"โอ๊ะๆ นังนั่นมันรู้จักพี่แกด้วยเหรอ" คำพูดของปาล์มมี่ทำฉันต้องรีบหันไปมองและเป็นอย่างที่คิดไว้ คนที่เข้าไปคุยกับเฮียคือยัยเพลง
"..." ฉันไม่ได้ตอบคำถามเพื่อนแค่ยืนมองเฮียที่คุยอยู่กับแม่นั่น เขาหันมามองฉันแวบหนึ่งแล้วก็หันกลับไปคุยกับเพลงต่อถึงเฮียจะทำหน้ากระอักกระอ่วนใจแต่ก็เหมือนคนที่เคยคุยและรู้จักกันในระดับหนึ่งอยู่ดี
"ดูสายตายัยนั่นที่มองพี่แกสิ แล้วยิ้มแบบนั้นคือคิดว่าตัวเองเป็นนางเองละครเวทีเหรอ"
"ฉันไปสั่งน้ำนะ"
พอเดินไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ฉันก็ยืนแทรกกลางระหว่างสองคนนั้นแบบรู้ตัวว่าเสียมารยาทแต่คนมันไม่ชอบใจใครจะทำไม
"พี่คะ เอาชามะนาวแก้วนึง"
"ขอโทษนะใบชา เราคุยกับพี่เขาอยู่" ยัยเพลงหันมาพูดกับฉัน ถ้าให้เดาก็คงไม่รู้ว่าเราทั้งคู่อยู่ในสถานะไหนแล้วเฮียก็คงไม่อยากให้ฉันพูด
"เรามาสั่งน้ำ ทำไมไม่ไปคุยที่อื่น" ฉันตอบเสียงเรียบแล้วหันไปมองยับนั่นที่ยืนยิ้มอยู่
"พี่ฮ่องเต้ งั้นเราไปนั่งตรงนั้นด้วยกันไหมโต๊ะนั้นว่างพอดี" ยัยเพลงหันไปบอกเฮียแล้วยิ้มให้
ฉันหันไปมองเฮียบ้าง เขาไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา เฮียมองตอบแล้วก็เลื่อนสายตาไปมองยัยเพลง "พี่รีบไปเรียนครับ"
โอโฮ ร้อยวันพันปีไม่เคยได้ยินเฮียพูดแบบนี้กับฉันสักครั้งแต่กับยัยเพลงสุภาพออนโยนเหลือเกิน
บอกตามตรงมันโคตรเจ็บเลยถึงแม้ว่าเฮียจะปฏิเสธมันก็เถอะแต่แค่นี้ก็เหมือนฉันมีค่าน้อยกว่ายัยนั่นแล้ว ที่เฮียปฏิเสธไปคงไม่ใช่เพราะฉันหรอกแต่เพราะรีบไปเรียนอย่างที่บอกจริงๆ
"งั้นถ้าว่างตอบแชทเพลงบ้างนะคะ"
"..." เฮียไม่ได้ตอบ เขายิ้มนิดๆ แล้วรับกาแฟจากพนักงานก่อนจะมองฉันที่ยืนมองพนักงานอยู่ ถึงจะยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แต่ก็เหมือนไม่มีตัวตน "เธอจะเอาร่มไว้ใช้ไหม"
"..." ฉันหันไปมองร่มในมือของเขาแล้วรับมันมาถือไว้ "ขอบคุณนะ"
"ฉันเคยได้ยินพี่ฮ่องเต้เล่าให้ฟังว่ามีน้องข้างบ้านสอบคณะเดียวกับฉัน เป็นเธอหรอกเหรอ" ทันทีที่เฮียเดินออกไปยัยเพลงก็เริ่มหันมาสนใจฉันต่อ
จากที่เรียนด้วยกันมาเกือบเดือนและได้เห็นกิริยาท่าทาง คำพูดคำจาของผู้หญิงคนนี้ มองภายนอกแบบผิวเผินก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร แต่ความรู้สึกลึกๆฉันกลับมองว่ามันมีความร้ายกาจซ่อนอยู่ในรอยยิ้มและสายตาที่ส่งมาให้
