แชร์

บทที่ 487

ผู้เขียน: อี้ซัวเยียนอวี่
ณ ตำหนักวั่นโซ่ว

ไทฮองไทเฮาทรงเอ็นดูหรงเฟยเป็นพิเศษโดยไม่ปิดบัง

นางตั้งใจให้หรงเฟยนั่งอยู่ในตำแหน่งถัดจากตน พร้อมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“เมื่อคืนเจ้านอนหลับดีหรือไม่?”

หรงเฟยพยักหน้าตอบ ลำพังแค่นั่งอยู่ตรงนั้น ก็ดูสง่างามแสนเรียบง่าย

พระสนมคนอื่น ๆ ทั้งอิจฉาทั้งริษยา ต่างก็ไม่มีกะจิตกะใจจะชมการแสดงงิ้วเลย

ไทเฮาก็ทรงรู้สึกกระวนกระวายเช่นกัน

ก่อนที่การแสดงงิ้วจะเริ่มขึ้น ไทฮองไทเฮาทรงตรัสกับทุกคนว่า

“เรื่องที่หรงเฟยกลับเข้าวัง พวกเจ้าก็คงรู้กันหมดแล้ว

“สิ่งที่ข้าอยากพูดในวันนี้ ก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้น”

เมื่อเอ่ยมาถึงตอนนี้ นางก็หันไปมองไทเฮา

“ในตอนนั้นหรงเฟยป่วยหนัก ไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ทั้งยังถูกฝังอย่างเร่งรีบ จนเกือบถึงแก่ชีวิตทั้งที่อายุยังน้อย

“ข้าสงสัยว่านางอาจจะถูกคนลอบทำร้าย จึงสั่งคนไปสับเปลี่ยนร่างที่อยู่ในโลง

“สิ่งที่โชคดีคือ สวรรค์เมตตา หรงเฟยยังไม่ตาย เพียงแต่เพราะนางอ่อนแออย่างหนัก จึงทำให้อวัยวะในร่างกายหยุดทำงานชั่วคราว”

เหล่าพระสนมได้ยิน ถึงแม้จะตระหนกตกใจ ทว่าก็ยอมรับได้

อย่างไรเสียเรื่องของคนผู้นี้ที่ “ฟื้นคืนชีพ” ก็ไม่ถึงกับน่าอัศจ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
Ramai Thonganan
วกมาทำการสืบอีกล่ะ
goodnovel comment avatar
eclair_t
เออ! ต้องให้ได้อย่างนี้สิเต้ ค่อยสมกับที่เอาใจช่วยหน่อย เหยียบหน้าไทฮองไทเฮา อิแก่ปสด ไปบ้าง จะได้รู้ตัวซะที
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 488

    เซียวอวี้ขมวดคิ้ว คำพูดของไทฮองไทเฮาเมื่อครู่ ทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน และตกใจอย่างคาดไม่ถึงหรงเฟยแท้งบุตรเมื่อใด!?นางสนมเจียปากไวเอ่ยขึ้นทันที“ไทฮองไทเฮา หรงเฟยเคยแท้งบุตรหรือ? เหตุใดหม่อมฉันถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน?”คนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าประหลาดใจเช่นกันไทฮองไทเฮาทรงจับมือของหรงเฟย พร้อมกับรู้สึกเสียใจ“นั่นเป็นเรื่องหลังจากที่ฝ่าบาททรงออกไปทำศึกแล้ว “ตอนนั้นหรงเฟยก็มีอาการป่วยอยู่ เดิมทีแล้วจึงไม่ได้สนใจเรื่องนั้น และไม่รู้ว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ด้วย“จนกระทั่ง...”เอ่ยมาถึงตอนนี้ นางเจตนามองไปทางไทเฮาแวบหนึ่งไทเฮาทรงจดจำเรื่องราวในอดีตได้เช่นกัน กลางฝ่ามือมีเหงื่อซึมออกมานางหลบเลี่ยงสายตาเชิงตำหนิของไทฮองไทเฮา ในใจรู้สึกกระวนกระวายเรื่องการตั้งครรภ์ของหรงเฟย นางเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ความจริง อีกทั้งยังเป็นคนทำร้ายโดยทางอ้อมอีกด้วยหากมิใช่นางขัดขวางหมอหลวงเหล่านั้นไว้ หรงเฟยในตอนนั้นคงไม่ถึงกับ “สองชีวิตในหนึ่งร่าง” เช่นนี้เรื่องนี้นางไม่เคยกล้าบอกกับผู้ใดเลย กลัวว่าหลังจากฮ่องเต้ทรงทราบ จะยิ่งเกลียดนางที่มีฐานะเป็นไทเฮาผู้นี้ทว่าท้ายที่สุดแล้วความจริงก็ไม่มีทางป

