เช้าวันเสาร์หมอเอกอาทิตย์พาอัญชิสาออกจากบ้านตั้งแต่เช้าทั้งสองมุ่งหน้าสู่ถนนพระราม 2 โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่หัวหิน
เขาพาแวะทานอาหารที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเพราะสะดวกกับการขึ้นลงรถของอัญชิสา หลังทานอาหารเสร็จก็แวะซื้อขนมในร้านสะดวกซื้อก่อนจะกลับขึ้นมาบนรถอีกครั้ง
“นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันใช่ไหมคะหมอซัน” หญิงสาวหันมาถามเพราะเธอจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลยแม้จะพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก และเท่าที่ได้ถามจากอังคณาก็คือเธอกับหมอเอกอาทิตย์ยังไม่เคยไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือไปค้างคืนที่ไหนด้วยกันเลย
“ก็ประมาณนั้นครับ”
“แล้วปกติถ้าวันหยุดเราจะทำอะไรกันคะ”
“เราหยุดไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ครับ แต่ถ้าได้หยุดตรงกันก็จะไปดูหนังหรือไม่ก็ไปกินกาแฟตามคาแฟ่ครับ” เขาตอบไปตามที่ได้คุยกับอังคณาจนรู้มาว่าปกติแล้ววันหยุดอัญชิสาจะทำอะไรบ้าง
“ทำไมหมอซันตอบเหมือนอุ๋มเลยล่ะคะ นัดกันตอบหรือเปล่า” อัญชิสาถามออกไปด้วยความสงสัย
“ทำไมอัญคิดแบบนั้นล่ะ ที่ผมกับคุณอุ๋มตอบเหมือนกันก็เพราะเราสองคนตอบไปตามความจริงนี่ครับ ผมจะนัดกับคุณอุ๋มตอบแบบนี้ทำไมล่ะ” หมอเอกอาทิตย์รีบอธิบายอย่างรวดเร็ว
“ขอโทษนะคะหมอซันที่แอนพูดแบบนั้นออกไป อัญคงคิดมากไปหน่อย หมอคงไม่โกรธนะคะ” หญิงสาวรู้สึกผิดที่พูดกับคุณหมอหนุ่มออกไปแบบนั้น
“ผมเข้าใจครับและไม่โกรธเลย ถ้าผมเป็นอัญผมก็คงคิดมากเหมือนกันครับ แต่ผมอยากให้อัญรู้ว่าผมกับคุณอุ๋มจริงใจและจะอยู่ข้างคุณแบบนี้ไปตลอดไม่ว่าคุณจะจำได้หรือไม่ได้ก็ตาม” คุณหมอหนุ่มพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและเชื่อทุกอย่างที่เขาพูด
“ขอบคุณนะคะหมอซันถ้าไม่มีหมอซันกับอุ๋มอัญก็คงแย่เหมือนกัน อัญไม่รู้จะตอบแทนหมอกับอุ๋มยังไง”
“ผมไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนจากคุณเลยนะครับอัญและผมก็คิดว่าคุณอุ๋มก็คงคิดเหมือนกับผม”
“อัญโชคดีมากนะคะที่มีเพื่อนดีๆ อย่างอุ๋มและมีแฟนดีๆ อย่างหมอซัน” อัญชิสารู้สึกอย่างที่พูดออกไปจริงๆ ในเวลาที่เธอจำอะไรไม่ได้ เดินก็ลำบากแต่ยังมีเพื่อนและชายหนุ่มคอยอยู่เคียงข้างตลอด หญิงสาวนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีสองคนนี้ชีวิตของตนเองจะเป็นยังไง เพราะเท่าที่ได้คุยกับอังคณาเธอก็รู้ว่าตนเองไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว
“ผมว่าอัญอย่าคิดมากเลยครับ เรามาเที่ยวทั้งทีทำใจให้สบายดีกว่า นี่ก็เหลืออีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงหัวหินอัญง่วงไหมจะหลับก่อนก็ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะอัญนั่งคุยกับหมอไปแบบนี้ก็ได้ หมอหิวไหมอัญเห็นว่าหมอซื้อขนมมาหลายอย่างจะกินอะไรมั้ยคะ เดี๋ยวอัญแกะให้”
“ขอเป็นมันฝรั่งก็ได้ครับ แต่ผมขับรถอัญป้อนได้ไหมล่ะ” เขาหันมามองหน้าเธอแล้วยิ้มอย่างประจบ
“ก็ได้ค่ะ” เพราะเห็นว่าเขาต้องขับรถแล้วเธอก็กลัวอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นหญิงสาวเลยแกะถุงมันฝรั่งและส่งเข้าปากเขาหนึ่งชิ้น เข้าปากตัวเองหนึ่งชิ้นสลับไปมาไม่นานนักมันฝรั่งถุงใหญ่ก็หมดอย่างรวดเร็ว
“วันนี้เป็นวันที่ผมกินขนมพวกนี้เยอะกว่าปกติเลยนะครับ”
“ปกติหมอไม่กินเหรอคะ”
“ไม่ค่อยกินหรอกครับ แต่วันนี้เพราะอัญป้อนก็เลยกินเพลินแต่รู้สึกว่าโซเดียมมันจะเยอะไปหน่อย”
“แบบนี้เราต้องดื่มน้ำตามมากๆ ใช่ไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามคุณหมอหนุ่ม อัญชิสาเปิดขวดน้ำส่งให้เขาดื่มอีกหนึ่งขวดของตัวเองอีกหนึ่งขวด