แบบที่เพื่อนสองคนของฉันเคยพูดว่าผู้หญิงคนนี้ต่อหน้าและลับหลังเราเป็นคนละคนกัน ก็ไม่ต่างอะไรกับการใส่หน้ากากเจ้าหญิงเข้าหาเราแต่เบื้องหลังน่ากากนั่นฉันคงตัดสินไม่ได้ว่าเป็นคนดีหรือคนเลว จนกว่าวันหนึ่งเธอจะเผยท่าแท้ออกมาวันนั้นคงได้รู้
เพราะฉะนั้น ฉันก็จะทำแบบที่เธอทำบ้างเธอเองก็จะไม่รู้เหมือนกันว่าฉันคิดอะไรอยู่
"ใช่ ฉันเอง" พอเอื้อมมือไปรับแก้วจากพนักงานก็จ่ายเงินพร้อมกับหันมายิ้มให้ยัยเพลง "แล้วตอนนี้เขาไม่บอกเหรอว่าเราไม่ได้อยู่ข้างบ้านกันแล้ว"
"ไม่นะ เดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยพูดถึงเธอเลย"
"ออ" เจ็บโว้ย แต่ฉันต้องไม่แสดงออกให้ยัยนี่เห็นว่าแพ้เด็ดขาด เร็วเท่าความคิดฉันก็ส่งยิ้มให้ยัยเพลงอีกครั้ง "คงเพราะบางเรื่องมันเล่าให้คนนอกฟังไม่ได้ล่ะมั้ง เฮียเลยไม่พูดถึง"
"ไม่พูดถึงหรือไม่อยากพูดถึง"
"ไม่รู้สินะ ฉันไม่ใช่เฮียเต้" พูดจบฉันก็เดินออกมาจากตรงนั้นทันที
ตอนนี้ฉันกับยัยนั่นคงเปิดตัวเป็นศัตรูกันไปแล้วเรียบร้อย ถึงฉันจะไม่เปิดเผยว่ามีสถานะไหนกับเฮียแต่ผู้หญิงด้วยกันก็คงดูออก
หลังจากเลิกเรียนฉันก็มีนัดกับรุ่นพี่ไปซื้อหนังสือด้วยกันต่อ ยังโดนเพื่อนสองคนนั้นแซวไม่เลิกเรื่องฉันกับพี่นอร์ธเพราะคิดว่าเราแอบคุยกันอยู่
"มันมีหลายเล่ม เราไม่ต้องแย่งกันแล้วนะ" ฉันพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มรีบเลื่อนมือไปหยิบหนังสือบนชั้นวางมาถือไว้เพื่อเอาไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์
"..." รุ่นพี่ยิ้มแล้วเดินตามมา แต่ฉันเพิ่งเห็นว่าเขาเดินมาตัวเปล่าไม่หยิบหนังสือมาเลยสักเล่ม
"แล้วรุ่นพี่ไม่ซื้อเหรอ"
"ไม่ ฉันเปลี่ยนใจแล้วว่าจะยืมเธออ่าน ไม่อยากเสียเงินซื้อ" คนร่างสูงยิ้มแล้วเดินผ่านไปยืนรออยู่นอกร้าน
เหตุผลที่ฟังดูขี้งกที่สุดเลย! แต่ก็เป็นความคิดที่ดีสำหรับพวกชอบอ่านแต่ไม่ชอบสะสม ซึ่งฉันไม่ใช่ การมีไว้ในครอบครองมันอุ่นใจกว่าการยืมของคนอื่นมาอ่านแล้วสุดท้ายต้องเอาคืนเจ้าของ
พอจ่ายเงินหน้าเคาน์เตอร์เสร็จเราก็ออกมาจากร้าน รุ่นพี่พามาเลี้ยงข้าวต่อแล้วจึงกลับไปส่งที่คอนโด ดูเหมือนเราจะสนิทกันมากขึ้นนับจากวันแรกที่ได้คุยกัน ถึงแม้ตอนนั้นมันจะเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เพราะแย่งหนังสือกัน
แต่ตอนนี้กลับมองว่าผู้ชายคนนี้ช่างใจดีกับฉันเหลือเกิน และถ้าฉันไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป ยังไงก็ดูออกว่าเขากำลังรู้สึกดีๆกับฉันอยู่