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 489

    เซียวอวี้มั่นใจว่า เรื่องที่ตนเองเคยทำ จะไม่มีวันลืมอย่างเด็ดขาดเขาไม่เคยแตะต้องหรงเฟย!ถึงแม้จะเมาสุรา เขาก็ไม่ถึงกับทำเรื่องต่ำทรามเช่นนั้นทว่าหรงเฟยก็ดูเหมือนไม่มีเหตุผลที่จะโกหกพวกเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์ และยังเป็นสหายร่วมเรียนมาด้วยกัน ในตอนแรกที่เขาขึ้นครองบัลลังก์ นางก็ช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่ นางจะโกหกเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ได้อย่างไรหรงเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และฝืนยิ้ม ทว่านัยน์ตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่แตกสลาย“ท่านจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร“เรื่องในคืนนั้น เดิมทีแล้วก็เป็นความผิดพลาด“หม่อมฉันจะลืมมันไป และหวังว่าท่านก็จะลืมเช่นกัน อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นหนามยอกอกระหว่างท่านกับฮองเฮาเลยเพคะ”เซียวอวี้ลุกขึ้นอย่างกะทันหัน และจ้องนางด้วยสายตาเคี่ยวเข็ญ“มู่หรงหลัน อาศัยว่าที่ผ่านมาพวกเรามีความผูกพันกันมายาวนานหลายสิบปี อย่าโกหกเรา เด็กคนนั้นเป็นบุตรของเราจริงหรือ”หรงเฟยกัดเนื้อนุ่ม ๆ ในริมฝีปาก และพยักหน้าอย่างยากเย็น เซียวอวี้รู้สึกหายใจไม่ทัน มือกำหมัดไว้แน่น จนกระดูกข้อต่อนิ้วถูกบีบเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร!หลังจากเงียบไปนาน เขาก็พูดเพียงประโยคเดียว“

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 490

    ณ ตำหนักฉางเล่อหรงเฟยนำหลักฐานการติดต่อระหว่างเฉินอ๋องกับเสนาบดีเหล่านั้นมาถวาย“นี่คือสิ่งที่บิดาสืบสวนจนพบเพคะ เขาสงสัยแต่แรกว่าเฉินอ๋องมีเจตนาแอบแฝง จึงแสร้งผูกมิตรกับเขา เพื่อสืบหารายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดเหล่านั้น”หรงเฟยนำหลักฐานเหล่านี้มาแสดง ลดความยุ่งยากให้กับเซียวอวี้ได้ไม่น้อยหลังจากเขาดูแล้ว ก็เอ่ยออกมาอย่างจริงจัง“บิดาของเจ้ามีความดีความชอบ”แววตาของหรงเฟยดูแน่วแน่และภักดี“ความจงรักภักดีต่อกษัตริย์คือหน้าที่ของบิดาอยู่แล้ว การช่วยให้ฝ่าบาททรงคลายความกังวลในพระทัยได้นั้นถือว่าดี สองวันที่ผ่านมา เพราะเรื่องของเฉินอ๋อง ท่านทรงงานยุ่งจนดึกทุกวัน ตอนนี้ก็ได้หยุดพักหายใจหายคอเสียที”วันนี้เซียวอวี้มาที่ตำหนักฉางเล่อ ก็เพราะหลักฐานในมือของหรงเฟยเหล่านี้เมื่อก่อนพวกเขาก็เป็นเช่นนี้ เขาปกครองราชสำนัก หรงเฟยก็อาศัยกำลังของคนในตระกูลช่วยเหลือเขานางไม่เหมือนสตรีทั่วไป แค่มองดูนุ่มนวลอ่อนหวาน แท้จริงแล้วลงมืออย่างเฉียบขาด และมักจะคิดหาวิธีการใหม่ ๆ อยู่เสมอเขาให้นางคอยเป็นผู้ช่วยอยู่หลายเรื่อง ดังนั้นที่ว่าวังหลังไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการปกครอง แต่ไหนแต่ไรมานางจะได้รับการยก

