มีรถมอเตอร์ไซต์ทั้งหมดห้าสิบหรือหกสิบคันการรวมตัวครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก มีคนทั้งหมดราว ๆ หนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดสิบคนเมื่อเห็นพวกของตัวเองมาถึง เซี่ยชิงชิงและคนอื่น ๆ ก็ยืดหลังเยาะเย้ยเย่ซิว“นายเสร็จแน่!”“วันนี้อย่างน้อยขาทั้งสองข้างของนายก็ต้องเป็นอัมพาต!”“ไอ้โง่เอ๊ย กล้าที่จะไม่โทรเรียกพวกมา คิดว่าตัวเองเป็นจอมยุทธในสมัยโบราณรึไง!”…… “พี่ชิงชิง พวกเรามาแล้ว!”“หมอนี่เหรอที่กล้ารังแกพวกพี่?”เหล่าอันธพาลลงจากรถทีละคน หยิบท่อเหล็ก ประแจและสิ่งอื่น ๆ ออกมา เอียงหัวพลางคีบบุหรี่ไว้ในปาก และมองเย่ซิวอย่างเย็นชาเซี่ยชิงชิงพูดอย่างดุเดือด “จัดการซะ ตีมันให้หนักๆ!”อันธพาลผมสีเขียวคนหนึ่งควงท่อเหล็กในมือ ท่าทางโหดเหี้ยม ก่อนจะฟาดไปที่ศีรษะของเย่ซิวไม่มีทีท่าว่าจะออมแรงแม้แต่น้อยคนปกติทั่วไปหากถูกทุบแบบนี้ หากไม่ตายก็พิการแสงเย็นวาบในดวงตาเย่ซิวคนพวกนี้หยิ่งผยองมากดูจากท่าทางนี่คงไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำแบบนี้แน่นอนผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างส่งเสียงเชียร์อย่างชอบใจ ราวกับว่ากำลังดูละครสนุก ๆแต่ครู่ต่อมา ใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงเย่ซิวจับท่อเหล็กไว้อย่างมั่นคง
ภายใต้การถูกโจมตีสองครั้ง อันธพาลเหล่านี้ก็ไม่ผยองอีกต่อไป หัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนถึงขีดสุดต่อไปเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาคิดจะทำชั่ว ภาพวันนี้ก็จะปรากฏขึ้นในใจและทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะทำเรื่องเลวร้ายอีกจากนั้นเย่ซิวก็เดินเข้าไปหาเซี่ยชิงชิงและคนอื่น ๆพวกเธอเห็นแล้วว่าเย่ซิวนั้นน่ากลัวเพียงใด เขาสามารถเอาชนะอันธพาลกว่าร้อยคนได้ต่อหน้าพวกเธอโดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เลยถ้าพวกเธอไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ฆ่าให้ตายยังไงก็คงจะไม่มีวันเชื่อ “นาย...อย่าเข้ามานะ...ไปให้พ้น...ถ้านายกล้าเข้ามาอีก ฉันจะตะโกนแน่” เซี่ยชิงชิงถอยหลังไม่หยุด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเย่ซิวเดินเข้าไปหาพวกเธออย่างไม่รีบร้อน และพวกเธอก็รู้สึกกดดันในทุกย่างก้าวของเขาเซี่ยชิงชิงกรีดร้องเสียงดัง “ช่วยด้วยค่ะ มีคนคิดจะทำมิดีมิร้ายพวกเรา!”แต่น่าเสียดายที่สายตาของทุกคนกระจ่างชัดเจนคุณลุงและคุณป้าหลายคนในบริเวณใกล้เคียงต่างก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เมื่อได้ยินเซี่ยชิงชิงบิดเบือนความจริงจึงเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นทันที“เด็กน้อยพวกนี้ไร้คุณธรรมจริง ๆ”“ใช่ ตัวเองเป็นฝ
