ท่าทางนั้นทำให้เย่ซิวแทบอดใจไม่ไหว อยากจะกลืนกินเธอทั้งตัวแต่เขาก็ยังอดกลั้นไว้ เพราะความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม เขาไม่ควรทำให้ทุกอย่างพังพินาศ“รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เราจะได้ไปบริษัทพร้อมกัน”พูดจบ เย่ซิวก็เดินออกจากห้องของเธอพร้อมปิดประตูให้เรียบร้อยชูตงยกมือขึ้นกุมหน้าอกพร้อมกับหายใจหอบหนัก ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย? ทำไมใจเต้นแรงขนาดนี้ แถมยังไม่กล้ามองหน้าเขาอีก”เธอส่ายหัวแรง ๆ พยายามสลัดไล่ความคิดสับสนออกไปจากหัวให้หมดเธอลุกจากเตียงก่อนจะเดินเท้าเปล่าไปยังตู้เสื้อผ้าและเปิดออก วันนี้จะใส่ชุดอะไรดีนะ?สุดท้ายเธอก็เลือกเสื้อสีดำกับกระโปรงลายจุดเธอค่อย ๆ ถอดชุดนอนออกแต่เพิ่งถอดออกได้ไม่นาน ประตูก็เปิดผางออกมาจู่ ๆ เย่ซิวก็ยื่นหน้าเข้ามา “ลืมเอามือถือออกมาด้วยน่ะ”“กรี๊ด!”ชูตงร้องลั่นพลางรีบคว้าชุดมาปิดตัวแบบลนลาน ยกมือปิดบนปิดล่างอย่างไม่รู้จะปิดส่วนไหนก่อนดีสุดท้ายเธอก็ย่อตัวลงแทน “ไอ้ลามก ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”เย่ซิวกระแอมเบา ๆ “ผมไม่เห็นอะไรเลย”แน่นอนว่านั่นเป็นคำโกหก ที่จริงเขาเห็นหมดทุกอย่างแล้วเขาเดินไปหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องไ
ชูตงที่กำลังโกรธจัดเพิ่มพลังต่อสู้ขึ้นเป็นสองเท่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกเย่ซิวจับกดลงกับโซฟาได้อย่างง่ายดายากนั้นเธอก็ถูกกดลงบนโซฟา โดนตีไปสองที“ไอ้บ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ มันเจ็บนะ”“ถ้าไม่ปล่อย ฉันจะตะโกนแล้วนะ”“ฉันขอโทษ ประธานเมตตาฉันเถอะ ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”เย่ซิวยกมือขึ้นพร้อมจะลงโทษอีกครั้ง “เรียกว่าพี่เย่สิ แล้วผมจะปล่อยคุณไป”ชูตงเม้มปากแน่น เธอไม่มีวันพูดคำน่าอายแบบนั้นออกไปแน่แต่ลังเลได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น เธอก็ร้องออกมาอีกครั้งเมื่อเย่ซิวทำท่าจะเอาฝ่ามือฟาดลงมา“ฉันยอมแล้ว พี่เย่ ฉันผิดไปแล้ว”รูมเมตที่ยืนดูอยู่ถึงกับตะลึง ก่อนจะคิดในใจว่าเล่นอะไรกันเนี่ยเย่ซิวปล่อยมือจากชูตง หญิงสาวกระโดดลุกขึ้นจากโซฟาถอยหลังอย่างรวดเร็ว พลางลูบตรงที่ถูกเย่ซิวตี สีหน้าดูเหมือนอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตามันต้องบวมแน่ ๆ แล้วถ้ามีคนเห็นจะทำยังไงดีล่ะรูมเมตกระแอมเบา ๆ “ได้เวลาไปทำงานแล้ว ฉันไปก่อนนะคะ ไว้เจอกันนะ”เธอรู้สึกว่าคนสองคนนี้น่าจะเกิดเรื่องอะไรบางอย่างที่ไม่อาจพูดได้แน่ ๆ เลยตัดสินใจรีบหนีไปดีกว่าชูตงมองดูสีหน้าของรูมเมตก็รู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิด แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายย
