้เสียบหูฟังเข้าไปที่โน๊ตบุ๊คของเธอ เธอเปิดเพลงฟังไปเรื่อยๆ แว่นตาอันโตถูกหยิบมาใส่เพื่อกรองแสงจากโน๊ตบุ๊ค มือที่ขยับไปมาสายตาที่ไล่หาข้อมูลไปเรื่อย เพียงแค่เธอเจออะไรที่มันน่าสำคัญๆกับเธอ เธอก็รีบจดมันลงใส่สมุดเล่มเล็กเอาไว้ทันที...การกระทำของแพทตี้อยู่ในสายตาของเอกดนัยตลอด เขาถือวิสาสะไขประตูเข้ามาเอง เขาจะเข้ามาต่อว่ายัยนี่สักหน่อย แต่เพียงแค่เห็นยัยนี่นั่งหึมหัมๆ มือที่ขีดเขียนอะไรยุกยิกๆไปมา มันทำให้เขาหลงลืมไปเลยว่าเขาจะขึ้นมาพูดอะไร ดวงตากลมโตที่อยู่ภายใต้แว่นตาอันโตมันทำให้ยัยนี่ดูเหมือนเด็กม.ปลายที่กำลังนั่งห
คุณเอกดนัยพาผู้หญิงของเขามาอยู่ด้วยเกือบจะครบอาทิตย์แล้วพวกเขาเป็นพวกที่... น่าขยะแขยงที่สุด เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าการที่พวกเขาจะเป็นลูกคุณหนูมีเงินมีทองมากมายก่ายกองขนาดนี้ พวกเขาจะไม่มีสามัญสำนึกเลยสักนิด ไม่เพียงแค่เธอมีงานประจำที่ต้องทำ เธอกลับบ้านมาเธอก็ต้องมาเก็บกวาดเช็ดล้างในสิ่งที่เธอไม่ได้ก่ออีก มันเหนื่อยนะ เหนื่อยสายตัวแทบขาดเลย เธอไม่อยากอยู่แล้ว แต่เธอก็ไปไหนไม่ได้เธอไม่มีที่ไป กลับไปอยู่บ้านนานๆก็ไม่ได้เพราะเขาจะหาเรื่องไปตามเธอกลับบ้านพร้อมกับตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จว่าเธองอนเขา เธอไม่เคยงอนเขาสักนิดไม่เลย เธอไม่เคยเลยจริงๆ เธอแค่เกลียดเขากับคนของเขา เธอก็ผู้หญิงคนหนึ่งน่ะ เธอเจ็บได้ร้องไห้เป็น หลายต่อหลายครั้งที่เธอพยายามที่จะไม่คิดเรื่องที่มันเกิดขึ้นกับเธอ แต่มันก็ยังมีบางครั้งที่อยู่ๆเธอก็คิด... ทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้แต่เธอก็เผลอคิดไปแล้ว สิ่งที่เธอคิดน่ะเหรอ เธอแค่อยากให้เขาคุยกับเธอดีๆบ้าง เห็นใจเธอหน่อย สงสารเธอบ้างก็ได้ เธอก็คนเหมือนกัน แต่สิ่งที่เขาทำมันไม่ต่างกับหมู หมา กา ไก่ ที่ถ้าวันไหนเขาต้องการบีบให้ตาย... เธอก็คงจะตายคามือของเขา แต่สำหรับผู้หญิง
เพียงแค่เธอลืมตาขึ้นมาเธอก็รับรู้ว่าร่างกายของเธอมันไม่เหมือนเดิม มันเจ็บไปหมด ไม่รู้ว่าตรงไหนแตกหรือตรงไหนหักบ้าง...ที่เธอร้องไห้เพราะเธอเจ็บที่ร่างกาย ส่วนจิตใจของเธอนั้น...