รถจี๊ปคันดำพุ่งทะยานเข้ามาจอดหน้าบ้านท่ามกลางมรสุม เป็นจังหวะเดียวกับที่รถกระบะโหลดสูงอีกคันของเขาขับชะลอเข้ามา อินเหลาลดกระจกลง"ป้อเลี้ยง คุณนายกับคุณแต๋งยังไม่มาเลยครับ คุณนายขับรถไปช่วยพวกเราเอามะยงชิดขึ้น""ว่าไงนะ เดี๋ยวฉันจัดการเองนายรีบไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ""โชคดีเน้อป้อเลี้ยง" อินเหลาตะโกนต้านเสียงสายฝนภาคีวิ่งกลับขึ้นรถแล้วขับผ่าความมืดไปหาแม่ลูกอย่างเป็นกังวล ระยะทางที่ขับไปถึงป่ามะยดชิดนั้นยาวไกลเกือบยี่สิบโลฟากเดียวกันสองแม่ลูกนั่งตัวหนาวสั่นเพราะรถขนอึควายคันนี้หมุนกระจกขึ้นไม่ได้"หนุนน้อยเราจะไปนารกหรือซาหวันดี" บะแต๋งในชุดคลุมฝนนั่งตัวสั่นหงึก ๆ ริมฝีปากกระทบกันจากความหนาวเหน็บ"โอ้ย แม่ไม่ไปทั้งคู่แหละลูก เรายังไม่ตายหรอกน่า หนูหนาวใช่ไหม มาครับหนูไปนั่งข้างหลังนะ" เหนือฟ้าประคองบะแต๋งให้ลุกขึ้น หนูน้อยก้าวขาไปนั่งเบาะหลัง แม้จะหนาวสั่นแต่ก็ไม่ออกปากบ่นใด ๆ"อี่แม่ ป้อจะมาช่วยหมู่เหาก่อ" บะแต๋งมองหามนุษย์ในสายฝนอย่างมีความหวัง"ป่านนี้ป้อน่าจะถึงบ้านแล้ว อาจจะกำลังขับรถมา เพราะป้อไม่มีทางปล่อยให้หมู่เฮาเป็นอะไรไปแน่ ๆ" เหนือฟ้าลูบแก้มเย็นเฉียบของลูกชาย"อะหยังหนุนตึ๋
สองคนพ่อลูกนอนดูละครหลังข่าวด้วยกัน แต่ละครส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องชิงรักหักสวาท ภาคีจึงเปลี่ยนไปดูแพลตฟอร์มออนไลน์ค่ายดำแดงที่มีทั้งหนังและการ์ตูน"อ้อเหนือ ลูกใกล้เข้าเตรียมอนุบาลแล้วนี่ เหนืออยากให้บะแต๋งเรียนไหน พี่จะได้วางแผนถูก""เหนืออยากให้ลูกเรียนที่โรงเรียนอนุบาลของพ่อกับแม่เหนือค่ะ แต่เหนือว่ามันไกลไป""ไม่ไกลหรอก พี่ขับรถได้สบาย เห็นว่ามีสาขาเปิดใหม่แถวรังสิตพอดี วิ่งเส้นนครนายก รังสิต แล้ววิ่งเข้ากรุงเทพไปบ้านแม่พี่ยังไหวเลย สิริรวมเวลาก็ราวหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาที อะไรที่เหนือสบายใจและเห็นว่าดี พี่ให้เหนือตัดสินใจเลยครับ""ขอบคุณนะคะ พี่คีน่ารักจังเลย คืนนี้เอารางวัลปลอบใจดีไหม" เหนือฟ้าหยิบผมทัดหลังหู ชะม้อยชะม้ายสายตาส่งให้หนุ่มเหนือสุดที่รัก"ปลอบยังไง ส่วนไหนดี" ภาคียื่นหน้าข้ามบะแต๋งเข้าไปหาภรรยา เชยคางมนเข้ามาหวังทิ้งรอยจุมพิตลงไปบะแต๋งลุกคลานสี่ขา ยื่นหน้าเข้าไปหาพ่อกับแม่ "จะเอาปากฟาดกันอีกแล้วก๊ะ"คู่หวานแหววจึงต้องรีบผละออก สาวอวบทำหน้าง้ำงอ คนจะหวานกับผัวทั้งที ลูกชายคนดีก็ขัดซะเหลือเกิน "เมื่อไหร่จะนอนฮะเรา นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะครับ""แท๋งให้ป้อก่อมเกา ก่อมเกาแ