เมื่อมาถึงบริษัท เย่ซิวดูรอบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปอีกชั้นหนึ่งและพบกับจวงเสี่ยวหยิงที่กำลังทำงานอยู่ตอนนี้เธอได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาสองขั้น แม้จะยังเรียนอยู่ แต่เธอก็เริ่มให้ความสำคัญกับงานมากขึ้นจนมีห้องทำงานเล็ก ๆ เป็นของตัวเองทั้งหมดนี้เป็นผลจากความสามารถของเธอเอง เย่ซิวไม่ได้ใช้เส้นสายช่วยเธอเลย“พี่มาที่นี่ได้ยังไงคะ” จวงเสี่ยวหยิงเห็นเย่ซิวก็รีบลุกจากที่นั่งด้วยความดีใจ ก่อนจะวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทางร่าเริงเย่ซิวลูบหัวเธอเบา ๆ “แวะมาดูว่าน้องสาวของพี่แอบอู้งานหรือเปล่าน่ะสิ”จวงเสี่ยวหยิงย่นจมูกอย่างน่ารัก “ไม่มีทางค่ะ หนูขยันจะตาย”เธอดึงเย่ซิวให้นั่งลงที่เก้าอี้ ก่อนจะรินชาให้แล้วถามว่า “พี่มาที่นี่เพราะจะมาเจาะเลือดหนูใช่ไหมคะ”เย่ซิวพยักหน้าอย่างไม่คิดจะปิดบังอะไรเขาเจาะเลือดเธอไปหลายครั้งแล้ว และการวิจัยก็มีความคืบหน้าอย่างมากอีกแค่ครั้งเดียวก็น่าจะพัฒนาสารอาหารที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มคุณภาพของเครื่องยาสมุนไพรได้สำเร็จเย่ซิวหยิบเข็มฉีดยาออกมาจากแหวนผนึกของจวงเสี่ยวหยิงนั่งลงพร้อมถลกแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นผิวขาวเนียนเย่ซิวปักเข็มลงไปในเส้นเลือดข
“หนูอยาก…ลองจูบดูค่ะว่ามันจะรู้สึกยังไง”คำพูดนี้ทำเอาเย่ซิวถึงกับอึ้งไป ไม่คิดว่าจวงเสี่ยวหยิงจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของเย่ซิวเธอก็รีบอธิบายทันที “คือหนูเห็นในอินเทอร์เน็ตบอกว่าการจูบทำให้คนรู้สึกดี…แถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย ก็เลย…”เย่ซิวหมดคำจะพูด เขาเคาะหน้าผากเธอเบา ๆ ก่อนเอ่ย “เลิกเชื่ออะไรเพี้ยน ๆ จากอินเทอร์เน็ตได้แล้ว เรื่องพวกนี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สักหน่อย ตั้งใจทำงานเถอะ พี่ไปล่ะ”แม้ว่าจวงเสี่ยวหยิงจะน่ารักแค่ไหน แต่เย่ซิวก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรกับเธอในตอนนี้จวงเสี่ยวหยิงแอบกำหมัดแน่น “หนูไม่ยอมแพ้หรอก สักวันหนูต้องจูบพี่ให้ได้”ทันใดนั้นเธอก็ขมวดคิ้วก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ “แปลกจัง ทำไมช่วงนี้ถึงรู้สึกกระสับกระส่ายนักนะ ไม่สบายใจเลย เหมือนกำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นกับฉันยังไงไม่รู้…”……ณ สนามบินทางตอนเหนือของเมืองหลวง วันนี้มีผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งที่ดูแปลกตาเดินทางมาถึงพวกเขามีส่วนสูงเฉลี่ยเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบห้าเซนติเมตรแต่ร่างกายแข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อพวกเขาบางคนหวีผมแสกกลาง บางคนหวีผมเสยไปด้านหลังเรียบกริบ ทุกคนล้วนสวมชุดสูทหรูหร
