แชร์

2.ดอกบัวแสนต่ำต้อย (1)

ผู้เขียน: rasita_suin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-23 14:25:32

“นางไปแล้วอย่างนั้นหรือ”

เทียนเหวินกลับมายังอุโมงค์หลังน้ำตกอีกครั้งในยามบ่ายแก่

หลังจากเหล่าศิษย์ในสำนักต่างก็ออกตามหาผู้บุกรุกไปทุกที่ แม้กระทั่งลงเขาก็ไม่พบร่องรอย ทั้งยังไปจนถึงทางขึ้นสำนักฝั่งใต้ หากก็ไม่อาจเข้าไปได้เพราะไม่ได้รับอนุญาต และได้รับการยืนยันจากผู้เฝ้าประตูว่าไม่มีผู้ใดผ่านเส้นทางนั้น

อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งเจ้าสำนักและอาจารย์ในสำนักเรียกศิษย์ทั้งหมดรวมตัว หลังศิษย์พี่อาวุโสตรวจตราหอตำราและได้รู้ว่าคัมภีร์จันทราหายไป

‘เราทุกคนต่างรู้ดีว่าคัมภีร์จันทราสำคัญเพียงใด ผู้ที่เข้ามาขโมยคัมภีร์นี้ไม่ประสงค์ดีต่อหกพิภพเป็นแน่ อาจารย์จำต้องทูลต่อองค์จักรพรรดิสวรรค์ ระหว่างนี้อาจารย์ต้องการให้ศิษย์ทุกคนสอดส่องภายในสำนักทุกที่ หากไม่มีผู้ใดลงเขาจริง หมายความว่าคนผู้นั้นยังหลบซ่อนอยู่ในสำนัก’

อาจารย์ใหญ่สั่งก่อนออกเดินทางไปยังสวรรค์ชั้นฟ้า

นั่นทำให้เทียนเหวินนึกถึงสตรีที่ตนช่วยไว้ขึ้นมา ความเป็นไปได้ว่านางคือผู้บุกรุกนั้นน้อยนิด แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย จะว่าไปแล้วการที่ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักฝั่งเหนือ ทั้งยังเข้ามาที่นี่โดยพลการ ก็เท่ากับนางคือผู้บุกรุกแล้ว

จะอย่างไรเขาก็ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าในตัวของนางไม่มีคัมภีร์จันทรา เพื่อจะได้มั่นใจว่าตนไม่ได้ช่วยคนผิด แต่มาถึงอีกฝ่ายกลับไม่อยู่แล้ว เป็นเช่นนี้น่าสงสัยยิ่งนัก

หรือนางคือผู้ที่ขโมยคัมภีร์จันทรา?

สามวันผ่านไปยังไม่อาจค้นหาตัวผู้ขโมยคัมภีร์จันทราได้ สวรรค์ได้ส่งขุนพลกับกำลังทหารลงมาพร้อมอาจารย์ปู่ เพื่อค้นหาผู้บุกรุก ทั้งยังได้รับอนุญาตให้ตรวจค้นไปถึงสำนักฝั่งใต้อีกด้วย

“ท่านชายน้อย”

“ห้าวอี้”

เทียนเหวินไม่คิดว่าขุนพลที่มาจะเป็นพี่เลี้ยงซึ่งคอยดูแลตนนับแต่วัยเยาว์

“ท่านก้าวหน้ามากทีเดียว”

ทั้งสองพูดคุยกันโดยที่ผู้อื่นต่างเข้าใจว่าทักทายถามไถ่สารทุกข์สุขดิบธรรมดา ด้วยเทียนเหวินคือทายาทสวรรค์ ขุนพลสวรรค์ย่อมรู้จักเป็นอย่างดี

“เพราะท่านชายน้อย ห้าวอี้จึงมีความดีความชอบ”

อีกฝ่ายถ่อมตน แต่ถึงอย่างนั้นก็คงมีส่วน ในเมื่อเป็นถึงพี่เลี้ยงของทายาทสวรรค์มีหรือที่ฝีมือจะธรรมดา ห้าวอี้ได้รับเลือกจากการประลองภายในของทหารสวรรค์ทั้งหมด ในตอนนั้นอีกฝ่ายเป็นหัวหน้านายกองธงหงขาว ภายใต้สังกัดของเทพสงคราม บิดาของเทียนเหวินผู้เป็นราชบุตรเขยจักรพรรดิสวรรค์

เมื่อเทียนเหวินต้องมาร่ำเรียนวิชาที่สำนักศึกษาซ่างเซียน ห้าวอี้ที่มีความชอบรับใช้ใกล้ชิดทายาทสวรรค์ย่อมได้รับบำเหน็จ รวมถึงได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้น

“อย่าเรียกเช่นนี้เลย ข้าไม่ใช่เด็กๆ แล้ว”

เทียนเหวินอดตะขิดตะขวงใจนิดๆ ไม่ได้ จะเรียกว่าอายอยู่บ้างก็ถูก เมื่อห้าวอี้ทำเหมือนตนยังเป็นเด็ก เพราะที่นี่เขาอยู่ในฐานะศิษย์พี่ของศิษย์หลายคน

“เห็นจะยากสักหน่อย ในเมื่อท่านยังเป็นท่านชายน้อยของข้า กับเหล่าเซียนบนสวรรค์”

อีกฝ่ายบอกหน้าตาเฉยทำเอาเทียนเหวินถอนหายใจเหนื่อยหน่าย

นอกจากค้นหาทุกพื้นที่บนเขาของสำนักศึกษา ทหารสวรรค์ยังตรวจตราภายในหอนอนของบรรดาศิษย์ทั้งหมด ก่อนจะเตรียมตัวลงเขาไปยังสำนักฝั่งใต้ ทว่าในตอนนั้นมีทหารวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ

“มีรายงาน”

บรรดาทหารต่างหลีกทางให้ผู้มาใหม่ กระทั่งอีกฝ่ายมายืนตรงหน้าขุนพลห้าวอี้

“ว่ามา”

“พบผู้น่าสงสัยที่น้ำตกในป่าลึกขอรับ”

“คนน่าสงสัยอย่างนั้นหรือ นำทาง”