มันเจ็บมานานแล้ว นานจนมันชินชา มันไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับเรื่องต่างๆ"ลบคลิปนั่นซะ ก่อนที่ฉันจะฆ่าเธอทิ้ง.." เอกดนัยขู่ผู้หญิงหน้าเลือดคนนี้ทันทีที่เจ้าหล่อนฟื้น..." ไม่มีทาง ต่อให้ฉันตายไปฉันก็จะไม่ลบ และส่งหนึ่งที่คุณไม่รู้ก็คือ ฉันส่งไปให้คนที่ฉันไว้ใจแล้ว.. หึ ต่อให้ฉันตายเรื่องทุเรศทุรังของพวกคุณมันก็สามารถเผยแพร่ออกไปได้ อึก..." แพทตี้พยายามที่จะพูดต่อ แต่เธอก็ทำมันไม่ได้เพราะตอนนี้เธอถูกมือหนาของเขาบีบที่ลำคอของเธอเอาไว้อย่างแน่น... เธอไม่ขัดขืนเขาเหมือนทุกครั้ง เธอปล่อยให้เขาบีบให้พอ ถ้าเธอจะต้องตายก็ขอให้ตายด้วยน้ำมือของเขา มันจะได้ทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง...น้ำตาหยดใสๆมันไหลออกมาจากหางตาของผู้หญิงหิวเงินคนนี้ เขาต้องการเห็นเธอดิ้นรน หรือจิกเล็บของเธอลงมายังที่แขนของเขาเหมือนทุกครั้ง เขาต้องการเห็นเธอทรมานที่เขาทำให้เธอเจ็บ แต่ครั้งนี้ยัยนี่มันไม่ทำอะไรเลย นอนให้เขาบีบง่ายแบบนี้ได้ยังไงกัน..."โถ่เ
แพทตี้มาอยู่ที่บ้านหลังเล็กของน้ำขิงได้สองวันแล้ว เธอไม่ได้ไปทำงานด้วยสภาพที่ไม่เป็นใจให้เธอไปทำงานหาเงิน เธอจึงขอยืมโทรศัพท์ของน้ำขิงโทรไปลางาน ทำเรื่องลาป่วย ถึงแม้ว่าทางฝ่ายบุคคลจะเรื่องมากไปหน่อย เธอจึงถ่ายรูปและส่งไปให้เขาจริงปล่อยผ่านไป "ขิงแพทฝากซื้อชุดทำงานหน่อยได้ไหม สักสามชุด อันเก่ามันขาดอ่ะ ไปฝากซักที่ร้านมา แล้วไม่รู้ว่าเขาซักรวมกับอะไรบ้าง หรืออาจจะใช้น้ำยาอะไรก็ไม่รู้ทำให้ชุดเราขาด แต่ไม่ต้องห่วงเราได้ค่าเสียหายมาแล้วถึงแม้ว่ามันไม่มากแต่ก็พอที่จะซื้อชุดทำงานใหม่ได้ ฝากด้วยนะ" ขอโทษอีกครั้งนะน้ำขิงที่ต้องโกหกอีกแล้ว " อืมๆว่าแต่ มีโทรศัพท์ใช้ไหม เอาเครื่องเก่าขิงไปใช้ก่อนก็ได้นะ มันนอนอยู่เฉยๆอ่ะ เอาไปใช้ก่อน เครื่องเก่าที่มันพังเดี๋ยวจะลองเอาไปซ่อมให้..." น้ำขิงสงสารแพทตี้มาก มันจะซวยอะไรซ้ำซ้อนขนาดนั้น ตกบรรได้ลงมาแล้วโทรศัพท์ยังกระเด็นตกลงมาพร้อมอีก... น่าสงสารจริงๆที่รักของน้ำขิง ถ้ามาเป็นแฟนน้ำขิงนะ น้ำขิงคนนี้จะเลี้ยงให้ดีเลยทีเดียว" ขอบใจนะ งั้นเราฝากขิงด้วย ถ้าเงินเดือนออกเราจะ ทยอยๆคืนให้นะ เพราะเราไม่มีเงินมากขนาดนั้น ห้ามปฏิเสธเรานะขิง แค่นี้เราก็เกรงใจขิง
