ผ่านมาสามวันแล้วแต่อัญชิสาก็ยังจำอดีตของตนเองไม่ได้เลยสักนิดทุกครั้งที่พยายามคิดก็จะปวดศีรษะจนอาจารย์หมอสุชาติบอกให้เธอพักสมองและมองไปที่อนาคต เพราะถึงแม้จะจำอดีตได้แต่ก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี
พรุ่งนี้อาจารย์หมอสุชาติอนุญาตให้หญิงสาวกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว วันนี้เอกอาทิตย์กับอังคณาเพื่อนสนิทของเธอจึงพากันมาที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของใช้จำเป็นบางอย่างเตรียมไว้ก่อนที่อัญชิสาจะออกจากโรงพยาบาล
แม้จะมีของใช้บางส่วนที่อังคณาช่วยเอามาจากห้องพักของอัญชิสาไปเก็บไว้ที่บ้านแล้วแต่หมอเอกอาทิตย์ก็อยากจะเตรียมเพิ่มเพราะอยากให้หญิงสาวได้รับความสะดวกสะบายมากที่สุด
“ขาดเหลืออะไรคุณไม่ต้องเกรงใจผมน เลือกซื้อได้ตามสบายเลย”
“ที่อุ๋มเลือกมานี่ก็เยอะแล้วค่ะ น่าจะอยู่ได้ประมาณสองสัปดาห์ ถ้าหลังจากนั้นต้องการอะไรเพิ่มเดี๋ยวอุ๋มจะเป็นคนซื้อไปให้เอง ขอบคุณหมอมากนะคะที่ดูแลอัญเป็นอย่างดี”
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกคุณทุกคนในแผนกที่ช่วยผมดูแลอัญตลอดเวลาที่เธออยู่โรงพยาบาล”
“ที่บ้านคุณหมอเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วใช้ไหมคะ”
“เรียบร้อยแล้วครับ ครับผมให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องพักแขกที่อยู่ชั้นล่างไว้รอแล้วเพราะถ้าจะให้อัญเดินขึ้นไปชั้นสองก็คงจะค่อนข้างลำบาก”
“แล้วหมอล่ะคะนอนอยู่ชั้นไหน”
“ห้องนอนของผมอยู่ชั้นสองนะ แต่ช่วงที่อัญไปอยู่ผมว่าจะมานอนในห้องหนังสือข้างๆ ห้องนอนแขกนั่นแหละ ถ้าคุณว่างก็ไปนอนกับอัญได้บ้านผมยินดีต้อนรับเสมอ อัญเองก็คงอยากให้เพื่อนไปหาบ่อยๆ”
“ขอบคุณค่ะ อุ๋มกับน้องในแผนกอาจจะผลัดกันไปเยี่ยมอัญที่บ้านคุณหมอ หวังว่าคุณหมอคงไม่รำคาญนะ”
“ไม่หรอกครับ ผมคิดว่าถ้าอัญเขากลับไปอยู่บ้านผมตามลำพังก็คงจะเหงามากๆ ถ้ามีคนในแผนกแวะเวียนไปหาก็น่าจะดีขึ้น”
“หมอแน่ใจแล้วใช่ไหมคะเรื่องที่จะพาอัญไปอยู่ที่บ้าน”
“เราเตรียมซื้อของกันเยอะขนาดนี้ทำไมคุณยังจะถามผมอีกล่ะว่าผมแน่ใจไหม”
“คืออุ๋มกลัวจะเกิดปัญหาตามมาทีหลัง อุ๋มขอถามอะไรคุณหมอตรงๆ ได้ไหมคะ แต่ถ้าหมอไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไร” แม้รู้ว่าคำถามจะค่อนข้างส่วนตัวไปหน่อยแต่อังคณาก็อยากจะรู้เพราะเธอป็นห่วงเพื่อนรักอย่างอัญชิสา
“ถามผมมาได้เลยครับ”
“หมอมีแฟนหรือมีคนรักอยู่หรือเปล่าคะ”
“ผมโสดสนิทเลยครับ”
“แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งหมอไปมีแฟนแล้วอัญยังจำอะไรไม่ได้ล่ะคะแฟนหมอเขาจะรับได้ไหมที่หมอจะต้องดูแลผู้หญิงคนอื่นภายในบ้าน”
“ผมยังไม่คิดเรื่องนั้นเลยเพราะตอนนี้ผมกับอัญก็อยู่ในฐานะแฟนกันนะ คุณอุ๋มลืมไปหรือเปล่า”
“มันก็แค่เรื่องที่เรารวมหัวกันโกหกอัญนี่คะ เรื่องนี้ถ้าเกิดอัญรู้ความจริงขึ้นมาอุ๋มว่าพวกเราคงซวยกันแน่ เห็นอัญเรียบร้อยอ่อนหวานแบบนั้นแต่ถ้าลองได้โกรธหรือโมโหขึ้นมาก็จะเป็นเรื่องใหญ่”
“แต่ผมว่าสิ่งที่เราทำมันเป็นประโยชน์กับตัวเขานะ ถ้าให้อัญต้องอยู่ที่ห้องพักคนเดียวผมก็กลัวว่าเธอจะคิดมาก การไปอยู่ที่บ้านของผมสถานที่และบริเวณบ้านมันก็กว้างขวางเหมาะกับการพักผ่อน ถ้าต้องอุดอู้อยู่ที่ห้องพักผมว่าคงไม่ดีต่อคนไข้”
“หมอทำเกินหน้าที่ไปหรือเปล่าจริงๆ แล้วอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเท่าที่ดูจากกล้องวงจรปิดหน้าโรงพยาบาลและกล้องจากรถของคุณหมอก็ประมาทด้วยกันทั้งคู่”
“แต่รถใหญ่ยังไงก็ผิด”
“การที่หมอต้องมารับผิดชอบแบบนี้อุ๋มคิดว่ามันน่าจะมากเกินไป ถ้าเป็นคนอื่นเขาก็คงจะให้เงินเงินชดเชยค่าเสียหายแต่ไม่ถึงขั้นพาไปอยู่บ้านแบบนี้หรอก หมอบอกอุ๋มมาตรงๆ เลยแล้วกันนะคะว่าหมอคิดอะไรกับเพื่อนของอุ๋มหรือเปล่า”
“ทำไมคุณอุ๋มคิดแบบนั้นล่ะครับ”
“ก็สายตาที่หมอมองอัญมันไม่เหมือนสายตาของคนที่รู้สึกผิดเพราะขับรถชนเลย แต่สายตาของหมอมันห่วงใยอัญมากๆ”
“ดูท่าทางคุณจะอุ๋มจะอ่านสายตาคนเก่งเหมือนกันนะ”
“ตกลงหมอคิดอะไรกับเพื่อนอุ๋มใช่ไหมล่ะ”
“ผมยอมรับก็ได้ ตั้งแต่ผมมาทำงานที่นี่ผมก็รู้สึกชอบเพื่อนคุณนะ แต่ไม่มีโอกาสได้คุยหรืออยู่กันตามลำพังเลย”
“เป็นไปไม่ได้หรอกหมอแทบจะไม่คุยกับอัญเลยด้วยซ้ำแล้วจะบอกว่าชอบได้ยังไง”
“ผมไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกันเธอยังไง เวลาทำงานอัญเขาดูตั้งใจมาก”
“หมอคะถ้าอัญจำเรื่องราวทุกอย่างได้หมอจะบอกเรื่องนี้กับเธอไหม”
“หมายถึงเรื่องไหนล่ะครับเรื่องที่ผมโกหกว่าเป็นแฟนเธอหรือเรื่องที่ผมชอบเธอล่ะ”
“ก็ทั้งสองเรื่อง”
“ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ ผมก็คงสารภาพความผิดและให้อัญเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะเอายังไงต่อ”
“หมอซันคะแล้วในทางกลับกันอัญเขาจำไม่ได้ตลอดไปล่ะคะ หมอจะรับได้ไหม”
“ถึงจะจำอะไรไม่ได้แต่อัญก็ยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติ ผมว่ามันก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกนะครับ ความทรงจำในอดีตของอัญอาจจะหายไปแต่เราก็ช่วยกันสร้างความทรงจำใหม่ๆ ให้เธอได้”
“หมอแน่ใจใช่ไหมคะว่าจะอยู่กับอัญได้ตลอด ถ้าหากอัญยังเป็นแบบนี้”
“ผมแน่ใจบางทีการที่ผมกับอัญได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นมันอาจจะทำให้เราเรียนรู้กันและกันและเป็นแฟนกันจริงๆ ก็ได้นะครับ”
“อุ๋มขอให้หมอกับอัญเข้าใจกันและใช้เวลาตรงนี้ศึกษานิสัยใจคอกันนะคะ อัญไม่เหลือใครแล้วถ้าหมอคิดจะหลอกลวงเธอหรือทำให้เธอเสียใจอุ๋มก็อยากให้หมอถอนตัวตั้งแต่ตอนนี้ เพราะพวกเราในแผนกยินดีจะรับอัญมาดูแลค่ะ”
“ผมไม่เคยคิดจะหลอกลวงเพื่อนคุณเลยนะเชื่อใจผมเถอะ ผมเต็มใจทำทุกอย่างให้กับอัญไม่ใช่เพราะผมเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทั้งหมดแต่พอผมอยากดูแลเธอจริงๆ”
“อุ๋มจะเชื่อใจหมอและหวังว่าหมอจะไม่ทำให้เราทุกคนผิดหวังนะคะ”
“แน่นอนครับ”
วันนี้อาจารย์หมอสุชาติมาตรวจอาการของอัญชิสาเมื่อเห็นว่าอาการทางร่างกายของเธอไม่มีอะไรเป็นห่วงแล้วอนุญาตให้เธอออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว “กลับไปอยู่บ้านก็อย่าเครียดนะครับ ทำใจให้สบายอย่าคิดอะไรมาก ผ่อนคลายให้มากที่สุดผมเชื่อว่าไม่นานคุณจะจำทุกอย่างได้ ถ้าระหว่างนี้มีอาการผิดก็รีบแจ้งนะครับ” อาจารย์หมอบอกกับคนไข้ที่ดูจะเครียดมากกับอาหารของคนเอง “ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ” “ขอบคุณนะครับอาจารย์” “หมอซันก็ดูแลเธอดีๆ นะ อย่าให้เธอเอาแต่คิดเรื่องอดีตมากจนเกินไป ชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้า” “ครับอาจารย์” เมื่ออาจารย์หมอออกจากห้องไปแล้วอังคณาก็ช่วยเก็บของเพื่อจะเดินทางไปยังบ้านของหมอเอกอาทิตย์ “หมอซันคะ อัญขอกลับไปที่ห้องก่อนได้ไหมคะ” “แต่เราตกลงกันแล้วนะครับอัญว่าคุณจะไปอยู่ที่บ้านของผมนะ” “อัญอยากไปดูห้องของตัวเองก่อนค่ะ “เดี๋ยวผมไปส่งที่หน้าหอนะครับ” “ขอบคุณค่ะ” หมอเอกอาทิตย์มาส่งสองสาวที่หน้าหอพักแล้วก็รออยู่ในรถส่วนอังคณาก็พาอัญชิสาเดินเข้าลิฟต์และไปยังห้องพักของเธอที่อยู่บนชั้นสี่ “นี่ห้องของอัญเหรอ” “อือ นี่ห้องอัญ ติดกันก็เป็นห้องของอุ๋ม อัญอยากเอาอะไรไปเพิ่มไหม” “อุ๋มเอ
