เอกอาทิตย์พลิกให้หญิงสาวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดซับความหวาน จูบของเขายังคงรุนแรงและเร่าร้อนจนอัญชิสาครางประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ“อื้อ.....”คุณหมอหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากปากอิ่มที่เริ่มจะบวมช้ำเพราะแรงจูบที่หนักหน่วง เขาเลื่อนริมฝีปากลากไล้ไปตามลำคอ ก่อนจะดูดแรงจนเป็นรอยแดง สองมือก็กอบกุมความทรวงอกขนาดเหมาะมือบีบขย้ำจนความนุ่มหยุ่นแทบปริ ก่อนจะรวบเม็ดเชอร์รี่เข้าปากดูดแรงสลับสองข้างอย่างไม่เมามันปลายลิ้นสะบัดที่ยอดถันสร้างความเสียวจนอัญชิสาดิ้นพล่าน เธอร้องครางแทบไม่เป็นภาษา ทุกจังหวะที่แก่นกายขยับเข้าออก สะโพกงอนงามก็แอ่นรับทุกแรงกระแทกกระทั้นไปตามอารมณ์ปรารถนา“หมอซันขา.....อัญไม่ไหวแล้ว”หญิงสาวกำลังไปถึงขอบสวรรค์อีกครั้ง ชายหนุ่มเร่งจังหวะตอกอัดจนเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วห้อง ร่างบางแอ่นหยัด สองมือครูดไปตามแผ่นหลังเพื่อระบายอารมณ์ เสียงกรีดร้องเรียกชื่อเขาดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมแรงตอดรัดถี่รัวและน้ำหวานไหลอาบไปทั่วท่อนเอ็นเพิ่มความเสียวให้กับเอกอาทิตย์อีกไม่น้อย“อัญ นานหน่อยนะ ผมยังไม่อยากเสร็จ”เอกอาทิตย์บอกความต้องการไปตามตรง เขาไม่อาจยับยั้งความต้องการ
ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นในคืนนั้นหมอโสรยาก็รีบย้ายออกจากบ้านของเอกอาทิตย์เพราะหญิงสาวไม่อยากสู้หน้าเจ้าของบ้านและแฟนของเขาเรื่องนี้เอกอาทิตย์ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยแม้กระทั่งชัยภัทรซึ่งพอจะระแคะระคายเรื่องนี้ตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ แต่เรื่องทุกอย่างมันกลับไม่เป็นความลับเพราะเพื่อนของโสรยาเอาเรื่องนี้ไปพูดในกลุ่มหมอด้วยกันข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วโสรยาทั้งอายและรู้สึกเสียหน้ามากละมีคนรู้เรื่องและหญิงสาวก็ทนอยู่กับสายตาและคำนินทาของคนอื่นไม่ได้สุดท้ายเธอก็เลยลาออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปทำงานที่อเมริกาก่อนเดินทางคุณหมอสาวแวะมาหาเอกอาทิตย์และอัญชิสาที่บ้านเพื่อขอโทษกับเรื่องที่เธอทำขึ้น“กิ๊กขอโทษทั้งพี่ซันและก็อัญนะคะ”“ไม่เป็นไรเรื่องมันผ่านแล้ว แต่พี่หวังว่ากิ๊กจะไปทำแบบนี้กับใครอีกนะ ถ้าทุกอย่างมันไม่ได้เกิดจากความรักมันก็ไม่มีความสุขหรอก” เอกอาทิตย์สอนรุ่นน้อง“กิ๊กอิจฉาอัญนะคะที่มีคนรักดีๆ อย่างพี่ซัน”“หมอกิ๊กเป็นคนสวยและเก่งอัญเชื่อว่าจะต้องได้เจอผู้ชายดีเข้ามาแน่ๆ ค่ะ”“กิ๊กขอพักเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่าค่ะ แค่นี้ก็อายจนไม่กล้าจะสู้หน้าใครแล้ว”“พี่ว่าอีกหน่อยคนก็ลืม”“กิ๊กว่