เมื่อกลับมาถึงคอนโดก็เห็นเฮียนอนเล่นมือถืออยู่ตรงโซฟาที่เดิม คำถามที่ฉันเก็บไว้เมื่อตอนกลางวันเลยมีโอกาสได้ถามมันออกไปก่อนที่จะลืมเพราะทีแรกคิดว่าเขาจะไม่อยู่ซะอีก
"เฮียถามไรหน่อยดิ"
"อะไร" เจ้าของใบหน้าคมคายหันมามอบฉันที่กำลังหย่อนตัวนั่งลงตรงปลายเท้า
"เพลงเป็นชู้เฮียเหรอ"
"..." เฮียเต้ตวัดสายตากลับมามองฉันอีกครั้งแล้วก็เบือนหน้าหนี "พูดอะไรให้มันน่ารักๆหน่อย"
"แบบไหนที่เรียกน่ารัก แบบน้องเพลงของเฮียเหรอ"
"..." ดูท่าจะไปสะกิดโดนจุดดำในใจเข้าจริงๆถึงได้ทำเงียบแบบนี้
"เฮียรู้จักกับยัยนั่นตอนไหน"
"จะไปทำอะไรก็ไปทำได้ไหม ฉันไม่อยากคุย" ที่บ่ายเบี่ยงแบบนี้เฮียคงคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ใช่ไหม "เลิกถามเรื่องนี้ด้วย"
"ทำไมจะถามไม่ได้ล่ะ ในเมื่อสามีชากำลังจะมีชู้"
"ฉันไปทำแบบนั้นตอนไหน แล้วเธอ...เธอไปกับผู้ชายคนอื่นทุกวันมันไม่แย่ไปกว่าฉันอีกเหรอ" อยู่ ๆ เฮียก็ทำเสียงดังแล้วลุกขึ้นเดินหนีไปทางระเบียง
แล้วพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ฉันไปกับผู้ชายก็จริงแต่ไม่ได้มีอะไรสักนิดเดียว อีกอย่างเฮียไม่เคยจะสนใจฉันด้วยซ้ำฉันจะทำอะไรเฮียไม่เห็นจะอยากรู้
"ชาไม่ได้มีอะไรปิดบังเลยสักอย่าง เขาก็แค่รุ่นพี่ที่คณะแล้วยังเป็นลุงรหัสด้วย!" ฉันเพิ่งจะได้รู้เรื่องนี้มาเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เองเพราะแอบสืบจากรหัสมา อันที่จริงตอนนี้ยังไม่จบรับน้องทำให้ยังไม่ได้เปิดสายรหัสแต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นของเด็กปีหนึ่งแบบฉันถึงได้รู้ก่อนใคร
แต่ไม่ได้บอกให้พี่นอร์ธรู้หรอกว่าฉันรู้เรื่องนี้แล้ว เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกรุ่นพี่จะไม่ให้ปีหนึ่งรู้เพราะจะหมดสนุกเวลาแอบเอาของมาให้
"แล้วยังไง เธอไม่รู้สถานะตัวเองเหรอว่าควรอยู่แบบไหน คนแต่งงานแล้วไปกับผู้ชายมันเหมาะไหม" เฮียเต้ทำสีหน้าไม่พอใจออกมาแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นเฉยชาแบบเดิม "อย่าทำตัวให้พ่อแม่ฉันต้องผิดหวังเพราะมีลูกสะใภ้แย่ๆ"
มันก็ชินอยู่หรอกที่เคยได้ยินเฮียพูดอะไรแรงๆไม่ถนอมน้ำใจกันแบบนี้ แต่ความเคยชินไม่ได้แปลว่าเราจะไม่เจ็บปวดเลย
"แล้วเฮียล่ะ บริสุทธิ์ใจเรื่องของยัยเพลงเหรอ ดูก็รู้ว่าเฮียเห็นมันสำคัญกว่าเมียตัวเองอีก!"