บ้านของหมอเอกอาทิตย์เป็นบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นด้านบนมีสามห้องนอนสองห้องน้ำส่วนด้านล่างมีห้องอ่านหนังสือและอีกห้องหนึ่งซึ่งเดิมทีไม่ได้เปิดใช้งานอะไรแต่ตอนนี้คุณหมอหนุ่มปรับปรุงห้องนั้นเป็นห้องนอนสำหรับอัญชิสาเพราะคิดว่าถ้าจะให้เธอเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองทุกวันก็คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่บริเวณบ้านของคุณหมอค่อนข้างกว้างมีต้นไม้รายล้อมดูร่มรื่นมากๆ เมื่อรถจอดที่หน้าบ้านผักบุ้งสาวใช้ที่ธีรการต์เป็นคนจัดหาให้ก็รีบออกมาต้อนรับ“สวัสดีค่ะ” เด็กสาวยกมือไหว้ผู้หญิงสองคนที่เดินลงจากรถ“ผักบุ้งฉันจะแนะนำให้รู้จักนะ คนนี้ชื่อคุณอัญจะมาอยู่ที่นี่ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นเพื่อนของคุณอัญชื่อคุณอุ๋ม” “สวัสดีค่ะคุณอัญ คุณอุ๋มหนูชื่อผักบุ้งนะคะ” “สวัสดีจ้ะผักบุ้ง” อัญชิสากล่าวทักทายเด็กสาวที่ยิ้มต้อนรับเธอออย่างเป็นมิตร“มีของอะไรให้ผักบุ้งช่วยขนลงจากรถไหมคะ” “มีกระเป๋าใบเล็กหลังรถใบเดียวจ้ะ” เมื่อได้รับคำตอบจากเจ้านายเด็กสาวก็รีบเปิดกระโปรงหลังรถและหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาแล้วเดินตามทั้งสามคนเข้าไปในบ้าน“ให้ผักบุ้งเอากระเป๋าเก็บที่ไหนคะ” “ห้องที่ฉันให้ผักบุ้งทำความสะอาดนั่นแหละ” “ได้ค่ะคุณหมอ” “ผมให้อัญอ
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่อัญชิสามาอยู่บ้านของหมอเอกอาทิตย์ ตอนนี้เธอเริ่มปรับตัวได้และสนิทสนมกับคุณหมอหนุ่มมากขึ้นกว่าวันแรกที่เข้ามาอยู่ ในทุกวันทั้งสองจะรับประทานอาหารเช้าด้วยกันจากนั้นหมอเอกอาทิตย์จะไปทำงานที่โรงพยาบาล ส่วนหญิงสาวก็อยู่บ้านกับผักบุ้งเด็กรับใช้และเขาก็จะกลับมารับประทานอาหารกับเธอทุกเย็นถึงแม้งานจะยุ่งแต่ชายหนุ่มก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี ในบางวันเอกอาทิตย์มีผู้ป่วยที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่องแต่เขาก็จะกลับมารับประทานอาหารเย็นกับอัญชิสาก่อนจะกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพราะว่าระหว่างบ้านของเขากับโรงพยาบาลนั้นอยู่ห่างกันไม่มากนัก ใช้เวลาขับรถไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เขารีบกลับมารับประทานอาหารเย็นกับอัญชิสา หญิงสาวรู้สึกไม่ดีเลยที่ทำให้เขาต้องเหนื่อยมากขึ้นแบบนี้ “อัญว่าถ้าหมอซันมีคนไข้ก็ไม่ต้องกลับมากินข้าวกับอัญหรอกนะคะ” “แต่ผมไม่อยากให้อัญกินข้าวคนเดียว แล้วโรงพยาบาลก็ไม่ได้ไกลเลยนะครับ” “แต่อัญเกรงใจหมอค่ะ ไหนจะต้องทำงานแล้วไหนจะต้องมาคอยกังวลเรื่องอัญอีก อัญคิดว่าอัญดูแลตัวเองได้ค่ะ” “อย่าคิดมากอย่างนั้นสิครับอัญ สิ่งที่ผมทำอยู่มันไม่ได้ลำบา
หญิงสาวนั่งรอหมอเอกอาทิตย์จนเผลอหลับอยู่บนโซฟาและตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงรถของชายหนุ่มเข้ามาจอด เมื่อประตูบ้านเปิดออกและเห็นว่าตอนนี้อัญชิสานั่งรออยู่คุณหมอหนุ่มก็ยิ้มก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้าง “คุณไม่น่าจะรอผมเลยนะอัญ” “อัญนอนไม่หลับค่ะ” “ผมขอโทษนะที่คืนนี้กลับดึกกว่าทุกคืนเลย” “ไม่เป็นไรค่ะ อัญรู้ว่าหมอไปทำงาน เหนื่อยไหมคะ” “มากเลยครับ สงสัยว่าหัวถึงหมอนหลับเป็นตายเลย” “หมอรีบไปนอนเถอะค่ะ อัญก็จะเข้านอนแล้วเหมือนกัน” “ขอบคุณนะครับอัญที่รอผม ผมรู้สึกหายเหนื่อยเลยเวลาที่กลับมาบ้านแล้วมีคุณรออยู่ คุณเข้านอนเลยนะเดี๋ยวอาบน้ำเสร็จผมก็จะเข้านอนเหมือนกัน ฝันดีนะอัญ” “ฝันดีค่ะหมอซัน” อัญชิสาเดินเข้าห้องนอนของตนเองส่วนหมอเอกอาทิตย์ก็ขึ้นไปอาบน้ำที่ห้องนอนบนชั้นสองก่อนจะกลับลงมานอนที่ห้องหนังสือ ตั้งแต่อัญชิสาย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เขาก็นอนในห้องหนังสือทุกคืนเพราะเป็นห่วงถ้าจะให้เธอนอนที่ชั้นล่างคนเดียวและถ้าหากหญิงสาวไม่สบายหรือเป็นอะไรเขาก็จะได้ช่วยทัน หมอเอกอาทิตย์รู้สึกดีมากเวลาที่กลับบ้านแล้วมีคนรออยู่ ถึงแม้อัญชิสาจะทำไปเพราะคิดว่าขาคือแฟนของเธอ แต่คุณหมอหนุ่มก็ค