บะแต๋งถูกจับแต่งตัวใส่สูทผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมปาดเจล หนูน้อยไม่ชอบใจเท่าไหร่นักที่ถูกแม่กับพ่อจับแปลงโฉมให้ใส่ชุดที่เป็นทางการแบบนี้"หมู่เหาจะไปตี้ไหน" ศีรษะเล็กหันไปซ้ายทีขวาทีมองดูกระจกรถที่แล่นผ่านตึกราบ้านช่องโอ่อ่าในกลางกรุง "ตี้ไหนก๊ะ เฮือนแถวเน้มันแปก ๆ นะหนุน""มันแปลกตรงไหนเหรอครับ" เหนือฟ้าไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกพยายามจะสื่อ"ก็เฮือนฉู๊งฉูงไงเล่าหนุนน้อย" บะแต๋งชี้ตึกสูงให้ดู"อ๋อ มันเรียกว่าตึกครับ ไม่ใช่บ้านคน""ถึก" เด็กชายย้ำเมื่อรถจี๊ปของภาคีจอดหน้าโรงแรม ทีมบอดี้การ์ดของเขาที่ยืนต้อนรับอยู่ก่อนแล้วจึงปรี่เข้ามาทักทาย "ฝากเอารถไปจอดให้ฉันด้วย" กุญแจรถถูกส่งให้กับหัวหน้าบอดี้การ์ด"โห หนุน ๆ ดูชายชุดดำ" บะแต๋งชี้กลุ่มพี่ ๆ ที่แต่งชุดสูทดำสวมแว่นตาห้อยอะไรเสียบไว้ แล้วเรียกให้แม่ดู"ลูกน้องของป้อคีค่ะ" เหนือฟ้าในชุดเดรสเกาะอกปักคริสตัลระยิบระยับสีน้ำเงินโชว์เนินอกและผิวพรรณขาวเปล่งปลั่ง ทำให้ภาคีเหม่อลอยคล้อยตามใบหน้าจิ้มลิ้มเคลือบสำอางพ่อเลี้ยงหนุ่มในชุดสูทผูกไทด์ยืนจ้องเมียคนงามตากะพริบจนบะแต๋งต้องสะกิด "ป้อ ๆ เป็นหยังจ้าว""อ้อ ป้อเขินบะหนุนน้อย" ภาคีก้มลงกระซิบใบหูเ
เสียงครกกับสากกระแทกกันบริเวณเสื่อใต้ร่มไม้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายัยไอรดานั่นจะบุกมาที่ไร่จริง ๆ เหนือฟ้าโมโหตำส้มตำจนแหลก บะแต๋งที่นั่งจกข้าวเหนียวกินกับหมูปิ้งของโปรดต้องรีบสะกิดแม่"หนุน ๆ มะก้วยเต้ดมันเละโหมะแล้วเน้อ""อ้อแม่ขอโทษด้วยจ้ะ พอดีกำลังสอดส่องคนไม่ดีอยู่" เหนือฟ้าเทตำป่าลงในจาน มองดูสามีกำลังใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อคุยกับเจ้าของผับเมืองภูเก็ตอย่างไม่ไว้ใจ"คุณเหนือคะ นางยังไม่กลับไปอีกเหรอเนี่ย" เดือนเพ็ญขับรถกอล์ฟมาพร้อมอินเหลา แล้วหิ้วมื้อเที่ยงที่ได้จากตลาดมาฝากเจ้านายสาว"ยังค่ะ มาตั้งแต่เก้าโมงจนเที่ยงยังเสนอหน้าอยู่เลย แถมพี่คียังพาแม่นั่นไปกินของที่ภัตตาคารของไร่อีก เอาใจเหลือเกิน""ก็เห็นป้อเลี้ยงบอกว่าจะสืบความลับก็ต้องซื้อใจ๋ อินเหลาว่าแล้วส่งขนมครกให้บะแต๋งลองชิม"ขอบคุณจ้าว" บะแต๋งยกมือไหว้มารยาทงดงามเหนือฟ้าปรายตามองลูกชายที่มีแววจะเป็นนักแสดง สาวอวบนึกแผนการดี ๆ ออก "โอ้ยยย แม่เจ๊บต๊อง""คุณนายไหวไหมคะ" เดือนเพ็ญเป็นห่วง คุณแม่เจ้าแผนการขยิบตาหนึ่งข้าง ผู้จัดการไร่จึงรีบขยิบตากลับ"เป็นหยังกั๋น เกี่ยวกิ๋นตาก๊ะคุณนาย ยัยเดือนแกก็เป็นกะเขาโตย" อินเหลามองสองสาว