เซี่ยซิ่วซิ่วและคนในครอบครัวต่างก็แพ้ลูกไม้นี้ของเธอเซี่ยซิ่วซิ่วมองไปที่เย่ซิว “เพื่อนนักศึกษาเย่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”เธอมาที่นี่เพื่อเอาสัญญากรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมาให้เย่ซิวตระกูลเซี่ยมีอำนาจไม่น้อย โดยทั่วไปอาจต้องใช้เวลาหลายวันในการดำเนินการ แต่ตระกูลเซี่ยสามารถทำให้เสร็จได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงเย่ซิวไม่ได้พูดเกินจริง เพียงแค่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง หลังจากเซี่ยซิ่วซิ่วได้ยินสิ่งนี้ เหงื่อเย็นก็เริ่มผุดออกมา เธอต้องทำงานหนักและความพยายามอย่างมาก กว่าจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเย่ซิวได้หากไม่ใช่เพราะว่าเธอต้องการรีบนำเอกสารมาให้เย่ซิว ก็คงไม่ได้มาเห็นฉากนี้และมันก็เป็นไปได้สูงที่ความพยายามทั้งหมดที่เธอทำมาตลอดช่วงนี้จะสูญเปล่าเธอเคยเห็นความน่ากลัวของเย่ซิวมาแล้วด้วยตาของตัวเอง ใครก็ตามที่ทำให้เขาขุ่นเคืองไม่มีทางลงเอยด้วยดีสิ่งที่เซี่ยชิงชิงทำลงไปมันจะทำลายตระกูล!นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกรังเกียจนิสัยดื้อรั้นและเอาแต่ใจของน้องสาวตัวเอง เธออดไม่ได้ที่จะตบหน้าเซี่ยชิงชิงอย่างแรงท่ามกลางเสียงตบที่ดังชัดเจน เซี่ยชิงชิงกุมแก้มตัวเอง และมองเซี่ยซิ่วซิ่วด้วย
จุ๊บ!เสียงที่คมชัดดังขึ้น มีรอยริมฝีปากปรากฏบนแก้มซ้ายของเย่ซิวเซี่ยซิ่วซิ่วไม่กล้ามองเย่ซิว ก้มหน้าลง แก้มแดงระเรื่อ“คือ... ฉันยังมีธุระที่ต้องทำ ต้องขอตัวก่อนนะ เพื่อนนักศึกษาเย่ ได้โปรดอย่าโกรธแค้นน้องสาวของฉันเลย ฉันจะสั่งสอนเธอให้ดี”พูดจบเธอก็วิ่งหนีไปด้วยความตื่นตระหนกเย่ซิวแตะแก้มตัวเอง แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อยเขาโตมาขนาดนี้แล้วนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาถูกผู้หญิงจูบ มันรู้สึกดีทีเดียวไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็มาถึงก็เข้ามาจับตัวพวกอันธพาลเหล่านี้ออกไปเพราะมีชาวบ้านใกล้เคียงให้การเป็นพยาน และมีคนแอบถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้จึงสามารถพิสูจน์ได้ว่าเย่ซิวแค่ปกป้องตัวเองอย่างเหมาะสมดังนั้นเขาจึงแค่ไปบันทึกคำให้การที่สถานีตำรวจครู่เดียวแล้วก็กลับมาเซี่ยซิ่วซิ่วส่งข้อความหาเขาถึงสามครั้ง โดยบอกว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องมอบอะพาร์ตเมนต์นี้ให้กับเย่ซิวเพื่อที่เธอจะได้รู้สึกสบายใจไม่อย่างนั้นต่อไปเธอคงไม่มี กะจิตกะใจทำงานให้เย่ซิวได้ในเมื่อเป็นแบบนั้น เย่ซิวจึงทำได้เพียงตอบตกลงก็แค่อะพาร์ตเมนต์ห้องเดียวเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องต่อความยาวสาวความยืดกลับบ้านเขาโทรถามลู่เสวี่ยเอ๋อร์