เช้าวันเสาร์หมอเอกอาทิตย์พาอัญชิสาออกจากบ้านตั้งแต่เช้าทั้งสองมุ่งหน้าสู่ถนนพระราม 2 โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่หัวหินเขาพาแวะทานอาหารที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเพราะสะดวกกับการขึ้นลงรถของอัญชิสา หลังทานอาหารเสร็จก็แวะซื้อขนมในร้านสะดวกซื้อก่อนจะกลับขึ้นมาบนรถอีกครั้ง“นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันใช่ไหมคะหมอซัน” หญิงสาวหันมาถามเพราะเธอจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลยแม้จะพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก และเท่าที่ได้ถามจากอังคณาก็คือเธอกับหมอเอกอาทิตย์ยังไม่เคยไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือไปค้างคืนที่ไหนด้วยกันเลย“ก็ประมาณนั้นครับ” “แล้วปกติถ้าวันหยุดเราจะทำอะไรกันคะ” “เราหยุดไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ครับ แต่ถ้าได้หยุดตรงกันก็จะไปดูหนังหรือไม่ก็ไปกินกาแฟตามคาแฟ่ครับ” เขาตอบไปตามที่ได้คุยกับอังคณาจนรู้มาว่าปกติแล้ววันหยุดอัญชิสาจะทำอะไรบ้าง“ทำไมหมอซันตอบเหมือนอุ๋มเลยล่ะคะ นัดกันตอบหรือเปล่า” อัญชิสาถามออกไปด้วยความสงสัย“ทำไมอัญคิดแบบนั้นล่ะ ที่ผมกับคุณอุ๋มตอบเหมือนกันก็เพราะเราสองคนตอบไปตามความจริงนี่ครับ ผมจะนัดกับคุณอุ๋มตอบแบบนี้ทำไมล่ะ” หมอเอกอาทิตย์รีบอธิบายอย่างรวดเร็ว“ขอโทษนะ
ร้านอาหารที่หมอเอกอาทิตย์พาอัญชิสามารับประทานอาหารเย็นในวันนี้เป็นร้านที่ติดกับชายหาดและเนื่องจากเป็นวันหยุดยาวคนมาทานอาหารค่อนข้างมากอัญชิสาเดินค่อนข้างจะลำบากแต่เธอก็พยายามเดินมาจนถึงโต๊ะ“ขอโทษนะอัญผมไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ มันทำให้อัญเดินลำบาก” เอกอาทิตย์รู้สึกผิดมากที่พาเธอมาทานอาหารร้านนี้“คนเยอะก็แสดงว่าอาหารร้านนี้อร่อย หมออย่าคิดมากเลยค่ะ อัญเดินลำบากก็จริงแต่มันก็คุ้มนะคะร้านนี้บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ” “อัญอยากกินอะไรครับเดี๋ยวผมสั่งให้” “น่ากินทุกเมนูเลยค่ะ แต่ถ้าสั่งมาหมดนี้คงไม่ไหวแน่ๆ อัญขอเป็นกุ้งเผาแบบที่แกะแล้วกับหมึกไข่นึ่งมะนาวก็แล้วกันค่ะ หมอซันล่ะคะกินอะไรดี” หญิงสาวถามคนที่นั่งจ้องเมนูอย่างใช้ความคิด“ผมขอเป็นปูนึ่งกับกั้งทอดกระเทียมแล้วก็ต้มยำกุ้งน้ำข้นก็แล้วกันครับ อัญว่าพอไหม” “น่าจะเกินพอแล้วค่ะ” ด้วยบรรยากาศริมทะเลและอาหารที่อร่อยของทางร้านทำให้ทั้งสองใช้เวลาทานอาหารค่อนข้างนานพอรู้สึกตัวอีกทีเกือบจะสองทุ่มเพราะคนที่ร้านยังเยอะและพลุกพล่านมากชายหนุ่มจึงเป็นห่วงว่าจะมีใครเดินมาชนอัญชิสา เขาเดินนำและคอยหันหลังไปดูตลอดทาง ทำให้คนที่เดินตามมานั้นรู้สึกอบอุ่นหั
ตั้งแต่กลับจากทะเลครั้งก่อนอัญชิสาและหมอเอกอาทิตย์ก็มีความสนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งสองพูดจาหยอกล้อกันเหมือนกับคนรักจริงๆ ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้สึกว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เขามีความสุขที่สุด ที่ผ่านมาเขาอยู่ตามลำพังมาตลอดแต่พอมีเธอเข้ามามันทำให้ชีวิตของเขามีความหมายมากขึ้น ในทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมาแล้วเจอกับเธอก่อนไปทำงานมันทำให้เขารู้สึกดีมากๆ และพอไปทำงานก็ตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงเวลาเลิกงาน หมอเอกอาทิตย์รับเวรที่ปรึกษาจากโรงพยาบาลเอกชนที่อื่นน้อยลงเพราะอยากจะมีเวลาอยู่กับอัญชิสาให้มากขึ้น ตอนนี้อัญชิสาเอาเฝือกออกจากข้อเท้าแล้วแต่หมอให้ใส่เครื่องพยุงข้อเท้าอยู่และให้เธอลงน้ำหนักได้บ้าง แต่หญิงสาวก็ยังไม่กลับไปทำงานเพราะคุณหมออยากจะให้แน่ใจก่อนว่าเธอหายเป็นปกติแล้วถึงจะกลับไปทำงานอีกครั้ง หญิงสาวมีโอกาสได้ไปคุยกับพี่ศิราณีหัวหน้าแผนกซึ่งเธอก็เข้าใจถึงอาการเจ็บป่วยของอัญชิสาดี ส่วนเพื่อนๆ ในแผนกก็ต่างพากันยินดีที่อีกไม่นานอัญชิสาจะกลับมาทำงานกับพวกเธออีกครั้ง แม้ว่ายังจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้แต่หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลก็มีการประเมินความรู้และทักษะต่างๆ ของอัญชิสาซึ่งเธอก็สามารถผ่านทุกบททดสอบได้
ครบสองเดือนแล้วที่อัญชิสามาอยู่บ้านคุณหมอเอกอาทิตย์ตอนนี้ข้อเท้าของหญิงสาวดีขึ้นมาก หมอถอดที่พยุงเท้าออกแล้วและให้เธอเริ่มเดินออกกำลังกายมากขึ้น เธอเข้าไปคุยกับพี่ศิราณีหัวหน้าแผนกแล้วว่าจะกลับไปเริ่มงานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า วันนี้ผักบุ้งเด็กรับใช้ขออนุญาตลาหยุดอัญชิสาเลยอยู่บ้านคนเดียวหญิงสาวรู้สึกเบื่อๆ เลยออกมาเดินเล่นบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านและรดน้ำต้นไม้ไปด้วย ขณะนั้นมีบุรุษไปรษณีย์เอาจดหมายมาส่งเธอจึงเปิดประตูออกไปหยิบเอกสารทั้งหมดในกล่องจดหมาย ในจังหวะกำลังจะหมุนตัวกลับก็มีเด็กวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์แข่งกันมาหลายคันและหนึ่งในนั้นก็ขับมาใกล้จนเกือบจะเฉี่ยวหญิงสาวตกใจมากจึงรีบหลบจนตัวเองล้มลงไปกับพื้นถนน ในวินาทีนั้นอัญชิสารู้สึกว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเคยเกิดขึ้นกับเธอครั้งหนึ่ง หญิงสาวพยุงตัวลุกขึ้นและเดินกลับมาในบ้านอย่างช้าๆ ความทรงจำต่างๆ เริ่มหลั่งไหลเข้ามาจนเธอรู้สึกปวดศีรษะ อัญชิสาเดินไปหยิบยาแก้ปวดมาทานจากนั้นก็พยายามนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างได้แล้วเธอก็ถอนหายใจอย่างหนักเพราะนึกออกแล้วว่าตนเองกับหมอเอกอาทิตย์ไม่ได้เป็นแฟนกันอย่างที่เขาพูดถึง
ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นในคืนนั้นหมอโสรยาก็รีบย้ายออกจากบ้านของเอกอาทิตย์เพราะหญิงสาวไม่อยากสู้หน้าเจ้าของบ้านและแฟนของเขาเรื่องนี้เอกอาทิตย์ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยแม้กระทั่งชัยภัทรซึ่งพอจะระแคะระคายเรื่องนี้ตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ แต่เรื่องทุกอย่างมันกลับไม่เป็นความลับเพราะเพื่อนของโสรยาเอาเรื่องนี้ไปพูดในกลุ่มหมอด้วยกันข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วโสรยาทั้งอายและรู้สึกเสียหน้ามากละมีคนรู้เรื่องและหญิงสาวก็ทนอยู่กับสายตาและคำนินทาของคนอื่นไม่ได้สุดท้ายเธอก็เลยลาออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปทำงานที่อเมริกาก่อนเดินทางคุณหมอสาวแวะมาหาเอกอาทิตย์และอัญชิสาที่บ้านเพื่อขอโทษกับเรื่องที่เธอทำขึ้น“กิ๊กขอโทษทั้งพี่ซันและก็อัญนะคะ”“ไม่เป็นไรเรื่องมันผ่านแล้ว แต่พี่หวังว่ากิ๊กจะไปทำแบบนี้กับใครอีกนะ ถ้าทุกอย่างมันไม่ได้เกิดจากความรักมันก็ไม่มีความสุขหรอก” เอกอาทิตย์สอนรุ่นน้อง“กิ๊กอิจฉาอัญนะคะที่มีคนรักดีๆ อย่างพี่ซัน”“หมอกิ๊กเป็นคนสวยและเก่งอัญเชื่อว่าจะต้องได้เจอผู้ชายดีเข้ามาแน่ๆ ค่ะ”“กิ๊กขอพักเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่าค่ะ แค่นี้ก็อายจนไม่กล้าจะสู้หน้าใครแล้ว”“พี่ว่าอีกหน่อยคนก็ลืม”“กิ๊กว่