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 491

    ลมหายใจของเซียวอวี้พลันหยุดชะงักไปในทันที พลางหมุนตัวเดินเข้าไปจับแขนของนางเอาไว้“เจ้าจักออกจากวังไปตามหาคนชุดคลุมดำใช่หรือไม่ ได้ เราอนุญาติให้เจ้าออกไปสืบความได้”น้ำเสียงของเซียวอวี้สั่นเครือเล็กน้อย “เจ้าอยากจะไปสืบหา ก็ไปสืบมาได้เลย”เฟิ่งจิ่วเหยียนมองตรงไปที่เซียวอวี้ด้วยท่าทีสงบ ในแววตาหาได้มีร่องรอยความอาทรณ์ใด ๆ ไม่“มิใช่เพียงแค่ตามหาคนคลุมชุดดำเท่านั้นเพคะ ฝ่าบาท การออกไปในครานี้ หม่อมฉันจักไม่กลับมาอีกแล้ว”ดวงตาเรียวหงส์ของเซียวอวี้พลันหรี่เล็กลงมา แสดงให้เห็นท่าทีไม่สบอารมณ์ของเขาได้ในทันที ทว่า ก็ยังคงท่วงท่าใจเย็นเอาไว้“เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระอันใดกัน? ในสัญญาระบุเอาไว้ว่าหนึ่งปี...”“ท่านจำผิดแล้วพคะ เป็นครึ่งปีต่างหาก” เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันยื่นสัญญาในมือให้กับเขาในทันทีเซียวอวี้จึงรีบเปิดสัญญาออกมาโยไว ใบหน้าอันหล่อเหลาเต็มไปด้วยอารมณ์ประหลาดใจ ตกใจ ทั้งยังรู้สึกเสียใจยิ่งนักในใบสัญญาเขียนเอาไว้ว่าครึ่งปีจริง ๆ !หากแต่เขามั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ว่าในคราที่ตกลงกันนั้น สัญญามีระยะเวลาเป็นหนึ่งปี!เช่นนั้น ความเป็นไปได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนั่นคือนางเปล

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 492

    เมื่อเหลียนซวงเดินเข้ามาด้านในตำหนักนั้น พลันเห็นฉากกั้นล้มลงไปอยู่กับพื้นในทันที“ฮองเฮาเพคะ ท่านอยากจะไปจากที่นี่จริง ๆ หรือเพคะ?”น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความทุ้มลึก“ใช่ ส่วนคดีของตระกูลเฉินนั้น ข้าจักจำเอาไว้”คนชุดคลุมดำผู้นั้นก็มีส่วนร่วมในการสังหารราชครูเฉินเช่นเดียวกันใบหน้าของเหลียนซวงเต็มไปด้วยความกังวลมากมาย“ฮองเฮาเพคะ บ่าวเกรงว่าฝ่าบาท…”“เขาจักเข้าใจมันได้เอง” ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันหม่นแสงลงหากว่ามิอาจหลีกเลี่ยงได้แล้วไซร้ นางก็มิอยากจะก่อเรื่องจนทำให้ทุกคนรับรู้เรื่องราวทั้งหมดเช่นเดียวกันคืนนั้น เซียวอวี้นอนไม่หลับทั้งคืนภายในใจราวกับมีเพลิงสุมอยู่ในอกเขาคิดว่าตัวเองจักสามารถมีเวลาอยู่กับฮองเฮาอีกหนึ่งปีมาโดยตลอดแต่นางกลับลอบเปลี่ยนจากหนึ่งปีเป็นครึ่งปี!เขาที่มั่นใจว่าตนเองจักสามารถค่อย ๆ พิชิตใจนางได้นั้น แต่นางกลับวางแผนที่จะหนีหายไปจากเขามาตั้งแต่แรก!ในใต้หล้า เหตุใดถึงมีสตรีไร้ใจเช่นนางได้กัน!วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เซียวอวี้ว่าความยามเช้าเสร็จแล้วนั้น เขาก็เสด็จมาที่ตำหนักหย่งเหอในทันทีเหล่าทหารองครักษ์ต่างพากันเฝ้าเวรยามด

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 493

    ม่านลูกปัดพลันถูกเปิดออก ยามที่เห็นว่าตนเองกำลังถูกอุ้มเข้าไปในมุ้งนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงคว้าผ้าม่านเอาไว้แน่น ทว่า แรงที่จะจับนั้นหาได้มีไม่ขณะที่เซียวอวี้ค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้านั้น ม่านก็ค่อย ๆ หลุดจากมือนางไปเรื่อย ๆ ยามที่เห็นม่านค่อย ๆ ทยอยปิดเข้าหากัน นัยน์ตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเต็มไปด้วยความโกรธเล็กน้อย..เซียวอวี้อุ้มนางมายังข้างเตียง ก่อนจะช่วยนางปลดปิ่นปักผมไม้และผ้าคาดหัวลงมาด้วยความระมัดระวังผมสีดำราวน้ำหมึกจึงค่อย ๆ ล่วงตกลงมา นิ้วเรียวยาวของเซียวอวี้พลันลอดผ่านเส้นผมไปจับที่ท้ายทอยของเฟิ่งจิ่วเหยียน ดวงตาของเซียวอวี้พลันเต็มไปด้วยร่องรอยอารมณ์มากมาย“วันนี้เราตั้งใจจะคุยกับเจ้าดี ๆ“หากว่าเจ้ารักษาสัญญาจะจากเราไปเมื่อครบสัญญาหนึ่งปี เราก็คงมิต้องโมโหเช่นยามนี้“แต่เจ้ากลับไม่ฟังคำเรา ทั้งยังยึดถือในวิถีของตนเองยิ่งนัก“เราจึงได้แต่จำเป็นจักต้องใช้วิธีการของเราเอง เพื่อบังคับให้เจ้ารักษาสัญญา”เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้แรงกัดริมฝีปากของตนเองเอาไว้ เพื่อให้ตนเองได้สติอยู่เสมอเซียวอวี้ที่มองออกว่านางจักทำอันใดนั้น จึงเอ่ยเตือนขึ้นมาว่า“เรามิได้บอกแล้วหรือ หากเ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 494

    เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นช่วงบ่ายแล้วเหลียนซวงที่คอยอยู่ข้างกายนาง แววตาเต็มไปด้วยความกังวลใจมากมาย“ฮองเฮาเพคะ ท่านเป็นเช่นไรบ้างเพคะ?”เฟิ่งจิ่วเหยียนลุกขึ้นนั่ง พร้อมทั้งพยายามรวบรวมพละกำลังของตนเองอีกครั้งกำลังภายในของนางฟื้นคืนมาแล้ว ทว่า ร่างกายกลับอ่อนแอยิ่งนักริมฝีปากของเฟิ่งจิ่งเหยียนซีดเผือด พร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย“ฮองเฮาเพคะ ฮูหยินเฟิ่งเข้ามาในวังเพคะ”การมาของฮูหยินเฟิ่งในครานี้ เพื่อมาเกลี้ยกล่อมเฟิ่งจิ่วเหยียนฮูหยินในยามนี้ดูจะแก่ลงมากนัก ทั่วร่างของนางคล้ายกับอ่อนแรงเต็มที“สถานะของเจ้า ฝ่าบาททรงล่วงรู้หมดแล้ว“พระองค์ยังเรียกตัวบิดาของเจ้าเข้ามาในวังอีก ทั้งยังเล่าเรื่องของเจ้าอีกด้วย“เหตุใดลูกถึงสะเพร่าโง่เง่าเช่นนี้“ในเมื่อเจ้าแต่งให้กับฝ่าบาทแล้ว เหตุใดจึงอยากจากไปเล่า?“ฝ่าบาทมีพระเมตตา ไม่คิดถือสาหาความใดกับตระกูลเฟิ่งและตระกูลเมิ่งเรื่องโทษหลอกลวงเบื้องสูง ทั้งยังร่วมเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลาหนึ่งปีกับเจ้าอีก เจ้าลองคิดดู หากเรื่องสัญญาถูกเผยแพร่ออกไปเมื่อใด ผู้คนหาได้ต่อว่าฝ่าบาทเป็นคนผิดในเรื่องนี้ไม่……”เฟิ่งจิ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 495

    แววตาของเซียวอวี้พลันเต็มไปด้วยความมืดครึ้ม ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังเศษกระเบื้องที่ตกลงบนพื้น ร่างสูงจึงลุกขึ้นยืนในทันทีพร้อมเงาร่างใหญ่ที่พาดผ่านลงมา“เราคือฮ่องเต้“ภายใต้อำนาจขององค์จักรพรรดินั้น หาได้มีอิสรภาพไม่“ไม่ว่าเจ้าจะโกรธก็ดี ไม่พอใจก็ดี เจ้าก็มิอาจฝ่าฝืนมันไปได้“หากเราเป็นเจ้า เราจักไม่มีทางใช้วิธีการที่โง่เง่าเช่นการท้าท้ายขีดจำกัดของฮ่องเต้เช่นนี้”น้ำเสียงที่เรียบนิ่งของเซียวอวี้พลางเจือไปด้วยความองอาจที่มิอาจฝ่าฝืนไปได้ความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นยามที่อยู่ชายแดนใต้นั้น เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่เขาทิ้งสถานะของฮ่องเต้เพียงชั่วครู่ เพื่อให้นางตายใจ ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ยังเป็นฮ่องเต้ผู้เลือดเย็นอยู่เช่นเดิมเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันหัวเราะเยาะเย้ยกับตัวเอง“หม่อมฉินคิดว่า ท่านให้สิทธิ์หม่อมฉันได้เลือกเสียอีก”ที่เขาโกรธนั้น หาใช่เพราะนางปรับเปลี่ยนสัญญาเป็นครึ่งปีไม่ แต่เป็นเพราะเขาไม่คิดที่จะปล่อยนางไปตั้งแต่แรกอยู่แล้วเซียวอวี้เชยคางของนางขึ้นมา ก่อนจะใช้แววตาเฉียบคมก้มลงไปมอง“มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าสามารถวางใจได้“เรื่องระหว่างเรากับเจ้านั้น เราไม่มีทางใช้ตระกูลเฟิ่งแล

