Share

3.ผู้ขโมยคัมภีร์ (1)

Author: rasita_suin
last update Last Updated: 2025-02-23 14:27:46

“กรี๊ดดด”

เทียนเหวินไม่อาจยืนนิ่งได้อีกแล้ว แม้รู้แก่ใจว่าหลี่ไห่ฉินกำลังจ้องจับผิดตนอยู่ ทว่าเขาเคยช่วยนางมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จะให้มองเฉยย่อมทำไม่ได้ ทว่าเพียงขยับเท้ากลับต้องชะงัก เมื่อมีร่างของใครคนหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากบรรดาศิษย์ของสำนักฝั่งใต้

“อาจารย์ใหญ่”

ทว่าหญิงสาวที่เพิ่งก้าวออกมาเอ่ยได้เพียงคำเดียว พลังเทพเซียนรุนแรงก็แผ่ออกจากร่างของเสี่ยวเหลียนราวต่อต้าน โดยที่ไม่มีผู้ใดคาดถึง และกระแทกเข้าใส่เจ้าสำนักเจียงซินที่ลงมือจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งเจียอิน หลี่ไห่ฉิน และผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาต่างผงะไถลถอยหลังไปหลายก้าวด้วยแรงปะทะ

“พลังนั่น”

อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งกับอาจารย์ฝูหมิงต่างก็หันไปทางเทียนเหวิน ทั้งสองรู้ในทันใดว่าเป็นปราณเทพเซียนมังกร เพราะทั้งสองต่างก็เป็นเทพมังกรเช่นลูกศิษย์หนุ่มผู้เป็นทายาทสวรรค์

ร่างบอบบางของเสี่ยวเหลียนทรุดลงแล้วถึงกับกระอักเลือดออกมา ด้วยไม่อาจสะกดปราณที่มากเกินตัวของตนเอาไว้ สีหน้าเจ้าตัวเต็มไปด้วยความทรมาน

“เสี่ยวเหลียน”

ศิษย์สำนักฝั่งใต้รีบขยับเข้ามาก่อนผู้อื่น หากก็ไม่สามารถเข้าใกล้อีกฝ่ายได้

“หลินเฟย เจ้ารู้จักนางหรือ”

เจิยอินที่ช่วยประคองเจ้าสำนักเจียงซินถามผู้เป็นศิษย์น้อง เจ้าตัวอึกอักแต่ก็ยอมพยักหน้า ด้วยความเป็นห่วงเสี่ยวเหลียนจึงไม่ได้อธิบายสิ่งใด

เสี่ยวเหลียนมองหลินเฟยอย่างขอความช่วยเหลือ ร่างกายถูกพันธนาการด้วยเชือกเวท ผู้ที่มีวิชาติดตัวเพียงน้อยนิดเช่นตนหรือจะช่วยตัวเองได้ ทั้งปราณภายในยังปั่นป่วน ร้อนดังราวจะเผาผลาญทำลายตน

เทียนเหวินจะขยับกายอีกครั้ง เพราะรู้ว่าหากไม่ช่วยสะกดปราณเทพของตนในกายเซียนดอกบัว นางที่เพิ่งถูกทำร้ายจะไม่อาจยับยั้งพลังที่ลุกขึ้นต่อสู้กับเจ้าสำนักฝั่งใต้ได้ เป็นเช่นนี้อีกไม่นานดวงจิตวิญญาณของนางต้องถูกปราณเทพทำลาย

ทว่าอาจารย์ฝูหมิงยับยั้งผู้เป็นศิษย์ไว้ โดยอาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งเคลื่อนกายเข้าไปใกล้เสี่ยวเหลียน มือหนายกขึ้นเหนือหน้าผากมน ร่ายเวทครู่หนึ่งปราณเทพในกายของเซียนน้อยจึงสงบ

เสี่ยวเหลียนอ่อนแรงนั่งลงบนพื้นราวไม่หลงเหลือกำลัง เมื่อรอบกายของนางไร้ซึ่งพลังทำลาย หลินเฟยจึงเข้ามาประคองได้

“ข้าเพียงช่วยสะกดปราณเทพเซียนในกายเจ้าไว้เท่านั้น หากเจ้าไม่สามารถหลอมรวมปราณเทพกับปราณของเจ้าได้ สุดท้ายแล้วกายของเจ้าก็จะแหลกสลาย เพราะรองรับพลังสูงส่งนี้ไม่ไหว”

อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งบอกแล้วหันกลับไปถามเจ้าสำนักฝั่งใต้

“ศิษย์น้องสาม เป็นอย่างไรบ้าง”

“ข้าไม่เป็นไรมาก”

ขณะตอบก็มองศิษย์ในสำนักตนกับเซียนดอกบัวด้วยความสงสัย

“เสี่ยวเหลียน เจ้ามีปราณเทพในกายได้อย่างไร”

หลินเฟยเองยังอดสงสัยไม่ได้ ทว่าเสี่ยวเหลียนกลับส่ายหน้า นางไม่รู้จริงๆ

“ข้าถูกทำร้ายบาดเจ็บ รู้สึกตัวอีกครั้ง แผลก็หายไปหมด ร่างกายเหมือนมีพลังแปลกๆ พลุ่งพล่านไปทั่ว จนเหมือนร่างของข้าจะปริแตกออกมา”

นางพึมพำเสียงเครือ งุนงงเช่นกันว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับตนเอง

“เจ้าถูกทำร้ายได้อย่างไร”

เสี่ยวเหลียนยังไม่ทันได้พูด หลี่ไห่ฉินก็บอกทันใด

“เพราะนางเข้าไปขโมยของในสำนักฝั่งเหนือเราอย่างไรเล่า”

หลินเฟยถามเสี่ยวเหลียนด้วยสายตา เจ้าตัวก็ส่ายหน้าพลางบอกเสียงเบา

“ข้าไม่ได้ทำ”

“อาจารย์อา ท่านบอกว่าเซียนดอกบัวไม่เกี่ยวข้องใดกับสำนักฝั่งใต้ แต่เท่าที่เห็น ศิษย์ในสำนักของท่านรู้จักนางดีทีเดียว หากเป็นเช่นนี้ จะพูดอย่างไรก็คงยากจะเชื่อได้ว่าสำนักฝั่งใต้ไม่รู้เห็นในเรื่องนี้ด้วย”

หลี่ไห่ฉินราวไม่เกรงใจต่อเจ้าสำนักฝั่งใต้ อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งถึงกับต้องยกมือห้าม

เจ้าสำนักเจียงซินสูดหายใจเข้าอย่างแรงเพราะขุ่นเคือง เมื่อถูกศิษย์เมื่อวานซืนจากสำนักฝั่งเหนือลบหลู่ ทว่าเจียอินเอ่ยขึ้นแทน

“ท่านกล่าวหาฝั่งใต้เราเกินไปแล้ว”

“ไห่ฉิน ฝั่งเหนือฝั่งใต้ เราต่างก็เป็นพี่น้องร่วมสำนัก จะอย่างไรก็ควรตรวจสอบให้ชัดเจน”

อาจารย์ฝูหมิงเองก็ก้าวออกมาพร้อมปราม ส่วนเทียนเหวินจ้องเพียงผู้ที่กำลังเจ็บหนักเพราะอิทธิฤทธิ์ปราณเทพของตน นึกเห็นใจเซียนดอกบัวที่ตนหวังช่วยเจ้าตัวกลับกลายเป็นทำร้าย พลางคิดหาทางช่วยอีกฝ่ายอยู่ในใจ

“ข้าต้องขออภัยแทนศิษย์ของเราที่ล่วงเกินท่านเจ้าสำนัก”

เจ้าสำนักเจียงซินพยายามใจเย็นเมื่ออาจารย์ฝูหมิงเอ่ยขอ ก่อนเอ่ยกับศิษย์พี่ของตน

“หากทำให้ศิษย์พี่คลางแคลงใจ ข้าขอเอาตำแหน่งเจ้าสำนักฝั่งใต้เป็นประกัน ว่าเซียนน้อยผู้นี้ไม่ใช่ศิษย์สำนักเรา”

“นางเป็นสหายข้า”

หลินเฟยจำต้องรีบพูด เพราะตนเองเป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมด

“หลินเฟยผิดเองเจ้าค่ะอาจารย์ใหญ่ หลินเฟยแอบพาเสี่ยวเหลียนเข้าสำนักมาด้วยในร่างของดอกบัว แต่ความจริงนางคือสหายที่เล่นกับข้าตั้งแต่ยังเยาว์ เติบโตมาด้วยกันเจ้าค่ะ”

“เจ้า...ช่างกล้านัก ทำผิดกฎของสำนักนับแต่เข้ามาเลยหรือ”

เป็นเจียอินที่เข่นเขี้ยวด้วยความกรุ่นโกรธ เพราะตนคือศิษย์พี่เลี้ยงของหลินเฟย ที่สำคัญเจ้าตัวเป็นธิดาท่านอ๋องเผ่าวิหค นับกันตามศักดิ์ในเผ่าแล้วนางที่เป็นเพียงลูกสาวของรองแม่ทัพไม่อาจแตะต้องอีกฝ่ายได้ และหลินเฟยก็ไม่ค่อยเชื่อฟังนางนับแต่มาอยู่ในสำนัก เกิดเรื่องเช่นนี้นางที่เป็นพี่เลี้ยงย่อมมีความผิดไปด้วย

เจ้าสำนักเจียงซินถึงกับนิ่งงันไป หลินเฟยนับว่ามีฐานะสูงส่งในเผ่าวิหค แม้แต่ตนเองก็เอ็นดูนาง และไม่ได้เข้มงวดกับเจ้าตัวนัก เพียงกำชับให้เจียอินดูแลนางให้ดี ไม่คิดว่าจะกลายเป็นปล่อยปละละเลย

“ศิษย์พี่ ถึงศิษย์ของข้าทำผิดกฎสำนัก แต่นางย่อมไม่รู้เห็นในเรื่องของที่ถูกขโมยแน่นอน”

เจ้าสำนักเจียงซินเห็นว่าต้องพูดกันให้ชัดเจนในเรื่องนี้ก่อน

“จะมั่นใจได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องค้นหาก่อนนะขอรับอาจารย์ปู่”

หลี่ไห่ฉินยังไม่ยอมหยุด

“หากถึงกับจะให้ทหารสวรรค์บุกสำนักสตรีเช่นนี้ ออกจะเกินไปหน่อยกระมังศิษย์พี่”

ครั้งนี้เจ้าสำนักฝั่งใต้ไม่อาจวางเฉยได้อีก ทั้งหลี่ไห่ฉินยังเป็นศิษย์รุ่นหลานที่ไร้ความเคารพผู้อาวุโส จะปล่อยให้พูดจาโอหังต่อไปไม่ได้

ผู้ที่ลำบากใจคืออาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่ง คัมภีร์จันทราเป็นสุดยอดคัมภีร์ในโลกหล้า หากผู้ที่ได้ไปครอบครองฝึกวิชาภายในนั้นครบถ้วนถึงขั้นสูงสุด จะสามารถเคลื่อนย้ายสุริยันจันทรา เปลี่ยนแปลงกาลเวลา อยู่เหนือกาลและพิภพทั้งปวง แม้จะไม่สามารถฝึกได้โดยง่าย ต้องเป็นผู้มีปราณสูงขั้นมหาเทพเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถฝึกได้ หรือคัมภีร์อาจตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดีต่อสวรรค์และหกพิภพได้

ตนผู้รับหน้าที่ดูแลคัมภีร์จันทราในฐานะเจ้าสำนักใหญ่ซ่างเซียน มีความผิดโดยตรงในทันทีที่คัมภีร์หายไป แน่นอนว่าต้องได้รับโทษทัณฑ์ แต่จักรพรรดิสวรรค์อนุญาตให้ลงมาตามหาคัมภีร์กลับคืนไปให้ได้ ในตอนนั้นโทษทัณฑ์แม้ไม่อาจละเว้นแต่ก็พอช่วยลดหย่อนได้

ทว่านอกเหนือโทษทัณฑ์คือความรับผิดชอบที่ถูกลดทอนให้ไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป

คัมภีร์จันทราก็อยากได้คืนมา ทว่าก็จำต้องเห็นแก่หน้าสำนักฝั่งใต้ด้วย

=====

ศิษย์พี่ใหญ่หลี่ไห่ฉิน กัดเทียนเหวินกับเสี่ยวเหลียนไม่ปล่อยเลย เขาไปทำอะไรให้แก๊ 5555

ใครขโมยคัมภีร์จันทรา ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ

Related chapters

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   3.ผู้ขโมยคัมภีร์ (2)