แพทตี้อยู่ว่างๆที่บ้านของขิง เธอไม่รู้จะทำอะไร เพราะป้าแมวชอบห้ามเธอ ห้ามไปหมด จนในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป..." ป้าแมวค่ะ หนูเบื่อแล้วค่ะ อยู่เฉยๆมาตั้งหลายวันแล้ว วันนี้หนูขอทำกับข้าวนะคะ หนูเหง๊าเหงา... เบื่อมากๆเลยค่ะ นะคะป้าแมวคนสวย... ให้หนูช่วยก็ได้ค่ะ หนูสัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่สนไม่แอบกินด้วย..." แพทตี้ถึงกับต้องทำตัวให้น่ารักตัวเล็กตัวน้อย...เพื่อที่จะให้ป้าแมวใจอ่อน..." ก็ได้ค่ะๆ เห็นว่าเหงาหรอกนะคะ ไม่งั้นป้าแมวไม่ให้ช่วยทำหรอก... มาค่ะ งั้นวันนี้เราทำแกงเผ็ดเป็ดย่างกัน หนูแพททำเป็นไหมคะ?" ป้าแมวผู้ที่มีความรู้ด้านอาหารระดับหนึ่งเธอเอ่ยถามสาวน้อยน่าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนนี้อย่างใคร่รู้..."เคยได้ยินค่ะ ไม่เคยชิมไม่เคยทำด้วย แทพทำแต่กับข้าวง่ายๆ อย่างเช่นมัสมั่น พะโล้ แกงเทโพ ผัดผักรวมมิตร ฉู่ฉี่ด้วยค่ะ แพทชอบกิน คุณพ่อก็ชอบ..." น้ำเสียงช่วงสุดท้ายที่เปล่งออกไปกลับเบาราวกับเสียงลมที่พัดผ่านไป... " งั้นมาช่วยป้าแมวดีกว่า มาคะ่ จะได้เอาไปทำให้คุณพ่อหนูแพททานไงคะ ดีไหม? " หญิงสูงวัยถึงกับหาทางเปลี่ยนเรื่องพูด เพราะดูๆแล้วสาวน้อยคนนี้น่าจะรักครอบครัวมาก ยิ่งคนเป็นพ่อแล้วด้วยเพียงแ
หลังจากที่ครามได้สอบถามแพทตี้เรื่องต่างๆนานา เขาก็ทำได้แค่.. นั่งรอ และช่วยป้าแมวบ้าง เพราะเอาจริงๆ เขาไม่ถนัดทำกับข้าวหรอก ได้แต่กิน และตอนนี้ก็คงจะต้องรอยัยน้องกลับมา แต่ก็คงจะอีกนานเลย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เขาจึงไปหามุมสงบๆนั่งทำงานของเขาไป แต่ในช่วงที่เขาทำงานนั้น เขาก็จะเหลือบตามองไปยังหญิงสาวตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มคนนั้น เธอเป็นคนหน้าเล็กๆ ผมดำยาวสลวย มือเล็กๆ ปากเล็กนั่น ดูไปมันก็เข้ากันดีไปหมด เสียงหัวเราะที่ดังออกมาเป็นระยะๆ มันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและมีบ้างเป็นบางครั้งที่เขาถึงกับต้องยิ้มออกมาเพราะเสียงหัวเราะนั่น... " คุณครามคะ อยากได้ของทานเล่นไหมคะ เดี๋ยวแพทไปเอามาให้" หญิงสาวถามออกมาด้วยความใจดี อันที่จริงเธอไม่สมควรถามเลยด้วยซ้ำไปเพราะคุณครามเป็นพี่ของน้ำขิง แต่เธอนี่สิทำตัวราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง"ไม่เป็นไร เรียกว่าเฮียครามดีกว่าจะได้เหมือนยัยน้อง เราน่ะ นั่งนิ่งๆบ้าง เดินกะเผลกๆไปมาๆอยู่ทั้งวันเนี่ย... ระวังเถอะจะไม่ได้ถอดเฝือก..." ครามพูดออกไปด้วยความเป็นห่วง นี่ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งนะเขาจะตีก้อนให้เข็ดเลย" พอดีพรุ่งนี้จะไปทำงานน่ะค่ะ ต้องเร