จากนั้นก็ขับรถต่อไม่นานนักรถคันหรูของหมอเอกอาทิตย์ก็มาจอดหน้ารีสอร์ตแห่งหนึ่งบริเวณชายหาดหัวหิน
รีสอร์ตที่หมอเอกอาทิตย์ขจองไว้นั้นเป็นบ้านพักหลังเล็กมีสองห้องนอน ด้านหน้าติดกับชายหาด ด้านข้างของบ้านติดกับถนนทำให้อัญชิสาไม่ต้องเดินไกล
“เป็นไงครับถูกใจไหม”
“ถูกใจมากๆ เลยค่ะหมอซันรถจอดใกล้แบบนี้อัญก็ไม่ต้องเดินไกล”
“แต่ถ้าอัญไม่อยากเดินก็บอกผมด้วยนะเดี๋ยวผมอุ้มเข้าไปในบ้านเอง”
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะหมอซันตอนนี้อัญว่าอัญเดินด้วยไม้เท้าคล่องแล้วล่ะค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นอัญเข้าไปรอผมในบ้านเลยเดี๋ยวผมถือกระเป๋าเดินทางไปเอง”
หญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านและนั่งรอบริเวณห้องรับแขกส่วนหมอเอกอาทิตย์ก็นำกระเป๋าเดินทางสองใบไปเก็บไว้คนละห้องก่อนจะกลับออกมานั่งข้างเธออีกครั้ง
“อัญนอนห้องขวามือนะครับห้องจะใหญ่หน่อยจะได้สะดวก ผมนอนห้องทางซ้ายมือถ้ามีอะไรตอนกลางคืนก็เรียกผมได้ตลอดเวลา”
“ค่ะหมอซัน หมอขับรถมาเหนื่อยๆ จะนอนพักก่อนไหมไม่ล่ะคะ”
“แล้วอัญล่ะเหนื่อยหรือเปล่า”
“ไม่หรอกค่ะอัญแค่นั่งรถมาไม่เหนื่อยเลยสักนิด”
“ระหว่างนี้เราจะทำอะไรกันดีล่ะ อีกนานเลยกว่าจะถึงอาหารเย็น"
“ปกติแล้วว่างๆ หมอซันชอบทำอะไรคะ”
“ผมก็อ่านหนังสือบ้างเล่นมือถือบ้างแล้วอัญล่ะ”
“อุ๋มบอกว่าถ้าไม่ดูซีรีส์อัญก็อ่านนังสือค่ะ ไปที่ห้องวันก่อนอัญเลยเอาหนังสือนิยายมาด้วย”
“อัญเอาหนังสือมาที่นี่ด้วยหรือเปล่า อยู่ตรงไหนเดี๋ยวผมไปหยิบให้นะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ อัญไปเอาเองดีกว่า” เพราะหนังสือนั้นอยู่ในกระเป๋าเดินทางเธอกลัวว่าถ้าเขาเปิดออกมาจะเห็นของใช้ส่วนตัวซึ่งเธอรู้สึกอายมากถ้าหากเขาจะเห็นของพวกนั้น
อัญชิสาหายเข้าไปในห้องไม่นานนักก็เดินกลับออกมาพร้อมกับหนังสือนิยายในมือเล่มโต
“ชอบอ่านหนังสือสืบสวนเหรอครับ” เขาถามเพราะเรื่องนี้ไม่เคยคุยกับอังคณามาก่อนจึงไม่รู้
“ค่ะ หมอซันล่ะะคะชอบอ่านหนังสือแบบไหน”
“ผมชอบอ่านหนังสือท่องเที่ยวครับเอาไว้ถ้าขาอัญหายดีเราไปเที่ยวต่างประเทศกันไหม”
“หมอจะมีเวลาว่างเยอะขนาดนั้นเหรอคะ ไปต่างประเทศก็ต้องหยุดงานหลายวันเลย”
“ผมก็เหมือนอาชีพอื่นนะอัญมีวันหยุดวันลาพักร้อน ปีนี้ผมยังใช้วันลาพักร้อนไม่หมดเลยเราไปเที่ยวกันนะ”
“เรื่องนี้อัญยังตอบหมอซันไม่ได้หรอกค่ะ เพราะไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าความทรงจำของอัญจะเป็นยังไงและถ้าข้อเท้าหายดีแล้วอัญก็คงจะต้องรีบกลับไปทำงาน”
“ผมว่าเรื่องกลับไปทำงานเราค่อยคุยกันตอนที่ข้อเท้าของอัญหายแล้วดีกว่านะครับ ส่วนเรื่องเที่ยวเราก็คุยกันไว้ก่อน แต่ยังไม่กำหนดวันดีไหมอัญจะได้ไม่กดดันมากเท่าไหร่”
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้กับเขาจากนั้นก็เปิดหนังสืออ่านขณะที่หมอเอกอาทิตย์ก็นั่งเล่นมือถืออยู่ใกล้ๆ จนกระทั่งถึงเวลาทานอาหารเย็น
ร้านอาหารที่หมอเอกอาทิตย์พาอัญชิสามารับประทานอาหารเย็นในวันนี้เป็นร้านที่ติดกับชายหาดและเนื่องจากเป็นวันหยุดยาวคนมาทานอาหารค่อนข้างมากอัญชิสาเดินค่อนข้างจะลำบากแต่เธอก็พยายามเดินมาจนถึงโต๊ะ“ขอโทษนะอัญผมไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ มันทำให้อัญเดินลำบาก” เอกอาทิตย์รู้สึกผิดมากที่พาเธอมาทานอาหารร้านนี้“คนเยอะก็แสดงว่าอาหารร้านนี้อร่อย หมออย่าคิดมากเลยค่ะ อัญเดินลำบากก็จริงแต่มันก็คุ้มนะคะร้านนี้บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ” “อัญอยากกินอะไรครับเดี๋ยวผมสั่งให้” “น่ากินทุกเมนูเลยค่ะ แต่ถ้าสั่งมาหมดนี้คงไม่ไหวแน่ๆ อัญขอเป็นกุ้งเผาแบบที่แกะแล้วกับหมึกไข่นึ่งมะนาวก็แล้วกันค่ะ หมอซันล่ะคะกินอะไรดี” หญิงสาวถามคนที่นั่งจ้องเมนูอย่างใช้ความคิด“ผมขอเป็นปูนึ่งกับกั้งทอดกระเทียมแล้วก็ต้มยำกุ้งน้ำข้นก็แล้วกันครับ อัญว่าพอไหม” “น่าจะเกินพอแล้วค่ะ” ด้วยบรรยากาศริมทะเลและอาหารที่อร่อยของทางร้านทำให้ทั้งสองใช้เวลาทานอาหารค่อนข้างนานพอรู้สึกตัวอีกทีเกือบจะสองทุ่มเพราะคนที่ร้านยังเยอะและพลุกพล่านมากชายหนุ่มจึงเป็นห่วงว่าจะมีใครเดินมาชนอัญชิสา เขาเดินนำและคอยหันหลังไปดูตลอดทาง ทำให้คนที่เดินตามมานั้นรู้สึกอบอุ่นหั
ตั้งแต่กลับจากทะเลครั้งก่อนอัญชิสาและหมอเอกอาทิตย์ก็มีความสนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งสองพูดจาหยอกล้อกันเหมือนกับคนรักจริงๆ ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้สึกว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เขามีความสุขที่สุด ที่ผ่านมาเขาอยู่ตามลำพังมาตลอดแต่พอมีเธอเข้ามามันทำให้ชีวิตของเขามีความหมายมากขึ้น ในทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมาแล้วเจอกับเธอก่อนไปทำงานมันทำให้เขารู้สึกดีมากๆ และพอไปทำงานก็ตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงเวลาเลิกงาน หมอเอกอาทิตย์รับเวรที่ปรึกษาจากโรงพยาบาลเอกชนที่อื่นน้อยลงเพราะอยากจะมีเวลาอยู่กับอัญชิสาให้มากขึ้น ตอนนี้อัญชิสาเอาเฝือกออกจากข้อเท้าแล้วแต่หมอให้ใส่เครื่องพยุงข้อเท้าอยู่และให้เธอลงน้ำหนักได้บ้าง แต่หญิงสาวก็ยังไม่กลับไปทำงานเพราะคุณหมออยากจะให้แน่ใจก่อนว่าเธอหายเป็นปกติแล้วถึงจะกลับไปทำงานอีกครั้ง หญิงสาวมีโอกาสได้ไปคุยกับพี่ศิราณีหัวหน้าแผนกซึ่งเธอก็เข้าใจถึงอาการเจ็บป่วยของอัญชิสาดี ส่วนเพื่อนๆ ในแผนกก็ต่างพากันยินดีที่อีกไม่นานอัญชิสาจะกลับมาทำงานกับพวกเธออีกครั้ง แม้ว่ายังจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้แต่หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลก็มีการประเมินความรู้และทักษะต่างๆ ของอัญชิสาซึ่งเธอก็สามารถผ่านทุกบททดสอบได้
ครบสองเดือนแล้วที่อัญชิสามาอยู่บ้านคุณหมอเอกอาทิตย์ตอนนี้ข้อเท้าของหญิงสาวดีขึ้นมาก หมอถอดที่พยุงเท้าออกแล้วและให้เธอเริ่มเดินออกกำลังกายมากขึ้น เธอเข้าไปคุยกับพี่ศิราณีหัวหน้าแผนกแล้วว่าจะกลับไปเริ่มงานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า วันนี้ผักบุ้งเด็กรับใช้ขออนุญาตลาหยุดอัญชิสาเลยอยู่บ้านคนเดียวหญิงสาวรู้สึกเบื่อๆ เลยออกมาเดินเล่นบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านและรดน้ำต้นไม้ไปด้วย ขณะนั้นมีบุรุษไปรษณีย์เอาจดหมายมาส่งเธอจึงเปิดประตูออกไปหยิบเอกสารทั้งหมดในกล่องจดหมาย ในจังหวะกำลังจะหมุนตัวกลับก็มีเด็กวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์แข่งกันมาหลายคันและหนึ่งในนั้นก็ขับมาใกล้จนเกือบจะเฉี่ยวหญิงสาวตกใจมากจึงรีบหลบจนตัวเองล้มลงไปกับพื้นถนน ในวินาทีนั้นอัญชิสารู้สึกว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเคยเกิดขึ้นกับเธอครั้งหนึ่ง หญิงสาวพยุงตัวลุกขึ้นและเดินกลับมาในบ้านอย่างช้าๆ ความทรงจำต่างๆ เริ่มหลั่งไหลเข้ามาจนเธอรู้สึกปวดศีรษะ อัญชิสาเดินไปหยิบยาแก้ปวดมาทานจากนั้นก็พยายามนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างได้แล้วเธอก็ถอนหายใจอย่างหนักเพราะนึกออกแล้วว่าตนเองกับหมอเอกอาทิตย์ไม่ได้เป็นแฟนกันอย่างที่เขาพูดถึง