    “หากเป็นเช่นนั้น ข้ากับศิษย์อาวุโสของสำนักเรา จะเข้าไปค้นด้วยตนเอง ได้หรือไม่ อาจารย์ปู่ อาจารย์อา”หลี่ไห่ฉินเสนอตัวอย่างหน้าตาเฉย“อย่างไรเราก็เป็นศิษย์สำนักซ่างเซียนไม่ต่างกัน”“เจ้าจะดูถูกสำนักฝั่งใต้มากเกินไปแล้ว”เจียอินก้าวมาเผชิญหน้ากับหลี่ไห่ฉินอย่างไม่พอใจ ศิษย์ทั้งสองต่างส่งสายตาฟาดฟันอย่างไม่มีใครยอมใคร“เช่นนั้นสำนักฝั่งใต้จะแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างไร ในเมื่อนาง...”หลี่ไห่ฉินชี้ไปยังเสี่ยวเหลียนอย่างจงใจกล่าวหา“ลักลอบเข้าไปในสำนักฝั่งเหนือจริง หากท่านเจ้าสำนักไม่มีสิ่งใดปิดบังซ่อนเร้น ย่อมสามารถให้พวกเราเข้าไปค้นหาคัมภีร์ภายในได้ ไม่เช่นนั้น ท่านขุนพลห้าวอี้คงไม่อาจทูลองค์จักรพรรดิสวรรค์ได้ว่าสำนักฝั่งใต้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”คำพูดของหลี่ไห่ฉินนั้นใช้ห้าวอี้ขึ้นมาอ้าง ทว่าความนัยต้องการเอ่ยถึงเทียนเหวิน เพราะหากขุนพลสวรรค์ไม่อาจหาผู้ขโมยคัมภีร์จันทราพบ หรือตามหาคัมภีร์กลับคืนมาได้ ก็ไม่อาจล้างมลทินให้เทียนเหวินทายาทสวรรค์ได้เช่นกัน“ข้าเพียงหลงเข้าไปที่นั่น ไม่ได้ลักลอบเข้าไป”เพราะตนถูกใส่ความ ถูกพันธนาการจนถึงตอนนี้ ทั้งยังถูกลงทัณฑ์ทำลายปราณเซียน แม้จะมีพลังประห

    Last Updated : 2025-02-23
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (1)

    “รายงาน”ไม่นานนักทหารสวรรค์นายหนึ่งก็กลับมา“คนร้ายหลบหนีไปโลกมนุษย์ ทหารบางส่วนตามติดไปแล้วขอรับ”ห้าวอี้พยักหน้ารับ แล้วหันมาบอกกับเจ้าสำนักทั้งสอง“ข้าจะไปกับศิษย์ของพวกท่านเอง พวกท่านไม่ต้องกังวลไป”ผู้เป็นขุนพลสวรรค์เอ่ยปากเองเช่นนี้ เจ้าสำนักทั้งสองยิ่งวางใจมากขึ้นไปอีก“ลำบากท่านขุนพลแล้ว”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งเอ่ย ความรู้สึกผิดยังเต็มล้น หวังเพียงว่าจะสามารถนำเอาคัมภีร์จันทรากลับมาได้ในเร็ววันเทียนเหวินยิ้มมุมปากเล็กน้อย รู้ทันห้าวอี้ว่านอกจากตามไปจับตัวคนผิดมาลงโทษแล้ว ยังต้องการดูพฤติกรรมของตนด้วย“ดูแลตัวเอง และดูแลหลินเฟยด้วย”เจ้าสำนักเจียงซินสั่งกับเจียอินเจ้าตัวรับคำแม้จะขัดใจที่อาจารย์ใหญ่ฝากฝังหลินเฟยกับตนอีกเช่นเคย แน่นอนว่าอีกฝ่ายนับเป็นภาระของนางมากกว่าจะช่วยเหลือสิ่งใดได้มีหลินเฟยติดตามนางคงลำบากมากกว่าไปเพียงลำพังเสียอีก“ออกเดินทางกันเลยเถิด ชักช้ากว่านี้คนร้ายอาจคลาดกับทหารของข้า และยิ่งมีเวลากลบเกลื่อนร่องรอยในโลกมนุษย์”ห้าวอี้บอกแล้วหันไปสั่งให้ทหารนำทาง“อาจารย์ ข้าขอพาเสี่ยวเหลียนไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ นางอยู่กับข้ามาตลอด และเวลานี้นางก็อาการไม่ค่อยดีนัก

    Last Updated : 2025-02-27
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (2)

    “ต้องมีใครสักคนช่วยเหลือนางไว้ และเขาผู้นั้นก็มอบพลังปราณนั้นให้นาง”“ไยเขาต้องมอบพลังให้ข้า”ได้ฟังเช่นนี้เสี่ยวเหลียนยิ่งงุนงง คนผู้นั้นต้องการฆ่านางอย่างนั้นหรือ พลังสูงส่งเช่นนี้นางจะรับไว้ได้อย่างไร“นั่นสิ ทำเช่นนี้ยิ่งทำให้เสี่ยวเหลียนทรมาน”หลินเฟยเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน“มีทางเดียว คือเจ้าอาจกำลังจะตาย”สองสหายสาวต่างหันมองกันเองแล้วยิ่งหน้าซีดกับคำบอกของเจียอิน“อย่างนั้นก็หมายว่า ที่อาจารย์ปู่พูดเป็นความจริง เสี่ยวเหลียนมีเวลาเหลืออีกไม่นานอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เทพเซียนผู้นั้นมอบพลังปราณให้เจ้าเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้ สิ่งที่เจ้าต้องทำให้ได้คือ หลอมรวมปราณของเจ้าให้เป็นหนึ่งเดียวกับปราณเทพให้ได้”เจียอินตอบหน้าตาย ไม่มีความอนาทรต่อชีวิตของเซียนดอกบัวที่ตนไม่รู้จัก“เช่นนั้นควรทำอย่างไรดี”หลินเฟยเป็นห่วงสหายของตนอย่างมาก นางไม่เคยมองเสี่ยวเหลียนเป็นเพียงภูตรับใช้ ถือว่าอีกฝ่ายเป็นสหายเป็นเหมือนพี่น้องด้วยซ้ำ“จะทำอย่างไรได้ มีเพียงนางที่ต้องพึ่งพาตนเอง”เมื่อดูเหมือนจะไร้หนทางเสี่ยวเหลียนจึงถอนหายใจ ทว่ายังจับมือหลินเฟยปลอบใจ“อย่าเพิ่งกังวลไปนักเลย ระหว่างนี้ข้าจะค่อยๆ บำเพ็ญเพียร