บทล่าสุด

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 962

    จวนพลทหารนายหญิงเฟิ่งฟื้นเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนหน้า นางปฏิเสธข้อเสนอของฝ่าบาทและฮองเฮา——เรื่องพักฟื้นในวังเพราะว่า มีบางเรื่อง นางต้องพูดกับอาอิ๋งให้ชัดเจนนายหญิงเฟิ่งถูกหมัวมัวในวังพามาส่ง สีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไรนักโจวซื่อผู้เป็นลูกสะใภ้ประคองนางนั่งลงบนเตียง ใบหน้าแสดงความห่วงใยไม่น้อย“ท่านแม่ ร่างกายของท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”นางได้ยินองครักษ์พูดว่า ท่านแม่เป็นลมหมดสติไปในวังการเข้าวังในครั้งนี้ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? นายหญิงเฟิ่งตบหลังมือของลูกสะใภ้ “ไม่มีอะไร ประเดี๋ยวจะมีแขกมาหา เจ้าพานางเข้ามาได้เลยนะ”“เจ้าค่ะ”ไม่นาน หลิวอิ๋งก็มาถึงโจวซื่อโค้งให้หลิวอิ๋งเล็กน้อย จากนั้นก็พูดกับนายหญิงเฟิ่งอย่างเหมาะเจาะ “ท่านแม่ ข้าขอไปดูเฉียวเอ๋อร์ก่อนนะ”เฉียวเอ๋อร์คือลูกสาวของนางกับเฟิ่งเหยียนเฉิน อายุสองขวบ อยู่ในช่วงวัยที่กำลังติดคนนายหญิงเฟิ่งพยักหน้าให้โจวซื่อ “อืม ไปเถอะ ฝากปิดประตูด้วยนะ”หลังจากปิดประตู ภายในห้องก็เหลือแค่สองพี่น้องหลิวอิ๋งนั่งลงข้างนายหญิงเฟิ่ง ถามอย่างร้อนใจ“ท่านพี่ ฮองเฮาทรงว่าอย่างไรบ้าง?”ถึงแม้จะถามออกไปเช่นนี้ แ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 961

    อารมณ์ของนายหญิงเฟิ่งซับซ้อนอย่างมาก พลันน้ำตาไหลพรากออกมากลับได้ยิน หยวนเส่ากล่าวต่อ“แม้นหลิวอิ๋งจะตั้งท้องลูกของคุณชาย ฮูหยินเฒ่ายังไม่ยอมดังเดิม“นางให้เงินตระกูลหลิวไปก้อนหนึ่ง เพื่อให้พวกเขาได้กินอยู่อย่างสุขสบาย แต่มีข้อแม้อยู่สองอย่าง อย่างแรกคือให้หลิวอิ๋งเอาเด็กออก และอย่าได้คิดที่จะเข้ามาในจวนตระกูลเฟิ่ง ส่วนอีกอย่างคือ…”นางมองนายหญิงเฟิ่ง “ต้องตัดความสัมพันธ์กับท่าน”นายหญิงเฟิ่งไม่คิดเลยว่า เรื่องมันจะเป็นเช่นนี้คำพูดต่อมา เฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นคนเล่าเอง“เงินเหล่านั้น เดิมทีมากพอให้ตระกูลหลิวมีกินมีใช้ แต่น่าเสียดายที่บุตรชายของพวกเขาไม่เอาไหน เอาแต่เที่ยวกินติดพนัน จนกิจการตระกูลล่มจมหมดตัว“ส่วนน้าหญิง นางไม่ได้ทำแท้งตามที่ตระกูลเฟิ่งบอกในตอนนั้น แต่พาลูก พร้อมสินสมรสมากมาย ไปแต่งงานกับพ่อค้าผู้หนึ่ง ณ ที่ห่างไกล“ยามที่ตระกูลหลิวอับจนหนทาง เพราะหนี้สิน เคยไปขอความช่วยเหลือที่เจียงโจว แต่กลับถูกปฏิเสธไล่ตะเพิดออกมานอกประตู”นี่คือเรื่องที่นางส่งคนไปสืบที่เจียงโจวเมื่อนายหญิงเฟิ่งรู้ต้นสายปลายเหตุทั้งหมด บริเวณหน้าอกพลันบีบรัด ในหูมีเสียงอื้ออึงดังขึ้นมาไม่หย

