แชร์

คุณตามาหา

ผู้เขียน: ซูเจิน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-21 18:50:22

เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด

คุณตามาหา

*****

“เมิ่งหลัน ลูกได้ยินพ่อหรือไม่ เปิดประตูให้พ่อหน่อยสิลูก” หลิวฮุ่ยตะโกนเรียกลูกสาวอยู่ที่หน้าบ้าน เมิ่งหลันได้ยินคนเรียกที่หน้าประตู พอได้ยินเสียงก็จำได้ทันที ว่าเป็นพ่อของเมิ่งหลันคนก่อน 

“พ่อเข้ามาก่อนสิคะ ข้างนอกมันหนาวมากเลยนะคะ” เมิ่งหลันบอกบิดาให้รีบเข้ามาข้างในเพราะตอนนี้หิมะกำลังตกลงมาอย่างหนัก

“ขอบใจลูก พ่อเห็นว่าหิมะมันตกหนักมาหลายวันแล้วก็เลยแวะมาดูหน่อย พวกลูกเป็นยังไงบ้าง  หลานๆล่ะเจ็บไข้ได้ป่วยกันบ้างหรือเปล่า” ผู้เป็นพ่อถามถึงลูกกับหลานด้วยความห่วงใย

“พวกหนูอยู่กันได้ค่ะก็ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ เด็กๆก็สบายดีแข็งแรงดีทุกคนค่ะ” เธอตอบออกไปเพื่อให้บิดาคลายกังวล

“คุณตา/คุณตามา” เสียงเด็กๆร้องทักทายคุณตาของตัวเอง พวกเขารักคุณตามาก เวลาที่คุณตามาหาก็มักจะมีอาหารมาให้พวกตนเสมอ

“ว่าไงฟางหลิน เหวินหลง พวกหลานหนาวกันหรือเปล่า” คุณตาทักทายหลานๆด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น

“ไม่หนาวค่ะ/ไม่หนาวครับ” ทั้งสองคนบอกผู้เป็นตา พอคุณตาได้ฟังก็ยิ้มใจดีให้กับหลานๆ แล้วหันมามองหน้าลูกสาวของตน

“พ่อค่ะ  ทำไมพ่อทำหน้าแบบนั้นล่ะพ่อมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เมิ่งหลันที่เห็นท่าทางและแววตาของบิดาก็ให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เมื่อกี้ยังเห็นยิ้มให้เด็กๆอยู่เลยเผลอแปปเดียวก็ดูเศร้าหมองจนบอกไม่ถูก

“ไม่มีอะไรหรอกลูก พ่อก็แค่เสียใจเท่านั้นเองว่าที่ผ่านมาพ่อดูแลลูกได้ไม่ดีพอ พ่อละอายใจแก่ลูกและแก่แม่ของลูกมากทีเดียว” เขาคิดแบบนั้นจริงๆเพราะว่าก่อนที่แม่ของเมิ่งหลันนั้นจะเสียเขาได้สัญญาไว้ว่าเขาจะดูแลลูกสาวตัวน้อยเป็นอย่างดี แต่ดูสิ่งที่เขาทำสิ ช่างน่าละอายยิ่งนัก

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่พ่อเก็บบ้านหลังนี้ไว้ให้หนูก็ดีมากแล้ว” เมิ่งหลันตอบแทนเจ้าของร่างนี้เพราะความรู้สึกในจิตใจส่วนลึกมันบอกแบบนี้จริงๆ

“แล้วอาหารการกินล่ะลูกพอไหม  ถ้าไม่พอบอกพ่อได้นะพ่อจะไปหามาให้” คนเป็นพ่อก็อดห่วงลูกไม่ได้ เมื่อก่อนตนเอาเงินส่วนตัวแลกธัญพืชมาให้ครั้งละไม่มาก เพราะไม่อยากผิดใจกับภรรยา แล้วมันจะพาให้ลูกสาวเดือดร้อน

“ไม่ต้องหรอกค่ะพ่อ  หนูตุนอาหารไว้มากพอจนถึงสิ้นฤดูหนาวแน่นอนค่ะ” เมิ่งหลันบอกออกไป 

“เมิ่งหลัน พ่อขอถามได้ไหม ว่าลูกเอาเงินที่ไหนมาซื้อของมากมายแล้วก็ยังซ่อมบ้านอีก แต่ถ้าลูกไม่บอกก็ไม่เป็นไรพ่อไม่ว่าหรอก” เขาเองก็แค่สงสัยเท่านั้นไม่ได้อยากได้ของลูกแต่อย่างใด

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะหนูบอกได้ เมื่อ 3-4 เดือนก่อน หนูขึ้นเขาไปเจอเห็ดหลินจือแดงหนูเจอมันประมาณ 5 ดอก หนูเลยนำไปขายที่ร้านยาในตัวอำเภอค่ะ เลยพอได้เงินมาซื้อของซื้ออาหารแล้วก็ซ่อมบ้านนิดหน่อย” เธอบอกออกไป ที่เมิ่งหลันบอกแบบนี้ เพราะว่าเธอจำมาจากในนิยายบางเรื่อง ที่นางเอกหาทางออกเรื่องเงินไม่ได้จึงอ้างว่าเจอสมุนไพรแล้วเอาไปขายได้เงินมาจำนวนมาก

“ขอบคุณสวรรค์ที่ยังไม่ตาลูกอุตสาห์ให้ลูกได้พบเจอของดีๆแบบนี้” หลิวฮุ่ยเชื่อในคำพูดของลูกสาว

“หนูก็คิดแบบนั้นนะคะ สวรรค์คงจะเมตตาหนูมากจริงๆ” ใช่สิถ้าไม่เมตตาเธอจะมีลูกทีเดียวถึงสองคนเลยหรอ

“ว่าแต่ที่บ้านพ่อเถอะค่ะมีอาหารเพียงพอหรือเปล่าคะ บอกหนูได้นะคะ ข้าวที่หนูซื้อมาเก็บไว้ก็เยอะพอสมควร พอแบ่งไปได้นะคะ” เมิ่งหลันอยากแบ่งปันข้าวปลาอาหารให้กับพ่อของตน ถึงแม้ที่บ้านนั้นจะมีคนอื่นอีกนอกจากพ่อของเธอก็ตาม