    Last Updated : 2025-02-27
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (3)

    ‘หรือธาตุไฟกำลังเข้าแทรก’เสี่ยวเหลียนตัวสั่นเทา ลูบแขนตนเองทั้งที่เหงื่อชุ่มกาย ปากแห้งคอแห้ง ร่างบอบบางพยายามขยับลุกขึ้น ต้องหาแหล่งน้ำบริสุทธิ์โดยเร็วนางเป็นภูตดอกบัว เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ การกลายร่างกลับเป็นร่างดอกบัวดังเดิมแช่ในน้ำจะสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ เหมือนการจำศีลเข้าฌาน ช่วยให้นางบำเพ็ญเพียรได้เต็มความสามารถ เพราะกายทิพย์ของเซียนน้อยเช่นนางไม่ได้มีกำลังมากนักหญิงสาวเดินโผเผไปจนถึงประตู แม้ไม่รู้ว่าตนจะหาแหล่งน้ำพบได้อย่างไร ทว่าก็ไม่อาจนั่งเฉยอยู่เพียงในห้องนี้ได้ แต่ประตูเปิดออกกลับต้องผงะถอยหลังเมื่อพบคนผู้หนึ่ง“ท่าน”เสียงหวานพึมพำระคนงุนงง“ข้ามาช่วยเจ้า”คิ้วเรียวงามขมวดอย่างไม่เข้าใจ หากร่างสูงใหญ่กลับก้าวพรวดมาหาจนนางถอยไม่เป็นกระบวนอย่างตกใจเกือบล้มลง แต่อีกฝ่ายโอบไหล่ช่วยพยุงได้ทัน“ปล่อยข้านะ”“ข้าบอกแล้วว่ามาช่วยเจ้า”“ท่านจะช่วยข้าได้อย่างไร”เสี่ยวเหลียนจ้องใบหน้าขาวคมที่ก้มลงมาใกล้ของศิษย์สำนักซ่างเซียนเหนือแล้วความรู้สึกหนึ่งก็แวบเข้ามานางเคยเห็นใบหน้าเช่นนี้ในระยะใกล้มาแล้วมือบางรีบผลักอีกฝ่ายทันที ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตาพร้อมสะบัดกายหน

    Last Updated : 2025-02-27
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (1)

    “หากยังอยากมีชีวิตอยู่ เจ้าก็ต้องเชื่อใจข้า”“ท่านขู่ข้า?”หญิงสาวหันกลับมามองอีกฝ่าย แม้รู้สึกว่าใบหน้าของตนใกล้กับใบหน้าขาวคมมากเกินไป ทว่าในตอนนี้ชีวิตของนางอยู่ในช่วงความเป็นความตายที่ไม่รู้ว่าปราณเทพจะแผลงฤทธิ์ขึ้นมาเมื่อไร หากไม่อาจบำเพ็ญเพียรได้ นางก็ไม่อาจหาทางหลอมรวมปราณได้เช่นกัน“ข้ามีเจตนาดีแต่แรก เพียงแต่เจ้าไม่เชื่อข้าเอง”คราวนี้เทียนเหวินเอ่ยอย่างจริงจัง“ในเมื่อช่วยเจ้ามาก่อนหน้านี้แล้วทำให้เจ้าต้องลำบาก ข้าก็กังวลใจไม่น้อยเลย จึงได้อยากช่วยเจ้าให้ถึงที่สุด”เสี่ยวเหลียนเริ่มมีสีหน้าลังเล ชายหนุ่มจึงย้ำ“ในทุกครั้งที่เจ้าพยายามใช้พลังปราณ ร่างกายของเจ้าจะยิ่งทรมานเพราะพลังที่มากเกินจะรับไหว ดวงจิตวิญญาณที่บาดเจ็บของเจ้าจะยิ่งบอบช้ำ เมื่อถึงที่สุด เจ้าก็จะแหลกสลาย”แม้จะยังไม่ไว้ใจอีกฝ่าย หากนางก็ไม่มีทางเลือกใดอีกแล้ว“ข้าต้องทำอย่างไร”เทียนเหวินแทบจะลอบถอนหายใจเมื่อหญิงสาวเหมือนจะยินยอมให้ตนช่วยแล้ว“นั่งนิ่งๆ หลับตา ข้าจัดการเอง”คำพูดอีกฝ่ายดูมีเลศนัยทำให้คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น สีหน้าแววตาสงสัยชัดเจน“เถิดน่า หากไม่รีบ คนอื่นกลับมาระหว่างนี้แล้วมาพบเข้า ข้ากับเจ้าอา

    Last Updated : 2025-02-27
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (2)

    ร่างกายของเสี่ยวเหลียนดีขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน หญิงสาวรู้สึกตัวในเช้าวันถัดมาเป็นเวลาเดียวกันกับที่เจียอินเข้ามาในห้องพอดี อีกฝ่ายมองนางแวบเดียวแล้วนั่งลงบนโต๊ะรินน้ำชาจิบ“เอ่อ หลินเฟยไปไหนหรือ”“ล้างหน้าล้างตา”นางพยักหน้ารับแล้วเงียบไปอย่างทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยพูดคุยหรืออยู่ตามลำพังกับศิษย์พี่ของหลินเฟยมาก่อนเจียอินเองก็ไม่เอ่ยสิ่งใดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ พลางจิบชา“เป็นเพียงภูตรับใช้ แต่กลับบนนอนเตียงอย่างสบาย ปล่อยให้เทพเซียนต้องนั่งหลังขดหลังแข็ง ทั้งที่ออกไปตะลอนข้างนอกมาหลายชั่วยาม”เสี่ยวเหลียนรู้ตัวในทันใดว่าถูกตำหนิ เพราะตนยังนั่งบนเตียง ร่างเล็กขยับลงจากเตียงและหลินเฟยก็เข้ามาพอดี“อ้าว ฟื้นแล้วหรือเสี่ยวเหลียน”“อื้อ”“ไปล้างหน้าสิจะได้สดชื่นขึ้น ข้าพบท่านขุนพลข้างนอก เห็นบอกว่าได้เรื่องแล้ว หลังทานข้าวเช้ากันแล้วค่อยมาวางแผนกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป”เมื่อสหายสนิทบอกเช่นนั้นเสี่ยวเหลียนก็รีบพยักหน้าแล้วไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยโดยเร็ว เพราะมีเพียงตนที่ไม่ได้ออกไปช่วยคนอื่นๆ เมื่อวาน เกรงว่าจะมีคนไม่พอใจ“เจ้าให้ความสำคัญกับภูตรับใช้เกินไปแล้ว”เสียงของเจียอินทำให้