เขารู้ดีว่าหัวหน้ามีรสนิยมที่วิปริต ชอบทรมานหญิงสาวที่ยังเยาว์วัยและงดงามเป็นพิเศษแต่ด้วยพลังอำนาจและสถานะอันสูงส่งของเขา ต่อให้ทำเรื่องที่เลวร้ายแค่ไหนก็ไม่มีใครกล้าต่อกรใบหน้าที่น่ากลัวของหัวหน้าเผยรอยยิ้มบางเบา เขาตบไหล่ชายหนุ่มเบา ๆ “ทำได้ดีมาก ได้ยินว่านายจะแต่งงานในเดือนหน้านี้ใช่ไหม?”“ใช่ครับหัวหน้า”“งั้นก่อนจะแต่งงานก็พาแฟนนายมาหาฉัน เดี๋ยวฉันจะช่วยฝึกสอนให้เอง”ชายหนุ่มไม่ได้แสดงความโกรธเลยสักนิด ตรงกันข้าม เขากลับดีใจจนหน้าบาน “ขอบคุณครับหัวหน้า ถือเป็นวาสนาของเธอแล้วที่ได้รับการฝึกสอนจากท่าน”……เวลาเลิกงานมาถึงอย่างรวดเร็วชูตงเดินไปพลาง อ่านเอกสารในมือไปพลางเธอกำลังเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งหัวหน้าแผนกในสัปดาห์หน้าเงินรางวัลยี่สิบห้าล้านบาทคือสิ่งที่เธอตั้งใจจะคว้ามาให้ได้จากนั้นเธอก็มาถึงหน้าตึกโดยไม่ทันรู้ตัวชูตงเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางหนึ่ง นั่นคือลิฟต์ส่วนตัวของห้องทำงานเย่ซิว“ชูตง เธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะ” เพื่อนร่วมงานหญิงคนหนึ่งเดินผ่านมาตบไหล่เธอเบา ๆ และเอ่ยถาม“ไม่มีอะไรหรอก” ชูตงส่ายหน้าเหมือนคนทำผิดแล้วถูกจับได้ ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าออกจากบร
เวลาเที่ยงคืนครึ่ง เย่ซิวลืมตาขึ้นช้า ๆ ด้วยแววตาเผยประกายเยือกเย็นน่าสะพรึงกลัวหลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงในการควบคุมพลังวิญญาณ ในที่สุดก็สามารถกดพลังลงได้อีกครั้งทำเอาเย่ซิวถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกก่อนหน้านี้เขายังพยายามอย่างหนักเพื่อเพิ่มพลัง แต่ตอนนี้กลับต้องมากลัวว่าพลังจะเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปช่วงนี้เขาตัดสินใจจะหยุดบำเพ็ญชั่วคราวเพื่อป้องกันการทะลุระดับโดยไม่ตั้งใจเขาลุกขึ้นเทน้ำอุ่นดื่มแล้วนั่งลงบนโซฟา ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามีข้อความในโทรศัพท์จำนวนมาก เขาตอบกลับไปทีละข้อความ จนกระทั่งเห็นภาพที่ชูตงส่งมาพร้อมข้อความประกอบภาพนั้นเป็นบาร์บีคิวพร้อมข้อความว่า: ฉันกำลังกินบาร์บีคิวอยู่แหละ อิจฉาล่ะสิข้อความถูกส่งมาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เย่ซิวแย้มยิ้มบาง ๆ แล้วส่งข้อความกลับไปณ ที่พักของชูตง เธอกำลังเคี้ยวเนื้อแพะอย่างไร้อารมณ์หลังจากที่เสี่ยวเหม่ยกลับมาจากการเอาซุปไปให้แฟนหนุ่มแล้ว เธอก็ซื้อบาร์บีคิวและเบียร์จำนวนมากชูตงจึงถามว่าทำไมไม่ไปอยู่กับแฟนเธอเสี่ยวเหม่ยตอบว่าแฟนเธอทำงานเป็นหัวหน้าคนงานที่ไซต์ก่อสร้าง คงไม่สะดวกเท่าไหร่หากจะให้ผู้หญิงไปอยู่ที่นั่นตอน
ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจหรือไม่รู้ตัว แต่ข้างในนั้นเธอไม่ได้ใส่อะไรเลยเย่ซิวเหลือบมองเพียงแวบเดียวก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเธอชูตงเดินเข้ามานั่งข้างเย่ซิวอย่างเป็นธรรมชาติเสี่ยวเหม่ยเปิดกระป๋องเบียร์แล้วดันไปข้างหน้าเย่ซิว “คุณผู้ชายดื่มเบียร์สักกระป๋องก่อนนะคะ ฉันขอดื่มนำก่อนแล้วกัน”พูดจบ เธอก็เงยหน้ากระดกเบียร์หมดทั้งกระป๋องในคราวเดียวชูตงเอ่ยเตือน “อย่าดื่มเร็วเกินไป เดี๋ยวจะเมาเอานะ”เสี่ยวเหม่ยหัวเราะเบา ๆ “พี่ดูถูกหนูเกินไปแล้ว หนูคอแข็งมากเลยนะ ผู้ชายตัวใหญ่ ๆ สามสี่คนยังสู้ไม่ได้เลย”ในเมื่อฝ่ายหญิงเปิดเกมมาขนาดนี้ เย่ซิวจึงดื่มหมดในอึกเดียวเช่นกันเสี่ยวเหม่ยปรบมืออย่างชื่นชม “สุดยอดไปเลยค่ะคุณผู้ชาย ทั้งหล่อทั้งคอแข็ง มา ๆ ๆ เล่นเกมเป่ายิ้งฉุบดื่มเบียร์กันเถอะ”ตอนแรกมีแค่เธอกับเย่ซิวเล่นกัน แต่ไม่นานชูตงก็ถูกดึงเข้ามาร่วมวงด้วย“ฉันเล่นไม่เป็นนะ”“ไม่เป็นไรพี่ชูตง เดี๋ยวหนูสอนพี่เอง ง่ายจะตายไป”หลังจากสอนอยู่ไม่กี่ครั้ง ชูตงก็เริ่มเล่นได้อย่างคล่องแคล่วแต่เธอดันคออ่อน ดื่มไปไม่กี่กระป๋องก็หน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้ม มองอะไรก็เห็นเป็นภาพซ้อนเต็มไปหมด“พี่ชูตงนี่คออ่อนเก
เสี่ยวเหม่ยยังคงยั่วยวนเย่ซิวอย่างต่อเนื่องตอนแรกเย่ซิวยังพอทนได้ แต่หลังจากถูกยั่วยวนอยู่หลายครั้งเขาก็หมดความอดทนเขาอุ้มเธอขึ้นมาแล้วก้าวยาว ๆ พาเธอเข้าไปในห้องนอนทันทีเสี่ยวเหม่ยที่อัดอั้นมานานบวกกับความมึนเมาทำให้เธอมีพลังเหลือล้นในช่วงชั่วโมงแรกเธอเหมือนอยู่ในสภาวะไร้สติ เคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณของร่างกายล้วน ๆแต่หลังจากนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกตัวและตระหนักได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทว่ากลับไม่สามารถหยุดตัวเองได้เธอทำได้เพียงหลับตาลง พยายามไม่คิดว่าการกระทำนี้จะเป็นการทรยศคู่หมั้นของตัวเอง และทุ่มเททั้งกายและใจให้กับค่ำคืนนี้ในที่สุดหลังจากที่ผ่านไปสักพัก เสี่ยวเหม่ยก็นอนหอบหายใจหนักอยู่บนเตียงอย่างหมดแรงเธอหันหลังให้เย่ซิว ทั้งไม่อยากและไม่กล้าหันไปมองเขาเย่ซิวเข้าใจดีว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ จึงลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเย็นจากนั้นเขาก็เดินไปดูชูตงที่กำลังนอนหลับอยู่เธอดูนอนหลับสบายมากเย่ซิวยิ้มบาง ๆ แล้วนอนลงข้าง ๆ ก่อนจะโอบเธอเข้ามาในอ้อมแขนอีกด้านหนึ่ง เสี่ยวเหม่ยลุกขึ้นจากเตียงอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเดินกระเผลกไปยังห้องน้ำในห้องต
ชายคนหนึ่งในกลุ่มมองสลับไปมาระหว่างเย่ซิวกับอลิสด้วยความสงสัย “คุณผู้หญิง แฟนของคุณไม่ใช่เอ็ดเหรอ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เขานี่”ผู้มีพลังวิเศษทั้งสี่คนเริ่มเพิ่มความระมัดระวังตัวขึ้นในทันทีอลิสเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ดูไม่ออกเหรอ ฉันนอกใจไงล่ะ”ผู้มีพลังวิเศษทั้งสี่คนถึงกับอึ้งไปในทันทีนี่พูดเรื่องนอกใจได้เต็มปากขนาดนี้เลยเหรอ?