“ไม่ต้องหรอกลูก  ลูกเก็บไว้เถอะ  ยังไงลูกก็เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวไหนเด็กๆอีกตั้ง 2 คนไม่ต้องเป็นห่วงพ่อหรอกลูก” หลิวฮุ่ยไม่เคยอยากได้ของจากลูก

“ถ้าอย่างนั้น  ถ้าอาหารที่บ้านพ่อไม่พอ  พ่อมาเอาที่หนูได้ตลอดเลยนะคะ” เมิ่งหลันอยากตอบแทนน้ำใจแทนร่างเก่า

“แค่พอได้มาเห็นว่าหนูสบายดี  พ่อก็สบายใจถ้างั้นพ่อกลับไปบ้านก่อนนะ เดี๋ยวหิมะตกหนักกว่านี้พ่อจะกลับบ้านไม่ได้เอา” หลิวฮุ่ยขอตัวกลับก่อน

“พ่อรอหนูสักครู่นะคะ” เมิ่งหลันเข้าไปหยิบของในครัว

“นี่อะไรกันล่ะลูก” หลิวฮุ่ยตกใจ

“อันนี้เป็นขาหมูรมควันค่ะ พ่อเอาไปด้วยนะคะ อย่างน้อยอากาศแบบนี้ ได้กินข้าวต้มร้อนๆกับหมูคงจะอร่อยมากทีเดียวเลยค่ะ” เมิ่งหลันส่งขาหมูรมควันให้กับบิดา หลิวฮุ่ยปฎิเสธ แต่เมิ่งหลันก็ยัดเยียดให้จนได้

“พ่อขอบใจลูกมากนะ  ถ้ายังงั้นพ่อกลับก่อนแล้วกัน” 

“เดินดีๆนะคะพ่อระวังทางลื่นด้วย”เมิ่งหลันออกไปเปิดประตูให้กับบิดาของตน หลังจากนั้นเธอก็ปิดประตูลงกลอนให้แน่นหนาแล้วกลับเข้าไปหาลูกของเธอ

*

“นี่คุณไปไหนมาคะ  หิมะตกหนักขนาดนี้  คุณยังอยากจะออกไปข้างนอกอีกหรือเนี่ย” อี๋นั่วเมื่อเห็นผู้เป็นสามีกลับเข้ามาในบ้านก็ซักถามใหญ่โต

“ผมแค่ไปหาลูกมาเท่านั้นเอง  คุณจะพูดมากอะไรอีก” หลินฮุ่ยเอือมระอาผู้เป็นภรรยาเต็มทน

“ฉันนี่หรือคะพูดมาก  ฉันพูดมากตรงไหนกันคุณบอกมาสิคะ” อี๋นั่วไม่ยอมเธอก็แค่ถามเท่านั้นเธอพูดมากตรงไหนกัน

“คุณเงียบไปเถอะแล้วเอาของไปเก็บในครัว” หลินฮุ่ยส่งขาหมูให้ผู้เป็นภรรยา

“คุณไปเอามาจากไหนกันคะ” เมื่ออี๋นั่วเห็นก็ทำตาโตขึ้นมาทันที นี่มันขาหมูรมควันอย่างดีเลยนะ

“เมิ่งหลันให้มาน่ะ” หลิวฮุ่ยบอก

“ให้มาแค่นี้เองหรือคะ  บ้านเราอยู่กันตั้งหลายคนจะพอกินได้ยังไง” อี๋นั่วกล่าวด้วยวาจาเห็นแก่ตัว

“คุณใช้คำว่าแค่นี้ แค่นี้น่ะมันคือแค่ไหน ขาหมูนี้น้ำหนักไม่ใช่น้อยๆ อย่างน้อยก็ 8-10 ชั่งเข้าไปแล้วคุณว่ายังน้อยอีกหรอ” หลิวฮุ่ยถามด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง

“ว่านิดว่าหน่อยไม่ได้เลยนะคะลูกสาวคุณเนี่ย” อี๋นั่วก็ยังไม่ยอมแพ้

“เมิ่งหลัน ไม่สมควรถูกต่อว่าใดๆทั้งสิ้น เรื่องที่มันเกิดขึ้นทั้งหมดก็เพราะคุณคนเดียวนั่นแหละคุณอย่าคิดว่าผมไม่รู้นะว่าเรื่องที่เกิดกับลูกสาเหตุมันเกิดมาจากใคร” หลิวฮุ่ยพูดด้วยความโกรธ

“คุณไม่มีหลักฐานคุณจะมากล่าวหาฉันไม่ได้นะคะ” อี๋นั่วไม่ยอมรับ

“ถึงหลักฐานจะไม่มีแต่ตัวคุณก็รู้อยู่แก่ใจ” หลิวฮุ่ย ตอกย้ำความเป็นจริง พอพูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนไป

“ดีนักนี่ แม่ลูกสาวของคุณน่ะ” อี๋นั่วพูดตามหลัง

“แม่คะ ทะเลาะกับพ่ออีกแล้วหรือคะ” ซิงอี ที่ได้ยินเสียงพ่อกับแม่พูดคุยกันเสียงดังจึงออกมาดู

“ก็ใช่น่ะสิ แม่พูดถึงลูกสาวสุดที่รักของพ่อแกนี่ไม่ได้เลย ต้องอารมณ์เสียตลอด” อี๋นั่วระบาย

“แม่ก็ใจเย็นหน่อยเถอะค่ะ อย่าลืมสิคะว่าแม่ยังมีความผิดเมื่อครั้งที่แล้วไปหาเรื่องนังเมิ่งหลันอยู่เลย” ซิงอีย้ำเตือน

“เฮอะ พ่อแกไม่รู้อะไรบ้างเลย ว่าลูกสาวของเขาน่ะร้ายกาจแค่ไหน” อี๋นั่วยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี ว่าเมื่อหลันทำอะไรไว้กับเธอบ้าง