เสียงกรี๊ดที่ดังสะนั่นบ้านปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้นและคนที่ตกใจมากที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้..."คุณทำอะไรฉัน...ห๊ะ... กรี๊ดดด...." น้ำขิงกรี๊ดสุดเสียงเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยัง..."เงี๊ยบ!! ผมบอกให้เงี๊ยบบบ " เอกภพไม่พูดเปล่าเขายังใช้ฝ่ามือของเขาปิดทับลงไปที่ริมฝีปากอวบอิ่ม.... จากการดูด และขบเม้ม... ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วว่าเขามันขนาดไหน" ถ้ายังร้องโวยวายอีกละก็...ฉันจะฆ่าหมกเตียง.. ลองดูไหมล่ะ ฉันไม่ได้ใจดีเหมือนหน้าตานะจะบอกให้..." น้ำขิงถึงกับต้องทำหน้ายี้เลยทันทีคนบ้าอะไรชมตัวเอง พูดเองเออเองเหมือนคนเป็นพี่ไม่มีผิด...อือ.. อือ...อือ......เอกภพค่อยๆปล่อยมือออกจากปากของน้ำขิงช้าๆ เพราะเขาคิดว่าน้ำขิงคงอยากจะพูดอะไรกับเขาเป็นแน่..." แก... ไอ้คนนิสัยไม่ดี ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้หน้าหมา ไอ้อืออออ" และนั่นก็เป็นคำสุดท้ายของน้ำขิงที่ถูกพ่นออกมาก...เอกภพไม่รอช้าเขาจูบหนักๆที่ริมฝีปากบางแต่กลับพูดมาก พูดจาไม่ดี พูดจากไม่เพราะจากแค่เขาต้องการที่จะทำโทษน้ำขิงที่พูดไม่ดีใส่เขา แต่เพียงแค่เขาจูบไปจูบมา... มันก็ทำให้อารมณ์ที่โกรธจางหายไปและแปลเปลี่ยนไปเป็นอารมณ์แห่งความดิบเถื่อนชวนสยิว....น้ำขิงถึงกับทำอะไร
มื้อค่ำถูกจัดขึ้นที่ห้องอาหารใหญ่ เพราะวันนี้ลูกชายเจ้าของบ้านทั้งสองคนมานั่งร่วมโต๊ะด้วยพร้อมกับน้ำขิงแขกประจำของบ้าน แต่กว่าน้ำขิงจะหยุดโวยวายได้ก็ทำเอาเอกภพถึงกับปวดหัว...และในที่สุดมื้อค่ำก็ถูกจัดเรียงเอาไว้ให้ทุกคนได้ลิ้มลอง อาหารแต่ละอย่างนั้นถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยแม่ครัวประจำของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนๆอาหารทุกจานก็จะถูกกวาดเรียบเสียจนไม่เหลือแม่แต่น้ำสักหยด ทุกคนบนโต๊ะอิ่มเอมกับอาหารตรงหน้า คนที่มีอายุมากที่สุดของบ้านก็ชวนเด็กๆรุ่นลูกคุยเรื่องต่างๆนานา คุยสัพเพเหระ และถามแขกของบ้านว่าอยากจะเปลี่ยนตำแหน่งไหม แต่เขาก็ได้คำตอบมาเพียงว่าเธอไม่ต้องการ เธอชอบตำแหน่งนั้นมากกว่าเธอเรียนมาทางนี้ จะให้เธอไปทำบัญชีก็คงจะไม่ไหว เธอพอทำได้บ้างแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ถนัดเอาเสียเลย คุณภพกูลถึงกับถูกใจในคำตอบของหนูน้ำขิง ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะมีเงินมากมายจนไม่จำเป็นต้องทำงานก็สามารถมีกินได้ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แต่เจ้าตัวก็เลือกที่จะออกมาทำงานหาเงินเพื่อหาประสบการณ์ให้กับตัวเอง แบบนี้สิดี ถ้าได้มาเป็นลูกสะใภ้อีกคนก็คงจะดี....