    Last Updated : 2025-02-27
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (3)

    กลางดึกคืนหนึ่งช่างแสนอบอ้าว เสี่ยวเหลียนซึ่งปูที่นอนนอนบนพื้นรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นนัก นับแต่มาถึงโลกมนุษย์นางยังไม่มีโอกาสอาบน้ำหรือแช่น้ำเลยสักครั้ง ดวงจิตวิญญาณของนางยังไม่แข็งแรงพอ ยังต้องแปลงร่างเป็นดอกบัวอยู่ในน้ำเหมือนเช่นเวลาที่อยู่ในสำนักซ่างเซียนใต้ร่างบอบบางลุกขึ้นนั่งเมื่อไม่อาจทนได้อีกแล้ว หันไปมองหลินเฟยซึ่งหลับบนเตียงกับศิษย์พี่เจียอินก็เกรงใจ ไม่อยากรบกวนยามพักผ่อนของอีกฝ่าย จึงตัดสินใจออกไปจากห้องให้เบาที่สุดนางจำได้ว่าด้านหลังโรงเตี๊ยมมีบ่อน้ำเล็กที่เอาไว้ตักน้ำขึ้นมาใช้สอย หญิงสาวชี้สองนิ้วใช้พลังหย่อนถังลงไปตักแล้วดึงขึ้น ก่อนจะเทลงใส่ตนเองทั้งหัวจรดปลายเท้า ทว่าเทไปสามถังจนกายชุ่มโชกแล้วก็ยังรู้สึกไม่เพียงพอ ราวผิวกลีบบัวบอบบางเหี่ยวเฉา จึงอดบ่นพึมพำไม่ได้“ต้องเทอีกกี่ถังกัน”เสี่ยวเหลียนรู้สึกว่าน้ำแต่ละถังนั้นน้อยเกินไป หญิงสาวโน้มกายมองลงไปในบ่อน้ำที่ลึกจนไม่อาจมองเห็นเบื้องล่าง นิ่งคิดเพียงชั่วอึดใจเจ้าตัวก็ก้าวขาข้ามขอบบ่อน้ำตั้งใจลงไปแช่ในนั้น เพราะคิดว่าอย่างไรตนก็สามารถใช้เวทลอยกลับขึ้นมาได้“เจ้าจะทำอะไรน่ะ”ร่างสูงใหญ่ก้าวพรวดเข้ามาทำเอาเสี่ยวเหลียนตกใจ

    Last Updated : 2025-02-27
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   6.อู๋ชิวอิ่งตัวปลอม (1)

    วันแต่งงานของเมิ่งจือหยวนกับอู๋ชิวอิ่งมาถึง“ท่านชายทั้งสองปลอมเป็นผู้ไปร่วมงานและคอยจับตาดูเฉิงเคอไว้ ข้าจะไปรอที่ห้องหอกับแม่นางเจียอิน เผื่อมีสิ่งใดจะได้รีบช่วยเหลือได้ทัน”ขุนพลห้าวอี้ย้ำในสิ่งที่เขาคิดไว้“พวกข้าขอไปด้วยได้หรือไม่ อาจารย์ส่งข้ามาช่วยศิษย์พี่ หากไม่ทำสิ่งใดเลย คงไม่ดีนัก”หลินเฟยเอ่ยขอ นางเองก็อยากช่วยจับเฉิงเคอกันเช่น“ท่านหญิงกับเสี่ยวเหลียน รออยู่ที่นี่เถิด”“อย่างน้อย หลังจากศิษย์พี่เจียอินปลอมตัวเป็นอู๋ชิวอิ่งแล้ว ข้ากับเสี่ยวเหลียนจะได้พานางมาซ่อนที่นี่ เพื่อไม่ให้พวกท่านต้องกังวลเผื่อต้องต่อสู้กับเฉิงเคอ อีกอย่างพวกท่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพานางกลับไปกลับมา เช่นนี้ไม่ดีกว่าหรือ”ฟังสิ่งที่หลินเฟยบอกแล้วสุดท้ายห้าวอี้ก็ตกลง ด้วยเห็นว่าหากมีพวกนางไปด้วยก็สามารถช่วยดูแลความปลอดภัยของอู๋ชิวอิ่งได้ขณะอยู่ในงานแต่งงานจวนนายอำเภอ ก่อนเกี้ยวเจ้าสาวมาถึง เฉิงเคอในร่างของเมิ่งจือหยวนค่อนข้างสงบนิ่งกว่าตัวตนแท้จริง แน่นอนว่าช่วงหลายวันมานี้แม้คนในบ้านจะรู้สึกว่านายน้อยแปลกไป จากที่ออกไปบ่อนทุกวันกลับไม่ย่างก้าวออกไปไหน แต่ต่างก็คิดว่าเพราะกำลังจะแต่งงานเมิ่งจือหยวนจึง

    Last Updated : 2025-02-27

Latest chapter

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   7.ชีวิตข้าไร้ความหมาย (3)