อีกฝ่ายรีบนำไปทันที ห้าวอี้กับทหารคนอื่นรีบตามไป

เทียนเหวินเห็นว่าเรื่องสำคัญเช่นนี้ควรเรียนให้อาจารย์ทราบ จึงไปบอกกับอาจารย์ของตนฝูหมิง อาจารย์จึงเรียนให้อาจารย์ใหญ่รับรู้ เมื่อออกมาตรงลานหน้าสำนักก็เห็นว่าทหารจับตัวคนผู้หนึ่งมา ทว่ารูปร่างดูเล็กจนแทบมองไม่เห็นเพราะอยู่ท่ามกลางทหารกับศิษย์ของสำนักซ่างเซียนที่เป็นชายตัวสูงใหญ่

แต่แล้วในที่สุดก็ปรากฏร่างเล็กก้าวโซเซอ่อนแรง ทั้งท่าทางหวาดกลัวไม่กล้าสบตาผู้ใด และลำตัวยังถูกพันธนาการด้วยเชือกเวท

เทียนเหวินที่ก้าวตามอาจารย์ฝูหมิงกับอาจารย์ใหญ่ออกมาถึงกับชะงักเมื่อเห็นเจ้าของร่างบอบบาง ขณะเจ้าตัวเอาแต่ก้มหน้างุดตัวสั่นเทา

“นี่หรือคือผู้บุกรุก”

อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งถามเมื่อเห็นผู้ที่ถูกทหารสวรรค์จับตัวมา

“นางไม่ใช่ศิษย์ของพวกท่าน ย่อมเป็นผู้บุกรุก”

ห้าวอี้เอ่ยตามตรง เทียนเหวินกำลังจะเอ่ยแย้ง ผู้เป็นขุนพลสวรรค์ก็พูดต่อ

“แต่ยังไม่อาจบอกได้ว่านางคือผู้ขโมยคัมภีร์จันทรา”

มือหนากำแน่น แม้ยืนเบื้องหลังอาจารย์ทั้งสองหากสายตาสังเกตคนตัวเล็กจนถ้วนทั่ว นึกโล่งใจที่เหมือนนางจะไม่ได้ถูกทำร้ายให้บาดเจ็บแต่อย่างใด

“เจ้าเป็นใคร เข้ามาที่สำนักซ่างเซียนเหนือด้วยจุดประสงค์ใด”

อาจารย์ใหญ่ถามหญิงสาว

บรรดาศิษย์สำนักซ่างเซียนเหนือมารวมตัวยังลานกว้างหน้าสำนักด้วยความสนใจ ต่างก็คิดว่าจับผู้ขโมยคัมภีร์ได้แล้ว

“อาจารย์ปู่ถาม ตอบสิ”

หลี่ไห่ฉินสั่งเสียงเข้ม เขาเป็นคนแรกที่รีบตรงไปยังน้ำตกเมื่อได้ยินว่าทหารสวรรค์จับกุมตัวคนน่าสงสัยได้

“ข้า...ข้าชื่อเสี่ยวเหลียน”

‘เสี่ยวเหลียน ดอกบัว?’

เทียนเหวินคิดในใจ การที่ตนได้กลิ่นดอกบัวจากกายอีกฝ่าย อาจเป็นเพราะกำเนิดแท้จริงของนางคือดอกบัว

อาจารย์ใหญ่เดินลงบันไดหน้าสำนักใหญ่ไปหยุดพินิจสตรีท่าทางบอบบางไร้พิษสงครู่หนึ่ง ก่อนยื่นฝ่ามือไปใกล้หน้าผากของนาง ใช้พลังเบิกเนตรแล้วก็ปรากฏรูปดอกบัวกลางหน้าผากหญิงสาวแวบหนึ่ง

“ภูตดอกบัว”

“เจ้าค่ะ”

หญิงสาวรับคำเสียงเบาแล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง

คิ้วเข้มของเทียนเหวินขมวดนิดๆ นึกแปลกใจที่อาจารย์ใหญ่ต้องตรวจสอบดวงจิตวิญญาณว่านางพูดจริงหรือไม่

‘อาจารย์ปู่ไม่ได้กลิ่นดอกบัวจากนางหรือ?’

อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งนึกสงสัยนัก แม้จะเป็นเพียงภูต บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเซียน ทว่าตนกลับรับรู้ได้ถึงพลังเทพเซียนสูงส่งไหลเวียนอยู่ในกายของนาง ทำให้ชวนสงสัยจึงถามหยั่งเชิง

“เจ้าเป็นเพียงเซียนน้อย แต่กลับขึ้นมาถึงเขาผิงเหิง เพราะต้องการคัมภีร์จันทราอย่างนั้นหรือ”

“ข้าไม่ได้ต้องการคัมภีร์จันทราอะไรนั่น พวกท่านถามข้ากี่ครั้ง ข้าก็ตอบเช่นเดิม ข้าไม่รู้จักคัมภีร์นั่นด้วยซ้ำ”

หญิงสาวเงยหน้าปฏิเสธอย่างจริงจัง

“เช่นนั้นเจ้าเข้ามาสำนักซ่างเซียนแห่งนี้ด้วยเหตุใด”

คนถูกจับได้เม้มริมฝีปาก หากสุดท้ายก็ตอบ

“ข้ามาตามหาของของข้า”

“โกหก ของของเจ้าอย่างนั้นหรือ ภูตต่ำต้อยเช่นเจ้าจะมีสิ่งใดตกหล่นอยู่ในสำนักซ่างเซียนได้ อาจารย์ปู่ นางคือผู้บุกรุกในคืนนั้นเป็นแน่”

หลี่ไห่ฉินแทรกขึ้นเสียงดังพร้อมก้าวมาใกล้หญิงสาวกับอาจารย์ปู่มากขึ้น

“ด้วยพลังปราณน้อยนิดของนาง ไม่มีทางมายังสำนักซ่างเซียนเพียงลำพังได้แน่ ต้องมีใครบางคนพานางมาที่นี่ และคนผู้นั้นก็คือผู้สมรู้ร่วมคิด ขโมยคัมภีร์จันทรา”

คำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ทำให้บรรดาศิษย์ในสำนักมองหน้ากันไปมา

“มีเพียงคนภายในสำนักเท่านั้นที่รู้ว่าคัมภีร์จันทราถูกเก็บไว้ที่ใด และมีไม่กี่คนที่สามารถเข้าไปในสถานที่นั้นได้ คนผู้นั้นต้องขโมยคัมภีร์ให้นางเอาไปซ่อนที่อื่นเป็นแน่ หากยังอยู่ในสำนักนี้พวกเราคงหาเจอแล้ว วันนี้ที่นางแอบกลับมาอาจเพื่อนัดแนะบอกสถานที่ซ่อน”