เพราะเมื่อคืนเอาแต่ร้องไห้อย่างหนักและกว่าจะหลับตาลงก็เกือบจะตีสองเช้านี้อัญชิสาก็เลยไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ ขอบตาของเธอยังบวมช้ำ“อัญเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมหน้าตาดูไม่สดชื่น” หมอเอกอาทิตย์ถามเมื่อหญิงสาวเดินมานั่งบนเก้าอี้ประจำในห้องครัว“อัญนอนไม่ค่อยหลับค่ะ”“เมื่อคืนร้องไห้เหรอครับ” คุณหมอหนุ่มถามอย่างห่วงใย“เมื่อคืนอัญปวดหัวนิดหน่อยน่ะค่ะ กว่าจะนอนหลับก็ดึกเลย”“แต่เหมือนอัญร้องไห้นะครับ”“ร้องไห้นิดหน่อยค่ะ”“อัญเครียดเรื่องอะไรหรือเปล่ามีอะไรบอกผมได้นะ”“ไม่มีอะไรหรอกค่ะหมอซัน อัญก็แค่คิดถึงเรื่องเดิมๆ ค่ะ”“ผมบอกแล้วงไงครับว่าอย่าคิดมาก ยังไงผมก็จะดูแลอัญไปตลอดต่อให้อัญจะจำได้หรือจำไม่ได้เราก็จะอยู่กันแบบนี้ อย่าคิดมากอีกนะครับ” เขาจับมือหญิงสาวแล้วลูบบริเวณหลังมือเบาๆการกระทำของเขามันยิ่งทำให้อัญชิสาเครียดมากขึ้นเพราะเธอเองเริ่มรู้สึกรักเขาจริงๆ“ขอบคุณนะคะหมอที่อยู่ข้างๆ อัญมาตลอด”“ขอบคุณอีกแล้ว ต่อไปนี้อัญไม่ต้องขอบคุณผมนะ แค่อัยิ้มให้ผม อยู่กับผมแบบนี้มันคือคำขอบคุณที่ดีที่สุด” เขาพูดกับเธอเหมือนเดิมอีกครั้งอัญชิสาใจอ่อนยวบเธอหวั่นไหวกับคำพูดและการกระทำของเขาจนไม่กล้าจะบอก
อัญชิสานิ่งกับคำถามของเพื่อน เธอกำลังทบทวนความรู้สึกของตนเองอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจบอกกับอังคณา “อุ๋มอย่าพึ่งบอกเรื่องนี้กับหมอซันได้ไหม” “ได้สิ แต่อัญบอกได้ไหมว่าจากนี้จะทำยังไงต่อ” “อัญคิดว่าจะลองใช้ชีวิตกับเขาดูอีกสักหน่อย อยากจะรู้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วเขารู้สึกยังไงกับอัญกันแน่ จากนั้นอัญก็จะกลับมาอยู่ที่หอพักเหมือนเดิม” “ถ้าอัญกับหมอซันใจตรงกันแล้วจะย้ายกลับมาทำไมล่ะ” “ถ้าเขาชอบอัญจริงๆ อัญก็อยากจะให้เราสองคนเริ่มต้นทำความรู้จักกันอีกครั้ง บางทีตัวตนที่อัญเป็นตอนที่จำอะไรไม่ได้กับตัวตนจริงๆ ของอัญอาจจะแตกต่างกันอัญอยากให้หมอซันรับตรงนี้ให้ได้” “แต่อัญจะไม่ปิดกั้นหัวใจตัวเองใช่ไหม” “มันคงไม่ทันแล้วแหละอุ๋ม” “หมายความว่ายังไง” “อัญยอมรับอย่างไม่อายเลยว่าการได้อยู่ใกล้ชิดกับเขามันทำให้อัญรู้สึกรักเขา หมอซันเขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่นเอาใจใส่อัญดีมากๆ แม้ว่าทุกวันเขาจะทำงานหนักแต่เขาดูแลอัญอย่างดี มันทำให้อัญรู้สึกว่าไม่ได้โดดเดี่ยวและไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว” อัญชิสาคิดถึงข้อดีตรงนี้ของหมอเอกอาทิตย์และเธอเองก็รู้สึกเห็นใจเขามากๆ เพราะเขาเองก็ไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่ เขาไม่มีญา
หลังจากรับประทานจนอิ่มหมอเอกอาทิตย์ก็อาสาเป็นคนล้างจานและให้อัญชิสามานั่งรอที่ห้องรับแขกก่อนที่เขาจะเดินตามมาพร้อมกับกล่องอุปกรณ์แผล “แผลแห้งดีแล้วนะ” “อัญว่าไม่ต้องติดพลาสเตอร์กันน้ำก็มั้งคะ” “ไม่กลัวผ้าห่มโดนตอนนอนเหรอครับ ผมว่าติดไว้แค่กลางคืนก็ได้พรุ่งนี้เช้าอาบน้ำเสร็จแล้วผมจะแกะออกให้” “ไม่เป็นไรค่ะ อัญแกะเองได้หมอต้องรีบไปทำงานแต่เช้า” “แค่แกะพลาสเตอร์คงไม่เสียเวลาเท่าไหร่ อีกอย่างพรุ่งนี้เช้าผมก็ไม่ต้องไปตลาดเพราะผักบุ้งจะมาทำงานแล้ว” “หมอซันคะ ถ้าอัญกลับไปอยู่ที่หอพักหมอจะจ้างผักบุ้งต่อไหม” “อัญพูดเหมือนกำลังจะไปจากผม” มือที่กำลังทำแผลอยู่ชะงักและสีหน้าของเขาก็เครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “หมอซันคะ อัญยังไม่ไปไหนหรอกค่ะก็แค่อยากจะถามดูเท่านั้นเองเพราะเท่าที่ดูผักบุ้งเป็นเด็กที่ทำงานดีมากเลยค่ะ” “แต่ก่อนผมก็ไม่เคยจ้างใครประจำนะ” “แล้วแต่ก่อนใครทำความสะอาดบ้านให้หมอล่ะคะ” “ส่วนใหญ่จะเรียกใช้บริษัททำความสะอาดให้มาทำอาทิตย์ละครั้งแต่พอมีผักบุ้งมาช่วยทำงานบ้านผมว่ามันก็สะดวกดีนะ” “หมอหมายความว่าจะจ้างผักบุ้งต่อ” “ใช่ครับ ถ้าจะจ้างคนใหม่ผมก็กลัวว่าจะไม่ถูกใจอัญ