ปกติทุก ๆ วันสามคนพ่อแม่ลูกจะนอนดูทีวีด้วยกันจนถึงสองทุ่มครึ่งแล้วส่งบะแต๋งเข้านอน แต่วันนี้เหนือฟ้าอยากไปเล่านิทานให้ลูกชายฟัง ทั้งที่ส่วนใหญ่หน้าที่นี้มักจะเป็นของภาคีภาคีเดินไปเดินมา ชะเง้อคอมองเมียที่หายไปเกือบชั่วโมง สุดท้ายจึงเดินไปเคาะเรียกที่ประตูห้องนอนของลูกชาย หมุนลูกบิดเข้าไป แต่คุณแม่ตัวแสบกลับไม่ได้อยู่ในนี้ แถมหนูน้อยก็นอนหลับสนิทไปแล้ว"อ้าวพี่คี่ พี่คี่ทำไยทงเน้ค้าาา" เสียงของเหนือฟ้ายานคาน ใบหน้าแดงเป็นปื้น ในมือถือแก้วใส่เปลือกมะกรูด"กินอะไรครับเหนือ" ภาคีก้มลงสูดกลิ่น "เหล้ามะกรูดเหรอ ของพี่เดือนใช่ไหม""อื้อ ๆ ช่าย ๆ ของปี่เดือนเป็น" เหนือฟ้าเดินเตาะแตะเข้าไปในห้อง อาการเมามายทำให้เธอเดินเซไปมา"เด็กดื้อ รู้ว่าคออ่อนก็ยังจะกินอีก พี่อยากจะตีเหนือจริง ๆ" ภาคีบ่นอุบอิบ รั้งข้อมือเมียให้นั่งลงบนเตียงนอน"กินไหมคะ" เหนือฟ้าส่งแก้วให้ ภาคีรับมาแล้วกรอกใส่ปากจนหมด ลุกขึ้นเอาแก้วไปวางที่โต๊ะ"อ้าวมากินของเหนือหมดเลยได้งายยย พี่คีปายเอามาเติมเลยน้า ไปเอามาเติมสิ" เหนือฟ้ากระโดดตะครุบกอดภาคีจากทางด้านหลัง วงแขนอวบรัดคอพ่อเลี้ยงหนุ่มจนแทบหายใจไม่ออก"อ๊อก ๆ เหนือ พี่จะขาด
คุณนายประจำไร่พิทักษ์มหิงสาสวมชุดเดรสสีเขียวสะท้อนแสงยาวแค่เข่า แล้วขับซาเล้งแว่บออกมาจากบ้านพร้อมกับบะแต๋ง ส่วนภาคีพาไอรดาไปทัวร์กิจการรอบไร่เพราะต้องการทำให้อีกฝ่ายเชื่อใจ เขาจึงต้องลงทุนกระชับมิตรกับผู้หญิงคนนี้ด้วยความจำเป็น"แต๋งหนูรอบนรถนะ""จ้าวว" บะแต๋งล้วงมันทอดกรอบ ผลิตภัณฑ์จากไร่ใส่ปากเหนือฟ้าเดินตรงไปหาสำรวย ลูบหัวเจ้าสะเดาควายที่ภาคีไถ่มาจากทางใต้"พี่สะเดาสบายดีนะ" เหนือฟ้าซี้กับสะเดาควายเผือกหล่อล่ำพันธ์ุดี คู่ครองคู่หวานของแม่บะผางควายเผือกที่สามีไถ่มาจากลำปางเมื่อสามปีก่อนม่อออมั่ววววสะเดาขานรับ"พี่สำรวยคะ เหนือจูงพี่สะเดาไปเดินเล่นเองได้ไหมคะ" เหนือฟ้ายิ้มกริ่ม"ได้ ๆ ครับควายทั้งฝูงในไร่นี้ก็สนิทกับคุณเหนือทุกตัวอยู่แล้ว ยกเว้นไอ้บ่ะยม" บ่ะยมควายตัวผู้ที่ไม่ค่อยเข้าฝูงมันปลีกตัวออกไปยืนกินหญ้าโดดเดี่ยว นอกจากนี้ยังเอาอกเอาใจยาก คนงานในไร่หลายคนเคยโดนไล่ขวิดมาก่อน มีเพียงภาคี สำรวย และลุงหมานที่บ่ะยมเชื่อฟังเว้นจากสองคนนี้มันก็ไม่เอาใครหน้าไหนทั้งสิ้น แม้กระทั่งเธอเหนือฟ้าจูงสะเดาเดินมาใกล้ ๆ คาเฟ่หน้าไร่ ส่วนบะแต๋งนั่งรถพ่วงข้างที่สำรวยเป็นคนขับมาส่ง หนูน้อยกร
เจ้าของไร่กำลังเดินแนะนำและอธิบายให้แขกสาวฟังอย่างตั้งใจ แต่สองหูของภาคีกลับได้ยินเสียงคล้ายรถซาเล้งของเมียดังแว่วเข้ามาใกล้ ตามด้วยเสียงกรี๊ดคลอประสานตามมาเป็นระยะ"พี่คี ป้ออออ" สองแม่ลูกแหกปากเรียกภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือภาคีหันขวับวิ่งออกไปดูต้นเสียง เห็นเจ้าบ่ะยมกำลังขวิดลูกกับเมียฝุ่นตลบ "คุณไอขึ้นไปอยู่ที่รถก่อนนะครับ เผื่อควายผมอาจจะคลั่งขวิดคุณขึ้นมาอีกคน""อุ้ยตายแล้ว ได้ ๆ ค่ะ" ไอรดาวิ่งซอยเท้ารีบเปิดประตูขึ้นรถกระบะส่วนภาคีวิ่งออกล่อบ่ะยมไปอีกฝั่งแล้วตะโกนเสียงดังให้เจ้าควายขี้เหวี่ยงหยุดกวดสองแม่ลูก "บ่ะยม หยุดเดี๋ยวนี้ มาหาป้อเร็ว"บ่ะยมเบรกกะทันหันวิ่งตีโค้งกลับไปหาภาคี จากนั้นเปลี่ยนเป็นเดินอุ้ยอ้ายเข้าไปหาตามปกติทว่าซาเล้งของสองแม่ลูกกลับวิ่งตรงไปข้างหน้าไม่หยุด "อี่แม่ อี่แม่ไม่จอดเล้งล่ะ"บะแต๋งทักท้วงให้แม่ได้สติเหนือฟ้ายิ้มเผล่ส่งให้ลูกชาย "พอดีแม่หยุดไม่ได้จ้ะ""ปุ๊ดโท๊ะ! หมู่เหาตายแน่" บะแต๋งพนมไม้พนมมือ"เอางี้นะลูก แม่จะข้ามไปหาหนูแล้วเราสองคนก็กระโดดลงไป"ภาคีหรี่ตามองรถซาเล้งที่ยังวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด โชคดีที่คนดูแลแปลงผักโซนนี้ขับรถเ
เทศกาลบอลลูนประจำปีครั้งที่สี่ถูกจัดขึ้นที่ไร่พิทักษ์มหิงสา ก่อนการจัดงานเพียงสองอาทิตย์เหนือฟ้าเอาแต่ยุ่งและวุ่นวายกับการเตรียมแผนงาน หญิงสาวสลัดคราบคนซุกซน ติดเล่น เปลี่ยนเป็นนักจัดอีเว้นท์ตัวแม่ที่มีทักษะความเป็นผู้นำ"เรียบร้อยดีใช่ไหมคะ" เหนือฟ้าเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าที่ถูกเชิญมาตั้งแผงขายอาหารและเครื่องดื่มภายในไร่ทั้งสิบวัน"เรียบร้อยดีจ้ะแม่หนู""คุณเหนือครับ ผมเดินไฟทางโน้นเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ" ช่างไฟชี้ไปยังจุดที่ตนเองทำเสร็จ"ขอบคุณมากค่ะ แต่มีอีกจุดนึงฝั่งปากทางเข้างาน เหมือนหลอดไฟจะขาด ช่วยไปเช็คให้หน่อยค่ะ""ได้ครับผม"เสร็จจากตรวจงานระบบเดินไฟ เหนือฟ้าจึงวิ่งเต้นช่วยพนักงานที่รีสอร์ตประสานงานห้องพักให้นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาเช็คอินเกือบครึ่งร้อยแล้วกลับมาตรวจดูความเรียบร้อย พื้นที่กลางไร่ที่ใช้จัดแสดงบอลลูนอีกรอบหลังจากงานวันแรกสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้ากลับทำให้เหนือฟ้าเผลอหลับฟุบคาโซฟาตั้งแต่ยังไม่สองทุ่ม"แต๋งแม่ล่ะ" ภาคีเองก็ชุลมุนเรื่องงานเทศกาลทั้งวัน ไหนจะต้องไปอยู่ร่วมพิธีเปิดงาน คอยต้อนรับเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการภายในจังหวัด แล
โรงพยาบาลทั้งครอบครัวเดินทางมาให้กำลังใจภาคีในวันที่มีผ่าตัดทำหมันกับหมอที่โรงพยาบาล หลังจากที่เขาตัดสินใจจะหยุดการสืบพันธ์ุนี้เพราะเกรงว่าภรรยาจะเผลอท้องขึ้นมาอีกในอนาคต และเพื่อแสดงตนว่าเขาจริงใจที่จะเสียสละเพื่อเธอดังนั้นวิธีการนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพราะเขาอยากให้เหนือฟ้ารู้ว่าทายาททั้งหกคนของเขาจะเป็นของเธอตลอดไป และจะมีใครมีโอกาสแย่งชิงเขาไปจากเธอ"ปี้ปี้" หมูยอเดินเลาะไปมาเกาะแข้งเกาะขาพวกพี่ ๆ ขณะที่แป้งจี่นอนหลับอยู่บนตักแม่ ส่วนน้ำเงี้ยวนั้นนอนแผ่ยาวหนุนตักน่านฟ้าและนิ่มฟ้าเสมือนว่าพี่สาวพี่ชายเป็นเตียงนอนส่วนตัว"หมูยอคะมานั่งเฉย