หากเย่ซิวต้องการจัดการตระกูลเซี่ย ก็ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้เซี่ยซิ่วซิ่วกล่าวอย่างใจเย็น “ต้องสั่งสอนชิงชิงอย่างเคร่งครัด ไม่อย่างนั้นจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นไม่ช้าก็เร็วแน่ค่ะ”เซี่ยเจี๋ยที่อยู่ปลายสายพยักหน้าหนักแน่น “ปู่มีแผนสำหรับเรื่องนี้แล้ว”หลังจากวางสาย เซี่ยเจี๋ยก็โทรหาหมายเลขที่ไม่คุ้นเคยไม่นาน ปลายสายก็กดรับเสียงแหบห้าวดังขึ้น “ในที่สุดก็โทรมาหาฉันสักทีนะ ว่าไง คิดได้หรือยังว่าจะส่งหลานสาวคนไหนมาให้ฉัน?”สีหน้าของเซี่ยเจี๋ยดูเคร่งขรึม “ผมจะส่งชิงชิงไปเรียนรู้กับคุณ แต่จำไว้ว่าเธอจะสืบทอดวิชาจากคุณเท่านั้น ส่วนองค์กรและกลุ่มอิทธิพลอื่นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอ ห้ามยัดเยียดให้เธอเด็ดขาด”ปลายสายหัวเราะเยาะ“เข้าใจแล้ว รีบส่งเธอมาเร็ว ๆ ล่ะ”เซี่ยเจี๋ยเตือนขึ้นอีกครั้ง “จำไว้ว่าห้ามทำร้ายชิงชิง ยังไงเธอก็เป็นหลานของคุณ!”“พูดมาก!”ปลายสายกดวางสายทันทีเซี่ยเจี๋ยโทรออกอีกครั้ง “ไปจับตัวชิงชิงกลับมา”…… เย่ซิวมองโทรศัพท์ครบเวลาหนึ่งชั่วโมงแล้วเขาลุกขึ้นเดินไปที่ห้องของลู่เสวี่ยเอ๋อร์และเคาะประตู“เอาล่ะ ขึ้นมาได้แล้ว ใช้น้ำร้อนชำระล้างสิ่งตกค้างในร่างกาย”
หัวใจของลู่เสวี่ยเอ๋อร์เต้นแรง เธอเดินไปหาเย่ซิวด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย“ฉันต้องทำยังไง? ต้องนอนลงไหม? ต้องถอดเสื้อผ้าหรือเปล่า?”“ไม่ต้อง ผมตรวจแค่ชีพจรก็พอ”ลู่เสวี่ยเอ๋อร์นั่งลงข้างเย่ซิว รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้นที่แท้มันไม่ใช่สิ่งที่เธอจินตนาการไว้เย่ซิววางมือลงบนชีพจรของเธอหลังจากตรวจชีพจรแล้ว เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจชีพจรของลู่เสวี่ยเอ๋อร์แข็งแรงดีมากไม่ได้ด้อยกว่าจอมยุทธระดับหนึ่งอีกต่อไปแช่สมุนไพรอีกสองสามครั้ง สร้างรากฐานร่างกายให้แข็งแกร่ง ก็จะสามารถเริ่มฝึกวรยุทธได้แล้วด้วยรากฐานที่มั่นคงของพวกเธอทั้งสอง เย่ซิวมั่นใจว่าพวกเธอจะสามารถบรรลุไปถึงขึ้นจอมยุทธระดับสามได้ภายในสองเดือนไม่นาน หลิ่วเมิ่งอิ๋นก็เดินออกมาเช่นกันเธอก้มศีรษะลงไม่กล้ามองเย่ซิวเย่ซิวแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นและโบกมือให้เธอ “มานี่ ฉันจะตรวจชีพจรให้”หลิ่วเมิ่งอิ๋นเดินไปหาเขา แต่ก็ยังไม่กล้ามองเขาเย่ซิวตรวจชีพจรของหลิ่วเมิ่งอิ๋น และพบว่ามันดีขึ้นมากเช่นกัน“เอาล่ะ ตอนนี้ก็ดึกแล้ว บวกกับหลังจากแช่สมุนไพรจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ พวกเธอเข้าไปนอนเถอะ”หญิง
ทันทีที่หันศีรษะไป ก็เห็นหลิ่วเมิ่งอิ๋นกอดเขาด้วยมือทั้งสองข้าง ทั้งสองใกล้ชิดกัน ความรู้สึกนั้น ใครก็เข้าใจได้โดยไม่ต้องอธิบายเย่ซิวกดจุดที่แขนซ้ายของหลิ่วเมิ่งอิ๋นเบา ๆ จากนั้นก็หลับตาลงอีกครั้งหลิ่วเมิ่งอิ๋นค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาพอกะพริบตาเธอก็ตระหนักได้ถึงสภาพปัจจุบันของตัวเองทันทีเธอรู้สึกเหลือเชื่อมาก ทำไมเมื่อคืนเธอถึงได้ใจกล้าขนาดนี้?