เอกดนัยจ้องมองสายตาของคนเป็นพ่อที่ดูจะถูกอกถูกใจในตัวของยัยน้ำเน่านี่
หนึ่งอาทิตย์ที่แพทมาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่โดยมีน้ำขิงอยู่เป็นเพื่อนเธอ เธอก็ถามว่าน้ำขิงไม่ไปทำงานเหรอ น้ำขิงก็ตอบว่าเธอลาได้สิบวัน นั่นก็คือสองอาทิตย์ หลังจากนั้นเธอก็จะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แต่น้ำขิงให้สัญญาว่าเธอจะแวะมาหาทุกเย็นก่อนกลับบ้าน และวันนี้ก็มีแขกพิเศษมาที่บ้าน....แพทกับน้ำขิงอยู่ในครัวทำตัววุ่นวายกันอยู่ในครัวพร้อมกับมีลูกแมวสองตัวที่นั่งเป็นกำลังใจให้ทาสของตัวเอง แม้ว่ามันจะเน้นหลับกับกินมากกว่าการเล่นแต่ดูเหมือนว่าสองสาวก็ไม่ติดอะไรกลับยิ่งชอบในสิ่งที่พวกมันทำเสียอีก..." ทำอะไรกันอยู่ครับ..." น้ำเสียงนุ่มทุ้มดังมาแต่ไกลและมันก็ทำให้สองสาวและคนอื่นๆหันไปมองยังทิศทางของเสียง...." เอ๊ะ.... คุณคนที่เคยชนกันกับฉันที่ตลาดนัดนี่คะ.." แพทจำเขาได้ คนที่ชนกับเธอที่ตลาดนัด เธอเป็นคนจำคนได้แม่นด้วยสิ... เพราะด้วยความสูงบวกกับหน้าตาของเขามันเด่นกว่าคนอื่นมันเลยทำให้เธอจำเขาได้ง่ายขึ้น.."ครับพี่สะใภ้... แต่พี่สะใภ้อายุดันน้อยกว่านี่สิ เลยไม่รู้ว่าจะแทนตัวเองว่ายังไงดี..." เอกภพยิ้มให้พี่สะใภ้ของเขาจนตาของเขาเป็นสระอิ ไม่รู้ว่าจะลำดับขั้นกันยังไงดี" อายุมากกว่าก็ต้องแทนตัวเองว่าพ
เอกดนัยมีเรื่องที่จะต้องไปจัดการดังนั้นเขาจึงฝากพิมาญาไว้กับยัยน้ำเน่าเอาไว้ เขาล่ะชังขี้หน้านัก ถ้าไม่ติดว่าเขาต้องขอให้ยัยนี่อยู่เป็นเพื่อนพิมาญาล่ะก็ พอถีบออกจากบ้านไปนานแล่ว...." เดี๋ยวไปทำธุระก่อนนะยัยหน้าเงินเอ่อ.. พิ.. พิมาญา ฉันไปทำธุระข้างนอกแล้วจะรีบกลับ...." จุ๊บ....เอกดนัยจูบลงไปที่ริมฝีปากค่อนข้างแห้งของพิมาญาเป็นเพราะนอนโรงพยาบาลนานมันเลยทำให้ปากที่เคยอวบอิ่มถึงกับแตกแห้งเป็นขุย... น้ำขิงเบ้ปากใส่ด้วยความหมั่นไส้.. โด่เธอก็ได้จุ๊บแพทตี้ของเธอแล้วเถอะ ถึงแม้ว่าจะเป็นการขโมยจุ๊บก็ตามแต่เธอก็ได้จุ๊บแล้ว... แพทตี้พยักหน้ารับคำของคุณเอกดนัยส่งๆ เธอไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรมากนักว่าเขาจะไปไหนหรือทำอะไร ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร เธอรู้สึกว่าตอนนี้เธอว่างเปล่าไปหมด ทั้งความคิดและการกระทำ...