    “ท่านบอกว่าเสี่ยวเหลียน...”หลินเฟยพึมพำเสียงเบาพร้อมสีหน้าเจ็บปวด ก้าวถอยหลังพลางโซเซนั่งลงบนเก้าอี้ราวขาอ่อนแรง น้ำตาค่อยๆ เอ่อล้นก่อนจะไหลรินอาบแก้ม ความเสียใจถาโถมเข้าใส่ นางไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้เลย สำหรับนางแล้วเสี่ยวเหลียนจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เท่าหลายหมื่นปี“โธ่...เสี่ยวเหลียน เป็นข้าเองที่ผิด”หากไม่เพราะตนดื้อดึงอยากพิสูจน์ความสามารถตัวเอง ต้องการให้เทียนเหวินหันมามอง เสี่ยวเหลียนก็คงจะไม่ทำเช่นนี้ อีกฝ่ายต้องการปกป้องตนจากภัยอันตรายจึงต้องลงเอยเช่นนี้“ท่านเองก็ไม่น่าปล่อยให้นางปลอมตัวแทนเลย”นางอดตำหนิศิษย์พี่ของตนไม่ได้ อีกฝ่ายเก่งกาจมีฝีมือ แต่กลับปล่อยผู้ที่อ่อนแอกว่าให้แบกรับเรื่องเสี่ยงอันตราย“เจ้ามาโทษข้าได้อย่างไร นางมั่นใจนักหนาว่าจัดการได้ และหากไม่ใช่เจ้าเสนอตัวก่อน ทำให้นางเป็นห่วง ข้าย่อมปลอมเป็นอู๋ชิวอิ่งตามที่คุยกันไว้แต่แรกอยู่แล้ว ข้าไม่ได้บังคับใคร ทั้งเจ้าทั้งนาง พวกเจ้าสองคนเองต่างหากที่อาสาทำแทนข้า”เจียอินไม่พอใจที่ถูกดึงไปเกี่ยวด้วย“เรื่องอันตรายและเป็นเรื่องใหญ่ ไยพวกเจ้าโยนกันไปมาเป็นของเล่นเช่นนี้”ขุนพลสวรรค์ตำหนิ เมื่อได้ฟังสองสาวคุยกันแล้วรู้ว่

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   7.ชีวิตข้าไร้ความหมาย (2)

    “พวกท่านอย่าได้กังวลเลย ข้าเป็นเพียงภูตต่ำต้อย...”“เจ้าเงียบไปเถิดน่า”เทียนเหวินดุเซียนดอกบัวอีกแล้ว เขาไม่ชอบเลยที่นางบอกว่าตนต้อยต่ำราวไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ทั้งที่เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตนาง ทำราวสิ่งที่เขาทำไปไม่มีคุณค่าใด“หึ นางดูไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เช่นนั้นก็จบชีวิตไปเลยก็แล้วกัน”“อย่า!”“หยุดนะ!”เสียงเทียนเหวินดังขึ้นพร้อมห้าวอี้ เห็นชัดว่ามือหนาที่คอของเสี่ยวเหลียนออกแรงบีบ ใบหน้าซีดของหญิงสาวแดงขึ้นส่วนหลี่ไห่ฉินเห็นว่าเฉิงเคอกำลังสะใจ และพอใจกับสีหน้าตกใจของทายาทสวรรค์รวมทั้งห้าวอี้ โดยละสายตาจากตน เขายืนเยื้องมาทางด้านข้าง ซึ่งแขนของเฉิงเคอโอบกายเซียนดอกบัวเพื่อบีบคอ คิดว่าคงไม่ทันสังเกต จึงฉวยโอกาสซัดพลังใส่อีกฝ่ายตั้งใจให้ถูกด้านข้างทว่าเฉิงเคอรับรู้จากปลายหางตาจึงหันมองแล้วเห็นว่าผู้เป็นศิษย์พี่โจมตีตน เขาผลักร่างเล็กของหญิงสาวเข้าไปปะทะกับพลังของหลี่ไห่ฉินแทนตนทันทีร่างบอบบางถลาไปเผชิญกับพลังทำลายรุนแรงของหลี่ไห่ฉินจนกระอักเลือด“อึก”“เสี่ยวเหลียน!”เทียนเหวินพุ่งกายเข้ามาหาร่างเล็กที่ผงะหงายหลัง ดวงตาคู่กลมโตยังมองเขา ทว่าเพียงชั่วอึดใจเพราะเสียงตะ

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   7.ชีวิตข้าไร้ความหมาย (1)

    “รีบตามเร็ว”เทียนเหวินขยับตัวหายวับไปก่อนที่ห้าวอี้จะบอกเสียอีกชายหนุ่มทั้งสามยังไม่อาจเข้ามาได้เพราะคนของจวนทั้งสองยังแอบฟังเสียงนายตนอยู่หน้าห้องพักหนึ่งก่อนจากไป หากมีการต่อสู้หรือเสียงประหลาดคนพวกนั้นอาจเข้ามาช่วยนายน้อยของพวกเขา ผู้เป็นขุนพลสวรรค์ไม่ต้องการให้มนุษย์ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของเซียนเพิ่มอีก เพียงเมิ่งจือหยวนตายไปคนหนึ่งก็มากเพียงพอแล้วไม่คิดว่าผู้ที่อยู่ในห้องหอจะเป็นเสี่ยวเหลียนที่ฝีมือยังอ่อนหัดและปราณไม่แข็งแรงพอจะจัดการกับเฉิงเคอได้ทั้งสามรีบรุดตามอีกฝ่ายไปโดยเร็ว กระดิ่งที่ห้าวอี้พกติดตัวบ่งบอกทิศทางให้พวกเขาตามไปได้ถูกต้อง ที่สำคัญเฉิงเคอไม่มีทางเล็ดลอดสายตาของเล่าทหารสวรรค์ที่รายล้อมเมืองนี้ไว้อย่างแน่นอนหลี่ไห่ฉินพุ่งไปด้านหน้าเร็วขึ้นทันทีที่เห็นด้านหลังของเฉิงเคอ ทั้งยังยกมือขึ้นร่ายเวทจะปล่อยพลังเข้าใส่ ทว่าเทียนเหวินจับมือเอาไว้ก่อน“ยั้งข้าไว้ทำไม”“เสี่ยวเหลียนอยู่ในมือเขา ท่านก็เห็นแล้ว”“หากไม่รีบจัดการเสียตอนนี้ เฉิงเคอก็ยิ่งหนีไปไกล”“แต่...”“พวกท่านหยุดเถียงกันสักที เร่งตามเฉิงเคอเร็ว เขาหนียังไปหุบเขาเบื้องหน้าแล้ว คงตั้งใจหนีเข้าป่าเพราะเร

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   6.อู๋ชิวอิ่งตัวปลอม (2)