หลายเสียงเริ่มดังเซ็งแซ่ คำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ดูมีน้ำหนัก มีความเป็นไปได้ไม่น้อยทีเดียว ทั้งสีหน้าหลี่ไห่ฉินก็ดูมั่นอกมั่นใจ

“และคนผู้นั้นก็คือ เทียนเหวิน เจ้านั่นเอง”

=====

อ้าว? อยู่ๆ ศิษย์พี่ก็โยนความผิดมาให้เทียนเหวินหน้าตาเฉย ^^"

บทที่เกี่ยวข้อง

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   2.ดอกบัวแสนต่ำต้อย (2)

    “และคนผู้นั้นก็คือ เทียนเหวิน เจ้านั่นเอง”ปลายนิ้วชี้ของศิษย์พี่ใหญ่ชี้มายังผู้ที่ยืนเบื้องหลังอาจารย์ฝูหมิง ทุกสายตามองตามทันทีเทียนเหวินยืนนิ่ง มีเพียงสีหน้าประหลาดใจที่อยู่ๆ หลี่ไห่ฉินก็โยนหินมาที่ตัวเอง พร้อมสบตากับห้าวอี้ที่มองมายังตนด้วยสายตามีคำถาม“อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น”เป็นอาจารย์ฝูหมิงถามน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้ายังนิ่งเฉย ไม่ได้นึกสงสัยลูกศิษย์ของตน แม้หลายเสียงจะเริ่มซุบซิบอื้ออึง“อาจารย์อาอาจเชื่อมั่นในศิษย์ของท่าน เราทุกคนรู้ว่าเขาเป็นใคร และนั่นอาจทำให้เขาต้องการมีพลังยิ่งใหญ่โดยเร็ว”คิ้วเข้มของเทียนเหวินกระตุก ไม่ใช่เพราะหลี่ไห่ฉิน แต่เพราะเซียนน้อยดอกบัวจ้องมายังเขาเช่นกัน ชายหนุ่มกำลังคิดว่านางจะเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาหรือไม่“ก็จริงนะ”“อาจเป็นไปได้”หลายเสียงของศิษย์ในสำนักเริ่มเห็นด้วย จนอาจารย์ต้องยกมือขึ้นห้ามเสียงจึงเงียบลง“ไห่ฉิน จะเอ่ยสิ่งใดควรมีหลักฐาน เจ้าเป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักซ่างเซียนเหนือ ไม่ควรปรักปรำผู้อื่นลอยๆ”“อาจารย์ปู่ เพราะศิษย์เห็นกับตา ว่าระหว่างที่ทุกคนกำลังตามหาผู้บุกรุก เทียนเหวินไปยังน้ำตกด้วยท่าทีรีบร้อน และศิษย์ตามไปถึงที่นั่นกลับไม

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   2.ดอกบัวแสนต่ำต้อย (3)

    และในเวลาเดียวกันผู้ทำหน้าที่เฝ้าหน้าประตูสองคนก็ลอยลงมาขวางด้านหน้าบันไดทางขึ้นเช่นกัน“ข้าน้อยล่วงเกินแล้ว ไม่ทราบว่าอาจารย์ปู่มาสำนักฝั่งใต้ด้วยเรื่องอันใด”หนึ่งในนั้นเอ่ยสีหน้าจริงจัง“มีผู้บุกรุกสำนักฝั่งเหนือ และขโมยของสำคัญไป ทางเราจับคนน่าสงสัยมาได้และนางใส่ชุดศิษย์สำนักฝั่งใต้ ข้าจึงนำตัวมาให้ศิษย์น้องสามสอบสวน”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งตอบทันใดสายตาของผู้เฝ้าเวรยามสองคนเหลือบมองไปยังร่างที่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ อีกฝ่ายยิ่งก้มหน้างุดดูมีพิรุธ“เช่นนั้น ขอเชิญอาจารย์ปู่ที่ลานฝึกกระบี่ก่อน ข้าน้อยจะไปเรียนให้ท่านเจ้าสำนักทราบ”จากนั้นคนหนึ่งก็เร่งรีบขึ้นบันได อีกคนนำทางไปอีกด้าน ซึ่งไม่นานก็ถึงลานกว้างมีป่าไผ่สูงรายล้อมเทียนเหวินมีเฉิงเคอกับศิษย์อาวุโสอีกคนตามประกบไม่ห่าง ทว่าชายหนุ่มไม่ได้กังวลสิ่งใด สายตาคู่คมกริบเพียงคอยจับตาดูเจ้าของร่างเล็กที่ท่าทางดูลุกลี้ลุกลน ทั้งสีหน้าก็กระวนวายอย่างเห็นได้ชัดมากกว่า“ห่วงคนของเจ้าสินะ”หลี่ไห่ฉินหันมากระซิบน้ำเสียงหยัน ทว่าเทียนเหวินกลับไม่โต้ตอบเพียงไม่นานอาจารย์เจียงซินเจ้าสำนักฝั่งใต้ก็มาพร้อมศิษย์ทั้งสำนักเลยทีเดียว“ขออภัยศิษย์พี่ที่ต

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   3.ผู้ขโมยคัมภีร์ (1)

    “กรี๊ดดด”เทียนเหวินไม่อาจยืนนิ่งได้อีกแล้ว แม้รู้แก่ใจว่าหลี่ไห่ฉินกำลังจ้องจับผิดตนอยู่ ทว่าเขาเคยช่วยนางมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จะให้มองเฉยย่อมทำไม่ได้ ทว่าเพียงขยับเท้ากลับต้องชะงัก เมื่อมีร่างของใครคนหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากบรรดาศิษย์ของสำนักฝั่งใต้“อาจารย์ใหญ่”ทว่าหญิงสาวที่เพิ่งก้าวออกมาเอ่ยได้เพียงคำเดียว พลังเทพเซียนรุนแรงก็แผ่ออกจากร่างของเสี่ยวเหลียนราวต่อต้าน โดยที่ไม่มีผู้ใดคาดถึง และกระแทกเข้าใส่เจ้าสำนักเจียงซินที่ลงมือจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งเจียอิน หลี่ไห่ฉิน และผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาต่างผงะไถลถอยหลังไปหลายก้าวด้วยแรงปะทะ“พลังนั่น”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งกับอาจารย์ฝูหมิงต่างก็หันไปทางเทียนเหวิน ทั้งสองรู้ในทันใดว่าเป็นปราณเทพเซียนมังกร เพราะทั้งสองต่างก็เป็นเทพมังกรเช่นลูกศิษย์หนุ่มผู้เป็นทายาทสวรรค์ร่างบอบบางของเสี่ยวเหลียนทรุดลงแล้วถึงกับกระอักเลือดออกมา ด้วยไม่อาจสะกดปราณที่มากเกินตัวของตนเอาไว้ สีหน้าเจ้าตัวเต็มไปด้วยความทรมาน“เสี่ยวเหลียน”ศิษย์สำนักฝั่งใต้รีบขยับเข้ามาก่อนผู้อื่น หากก็ไม่สามารถเข้าใกล้อีกฝ่ายได้“หลินเฟย เจ้ารู้จักนางหรือ”เจิยอินที่ช่วยประคองเจ้าสำนั