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 960

    นายหญิงเฟิ่งไม่สามารถยอมรับได้ในขณะนั้น น้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง แอบตั้งท้องกับเฟิ่งหลิน!นางรับได้ที่น้องสาวจะแต่งงานกับเฟิ่งหลินในตอนนี้ แต่กลับรับไม่ได้ที่พวกเขาโกหกนาง และทรยศนาง!เจิ้งจีอายุเท่าเหยียนเฉินหากสิ่งที่จิ่วเหยียนพูดมาคือความจริง เช่นนั้น ช่วงที่นางกับเฟิ่งหลินเพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ อาอิ๋งก็คง…นายหญิงเฟิ่งหายใจอย่างเจ็บปวด ออกแรงจับกุมมือของเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้ มองบุตรสาวอย่างมีความหวัง“จิ่วเหยียน มันคือเรื่องจริงหรือ? พวกเขา…”ความเจ็บปวดระยะยาวไม่เท่าความเจ็บปวดระยะสั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้าอย่างจริงจัง“ใช่ ข้าไม่เอาเรื่องแบบนี้มาโกหกท่านหรอก”การฟังความเพียงข้างเดียว อาจทำให้ท่านแม่เชื่อได้ยากนางจึงหาพยานหลักฐานมาด้วยหนึ่งชั่วยามต่อมา อู๋ไป๋ก็พาหญิงชราคนหนึ่ง มาที่ตำหนักหย่งเหอหญิงชราผู้นั้นผมหงอก ก้าวเดินอย่างโซเซอู๋ไป๋ยืนอยู่นอกตำหนัก ปล่อยให้นางเข้าไปเองคนเดียวหญิงชราโค้งคำนับให้เฟิ่งจิ่วเหยียน การสั่งสอนที่ฝังลึกอยู่ในร่างกาย ทำให้นางทำความเคารพได้อย่างถูกต้อง“ข้าน้อย ถวายบังคมฮองเฮา”หญิงชราอายุราว ๆ เจ็ดสิบแปดสิบ ฟันหลุดไปแล้วหลายซี่ทว่

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 959

    นายหญิงเฟิ่งรู้สึกผิดต่อน้องสาวมาก หลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่อาอิ๋งมาขอความช่วยเหลือจากนาง นางอยากเข้าร่วมงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในวัง นางคิดว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำให้อาอิ๋งสมปรารถนาให้ได้วันรุ่งขึ้น นางเข้าวังขอเข้าพบฮองเฮาภายในตำหนักหย่งเหอสองแม่ลูกนั่งอยู่ด้วยกัน มีเพียงหว่านซิวอยู่รับใช้เพียงคนเดียว ไม่มีเรื่องต้องห้ามอะไรนายหญิงเฟิ่งพูดอย่างจริงจัง“ฮองเฮา ทางบ้านของแม่เหลือเพียงท่านน้าของเจ้าแล้ว“นางเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของข้า หลายปีมานี้ ข้าไม่ได้ดูแลนางให้ดี“สามีของนางจากไปเร็ว เด็กกำพร้ากับหญิงหม้าย ใช้ชีวิตอย่างลำบาก...”เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่รู้สึกสงสาร ถามนางอย่างตรงไปตรงมา“ท่านอยากจะพูดอะไร?”คำพูดของนายหญิงเฟิ่งถูกขัดจังหวะ จึงยิ่งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆนี่เป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของนางก็จริง ทว่าด้วยเหตุที่ไม่ได้เลี้ยงจนโตด้วยตนเอง หรืออาจเป็นเพราะบุตรสาวคนนี้อยู่ในค่ายทหารมาหลายปี บนร่างจึงเจือด้วยรังสีฆ่าฟัน มีนิสัยทำอะไรเด็ดขาด ตนจึงรู้สึกกลัวนางอยู่บ้างนายหญิงเฟิ่งหลุบตาลงและค่อย ๆ พูดว่า“ข้า...ข้าได้ยินว่าใกล้จะถึงงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในวังแล้ว ท่านน้

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 958

    เฟิ่งจิ่วเหยียนกวาดตามองเหล่าทหารใหม่หลายร้อยนายนั้น แล้วหันไปสั่งการอู๋ไป๋“คะแนนสอบกลศึกของทหารเหล่านี้ ไม่ให้แต้มแม้แต่แต้มเดียว”อู๋ไป๋ยืดคอตั้งตรง เผยให้เห็นความหยิ่งยโสอยู่หลายส่วน“พ่ะย่ะค่ะ!”ทหารหลายร้อยนายเหล่านั้นเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมการสอบประเมินทหารใหม่ที่เพิ่งเข้าค่ายทหารนั้น ครอบคลุมไปถึงกลศึก การขี่ม้ายิงธนู และการวาดแผนที่เป็นต้นคะแนนสอบที่สูงหรือต่ำนั้น ใช้ตัดสินว่าพวกเขาจะได้เป็นทหารทัพไหนทัพกลางดีที่สุดทัพซ้ายและขวา สองทัพนี้รองลงมาที่แย่ที่สุดคือกองเสบียง กองดูแลอาวุธ ที่อนาคตไม่มีโอกาสได้เข้าสู่สนามรบยามนี้แค่คำพูดเดียวของฮองเฮา ก็ทำให้คะแนนกลศึกของพวกเขากลายเป็นศูนย์ ใช้อำนาจรังแกคนชัด ๆ!“ฮองเฮา เพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ!”เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้อธิบายให้มากความ“ในเมื่อรู้ว่าสตรีเป็นทหารไม่ง่าย ก็ต้องเห็นคุณค่าของโอกาสในตอนนี้ของพวกเจ้าให้ดี“พอถูกสตรีนำหน้า ก็อับอายจนโมโห ทำไม อยากให้ข้าชมพวกเจ้าว่ามีอนาคตยาวไกล จะต้องเอาชนะกองทัพสตรีได้แน่อย่างนั้นรึ?“ทหารทุกนาย วิ่งรอบค่ายร้อยรอบ!”เหล่าทหารใหม่ที่ถูกกดขี่บีบบังคับได้แต่ทำ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 957