อลิสยืดอกด้วยท่าทางทรงอำนาจ “ฉันขอเตือนไว้ก่อน จะค้นก็เชิญค้นไป แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปแม้แต่คำเดียว ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยพวกคุณไว้แน่อีกอย่าง ฉันจะบอกให้นะว่าพ่อของฉันเป็นประธานแห่งซีเรียสกรุ๊ป”ซีเรียสกรุ๊ปเป็นหนึ่งในห้าสิบบริษัทใหญ่ของประเทศจ้านอิงตี้ มีอำนาจมหาศาลและยังมียอดฝีมือ ผู้มีพลังวิเศษ และทหารดัดแปลงอยู่ในมืออีกมากมายผู้มีพลังวิเศษทั้งสี่คนเปลี่ยนสีหน้ากลายเป็นจริงจังและเคารพอลิสมากขึ้นซีเรียสกรุ๊ปเป็นองค์กรที่พวกเขาไม่มีวันกล้าหาเรื่องแน่ด้วยเหตุนี้ ทั้งสี่คนจึงไม่กล้าสร้างปัญหาให้เย่ซิวอีกและเริ่มตรวจค้นบ้านต่อไปห้องนอนของเธอถูกตรวจสอบโดยผู้มีพลังพิเศษหญิงคนหนึ่ง โดยพวกเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้อลิสโกรธไม่
อลิสเข้าใจความหมายในสายตาของเย่ซิวทันที จึงเปลี่ยนคำพูดของตัวเองไปว่า “โอเค เดี๋ยวฉันไป แล้วฉันพาคนไปด้วยได้ไหม?”เมื่อได้รับคำตอบจากปลายสาย อลิสก็ตัดสายโทรศัพท์ทันทีเธอโยนโทรศัพท์ลงแล้วใช้สองมือโอบคอเย่ซิว “นายสนใจสมาคมผู้มีพลังวิเศษงั้นเหรอ?”แฟนเก่าเธอเองก็เป็นผู้มีพลังวิเศษ แต่อยู่ในระดับต่ำสุดคือระดับหนึ่ง เขาเข้าร่วมองค์กรผู้มีพลังวิเศษกึ่งทางการกึ่งเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อครู่นี้เขาโทรมาหาเธอบอกว่าพรุ่งนี้ตอนเย็นจะมีการจัดงานเลี้ยงและชวนเธอไปร่วมงานด้วยไม่ว่าจะเป็นหน้าตา รูปร่าง หรือบุคลิกของอลิสล้วนไม่แพ้บรรดาดาราหญิงที่กำลังโด่งดัง แถมครอบครัวเธอยังร่ำรวยอีกด้วยเย่ซิวพยักหน้าเล็กน้อยองค์กรแบบนี้ทำให้เขารู้สึกสนใจไม่น้อยถ้าเขาสามารถจับปลาตัวใหญ่มาสักสองสามตัวได้ก็คงจะดียิ่งขึ้น“ฉันช่วยนายหาที่นั่งในงานได้ นายจะขอบคุณฉันยังไงดี?” อลิสเอ่ยด้วยสายตาเร่าร้อนพลางจ้องมองเย่ซิว “มาเป็นแฟนของฉันดีไหม? ฉันจะยกทุกอย่างให้นายเลย ทั้งตัวฉันและทรัพย์สินของฉัน”บางคนก็เป็นแบบนี้ แค่ได้พบกันเพียงไม่นานก็ทำให้รู้สึกว่าเขาคือคนที่คู่ควรจะฝากชีวิตไว้ด้วยเย่ซิวส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไ
หัวใจของอลิสเต้นเร็วขึ้น พร้อมกับความรู้สึกสะใจเหมือนได้แก้แค้นในเมื่อนายสามารถทรยศฉันได้ แล้วทำไมฉันถึงจะทรยศนายบ้างไม่ได้ล่ะ?เมื่อคิดถึงตรงนี้ แววตาของอลิสก็เผยความบ้าคลั่งออกมาเล็กน้อยเธอก็อยากจะปลดปล่อยตัวเองให้เต็มที่สักครั้งเหมือนกัน“อย่าไปเลยนะ คืนนี้อยู่กับฉันก่อน ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว”เย่ซิวตั้งใจจะผลักเธอออก แต่ทันใดนั้นเขาก็หยุดชะงักเขาอุ้มเธอขึ้นมาแล้วเดินออกไปข้างนอกในทันทีเดิมทีเขาตั้งใจจะออกไปแล้ว แต่จู่ ๆ พลังจิตของเขาก็สัมผัสได้ว่ามีผู้ใช้พลังพิเศษจำนวนมากอยู่ข้างนอก และพวกนั้นก็กำลังตรวจค้นรอบบ้านในบริเวณกว้างนอกจากนี้ บนท้องฟ้ายังมีโดรนจำนวนมากบินวนไม่หยุดและพวกนี้ไม่ใช่โดรนธรรมดาสำหรับถ่ายภาพวิวที่ขายตามท้องตลาด