เสียงเบรกของรถยนต์ดังลั่นก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงกระแทกดังโครมแล้วความโกลาหลก็เกิดขึ้นบริเวณหน้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง คนขับรถรีบวิ่งลงมาดูคนเจ็บจากนั้นเขาก็ตะโกนให้คนที่อยู่ใกล้ๆ วิ่งไปตามพนักงานรับส่งผู้ป่วยที่หน้าโรงพยาบาล ไม่นานนักพนักงานแปลก็เข็นรถมาพร้อมกับพยาบาลที่แผนกห้องฉุกเฉินเพื่อมารับผู้ป่วยที่นอนหมดสติอยู่ บริเวณข้างๆ กันมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งล้มอยู่ ชายหนุ่มเจ้าของรถยนต์จับมันขึ้นมาจอดข้างทาง แล้วรีบหยิบกระเป๋าถือที่หล่นอยู่ก่อนจะวิ่งตามเข้าไปในโรงพยาบาล “เกิดอะไรขึ้นคะคุณหมอ” พยาบาลอีกคนรีบวิ่งออกมารับรถเข็นคนเจ็บ “ผมขับรถชนผู้หญิงคนเมื่อกี้ ฝากด้วยนะครับ” เขารีบบอกกับพยาบาลจากนั้นคุณหมอประจำห้องฉุกเฉินก็รีบเข้าไปดูคนเจ็บส่วนตัวเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องก็เลยนั่งรออยู่ด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงคุณหมอภายในห้องฉุกเฉินก็ออกมาแจ้งข่าว “ใครเป็นญาติคนไข้ครับ” คุณหมอประจำห้องฉุกเฉินถาม “ผมยังไม่ได้ติดต่อญาติเธอเลย” “หมอซันรู้จักเธอเหรอครับ” “เปล่าครับแต่ผมเป็นคนขับรถชนเธอครับ” “ใครก็ช่วยติดต่อญาติเธอด้วยนะ” “เธอไม่มีญาติที่ไหนหรอกค่ะ” พยาบาลคน
เอกอาทิตย์นอนเฝ้าอัญชิสาจนเช้าแต่หญิงสาวก็ยังไม่ตื่นเขาจึงบอกพยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์ให้จัดการเรื่องพยาบาลพิเศษอีกครั้ง ก่อนจะรีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัวที่บ้านและกลับมาราวน์จนเสร็จก็มาตรวจผู้ป่วยที่แผนกผู้ป่วยนอก “หมอซันคะ” ศิราณีหัวหน้าพยาบาลแผนกผู้ป่วยนอกเคาะประตูที่เปิดทิ้งไว้ก่อนจะเดินเข้ามาหลังจากที่ผู้ป่วยคนล่าสุดเดินออกไปแล้ว “มีอะไรครับพี่ณี” “แผนกผู้ป่วยในโทรมาแจ้งว่าตอนนี้อัญฟื้นแล้ว” “จริงเหรอครับ แต่ทำไมหน้าของพี่ณีดูไม่ดีเท่าไหร่เลย” “ก็เขาบอกว่าอัญจำอะไรไม่ได้เลยน่ะสิคะหมอซัน พี่ก็เลยจะมาชวนหมอซันขึ้นไปดูหน่อย” “อะไรนะครับพี่ณี” คุณหมอหนุ่มตกใจมากเพราะไม่คิดว่าอาการของเธอจะหนักถึงเพียงนี้ เมื่อเช้าเขาได้รับแจ้งจากหมอแผนกออร์โธปิดิกส์ว่ากระดูกข้อเท้าด้านซ้ายของเธอมีรอยร้าวและจำเป็นที่จะต้องใส่เฝือกซึ่งเขาก็รับทราบ แต่ไม่คิดว่าอาการทางสมองของเธอจะแย่กว่าที่คิดไว้ หมอเอกอาทิตย์ดูผลซีทีสแกนแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีเลือดออกหรือเลือดคั่งตรงจุดไหน ทำให้ชายหนุ่มค่อนข้างเบาใจมาก แต่เมื่อได้ยินว่าเธอจำอะไรไม่ได้ก็เลยตกใจและกังวลเนื่องจากตนเองเป็นต้นเหตุทำให้หญิงสาวต้องประสบชะตา