“คุณอัญจะไปไหนคะ” ผักบุ้งเด็กรับใช้ถามเจ้านายสาวในบ่ายของอีกวันขณะที่อัญชิสากำลังเตรียมตัวจะออกจากบ้าน“ฉันจะไปทำธุระหน่อยน่ะ ถ้าผักบุ้งทำงานเสร็จแล้วก็กลับบ้านได้เลยนะ ส่วนเรื่องอาหารเย็นเดี๋ยวฉันจะกลับมาจัดการเอง”“ได้ค่ะ แล้วคุณอัญจะไปยังไงคะ คุณหมอมารับหรือเปล่า” ผักบุ้งชะโงกหน้าไปมองที่หน้ารั้ว“ฉันเรียกรถมารับที่หน้าบ้านแล้ว ผักบุ้งไม่ต้องบอกหมอนะว่าวันนี้ฉันออกไปข้างนอก”“ทำไมล่ะคะ” เด็กสาวถามด้วยความสงสัยเพราะคุณหมอหนุ่มสั่งไว้ว่าให้ช่วยดูแลอัญชิสาและคอยรายงานว่าในวันหนึ่งหญิงสาวออกไปไหนหรือมีใครมาหาบ้างหรือเปล่า เนื่องจากเขาเป็นห่วงเพราะอัญชิสายังจำอะไรไม่ได้“ฉันจะออกไปหาซื้อของขวัญให้หมอซันจ้ะ ถ้าผักบุ้งบอกหมอซันก็ไม่เซอร์ไพรซ์สิ”“อ๋อ ถ้างั้นผักบุ้งจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเลยล่ะค่ะ คุณอัญเดินทางดีๆ นะคะ”“จ้ะ แล้วพรุ่งนี้เช้าเจอกันนะ”“ค่ะคุณอัญ”“อย่าลืมปิดประตูและล็อกให้เรียบร้อยก่อนออกไปนะ” หญิงสาวยิ้มให้กับเด็กรับใช้ก่อนจะเดินออกมาหน้าบ้านซึ่งพอดีกับรถที่เรียกมารับจอดรออยู่แล้วเนื่องจากเธอระบุจุดหมายปลายทางลงในแอพพลิเคชันแล้วพอขึ้นรถก็เลยไม่ต้องบอกอีกครั้งเมื่อร
อัญชิสาเตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้วก็อาบน้ำได้มาน้องรอหมอเอกอาทิตย์ที่บริเวณห้องรับแขก หญิงสาวตัดสินใจแล้วว่าระหว่างนี้จะเรียนรู้นิสัยใจคอของคุณหมอหนุ่มให้มากขึ้น จากนั้นจะตัดสินใจบอกความจริงกับเขาทุกอย่างแล้ว คุยกับเขาตรงๆ ว่าจะเอายังไงกันต่อถ้าหากเขาอยากให้เธออยู่ที่นี่ต่ออีกเธอก็ยินดีที่จะอยู่ เพราะคิดทบทวนแล้วตนเองก็ไม่มีใครแล้วเขาก็ไม่มีใคร ถ้าหากมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อัญชิสายอมรับว่าความรู้สึกที่มีต่อคุณหมอหนุ่มนั้นมันเรียกว่าความรักแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูด้วยว่าเขาเต็มใจจะให้เธออยู่ที่นี่จริงอย่างที่เคยพูดไว้หรือเปล่า เพราะทุกครั้งที่หมอเอกอาทิตย์พูดนั้นมันคือตอนที่เขาคิดว่าเธอยังจำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าหากเขารู้ว่าเธอจำทุกอย่างได้แล้วเขาจะเปลี่ยนความคิดหรือเปล่าเธอก็มีทางรู้ได้เลยเธอนั่งคิดไปเรื่อยจนกระทั่งได้ยินเสียงรถยนต์เข้ามาจอด เธอรีบเดินไปเปิดประตูต้อนรับเขาเหมือนกับทุกครั้ง“เหนื่อยไหมคะ”ประโยคเดิมๆ ที่อัญชิสามักจะถามหลังจากหมอเอกอาทิตย์กลับมาถึงบ้านมันทำให้คนที่ทำงานมาเหนื่อยๆ รู้สึกว่าที่นี่คือบ้านคือครอบครัวของเขาจริงๆ ชาย
ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นในคืนนั้นหมอโสรยาก็รีบย้ายออกจากบ้านของเอกอาทิตย์เพราะหญิงสาวไม่อยากสู้หน้าเจ้าของบ้านและแฟนของเขาเรื่องนี้เอกอาทิตย์ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยแม้กระทั่งชัยภัทรซึ่งพอจะระแคะระคายเรื่องนี้ตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ แต่เรื่องทุกอย่างมันกลับไม่เป็นความลับเพราะเพื่อนของโสรยาเอาเรื่องนี้ไปพูดในกลุ่มหมอด้วยกันข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วโสรยาทั้งอายและรู้สึกเสียหน้ามากละมีคนรู้เรื่องและหญิงสาวก็ทนอยู่กับสายตาและคำนินทาของคนอื่นไม่ได้สุดท้ายเธอก็เลยลาออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปทำงานที่อเมริกาก่อนเดินทางคุณหมอสาวแวะมาหาเอกอาทิตย์และอัญชิสาที่บ้านเพื่อขอโทษกับเรื่องที่เธอทำขึ้น“กิ๊กขอโทษทั้งพี่ซันและก็อัญนะคะ”“ไม่เป็นไรเรื่องมันผ่านแล้ว แต่พี่หวังว่ากิ๊กจะไปทำแบบนี้กับใครอีกนะ ถ้าทุกอย่างมันไม่ได้เกิดจากความรักมันก็ไม่มีความสุขหรอก” เอกอาทิตย์สอนรุ่นน้อง“กิ๊กอิจฉาอัญนะคะที่มีคนรักดีๆ อย่างพี่ซัน”“หมอกิ๊กเป็นคนสวยและเก่งอัญเชื่อว่าจะต้องได้เจอผู้ชายดีเข้ามาแน่ๆ ค่ะ”“กิ๊กขอพักเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่าค่ะ แค่นี้ก็อายจนไม่กล้าจะสู้หน้าใครแล้ว”“พี่ว่าอีกหน่อยคนก็ลืม”“กิ๊กว่