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   3.ผู้ขโมยคัมภีร์ (2)

    “หากเป็นเช่นนั้น ข้ากับศิษย์อาวุโสของสำนักเรา จะเข้าไปค้นด้วยตนเอง ได้หรือไม่ อาจารย์ปู่ อาจารย์อา”หลี่ไห่ฉินเสนอตัวอย่างหน้าตาเฉย“อย่างไรเราก็เป็นศิษย์สำนักซ่างเซียนไม่ต่างกัน”“เจ้าจะดูถูกสำนักฝั่งใต้มากเกินไปแล้ว”เจียอินก้าวมาเผชิญหน้ากับหลี่ไห่ฉินอย่างไม่พอใจ ศิษย์ทั้งสองต่างส่งสายตาฟาดฟันอย่างไม่มีใครยอมใคร“เช่นนั้นสำนักฝั่งใต้จะแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างไร ในเมื่อนาง...”หลี่ไห่ฉินชี้ไปยังเสี่ยวเหลียนอย่างจงใจกล่าวหา“ลักลอบเข้าไปในสำนักฝั่งเหนือจริง หากท่านเจ้าสำนักไม่มีสิ่งใดปิดบังซ่อนเร้น ย่อมสามารถให้พวกเราเข้าไปค้นหาคัมภีร์ภายในได้ ไม่เช่นนั้น ท่านขุนพลห้าวอี้คงไม่อาจทูลองค์จักรพรรดิสวรรค์ได้ว่าสำนักฝั่งใต้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”คำพูดของหลี่ไห่ฉินนั้นใช้ห้าวอี้ขึ้นมาอ้าง ทว่าความนัยต้องการเอ่ยถึงเทียนเหวิน เพราะหากขุนพลสวรรค์ไม่อาจหาผู้ขโมยคัมภีร์จันทราพบ หรือตามหาคัมภีร์กลับคืนมาได้ ก็ไม่อาจล้างมลทินให้เทียนเหวินทายาทสวรรค์ได้เช่นกัน“ข้าเพียงหลงเข้าไปที่นั่น ไม่ได้ลักลอบเข้าไป”เพราะตนถูกใส่ความ ถูกพันธนาการจนถึงตอนนี้ ทั้งยังถูกลงทัณฑ์ทำลายปราณเซียน แม้จะมีพลังประห

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (1)

    “รายงาน”ไม่นานนักทหารสวรรค์นายหนึ่งก็กลับมา“คนร้ายหลบหนีไปโลกมนุษย์ ทหารบางส่วนตามติดไปแล้วขอรับ”ห้าวอี้พยักหน้ารับ แล้วหันมาบอกกับเจ้าสำนักทั้งสอง“ข้าจะไปกับศิษย์ของพวกท่านเอง พวกท่านไม่ต้องกังวลไป”ผู้เป็นขุนพลสวรรค์เอ่ยปากเองเช่นนี้ เจ้าสำนักทั้งสองยิ่งวางใจมากขึ้นไปอีก“ลำบากท่านขุนพลแล้ว”อาจารย์ใหญ่จี๋เฟิ่งเอ่ย ความรู้สึกผิดยังเต็มล้น หวังเพียงว่าจะสามารถนำเอาคัมภีร์จันทรากลับมาได้ในเร็ววันเทียนเหวินยิ้มมุมปากเล็กน้อย รู้ทันห้าวอี้ว่านอกจากตามไปจับตัวคนผิดมาลงโทษแล้ว ยังต้องการดูพฤติกรรมของตนด้วย“ดูแลตัวเอง และดูแลหลินเฟยด้วย”เจ้าสำนักเจียงซินสั่งกับเจียอินเจ้าตัวรับคำแม้จะขัดใจที่อาจารย์ใหญ่ฝากฝังหลินเฟยกับตนอีกเช่นเคย แน่นอนว่าอีกฝ่ายนับเป็นภาระของนางมากกว่าจะช่วยเหลือสิ่งใดได้มีหลินเฟยติดตามนางคงลำบากมากกว่าไปเพียงลำพังเสียอีก“ออกเดินทางกันเลยเถิด ชักช้ากว่านี้คนร้ายอาจคลาดกับทหารของข้า และยิ่งมีเวลากลบเกลื่อนร่องรอยในโลกมนุษย์”ห้าวอี้บอกแล้วหันไปสั่งให้ทหารนำทาง“อาจารย์ ข้าขอพาเสี่ยวเหลียนไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ นางอยู่กับข้ามาตลอด และเวลานี้นางก็อาการไม่ค่อยดีนัก

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-27
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (2)

    “ต้องมีใครสักคนช่วยเหลือนางไว้ และเขาผู้นั้นก็มอบพลังปราณนั้นให้นาง”“ไยเขาต้องมอบพลังให้ข้า”ได้ฟังเช่นนี้เสี่ยวเหลียนยิ่งงุนงง คนผู้นั้นต้องการฆ่านางอย่างนั้นหรือ พลังสูงส่งเช่นนี้นางจะรับไว้ได้อย่างไร“นั่นสิ ทำเช่นนี้ยิ่งทำให้เสี่ยวเหลียนทรมาน”หลินเฟยเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน“มีทางเดียว คือเจ้าอาจกำลังจะตาย”สองสหายสาวต่างหันมองกันเองแล้วยิ่งหน้าซีดกับคำบอกของเจียอิน“อย่างนั้นก็หมายว่า ที่อาจารย์ปู่พูดเป็นความจริง เสี่ยวเหลียนมีเวลาเหลืออีกไม่นานอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เทพเซียนผู้นั้นมอบพลังปราณให้เจ้าเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้ สิ่งที่เจ้าต้องทำให้ได้คือ หลอมรวมปราณของเจ้าให้เป็นหนึ่งเดียวกับปราณเทพให้ได้”เจียอินตอบหน้าตาย ไม่มีความอนาทรต่อชีวิตของเซียนดอกบัวที่ตนไม่รู้จัก“เช่นนั้นควรทำอย่างไรดี”หลินเฟยเป็นห่วงสหายของตนอย่างมาก นางไม่เคยมองเสี่ยวเหลียนเป็นเพียงภูตรับใช้ ถือว่าอีกฝ่ายเป็นสหายเป็นเหมือนพี่น้องด้วยซ้ำ“จะทำอย่างไรได้ มีเพียงนางที่ต้องพึ่งพาตนเอง”เมื่อดูเหมือนจะไร้หนทางเสี่ยวเหลียนจึงถอนหายใจ ทว่ายังจับมือหลินเฟยปลอบใจ“อย่าเพิ่งกังวลไปนักเลย ระหว่างนี้ข้าจะค่อยๆ บำเพ็ญเพียร