“พี่ณีครับผมมีเรื่องอยากปรึกษา” เอกอาทิตย์พูดกับหัวหน้าพยาบาลเมื่อเดินออกมาจากห้องพักของอัญชิสา“เรื่องอัญใช่ไหม”“ครับพี่ณี ผมอยากชวนพี่ไปคุยกับอาจารย์หมอหน่อยได้ไหมครับ”“ได้สิคะหมอซันพี่เองก็อยากถามถึงอาการของอัญอยู่เหมือนกัน”“ฉันไปด้วยนะ”“นายจะไปทำไม”“ก็ไปในฐานะนายจ้างของอัญไงล่ะ”ทั้งสามคนเดินไปยังห้องพักของอาจารย์หมอสุชาติ ธีรกานต์เคาะประตูเมื่อได้ยินเสียงอาจารย์หมอสุชาติอนุญาตก็รีบเปิดประตูเข้าไป“นี่จะมาคุยเรื่องคนไข้กับผมทั้งสามคนเลยเหรอ”“ครับอาจารย์ ผมจะถามอาจารย์ว่าอาการที่คุณอัญเขาเป็นอยู่มีโอกาสจะหายไหม”“โอกาสหายนะมีแต่ต้องใช้เวลาหน่อยน่ะ”“นานไหมคะหมอ” “บางทีอาจจะแค่วันสองวันหรือไม่ก็นานเป็นสัปดาห์ก็ได้” “แล้วเป็นไปได้ไหมครับที่เธอจะจำอะไรไม่ได้เลย” “เป็นไปได้ยากนะหมอซันเพราะผลซีทีสแกนไม่มีรอยโรคหรือเลือดออกตรงไหนเลย มันอาจจะเป็นแค่อาการวิตกกังวลหลังเกิดอุบัติเหตุหรือสมองอาจจะได้รับความกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อยแต่ผมว่าไม่นานเธอก็น่าจะกลับมาจำทุกอย่างได้” อาจารย์หมอบอกไปตามความจริง“ได้ยินอาจารย์หมอพูดแบบนี้ณีก็โล่งใจหน่อยค่ะ แล้วแบบนี้จะต้องอยู่โรงพยาบาลนานไหมค
หลังจากตรวจคนไข้เสร็จในเวลา 17.00 น. หมอเอกอาทิตย์ก็ขึ้นมาบนห้องพักของอัญชิสาอีกครั้ง ตอนนี้หญิงสาวกำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนสนิทร่วมแผนกซึ่งเธอกำลังเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กับอัญชิสาฟัง “สวัสดีค่ะหมอซัน” “สวัสดีครับอุ๋ม อัญเขาเป็นยังไงบ้างจำอะไรได้บ้างหรือยัง” “ยังจำอะไรไม่ได้เลยค่ะหมอซันตอนนี้อุ๋มกำลังให้อัญดูรูปและเป็นเพื่อนใน Facebook แล้วก็ไอจีอยู่ค่ะ” “อัญมีปวดหัวไหม” เอกอาทิตย์หันไปถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง “ไม่ปวดค่ะ สงสัยว่าจะได้นอนพักเต็มที่” “แล้วที่ข้อเท้าล่ะปวดไหม” “ไม่ปวดแล้วค่ะ ตอนนี้ก็แค่เจ็บแผลถลอกที่ข้อศอกเท่านั้นค่ะ หมอคิดว่ามันจะเป็นแผลเป็นไหมคะ” อัญชิสาค่อนข้างกังวลกับแผลที่ข้อศอกของตนเอง “แผลไม่ลึกเท่าไหร่ ผมว่าอาจจะมีรอยแผลจางๆ เดี๋ยวผมหายาลดรอยแผลเป็นให้ครับ” คุณหมอหนุ่มรีบเสนอตัวเพราะรู้สึกผิดเนื่องจากตนเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด “หมอซันคะ คืนนี้อุ๋มขอเป็นคนเฝ้าอัญได้ไหม” “แต่พรุ่งนี้คุณต้องไปทำงานนะ” “พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของอุ๋มค่ะ หมอซันเฝ้ามาคืนหนึ่งแล้วคืนนี้จะได้พักผ่อน” “ผมจ้างพยาบาลพิเศษไว้แล้วนะครับ” “แต่อุ๋มว่าพยาบาลพิเศษก็สู้คน
ผ่านมาสามวันแล้วแต่อัญชิสาก็ยังจำอดีตของตนเองไม่ได้เลยสักนิดทุกครั้งที่พยายามคิดก็จะปวดศีรษะจนอาจารย์หมอสุชาติบอกให้เธอพักสมองและมองไปที่อนาคต เพราะถึงแม้จะจำอดีตได้แต่ก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี พรุ่งนี้อาจารย์หมอสุชาติอนุญาตให้หญิงสาวกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว วันนี้เอกอาทิตย์กับอังคณาเพื่อนสนิทของเธอจึงพากันมาที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของใช้จำเป็นบางอย่างเตรียมไว้ก่อนที่อัญชิสาจะออกจากโรงพยาบาล