เอกอาทิตย์พลิกให้หญิงสาวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดซับความหวาน จูบของเขายังคงรุนแรงและเร่าร้อนจนอัญชิสาครางประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ“อื้อ.....”คุณหมอหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากปากอิ่มที่เริ่มจะบวมช้ำเพราะแรงจูบที่หนักหน่วง เขาเลื่อนริมฝีปากลากไล้ไปตามลำคอ ก่อนจะดูดแรงจนเป็นรอยแดง สองมือก็กอบกุมความทรวงอกขนาดเหมาะมือบีบขย้ำจนความนุ่มหยุ่นแทบปริ ก่อนจะรวบเม็ดเชอร์รี่เข้าปากดูดแรงสลับสองข้างอย่างไม่เมามันปลายลิ้นสะบัดที่ยอดถันสร้างความเสียวจนอัญชิสาดิ้นพล่าน เธอร้องครางแทบไม่เป็นภาษา ทุกจังหวะที่แก่นกายขยับเข้าออก สะโพกงอนงามก็แอ่นรับทุกแรงกระแทกกระทั้นไปตามอารมณ์ปรารถนา“หมอซันขา.....อัญไม่ไหวแล้ว”หญิงสาวกำลังไปถึงขอบสวรรค์อีกครั้ง ชายหนุ่มเร่งจังหวะตอกอัดจนเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วห้อง ร่างบางแอ่นหยัด สองมือครูดไปตามแผ่นหลังเพื่อระบายอารมณ์ เสียงกรีดร้องเรียกชื่อเขาดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมแรงตอดรัดถี่รัวและน้ำหวานไหลอาบไปทั่วท่อนเอ็นเพิ่มความเสียวให้กับเอกอาทิตย์อีกไม่น้อย“อัญ นานหน่อยนะ ผมยังไม่อยากเสร็จ”เอกอาทิตย์บอกความต้องการไปตามตรง เขาไม่อาจยับยั้งความต้องการ
“พี่คิดว่ากิ๊กไม่จำเป็นต้องช่วยพี่เพราะคนที่จะช่วยเรื่องนี้ได้น่าจะเป็นอัญมากกว่า”“อัญเขาจะมาช่วยพี่ได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อเขาอยู่ที่บ้าน”“พี่ว่ากิ๊กเข้าใจผิดแล้วแหละ” ชายหนุ่มพูดแล้วหันไปมองคนรักที่ยืนกอดอกดูแฟนของตัวเองยืนคลอเคลียกับโสรยาอยู่บริเวณหน้าห้อง“กลับมาแล้วเหรอคะหมอซัน”“ครับ”“หมอซันเป็นอะไรคะหมอกิ๊ก” อัญชิสามองคนรักที่หน้าแดงก่ำสีหน้าและแววตาเหมือนคนกำลังทรมานกับอะไรสักอย่าง“กิ๊กก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ถ้ายังไงก็คุยกันเองแล้วกันนะคะ” พูดจบหญิงสาวก็เดินออกไปจากห้องทันทีผมขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ เอกอาทิตย์รู้ว่าอาการที่เป็นอยู่ต้องทำยังไงถึงจะหายแต่เขาไม่อยากเอาอารมณ์นั้นมาลงกับอัญชิสา เขาอยากระบายความอัดอั้นออกมาก่อนเพราะกลัวว่าคนรักจะรับไม่ไหวถ้าเขาจะนอนกับเธอตอนนี้อัญชิสามองตามหลังอย่างไม่เข้าใจหญิงสาวไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรแต่ดูแล้วเหมือนจะอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วเธอก็ได้ยินเสียงของเขาดังมาจากห้องน้ำ หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปตามเสียงด้วยความเป็นห่วง เธอรู้สึกกว่าคนรักแปลกไปมากเพราะเสื้อผ้าของเขาถอดแล้วทิ้งลงบนพื้นซึ่งไม่ใช่นิสัยของเอกอาทิตย์ยามปกติเลยเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องน
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ห้องอาหารของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านชานเมือง ในวันนี้มีหมอที่จบจากมหาวิทยาลัยเดียวกันมาร่วมงานค่อยข้างมาก มีทั้งรุ่นพี่ที่จบมานานและตอนนี้ลาออกมาพักผ่อนอยู่กับบ้านแล้วกับรุ่นน้องที่เพิ่งเรียนจบกลับมา เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปทั่วห้องของโรงแรมเอกอาทิตย์นั่งคุยกับเพื่อนสนิทสามคนซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคนที่ภรรยาเปิดร้านรับจัดงานแต่งงาน“ฉันนึกว่าวันนี้นายจะพาว่าที่ภรรยามาเปิดตัวเสียอีกนะซัน”“ตอนแรกก็คิดจะพามาด้วย แต่กลัวอัญจะอึดอัดน่ะ”“ฉันว่าดีแล้วที่นายไม่พาเธอมาด้วย