    ใกล้จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว วันนี้เป็นวันหยุด เฟิ่งเหยียนเฉินจะพาโจวซื่อไปบ้านพ่อตาเพื่อส่งของขวัญเทศกาลไหว้พระจันทร์ล่วงหน้าระหว่างที่โจวซื่อกำลังช่วยเฟิ่งเหยียนเฉินสวมเข็มขัด สาวใช้ก็เข้ามาในห้อง แล้วรายงานอยู่ข้างฉากบังลม“ใต้เท้า ฮูหยิน แม่หญิงหลิวผู้นั้นมาอีกแล้วเจ้าค่ะ!”สองสามีภรรยามองตากันด้วยสีหน้าจนปัญญาเฟิ่งเหยียนเฉินขมวดคิ้วถาม“นางมาทำอะไร”“มาอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ”โจวซื่อกดแขนของเฟิ่งเหยียนเฉิน เงยหน้ามองเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ท่านพี่ อย่าบุ่มบ่าม ถึงอย่างไรก็เป็นแขกของท่านแม่ พวกเราเป็นคนรุ่นหลัง จะไล่คนไปก็คงไม่ดี คอยสังเกตการณ์เงียบ ๆ จะดีกว่า”เฟิ่งเหยียนเฉินกดอารมณ์ร้อนของตนลงเมื่อนึกได้ว่าอีกซักครู่ยังต้องไปบ้านท่านพ่อตา เช่นนั้นก็ช่างเรื่องท่านน้า เขาเพียงสั่งข้ารับใช้ว่า “ปกป้องท่านแม่ให้ดี”“ขอรับ ใต้เท้า!”นายหญิงเฟิ่งพักอยู่ที่เรือนรองนางพาหลิวอิ๋งเดินชมด้านในจวนพลทหารรอบหนึ่งหลังจากคนทั้งสองเดินกลับถึงเรือนรอง หลิวอิ๋งก็จับมือนาง แล้วกล่าวด้วยความกระดากใจอย่างยิ่งว่า“พี่หญิง เรื่องเมื่อวานเป็นข้าที่เลอะเลือนเอง

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 956

    จวนพลทหารเฟิ่งเหยียนเฉินเห็นแก่ท่านแม่ จึงฝืนใจยอมนั่งโต๊ะเดียวกับคนที่เรียกว่าเป็นน้าหญิงสกุลโจวก็เห็นแก่หน้าแม่สามีเหมือนกัน ไม่ถือสาเรื่องที่ผ่านมา มีไมตรีจิตรกับน้าหญิงคนนี้สีหน้าหลิวอิ๋งแสดงออกถึงท่าทีรู้สึกผิด ยกจอกสุราลุกขึ้นมา“เรื่องในวันนี้ เป็นเรื่องเข้าใจผิด“พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ควรทะเลาะกันเช่นนี้“พี่สาว อภัยให้ข้าด้วย ข้าคิดถึงเรื่องของท่านพ่อท่านแม่กับน้องชาย จึงล่วงเกินเจ้า ล่วงเกินหลานสะใภ้”นางยกจอกสุราคารวะนายหญิงเฟิ่งนายหญิงเฟิ่งใจอ่อน “อาอิ๋ง เจ้าเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของข้า ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้”นางไม่ได้เลี้ยงดูส่งทั้งสองท่านเป็นครั้งสุดท้าย เป็นสิ่งที่นางเสียใจที่สุดในชีวิต ไม่โทษที่หลิวอิ๋งต่อว่านาง ต่อหน้าทุกคน“พี่สาว เหยียนเฉิน ข้าดื่มหมดจอก!” หลิวอิ๋งดื่มสุราในจอกจนหมดเฟิ่งเหยียนเฉินไม่พูดอันใดตลอดมื้ออาหารครั้งนี้จนหลังทานอาหารค่ำแล้วเสร็จ หลังจากทุกคนส่งน้าหญิงกลับไปแล้ว เขาค่อยพูดกล่อมท่านแม่“ข้าคิดว่า น้าหญิงคนนี้ไม่ควรผูกมิตร ต่อไปท่านไปมาหาสู่นางน้อยหน่อย”นายหญิงเฟิ่งขมวดคิ้ว“เหยียนเฉิน อย่างไรนั่นก็เป็นน้องสาวของข้า เป็นญ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 955