เพียงแค่เอกดนัยออกไปจากห้องนั่งเล่นน้ำขิงก็สรรหาคำพูดหรือเรื่องราวมาพูดคุยกับแพท แต่ดูเหมือนว่าแพทก็ยังคงไม่ยินดียินร้าย.. เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี เธอกลัวว่าถ้าเธอปล่อยให้แพทตี้คลาดสายตามันจะทำให้แพทตี้คิดอะไรไม่ดีขึ้นมา ดังนั้นไม่ว่าเธอจะเข้าห้องน้ำหรือหาของกินเธอก็จะลากแพทตี้ให้ต
หลังจากที่แพทตี้ไม่ได้สติไปเกือบสองอาทิตย์ เธอก็ตื่นมาพร้อมกับอาการเบลอๆ เธอไม่แน่ใจว่าเธอเป็นอะไร ร่างกายของเธอรู้สึกปวดร้าวไปหมด ตกลงแล้วเธอเป็นอะไรกันแน่....อือ...เอกดนัยที่เฝ้าพิมาญาตลอดทั้งวันทั้งคืนได้ยินเสียงครางเบาๆของใครบางคนมันก็ทำให้เขาลืมตาขึ้นมาและกวาดตามองหาเสียง แต่เขาก็ไม่พบอะไรผิดปกติเลยสักนิด...." คงแค่ฝันไป.... " เอกดนัยพึมพำอยู่คนเดียวแต่เพียงไม่นานเขาก็ได้ยินอีกครั้งและครั้งนี้มันก็ทำให้เขาดีใจจนน้ำตาไหลออกมา...หมับ!! ฮึก.... ฟอดดด" ตื่นแล้วเธอตื่นแล้วยัยผู้หญิงบ้า...ในที่สุดก็ตื่นสักที... รอแป๊บนึงนะ ฉันเรียกหมอก่อน รอแป๊บนึง..." เอกดนัยรีบกดเรียกพยาบาลและหมอให้เข้ามาในห้องของพิมาญาโดยเร็ว เพียงไม่นานทั้งหมอและพยาบาลก็มายืนเสนอหน้ากันเต็มห้องพักผู้ป่วยของพิมาญา....คุณหมอเล่าทุกอย่างให้พิมาญาฟัง เอกดนัยที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักเขาเห็นน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหล่ออกมาจากวงตากลมโตคู่นั้น... แววตาที่เคยเศร้าตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา.... เขาสงสารพิมาญา เขาจะต้องเอาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้... เขาสัญญาเลย...เพียงแค่หมอและพยาบาลออกไปเขาก็รีบพาตัวเองที่ยังต้องนั่งรถเข
หลังจากที่ครามได้ข่าวของแพทว่าถูกรถชนจนแท้งลูกและไอ้คุณเอกดนัยก็เดี้ยงไปตามๆกัน เขากับป๊าเลยมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงเขาก็มาเจอท่านภพกูลและลูกชายอีกคนของท่าน ทั้งสองคนนั่งอยู่ที่หน้าห้องผู้ป่วยพ่อเขาและเขาเข้าไปทักทายทั้งสองคนด้วยท่าทีที่อ่อนน้อม ลูกชายคนเล็กของท่านภพกูลอายุน่าจะน้อยกว่าเขาสักสามถึงสี่ปี