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-27
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (3)

    ‘หรือธาตุไฟกำลังเข้าแทรก’เสี่ยวเหลียนตัวสั่นเทา ลูบแขนตนเองทั้งที่เหงื่อชุ่มกาย ปากแห้งคอแห้ง ร่างบอบบางพยายามขยับลุกขึ้น ต้องหาแหล่งน้ำบริสุทธิ์โดยเร็วนางเป็นภูตดอกบัว เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ การกลายร่างกลับเป็นร่างดอกบัวดังเดิมแช่ในน้ำจะสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ เหมือนการจำศีลเข้าฌาน ช่วยให้นางบำเพ็ญเพียรได้เต็มความสามารถ เพราะกายทิพย์ของเซียนน้อยเช่นนางไม่ได้มีกำลังมากนักหญิงสาวเดินโผเผไปจนถึงประตู แม้ไม่รู้ว่าตนจะหาแหล่งน้ำพบได้อย่างไร ทว่าก็ไม่อาจนั่งเฉยอยู่เพียงในห้องนี้ได้ แต่ประตูเปิดออกกลับต้องผงะถอยหลังเมื่อพบคนผู้หนึ่ง“ท่าน”เสียงหวานพึมพำระคนงุนงง“ข้ามาช่วยเจ้า”คิ้วเรียวงามขมวดอย่างไม่เข้าใจ หากร่างสูงใหญ่กลับก้าวพรวดมาหาจนนางถอยไม่เป็นกระบวนอย่างตกใจเกือบล้มลง แต่อีกฝ่ายโอบไหล่ช่วยพยุงได้ทัน“ปล่อยข้านะ”“ข้าบอกแล้วว่ามาช่วยเจ้า”“ท่านจะช่วยข้าได้อย่างไร”เสี่ยวเหลียนจ้องใบหน้าขาวคมที่ก้มลงมาใกล้ของศิษย์สำนักซ่างเซียนเหนือแล้วความรู้สึกหนึ่งก็แวบเข้ามานางเคยเห็นใบหน้าเช่นนี้ในระยะใกล้มาแล้วมือบางรีบผลักอีกฝ่ายทันที ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตาพร้อมสะบัดกายหน

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-27
  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (1)

    “หากยังอยากมีชีวิตอยู่ เจ้าก็ต้องเชื่อใจข้า”“ท่านขู่ข้า?”หญิงสาวหันกลับมามองอีกฝ่าย แม้รู้สึกว่าใบหน้าของตนใกล้กับใบหน้าขาวคมมากเกินไป ทว่าในตอนนี้ชีวิตของนางอยู่ในช่วงความเป็นความตายที่ไม่รู้ว่าปราณเทพจะแผลงฤทธิ์ขึ้นมาเมื่อไร หากไม่อาจบำเพ็ญเพียรได้ นางก็ไม่อาจหาทางหลอมรวมปราณได้เช่นกัน“ข้ามีเจตนาดีแต่แรก เพียงแต่เจ้าไม่เชื่อข้าเอง”คราวนี้เทียนเหวินเอ่ยอย่างจริงจัง“ในเมื่อช่วยเจ้ามาก่อนหน้านี้แล้วทำให้เจ้าต้องลำบาก ข้าก็กังวลใจไม่น้อยเลย จึงได้อยากช่วยเจ้าให้ถึงที่สุด”เสี่ยวเหลียนเริ่มมีสีหน้าลังเล ชายหนุ่มจึงย้ำ“ในทุกครั้งที่เจ้าพยายามใช้พลังปราณ ร่างกายของเจ้าจะยิ่งทรมานเพราะพลังที่มากเกินจะรับไหว ดวงจิตวิญญาณที่บาดเจ็บของเจ้าจะยิ่งบอบช้ำ เมื่อถึงที่สุด เจ้าก็จะแหลกสลาย”แม้จะยังไม่ไว้ใจอีกฝ่าย หากนางก็ไม่มีทางเลือกใดอีกแล้ว“ข้าต้องทำอย่างไร”เทียนเหวินแทบจะลอบถอนหายใจเมื่อหญิงสาวเหมือนจะยินยอมให้ตนช่วยแล้ว“นั่งนิ่งๆ หลับตา ข้าจัดการเอง”คำพูดอีกฝ่ายดูมีเลศนัยทำให้คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น สีหน้าแววตาสงสัยชัดเจน“เถิดน่า หากไม่รีบ คนอื่นกลับมาระหว่างนี้แล้วมาพบเข้า ข้ากับเจ้าอา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-27

บทล่าสุด

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   7.ชีวิตข้าไร้ความหมาย (3)