เธอรีบเหลือบมองเย่ซิวอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเขายังคงหลับอยู่ ก็ไม่กล้าอยู่ต่อนาน จึงรีบออกไปอย่างเงียบ ๆหลังจากที่เธอจากไปเย่ซิวก็ลืมตาขึ้นหลังจากนั้นสิบนาที เย่ซิวก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำลู่เสวี่ยเอ๋อร์และหลิ่วเมิ่งอิ๋นออกมาจากห้องทีละคนลู่เสวี่ยเอ๋อร์ทักทายเย่ซิว “อรุณสวัสดิ์ เพื่อนนักศึกษาเย่”เย่ซิวยิ้ม “อรุณสวัสดิ์”หลิ่วเมิ่งอิ๋นก็ทักทายเย่ซิวเช่นกัน แล้วแสร้งทำเป็นถามเขาด้วยท่าทางสบาย ๆ “พี่เย่ เมื่อคืนนอนหลับดีไหมคะ?”“ก็ดี แค่ในฝันรู้สึกเหมือนถูกคนกอด”ความตื่นตระหนกแวบขึ้นมาในดวงตาของหลิ่วเมิ่งอิ๋น เธอฝืนยิ้ม “พี่คงแค่ฝันไป”“ฮ่าฮ่า ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น”หลิ่วเมิ่งอิ๋นรู้สึกค่อนข้างไม่สบายใจ เหมือนมีอะไรแอบแฝงอยู่ในคำพูด
น่าหลันเยียนหรานสวมรองเท้าส้นสูง วิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ววันนี้เป็นวันหยุดของเธอ และเดิมทีตั้งใจจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทแต่ใครจะรู้ว่าระหว่างทางจะได้พบกับอุบัติเหตุทางรถยนต์แบบนี้“หลีกไป หลีกไป ฉันเป็นหมอ!”เด็กสาวรู้สึกตื่นเต้นทันที และรีบเปิดทางให้น่าหลันเยียนหราน “ได้โปรดช่วยคุณปู่ของฉันด้วยค่ะ รถพยาบาลยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะมาถึง”น่าหลันเยียนหรานมาถึงที่เกิดเหตุ และเห็นชายชราคนหนึ่งนอนเลือดท่วมตัวอยู่บนพื้นเขามีบาดแผลที่แขนและขาน่าหลันเยียนหรานจัดการบาดแผลที่แขนของเขาก่อนโชคดีที่เธอเป็นหมอ เธอจึงมีกล่องปฐมพยาบาลไว้ในรถอยู่เสมอแต่เมื่อน่าหลันเยียนหรานเห็นบาดแผลตรงขาของชายชรา เธอก็ขมวดคิ้วไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ไม่สามารถห้ามเลือดได้น่าหลันเยียนหรานถอนหายใจ มองไปที่เด็กสาว “บาดแผลตัดหลอดเลือดแดงใหญ่ แถมยังมีขนาดใหญ่มากด้วย เราไม่มีทางช่วยเขาได้แล้ว”เด็กหญิงตัวเล็กขาอ่อนแทบจะล้มลงไปกับพื้น ใบหน้าของเธอซีดเผือด และคุกเข่าต่อหน้าน่าหลันเยียนหรานพร้อมกับขอร้องอ้อนวอน “ไม่เอานะ ได้โปรดช่วยปู่ของฉันด้วย ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไรก็ตาม”คุณปู่เป็นญาติเพียงคนเดียว
ที่นี่กลายเป็นเหมือนนรกบนดินเย่ซิวพุ่งขึ้นมาจากก้นทะเลในตอนนี้เขาดูโทรมมาก เสื้อผ้าที่สวมอยู่ขาดรุ่งริ่ง แถมยังมีบาดแผลทั้งใหญ่และเล็กนับร้อยจุดทั่วร่างนี่เป็นการบาดเจ็บที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่เขาเกิดมา มันแทบจะทำลายรากฐานของเขาแม้ว่าตอนนี้เขาจะดูสงบมาก แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความอาฆาตและเดือดดาลชนิดที่ยากจะข่มพวกนั้นช่างโหดร้ายอย่างเหลือเชื่อหากการระเบิดนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ของพวกเขาเอง อย่างน้อยหนึ่งหรือสองเมืองคงได้กลายเป็นนรกภูมิ ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะมีวิญญาณผู้บริสุทธิ์จำนวนเท่าไหร่โชคดีที่เย่ซิวเพิ่งทะลวงเข้าสู่ระดับจินตานขั้นกลาง