    “เหตุใดเจ้าจึงทำร้ายศิษย์น้องข้า”“ข้าช่วยนางต่างหาก”เสี่ยวเหลียนเอ่ยโดยไม่หลบสายตาเจียอิน“หากจะหาต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด ย่อมเป็นข้า และข้าจะไม่ยอมให้หลินเฟยตกอยู่ในอันตราย”“อ้อ ภักดีเสียจริง สมกับเป็นภูตรับใช้ของหลินเฟย”เจียอินพยักหน้าพลางยิ้มเยาะ“แล้วจะทำอย่างไรต่อไป จะให้ข้าปลอมตัวเป็นนางเช่นเดิมหรือ ภูตรับใช้เช่นเจ้า ไม่มีสิทธิ์สั่งข้า หากข้าไม่ทำ เจ้าจะทำอย่างไร”“ข้าไม่กล้าสั่งท่านแน่นอน ข้าจะปลอมเป็นอู๋ชิวอิ่งเอง”ดวงตาคู่เรียวของเจียอินมองภูตดอกบัวราวประเมิน“เซียนชั้นต้นอ่อนแอเช่นเจ้า ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามีฝีมือพอจะไม่ทำแผนพัง จับเฉิงเคอได้”“อย่างน้อยท่านก็เห็นแล้วว่า ข้าสามารถทำให้เขาหมดสติได้แน่”เสี่ยวเหลียนเองก็เชิดหน้าเอ่ยอย่างมั่นใจ หากนางแสดงท่าทางไม่มั่นใจในตัวเอง เจียอินก็คงไม่เชื่อว่านางทำได้ ใช่ว่านางเก่งหรืออวดดี แต่สถานการณ์เช่นนี้นางทำได้เพียงกันหลินเฟยออกไปก่อน“เช่นนั้นก็ดี รีบปลอมตัวเสีย ข้าจะพาอู๋ชิวอิ่งกับหลินเฟยกลับโรงเตี๊ยม หึ สุดท้ายนางก็เป็นภาระของข้าอยู่เช่นที่ผ่านมา”คนได้ยินเม้มริมฝีปาก ไม่ชอบที่เจียอินมักดูถูกหลินเฟย สหายของนางเพียงไม่ได้ร

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   6.อู๋ชิวอิ่งตัวปลอม (1)

    วันแต่งงานของเมิ่งจือหยวนกับอู๋ชิวอิ่งมาถึง“ท่านชายทั้งสองปลอมเป็นผู้ไปร่วมงานและคอยจับตาดูเฉิงเคอไว้ ข้าจะไปรอที่ห้องหอกับแม่นางเจียอิน เผื่อมีสิ่งใดจะได้รีบช่วยเหลือได้ทัน”ขุนพลห้าวอี้ย้ำในสิ่งที่เขาคิดไว้“พวกข้าขอไปด้วยได้หรือไม่ อาจารย์ส่งข้ามาช่วยศิษย์พี่ หากไม่ทำสิ่งใดเลย คงไม่ดีนัก”หลินเฟยเอ่ยขอ นางเองก็อยากช่วยจับเฉิงเคอกันเช่น“ท่านหญิงกับเสี่ยวเหลียน รออยู่ที่นี่เถิด”“อย่างน้อย หลังจากศิษย์พี่เจียอินปลอมตัวเป็นอู๋ชิวอิ่งแล้ว ข้ากับเสี่ยวเหลียนจะได้พานางมาซ่อนที่นี่ เพื่อไม่ให้พวกท่านต้องกังวลเผื่อต้องต่อสู้กับเฉิงเคอ อีกอย่างพวกท่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพานางกลับไปกลับมา เช่นนี้ไม่ดีกว่าหรือ”ฟังสิ่งที่หลินเฟยบอกแล้วสุดท้ายห้าวอี้ก็ตกลง ด้วยเห็นว่าหากมีพวกนางไปด้วยก็สามารถช่วยดูแลความปลอดภัยของอู๋ชิวอิ่งได้ขณะอยู่ในงานแต่งงานจวนนายอำเภอ ก่อนเกี้ยวเจ้าสาวมาถึง เฉิงเคอในร่างของเมิ่งจือหยวนค่อนข้างสงบนิ่งกว่าตัวตนแท้จริง แน่นอนว่าช่วงหลายวันมานี้แม้คนในบ้านจะรู้สึกว่านายน้อยแปลกไป จากที่ออกไปบ่อนทุกวันกลับไม่ย่างก้าวออกไปไหน แต่ต่างก็คิดว่าเพราะกำลังจะแต่งงานเมิ่งจือหยวนจึง

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (3)

    กลางดึกคืนหนึ่งช่างแสนอบอ้าว เสี่ยวเหลียนซึ่งปูที่นอนนอนบนพื้นรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นนัก นับแต่มาถึงโลกมนุษย์นางยังไม่มีโอกาสอาบน้ำหรือแช่น้ำเลยสักครั้ง ดวงจิตวิญญาณของนางยังไม่แข็งแรงพอ ยังต้องแปลงร่างเป็นดอกบัวอยู่ในน้ำเหมือนเช่นเวลาที่อยู่ในสำนักซ่างเซียนใต้ร่างบอบบางลุกขึ้นนั่งเมื่อไม่อาจทนได้อีกแล้ว หันไปมองหลินเฟยซึ่งหลับบนเตียงกับศิษย์พี่เจียอินก็เกรงใจ ไม่อยากรบกวนยามพักผ่อนของอีกฝ่าย จึงตัดสินใจออกไปจากห้องให้เบาที่สุดนางจำได้ว่าด้านหลังโรงเตี๊ยมมีบ่อน้ำเล็กที่เอาไว้ตักน้ำขึ้นมาใช้สอย หญิงสาวชี้สองนิ้วใช้พลังหย่อนถังลงไปตักแล้วดึงขึ้น ก่อนจะเทลงใส่ตนเองทั้งหัวจรดปลายเท้า ทว่าเทไปสามถังจนกายชุ่มโชกแล้วก็ยังรู้สึกไม่เพียงพอ ราวผิวกลีบบัวบอบบางเหี่ยวเฉา จึงอดบ่นพึมพำไม่ได้“ต้องเทอีกกี่ถังกัน”เสี่ยวเหลียนรู้สึกว่าน้ำแต่ละถังนั้นน้อยเกินไป หญิงสาวโน้มกายมองลงไปในบ่อน้ำที่ลึกจนไม่อาจมองเห็นเบื้องล่าง นิ่งคิดเพียงชั่วอึดใจเจ้าตัวก็ก้าวขาข้ามขอบบ่อน้ำตั้งใจลงไปแช่ในนั้น เพราะคิดว่าอย่างไรตนก็สามารถใช้เวทลอยกลับขึ้นมาได้“เจ้าจะทำอะไรน่ะ”ร่างสูงใหญ่ก้าวพรวดเข้ามาทำเอาเสี่ยวเหลียนตกใจ

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (2)