บทที่เกี่ยวข้อง

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   จัดงานเลี้ยงปีใหม่

    เมื่อฉันต้องมาเป็น คุณแม่ลูกแฝดจัดงานเลี้ยงปีใหม่***** “แม่คะ แม่ว่านังเมิ่งหลันมันดูแปลกไปหรือเปล่าคะ” ซิงอี ถามผู้เป็นแม่ ว่าคิดเหมือนกันหรือไม่ ทำไมเมื่อตอนที่เธอไปที่บ้านหลังนั้นครั้งล่าสุดมันเหมือนกับว่ามีอะไรที่แปลกไป“แม่ก็ว่ามันแปลก แปลกมากทีเดียว” อี๋นั่วเองก็เห็นเช่นเดียวกันกับลูกสาว“ใช่ค่ะ ปกติแล้วเวลาพวกเราไปหาเรื่องมัน มันไม่เคยขึ้นเสียงกับพวกเราเลย แต่ว่าคราวนี้ทั้งขึ้นเสียงทั้งลงมือ” ซิงอี พูดถึงเหตุการณ์วันนั้น“แม่ล่ะแค้นใจจริงเชียว เสียท่านังเมิ่งหลันซะได้ คอยดูเถอะมีโอกาสเมื่อไหร่แม่จะจัดการมันแน่นอน” อี๋นั่วพูดด้วยอารมณ์โมโหและหงุดหงิด "แม่อย่าเสียงดังไปสิคะเดี๋ยวพ่อก็ได้ยินหรอกค่ะ ซิงอี บอกให้แม่ของตนลดเสียงลงหน่อย เดี๋ยวพ่อได้ยินก็เกิดเรื่องอีก“เมื่อกี้พ่อลูกเพิ่งกลับมาจากบ้านมัน มันให้ขาหมูพ่อลูกมาด้วย 1 ขา แม่ล่ะสงสัยจริงเชียวว่ามันเอาของพวกนี้มาจากไหน” อี๋นั่ว นึกถึงขาหมูก็ยิ่งเกิดความโลภ ถ้าเธอได้ไปที่นั่นอีกครั้ง เธอคงจะได้ของดีๆมามากมาย“แม่ไม่ลองถามพ่อดูล่ะคะ เผื่อว่ามันจะบอกพ่อว่ามันเอาเงินมาจากไหน มาซื้อของกินแล้วซ่อมบ้านอีก” ซิงอีเสนอความคิด“ฮ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-21
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   กินแล้วก็ต้องล้าง

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดกินแล้วก็ต้องล้าง*****"คุณมาได้ ฉันก็ต้องมาได้สิคะ ว่าแต่คุณเถอะ ไม่คิดจะชวนฉันกับลูกๆ มาด้วยบ้างหรือคะ" อี๋นั่ว พูดด้วยความประชดประชัน นี่ถ้าเธอไม่แอบตามมา เธอกับลูกก็คงไม่ได้มานั่งกินอาหารมากมายแบบนี้หรอก"คุณอย่าได้มาก่อเรื่อง ในบ้านของลูกเป็นอันขาด อย่าหาว่าผมไม่เตือน" หลิวฮุ่ยพูดดักทางภรรยาใว้ เขาย่อมรู้ดีว่าเะฮเป็นยังไง"แหม วันนี้เป็นวันดีๆของครอบครัว ฉันจะก่อเรื่องก่อราวกันทำไมเล่าคะ จริงไหม" อี๋นั่วพูดยั่วโมโหสามี"ถ้างั้นเราเข้าไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่าค่ะ จะได้ทานข้าวพร้อมกัน" เมิ่งหลันพูดตัดปัญหา ตอนนี้ที่โต๊ะอาหารในบ้านของเมิ่งหลัน มีทั้งหมด 7 คน ผู้ใหญ่ 5 และเด็ก 2 ดีที่ว่าเธอเอาโต๊ะขนาดกลางออกมาจากในมิติ ถ้าเธอเอาโต๊ะตัวเล็กออกมาสำหรับนั่งกัน 3 คนแม่ลูกคงจะไม่พอเป็นแน่ "แม่คร้าหนูหิวแล้วค่า""แม่ค้าบผมก็หิวเหมือนกัน" เด็กน้อยทั้งสองบอกแม่ของตนเองว่าหิวมากแล้ว "ถ้าหลานหิวแล้วก็ตักข้าวเถอะลูก" หลิวฮุ่ยบอกเมิ่งหลัน ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ระหว่างที่เมิ่งหลันตักข้าวให้เด็กๆและทุกคนอยู่นั้น…"รู้สึกว่าที่นี่จะอยู่ดีกินดีกันมากเลยนะจ๊ะ สองแฝดก็อ้

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-21
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ซื้อตึกทำร้านค้า

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดซื้อตึกทำร้านค้า*****เวลานี้ ตอนนี้ได้เปลี่ยนปี เปลี่ยน ค.ศ. เรียบร้อยแล้ว เมิ่งหลันข้ามเวลามาอยู่ในร่างนี้เป็นเวลา เกือบ 8 เดือนแล้ว เมิ่งหลันได้เริ่มทำการค้าอีกครั้ง เธอได้ใช้รูปแบบเดิมในการขาย เจาะจงบุคคล เอาแบบว่าขายแต่ละครั้ง ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยหยวน "น้องสาว จำผมได้ใหม ครั้งที่แล้วน้องสาวขายหม้อ ขายกะทะให้ยังไงล่ะ พอจะจำได้หรือไม่" ชายหนุ่มเข้ามาทัก เพราะตนมาตามหาหญิงสาวอยู่หลายครั้งแต่ว่าไม่เจอ คราวนี้ช่างโชคดีจริงๆที่ได้เจอ "อ๋อ จำได้ค่ะ ไม่ทราบว่าวันนี้พี่ชายต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ" เมิ่งหลันเสนการขายทันที "ใช่แล้วล่ะครับ ผมต้องการเครื่องครัวแบบครั้งที่แล้ว 2 ชุด ไม่ทราบว่าน้องสาวมีของหรือไม่" ชายหนุ่มบอกความต้องการ "มีแน่นอนค่ะ แต่ว่าตอนนี้ของมันขึ้นราคานะคะ พี่ชายยังอยากได้อยู่หรือไม่คะ" เมิ่งหลันขึ้นราคาสินค้า เพราะว่าเธอไปสืบราคามาแล้ว ครั้งก่อนเธอขายถูกเกินไป "ได้สิ ผมเข้าใจ ของซื้อของขายก็ต้องมีราคาขึ้นลงกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา" ชายหนุ่มไม่คิดมาก เพราะเขาเองก็รู้ราคาของอยู่เช่นกัน แต่สำหรับของที่หญิงสาวคนนี้ขายนั้นเป็นของที่