แม้จะมีของใช้บางส่วนที่อังคณาช่วยเอามาจากห้องพักของอัญชิสาไปเก็บไว้ที่บ้านแล้วแต่หมอเอกอาทิตย์ก็อยากจะเตรียมเพิ่มเพราะอยากให้หญิงสาวได้รับความสะดวกสะบายมากที่สุด “ขาดเหลืออะไรคุณไม่ต้องเกรงใจผมน เลือกซื้อได้ตามสบายเลย” “ที่อุ๋มเลือกมานี่ก็เยอะแล้วค่ะ น่าจะอยู่ได้ประมาณสองสัปดาห์ ถ้าหลังจากนั้นต้องการอะไรเพิ่มเดี๋ยวอุ๋มจะเป็นคนซื้อไปให้เอง ขอบคุณหมอมากนะคะที่ดูแลอัญเป็นอย่างดี” “ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกคุณทุกคนในแผนกที่ช่วยผมดูแลอัญตลอดเวลาที่เธออยู่โรงพยาบาล” “ที่บ้านคุณหมอเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วใช้ไหมคะ” “เรียบร้อยแล้วครับ ครับผมให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องพักแขกที่อยู่ชั้นล่างไว
วันนี้อาจารย์หมอสุชาติมาตรวจอาการของอัญชิสาเมื่อเห็นว่าอาการทางร่างกายของเธอไม่มีอะไรเป็นห่วงแล้วอนุญาตให้เธอออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว “กลับไปอยู่บ้านก็อย่าเครียดนะครับ ทำใจให้สบายอย่าคิดอะไรมาก ผ่อนคลายให้มากที่สุดผมเชื่อว่าไม่นานคุณจะจำทุกอย่างได้ ถ้าระหว่างนี้มีอาการผิดก็รีบแจ้งนะครับ” อาจารย์หมอบอกกับคนไข้ที่ดูจะเครียดมากกับอาหารของคนเอง “ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ” “ขอบคุณนะครับอาจารย์” “หมอซันก็ดูแลเธอดีๆ นะ อย่าให้เธอเอาแต่คิดเรื่องอดีตมากจนเกินไป ชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้า” “ครับอาจารย์” เมื่ออาจารย์หมอออกจากห้องไปแล้วอังคณาก็ช่วยเก็บของเพื่อจะเดินทางไปยังบ้านของหมอเอกอาทิตย์ “หมอซันคะ อัญขอกลับไปที่ห้องก่อนได้ไหมคะ” “แต่เราตกลงกันแล้วนะครับอัญว่าคุณจะไปอยู่ที่บ้านของผมนะ” “อัญอยากไปดูห้องของตัวเองก่อนค่ะ “เดี๋ยวผมไปส่งที่หน้าหอนะครับ” “ขอบคุณค่ะ” หมอเอกอาทิตย์มาส่งสองสาวที่หน้าหอพักแล้วก็รออยู่ในรถส่วนอังคณาก็พาอัญชิสาเดินเข้าลิฟต์และไปยังห้องพักของเธอที่อยู่บนชั้นสี่ “นี่ห้องของอัญเหรอ” “อือ นี่ห้องอัญ ติดกันก็เป็นห้องของอุ๋ม อัญอยากเอาอะไรไปเพิ่มไหม” “อุ๋มเอ
ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นในคืนนั้นหมอโสรยาก็รีบย้ายออกจากบ้านของเอกอาทิตย์เพราะหญิงสาวไม่อยากสู้หน้าเจ้าของบ้านและแฟนของเขาเรื่องนี้เอกอาทิตย์ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยแม้กระทั่งชัยภัทรซึ่งพอจะระแคะระคายเรื่องนี้ตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ แต่เรื่องทุกอย่างมันกลับไม่เป็นความลับเพราะเพื่อนของโสรยาเอาเรื่องนี้ไปพูดในกลุ่มหมอด้วยกันข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วโสรยาทั้งอายและรู้สึกเสียหน้ามากละมีคนรู้เรื่องและหญิงสาวก็ทนอยู่กับสายตาและคำนินทาของคนอื่นไม่ได้สุดท้ายเธอก็เลยลาออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปทำงานที่อเมริกาก่อนเดินทางคุณหมอสาวแวะมาหาเอกอาทิตย์และอัญชิสาที่บ้านเพื่อขอโทษกับเรื่องที่เธอทำขึ้น“กิ๊กขอโทษทั้งพี่ซันและก็อัญนะคะ”“ไม่เป็นไรเรื่องมันผ่านแล้ว