    ร่างกายของเสี่ยวเหลียนดีขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน หญิงสาวรู้สึกตัวในเช้าวันถัดมาเป็นเวลาเดียวกันกับที่เจียอินเข้ามาในห้องพอดี อีกฝ่ายมองนางแวบเดียวแล้วนั่งลงบนโต๊ะรินน้ำชาจิบ“เอ่อ หลินเฟยไปไหนหรือ”“ล้างหน้าล้างตา”นางพยักหน้ารับแล้วเงียบไปอย่างทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยพูดคุยหรืออยู่ตามลำพังกับศิษย์พี่ของหลินเฟยมาก่อนเจียอินเองก็ไม่เอ่ยสิ่งใดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ พลางจิบชา“เป็นเพียงภูตรับใช้ แต่กลับบนนอนเตียงอย่างสบาย ปล่อยให้เทพเซียนต้องนั่งหลังขดหลังแข็ง ทั้งที่ออกไปตะลอนข้างนอกมาหลายชั่วยาม”เสี่ยวเหลียนรู้ตัวในทันใดว่าถูกตำหนิ เพราะตนยังนั่งบนเตียง ร่างเล็กขยับลงจากเตียงและหลินเฟยก็เข้ามาพอดี“อ้าว ฟื้นแล้วหรือเสี่ยวเหลียน”“อื้อ”“ไปล้างหน้าสิจะได้สดชื่นขึ้น ข้าพบท่านขุนพลข้างนอก เห็นบอกว่าได้เรื่องแล้ว หลังทานข้าวเช้ากันแล้วค่อยมาวางแผนกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป”เมื่อสหายสนิทบอกเช่นนั้นเสี่ยวเหลียนก็รีบพยักหน้าแล้วไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยโดยเร็ว เพราะมีเพียงตนที่ไม่ได้ออกไปช่วยคนอื่นๆ เมื่อวาน เกรงว่าจะมีคนไม่พอใจ“เจ้าให้ความสำคัญกับภูตรับใช้เกินไปแล้ว”เสียงของเจียอินทำให้

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (1)

    “หากยังอยากมีชีวิตอยู่ เจ้าก็ต้องเชื่อใจข้า”“ท่านขู่ข้า?”หญิงสาวหันกลับมามองอีกฝ่าย แม้รู้สึกว่าใบหน้าของตนใกล้กับใบหน้าขาวคมมากเกินไป ทว่าในตอนนี้ชีวิตของนางอยู่ในช่วงความเป็นความตายที่ไม่รู้ว่าปราณเทพจะแผลงฤทธิ์ขึ้นมาเมื่อไร หากไม่อาจบำเพ็ญเพียรได้ นางก็ไม่อาจหาทางหลอมรวมปราณได้เช่นกัน“ข้ามีเจตนาดีแต่แรก เพียงแต่เจ้าไม่เชื่อข้าเอง”คราวนี้เทียนเหวินเอ่ยอย่างจริงจัง“ในเมื่อช่วยเจ้ามาก่อนหน้านี้แล้วทำให้เจ้าต้องลำบาก ข้าก็กังวลใจไม่น้อยเลย จึงได้อยากช่วยเจ้าให้ถึงที่สุด”เสี่ยวเหลียนเริ่มมีสีหน้าลังเล ชายหนุ่มจึงย้ำ“ในทุกครั้งที่เจ้าพยายามใช้พลังปราณ ร่างกายของเจ้าจะยิ่งทรมานเพราะพลังที่มากเกินจะรับไหว ดวงจิตวิญญาณที่บาดเจ็บของเจ้าจะยิ่งบอบช้ำ เมื่อถึงที่สุด เจ้าก็จะแหลกสลาย”แม้จะยังไม่ไว้ใจอีกฝ่าย หากนางก็ไม่มีทางเลือกใดอีกแล้ว“ข้าต้องทำอย่างไร”เทียนเหวินแทบจะลอบถอนหายใจเมื่อหญิงสาวเหมือนจะยินยอมให้ตนช่วยแล้ว“นั่งนิ่งๆ หลับตา ข้าจัดการเอง”คำพูดอีกฝ่ายดูมีเลศนัยทำให้คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น สีหน้าแววตาสงสัยชัดเจน“เถิดน่า หากไม่รีบ คนอื่นกลับมาระหว่างนี้แล้วมาพบเข้า ข้ากับเจ้าอา

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (3)

    ‘หรือธาตุไฟกำลังเข้าแทรก’เสี่ยวเหลียนตัวสั่นเทา ลูบแขนตนเองทั้งที่เหงื่อชุ่มกาย ปากแห้งคอแห้ง ร่างบอบบางพยายามขยับลุกขึ้น ต้องหาแหล่งน้ำบริสุทธิ์โดยเร็วนางเป็นภูตดอกบัว เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ การกลายร่างกลับเป็นร่างดอกบัวดังเดิมแช่ในน้ำจะสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ เหมือนการจำศีลเข้าฌาน ช่วยให้นางบำเพ็ญเพียรได้เต็มความสามารถ เพราะกายทิพย์ของเซียนน้อยเช่นนางไม่ได้มีกำลังมากนักหญิงสาวเดินโผเผไปจนถึงประตู แม้ไม่รู้ว่าตนจะหาแหล่งน้ำพบได้อย่างไร ทว่าก็ไม่อาจนั่งเฉยอยู่เพียงในห้องนี้ได้ แต่ประตูเปิดออกกลับต้องผงะถอยหลังเมื่อพบคนผู้หนึ่ง“ท่าน”เสียงหวานพึมพำระคนงุนงง“ข้ามาช่วยเจ้า”คิ้วเรียวงามขมวดอย่างไม่เข้าใจ หากร่างสูงใหญ่กลับก้าวพรวดมาหาจนนางถอยไม่เป็นกระบวนอย่างตกใจเกือบล้มลง แต่อีกฝ่ายโอบไหล่ช่วยพยุงได้ทัน“ปล่อยข้านะ”“ข้าบอกแล้วว่ามาช่วยเจ้า”“ท่านจะช่วยข้าได้อย่างไร”เสี่ยวเหลียนจ้องใบหน้าขาวคมที่ก้มลงมาใกล้ของศิษย์สำนักซ่างเซียนเหนือแล้วความรู้สึกหนึ่งก็แวบเข้ามานางเคยเห็นใบหน้าเช่นนี้ในระยะใกล้มาแล้วมือบางรีบผลักอีกฝ่ายทันที ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตาพร้อมสะบัดกายหน

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status