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-21
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   แม่ของเขาดีที่สุด

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดแม่ของเขาดีที่สุด*****ตอนนี้เมิ่งหลัน ได้มายืนอยู่ที่หน้าบ้านหลังที่เขาต้องการขาย บ้านหลังนี้ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว กะด้วยตาเปล่าน่าจะประมาณครึ่งหมู่เห็นจะได้ บริเวณหน้าบ้านคนพลุกพล่านไม่น้อย เธอจึงมีความคิดที่ว่า เธอจะเปิดร้านขายของชำ หรือยุคสมัยใหม่เรียกว่าร้านสะดวกซื้อนั่นเอง บ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นสองชั้น ชั้นล่างโล่ง มีห้องครัวหนึ่งห้อง และห้องน้ำหนึ่งห้อง มีพื้นที่โล่งอยู่หลังบ้านนิดหน่อย ปลูกได้เพียงพืชผักสวนครัวเท่านั้น ส่วนชั้นบน มีห้องนอนสามห้อง ห้องโถงหนึ่งห้อง ซึ่งเธอคิดว่าบริเวณนี้น่าจะใช้เป็นโซนรับแขกหรือพักผ่อน สามารถทำเป็นที่อยู่อาศัยได้ เมิ่งหลันคิดว่า บ้านหลังนี้ ดีเป็นอย่างมาก ทุกอย่างช่างดูลงตัวไปหมด ทั้งขนาดและพื้นที่ที่ได้จัดสรรค์ใว้อย่างลงตัวและน่าพอใจ"ฉันชอบบ้านหลังนี้มากเลยค่ะ ราคาเท่าไหร่หรือคะ ฉันขอทราบได้หรือไม่คะ" เมิ่งหลันถามราคา เมื่อพิจารณาบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอแอบคิดไว่ในใจว่าเงินในมือของเธอนั้นคงพอที่จะจ่ายมัน"เจ้าของเขาฝากขายให้ที่ 5,500 หยวนครับ ราคานี้ทางเราไม่ได้บวกเพิ่มแต่อย่างไร เป็นราคาที่เจ้าของบ้านตั้งใว

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-21
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   เตรียมตัวย้ายบ้าน

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดเตรียมตัวย้ายบ้าน*****หลังจากที่ทำการซื้อขายบ้านได้แล้วนั้น เมิ่งหลัน ได้ปรึกษากับหลินฮุ่ย ผู้เป็นบิดา เรื่องที่ตนจะย้ายเข้าไปอยู่ในตัวอำเภอ เพื่อที่จะไปเปิดร้านค้า"พ่อคะ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกค่ะหนูกับเด็กๆอยู่ได้จริงๆ" เมิ่งหลันบอกผู้เป็นพ่อให้คลายความกังวลลง หลังจากที่เะอพูดเรื่องนี้ท่านก็มีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก"แต่พ่อก็ยังห่วงอยู่ดี บ้านทั้งหลังมีแค่เด็กและผู้หญิงเท่านั้น มันไม่ได้เหมือนกับอยู่ที่ชนบทนะลูก ที่นั่นลูกไม่ได้รู้จักใครเลย" จะไม่ให้เขาห่วงได้ยังไง ที่นั่นมันไใ่ใช่ชนบทแห่งนี้ที่รู้จักกันทุกคนเสียเมื่อไหร่"เอาอย่างนี้ได้ไหมคะ ช่วงที่หนูเข้าไปอยู่แรกๆ พ่อไปอยู่เป็นเพื่อนหนูกับลูกได้หรือเปล่าคะ" เมิ่งหลันยื่นข้อเสนอ แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่า"แต่ว่าคุณพ่อจะมีปัญหากับน้าอี๋นั่วหรือเปล่าคะ ไหนจะต้องลางานที่ทุ่งนาอีก" เมิ่งหลันไม่อยากสร้างปัญหาให้พ่อของตน ถึงบิดาจะมีตำแหน่งงานเป็นคณะกรรมการของหมู่บ้าน ไม่ต้องลงแรงที่ทุ่งนา แต่ก็ต้องคอยจัดการบริหารงานต่างๆ ในชุมชนอยู่ดี"เรื่องงานไม่ต้องกังวลหรอกลูกพ่อคิดว่าไปเช้าเย็นกลับน่าจะทัน" หลิวฮุ่

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-21
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   อยากได้ก็เอาเงินมา

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดอยากได้ก็เอาเงินมา*****"เมิ่งหลัน เปิดประตูให้ฉันหน่อย ฉันมีธุระจะคุยด้วย" นางอี๋นั่วที่มาถึงก็เคาะประตูเรียกเมิ่งหลันทันที"มีอะไรหรือคะ ถึงมาหาฉันที่บ้านได้" เมิ่งหลันถามทันที โดยที่ไม่เชิญอี๋นั่วเข้าไปในบ้าน"ก็พ่อของเธอน่ะสิ บอกว่าเธอจะย้ายไปอยู่ในตัวอำเภอ ฉันก็เลยมาถามว่าจริงอย่างที่พ่อของเธอพูดหรือเปล่า" อี๋นั่วลองถามหยั่งเชิงดูก่อน "ใช่แล้วล่ะค่ะ ฉันจะย้ายเข้าไปอยู่ในตัวอำเภอ มีอะไรหรือเปล่าคะ" "ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันแค่จะถามให้แน่ใจเท่านั้นเอง แล้วก็จะมาถามเธอด้วยว่า เธอจะยกบ้านหลังนี้ให้ซิงอีได้ไหม ไหนๆเธอก็ไม่อยู่ที่นี่แล้ว มันก็ไม่มีความจำเป็นที่เธอต้องเก็บเอาไว้ เพราะถึงยังไงเธอก็มีบ้านอยู่ในเมืองแล้ว" อี๋นั่วพูดด้วยความหน้าไม่อายเลยสักนิด "ทำไมฉันต้องยกให้ด้วยล่ะคะ ก็ในเมื่อบ้านหลังนี้มันเป็นสินเดิมของฉัน มันเป็นสมบัติของแม่ที่ยกให้กับฉัน" เมิ่งหลันถามด้วยความงุนงง เธอจะย้ายเข้าไปอยู่ในอำเภอแล้วจำเป็นต้องยกบ้านหลังนี้ให้ซิงอีด้วยหรอ มันคือตรรกะอะไรกัน"ก็ซิงอีเป็นน้องสาวของเธอ ในเมื่อเธอไม่อยู่เธอก็ควรจะยกให้น้อง มันก็เป็นเรื่องที่สมควร