เอกอาทิตย์พลิกให้หญิงสาวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดซับความหวาน จูบของเขายังคงรุนแรงและเร่าร้อนจนอัญชิสาครางประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ“อื้อ.....”คุณหมอหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากปากอิ่มที่เริ่มจะบวมช้ำเพราะแรงจูบที่หนักหน่วง เขาเลื่อนริมฝีปากลากไล้ไปตามลำคอ ก่อนจะดูดแรงจนเป็นรอยแดง สองมือก็กอบกุมความทรวงอกขนาดเหมาะมือบีบขย้ำจนความนุ่มหยุ่นแทบปริ ก่อนจะรวบเม็ดเชอร์รี่เข้าปากดูดแรงสลับสองข้างอย่างไม่เมามันปลายลิ้นสะบัดที่ยอดถันสร้างความเสียวจนอัญชิสาดิ้นพล่าน เธอร้องครางแทบไม่เป็นภาษา ทุกจังหวะที่แก่นกายขยับเข้าออก สะโพกงอนงามก็แอ่นรับทุกแรงกระแทกกระทั้นไปตามอารมณ์ปรารถนา“หมอซันขา.....อัญไม่ไหวแล้ว”หญิงสาวกำลังไปถึงขอบสวรรค์อีกครั้ง ชายหนุ่มเร่งจังหวะตอกอัดจนเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วห้อง ร่างบางแอ่นหยัด สองมือครูดไปตามแผ่นหลังเพื่อระบายอารมณ์ เสียงกรีดร้องเรียกชื่อเขาดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมแรงตอดรัดถี่รัวและน้ำหวานไหลอาบไปทั่วท่อนเอ็นเพิ่มความเสียวให้กับเอกอาทิตย์อีกไม่น้อย“อัญ นานหน่อยนะ ผมยังไม่อยากเสร็จ”เอกอาทิตย์บอกความต้องการไปตามตรง เขาไม่อาจยับยั้งความต้องการ
“พี่คิดว่ากิ๊กไม่จำเป็นต้องช่วยพี่เพราะคนที่จะช่วยเรื่องนี้ได้น่าจะเป็นอัญมากกว่า”“อัญเขาจะมาช่วยพี่ได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อเขาอยู่ที่บ้าน”“พี่ว่ากิ๊กเข้าใจผิดแล้วแหละ” ชายหนุ่มพูดแล้วหันไปมองคนรักที่ยืนกอดอกดูแฟนของตัวเองยืนคลอเคลียกับโสรยาอยู่บริเวณหน้าห้อง“กลับมาแล้วเหรอคะหมอซัน”“ครับ”“หมอซันเป็นอะไรคะหมอกิ๊ก” อัญชิสามองคนรักที่หน้าแดงก่ำสีหน้าและแววตาเหมือนคนกำลังทรมานกับอะไรสักอย่าง“กิ๊กก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ถ้ายังไงก็คุยกันเองแล้วกันนะคะ” พูดจบหญิงสาวก็เดินออกไปจากห้องทันทีผมขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ เอกอาทิตย์รู้ว่าอาการที่เป็นอยู่ต้องทำยังไงถึงจะหายแต่เขาไม่อยากเอาอารมณ์นั้นมาลงกับอัญชิสา เขาอยากระบายความอัดอั้นออกมาก่อนเพราะกลัวว่าคนรักจะรับไม่ไหวถ้าเขาจะนอนกับเธอตอนนี้อัญชิสามองตามหลังอย่างไม่เข้าใจหญิงสาวไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรแต่ดูแล้วเหมือนจะอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วเธอก็ได้ยินเสียงของเขาดังมาจากห้องน้ำ หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปตามเสียงด้วยความเป็นห่วง เธอรู้สึกกว่าคนรักแปลกไปมากเพราะเสื้อผ้าของเขาถอดแล้วทิ้งลงบนพื้นซึ่งไม่ใช่นิสัยของเอกอาทิตย์ยามปกติเลยเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องน
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ห้องอาหารของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านชานเมือง ในวันนี้มีหมอที่จบจากมหาวิทยาลัยเดียวกันมาร่วมงานค่อยข้างมาก มีทั้งรุ่นพี่ที่จบมานานและตอนนี้ลาออกมาพักผ่อนอยู่กับบ้านแล้วกับรุ่นน้องที่เพิ่งเรียนจบกลับมา เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปทั่วห้องของโรงแรมเอกอาทิตย์นั่งคุยกับเพื่อนสนิทสามคนซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคนที่ภรรยาเปิดร้านรับจัดงานแต่งงาน“ฉันนึกว่าวันนี้นายจะพาว่าที่ภรรยามาเปิดตัวเสียอีกนะซัน”“ตอนแรกก็คิดจะพามาด้วย แต่กลัวอัญจะอึดอัดน่ะ”“ฉันว่าดีแล้วที่นายไม่พาเธอมาด้วย เมียฉันเคยบอกว่าเธอรู้สึกอึดอัดมาก เวลาที่พวกเรารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้แต่ถ้าไปกันเฉพาะเพื่อนกลุ่มของพวกเราเหมือนตอนไปเจอกันที่ภูเก็ตแบบนั้นเธอจะรู้สึกสนุกและสบายใจมากกว่า” เพื่อนสนิทคนหนึ่งพูดขึ้นเอกอาทิตย์นั่งคุยกับเพื่อนจนกระทั่งงานเลี่ยงเลิกพวกเขาสี่คนก็พากันไปนั่งดื่มที่ผับชั้นใต้ดินของโรงแรมและบังเอิญมากที่โสรยากับเพื่อนอีกสองคนก็มาที่นั่นด้วยพวกเธอมากันแค่สามคนเมื่อเห็นหมอรุ่นพี่นั่งอยู่ก่อนแล้วโสรยาและเพื่อนจึงเข้ามาขอนั่งด้วย หญิงสาวพยายามชวนเอกอาทิตย์ให้ดื่มมากกว่าทุกคนจนชายหนุ่มรู้สึกถึงความผิด