    “ท่านบอกว่าเสี่ยวเหลียน...”หลินเฟยพึมพำเสียงเบาพร้อมสีหน้าเจ็บปวด ก้าวถอยหลังพลางโซเซนั่งลงบนเก้าอี้ราวขาอ่อนแรง น้ำตาค่อยๆ เอ่อล้นก่อนจะไหลรินอาบแก้ม ความเสียใจถาโถมเข้าใส่ นางไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้เลย สำหรับนางแล้วเสี่ยวเหลียนจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เท่าหลายหมื่นปี“โธ่...เสี่ยวเหลียน เป็นข้าเองที่ผิด”หากไม่เพราะตนดื้อดึงอยากพิสูจน์ความสามารถตัวเอง ต้องการให้เทียนเหวินหันมามอง เสี่ยวเหลียนก็คงจะไม่ทำเช่นนี้ อีกฝ่ายต้องการปกป้องตนจากภัยอันตรายจึงต้องลงเอยเช่นนี้“ท่านเองก็ไม่น่าปล่อยให้นางปลอมตัวแทนเลย”นางอดตำหนิศิษย์พี่ของตนไม่ได้ อีกฝ่ายเก่งกาจมีฝีมือ แต่กลับปล่อยผู้ที่อ่อนแอกว่าให้แบกรับเรื่องเสี่ยงอันตราย“เจ้ามาโทษข้าได้อย่างไร นางมั่นใจนักหนาว่าจัดการได้ และหากไม่ใช่เจ้าเสนอตัวก่อน ทำให้นางเป็นห่วง ข้าย่อมปลอมเป็นอู๋ชิวอิ่งตามที่คุยกันไว้แต่แรกอยู่แล้ว ข้าไม่ได้บังคับใคร ทั้งเจ้าทั้งนาง พวกเจ้าสองคนเองต่างหากที่อาสาทำแทนข้า”เจียอินไม่พอใจที่ถูกดึงไปเกี่ยวด้วย“เรื่องอันตรายและเป็นเรื่องใหญ่ ไยพวกเจ้าโยนกันไปมาเป็นของเล่นเช่นนี้”ขุนพลสวรรค์ตำหนิ เมื่อได้ฟังสองสาวคุยกันแล้วรู้ว่

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   7.ชีวิตข้าไร้ความหมาย (2)

    “พวกท่านอย่าได้กังวลเลย ข้าเป็นเพียงภูตต่ำต้อย...”“เจ้าเงียบไปเถิดน่า”เทียนเหวินดุเซียนดอกบัวอีกแล้ว เขาไม่ชอบเลยที่นางบอกว่าตนต้อยต่ำราวไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ทั้งที่เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตนาง ทำราวสิ่งที่เขาทำไปไม่มีคุณค่าใด“หึ นางดูไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เช่นนั้นก็จบชีวิตไปเลยก็แล้วกัน”“อย่า!”“หยุดนะ!”เสียงเทียนเหวินดังขึ้นพร้อมห้าวอี้ เห็นชัดว่ามือหนาที่คอของเสี่ยวเหลียนออกแรงบีบ ใบหน้าซีดของหญิงสาวแดงขึ้นส่วนหลี่ไห่ฉินเห็นว่าเฉิงเคอกำลังสะใจ และพอใจกับสีหน้าตกใจของทายาทสวรรค์รวมทั้งห้าวอี้ โดยละสายตาจากตน เขายืนเยื้องมาทางด้านข้าง ซึ่งแขนของเฉิงเคอโอบกายเซียนดอกบัวเพื่อบีบคอ คิดว่าคงไม่ทันสังเกต จึงฉวยโอกาสซัดพลังใส่อีกฝ่ายตั้งใจให้ถูกด้านข้างทว่าเฉิงเคอรับรู้จากปลายหางตาจึงหันมองแล้วเห็นว่าผู้เป็นศิษย์พี่โจมตีตน เขาผลักร่างเล็กของหญิงสาวเข้าไปปะทะกับพลังของหลี่ไห่ฉินแทนตนทันทีร่างบอบบางถลาไปเผชิญกับพลังทำลายรุนแรงของหลี่ไห่ฉินจนกระอักเลือด“อึก”“เสี่ยวเหลียน!”เทียนเหวินพุ่งกายเข้ามาหาร่างเล็กที่ผงะหงายหลัง ดวงตาคู่กลมโตยังมองเขา ทว่าเพียงชั่วอึดใจเพราะเสียงตะ

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   7.ชีวิตข้าไร้ความหมาย (1)

    “รีบตามเร็ว”เทียนเหวินขยับตัวหายวับไปก่อนที่ห้าวอี้จะบอกเสียอีกชายหนุ่มทั้งสามยังไม่อาจเข้ามาได้เพราะคนของจวนทั้งสองยังแอบฟังเสียงนายตนอยู่หน้าห้องพักหนึ่งก่อนจากไป หากมีการต่อสู้หรือเสียงประหลาดคนพวกนั้นอาจเข้ามาช่วยนายน้อยของพวกเขา ผู้เป็นขุนพลสวรรค์ไม่ต้องการให้มนุษย์ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของเซียนเพิ่มอีก เพียงเมิ่งจือหยวนตายไปคนหนึ่งก็มากเพียงพอแล้วไม่คิดว่าผู้ที่อยู่ในห้องหอจะเป็นเสี่ยวเหลียนที่ฝีมือยังอ่อนหัดและปราณไม่แข็งแรงพอจะจัดการกับเฉิงเคอได้ทั้งสามรีบรุดตามอีกฝ่ายไปโดยเร็ว กระดิ่งที่ห้าวอี้พกติดตัวบ่งบอกทิศทางให้พวกเขาตามไปได้ถูกต้อง ที่สำคัญเฉิงเคอไม่มีทางเล็ดลอดสายตาของเล่าทหารสวรรค์ที่รายล้อมเมืองนี้ไว้อย่างแน่นอนหลี่ไห่ฉินพุ่งไปด้านหน้าเร็วขึ้นทันทีที่เห็นด้านหลังของเฉิงเคอ ทั้งยังยกมือขึ้นร่ายเวทจะปล่อยพลังเข้าใส่ ทว่าเทียนเหวินจับมือเอาไว้ก่อน“ยั้งข้าไว้ทำไม”“เสี่ยวเหลียนอยู่ในมือเขา ท่านก็เห็นแล้ว”“หากไม่รีบจัดการเสียตอนนี้ เฉิงเคอก็ยิ่งหนีไปไกล”“แต่...”“พวกท่านหยุดเถียงกันสักที เร่งตามเฉิงเคอเร็ว เขาหนียังไปหุบเขาเบื้องหน้าแล้ว คงตั้งใจหนีเข้าป่าเพราะเร

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   6.อู๋ชิวอิ่งตัวปลอม (2)