ๆ สิลูก" เหนือฟ้าอุ้มลูกชายสายปราดเปรียวที่ไม่ยอมหลับยอมนอน เอาแต่ปีนป่ายโซฟาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย"หม่ำ ๆ" หมูยอเริ่มเดินเหนื่อยหนูน้อยหยิบขวดนมในกระเป๋าสัมภาระเด็กที่วางอยู่บนเก้าอี้ แล้วเปิดฝาขวดนมบริการตัวเอง"อะหยังป้อต้องตัดหำโตยก๊ะ" น่านฟ้าสงสัยตั้งแต่พ่อบอกว่ามีนัดตัดสิ่งที่อยู่ใต้หว่างขา เด็กชายก็มีคำถามกับเธออยู่ตลอด"ป้อตัดเพื่อคุมกำเนิดพวกเราจะได้มีกันแค่หกคนไงคะ ไม่ดีเหรอหรือหนูอยากมีน้องเพิ่ม" เหนือฟ้าหันไปอธิบายกับลูกชาย"อึ๋ย
ล่วงเลยมาจวบจนแฝดสามตัวป่วนอายุย่างเข้าวัยหัดอ้อแอ้ ความโกลาหลก็เพิ่มระดับขึ้นทำให้ในแต่ละวันพ่อแม่ต้องสลับกันควักยาดมตอนนี้บะแต๋งขึ้นประถมศึกษาชั้นปีที่หกส่วนนิ่มฟ้าและน่านฟ้าขึ้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง“เย้นิ่งเป็นฉาวแล้ว” นิ่มฟ้าสะบัดผมเปียของตัวเองขณะสวมชุดกระโปรงแบบไม่มีเอี๊ยม เด็กหญิงชะม้อยชะม้ายชายตามองกระจกขณะที่แม่ทำหน้าที่จัดทรงผมตามระเบียบของโรงเรียนที่กำหนดว่าต้องมัดผมให้เรียบร้อย“แก่แดดแก่ลมเกินไปแล้วนะแม่คนนี้” เหนือฟ้ายื่นมือมาบีบแก้มอูมของลูกสาว“ที่รักอาหารเช้าเสร็จแล้ว” ภาคีตะโกนเสียงดังขึ้นมาบนห้องนอนชั้นสาม สองแม่ลูกจึงพากันลงไปลิ้มรสมื้อเช้าขณะที่แฝดสาม บะแต๋งและน่านฟ้านั่งประจำตำแหน่งที่โต๊ะอาหารของใครของมันเรียบร้อย ที่คอของหมูยอ แป้งจี่และน้ำเงี้ยวมีผ้ากันเปื้อนลายลายการ์ตูนคนละสี ผมของทารกวัยหนึ่งขวบกว่าเริ่มดกดำคลุมทั้งหัว“หม่ำ ๆ” หมูยอกระแทกช้อนส้อมกับเก้าอี้กินข้าวที่มีกระบะสำหรับใส่ภาชนะอย่างร้อนใจ“ครับเสร็จแล้วลูก” ภาคีวางถ้วยบะหมี่ผักหมูน้ำลงบนกระบะกินข้าวของแฝดสาม แล้วยกจานข้าวผัดปลาแซลมอนจานใหญ่มาตั้งตรงกลางให้บะแต๋ง นิ่มฟ้าและน่านฟ้าบริการตัวเองทว่า
หนึ่งสัปดาห์ของการปิดเทอมที่เงียบเหงาทำให้นิ่มฟ้าที่ใจจดจ่อรอคอยต้องออกไปหากิจกรรมทำพร้อมกับพี่น้อง ช่วงเช้าเด็กหญิงนั่งรถซาเล้งออกมากับภาคีที่กระเต็งน้ำเงี้ยวไว้ในเป้อุ้มทารก ในรถพ่วงข้างยังมีส้มปู๋กับบะแว้งและบะแปปเจ้าแพะแคระติดสอยห้อยตามมาด้วย ส่วนบะแต๋งกับน่านฟ้านั้นไปทำงานกับแม่ที่โรงเลี้ยงวนิลา"เทพมาสไม่มาหาหนูแล้วเหรอ" จู่ ๆ พ่อก็ตัดสินใจถามเด็กหญิงที่กำลังใช้คราดขุดมันม่วงโอกินาว่า นิ่มฟ้าผงะเล็กน้อยกับคำถามที่เธอไม่อยากตอบเท่าไหร่"ดะดะ" แต่เพราะน้ำเงี้ยวเอียงคอมองพี่สาวที่กำลังทำหน้าจ๋อย พี่จึงยิ้มกว้างเพื่อให้น้องสบายใจ"บ่มาแล้ว จะไปตี้ไหนก็ไปเต๊อะนิ่งมุดออนแล้วเจ้า" หนูน้อยวัยอนุบาลที่มีวาจาฉะฉานประหนึ่งคนโตตอบพ่อด้วยความมั่นใจ แล้วกลับไปใช้คราดถากหญ้าถอนมันต่อ"เขาเรียกว่ามูฟออนจ้ะ ทำใจ๋เต๊อะความรักก็แบบนี้แหละน้า" ภาคีอุ้มน้ำเงี้ยวออกมาแล้วจับใส่สนับเข่าให้เจ้าตัวเล็กหัดคลานไปบนพื้นดินและได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มที่"ตะตะ" น้ำเงี้ยวเห็นใครบางคนกำลังกวักมือเรียก หนูน้อยสวมหมวกลายดอกไม้กับชุดผ้าหม้อฮ่อมสไตล์ล้านนารีบเร่งคลานแบบติดเทอร์โบไปหาเป้าหมายที่กำลังเปล่งแสงเร
ผ่านมาแล้วเกือบเจ็ดเดือนแล้วที่เหนือฟ้ากับภาคีได้กลายเป็นพ่อแม่ลูกหก แม้ในแต่ละวันทั้งคู่จะวุ่นวายกับการเลี้ยงเจ้าตัวเล็กต่างวัยทั้งหลาย แต่กลับไม่รู้เลยว่าการมีเด็กน้อยเหล่านี้เป็นภาระเพราะพวกเขามีพร้อมทุกอย่าง ทั้งเวลาอาชีพ เงินทองและความรักทว่ากลับมีเด็กหญิงเพียงคนเดียวที่กลายเป็นเด็กไม่สดใสร่าเริง เนื่องจากเธอเฝ้ารอคอยใครคนนั้นให้แวะเวียนมาหา โชคร้ายที่คำสวดอ้อนวอนและภาวนารวมทั้งการทำความดีของเธอไม่ได้ช่วยให้เทวดาคนโปรดปรากฏกายถึงแม้นี่จะเป็นวันปิดเทอมวันแรกของภาคเรียนที่หนึ่ง แทนที่นิ่มฟ้าจะดีใจแต่เธอกลับรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะการไปเจอเพื่อน ๆ นั้นทำให้เธอได้พบกับความสนุกสนาน เสียงหัวเราะและพูดคุยของเพื่อนสนิทนั้นช่วยคลายความเหงาและความคิดถึงที่มีต่อเทพมาส“นิ่มฟ้าหนูมีการบ้านปิดเทอมหรือเปล่าคะ” เหนือฟ้าที่กำลังทำงุ่มง่ามวุ่นวายกับการเตรียมมื้อเช้าให้ทารกแฝดสามวัยอายุเจ็ดเดือนเศษอยู่หน้าเตาชะเง้อคอมองลูกสาวที่กำลังนั่งเฝ้าน้องในคอกกั้นโดยไม่พูดไม่จา “นิ่มฟ้าแม่ถามว่ามีการบ้านหรือเปล่าลูก” สาวอวบปิดเตาแก๊สแล้วล้างมือเดินไปดูอาการของลูกสาวที่ซึมเศร้าเหงาหงอยมาพักใ
หลังจากครูนับเก้าและผอ.ทัพฟ้าเดินทางกลับบ้าน เช้าวันต่อมาหม่อมเจ้าภูวสินและเจ๊ต่ายจึงแวะเวียนมาหาลูกชายกับลูกสะใภ้ บริเวณโต๊ะรับประทานอาหารของห้องพักเด็กแฝดสองคนกำลังรอพี่ชายทำอุ่นข้าวกล่องในไมโครเวฟให้กิน ระหว่างที่พ่อกำลังวุ่นวายกับการช่วยแม่ประคองน้องแฝดสามเข้าเต้า“มาแล้วข้าวกระเพราไก่ของนิ่มฟ้า ส่วนนี่ข้าวหมูกระเทียมของน่านฟ้า” บะแต๋งใช้ถุงมือกันร้อนหยิบกล่องข้าวมาวางตรงหน้าน้องสองคนที่ยังคงสะลืมสะลือเหมือนยังไม่พร้อมตื่นนอน เพราะพยาบาลกับหมอเดินเข้ามาเช็กความดันเช็ดสุขภาพแม่ตลอดทั้งคืน“บ่กิ๋นข้าวกา” บะแต๋งนั่งลงข้างน้องสาว หยิบหวีมาสางผมน้องที่ยุ่งกระเซอะกระเซิงเด็กหญิงทำหน้าจ๋อยส่งให้พี่ชาย เพราะเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เธอเรียกเทวดาคนโปรดมาแต่เขากลับเบี้ยวไม่มาตามนัด“นิ่งตูดเต ป้อจายเตนิ่ง” นิ่มฟ้าผ่อนลมหายใจหนัก ๆ“ไผตี้ไหนทำย้ายฉิดใจ๋ก๋องปี้นิ่ง” น่านฟ้าถามพลางอมข้าวเก็บไว้ข้างแก้ม“อ้ายมาสทำย้ายใจ๋ปี้ ฉงฉัยมีฟันใหม่” เด็กหญิงคิดว่าเทวกุมารคงมีเด็กหญิงคนอื่นอยู่ในหัวใจ ถึงได้หมางเมินกับเธอเช่นนี้“ไม่หรอกน่า เทวดาก็มีภารกิจมากมายคงไม่มีเวลามาหาแฟนใหม่หรอก กิ๋นข้าวเต๊อะ” มื