แต่พี่หวังว่ากิ๊กจะไปทำแบบนี้กับใครอีกนะ ถ้าทุกอย่างมันไม่ได้เกิดจากความรักมันก็ไม่มีความสุขหรอก” เอกอาทิตย์สอนรุ่นน้อง“กิ๊กอิจฉาอัญนะคะที่มีคนรักดีๆ อย่างพี่ซัน”“หมอกิ๊กเป็นคนสวยและเก่งอัญเชื่อว่าจะต้องได้เจอผู้ชายดีเข้ามาแน่ๆ ค่ะ”“กิ๊กขอพักเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่าค่ะ แค่นี้ก็อายจนไม่กล้าจะสู้หน้าใครแล้ว”“พี่ว่าอีกหน่อยคนก็ลืม”“กิ๊กว่
เอกอาทิตย์พลิกให้หญิงสาวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดซับความหวาน จูบของเขายังคงรุนแรงและเร่าร้อนจนอัญชิสาครางประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ“อื้อ.....”คุณหมอหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากปากอิ่มที่เริ่มจะบวมช้ำเพราะแรงจูบที่หนักหน่วง เขาเลื่อนริมฝีปากลากไล้ไปตามลำคอ ก่อนจะดูดแรงจนเป็นรอยแดง สองมือก็กอบกุมความทรวงอกขนาดเหมาะมือบีบขย้ำจนความนุ่มหยุ่นแทบปริ ก่อนจะรวบเม็ดเชอร์รี่เข้าปากดูดแรงสลับสองข้างอย่างไม่เมามันปลายลิ้นสะบัดที่ยอดถันสร้างความเสียวจนอัญชิสาดิ้นพล่าน เธอร้องครางแทบไม่เป็นภาษา ทุกจังหวะที่แก่นกายขยับเข้าออก สะโพกงอนงามก็แอ่นรับทุกแรงกระแทกกระทั้นไปตามอารมณ์ปรารถนา“หมอซันขา.....อัญไม่ไหวแล้ว”หญิงสาวกำลังไปถึงขอบสวรรค์อีกครั้ง ชายหนุ่มเร่งจังหวะตอกอัดจนเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วห้อง ร่างบางแอ่นหยัด สองมือครูดไปตามแผ่นหลังเพื่อระบายอารมณ์ เสียงกรีดร้องเรียกชื่อเขาดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมแรงตอดรัดถี่รัวและน้ำหวานไหลอาบไปทั่วท่อนเอ็นเพิ่มความเสียวให้กับเอกอาทิตย์อีกไม่น้อย“อัญ นานหน่อยนะ ผมยังไม่อยากเสร็จ”เอกอาทิตย์บอกความต้องการไปตามตรง เขาไม่อาจยับยั้งความต้องการ
“พี่คิดว่ากิ๊กไม่จำเป็นต้องช่วยพี่เพราะคนที่จะช่วยเรื่องนี้ได้น่าจะเป็นอัญมากกว่า”“อัญเขาจะมาช่วยพี่ได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อเขาอยู่ที่บ้าน”“พี่ว่ากิ๊กเข้าใจผิดแล้วแหละ” ชายหนุ่มพูดแล้วหันไปมองคนรักที่ยืนกอดอกดูแฟนของตัวเองยืนคลอเคลียกับโสรยาอยู่บริเวณหน้าห้อง“กลับมาแล้วเหรอคะหมอซัน”“ครับ”“หมอซันเป็นอะไรคะหมอกิ๊ก” อัญชิสามองคนรักที่หน้าแดงก่ำสีหน้าและแววตาเหมือนคนกำลังทรมานกับอะไรสักอย่าง“กิ๊กก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ถ้ายังไงก็คุยกันเองแล้วกันนะคะ” พูดจบหญิงสาวก็เดินออกไปจากห้องทันทีผมขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ เอกอาทิตย์รู้ว่าอาการที่เป็นอยู่ต้องทำยังไงถึงจะหายแต่เขาไม่อยากเอาอารมณ์นั้นมาลงกับอัญชิสา