    “เหตุใดเจ้าจึงทำร้ายศิษย์น้องข้า”“ข้าช่วยนางต่างหาก”เสี่ยวเหลียนเอ่ยโดยไม่หลบสายตาเจียอิน“หากจะหาต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด ย่อมเป็นข้า และข้าจะไม่ยอมให้หลินเฟยตกอยู่ในอันตราย”“อ้อ ภักดีเสียจริง สมกับเป็นภูตรับใช้ของหลินเฟย”เจียอินพยักหน้าพลางยิ้มเยาะ“แล้วจะทำอย่างไรต่อไป จะให้ข้าปลอมตัวเป็นนางเช่นเดิมหรือ ภูตรับใช้เช่นเจ้า ไม่มีสิทธิ์สั่งข้า หากข้าไม่ทำ เจ้าจะทำอย่างไร”“ข้าไม่กล้าสั่งท่านแน่นอน ข้าจะปลอมเป็นอู๋ชิวอิ่งเอง”ดวงตาคู่เรียวของเจียอินมองภูตดอกบัวราวประเมิน“เซียนชั้นต้นอ่อนแอเช่นเจ้า ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามีฝีมือพอจะไม่ทำแผนพัง จับเฉิงเคอได้”“อย่างน้อยท่านก็เห็นแล้วว่า ข้าสามารถทำให้เขาหมดสติได้แน่”เสี่ยวเหลียนเองก็เชิดหน้าเอ่ยอย่างมั่นใจ หากนางแสดงท่าทางไม่มั่นใจในตัวเอง เจียอินก็คงไม่เชื่อว่านางทำได้ ใช่ว่านางเก่งหรืออวดดี แต่สถานการณ์เช่นนี้นางทำได้เพียงกันหลินเฟยออกไปก่อน“เช่นนั้นก็ดี รีบปลอมตัวเสีย ข้าจะพาอู๋ชิวอิ่งกับหลินเฟยกลับโรงเตี๊ยม หึ สุดท้ายนางก็เป็นภาระของข้าอยู่เช่นที่ผ่านมา”คนได้ยินเม้มริมฝีปาก ไม่ชอบที่เจียอินมักดูถูกหลินเฟย สหายของนางเพียงไม่ได้ร

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   6.อู๋ชิวอิ่งตัวปลอม (1)

    วันแต่งงานของเมิ่งจือหยวนกับอู๋ชิวอิ่งมาถึง“ท่านชายทั้งสองปลอมเป็นผู้ไปร่วมงานและคอยจับตาดูเฉิงเคอไว้ ข้าจะไปรอที่ห้องหอกับแม่นางเจียอิน เผื่อมีสิ่งใดจะได้รีบช่วยเหลือได้ทัน”ขุนพลห้าวอี้ย้ำในสิ่งที่เขาคิดไว้“พวกข้าขอไปด้วยได้หรือไม่ อาจารย์ส่งข้ามาช่วยศิษย์พี่ หากไม่ทำสิ่งใดเลย คงไม่ดีนัก”หลินเฟยเอ่ยขอ นางเองก็อยากช่วยจับเฉิงเคอกันเช่น“ท่านหญิงกับเสี่ยวเหลียน รออยู่ที่นี่เถิด”“อย่างน้อย หลังจากศิษย์พี่เจียอินปลอมตัวเป็นอู๋ชิวอิ่งแล้ว ข้ากับเสี่ยวเหลียนจะได้พานางมาซ่อนที่นี่ เพื่อไม่ให้พวกท่านต้องกังวลเผื่อต้องต่อสู้กับเฉิงเคอ อีกอย่างพวกท่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพานางกลับไปกลับมา เช่นนี้ไม่ดีกว่าหรือ”ฟังสิ่งที่หลินเฟยบอกแล้วสุดท้ายห้าวอี้ก็ตกลง ด้วยเห็นว่าหากมีพวกนางไปด้วยก็สามารถช่วยดูแลความปลอดภัยของอู๋ชิวอิ่งได้ขณะอยู่ในงานแต่งงานจวนนายอำเภอ ก่อนเกี้ยวเจ้าสาวมาถึง เฉิงเคอในร่างของเมิ่งจือหยวนค่อนข้างสงบนิ่งกว่าตัวตนแท้จริง แน่นอนว่าช่วงหลายวันมานี้แม้คนในบ้านจะรู้สึกว่านายน้อยแปลกไป จากที่ออกไปบ่อนทุกวันกลับไม่ย่างก้าวออกไปไหน แต่ต่างก็คิดว่าเพราะกำลังจะแต่งงานเมิ่งจือหยวนจึง

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (3)

    กลางดึกคืนหนึ่งช่างแสนอบอ้าว เสี่ยวเหลียนซึ่งปูที่นอนนอนบนพื้นรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นนัก นับแต่มาถึงโลกมนุษย์นางยังไม่มีโอกาสอาบน้ำหรือแช่น้ำเลยสักครั้ง ดวงจิตวิญญาณของนางยังไม่แข็งแรงพอ ยังต้องแปลงร่างเป็นดอกบัวอยู่ในน้ำเหมือนเช่นเวลาที่อยู่ในสำนักซ่างเซียนใต้ร่างบอบบางลุกขึ้นนั่งเมื่อไม่อาจทนได้อีกแล้ว หันไปมองหลินเฟยซึ่งหลับบนเตียงกับศิษย์พี่เจียอินก็เกรงใจ ไม่อยากรบกวนยามพักผ่อนของอีกฝ่าย จึงตัดสินใจออกไปจากห้องให้เบาที่สุดนางจำได้ว่าด้านหลังโรงเตี๊ยมมีบ่อน้ำเล็กที่เอาไว้ตักน้ำขึ้นมาใช้สอย หญิงสาวชี้สองนิ้วใช้พลังหย่อนถังลงไปตักแล้วดึงขึ้น ก่อนจะเทลงใส่ตนเองทั้งหัวจรดปลายเท้า ทว่าเทไปสามถังจนกายชุ่มโชกแล้วก็ยังรู้สึกไม่เพียงพอ ราวผิวกลีบบัวบอบบางเหี่ยวเฉา จึงอดบ่นพึมพำไม่ได้“ต้องเทอีกกี่ถังกัน”เสี่ยวเหลียนรู้สึกว่าน้ำแต่ละถังนั้นน้อยเกินไป หญิงสาวโน้มกายมองลงไปในบ่อน้ำที่ลึกจนไม่อาจมองเห็นเบื้องล่าง นิ่งคิดเพียงชั่วอึดใจเจ้าตัวก็ก้าวขาข้ามขอบบ่อน้ำตั้งใจลงไปแช่ในนั้น เพราะคิดว่าอย่างไรตนก็สามารถใช้เวทลอยกลับขึ้นมาได้“เจ้าจะทำอะไรน่ะ”ร่างสูงใหญ่ก้าวพรวดเข้ามาทำเอาเสี่ยวเหลียนตกใจ

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (2)

