ตอนที่ 2
จิ้มจุ่มร้านประจำของเรา
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ท่านประธานให้พี่โทรตามเราให้เข้ามาทำงานได้เลยในวันพรุ่งนี้”
ปลายสายโทรมาด้วยความดีใจจึงยังไม่ทันได้แนะนำตัวเพราะคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้ว่าคนที่โทรมาเป็นใคร
“ขอโทษนะคะไม่ทราบว่าโทรมาจากที่ไหนและต้องการคุยกับใครคะ”
คุ้มขวัญถามออกไปตรง ๆ เพราะตอนนี้เธอเพิ่งจะตื่นนอนยังคงงัวเงียและจำไม่ได้ว่าเสียงของคนที่โทรมาคือใครที่สำคัญเธอได้ไปเขียนใบสมัครงานไว้หลายที่ถึงแม้ว่าจะมีเพียงที่เดียวที่เรียกเธอสัมภาษณ์ก็ตาม
“พี่ต้องขอโทษทีดีใจไปหน่อยเลยลืมแนะนำตัวนี่พี่ยุว่าดีโทรมาจากบริษัทที่คุ้มขวัญไปสัมภาษณ์งานมาเมื่อวานพี่ยินดีด้วยท่านประธานบริษัทรับเธอเข้าทำงานและอยากให้มาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ สะดวกใช่ไหม”
คุ้มขวัญนอนหมดหวังมาทั้งคืนแต่ใครจะรู้ว่าตื่นเช้ามาเธอจะได้รับข่าวดีมีหรือที่เธอจะไม่พร้อมเพราะตอนนี้เธอต้องการทำงานให้เร็วที่สุดไม่อยากกลายเป็นคนตกงานแม้เพียงแค่วันเดียว
การเริ่มงานในบริษัทใหญ่ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับคุ้มขวัญเพราะเธอยังไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อนและการเรียนในห้องเรียนช่างแตกต่างจากการทำงานเสียมากมายถึงแม้ตัวเธอเองจะได้ถึงเกียรตินิยมอันดับ 1 แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจในการทำงานมากขึ้น
สัปดาห์แรกของการทำงานยุวดีกับคุ้มขวัญแทบจะตัวติดกันตลอดซึ่งเป็นสัปดาห์แรกที่หญิงสาวไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหน้าท่านประธานเลยเพราะทราบข่าวจากอดีตเลขาว่าเขาได้เดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศและอีกสองวันถึงจะกลับมาซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ยุวดีจะสอนงานเลขาคนใหม่ให้เสร็จเพื่อที่จะได้เริ่มงานทันทีเมื่อท่านประธานกลับมาซึ่งงานแรกที่คุ้มขวัญจะต้องได้ทำเป็นงานใหญ่เป็นการเดินทางไปเจรจาธุรกิจกับลูกค้าซึ่งมาจากประเทศอังกฤษ
“ฉันไม่มั่นใจเลยค่ะว่าจะทำงานนี้ได้ทำไมท่านประธานถึงไม่ให้พี่ยุวดีทำก่อนคะงานแรกก็เป็นงานใหญ่เสียแล้วฉันกลัวว่าจะทำให้ท่านประธานไม่พอใจ”
คุ้มขวัญถึงแม้ว่าลึก ๆ เธอจะคิดว่าตัวเองทำได้แต่มันไม่ใช่กับท่านประธานบริษัทคนนี้เพราะเธอแอบกลัวว่าเขาจะมองเธอแบบอคติและคงจะจ้องจับผิดในทุกอย่างที่เธอทำถึงแม้เธอจะพยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ เธอจึงอยากให้ยุวดีเป็นคนทำงานใหญ่นี้ก่อนแล้วจึงปล่อยให้เธอในงานต่อ ๆ ไป
“งานใหญ่ง่ายกว่างานเล็กนะเพราะลูกค้าที่มาติดต่อธุรกิจก็เป็นลูกค้าเก่าส่วนในเรื่องของภาษาพี่ก็ไม่เป็นห่วงเธอเลยคุ้มขวัญเธอพูดภาษาอังกฤษได้เก่งกว่าพี่มากและพี่คิดว่าเด็กจบใหม่ความรู้ยังสดอยู่รับรองว่าท่านประธานจะต้องถูกใจในฝีมือเธอเหมือนที่พี่รู้สึกชื่นชมที่เธอสามารถเรียนรู้งานได้เร็วมาก”