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-21
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   หวังเหอตี้

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดหวังเหอตี้*****วันนี้เมิ่งหลันได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านในตัวอำเภอเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เข้ามาทำความสะอาดและขนเฟอร์นิเจอร์ออกมาจากช่องมิติเธอนำเตียงขนาดห้าฟุตออกมาหนึ่งหลัง เเละหกฟุตหนึ่งหลัง ใส่ใว้ทั้งสองห้อง เครื่องนอนเอาออกมาจัดเรียงให่เรียบร้อย โดยที่เธอจะอยู่ที่ห้องใหญ่ กับลูกแฝดชายหญิงของเธอ และห้องเล็กก็จะให้บิดาอาศัยนอนเป็นเพื่อนเธอส่วนห้องโถงหรือห้องรับแขกนั้น เธอนำโต๊ะรับแขกออกมาหนึ่งชุด แต่ว่าเป็นโต๊ะไม้ ถึงแม้ว่าจะอยากได้เป็นชุดโซฟาก็ตาม แต่ก็ไม่กล้าเอาออกมาสุ่มสี่สุ่มห้า ส่วนชั้นล่าง ที่เธอตั้งใจทำร้านขายของนั้นเธอก็เอาเคาน์เตอร์คิดเงินออกมาวาง และเชลวางของ เธอได้จัดวางเป็นล็อคๆไป โดยจัดเลียนแบบใน supermarket แยกโซนและแยกประเภท เพื่อง่ายแก่การเลือกซื้อสินค้า ส่วนสินค้านั้นเธอยังไม่ได้เอาออกมาเติม เพราะว่าเธอยังหาคำตอบหรือคำแก้ตัวไม่ได้ ว่าเธอเอาของพวกนี้มาจากที่ไหน ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการผ่อนผันเรื่องการค้ามากแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังไม่อยากเสี่ยง เพราะว่ายังมีสินค้าบางอย่างที่เป็นสินค้าควบคุม "แม่บ้านสวย""บ้านสวย" สองแฝดชมบ้านหลังใหม่ไ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-21
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   พวกเรามีพ่อมั้ย

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดพวกเรามีพ่อมั้ย*****"คุณคะ คุณจะยอมให้ลูกกลับไปที่หมู่บ้านในชนบทแห่งนั้นจริงๆหรือคะ" คุณนายเหอถามผู้เป็นสามีขณะที่อยู่ในห้องนอนด้วยกัน 2 คน"คุณก็เห็นอยู่ ว่าคงห้ามลูกไม่ได้ ปล่อยเขาไปเถอะเขาโตแล้ว" พ่อหวังไม่คิดจะขัดขวางทางเดินของลูกชาย"แต่ฉันไม่ยอมนะคะคุณ ลูกชายของเรากำลังจะมีอนาคตที่ดี จะกลับไปจมปลักกับผู้หญิงบ้านนอกแบบนั้นได้อย่างไร" แม่เหอไม่ยินยอมเป็นอย่างยิ่ง ปีนี้ลูกชายของเธอก็จะเรียนจบแล้ว "คุณก็คิดมากเกินไปแล้ว คุณรอดูไปก่อนเถอะ" พ่อหวังพยายามจะเกลี้ยกล่อมภรรยา"ฉันกลัวว่าผู้หญิงคนนั้นเมื่อเห็นลูกของเรากลับไป จะคว้าไว้แน่นกว่าเดิมนะสิคะ " เธอยังไม่คลายความกังวล"คุณคิดดูสิ ผู้ชายที่จบจากมหาวิทยาลัย ซ้ำยังมีอนาคตที่ดีผู้หญิงที่ไหนบ้างที่ไม่อยากได้" แม่เหอคิดฟุ้งซ่านไม่หยุด"ฉันไม่ยอมหรอกนะคะ ฉันได้ทาบทามลูกสาวของคุณนายเหยาซีไว้แล้ว ถึงจะไม่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแต่ก็จบถึงมัธยมปลายเลยนะคะ ฐานะทางบ้านก็ดี ฉันอยากได้คนนี้เป็นสะใภ้ค่ะ" แม่เหอพูดถึงว่าที่ลูกสะใภ้ที่ตนได้ไปทาบทามเมื่อครั้งก่อน"คุณคิดจะทำอะไรก็น่าจะถามลูกเสียก่อน ถ้าเกิดผิดใจกับฝ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-21