แต่เป็นโดรนทางการทหารที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงนับคร่าว ๆ ก็มีอย่างน้อยหนึ่งหมื่นลำบินวนอยู่เหนือเมืองทั้งเมืองในสถานการณ์เช่นนี้ หากเย่ซิวถูกพบตัว แม้ว่าเขาจะหนีรอดได้ หรือถ้าหากเขาเอาจริงก็สามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้แต่ราคาที่เขาต้องจ่ายก็คงมหาศาลตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะปะทะกับพวกนั้นโดยตรงทางที่ดีที่สุดคือค่อย ๆ พัฒนาตัวเองไปเรื่
อันที่จริงเย่ซิวก็ไม่ได้เชี่ยวชาญวิชาดำดินมากนักตอนที่ฝ่าวงล้อมเขาก็ไม่ได้ปล่อยพลังจิตออกมามากเกินไปเหตุผลข้อแรกคือ เมื่ออยู่ใต้ดิน การปล่อยพลังจิตออกไปข้างนอกจะสูญเสียพลังมากกว่าตอนอยู่บนพื้นดินหลายเท่าข้อที่สองคือเขากังวลว่าหากประเทศจ้านอิงตี้ได้พัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับพลังจิตได้ ตัวเขาเองก็จะถูกเปิดโปงได้ง่ายด้วยเหตุนี้เขาจึงมุ่งหน้าไปอย่างเงียบ ๆ เป็นเวลาหลายนาทีโดยไม่ได้รับรู้ถึงอันตรายใด ๆ ในบริเวณนั้น จากนั้นก็โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือพอเขาโผล่ขึ้นมาก็เจอเข้ากับสถานที่ที่เต็มไปด้วยไอหมอกเขาดันบังเอิญเข้าไปในห้องน้ำของบ้านใครบางคนโดยไม่ได้ตั้งใจท่ามกลางไอน้ำที่พร่ามัว เขาเห็นเงาร่างหญิงสาวคนหนึ่งกำลังทำความสะอาดร่างกายของตัวเองอยู่เธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างสูงโปร่ง สูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรรูปร่างงดงามราวกับปีศาจ แต่มาพร้อมใบหน้าสวยงามประดุจเทพธิดาอารมณ์ของอลิสในตอนนี้เต็มไปด้วยความหงุดหงิดเธอมีแฟนที่คบกันมาหลายปี และทั้งคู่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันแต่เมื่อวานนี้เธอเพิ่งจับได้ว่าแฟนของเธอนอกใจคนที่แฟนของเธอนอกใจด้วยกลับเป็น
อาวุธในมือของพวกนั้นล้วนเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย เป็นอาวุธเลเซอร์ที่ยังไม่ถูกปล่อยออกสู่ตลาดและมีระยะการโจมตีไกลถึงห้ากิโลเมตรเย่ซิวหลบหลีกอย่างต่อเนื่องพร้อมกับอดชื่นชมไม่ได้ว่ากำลังรบของประเทศจ้านอิงตี้นั้นไม่ธรรมดาหากเขาถูกโจมตีโดยอาวุธเลเซอร์เหล่านี้มากเกินไปก็อาจจะได้รับผลกระทบไม่น้อยหน่วยรบเขี้ยวพิษกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์ พุ่งตรงมาไล่ล่าเย่ซิวพวกเขาต่างมองออกว่าเย่ซิวแข็งแกร่งกว่าพรีเอลล์มากเย่ซิวคิดในใจก่อนจะปล่อยจอมมารโลหิตออกมา ทันทีที่ปรากฏตัว จอมมารโลหิตก็ส่งเสียงคำรามลั่นก่อนจะพุ่งตรงเข้าไปทันทีเพียงไม่นานก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นหมวกที่หน่วยรบเขี้ยวพิษสวมใส่ปล่อยคลื่นสมองพิเศษที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อจอมมารโลหิตเขารีบกลับมาหาเย่ซิวด้วยสีหน้าหวาดกลัว “นั่นมันอะไรน่ะ วิญญาณที่ข้ากลืนไปเมื่อกี้นี้เสียเปล่าหมดเลย”เย่ซิวมีสีหน้าตึงเครียดเล็กน้อยกลุ่มศัตรูพวกนี้มีอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงขั้นมีวิธีรับมือกับพลังวิญญาณโดยเฉพาะด้วยแต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรเย่ซิวสะบัดมือเหวี่ยงหอกยาวในมือออกไปอย่างแรงหอกนั้นเปล่งประกายเจิดจ้าพร้อมด้วยพลังจิตที่เขาแฝงไ