วันนี้วันที่ท่านประธานจะกลับเข้ามาทำงานในบริษัทหลังจากที่เขาเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศหลายวันซึ่งก็เป็น วันเดียวกับที่คุณขวัญจะได้เริ่มทำงานในตำแหน่งเลขาอย่างเต็มตัวโดยที่ไม่มียุวดีคอยนั่งขนาบข้างอีกแล้ว
“ผมไม่อยู่สองสัปดาห์ คุณเรียนรู้งานได้หมดทุกอย่างแล้วใช่ไหมเพราะพรุ่งนี้เราจะต้องเดินทางไปเจรจาธุรกิจกับลูกค้าที่เชียงใหม่ คุณไม่มีปัญหาใช่ไหมที่จะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดกับผม”
คุ้มขวัญรู้ตัวอยู่แล้วล่วงหน้าว่าพรุ่งนี้เธอต้องเดินทางไปเชียงใหม่กับท่านประธานและคนขับรถตอนแรกเธอรู้สึกเป็นกังวลแต่ยุวดีก็พูดให้เธอมองเห็นว่าโอกาสนี้จะเป็นโอกาสที่ทำให้ตัวเธอได้พิสูจน์ความสามารถและทำให้พนักงานคนอื่นในบริษัทเชื่อมั่นว่าเธอเหมาะสมกับตำแหน่งนี้เพราะมีหลายคนที่ต่างคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่เด็กจบใหม่ทำไมถึงได้ถูกคัดเลือกหลายคนก็มองว่าเป็นเพราะหน้าตาที่สวยกว่าทุกคนและได้เกียรตินิยมซึ่งยุวดีไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้นจึงอยากให้น้องสาวเลขาคนใหม่ได้พิสูจน์ตัวเอง
“ไม่มีปัญหาค่ะพี่ยุวดีบอกแล้วว่าฉันต้องเดินทางไปเชียงใหม่กับคุณและคนขับรถพรุ่งนี้จะให้ดิฉันมาถึงที่บริษัทกี่โมงคะ”
คุ้มขวัญพูดจาเจื้อยแจ้วช่างเจรจาเหมือนว่าเธอมั่นใจในตัวเองทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามาสบตาบอสใหญ่ที่กำลังมองเธอด้วยสายตาหวานหยดย้อยเจ้าเล่ห์เหมือนเสือที่กำลังมองกระต่ายน้อยตรงหน้า
“ส่งตำแหน่งที่พักของคุณมาเดี๋ยวผมไปรับคุณเองและเราจะไปกันแค่สองคนเพราะผมตัดสินใจที่จะนั่งเครื่องบินไปแล้วค่อยไปใช้รถของโรงแรมในการเดินทางไปติดต่อธุรกิจ คุณไม่มีปัญหาใช่ไหมหรือถ้ามีผมจะได้เรียกใช้คนที่มาสมัครในตำแหน่งเลขาคนถัดไป”
ท่านประธานไม่ได้พูดน้ำเสียงแบบขู่แต่เขากำลังพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหยียดหยามเหมือนกำลังจะบอกว่าคนตรงหน้าคงไม่กล้าพอที่จะไปกับเขาสองคนซึ่งมันทำให้คุ้มขวัญรู้สึกเสียหน้าและเธอจะไม่ยอมเด็ดขาดที่จะเป็นฝ่ายแพ้เธอจึงพยักหน้ายิ้มรับด้วยความเต็มใจ
“ในเมื่อคุณให้โอกาสฉันมาทำงานในตำแหน่งเลขาฉันไม่มีปัญหาในการเดินทางไปกับคุณแน่นอนค่ะแล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ”
“ในเมื่อคุณให้โอกาสฉันมาทำงานในตำแหน่งเลขาฉันไม่มีปัญหาในการเดินทางไปกับคุณแน่นอนค่ะแล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ”เลขาคนใหม่กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเธอที่ตั้งอยู่หน้าประตูห้องของท่านประธาน เธอมัวแต่สาละวนวุ่นวายอยู่กับการเตรียมเอกสารที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้จนลืมที่จะส่งตำแหน่งของที่พักให้กับบอสใหญ่จนอีกฝ่ายต้องส่งไลน์มาเตือนซึ่งหญิงสาวก็แอบสงสัยว่าเขามีไลน์ของเธอได้อย่างไรกันการเดินทางไปติดต่อธุรกิจในครั้งนี้ได้สร้างความสนิทสนมระหว่างเจ้านายกับลูกน้อยได้เป็นอย่างมากเพราะตลอดเวลาสามวันที่อยู่ที่เชียงใหม่ทั้งคู่แทบจะไม่ได้แยกจากกันนอกจากแยกกันนอนคนละห้องเท่านั้นซึ่งคืนสุดท้ายพิรภพก็เอ่ยปากชวนแกมบังคับให้เลขาสาวของเขานั่งรถไปเป็นเพื่อนเพื่อขับรถชมรอบเมืองเชียงใหม่ “อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นสิรับรองว่าผมพาคุณไปขี่รถเล่นพาไปหาอะไรกินคุณจะได้สนุกกว่าสองวันที่ผ่านมาแน่นอน”พิรภพภพหันมามองหน้าสาวน้อยที่นั่งข้าง ๆ เขาด้วยอารมณ์ขันที่เห็นเธอทำหน้าบูดบึ้งแสดงออกถึงความไม่เต็มใจ“ตามสบายเลยค่ะมันเป็นหน้าที่ของเลขาอยู่แล้ว”ท่านประธานยกมือหนาขึ้นมาลูบผมของเลขาสาวอย่างเอ็นดูโดยที่คุ้มขวัญถึงกับตกใจเพราะไม่คิ
ตอนที่ 3คืนแรกรักแต่กลับเหมือนใจสลายคุ้มขวัญไม่รู้ตัวว่าเผลอปล่อยใจคิดกับเจ้านายมากเกินกว่าความสัมพันธ์ในที่ทำงานไปตั้งแต่เมื่อไหร่มารู้ตัวอีกทีหญิงสาวก็หลงรักเจ้านายของเธอไปแล้ว ตำแหน่งเลขาทำให้เธอและพิรภพต้องออกไปทำงานด้วยกันที่ต่างจังหวัดแทบจะทุกอาทิตย์ การที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองได้กินข้าวร่วมกันไปเที่ยวหยอกล้อพูดจาปรึกษาในปัญหาต่าง ๆ ด้วยกันบ่อยครั้งทำให้ความสนิทสนมจากที่คุ้มขวัญเคยคิดว่าเธอสามารถควบคุมมันได้ตอนนี้หัวใจของเธอมันมอบให้เขาไปอย่างไม่รู้ตัวพิรภพเองก็รู้สึกเหมือนว่าทุกวันนี้เลขาของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปเสียแล้วนอกจากเวลาที่ต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดด้วยกันบ่อยครั้งที่ถึงแม้อยู่ในกรุงเทพฯชายหนุ่มก็ยังคงไปไหนมาไหนนอกเวลางานกับเลขาส่วนตัวเสมอจากที่สนใจว่าคนอื่นจะมองเช่นไรตอนนี้พิรภพก็ไม่สนใจแล้วเพราะเขารู้สึกว่าความสุขของการได้อยู่กับคุ้มขวัญมีค่ามากกว่าจะสนใจสายตาของพนักงานคนอื่น“จะไม่ชวนผมขึ้นไปบนห้องคุณบ้างเลยหรือครับ”พิรภพมาส่งคุ้มขวัญที่คอนโดของเธอแทบจะเกือบทุกวันแต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ฝ่ายหญิงจะเอ่ยปากชวนให้ท่านประธานบริษัทมีโอกาสได้ขึ้นไปนั่งเล่นที่
“เสาร์นี้เราต้องไปภูเก็ตใช่ไหมคะฉันยังไม่ได้เก็บกระเป๋าเลยแล้วบอสล่ะเตรียมตัวหรือยัง”สาวน้อยพยายามเปลี่ยนเรื่องพูด เธอไม่ต้องการให้เขาหยอดคำหวานเธออีกต่อไปเพราะตอนนี้เธอรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆจิตใจของเธอมันสั่นจนเธอควบคุมตัวเองไม่ได้ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่กำลังเกิดมันเรียกว่าความรักหรือเปล่าเพราะคุ้มขวัญไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนไม่ว่าจะกลับผู้ชายคนไหนก็ตาม“คุณทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปทำงานต่างจังหวัดไม่ใช่เพราะงานแต่เป็นเพราะผมจะมีโอกาสได้อยู่กับคุณทั้งวันเกือบทั้งคืนแต่ผมคงมีความสุขมากกว่านี้ถ้าเช้ามาเมื่อผมลืมตาตื่นได้เห็นคุณนอนอยู่ข้าง ๆ ”ท่านประธานสุดหล่อไม่ใช่แค่เพียงหยอดคำหวานมือหนายกขึ้นลูบไล้เอวคอดของหญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ก่อนจะเลื้อยขึ้นมาตามสีข้างค่อย ๆ ไต่ระดับลงมาใกล้กับอกอวบ“ดึกแล้วคุณกลับดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องตื่นสาย”คุ้มขวัญพยายามที่จะผลักเจ้านายให้ออกไปให้ห่างจากเธอไม่ใช่เพราะเธอไม่รู้สึกดีกับสัมผัสที่เขามอบให้แต่เธอรู้ตัวว่ามันเป็นความสุขที่อันตรายเพราะตอนนี้หัวใจของเธอเริ่มไม่ค่อยทำตามสมองที่กำลังรวบรวมว่าอะไรผิดอะไรถูกหรืออะไรสมควรไม่สมควรเธอกำลังจะปล่อ