บทล่าสุด

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   พวกเราคือครอบครัว…

    พวกเราคือครอบครัว…สี่ปีต่อมา…หลังจากวันที่เมิ่งหลันคลอดลูกชายฝาแฝด ก็ผ่านมามานานหลายปีแล้ว การเลี้ยงดูลูกของเธอช่างวุ่นวายเป็นอย่างมาก ดีที่เหอตี้ออกจากงานมาช่วยเธอดูแลร้าน ไม่อย่างนั้นเธอเองคงไม่มีเวลาพัก การเลี้ยงลูกถึงสี่คนไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยฟางหลินและเหวินหลงนั้น ดีที่โตพอจนรู้ความแล้ว ตอนนี้อายุก็เข้าปีที่สิบแล้ว หนูน้อยฟางหลินในตอนนี้ความงดงามนั้นเปล่งประกายมากถึงจะยังเด็กอยู่ก็ตาม จนทำให้คุณพ่อนั้นหวงมากเป็นพิเศษ เพราะยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งเหมือนกับคนเป็นแม่ส่วนแฝดน้องเหวินหลงเองก็ใช่ย่อย ความหล่อเหลาก็ไม่ได้แพ้ใคร ในทุกวันที่ไปโรงเรียนมักจะมีสาวน้อยมอบขนมให้อยู่เสมอ จนทุกวันนี้สหายมู่มู่ที่ไปโรงเรียนด้วยกันไม่ต้องเสียเงินซื้อขนมเลยส่วนแฝดชาย หวังจางหมิ่น และหวังเจียวจิ้นนั้น ตอนนี้ก็อายุสี่ขวบแล้ว ซึ่งความซุกซนไม่ต้องพูดถึง ขนาดที่ว่าเมิ่งหลันจ้างพี่เลี้ยงมาเพิ่ม ทั้งสองคนก็ยังหลุดลอดสายตาออกไปซนที่อื่นได้ “จางหมิ่น เจียวจิ้น แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามออกมาเล่นข้างนอกแบบนี้” เมิ่งหลันที่ออกมาเจอลูกๆของเธออยู่ที่ด้านนอกพอดี จึงอดที่จะดุไม่ได้“แม่ครับ พวกเราไม่อยากอยู่ในบ้าน” เ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ออกมาแล้ว…

    ออกมาแล้ว…“หลันหลัน คุณไม่ต้องกลัวนะครับ” เหอตี้ผู้เป็นสามีปลอบใจภรรยาอยู่ที่ข้างเตียง วันนี้เป็นวันที่คุณหมอนั้นนัดผ่าคลอดให้กับเมิ่งหลัน เพราะว่าเธอนั้นมีความเสี่ยงจึงต้องใช้วิธีการผ่าคลอดแทนการคลอดธรรมชาติ“เหอตี้คะ ฉันกลัวจังเลยค่ะ” เธอบอกสามีออกไป นี่คือการคลอดครั้งแรกของเธอ เธอจะไม่กลัวได้อย่างไร ถึงแม้ว่าเมิ่งหลันคนก่อนจะเคยคลอดลูกแต่มันก็ไม่ใช่เธออยู่ดี“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะครับ หมอที่นี่เก่งอยู่แล้ว คุณนอนพักก่อนดีกว่า” เมื่อเหอตี้เห็นว่าภรรยานั้นมีความเครียดจึงอยากให้เธอได้พักผ่อน“แล้วสองแฝดอยู่ที่ไหนหรือคะ” เมิ่งหลันถามหาลูกทั้งสองคน เพราะเธอมารอคลอดตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ยังไม่ได้เจอหน้าลูกเลย“อยู่กับน้าอี้ฝานครับ สองแฝดไม่มีงอแงเลย พูดจารู้เรื่องมาก แค่บอกว่าแม่กำลังจะมาคลอดน้องพวกเขาก็เข้าใจ” เหอตี้เมื่อเช้านี้ได้กลับไปที่บ้านและพูดเรื่องนี้ให้สองแฝดฟัง ซึ่งทั้งสองก็เข้าใจ และบอกว่าจะรอแม่และน้องอยู่ที่บ้าน“คุณจะรอฉันที่ด้านนอกใช่หรือเปล่าคะ” เมิ่งหลันถามสามีเมื่อมองเวลาแล้วไกล้ที่จะเข้าห้องคลอดเต็มที“ผมจะรอคุณอยู่ข้างนอกห้องคลอดแน่นอน ผมรับรองเลยว่าเมื่อคุณออกมา คุ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   งานแต่งงานของพี่ใหญ่เหอซาน

    งานแต่งงานของพี่ใหญ่เหอซาน…วันนี้เป็นวันที่เมิ่งหลันนั้นต้องมาตรวจครรภ์เป็นครั้งที่สอง และการตรวจก็เป็นไปด้วยดี การเติบโตของทารกในครรภ์นั้นดีมากทีเดียวและอีกเรื่องที่ทำให้หลิวเมิ่งหลันและหวังเหอตี้ ต้องตกตะลึงกันอีกครั้ง นั่นก็คือในท้องของเมิ่งหลันนั้นมีลูกน้อยถึงสองคน นั่นก็หมายความว่าในตอนนี้เมิ่งหลันนั้นกำลังท้องลูกแฝดอีกครั้งนั่นเองแต่การแพทย์ในยุคสมัยนี้ก็ไม่สามารถตรวจได้ว่าเจ้าก้อนแป้งที่กำลังนอนอยู่ในท้องของเมิ่งหลันนั้นเป็นเพศไหน จะเป็นชายชาย หญิงหญิง หรือหญิงชาย ก็ไม่อาจรู้ได้ ถึงแม้เจ้าก้อนแป้งทั้งสองจะแข็งแรงดี แต่เมิ่งหลันก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้ เธอกลัวการคลอดลูก เธอกลัวว่าจะไม่สามารถคลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย เหอตี้ที่รับรู้ได้ถึงความกังวลก็ได้แต่ปลอบใจภรรยา ไม่ว่าอย่างไรเขาจะหาหมอที่มีฝีมือที่สุดมาทำคลอดให้ภรรยาให้ได้“เดี๋ยววันนี้ผมจะพาคุณไปเที่ยวนะครับ” เหอตี้เอ่ยขึ้นเมื่อพากันออกมาจากในโรงพยาบาลหลังจากที่ตรวจการตั้งครรภ์เสร็จแล้ว“คุณจะพาฉันไปที่ไหนหรือคะ” เมิ่งหลันเองก็เดาไม่ถูก เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็ยังไม่ได้ออกไปที่ไหนแบบจริงจังสักที เพราะเธอทุ่มเทเวลาใ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   คู่มือการเลี้ยงลูก