    เฟิ่งหลินโกรธจนขำหัวเราะ“เก้ามิ่งก็คือเก้ามิ่ง ข้ายังจะโกหกเจ้าได้รึ?“หลิวอิ๋ง เจ้ายังไม่ได้แต่งงานเข้ามา ก็ก่อเรื่องวุ่นวายให้ข้าขนาดนี้ ต่อไปจะไม่ยิ่งกว่านี้รึ?“วันนี้ หากเจ้าไม่ไปขอโทษ งั้นการแต่งงานระหว่างเจ้ากับข้า ก็ยกเลิก!”หลิวอิ๋งมือสั่น หว่างหัวคิ้วมืดคล้ำ “ได้! ข้าไปขอโทษ! ทว่าไม่ใช่เพราะท่านข่มขู่ข้า เป็นเพราะข้าคำนึงถึงท่าน ไม่อยากให้จวนตระกูลเฟิ่งเสื่อมเสียชื่อเสียง”นายท่านเฟิ่งรู้จักนางดีตั้งแต่ต้นแล้วเขาส่งเสียงเมิน “หากเจ้าหวังดีกับข้าจริง ๆ ก็จะไม่บีบบังคับให้ข้าแต่งงานกับเจ้า !”คำพูดประโยคนี้ทิ่มแทงใจหลิวอิ๋งนางหัวเราะเย้ย“ซานหลาง ข้าบีบบังคับเจ้าจริง ๆ หรือ? เราแต่งงานกัน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของกันและกันหรือ?”นางต้องการอำนาจกับทรัพย์สินเปิดเส้นทางการค้าระหว่างแต่ละแคว้น อาศัยเพียงสถานะป้าของฮองเฮา ยังไม่เพียงพอนางยังต้องส่งลูกสาวไปยังตำแหน่งสูงศักดิ์ส่วนเฟิ่งหลิน เขาต้องการลูกสาวที่เชื่อฟัง คลอดโอรสให้กับตระกูลเฟิ่งของพวกเขาทันใดนั้น เฟิ่งหลินพูดอะไรไม่ออก ไม่สนใจนาง สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกไปข้างนอกห้องตรงระเบียงทางเดินสาวใช้พูดเ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 954

    หลิวอิ๋งมาถึงจวนตระกูลเฟิ่ง วางมาดเป็นเหมือนนายหญิงกลับจวน นำรังนกยื่นให้สาวใช้“นำรังนกไปตุ๋น เดี๋ยวข้าจะดื่ม”สาวใช้ยื่นมือทั้งคู่รับมา ไม่กล้าที่จะละเลยพ่อบ้านเหลือบมองรังนก แล้วก็แอบส่ายหัวฮูหยินในอนาคตคนนี้หาเงินเก่งก็จริง ทว่าใช้จ่ายเงินก็ไม่ธรรมดาหากให้นางดูแลจัดการจวนตระกูลเฟิ่ง จะมีชีวิตที่ดีได้หรือ?หลิวอิ๋งอายุสี่สิบกว่า ปกติใช้เงินจำนวนมากในการบำรุงดูแล ใช้ผงแป้งไข่มุกทุกวัน แลดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงอย่างน้อยเจ็ดแปดปีวันนี้นางแต่งตัวสวมชุดกระโปรงเบาสบายทันสมัย กล่าวกันว่าเป็นแบบที่ฝ่าบาทออกแบบให้กับฮองเฮาด้วยพระองค์เอง เมื่อสวมใส่แล้วมีความสง่ากล้าหาญ นางคิดว่า คู่ควรกับสถานะของนางที่เป็นหญิงแกร่งทางการค้าเวลานี้ มุมหนึ่งตรงระเบียงทางเดิน อี๋เหนียงหลินกับสาวใช้ยืนอยู่ตรงนั้น แอบมองดูอยู่สาวใช้แสดงสีหน้าสมน้ำหน้า“อี๋เหนียง นายท่านโกรธขนาดนี้ แม่หญิงหลิวคนนั้นโชคร้ายแน่”สายตาอี๋เหนียงหลินแฝงไปด้วยความเกลียดแค้น ชิงชัง มือออกแรง แทบอยากฉีกผ้าเช็ดหน้าให้ขาด“สารเลว! อย่าให้นางเข้ามาอยู่ที่นี่ดีที่สุด!”……หลิวอิ๋งเข้าไปในห้องโถงหน้า ก็เห็นเฟิ่งหลินจับจ้องต

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status