มิฉะนั้นชีวิตของเขาจะตกอยู่ในอันตรายแน่นอนเขาหยิบน้ำเต้าออกมา แล้วดื่มน้ำพุวิญญาณลงไปรวดเดียวหลายกิโลกรัมร่างกายของเขาฟื้นตัวจากบาดแผลอย่างรวดเร็วแสงของจินตานห้าสีที่สลัว ๆ ในตันเถียน เริ่มกลับมาส่องประกายสดใสอีกครั้งเขาไม่กล้าล่าช้า รีบกลับไปอย่างรวดเร็วเด็กสาวสองคนยังอยู่ที่นั่น เขากลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้นเหล่าเจ้าชายได้เริ่มเตรียมแชมเปญเพื่อเฉลิมฉลองแล้วพวกเขาคิดว่าไม่ว่าเย่ซิวจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็คงไม่รอดจากการระเบิดระด
ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดที่ควบคุมเหตุการณ์ครั้งนี้ เมื่อเห็นเย่ซิวชักกระบี่ยาวออกมา ใบหน้าของเขาก็มืดครึ้มลง พลางพูดว่า "คุณคิดจะดึงดันกับพวกเราจนถึงที่สุดจริง ๆ เหรอ? คุณไม่กลัวว่ามันจะนำไปสู่สงครามระหว่างสองประเทศเลยหรือไง!""ฮ่า ๆ ๆ!"เย่ซิวหัวเราะเสียงดังอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก ผู้บัญชาการสูงสุดมีสีหน้าบึ้งตึง "คุณหัวเราะอะไร?!""ก็หัวเราะที่พวกคุณไม่รู้จักประมาณตน หลงตัวเองไงพวกคุณคู่ควรที่จะเป็นศัตรูกับประเทศหลงเถิงของผมด้วยเหรอ?ถ้าไม่ใช่เพราะพวกคุณยอมรับประเทศจ้านอิงตี้เป็นนายเหนือหัว ใช้เวลาไม่เกินสามวัน พวกคุณก็จะถูกกำจัดไปอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เป็นสุนัขแล้วยังกล้ามาทำตัวหยิ่งผยองอีก!"คำพูดที่ไม่ปรานีนี้ได้ยั่วยุคนของประเทศอ่ายเหรินทั้งหมดแล้วพวกเขาต่างมองเย่ซิวด้วยสายตาที่เดือดดาลเย่ซิวไม่ได้เริ่มต่อสู้ทันที ส่วนหนึ่งเพราะเขาต้องการให้ชาวบ้านทั่วไปมีเวลาอพยพเขาไม่ต้องการให้ผู้บริสุทธิ์ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องผู้บัญชาการสูงสุดหัวเราะด้วยความโกรธ "ดีมาก! ปากคอเราะรายดีจริง ๆ! อยากจะรู้นักว่าคุณมีความสามารถมากแค่ไหน! ลงมือ! โจมตีให้เต็มที่เลย!"เขาถอยไปอยู่ด้านหล
ขณะที่พวกเขากำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด รายงานลับฉบับหนึ่งก็ถูกส่งมาวางไว้ตรงหน้าพวกเขาเมื่อพวกเขาอ่านเนื้อหาในรายงานจบ ต่างก็ลุกพรวดขึ้นด้วยความตกตะลึง“เป็นไปไม่ได้!”“เขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไง”“เด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ เขาคนนั้นไม่ใช่...เป็นเขา! เขาคือคนที่ฆ่าเสด็จพ่อ!”“จะปล่อยเขาให้หนีไปง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!”“เรื่องของเราพักไว้ก่อนชั่วคราว มาร่วมมือกันกำจัดเขาก่อน!”เหล่าเจ้าชายตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว จับมือกันเพื่อเผชิญหน้าศัตรูภายนอก เพราะความหวาดกลัวที่เย่ซิวนำมาสู่พวกเขานั้นมันลึกซึ้งเกินไปยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองฝ่ายไม่มีทางที่จะหวนคืนสู่จุดเดิมได้แล้ว จำเป็นต้องมีฝ่ายหนึ่งล้มลงเท่านั้น“ส่งกองทหารรักษาพระองค์ไปสกัดเขา!”