เขาอยากระบายความอัดอั้นออกมาก่อนเพราะกลัวว่าคนรักจะรับไม่ไหวถ้าเขาจะนอนกับเธอตอนนี้อัญชิสามองตามหลังอย่างไม่เข้าใจหญิงสาวไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรแต่ดูแล้วเหมือนจะอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วเธอก็ได้ยินเสียงของเขาดังมาจากห้องน้ำ หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปตามเสียงด้วยความเป็นห่วง เธอรู้สึกกว่าคนรักแปลกไปมากเพราะเสื้อผ้าของเขาถอดแล้วทิ้งลงบนพื้นซึ่งไม่ใช่นิสัยของเอกอาทิตย์ยามปกติเลยเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องน
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ห้องอาหารของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านชานเมือง ในวันนี้มีหมอที่จบจากมหาวิทยาลัยเดียวกันมาร่วมงานค่อยข้างมาก มีทั้งรุ่นพี่ที่จบมานานและตอนนี้ลาออกมาพักผ่อนอยู่กับบ้านแล้วกับรุ่นน้องที่เพิ่งเรียนจบกลับมา เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปทั่วห้องของโรงแรมเอกอาทิตย์นั่งคุยกับเพื่อนสนิทสามคนซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคนที่ภรรยาเปิดร้านรับจัดงานแต่งงาน“ฉันนึกว่าวันนี้นายจะพาว่าที่ภรรยามาเปิดตัวเสียอีกนะซัน”“ตอนแรกก็คิดจะพามาด้วย แต่กลัวอัญจะอึดอัดน่ะ”“ฉันว่าดีแล้วที่นายไม่พาเธอมาด้วย เมียฉันเคยบอกว่าเธอรู้สึกอึดอัดมาก เวลาที่พวกเรารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้แต่ถ้าไปกันเฉพาะเพื่อนกลุ่มของพวกเราเหมือนตอนไปเจอกันที่ภูเก็ตแบบนั้นเธอจะรู้สึกสนุกและสบายใจมากกว่า” เพื่อนสนิทคนหนึ่งพูดขึ้นเอกอาทิตย์นั่งคุยกับเพื่อนจนกระทั่งงานเลี่ยงเลิกพวกเขาสี่คนก็พากันไปนั่งดื่มที่ผับชั้นใต้ดินของโรงแรมและบังเอิญมากที่โสรยากับเพื่อนอีกสองคนก็มาที่นั่นด้วยพวกเธอมากันแค่สามคนเมื่อเห็นหมอรุ่นพี่นั่งอยู่ก่อนแล้วโสรยาและเพื่อนจึงเข้ามาขอนั่งด้วย หญิงสาวพยายามชวนเอกอาทิตย์ให้ดื่มมากกว่าทุกคนจนชายหนุ่มรู้สึกถึงความผิด
เช้านี้โสรยาตื่นนอนเร็วกว่าปกติเพราะจะออกมาทำอาหารเช้าให้กับหมอเอกอาทิตย์ พอออกมาจากห้องนอนก็ส่งยิ้มทักทายเจ้าของบ้านที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก“พี่ซันตื่นเช้าจังนะคะ”“กิ๊กก็ตื่นเช้าเหมือนกันนะครับ”“ก็กิ๊กจะรับมาทำอาหารเช้าให้พี่ซันนี่คะ กิ๊กจำได้ว่าแต่ก่อนพี่ชอบกินขนมปังปิ้งกับไข่ดาวแบบไม่สุก เดี๋ยวกิ๊กจะทำให้นะคะ”“ขอบคุณนะครับที่จำได้ว่าพี่ชอบกินอะไร แต่กิ๊กไม่ต้องทำเผื่อพี่หรอกนะ”“ทำไมล่ะคะ”“พี่ว่าจะไปหาข้าวกินที่โรงพยาบาลน่ะ”“จะไปโรงพยาบาลตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอคะ เช้าไปหรือเปล่า”“ไม่หรอกครับวันนี้พี่ต้องราวน์คนไข้หลายคนน่ะ ขอตัวก่อนนะอัญลงมาพอดีเลย” เขายิ้มให้กับคนรักที่เดินลงมาจากชั้นสองพอดี“รออัญนานไหมคะ”“ไม่นานครับ ไปกันเลยนะ”“ได้ค่ะ”“พี่ซันคะ พี่ไปก่อนแบบนี้กิ๊กจะไปทำงานยังไงคะกิ๊กไม่มีรถนะคะ” โสรยาคิดว่าถ้าเธอไม่มีรถใช้แล้วในทุกวันจะได้ไปทำงานและกลับบ้านพร้อมกับเอกอาทิตย์เธอจึงบอกเขาว่ารถมีปัญหาทั้งที่จริงแล้วเธอให้เพื่อนมาเอารถของตนเองไปใช้“พี่คิดว่าคนเก่งอย่างกิ๊กก็น่าจะหาทางไปทำงานได้นะ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็บอกผักบุ้งเรียกรถให้ก็ได้ พี่ขอตัวไปก่อนนะ” เขาพอจะเดาออกว่า