เมียฉันเคยบอกว่าเธอรู้สึกอึดอัดมาก เวลาที่พวกเรารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้แต่ถ้าไปกันเฉพาะเพื่อนกลุ่มของพวกเราเหมือนตอนไปเจอกันที่ภูเก็ตแบบนั้นเธอจะรู้สึกสนุกและสบายใจมากกว่า” เพื่อนสนิทคนหนึ่งพูดขึ้นเอกอาทิตย์นั่งคุยกับเพื่อนจนกระทั่งงานเลี่ยงเลิกพวกเขาสี่คนก็พากันไปนั่งดื่มที่ผับชั้นใต้ดินของโรงแรมและบังเอิญมากที่โสรยากับเพื่อนอีกสองคนก็มาที่นั่นด้วยพวกเธอมากันแค่สามคนเมื่อเห็นหมอรุ่นพี่นั่งอยู่ก่อนแล้วโสรยาและเพื่อนจึงเข้ามาขอนั่งด้วย หญิงสาวพยายามชวนเอกอาทิตย์ให้ดื่มมากกว่าทุกคนจนชายหนุ่มรู้สึกถึงความผิด
เช้านี้โสรยาตื่นนอนเร็วกว่าปกติเพราะจะออกมาทำอาหารเช้าให้กับหมอเอกอาทิตย์ พอออกมาจากห้องนอนก็ส่งยิ้มทักทายเจ้าของบ้านที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก“พี่ซันตื่นเช้าจังนะคะ”“กิ๊กก็ตื่นเช้าเหมือนกันนะครับ”“ก็กิ๊กจะรับมาทำอาหารเช้าให้พี่ซันนี่คะ กิ๊กจำได้ว่าแต่ก่อนพี่ชอบกินขนมปังปิ้งกับไข่ดาวแบบไม่สุก เดี๋ยวกิ๊กจะทำให้นะคะ”“ขอบคุณนะครับที่จำได้ว่าพี่ชอบกินอะไร แต่กิ๊กไม่ต้องทำเผื่อพี่หรอกนะ”“ทำไมล่ะคะ”“พี่ว่าจะไปหาข้าวกินที่โรงพยาบาลน่ะ”“จะไปโรงพยาบาลตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอคะ เช้าไปหรือเปล่า”“ไม่หรอกครับวันนี้พี่ต้องราวน์คนไข้หลายคนน่ะ ขอตัวก่อนนะอัญลงมาพอดีเลย” เขายิ้มให้กับคนรักที่เดินลงมาจากชั้นสองพอดี“รออัญนานไหมคะ”“ไม่นานครับ ไปกันเลยนะ”“ได้ค่ะ”“พี่ซันคะ พี่ไปก่อนแบบนี้กิ๊กจะไปทำงานยังไงคะกิ๊กไม่มีรถนะคะ” โสรยาคิดว่าถ้าเธอไม่มีรถใช้แล้วในทุกวันจะได้ไปทำงานและกลับบ้านพร้อมกับเอกอาทิตย์เธอจึงบอกเขาว่ารถมีปัญหาทั้งที่จริงแล้วเธอให้เพื่อนมาเอารถของตนเองไปใช้“พี่คิดว่าคนเก่งอย่างกิ๊กก็น่าจะหาทางไปทำงานได้นะ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็บอกผักบุ้งเรียกรถให้ก็ได้ พี่ขอตัวไปก่อนนะ” เขาพอจะเดาออกว่า
“อัญเป็นยังไงบ้าง” อังคณารีบเข้ามาทักทายเพื่อนรักเพราะไม่ได้เจอกันมาหลายวัน“อัญสบายดี อุ๋มล่ะหยุดตั้งหลายวันไปเที่ยวไหนมาล่ะ”“กลับบ้านมาจ้ะ”“บ้านที่อุทัยเหรอ”“อือ มีขนมมาฝากด้วยนะ อยู่ในตู้เย็นอุ๋มเขียนชื่อไว้ให้แล้วว่ามีของใครบ้าง”“ขอบใจจ้ะ”“อุ๋มได้ยินมาว่าหมอกิ๊กจากแผนกเด็กขอไปอยู่ที่บ้านหมอซันเหรอ”“รู้ได้ยังไง”“เมื่อกี้อุ๋มไปเอาแฟ้มที่แผนกเด็กมาน่ะ แล้วได้ยินหมอคุยโทรศัพท์กับเพื่อน”“ได้ยินหรือแอบฟังล่ะ” อัญชิสาถามเพื่อนอย่างรู้ทัน“ตอนแรกก็แค่ได้ยินแต่ พอได้ยินชื่อหมอซันก็เลยแอบฟัง”“หมอกิ๊กเธอว่ายังไงบ้าง”“ได้ยินเธอบอกเพื่อนว่าเหลืออีกสี่วันที่จะอยู่บ้านหมอซัน เธอต้องรีบทำให้สำเร็จ แต่อุ๋มไม่เข้าใจความหมายเลย หมอกิ๊กเธอคิดจะทำอะไรกันแน่นะ”แล้วอัญชิสาก็เล่าเรื่องที่หมอโสรยาเคยชอบหมอเอกอาทิตย์มาก่อนให้กับอังคณาฟัง“นั่นไงอุ๋มว่าแล้ว คนเราจะไปขออยู่บ้านคนอื่นได้ยังไงถ้าไม่มีอะไรแอบแฝง พยาบาลที่แผนกเด็กบอกว่าหมอกิ๊กนะชอบหมอซัน มากที่เธอย้ายมาทำงานที่นี่ก็เพราะอยากจะใกล้ชิดกับหมอซันอีกครั้ง อัญต้องระวังดีๆ นะอย่าให้หมอซันกับหมอกิ๊กอยู่ตามลำพังสองคนเด็ดขาด”“เรามองหมอกิ๊กในแง