“บ้าเอ๊ย! ทำไมพวกมันถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?!”ผู้รับผิดชอบฐานลับถอยออกมาจากวงต่อสู้ยืนมองเย่ซิวกับพรีเอลล์ที่กำลังถล่มศัตรูอย่างดุเดือด ทำให้ใจเขารู้สึกสั่นสะท้านแต่ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมทันที “ยังไงซะ พวกแกก็อย่าหวังว่าจะหนีออกไปได้เลย”สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ปุ่มอีกอันหนึ่งที่พกติดตัวอยู่ปุ่มนี้คือสวิตช์สำหรับทำลายล้างตัวเองของฐานลับนี้!ใต้ดินมีการฝังระเบิดจำนวนมากไว้ เมื่อกดปุ่มจะเกิดการระเบิดที่รุนแรงจนสามารถเขย่าฟ้าสะเทือนดินได้เขาประเมินสถานการณ์ในใจด้วยพลังการต่อสู้ที่สองคนนี้แสดงออกมา แม้ระเบิดทั้งหมดจะถูกจุดชนวนก็อาจจะยังไม่สามารถฆ่าพวกเขาได้แต่ถึงตายก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเหลือให้เก็บเกี่ยวเลยอย่างน้อยแค่เก็บตัวอย่างเลือดหรือชิ้นส่วนเนื้อเยื่อมาเพื่อการวิจัยก็เพียงพอแล้วเมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็หันหลังวิ่งออกไปทันทีก่อนจะขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่เขาเร่งเครื่องจนสุด ขี่ออกไปด้วยความเร็วสูงจนเสียงเครื่องยนต์คำรามก้อง เมื่ออยู่ห่างออกมาราวยี่สิบกิโลเมตรแล้ว เขาก็หยิบสวิตช์ระเบิดขึ้นมากดอย่างแรงตูม! ตูม! ตูม!เสียงระเบิดดังสนั่นจนแก้วหูแทบ
พรีเอลล์เห็นว่าเย่ซิวไม่ได้คิดจะแย่งสร้อยไปจากเธอจึงแอบถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากใต้หน้ากากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มตูม!ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งเรือก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอาคมป้องกันด้านนอกถูกทำลายลงแล้วและก็เป็นจังหวะที่พวกเขาหาของมีค่าทั้งหมดในห้องเสร็จพอดีเย่ซิวโยนหอกยาวเล่มหนึ่งให้พรีเอลล์ ส่วนตัวเองก็คว้าหอกอีกเล่มเอาไว้ก่อนจะพุ่งออกไปพร้อมกันพวกเขาเจอกับกลุ่มทหารชุดแรกที่เพิ่งบุกเข้ามาทั้งสองฝ่ายเริ่มการต่อสู้ทันทีโดยไม่มีคำพูดใด ๆ “พวกแกเป็น…”“อ๊าก!!”ทั้งสองพุ่งเข้าใส่โดยไม่รอให้ใครพูดจบเสียงไซเรนดังสนั่นไปทั่วด้านนอกทหารฝีมือดีจำนวนมากรีบวิ่งเข้ามาพร้อมใช้อาวุธในมือยิงโจมตีไม่ยั้งชายชราในกลุ่มผู้บังคับบัญชาผู้มีผมสีขาวแต่ใบหน้าอ่อนเยาว์มองพวกเขาด้วยสายตาตื่นตะลึง “เป็นไปได้ยังไง ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมในเรือถึงยังมีคนรอดชีวิตได้?”ผู้รับผิดชอบฐานลับร้องตะโกนพลางถอยหลัง พร้อมกับหยิบอุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนภัยออกมากดอย่างแรง“อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้ แม้ต้องสละชีวิตก็ต้องหยุดพวกมันไว้ พวกมันอาจมีความลับเกี่ยวกับการมีชีวิตอมตะก็เป็นได้”พวกเ