“อัญเป็นยังไงบ้าง” อังคณารีบเข้ามาทักทายเพื่อนรักเพราะไม่ได้เจอกันมาหลายวัน“อัญสบายดี อุ๋มล่ะหยุดตั้งหลายวันไปเที่ยวไหนมาล่ะ”“กลับบ้านมาจ้ะ”“บ้านที่อุทัยเหรอ”“อือ มีขนมมาฝากด้วยนะ อยู่ในตู้เย็นอุ๋มเขียนชื่อไว้ให้แล้วว่ามีของใครบ้าง”“ขอบใจจ้ะ”“อุ๋มได้ยินมาว่าหมอกิ๊กจากแผนกเด็กขอไปอยู่ที่บ้านหมอซันเหรอ”“รู้ได้ยังไง”“เมื่อกี้อุ๋มไปเอาแฟ้มที่แผนกเด็กมาน่ะ แล้วได้ยินหมอคุยโทรศัพท์กับเพื่อน”“ได้ยินหรือแอบฟังล่ะ” อัญชิสาถามเพื่อนอย่างรู้ทัน“ตอนแรกก็แค่ได้ยินแต่ พอได้ยินชื่อหมอซันก็เลยแอบฟัง”“หมอกิ๊กเธอว่ายังไงบ้าง”“ได้ยินเธอบอกเพื่อนว่าเหลืออีกสี่วันที่จะอยู่บ้านหมอซัน เธอต้องรีบทำให้สำเร็จ แต่อุ๋มไม่เข้าใจความหมายเลย หมอกิ๊กเธอคิดจะทำอะไรกันแน่นะ”แล้วอัญชิสาก็เล่าเรื่องที่หมอโสรยาเคยชอบหมอเอกอาทิตย์มาก่อนให้กับอังคณาฟัง“นั่นไงอุ๋มว่าแล้ว คนเราจะไปขออยู่บ้านคนอื่นได้ยังไงถ้าไม่มีอะไรแอบแฝง พยาบาลที่แผนกเด็กบอกว่าหมอกิ๊กนะชอบหมอซัน มากที่เธอย้ายมาทำงานที่นี่ก็เพราะอยากจะใกล้ชิดกับหมอซันอีกครั้ง อัญต้องระวังดีๆ นะอย่าให้หมอซันกับหมอกิ๊กอยู่ตามลำพังสองคนเด็ดขาด”“เรามองหมอกิ๊กในแง
หมอโสรยามาถึงบ้านของหมอเอกอาทิตย์ในเวลาสองทุ่มกว่า หญิงสาวถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กตามเจ้าของบ้านเข้ามาในห้องรับแขกเธอยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อคิดว่าจากนี้จะได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับผู้ชายที่เธอชอบอีกครั้ง แต่แล้วใบหน้าที่ยิ้มก็หุบลงเมื่อเห็นว่าตอนนี้กลางห้องรับแขกมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ “สวัสดีค่ะหมอกิ๊ก ยินดีต้อนรับสู่บ้านเรานะคะ” อัญชิสาเน้นคำว่าบ้านเราอย่างชัดเจนทำให้สีหน้าของคุณหมอสาวไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่ “อัญอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ใช่ครับเราสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว” “แต่พี่ซันไม่ได้บอกกิ๊กเลยนะคะ” “พี่คิดว่ากิ๊กน่าจะรู้อยู่แล้ว พี่กับอัญเราอยู่ด้วยกันมานานแล้วครับ” “แต่ก็ดีเหมือนกันค่ะอยู่กันสามคนจะได้ไม่เหงา” “หมอกิ๊กมาเหนื่อยๆ เอาของไปเก็บที่ห้องนอนก่อนดีไหมคะ” “ห้องนอนของกิ๊กอยู่ตรงไหนคะพี่ซัน” หญิงสาวหันมาทำเจ้าของบ้าน “ทางนี้เลยครับเดี๋ยวพี่พาไป” เอกอาทิตย์พาเธอไปยังห้องนอนที่อยู่ติดอยู่ถัดจากห้องรับแขกออกไป “กิ๊กนึกว่าห้องนอนแขกบ้านพี่ซันจะอยู่ข้างบนนะคะ” “บ้านพี่มีห้องนอนแขกทั้งข้างล่างและข้างบนครับ แต่พี่คิดว่ากิ๊กอยู่ห้องนี้น่าจะสะดวกกว่า เพราะห้องข้างบนยังไม่ได้ทำค