“ส่งหน่วยอารักขาของฉันไปด้วย!”“พลังธรรมดาเหล่านี้อาจไม่เพียงพอ เราต้องใช้ทั้งจรวดความเร็วเหนือเสียงและขีปนาวุธประเภทดีล็อกเป้าหมายเขาไว้ด้วย!”“ตอนนี้ไม่มีเวลามากังวลว่าอาวุธใหม่ของเราจะถูกเปิดเผยอีกแล้ว ใช้ทุกอย่างที่มี ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ต้องรั้งเขาไว้ให้ได้!”…… คำสั่งต่าง ๆ ถูกส่งต่อไปอย่างรวดเร็ว และดำเนินการโดยเร็วที่สุด
เมื่อเย่ซิวเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นว่ามีผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งอยู่ในห้องนี้ด้วยเธออายุประมาณสามสิบกว่าปีได้ใบหน้าสวยมาก รูปร่างอวบอิ่ม สวมชุดที่ค่อนข้างน้อยชิ้นเธอกำลังทำท่าออกกำลังกายที่เรียกเลือดกำเดาได้ง่าย ๆจวงเสี่ยวหยิงกับสาวน้อยกำลังทำท่าตามเธอเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ทั้งสามคนก็หยุดลงพร้อมกันผู้หญิงคนนั้นมองเย่ซิวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นเธอก็เบิกตากว้างเธอจำเย่ซิวได้"ในข่าวบอกว่าคุณหนีไปแล้วไม่ใช่เหรอ?""พี่ชาย!""พี่กลับมาแล้ว!"หญิงสาวสองคนวิ่งเข้ามาเย่ซิวเผยรอยยิ้มที่มุมปาก มองผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นแล้วถามว่า "เธอเป็นใคร?"จวงเสี่ยวหยิงอธิบายว่า "พี่สาวคนนี้อยู่ห้องข้าง ๆ เราค่ะ เมื่อกี้นี้เราเห็นเธอออกกำลังกายอยู่ที่ระเบียงก็เลยชวนมาคุยกัน แล้วก็ให้เธอมาช่วยสอนเราด้วย"เย่ซิวพยักหน้า ยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้นอย่างเป็นมิตรผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นจากพื้นรูปร่างของเธอดีมาก แถมยังสวมเสื้อผ้าที่ทั้งวาบหวิวและรัดรูป ชวนให้มองแล้วแทบจะเลือดกำเดาไหล"สะ...สวัสดีค่ะ ตัวจริงคุณหล่อกว่าที่เห็นในทีวีเยอะเลย"ผู้หญิงคนนั้นดูประหม่าเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเย่ซิว
ฐานทัพทหารทั้งหมดของประเทศอ่ายเหรินถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองในชั่วพริบตาภาพเหตุการณ์นี้ถูกดาวเทียมบนท้องฟ้าจับไว้ได้ และส่งต่อไปยังห้องควบคุมของประเทศมหาอำนาจทั้งหลายในทันทีใบหน้าของคนเหล่านั้นเปลี่ยนสีด้วยความตกใจ พวกเขาลุกพรวดขึ้นแล้วรายงานภาพที่เห็นให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ“แค่ก ๆ ๆ...”ชายชราไออย่างหนัก ดวงตาจับจ้องไปยังเบื้องหน้าไม่ละสายตาเบื้องหน้าที่ม่านหมอกปกคลุมอยู่ มีร่างของเย่ซิวยืนถือกระบี่เดินออกมาด้วยลมหายใจที่มั่นคง เขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย“ความสามารถไม่เลว แต่คุณกระทั่งทำให้ผมบาดเจ็บก็ยังไม่มีปัญญา แล้วยังกล้าโลภในร่างกายของผม โง่จริง ๆ”“หนุ่มสาวสมัยนี้ช่างน่าทึ่งจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่เธอครอบครองเนตรจักรพรรดิ” ชายชราหัวเราะเสียงเย็น “แต่ว่านะ ชัยชนะก็ยังคงเป็นของฉันอยู่ดี”พูดจบ เขาก็หยิบเข็มทิศออกมาจากอกเสื้ออย่างรวดเร็ว แล้วโยนมันลงพื้นเย่ซิวรู้สึกถึงอันตราย จึงรีบถอยหลังโดยไม่หยุดคิดสักนิดแต่ก็ยังช้าไปหนึ่งก้าวเข็มทิศขยายตัวขึ้นอย่างเร็วมาก พร้อมปลดปล่อยลำแสงออกมาจนก่อตัวเป็นค่ายกลที่แน่นหนา ปิดล้อมเย่ซิวไว้ด้านในจากนั้นเถาวัลย์นับไม่ถ้วนก็เ