"..." คนที่ถูกต่อว่ายืนเงียบ การที่เขาไม่แก้ตัวแปลว่าสิ่งที่ฉันพูดมันคือความจริงทั้งหมด!
"ถ้าเฮียอยากหย่า ชาขอเวลาอีกไม่เกินสามเดือน ชาจะไปบอกกับพ่อแม่เฮียเองว่าชามีคนอื่น" ถ้าเป็นตอนนี้มันคงเร็วเกินไป พ่อแม่ฉันคงอายคนอื่นแย่
"พูดบ้าๆอะไรของเธอรู้ตัวบ้างไหมว่ามันดูงี่เง่า"
"ไม่ได้บ้า ไม่ได้งี่เง่า ชาพูดจริงๆ"
"กลับไปทบทวนตัวเองใหม่เถอะใบชา ถึงตอนนี้ฉันจะไม่ได้รักเธอแต่ก็ไม่ได้อยากทำให้เธอดูแย่ในสายตาคนอื่น" พูดจบเขาก็เดินหนีฉันไปอีกรอบและครั้งนี้เขาออกไปจากห้องไม่ให้ฉันได้ตามไปกวนใจอีก
ตอนนี้ฉันไม่อยากโทษใครเลยนอกจากตัวเอง เพราะความคิดโง่ๆในวันนั้นถึงทำให้ตัวเองมาโดนเฮียทำร้ายจิตใจแบบนี้
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หันหลังจากระเบียงเดินเข้ามาในห้องนอน คำว่า 'ไม่ได้รัก'ของเฮียทำไมมันถึงได้ดังชัดเจนกว่าคำอื่นที่เขาพูดมาทั้งหมดเลยนะ แค่ประโยคเดียวนั่นก็เจ็บไปทั้งหัวใจแล้วเฮียจะรู้บ้างไหม
EP.13"เอามาอีก วันนี้ฉันต้องเมา!" "ชะนี แกใจเย็นๆนะ มีอะไรไหนเล่ามาก่อนจะได้ปลอบใจถูก"หลังจากที่ถูกเฮียย่ำยีจิตใจจนป่นปี้และทิ้งให้อยู่คนเดียวในห้อง ฉันก็โทรหาเพื่อนให้ออกมารับเพื่อดื่มให้ลืมเฮีย ฉันจะเลิกรักเขาตั้งแต่วันนี้ เวลานี้ และนับตั้งแต่วินาทีนี้ให้ได้!"แกดื่มไปเยอะแล้วนะชะนี""พวกแกก็พาฉันกลับไง ไม่ได้เหรอ..." เคยไหมที่แสดงออกเป็นคนเข้มแข็งอยู่ตลอด จนไม่กล้าร้องไห้ให้ใครเห็น แม้กระทั่งตอนนี้ที่อยากร้องไห้แทบตายแต่ฉันก็ร้องไม่ได้"ส่งได้แต่แกควรกลับแบบไม่ลำบาก""แค่วันเดียวเองฉันขอเมา รู้ไหมว่าวันนี้ฉันเจออะไรมาบ้าง" ตอนนี้ขอบตาฉันร้อนผ่าวแต่ก็ต้องสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อนห้ามตัวเองไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา"ใครทำอะไรแกเนี่ยชะนี แล้ววันนี้ถ้าตำรวจลงแกจะรอดไหม ฉันไม่ได้ห้ามแกหรอกถ้าอยากเมาแต่แกต้องคิดถึงตัวเองด้วย" ปาล์มมี่พูดเหมือนอยากตำหนิแต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นห่วง "เจ้าของแหวนวงนั้นเหรอที่ทำแกเจ็บ" ทิวลิปปรายตาลงไปมองแหวนสีเงินที่มีเพชรเม็ดเล็กๆฝังอยู่ เจ้าของเหรอ...เขาไม่ใช่เจ้าของมันสักหน่อยและคงไม่อยากเป็นด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะความตั้งใจของฉันทั้งหมดแต่สำห