9 เดือนต่อมาห้องคลอดบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้าและวงศาคณาญาติต่างนั่งลุ้นรอลุ้นกับทายาทคนใหม่ที่กำลังจะลืมตาดูโลก แต่มีเพียงคนเดียวที่เอาแต่เดินไปเดินมาจนทุกคนพากันเวียนหัว"หยุ๋ดเตวซะทีเต๊อะ อ้ายเมาหัวโจ้น ๆ แล้ว" บะแต๋งคว้าข้อมือน้องสาว"ก็นิ่งตื่นเต้นเจ้า" นิ่มฟ้าบอกพี่ชายพลางเหลือบมองหน้าประตูห้องคลอด"มานั่งตักอ้ายมา" บะแต๋งอุ้มน้องสาวนั่งลงบนตัก สวมกอดน้องแล้วจับมือที่เย็นเฉียบขึ้นมาเป่า"อ้ายแต๋งหนุนน้อยจะปดพัยก่อ" เด็กหญิงตบมือเปาะแปะลงบนมือพี่"ปลอดภัยสิครับ" พี่ชายกอดรัดน้องสาวแล้วโยกตัวเบา ๆ ขณะที่น่านฟ้าเพิ่งกลับมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมกับยายนับเก้าและตาทัพฟ้า เนื่องจากหม่อมเจ้าภูวสินกับเจ๊ต่ายติดธุระจึงส่งพ่อตาแม่ยายลูกชายมาแทน"น้องออกมารึยัง" เด็กชายนั่งลงพร้อมส่งเยลลี่รูปหมูให้พี่ชายกับพี่สาวกินเล่นระหว่างรอพ่อกับแม่"ยังเลย แต่เดี๋ยวก็คงออกมาแล้วล่ะ" บะแต๋งหันไปคุยกับน้องชายพลันนั้นไฟที่หน้าห้องคลอดก็ดับลงพร้อมกับประตูที่เปิดออก เตียงผู้ป่วยที่มีร่างเหนือฟ้านอนยิ้มแป้นชูสองนิ้วออกมาให้ลูกทั้งสามคนและครอบครัวของเธอและสามีขณะที่ภาคีเดินตามออกมาหลังสุดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับหย
เด็กหญิงเปิดโคมไฟดอกไม้ที่หัวเตียงนั่งพับเพียบไหว้พระแล้วเริ่มอธิษฐานถึงพระจันทร์กลมโตที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเมฆสีเทา"อ้ายมาสฉา อ้ายมาสฉุดหย่อมาหานิ่งเต๊อะ" นิ่มฟ้าประสานมือแน่น มองท้องฟ้าที่เคลื่อนตัวผ่านหน้าต่างห้อง ทว่าเทพมาสกลับไม่ปรากฏกายเสียที หนูน้อยนั่งรอนอนรอจนตาแทบปิด แล้วรู้สึกน้อยอกน้อยใจที่เทวดาคนโปรดไม่ยอมมาหาแต่ช่วงเวลาเคลิ้มหลับเทพมาสกลับร่วงตุ้บลงมาบนเตียงของนิ่มฟ้าโป๊ก!หน้าผากของทั้งคู่เขกชนกัน"โอ๊ย! เจ๋บ ๆ" นิ่มฟ้าจับหน้าผากของตน ดวงตากลมใสสอดประสานกับคนด้านบน เทวกุมารรูปหล่อกะพริบตาปริบ ๆ นิ่มฟ้าได้โอกาสรวบกอดอีกฝ่ายเสมือนเป็นตุ๊กตาขนาดเท่ามนุษย์"ได้โอกาสเอาใหญ่เชียว" เขายิ้มแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามเด็กหญิง แต่รู้ดีว่าไม่เหมาะสมจึงรีบดึงตัวออกอย่างว่องไว"อ้าว หนีนิ่งตำไมล่ะ นิ่งกิ๊ดเติงหาอ้ายมาสเน้อ" นิ่มฟ้าคลานสี่ขามาถึงปลายเตียง แล้วนั่งพับเพียบเรียบร้อยทำหน้าจ๋อย"เป็นเด็กเป็นเล็กไม่สมควร" เขามักจะย้ำเรื่องความไม่สมควรจนเด็กหญิงจำได้ขึ้นใจ"ตำไมซอบอู้เรื่องไม่ฉมควร ไม่ฉมควรเป็นยังไงเจ้า""เอาไว้อธิบายวันหลังละกัน ตอนนี้ดึกมากแล้วน้องควรนอนหลับ" เทพมาสพยักพเยิดใ