หมอโสรยามาถึงบ้านของหมอเอกอาทิตย์ในเวลาสองทุ่มกว่า หญิงสาวถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กตามเจ้าของบ้านเข้ามาในห้องรับแขกเธอยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อคิดว่าจากนี้จะได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับผู้ชายที่เธอชอบอีกครั้ง แต่แล้วใบหน้าที่ยิ้มก็หุบลงเมื่อเห็นว่าตอนนี้กลางห้องรับแขกมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ “สวัสดีค่ะหมอกิ๊ก ยินดีต้อนรับสู่บ้านเรานะคะ” อัญชิสาเน้นคำว่าบ้านเราอย่างชัดเจนทำให้สีหน้าของคุณหมอสาวไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่ “อัญอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ใช่ครับเราสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว” “แต่พี่ซันไม่ได้บอกกิ๊กเลยนะคะ” “พี่คิดว่ากิ๊กน่าจะรู้อยู่แล้ว พี่กับอัญเราอยู่ด้วยกันมานานแล้วครับ” “แต่ก็ดีเหมือนกันค่ะอยู่กันสามคนจะได้ไม่เหงา” “หมอกิ๊กมาเหนื่อยๆ เอาของไปเก็บที่ห้องนอนก่อนดีไหมคะ” “ห้องนอนของกิ๊กอยู่ตรงไหนคะพี่ซัน” หญิงสาวหันมาทำเจ้าของบ้าน “ทางนี้เลยครับเดี๋ยวพี่พาไป” เอกอาทิตย์พาเธอไปยังห้องนอนที่อยู่ติดอยู่ถัดจากห้องรับแขกออกไป “กิ๊กนึกว่าห้องนอนแขกบ้านพี่ซันจะอยู่ข้างบนนะคะ” “บ้านพี่มีห้องนอนแขกทั้งข้างล่างและข้างบนครับ แต่พี่คิดว่ากิ๊กอยู่ห้องนี้น่าจะสะดวกกว่า เพราะห้องข้างบนยังไม่ได้ทำค
“หมอซันตรวจคนไข้อยู่หรือเปล่าคะ” หมอโสรยาถามถามพยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์แผนกผู้ป่วยอายุรกรรม “ไม่มีค่ะ หมอกิ๊กมีอะไรกับหมอวันหรือเปล่าคะ” พยาบาลถามด้วยความสงสัยเพราะด้วยลักษณะงานแล้วคุณหมอสาวไม่น่าจะมีธุระเรื่องงานจะคุยกับหมอเอกอาทิตย์เลย “กิ๊กมีเรื่องส่วนตัวจะขอคุยกับหมอซันสักครู่ค่ะ ถ้ามีคนไข้ก็บอกให้รอก่อนนะคะ” “ได้ค่ะ” หมอโสรยาเดินมายังห้องตรวจของหมอเอกอาทิตย์ เธอเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปหลังจากได้ยินเสียงเจ้าของห้องอนุญาต “พี่ซันว่างหรือเปล่าคะ พอจะมีเวลาคุยกับกิ๊กซักหน่อยมั้ยคะ” เธอเรียกเขาด้วยความสนิทสนม “ได้สิกิ๊กมีธุระอะไรจะคุยกับพี่ล่ะ” “กิ๊กอยากถามว่าพี่ซันกับคุณพยาบาลที่ชื่ออัญเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอคะ” เธอได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้และไม่เชื่อจึงอยากจะเข้ามาถามความจริงจากเขาเอง “ใช่ครับ” “พี่ซันคิดว่าเธอเหมาะสมกับพี่เหรอคะ กิ๊กดูยังไงก็ไม่เห็นจะเหมาะสมเลย” “เฝไม่มีใครรู้ดีกว่าพี่หรอกว่าอัญเหมาะสมกับพี่หรือเปล่า” “ดูพี่ซันจริงจังมากนะคะ” คุณหมอสาวพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเพราะเธอต่างหากที่ควรจะเป็นแฟนเขา “จริงจังสิ นี่คือธุระสำคัญที่กิ๊กจะคุยกับพี่เหรอ” “เปล่าะค
อัญชิสามองตามร่างสูงที่เดินออกไปด้วยแววตาสงสัยเธอมองเขาจนลับสายตา หญิงสาวไม่รู้ว่าหมอเอกอาทิตย์จะออกไปนานหรือเปล่าและถ้าเขาไม่กลับเข้ามาในร้านเธอจะทำยังไงต่อ แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านี้ชายหนุ่มก็เดินกลับเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มดูผ่อนคลายกว่าตอนที่เดินออกไปอย่างเห็นได้ชัด “หมอซันไปไหนมาคะ” “ผมไปเอาของสำคัญมาน่ะ นึกว่าจะไม่ทันคืนนี้แล้ว” “ของสำคัญอะไรคะ หมอลืมไว้ที่โรงพยาบาลเหรอ” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย “ไม่ใช่หรอกครับแต่มันเป็นของสำคัญที่จะทำให้คำพูดของผมมีน้ำหนักขึ้น” “หมอซันพูดอะไรคะอัญงงไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มยิ้ม “ผมขอดูมือหน่อยครับ” “จะดูทำไมคะ” หญิงสาวถามแต่ก็ยอมส่งมือขวาให้เขา “ขอทั้งสองข้างครับ” เมื่อเธอวางมือลงบนโต๊ะชายหนุ่มก็จับมือข้างซ้ายของเธอไว้จากนั้นเขาก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบแหวนเพชรเม็ดงามขึ้นมาและสวมไปบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างรวดเร็ว “หมอซัน” อัญชิสาทำตัวไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี “ตอนนี้ถือว่าผมเป็นเจ้าของอัญแล้วนะครับเหลือก็แค่การจดทะเบียนสมรสกับการแต่งงาน” “หมอคะทำไมมันเร็วแบบนี้ล่ะ” “ไม่เร็วหรอก ผมว่าเราเรียนรู้กันมามากพอแ