EP.14หลังจากที่ปากเก่งบอกเฮียเต้ไปแบบนั้นฉันก็ยังคงนั่งร้องไห้อยู่บนตักของเขาจนตัวเองเผลอหลับไปเพราะความมึนเมา น่าแปลกที่คนบอกไม่รักกันนั่นไม่ผลักไสฉันออกไปสักที หรือกำลังรู้สึกผิดกับคำพูดตัวเองอยู่กันนะร่างปวกเปียกของฉันถูกอุ้มเข้ามาในห้อง ตอนนี้เองที่ฉันเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง เฮียเต้วางฉันลงกับเตียงนุ่มอย่างเบามือ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาอ่อนโยนกับฉันบ้าง "เฮียนอนห้องเฮียเถอะ ชาจะไปนอนข้างนอกเอง พรุ่งนี้ชาจะไปหาที่อยู่ใหม่แล้ว" ฉันพยายามยันตัวลุกขึ้นขณะที่เฮียเต้ยังคงนั่งอยู่ตรงขอบเตียงเงียบๆไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดมากอะไรขนาดนั้น"ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละ" เขาเอ่ยเสียงเรียบไม่ได้หันมามองกันเลยสักนิด"ชาจะไป อยู่แบบนี้เมื่อไหร่จะทำใจได้ล่ะ" พูดจบฉันก็ขยับมานั่งขอบเตียงข้างๆเฮีย ตอนนี้เลิกร้องไห้ไปแล้วแต่รู้สึกแสบตาเหลือเกินพรุ่งนี้มันคงบวมมากแน่ๆแต่โชคดีที่มันเป็นวันหยุดไม่ต้องอายสายตาชาวบ้าน"..." ได้ยินเสียงถอนหายใจของเฮียดังขึ้นอีกครั้ง เขาเองก็คงลำบากใจอยู่ไม่น้อยเพราะครอบครัวของเราค่อนข้างจะสนิทกัน ถ้าต้องหย่าทั้งที่แต่งงานกันไปไม่ถึงครึ่งปีแบบนี้คงดูไม่ดีแน่เรื่องน
EP.15สถานที่พักใจที่ดีทีสุดของฉันคือร้านหนังสือ ไม่ว่าจะเจอเรื่องราวเศร้าโศกเสียใจหรือผิดหวังอะไรมาฉันก็จะมาหลบอยู่ที่นี่เสมอ จำได้ว่าครั้งแรกที่มาร้านนี้เมื่อก่อนฉันมาเจอเฮียอยู่ที่นี่ มาแอบอ่านหนังสือในร้านของคุณตาที่ตอนนี้จากโลกนี้ไปแล้ว เหลือแค่น้าปราชญ์ที่สืบทอดกิจการอยู่ แต่มันค่อนข้างเงียบกว่าเมื่อก่อนมากเพราะเดี๋ยวนี้คนมักจะหันไปสนใจโลกออนไลน์มากกว่าการหยิบจับหนังสือสักเล่มมาอ่าน"ไม่เจอนานเลยใบชา" ผู้ชายอายุราว ๆสี่สิบเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม แกคือน้าปราชญ์เจ้าของร้านในตอนนี้"มัวแต่อ่านหนังสือสอบค่ะน้าปราชญ์ วันนี้มีเรื่องไหนมานำเสนอไหม""คงมีหลายเล่มเลยแหละ มานี่น้าจัดโซนนี้ไว้ให้รอเรากับฮ่องเต้มาเลย" น้าปราชญ์เดินนำเข้าไปในมุมหนึ่ง มันเคยเป็นมุมที่เฮียเคยแอบมาอ่านหนังสือในร้านกับฉันเมื่อตอนมอต้น นี่คงเป็นเรื่องเดียวที่เฮียยอมให้ฉันได้คุยได้เข้าใกล้เพราะตอนนั้นเฮียชอบอ่านการ์ตูนมาก แต่ตอนนี้คงเลิกชอบไปแล้วเหลือแต่ฉันที่ยังติดอยู่ที่เดิม กับความชอบแบบเดิมๆ"โห จะไม่ขายแล้วเหรอน้า ทำที่อ่านหนังสือให้ลูกค้าขนาดนี้" มันเป็นมุมเล็กๆที่มีพรมปูพื้นมีโต๊ะเตี้ยและโคมไฟตั้งอยู่ด้วย "เด