ท่าทางดูเป็นคนนิสัยดีไม่เหมือนคนเป็นพี่..." แพทเป็นยังไงบ้างครับ..." เพราะว่ายังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมได้หลายๆคน เขาจึงต้องถามข่าวคราวจากท่านภพกูลแทน..." ยังทรงตัวน่ะ คงจะต้องรอให้ฟื้นก่อน แต่ก็ต้องรอดูสภาพจิตใจของหนูแพทด้วย ตอนนี้ทางผมก็กำลังให้คนไปตามสืบกันว่าคนขับรถน่ะเป็นคนทำเองคนเดียวหรือว่ามีใครว่าจ้างมา.. เพราะเท่าที่ดูมันเหมือนเป็นการจงใจเอามากๆ...." ภพกูลคิดในแง่ลบไว้ก่อน เขาไม่รู้หรอกว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง รอบตัวเขาต่างก็มีคนต้องการที่จะชิงดีชิงเด่น และต้องการที่จะโค่นล้มตระกูลพวกเขา... ดังนั้นคนที่อ่อนแอที่สุดก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก... หนูแพท แต่มันจะมีใครรู้กันเพราะการจดทะเบียนของสองคนนั้นมันคือการจดแค่เพียงในครอบครัวของเขา" ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะช่วยท่านอีกแร
เอกดนัยโทรบอกคนเป็นพ่อเขาว่าเขาเจอลูกสะใภ้ของท่านแล้ว และตอนนี้ก็อยู่กับเขาด้วยที่สำคัญท้องด้วย พ่อเขาถึงกับดีใจยกใหญ่ บอกว่าจะบินมาหา เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ตอนแรกพ่อบอกว่าจะมาตอนนั้นเลย แต่เขาบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาก็แล้วกัน เพราะมันก็เย็นมากแล้ว ไปไหนมาไหนลำบาก พ่อเขาจึงยอม...." ยัยหน้าเงิน.. พรุ่งนี้พ่อจะมา มาหาเธอมาหาหลาน... แต่งตัวสวยๆนะ เสื้อผ้าฉันจัดไว้ให้เต็มตู้หมดแล้วเลือกใส่ได้เลย กางเกงชั้นในลายสวยๆ เสื้อชั้นในลายสวยก็มี ชุดนอนไม่ได้นอนก็เยอะ เลือกเอาเลยว่าจะใส่อะไร เพราะฉันได้หมดไม่ติด...." เอกดนัยขยิบตาให้กับพิมาญาหนึ่งครั้งเขาขยิบตาได้ไม่นานเขาก็โดนฝ่ามืออรหันต์ทันทีเพี๊ยะ..."โอ๊ยยยย ยัยนี่นิ.. ฟาดลงมาได้ แขนฉันหลุดแล้วเนี่ย.." เสียงเอะอะโวยวายพร้อมกับการเล่นเกินเบอร์ของเอกดนัยดังขึ้นมาทันทีที่พิมาญาตีลงมาที่แขนล่ำๆของเขา" เวอร์แล้วค่ะคุณเอกดนัย... คุณนี่ทุเรศน่าเกลียด คิดได้แต่เรื่องอย่างว่า..." " ก็ไม่ได้ทำนานแล้วนี่.. ครั้งก่อนนู้นนนนน ก่อนที่จะเจอเธอฉันก็ไม่ได้ปลดปล่อยมันออกมาเกือบสามเดือนเลยนะยัยหน้าเงิน.... และครั้งสุดท้ายก็วันนั้น นี่มันก็จะเดือนหนึ่งแล้วไหม... ส