ภารกิจที่ญี่ปุ่นจบลงอย่างรวดเร็วแม้ก่อนวันเดินทางภาคีต้องไปเป็นวิทยากรที่มหาลัยเก่าพร้อมกับพาบะแต๋งไปโชว์ตัว เนื่องจากคลิปที่เป็นไวรัลในญี่ปุ่นนั้นมีภาพการแสดงของบะแต๋งและหุยหุยรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ทุกคนยังให้การต้อนรับและชื่นชมเขาและลูกชายอย่างอบอุ่น หลายคนยังออกปากว่าถ้ามีโอกาสจะไปเที่ยวที่ไร่พิทักษ์มหิงสาเพื่อชมการแสดงควายแคระหลังจากเดินทางถึงบ้าน ครอบครัวเขาและครอบครัวภรรยาต่างแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน ขณะที่เหนือฟ้ามีอาการเจ็ทแลคทำให้มีอาการอ่อนเพลีย ทั้งที่กลับมาได้เกือบสามวันแล้วแต่เธอกลับไม่สดใสร่าเริงนั่นจึงจนทำให้ภาคีเริ่มวิตกจริต"เหนือโอเคไหม ไม่สบายตัวตรงไหนบอกพี่นะ" เขาหยิบหวีมาสางผมที่พันกันยุ่งเหยิง รู้เลยว่าภรรยากำลังเหนื่อยล้าขนาดผมเผ้ายังไม่หวีให้เรียบร้อย"แค่เหนื่อยค่ะ แล้วเหนือก็รู้สึกกลัวด้วย ฮึก..ฮึก" เธอมักจะเห็นภาพตอนที่ตัวเองตกเลือดซ้ำ ๆ ในหัว ครั้งนั้นมันเหมือนฝันร้ายที่ฝังอยู่ในใจของเธอเรื่อยมา เหตุการณ์ในวันวานที่สูญเสียลูกคนที่สองไป"ไม่เป็นไรครับ ดีแล้วที่กลัว การที่เรากลัวไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนะ และเวลาที่เหนือกลัวพี่จะได้รู้ว่าต้องดูแลเหนือยังไง" เข
กองถ่ายรายการให้เวลาเด็กทั้งสามคนซักซ้อม เหนือฟ้าที่นั่งกินผลไม้จนจุกจึงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เดินมาให้กำลังใจลูก ๆ“บะแต๋ง นิ่มน่านมาหาแม่เร็วค่ะ” เหนือฟ้ากวักมือเรียกแก๊งเด็กแสบจึงรีบสับขาไปหาอย่างไว“มีอะหยังบะหนุนน้อย” บะแต๋งกุมมือแม่“แม่แค่อยากให้กำลังใจครับ แม่เชื่อว่าพวกลูกทำได้” เหนือฟ้าลูบศีระษะเล็กของลูกทั้งสามคนละที“แต๋งทำได้ครับ” บะแต๋งโผเข้ากอดแม่ พิงหน้ากับท้องเพื่อขอกำลังใจจากน้องแฝดสามที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่ช้า “อ้ายขอกำลังใจ๋หน่อยเน้อละอ่อนทั้งหลาย” “น่านก็ตำได้ น่านไปฝึกฉ้อมกับปาขี้ก่อนเน้ออี่แม่” น่านฟ้าชูสองนิ้ววิ่งนำไปหาพ่อเป็นคนแรก ตามด้วยบะแต๋งเป็นคนที่สอง เหลือเพียงนิ่มฟ้าที่ยังยืนท่องภาษาญี่ปุ่นวนไปเวียนมาด้วยความไม่มั่นใจ“คนนี้ล่ะทำได้หรือเปล่า” เหนือฟ้ายื่นมือไปให้ลูกสาวจับ เด็กหญิงจับมือแม่มาหอมเพื่อสร้างกำลังใจให้ตนเอง“นิ่งตำอย่างอื่นได้จ้าว แต่นิ่งจำปาสายี่ปุ่งบ่ได้” นิ่มฟ้าบอกปัญหาที่ตนเองมีให้แม่ฟัง“เขาให้พูดว่า ชิอาวาเสะ เดส เนะ ก็แค่คำพูดเพียงหกคำเท่านั้นเอง เหมือนตอนที่หนูนับควายหกตัวนั่นแหละ”เพราะเธอรู้ดีว่าลูกสาวเห็นทุกอย่างเป็นควายไปซะหม