EP.16หลายวันมานี้เหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยระหว่างฉันกับเฮีย เพราะเขาเริ่มทำตัวดีกับฉันมาสักหน่อยอย่างช่วยทำกับข้าวบางมื้อ อยู่ห้องด้วยกันทุกคืนและไม่ออกไปเที่ยว ชวนดูหนัง ชวนเล่นเกมแล้วยังไปส่งเรียนตอนเช้าอีกด้วยคิดในแง่ดีเฮียอาจจะกำลังพยายามปรับตัวเข้าหาฉันอยู่ก็ได้ เพราะการแต่งงานแล้วต้องหย่ากันไปมันก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย "พวกแกฉันไปเข้าห้องน้ำนะ" ฉันบอกเพื่อนสองคนที่นั่งด้วยกันอยู่ตรงโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกสาขาการตลาดของเราระหว่างที่รอเรียนวิชาต่อไปในภาคบ่าย"ชะนี ฝากซื้อน้ำมาให้หน่อย เอาชามะนาว" ฉันพยักหน้าให้เพื่อนแล้วเดินลัดเลาะเพื่อไปยังตึกเรียนรวมจองคณะเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แต่ระหว่างทางที่กำลังจะเดินผ่านไปนั้นก็เจอกับยัยเพลงและเพื่อนอีกคนของยัยนั่นพอดี"..." ฉันเดินเลี่ยงมาอีกฝั่งและกำลังจะเดินผ่านไปแต่ยัยนั่นกลับเรียกไว้"ใบชา" เพลงส่งยิ้มมาให้เป็นรอยยิ้มที่ฉันเองก็เดาไม่ออกว่ามันสื่อถึงอะไร"มีอะไรหรือเปล่า""พอดีฉันเห็นว่าเธอสนิทกับพี่ฮ่องเต้ เลยอยากจะรบกวนเธออย่างหนึ่ง"ไม่รู้จริงๆว่าผู้หญิงคนนี้รับรู้เรื่องราวของเราขนาดไหนแต่ถ้าไม่รู้ก็คงเป็นคนที่น่าสงสารค
EP.17หลังจากที่ถูกลากกลับมายังห้องเดิมฉันก็เอาแต่นั่งเงียบเพราะไม่อยากคุยกับคนเห็นแก่ตัวแบบเฮียเต้ ขณะที่เขาก็นั่งเงียบไม่ต่างกันอยู่ตรงโซฟาเดี่ยวตัวข้างๆ"จะไปไหน" เสียงเข้มดุดันดังขึ้นเมื่อฉันหยัดตัวลุกจากโซฟา ร้อยวันพันปีไม่เคยสนใจตอนนี้คิดยังไงถึงต้องมาจับตาดูฉันทุกฝีก้าวขนาดนี้นะ"ไปอาบน้ำ"ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ฉันคือคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดแต่ตอนนี้ฉันกำลังจะชดใช้กับสิ่งที่ตัวเองก่อไว้แล้วไงทำไมเฮียถึงไม่ปล่อยให้ไปเพื่อที่ความรักของเฮียจะได้ราบรื่นหรือนี่ต่างหากที่เป็นผลกรรมจากการกระทำของฉันที่ไปทำลายความรักของคนอื่น"ขอถามหน่อยเถอะเฮียจะให้อยู่แบบนี้ ทรมานกันไปแบบนี้นะเหรอ""เมื่อก่อนเธอยังอยากอยู่กับฉันเลย" เฮียเต้ตอบเสียงเรียบแล้วตวัดสายตาคมกรีบมามองฉันที่ยืนอยู่"แต่ตอนนี้ไม่แล้ว""ทำไม มีผู้ชายคนใหม่มารอต่อคิวแล้วว่างั้น"น้ำเสียงประชดประชันแบบนี้ไม่คิดเลยว่ามันจะออกมาจากปากเฮีย"พูดบ้าอะไรของเฮีย" ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมาฉันก็พัวพันอยู่กับผู้ชายแค่สี่คน เป็นสาวสองไปแล้วสอง นอกจากเฮียแล้วก็มี..."ไอ้รุ่นพี่นั่นไง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้""รุ่นพี่ก็คือรุ่นพี่ ชาไม่ได้คิดเป็นอย่างอื