    ร่างกายของเสี่ยวเหลียนดีขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน หญิงสาวรู้สึกตัวในเช้าวันถัดมาเป็นเวลาเดียวกันกับที่เจียอินเข้ามาในห้องพอดี อีกฝ่ายมองนางแวบเดียวแล้วนั่งลงบนโต๊ะรินน้ำชาจิบ“เอ่อ หลินเฟยไปไหนหรือ”“ล้างหน้าล้างตา”นางพยักหน้ารับแล้วเงียบไปอย่างทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยพูดคุยหรืออยู่ตามลำพังกับศิษย์พี่ของหลินเฟยมาก่อนเจียอินเองก็ไม่เอ่ยสิ่งใดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ พลางจิบชา“เป็นเพียงภูตรับใช้ แต่กลับบนนอนเตียงอย่างสบาย ปล่อยให้เทพเซียนต้องนั่งหลังขดหลังแข็ง ทั้งที่ออกไปตะลอนข้างนอกมาหลายชั่วยาม”เสี่ยวเหลียนรู้ตัวในทันใดว่าถูกตำหนิ เพราะตนยังนั่งบนเตียง ร่างเล็กขยับลงจากเตียงและหลินเฟยก็เข้ามาพอดี“อ้าว ฟื้นแล้วหรือเสี่ยวเหลียน”“อื้อ”“ไปล้างหน้าสิจะได้สดชื่นขึ้น ข้าพบท่านขุนพลข้างนอก เห็นบอกว่าได้เรื่องแล้ว หลังทานข้าวเช้ากันแล้วค่อยมาวางแผนกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป”เมื่อสหายสนิทบอกเช่นนั้นเสี่ยวเหลียนก็รีบพยักหน้าแล้วไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยโดยเร็ว เพราะมีเพียงตนที่ไม่ได้ออกไปช่วยคนอื่นๆ เมื่อวาน เกรงว่าจะมีคนไม่พอใจ“เจ้าให้ความสำคัญกับภูตรับใช้เกินไปแล้ว”เสียงของเจียอินทำให้

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   5.คู่หมายของหลินเฟย (1)

    “หากยังอยากมีชีวิตอยู่ เจ้าก็ต้องเชื่อใจข้า”“ท่านขู่ข้า?”หญิงสาวหันกลับมามองอีกฝ่าย แม้รู้สึกว่าใบหน้าของตนใกล้กับใบหน้าขาวคมมากเกินไป ทว่าในตอนนี้ชีวิตของนางอยู่ในช่วงความเป็นความตายที่ไม่รู้ว่าปราณเทพจะแผลงฤทธิ์ขึ้นมาเมื่อไร หากไม่อาจบำเพ็ญเพียรได้ นางก็ไม่อาจหาทางหลอมรวมปราณได้เช่นกัน“ข้ามีเจตนาดีแต่แรก เพียงแต่เจ้าไม่เชื่อข้าเอง”คราวนี้เทียนเหวินเอ่ยอย่างจริงจัง“ในเมื่อช่วยเจ้ามาก่อนหน้านี้แล้วทำให้เจ้าต้องลำบาก ข้าก็กังวลใจไม่น้อยเลย จึงได้อยากช่วยเจ้าให้ถึงที่สุด”เสี่ยวเหลียนเริ่มมีสีหน้าลังเล ชายหนุ่มจึงย้ำ“ในทุกครั้งที่เจ้าพยายามใช้พลังปราณ ร่างกายของเจ้าจะยิ่งทรมานเพราะพลังที่มากเกินจะรับไหว ดวงจิตวิญญาณที่บาดเจ็บของเจ้าจะยิ่งบอบช้ำ เมื่อถึงที่สุด เจ้าก็จะแหลกสลาย”แม้จะยังไม่ไว้ใจอีกฝ่าย หากนางก็ไม่มีทางเลือกใดอีกแล้ว“ข้าต้องทำอย่างไร”เทียนเหวินแทบจะลอบถอนหายใจเมื่อหญิงสาวเหมือนจะยินยอมให้ตนช่วยแล้ว“นั่งนิ่งๆ หลับตา ข้าจัดการเอง”คำพูดอีกฝ่ายดูมีเลศนัยทำให้คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น สีหน้าแววตาสงสัยชัดเจน“เถิดน่า หากไม่รีบ คนอื่นกลับมาระหว่างนี้แล้วมาพบเข้า ข้ากับเจ้าอา

  • เหมันต์เหน็บหนาว จันทราเดียวดาย   4.มีเพียงข้าช่วยเจ้าได้ (3)

    ‘หรือธาตุไฟกำลังเข้าแทรก’เสี่ยวเหลียนตัวสั่นเทา ลูบแขนตนเองทั้งที่เหงื่อชุ่มกาย ปากแห้งคอแห้ง ร่างบอบบางพยายามขยับลุกขึ้น ต้องหาแหล่งน้ำบริสุทธิ์โดยเร็วนางเป็นภูตดอกบัว เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ การกลายร่างกลับเป็นร่างดอกบัวดังเดิมแช่ในน้ำจะสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ เหมือนการจำศีลเข้าฌาน ช่วยให้นางบำเพ็ญเพียรได้เต็มความสามารถ เพราะกายทิพย์ของเซียนน้อยเช่นนางไม่ได้มีกำลังมากนักหญิงสาวเดินโผเผไปจนถึงประตู แม้ไม่รู้ว่าตนจะหาแหล่งน้ำพบได้อย่างไร ทว่าก็ไม่อาจนั่งเฉยอยู่เพียงในห้องนี้ได้ แต่ประตูเปิดออกกลับต้องผงะถอยหลังเมื่อพบคนผู้หนึ่ง“ท่าน”เสียงหวานพึมพำระคนงุนงง“ข้ามาช่วยเจ้า”คิ้วเรียวงามขมวดอย่างไม่เข้าใจ หากร่างสูงใหญ่กลับก้าวพรวดมาหาจนนางถอยไม่เป็นกระบวนอย่างตกใจเกือบล้มลง แต่อีกฝ่ายโอบไหล่ช่วยพยุงได้ทัน“ปล่อยข้านะ”“ข้าบอกแล้วว่ามาช่วยเจ้า”“ท่านจะช่วยข้าได้อย่างไร”เสี่ยวเหลียนจ้องใบหน้าขาวคมที่ก้มลงมาใกล้ของศิษย์สำนักซ่างเซียนเหนือแล้วความรู้สึกหนึ่งก็แวบเข้ามานางเคยเห็นใบหน้าเช่นนี้ในระยะใกล้มาแล้วมือบางรีบผลักอีกฝ่ายทันที ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตาพร้อมสะบัดกายหน

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status