    คู่มือการเลี้ยงลูก…หลังจากที่ทุกคนรู้ข่าวเรื่องการท้องของเมิ่งหลันก็ยินดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบ้านใหญ่หวัง แม่เหอที่รู้ข่าวก็ไปสรรหาของบำรุงต่างๆมาให้เมิ่งหลันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโสมหรือรังนกก็ตาม“ฉันต้องขอบคุณคุณแม่มากเลยนะคะสำหรับของบำรุงพวกนี้” เมิ่งหลันบอกแม่สามี ถึงแม้เธอจะรู้ว่าของพวกนี้ดีมีสรรพคุณมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะกินมันได้ เพราะเมื่อครั้งก่อนที่แม่เหอก็ฝากให้เหอตี้เอามาให้เธอทาน พอเธอทานเข้าไปถึงกับอาเจียนไม่ยอมหยุด “ไม่เป็นไรเลยจ้ะ เธอต้องกินมันให้หมดนะ หลานของฉันจะได้ออกมาแข็งแรง” แม่เหอบอกด้วยรอยยิ้ม “ว่าแต่เจ้าใหญ่ จะแต่งงานเมื่อไหร่ดีล่ะ เหอตี้มีลูกแซงหน้าไปแล้วนะ” แม่เหอเอ่ยถามลูกชายคนโต ที่ตอนนี้สานสัมพันธ์กับคู่หมั้นได้อย่างราบรื่น“แล้วคุณแม่ว่ายังไงล่ะครับ พร้อมที่จะไปสู่ขอสะใภ้ใหญ่ได้หรือยัง” เหอซานหันมาถามแม่ของตนบ้างแม่เหอที่ได้ยินแบบนั้นก็ตาโตทันที นี่เจ้าใหญ่ของเธอกำลังบอกให้ไปขอภรรยาให้เขาใช่หรือไม่“นี่ลูกพูดจริงใช่ไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่กับพ่อจะได้ไปพูดเรื่องนี้กับบ้านกงแต่เช้าเลย” “555” เหอซานอดที่จะยิ้มขำแม่ของตนไม่ได้ คงอยากได้สะใภ้มากเลยถ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   สองแฝดจะมีน้อง

    สองแฝดจะมีน้อง…“ท้อง???”“คุณหมอช่วยพูดอีกครั้งได้หรือเปล่าคะ” เมิ่งหลันที่ต้องการได้ยินอีกครั้ง ว่าอาการที่เธอเป็นนั้นเป็นโรคอะไรกันแน่ เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม“คนไข้ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรนะครับ อาการที่เป็นอยู่ เป็นอาการของคนท้องเท่านั้นครับ” หมอเองได้ตรวจซ้ำถึงสองรอบจากการจับชีพจร ซึ่งผลที่ออกมาก็เหมือนกันทั้งสองครั้งและเขาเองก็มั่นใจเป็นอย่างมากเมิ่งหลันคิดว่ากลับบ้านไปเธออาจจะเรียกเอาชุดทดสอบการตั้งครรค์ออกมาตวจอีกสักครั้ง เพื่อความแน่ใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจหมอในยุคนี้หรอกนะ แค่เธออยากมีโมเม้นท์ขึ้นสองขีดแบบคนอื่นบ้างเท่านั้นเอง“แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้ฉันท้องกี่เดือนแล้วหรือคะ” เมิ่งหลันเองก็แอบงงเหมือนกัน ทั้งที่เธอเองก็กินยาคุม แล้วลูกของเธอนั้นทะลุยาคุมออกมาได้ยังไงกัน หรือยาที่เธอกินจะหมดอายุนะ แต่ก็ไม่น่าใช่“ประมาณ เดือนกว่าได้แล้วครับ ช่วงนี้คุณก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะครับ ของหนักก็ห้ามยกเพราะมันจะเสี่ยงต่อการแท้ง ส่วนในเรื่องของอาหารก็ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ทั้งเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ และก็อย่าลืมดื่มนมด้วยนะครับ อ้อ…และอีกอย่างเรื่องบนเตียงช่วงนี้ก็ให้งดไปก่อนนะครับจนกว่าจะมีอ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   เมิ่งหลันป่วย???

    เมิ่งหลันป่วย???วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้ว ที่เมิ่งหลันและคนงานช่วยกันบรรจุของเพื่อทำถุงยังชีพ และทุกวันก็จะทำได้ประมาณหนึ่งพันชุดทุกวัน“คุณเมิ่งหลันคะ วันนี้มีคนมาโวยวายที่หน้าร้านอีกแล้วค่ะ” ซูเหวินเข้ามารายงานเมิ่งหลัน เพราะหลายวันมานี้มีคนต้องการมาซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง แต่ทางร้านไม่สามารถเปิดขายให้ได้ เพราะต้องนำไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน นั้นจึงสร้างความไม่พอใจกับลูกค้าบางคน“แล้วได้บอกเหมือนที่ฉันสั่งไว้หรือเปล่าจ๊ะ” เมิ่งหลันเองให้ลูกจ้างทุกคนนั้นบอกลูกค้าไปตามความจริง ว่าทางร้านไมาสามารถขายสินค้าให้ได้ ให้ไปหาซื้อที่อื่นก่อน “บอกแล้วค่ะ….” ทั้งสองพูดกันไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงดังโวยวายกันอยู่ที่ด้านนอก“เฮอะ ที่ไม่ยอมขายข้าวให้พวกฉัน เป็นเพราะว่าจะเอาไปขายให้กับทางการใช่หรือเปล่าล่ะ” เสียงลูกค้าที่เป็นสตรีเอ่ยขึ้น“ไม่อยากขายให้พวกเราก็พูดมาตรงๆเถอะ ไม่ต้องอ้างทางการหรอก มันน่าอาย” เธอยังพูดไม่หยุด“ทำมาเป็นบอกว่าเอาไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ฉันเองก็เดือดร้อนเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้ของพวกนี้กับฉันด้วย” ผู้หญิงทืี่มาด้วยกันเอ่ยขึ้น“ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเราก็ไม่มีเงินมากพอที่จะซ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