เย่ซิวใช้เวลาสองสามนาทีในการถอดรหัสอักขระบนประตู ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องเป็นคนแรกทันทีที่เข้าไป เขาก็เห็นผู้หญิงสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางห้องผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใช้มีดสั้นแทงเข้าไปในท้องของอีกคน ส่วนอีกคนก็เสียบมือทะลุเข้าไปในหัวใจของเธอพรีเอลล์รีบวิ่งไปดูใกล้ ๆ แล้วสำรวจดูอย่างละเอียดผู้หญิงทั้งสองคนดูสวยมาก และจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ดูเหมือนว่าพวกเธอจะเป็นเจ้าหญิงแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่พวกเธอก็ยังคงแผ่รัศมีความสง่างามตามธรรมชาติออกมา“นี่มันอะไรกัน?”พรีเอลล์หยิบของที่คล้ายเข็มทิศออกมาจากมือของผู้หญิงคนหนึ่ง มันเต็มไปด้วยอักขระที่ซับซ้อนเย่ซิวเหลือบมองแค่ครั้งเดียวก็เอ่ยขึ้น “นี่น่าจะเป็นศูนย์ควบคุมของทั้งเรือลำนี้คาดว่าตอนที่เจ้าของเรือลำนี้ถูกเล่นงาน และตอนที่กำลังจะตาย เขาน่าจะเปิดใช้งานอาคมของเรือ ทำให้เรือล่มทั้งลำไปพร้อมกัน”พรีเอลล์มองเขาด้วยสายตาชื่นชม ดวงตาเป็นประกาย “ว้าว นายนี่เก่งจริง ๆ สุดยอด ฉันชอบนายมากเลย”เย่ซิวยังคงสีหน้าราบเรียบ “ประจบไปก็เปล่าประโยชน์ ยังไงของที่ได้มาก็ต้องแบ่งตามที่ตกลงกันไว้”เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ถึงแ
ทุกคนต่างดีใจเป็นอย่างมาก“โชคดีมากที่เจอวัสดุแบบนี้”หลังจากเปิดห้องติดต่อกันสิบกว่าห้องโดยไม่มีอะไรเลย ในที่สุดเย่ซิวก็พบของในห้องหนึ่งที่ดูหรูหรากว่าห้องอื่น ๆเจ้าของห้องนี้น่าจะมีสถานะค่อนข้างสูงดูได้จากขนาดห้องและการตกแต่งภายในเจ้าของห้องเป็นชายวัยกลางคน บนนิ้วมีแหวนผนึกของสวมอยู่แต่แหวนนี้มีขนาดเล็กกว่าแหวนของเย่ซิว มีพื้นที่เพียงหนึ่งลูกบาศก์เมตรเท่านั้นในแหวนผนึกของมีอุปกรณ์เวทมนตร์อยู่หลายชิ้นและยังมีวัสดุอีกจำนวนไม่น้อย โดยของที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือแร่สีเหลืองดินขนาดเท่าฝ่ามือชิ้นหนึ่งแร่ชนิดนี้เป็นวัสดุสำคัญมากชนิดหนึ่งในการหลอมสร้างร่างแยกธาตุดินพรีเอลล์มองแหวนผนึกของด้วยสายตาเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยด้วยสายตาปิ๊ง ๆ “ให้ฉันได้ไหม”“ไว้ค่อยคุยกันตอนออกไปข้างนอก” เย่ซิวตอบแบบขอไปที ของล้ำค่าแบบนี้จะให้เธอได้ยังไงล่ะ?หากมีแหวนผนึกของแบบนี้มากขึ้น ในอนาคตเวลามีการต่อสู้ เขาจะสามารถแอบส่งอุปกรณ์พวกนี้ไปที่สนามรบได้โดยไม่มีใครรู้และปล่อยออกมาในครั้งเดียวโดยไม่ให้ศัตรูรู้ตัว รับรองได้เลยว่าจะทำให้ศัตรูประหลาดใจอย่างแน่นอน“ไม่เอาน่า เอามาให้ฉันเถอะนะ” พรีเอลล์เอ่