เอกดนัยถึงกับตกใจที่ยัยหน้าเงินตะโกนใส่หน้าเขาต่อคนหมู่มาก... คอยดูเถอะรอให้คนพวกนี้กลับไปก่อนเขาจะชำระแค้นนี้ให้ดู...แต่สิ่งที่เขาคิดไว้มันคือ... ผิดพลาดไปหมด ไม่เพียงคนพวกนี้จะไม่กลับแต่ยังหน้าหนาหน้าทนนั่งเล่นอยู่ในบ้านของเขาราวกับว่าตัวเองไม่มีศาลให้ประจำเป็นหลักเป็นแหล่ง ราวกับเป็นผีไร้ศาลให้ตายเถอะวะ " คุณป๊าลองทานนี่ดูค่ะ แพททำเอง..." แพทตี้ขอให้คนของคุณเอกดนัยไปซื้อของมาให้เธอเพื่อทำกับข้าว เธออยากกินต้มยำกุ้งเปรี้ยวๆ อยากกินยำวุ้นเส้นรสจัดๆ เธออยากกินไก่ผัดพริกแกง... และข้าวสวยร้อนๆ แกงจืดไข่เจียว และในที่สุดเธอก็ได้ทำมันกิน เมื่อก่อนเธอยอมรับว่าเธอต้องประหยัดและอดออม แต่ในเมื่อมีคนหน้าใหญ่พยายามอวดรวยดีนัก เธอก็สนองให้ตามแรงศรัทธา " ตักอันนั้นให้หน่อยสิอยากกิน..." เอกดนัยถึงกับหน้าตึงที่ยัยหน้าเงินตักกับข้าวให้กับคนอื่นโดยที่ไม่ตักให้เขาเลยสักนิด...." ตักเองสิคะ คุณก็น่าจะตักถึง..." อยู่ใกล้แค่นี้ยังจะมาใช้เธออีกบ้าป่ะ..." ตักให้หน่อยสิ... อยากกินอันนั้นอ่ะ " เอกดนัยชี้ไปยังแกงจืดที่ใช้ไข่เจียวทำ เขาไม่เคยกินเลยสักครั้งยัยนี่ตอนอยู่บ้านไม่ยอมทำให้กินเลยสักครั้ง หรือว่าทำ
และสุดท้ายแพทตี้ก็ไม่ได้กลับบ้านจนตอนนี้2ทุ่มเข้าไปแล้วเธอก็ยังตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขาไม่ได้ทำอะไรเธอ การที่เขาไม่ทำอะไรเธอหรือต่อว่าเธอแรงๆมันทำให้เธอรู้สึกกลัวเขาพิลึก เพราะเธอไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาคิดยังไงกันแน่เธอเดาไม่ถูกจริง เขาทำแบบนี้เธอไม่ชินเลยสักนิด..." ยัยหน้าเงินมานี่หน่อยอ๋อไม่สิ ฉันจะต้องเดินไปหาเธอเองถ้ารอให้เธอมาคงจะไม่มีทางเป็นไปได้..." เอกดนัยเดินเข้ามาหาพิมาญาพร้อมด้วยกล่องพัสดุกล่องใหญ่ ซึ่งของพวกนั้นเขาสั่งออนไลน์แบบรวดเร็วทันใจ และที่สำคัญเขาสามารถเช็กระยะการส่งของได้ด้วยแบบนี้สิมันถึงจะดีแพทตี้ก็ยังคงรู้สึกเกร็งทุกครั้งที่อยู่กับเขาขนาดตอนนี้แล้วเธอก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงเลย...เอกดนัยยกชุดเอี้ยมที่ดูน่ารัก(สำหรับเขา)ขึ้นมา ราคาก็ไม่ใช่บาทสองบาท เขาสั่งจากร้านที่เป็นเสื้อผ้านำเข้า ดังนั้นคุณภาพและการตัดมักจะสวยเป็นธรรมดา เขายกขึ้นมาแล้วเอาไปทาบไว้ที่ตัวของพิมาญาทันที"เอาไปใส่ให้ดูหน่อย.. เร็วสิถ้าชักช้าฉันจะใส่ให้เธอเองเลือกเอาว่าจะเอาแบบไหน ใส่เองหรือฉันใส่ให้..." และเขาก็คงเป็นเขาเหมือนเดิม ดังนั้นเธอจึงขอทำเลือกที่จะใส่เองดีกว่า... ก๊อกๆๆ"เสร็จ