    ช่วยเหลือผู้ประสบภัย…….“ทำไมคุณถึงได้ทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ” เมิ่งหลันถามเหอตี้ที่พึ่งจะกลับมาจากที่ทำงาน ก็เห็นว่าสีหน้าของสามีนั้นไม่ค่อยจะดีนัก ทั้งที่ปกติแล้วเวลาที่เขากลับมาบ้านนั้นมักจะส่งยิ้มมาให้ก่อนเสมอเหอตี้ที่ได้ยินเมิ่งหลันถามก็ถอนหายใจ “วันนี้พี่ใหญ่มาหาผมที่ทำงานครับ” เขาเว้นหายใจไปช่วงหนึ่ง จึงทำให้เมิ่งหลันสงสัยเข้าไปอีก“พี่ใหญ่มาขอความช่วยเหลือน่ะครับ ตอนนี้ทางตอนเหนือเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรง ฝนตกหนักมาหลายวัน จนตอนนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ บางพื้นที่ก็มีน้ำป่าลงมาจากเขาทำให้บ้านเรือนเสียหายเป็นอย่างมาก” เหอตี้พูดพร้อมกับจ้องหน้าของภรรยา “แล้วยังไงต่อคะ” เมิ่งหลันอดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ที่เหอตี้ไม่ยอมพูดให้เสร็จเสียที“ตอนนี้ประชาชนในแถบนั้นหลายพันคนกำลังเดือดร้อนเรื่องอาหาร และที่อยู่อาศัย พี่ใหญ่เลยอยากจะขอให้คุณช่วยเรื่องอาหารครับ” เหอตี้พูดออกมาได้ในที่สุด ที่เขาไม่กล้าพูดออกมาในทีแรกเพราะกลัวว่าภรรยาจะไม่ยอมช่วยเหลือในเรื่องนี้ ทั้งๆที่เขาก็รู้แหละว่าเมิ่งหลันนั้นเป็นคนจิตใจดี แต่ในเรื่องนี้ที่ต้องช่วยคนจำนวนมากเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน“แค่นี้หรือคะ??” เม

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ธุรกิจขายเหล้า

    หลักจากวันที่ช่วยจางเย่วในวันนั้นก็ผ่านมาสองสัปดาห์แล้ว จางเย่วเองก็ไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านเดิม แต่มาเช่าบ้านเพื่อเปิดร้านค้าตามคำแนะนำของเมิ่งหลันแทนจางเย่วนั้นเปิดร้านขายของชำ ไม่ได้ขายครบทุกอย่างเหมือนร้านของเมิ่งหลัน เพราะเธอนั้นอยู่ตัวคนเดียว เธอจึงเลือกขายของจำพวก ข้าวสาร แป้ง น้ำตาล อาหารแห้ง“คุณจางคะ ของชุดนี้ฉันเตรียมให้แล้วนะคะ ส่วนครั้งหน้าคุณโทรมาบอกที่ร้านก็ได้ค่ะ ฉันจะให้เด็กไปเอาใบรายการที่ร้านให้เอง คุณจางจะได้ไม่ต้องลำบากมาเอง ไหนจะต้องดูแลร้านอีก” เมิ่งหลันที่ให้ความช่วยเหลือก็พร้อมที่จะช่วยแบบเต็มที่ อะไรที่พอช่วยได้ก็ช่วยทันทีถ้าไม่เดือดร้อนตัวเธอ“จะดีหรือคะ มันจะเป็นการรบกวนเกินไปหรือเปล่า ทีี่พวกคุณช่วยฉันเอาไว้ ฉันเองก็ตอบแทนไม่ไหวแล้วค่ะ” จางเย่วนั้นเกรงใจจริงๆ คนที่นี่ช่วยเธอเอาไว้ตั้งมากมาย ชดใช้ด้วยชีวิตก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนได้หมดหรือเปล่าและการที่เธอนั้นมีความกล้าเรื่องค้าขายก็เพราะผู้หญิงตรงหน้านี้ จางเย่วชื่นชมเมิ่งหลันเป็นอย่างมาก ผู้หญิงที่เก่งไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องการค้า การปกครองคน การดูแลครอบครัว ผู้หญิงคนนี้เก่งมากจริงๆ และเธอเองก็หวังที่จะเป

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ทวงสินเดิม

    “จะเป็นไปได้ยังไงครับ ในเมื่อเธอขอกลับบ้านเดิมไปตั้งหลายวันแล้วก็ยังไม่กลับมา ไม่รู้ว่าหนีไปกับชู้แล้วหรือเปล่า แล้วใครบอกให้พวกคุณมาที่นี่กัน แล้ว….” นายหนิวหันไปบอกเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ทันที แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อจางเย่วก็เอ่ยขึ้นทันที“ฉันเอง…” จางเย่วอดทนไม่ไหวต่อคำพูดของคนเป็นสามีจึงได้แสดงตัวออกมานายหนิวที่ได้ยินเสียงก็หันไปดู ก็เจอเข้ากับภรรยาของตนที่เข้าใจว่าตายไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน เขาเองก็ตกใจเป็นอย่างมาก ตาของเขาปูดโปนจนแทบจะถลำออกมา“นี่..นี่ เธอยังไม่ตะ..เธอกลับมาแล้วหรือ” ก่อนที่นายหนิวจะเผลอพูดอะไรออกไป เขาเองก็ดึงสติของตัวเองกลับมาเสียก่อน ในเมื่อเรื่องนี้ไม่มีคนรู้เห็นยังไงก็ไม่มีคนเอาผิดเขาได้“ใช่ฉันกลับมาแล้ว ว่าแต่คุณเถอะไปที่ไหนมาหรือคะ อย่าบอกนะว่าออกไปตามหาฉัน” จางเย่วถามขึ้น ทั้งที่รู้ว่าเขาคงออกไปตามสืบเรื่องของตน เพราะนี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ก็ยังไม่มีใครหรือเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าเจอศพของเธอ“เธอหายไปไหนมาหลายวันล่ะ รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงเธอมาก” นายหนิวหยิบยกคนอื่นมาอ้าง ทั้งที่ทุกคนก็รู้ว่าเธอเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปตามเจ้าหน้าที่มาทำเรื่องหย่าและทวงสินเด

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status