เช้านี้โสรยาตื่นนอนเร็วกว่าปกติเพราะจะออกมาทำอาหารเช้าให้กับหมอเอกอาทิตย์ พอออกมาจากห้องนอนก็ส่งยิ้มทักทายเจ้าของบ้านที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก“พี่ซันตื่นเช้าจังนะคะ”“กิ๊กก็ตื่นเช้าเหมือนกันนะครับ”“ก็กิ๊กจะรับมาทำอาหารเช้าให้พี่ซันนี่คะ กิ๊กจำได้ว่าแต่ก่อนพี่ชอบกินขนมปังปิ้งกับไข่ดาวแบบไม่สุก เดี๋ยวกิ๊กจะทำให้นะคะ”“ขอบคุณนะครับที่จำได้ว่าพี่ชอบกินอะไร แต่กิ๊กไม่ต้องทำเผื่อพี่หรอกนะ”“ทำไมล่ะคะ”“พี่ว่าจะไปหาข้าวกินที่โรงพยาบาลน่ะ”“จะไปโรงพยาบาลตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอคะ เช้าไปหรือเปล่า”“ไม่หรอกครับวันนี้พี่ต้องราวน์คนไข้หลายคนน่ะ ขอตัวก่อนนะอัญลงมาพอดีเลย” เขายิ้มให้กับคนรักที่เดินลงมาจากชั้นสองพอดี“รออัญนานไหมคะ”“ไม่นานครับ ไปกันเลยนะ”“ได้ค่ะ”“พี่ซันคะ พี่ไปก่อนแบบนี้กิ๊กจะไปทำงานยังไงคะกิ๊กไม่มีรถนะคะ” โสรยาคิดว่าถ้าเธอไม่มีรถใช้แล้วในทุกวันจะได้ไปทำงานและกลับบ้านพร้อมกับเอกอาทิตย์เธอจึงบอกเขาว่ารถมีปัญหาทั้งที่จริงแล้วเธอให้เพื่อนมาเอารถของตนเองไปใช้“พี่คิดว่าคนเก่งอย่างกิ๊กก็น่าจะหาทางไปทำงานได้นะ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็บอกผักบุ้งเรียกรถให้ก็ได้ พี่ขอตัวไปก่อนนะ” เขาพอจะเดาออกว่า
“อัญเป็นยังไงบ้าง” อังคณารีบเข้ามาทักทายเพื่อนรักเพราะไม่ได้เจอกันมาหลายวัน“อัญสบายดี อุ๋มล่ะหยุดตั้งหลายวันไปเที่ยวไหนมาล่ะ”“กลับบ้านมาจ้ะ”“บ้านที่อุทัยเหรอ”“อือ มีขนมมาฝากด้วยนะ อยู่ในตู้เย็นอุ๋มเขียนชื่อไว้ให้แล้วว่ามีของใครบ้าง”“ขอบใจจ้ะ”“อุ๋มได้ยินมาว่าหมอกิ๊กจากแผนกเด็กขอไปอยู่ที่บ้านหมอซันเหรอ”“รู้ได้ยังไง”“เมื่อกี้อุ๋มไปเอาแฟ้มที่แผนกเด็กมาน่ะ แล้วได้ยินหมอคุยโทรศัพท์กับเพื่อน”“ได้ยินหรือแอบฟังล่ะ” อัญชิสาถามเพื่อนอย่างรู้ทัน“ตอนแรกก็แค่ได้ยินแต่ พอได้ยินชื่อหมอซันก็เลยแอบฟัง”“หมอกิ๊กเธอว่ายังไงบ้าง”“ได้ยินเธอบอกเพื่อนว่าเหลืออีกสี่วันที่จะอยู่บ้านหมอซัน เธอต้องรีบทำให้สำเร็จ แต่อุ๋มไม่เข้าใจความหมายเลย หมอกิ๊กเธอคิดจะทำอะไรกันแน่นะ”แล้วอัญชิสาก็เล่าเรื่องที่หมอโสรยาเคยชอบหมอเอกอาทิตย์มาก่อนให้กับอังคณาฟัง“นั่นไงอุ๋มว่าแล้ว คนเราจะไปขออยู่บ้านคนอื่นได้ยังไงถ้าไม่มีอะไรแอบแฝง พยาบาลที่แผนกเด็กบอกว่าหมอกิ๊กนะชอบหมอซัน มากที่เธอย้ายมาทำงานที่นี่ก็เพราะอยากจะใกล้ชิดกับหมอซันอีกครั้ง อัญต้องระวังดีๆ นะอย่าให้หมอซันกับหมอกิ๊กอยู่ตามลำพังสองคนเด็ดขาด”“เรามองหมอกิ๊กในแง
หมอโสรยามาถึงบ้านของหมอเอกอาทิตย์ในเวลาสองทุ่มกว่า หญิงสาวถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กตามเจ้าของบ้านเข้ามาในห้องรับแขกเธอยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อคิดว่าจากนี้จะได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับผู้ชายที่เธอชอบอีกครั้ง แต่แล้วใบหน้าที่ยิ้มก็หุบลงเมื่อเห็นว่าตอนนี้กลางห้องรับแขกมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ “สวัสดีค่ะหมอกิ๊ก ยินดีต้อนรับสู่บ้านเรานะคะ” อัญชิสาเน้นคำว่าบ้านเราอย่างชัดเจนทำให้สีหน้าของคุณหมอสาวไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่ “อัญอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ใช่ครับเราสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว” “แต่พี่ซันไม่ได้บอกกิ๊กเลยนะคะ” “พี่คิดว่ากิ๊กน่าจะรู้อยู่แล้ว พี่กับอัญเราอยู่ด้วยกันมานานแล้วครับ” “แต่ก็ดีเหมือนกันค่ะอยู่กันสามคนจะได้ไม่เหงา” “หมอกิ๊กมาเหนื่อยๆ เอาของไปเก็บที่ห้องนอนก่อนดีไหมคะ” “ห้องนอนของกิ๊กอยู่ตรงไหนคะพี่ซัน” หญิงสาวหันมาทำเจ้าของบ้าน “ทางนี้เลยครับเดี๋ยวพี่พาไป” เอกอาทิตย์พาเธอไปยังห้องนอนที่อยู่ติดอยู่ถัดจากห้องรับแขกออกไป “กิ๊กนึกว่าห้องนอนแขกบ้านพี่ซันจะอยู่ข้างบนนะคะ” “บ้านพี่มีห้องนอนแขกทั้งข้างล่างและข้างบนครับ แต่พี่คิดว่ากิ๊กอยู่ห้องนี้น่าจะสะดวกกว่า เพราะห้องข้างบนยังไม่ได้ทำค
“หมอซันตรวจคนไข้อยู่หรือเปล่าคะ” หมอโสรยาถามถามพยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์แผนกผู้ป่วยอายุรกรรม “ไม่มีค่ะ หมอกิ๊กมีอะไรกับหมอวันหรือเปล่าคะ” พยาบาลถามด้วยความสงสัยเพราะด้วยลักษณะงานแล้วคุณหมอสาวไม่น่าจะมีธุระเรื่องงานจะคุยกับหมอเอกอาทิตย์เลย “กิ๊กมีเรื่องส่วนตัวจะขอคุยกับหมอซันสักครู่ค่ะ ถ้ามีคนไข้ก็บอกให้รอก่อนนะคะ” “ได้ค่ะ” หมอโสรยาเดินมายังห้องตรวจของหมอเอกอาทิตย์ เธอเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปหลังจากได้ยินเสียงเจ้าของห้องอนุญาต “พี่ซันว่างหรือเปล่าคะ พอจะมีเวลาคุยกับกิ๊กซักหน่อยมั้ยคะ” เธอเรียกเขาด้วยความสนิทสนม “ได้สิกิ๊กมีธุระอะไรจะคุยกับพี่ล่ะ” “กิ๊กอยากถามว่าพี่ซันกับคุณพยาบาลที่ชื่ออัญเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอคะ” เธอได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้และไม่เชื่อจึงอยากจะเข้ามาถามความจริงจากเขาเอง “ใช่ครับ” “พี่ซันคิดว่าเธอเหมาะสมกับพี่เหรอคะ กิ๊กดูยังไงก็ไม่เห็นจะเหมาะสมเลย” “เฝไม่มีใครรู้ดีกว่าพี่หรอกว่าอัญเหมาะสมกับพี่หรือเปล่า” “ดูพี่ซันจริงจังมากนะคะ” คุณหมอสาวพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเพราะเธอต่างหากที่ควรจะเป็นแฟนเขา “จริงจังสิ นี่คือธุระสำคัญที่กิ๊กจะคุยกับพี่เหรอ” “เปล่าะค
อัญชิสามองตามร่างสูงที่เดินออกไปด้วยแววตาสงสัยเธอมองเขาจนลับสายตา หญิงสาวไม่รู้ว่าหมอเอกอาทิตย์จะออกไปนานหรือเปล่าและถ้าเขาไม่กลับเข้ามาในร้านเธอจะทำยังไงต่อ แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านี้ชายหนุ่มก็เดินกลับเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มดูผ่อนคลายกว่าตอนที่เดินออกไปอย่างเห็นได้ชัด “หมอซันไปไหนมาคะ” “ผมไปเอาของสำคัญมาน่ะ นึกว่าจะไม่ทันคืนนี้แล้ว” “ของสำคัญอะไรคะ หมอลืมไว้ที่โรงพยาบาลเหรอ” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย “ไม่ใช่หรอกครับแต่มันเป็นของสำคัญที่จะทำให้คำพูดของผมมีน้ำหนักขึ้น” “หมอซันพูดอะไรคะอัญงงไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มยิ้ม “ผมขอดูมือหน่อยครับ” “จะดูทำไมคะ” หญิงสาวถามแต่ก็ยอมส่งมือขวาให้เขา “ขอทั้งสองข้างครับ” เมื่อเธอวางมือลงบนโต๊ะชายหนุ่มก็จับมือข้างซ้ายของเธอไว้จากนั้นเขาก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบแหวนเพชรเม็ดงามขึ้นมาและสวมไปบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างรวดเร็ว “หมอซัน” อัญชิสาทำตัวไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี “ตอนนี้ถือว่าผมเป็นเจ้าของอัญแล้วนะครับเหลือก็แค่การจดทะเบียนสมรสกับการแต่งงาน” “หมอคะทำไมมันเร็วแบบนี้ล่ะ” “ไม่เร็วหรอก ผมว่าเราเรียนรู้กันมามากพอแ