“หมอซันตรวจคนไข้อยู่หรือเปล่าคะ” หมอโสรยาถามถามพยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์แผนกผู้ป่วยอายุรกรรม “ไม่มีค่ะ หมอกิ๊กมีอะไรกับหมอวันหรือเปล่าคะ” พยาบาลถามด้วยความสงสัยเพราะด้วยลักษณะงานแล้วคุณหมอสาวไม่น่าจะมีธุระเรื่องงานจะคุยกับหมอเอกอาทิตย์เลย “กิ๊กมีเรื่องส่วนตัวจะขอคุยกับหมอซันสักครู่ค่ะ ถ้ามีคนไข้ก็บอกให้รอก่อนนะคะ” “ได้ค่ะ” หมอโสรยาเดินมายังห้องตรวจของหมอเอกอาทิตย์ เธอเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปหลังจากได้ยินเสียงเจ้าของห้องอนุญาต “พี่ซันว่างหรือเปล่าคะ พอจะมีเวลาคุยกับกิ๊กซักหน่อยมั้ยคะ” เธอเรียกเขาด้วยความสนิทสนม “ได้สิกิ๊กมีธุระอะไรจะคุยกับพี่ล่ะ” “กิ๊กอยากถามว่าพี่ซันกับคุณพยาบาลที่ชื่ออัญเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอคะ” เธอได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้และไม่เชื่อจึงอยากจะเข้ามาถามความจริงจากเขาเอง “ใช่ครับ” “พี่ซันคิดว่าเธอเหมาะสมกับพี่เหรอคะ กิ๊กดูยังไงก็ไม่เห็นจะเหมาะสมเลย” “เฝไม่มีใครรู้ดีกว่าพี่หรอกว่าอัญเหมาะสมกับพี่หรือเปล่า” “ดูพี่ซันจริงจังมากนะคะ” คุณหมอสาวพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเพราะเธอต่างหากที่ควรจะเป็นแฟนเขา “จริงจังสิ นี่คือธุระสำคัญที่กิ๊กจะคุยกับพี่เหรอ” “เปล่าะค
อัญชิสามองตามร่างสูงที่เดินออกไปด้วยแววตาสงสัยเธอมองเขาจนลับสายตา หญิงสาวไม่รู้ว่าหมอเอกอาทิตย์จะออกไปนานหรือเปล่าและถ้าเขาไม่กลับเข้ามาในร้านเธอจะทำยังไงต่อ แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านี้ชายหนุ่มก็เดินกลับเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มดูผ่อนคลายกว่าตอนที่เดินออกไปอย่างเห็นได้ชัด “หมอซันไปไหนมาคะ” “ผมไปเอาของสำคัญมาน่ะ นึกว่าจะไม่ทันคืนนี้แล้ว” “ของสำคัญอะไรคะ หมอลืมไว้ที่โรงพยาบาลเหรอ” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย “ไม่ใช่หรอกครับแต่มันเป็นของสำคัญที่จะทำให้คำพูดของผมมีน้ำหนักขึ้น” “หมอซันพูดอะไรคะอัญงงไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มยิ้ม “ผมขอดูมือหน่อยครับ” “จะดูทำไมคะ” หญิงสาวถามแต่ก็ยอมส่งมือขวาให้เขา “ขอทั้งสองข้างครับ” เมื่อเธอวางมือลงบนโต๊ะชายหนุ่มก็จับมือข้างซ้ายของเธอไว้จากนั้นเขาก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบแหวนเพชรเม็ดงามขึ้นมาและสวมไปบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างรวดเร็ว “หมอซัน” อัญชิสาทำตัวไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี “ตอนนี้ถือว่าผมเป็นเจ้าของอัญแล้วนะครับเหลือก็แค่การจดทะเบียนสมรสกับการแต่งงาน” “หมอคะทำไมมันเร็วแบบนี้ล่ะ” “ไม่เร็วหรอก ผมว่าเราเรียนรู้กันมามากพอแ