“นั่นใคร”ทันทีเชื่อมต่อสาย น้ำเสียงเย็นชาของหงอีก็ดังขึ้นที่ปลายสาย ฟังแล้วชวนให้รู้สึกขนลุกมาก“ฉันเอง” เย่ซิวตอบด้วยเสียงเรียบปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งว่า “มีเรื่องอะไร?”“เธอรู้จักเฟยอวี่ใช่ไหม พวกเธอมีจุดประสงค์อะไรกันแน่และกำลังร่วมมือกันทำอะไรอยู่”“ไม่เกี่ยวกับนาย มีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีฉันจะวางสายแล้ว”ท่าทีของผู้หญิงคนนี้เย็นชามาก ไม่ได้มองเลยว่าเย่ซิวเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ตู๊ด... ตู๊ด...เย่ซิวยังไม่ทันจะได้พูดต่อ หงอีก็ชิงตัดสายไปก่อนเย่ซิวหัวเราะอย่างโกรธเคือง “ผู้หญิงคนนี้โอหังจริง ๆ”ผู้หญิงคนนี้พลิกลิ้นแสดงให้เห็นถึงการเนรคุณคนได้อย่างชัดเจนแต่เย่ซิวก็สงบอารมณ์ลงอย่างรวดเร็วหงอีนับว่าเป็นคนที่เขาฝึกฝนขึ้นมาเองก็ได้ เขาไม่ได้กังวลว่าเธอจะหลุดพ้นจากการควบคุมของเขาไปโดยสมบูรณ์ตอนนี้ปล่อยให้เธอหยิ่งผยองไปก่อน ในอนาคตยังมีโอกาสจัดการกับเธออีกมากเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เย่ซิวก็ยืดตัวแล้วพุ่งทะยานขึ้นฟ้าครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็มาถึงหน้าฐานทัพแห่งหนึ่งของประเทศอ่ายเหรินเมื่อร่างร่อนลงถึงพื้น เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่
ความรู้สึกนี้ช่างน่าพึงพอใจเสียจนทำให้เถียนเถียนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลยอ่างสมุนไพรที่แต่เดิมสีสันสดใสค่อย ๆ กลายเป็นใสกระจ่างอย่างรวดเร็วร่างกายของเถียนเถียนเองก็พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่งจากนั้น เย่ซิวก็วางมือลงบนหน้าผากของเธอ พลังจิตหลั่งไหลเข้าสู่ภายในในไม่ช้าเขาก็พบจุดที่หงอีใช้ควบคุมเธอ มันเป็นตราสีแดงซึ่งประทับอยู่บริเวณหัวใจตราหนึ่งเย่ซิวไม่ได้ทำลายตรานั้น แต่ใช้พลังจิตสร้างเกราะไร้รูปปกคลุมตราไว้ด้วยวิธีนี้ หงอีจะไม่สามารถใช้ความคิดควบคุมความเป็นความตายของเถียนเถียนได้เพียงแต่แค่นี้ยังไม่พอเย่ซิวใช้พลังจิตกวาดสำรวจร่างกายของเถียนเถียนทั้งภายในและภายนอกทำให้เธออดไม่ได้ที่จะสะดุ้ง ร่างกายเกิดขนลุกขึ้นมาทันที รู้สึกว่าความลับทั้งหมดของเธอถูกเปิดเผยต่อหน้าชายคนนี้แล้วไม่นานเย่ซิวก็ตรวจพบว่าร่างกายของเถียนเถียนมีคุณสมบัติที่เอนเอียงไปทางธาตุน้ำเขาจึงดึงพลังวิญญาณธาตุน้ำของตัวเองออกมาแล้วส่งเข้าไปในร่างของเธอการเสริมความแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ ทำให้เธอสามารถรองรับพลังวิญญาณของเย่ซิวได้เป็นอย่างดี ทำให้ความแข็งแกร่งของเธอเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากหนึ่งชั่วโมงต่