ตอนที่ 1ครั้งแรกที่ไม่ประทับใจบริษัทใหญ่ใจกลางเมืองหลวงวันนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายเพราะทางบริษัทเปิดรับสมัครตำแหน่งเลขาท่านประธานซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถือว่าได้เงินเดือนในระดับที่สูงนอกจากคนข้างนอกแล้วพนักงานเก่า ๆ หลายคนของบริษัทก็เลือกที่จะมาลงสมัครในตำแหน่งนี้ด้วย“คุณยุวดีดูแล้วคนที่มาสมัครมีจำนวนมากถ้าอย่างไรผมฝากคุณช่วยคัดกรองก่อนที่จะส่งรายชื่อมาให้ผมด้วยนะครับ”พิรภพตั้งใจจะสัมภาษณ์และพิจารณาพนักงานในตำแหน่งนี้ด้วยตัวเองเพราะคนที่จะมาเป็นเลขาจะต้องอยู่ใกล้ชิดกับเขามากท่านประธานจึงมองเห็นว่าคงไม่มีใครเลือกสรรคนได้ดีเท่ากับตัวเขาเองแต่ด้วยจากจำนวนของคนที่มาสมัครมีมากกว่าที่เขาคิดไว้ ท่านประธานจึงอยากให้อดีตเลขาช่วยคัดกรองมาก่อนอีกทีเพื่อที่ตัวเขาจะได้ใช้เวลาในการคัดกรองแค่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น“ได้ค่ะ...เดี๋ยวฉันจะคัดเลือกเฉพาะคนที่น่าสนใจส่งไปให้ท่านประธานสัมภาษณ์อีกทีรับรองว่าภายในพรุ่งนี้รายชื่อจะถูกเอาไปวางที่โต๊ะตามกำหนดค่ะ”ยุวดีเคยทำงานในตำแหน่งเลขาของพิรภพมาก่อนแต่เนื่องจากตอนนี้เธอเพิ่งคลอดลูกได้เพียงแค่ไม่กี่เดือนและพิรภพมองเห็นว่าการที่เธอมีลูกอ่อนควรต้อง
คุ้มขวัญถึงกับพูดไม่ออกเสียงตะกุกตะกักมีความหวาดกลัวและไม่มั่นใจอยู่ในนั้นจะไม่ให้เธอรู้สึกแบบนั้นได้อย่างไรในเมื่อผู้ชายตรงหน้าคือคนที่เธอเพิ่งจะทำปากดีใส่เขามาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา“ยินดีนะครับที่เราได้เจอกันอีกครั้ง”พิรภพยกหลังออกจากพนักเก้าอี้นั่งชันข้อศอกขึ้นสองมือกุมกันส่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูเจ้าเล่ห์ให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางของคนที่กำลังถือไพ่เหนือกว่า“คุณคงไม่ต้องสัมภาษณ์อะไรแล้วใช่ไหมคะเอาเป็นว่าฉันเข้าใจถ้าคุณจะไม่รับฉันเข้าเป็นเลขแต่อยากจะบอกคุณว่าทุกคำที่ฉันพูดมันถูกต้อง คุณไม่ควรจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวแบบนั้นถึงแม้ว่าบริษัทนี้จะเป็นของคุณก็ตามแต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะใช้พลังงานทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แบบไหนก็ได้เพียงเพราะมีเงินจ่าย.... ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสฉันได้มาถึงขั้นตอนสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ฉันลาล่ะค่ะ”หญิงสาวในชุดทำงานที่เป็นชุดเดียวและชุดแรกของเธอลุกขึ้นยกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางเหมือนคนที่กำลังสิ้นหวังแต่ก็ยังมีความมั่นใจในสิ่งที่พูดอยู่ในที“หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับ”ท่านประธานบริษัทผู้ตามหลังก่อนที่คุณขวัญจะเปิดประตูห้องและเดิน