“ฉันรู้ค่ะ ผู้หญิงคนนั้นชื่อเฟยอวี่ใช่ไหม เมื่อวานฉันเพิ่งเจอเธอมา”เย่ซิวมองอย่างเคร่งขรึม “เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”เถียนเถียนตอบ “เหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะไปประเทศจ้านอิงตี้เมื่อไม่นานนี้ แล้วบังเอิญเจอกับราชินีหลังจากนั้นพวกเธอน่าจะทำข้อตกลงบางอย่างกัน ครั้งนี้ที่ราชินีส่งฉันมา ก็เพื่อให้เอาของบางอย่างมาให้เธอแต่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร”เย่ซิวครุ่นคิดอยู่ในใจ สายตาพลันก็จับจ้องไปที่เถียนเถียนสายตาที่เต็มไปด้วยความกดดันนี้ ทำให้เถียนเถียนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เธอบิดตัวไปมาอย่างไม่สบายใจ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างระมัดระวังว่า“คุณเย่คะ คุณต้องการให้ฉันรับใช้คุณหรือเปล่า ไปที่อื่นกันเถอะ”อย่ามองว่าผู้หญิงคนนี้แสดงออกอย่างเชี่ยวชาญ แต่ความจริงแล้วเธอยังไร้เดียงสามากด้วยทัศนคติที่เย่อหยิ่งของหงอีแบบนั้น คนที่เธอจะยอมให้กอดครั้งแรกนั้น ย่อมต้องสะอาดบริสุทธิ์เท่านั้นการแสดงท่าทางยั่วยวนของเธอ ก็เป็นเพียงแค่การอำพรางตัวเพื่อการล่าเหยื่อเย่ซิวส่ายหัว “เธอคิดมากเกินไปแล้ว ฉันไม่ได้สนใจเรือนร่างของเธอ”เถียนเถียนดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อย ผู้ชายแบบเย่ซิว ใครบ้างล่ะจะไม่อยากมีอะไรกับเข
ไม่มีการเคลื่อนไหวที่หวือหวาเกินไป เพียงแค่ฟันไปข้างหน้าเบา ๆคลื่นปราณกระบี่ทรงกลมก็ระเบิดออกมา จากนั้นก็ไม่มีหลังจากนั้นอีกแล้วทั้งห้องเงียบสงัด นอกจากเย่ซิวกับเถียนเถียนที่ยังคงยืนอยู่ คนอื่น ๆ ล้วนตายหมดปึก!เถียนเถียนถึงกับเข่าทรุด ล้มลงไปนั่งกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ในหัวเต็มไปด้วยคำถามนับไม่ถ้วน ร่างกายสั่นสะท้าน แม้แต่ฟันก็ยังสั่นกึก ๆเธอมองไปที่เย่ซิวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวานี่เป็นการดำรงอยู่ที่น่าสะพรึงกลัวแบบไหน?เพียงหนึ่งดาบก็สามารถฆ่าผู้มีพลังวิเศษ นักเวท และนักรบยีนกว่าร้อยชีวิตได้ในพริบตา!"ท่านเป็นใครกันแน่?"เถียนเถียนเงยหน้าขึ้น มองไปที่เย่ซิวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงรูปร่างและหน้าตาของเย่ซิวนั้นซิวบิดเบี้ยวไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับคืนสู่รูปโฉมดั้งเดิมเมื่อเห็นใบหน้านี้ เถียนเถียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกหนัก ๆ"ที่แท้ก็เป็นท่าน ท่านยังไม่ตาย ราชินีพูดไว้ไม่ผิดจริง ๆ"หัวใจของเย่ซิวไหววูบ "หงอีเดาได้แล้วงั้นเหรอ?"เถียนเถียนพยักหน้า "ใช่ค่ะ ตอนนั้นฉันไปรายงานข่าวนี้กับราชินี เธอก็พูดว่าท่านไม่มีทางตายไปง่าย ๆตอนนั้นฉันยังคิดเลยว่าใคร