EP.18หลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมานอนอ่านการ์ตูนอยู่บนเตียงได้ไม่ถึงชั่วโมงเฮียก็ทำตัวแปลกๆแล้วขึ้นมานอนบนเตียงกับฉันโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ"หะ...เฮียจะทำอะไร" ฉันรีบถามเมื่อเฮียขยับนั่งพิงหัวเตียงอยู่ข้างๆเหมือนจะปักหลักอยู่ตรงนี้ไปอีกทั้งคืนเพราะเฮียเอาหมอนกับผ้าห่มกลับเข้ามาด้วย"ยืมอ่าน" เฮียตอบเสียงเรียบเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แถมยังใจดีแบ่งผ้าห่มให้อีกต่างหากทั้งที่ก่อนหน้านี้หวงยิ่งกว่าอะไร"หมายถึงมานอนตรงนี้ทำไม""แล้วทำไม" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยกับคำถามของฉัน "ไม่ทำไม..." ให้ตายเถอะ ถึงจะแต่งงานกันถูกต้องทุกอย่างแต่ฉันก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้หรอกนะ ตอนนั้นก็แค่หลอกเฮียว่าเรามีอะไรกันด้วยแต่ตอนนี้เฮียเริ่มแปลกไป ทั้งที่ก่อนหน้าผลักไสฉันแทบตาย พอถูกเขาเป็นฝ่ายเข้าหาแบบนี้มันก็แอบหวั่นใจเหมือนกันฉันไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นนอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่เงียบๆ ส่วนเฮียก็อ่านการ์ตูนอีกเล่มจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงคนร่างสูงก็เริ่มขยับตัวลงนอนบนเตียง"ถ้าเฮียนอนตรงนี้ ชาไปนอนโซฟาก็ได้""ไม่ต้องไป" ดวงตาคมที่เพิ่งปิดสนิทขยับเปิดกว้างอย่างช้าๆแล้วเบือนหน้าหันมามอง"เฮียอยาก
EP.19วันนี้เป็นวันที่ฉันนัดกับรุ่นพี่เพื่อไปกินหมูกระทะกัน เขาทักมาตั้งแต่ตอนเที่ยงเพราะคิดว่าฉันจะลืมไปแล้ว คนอย่างใบชานะเหรอจะลืมเรื่องกินหมูกระทะไม่มีทางหรอก"แกกับลุงรหัสนี่ยังไงน้า~" ปาล์มมี่เอ่ยแซวเมื่อถูกฉันชวนไปกินหมูกระทะด้วย ไม่สิ เรียกว่าบังคับมันไปเลยดีกว่าเพราะฉันไม่อยากถูกเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเวลาทะเลาะกัน"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละเพราะฉันต้องเอาแกไปด้วย""ฉันไม่อยากไป""ไม่ได้ แกต้องไปเพราะฉันบอกพี่เขาไปแล้วว่าจะมีเพื่อนไป""แต่ว่า..." ปาล์มมี่ทำท่าอิดออด อันที่จริงฉันจะลากพวกมันไปสองคนแต่วันนี้ทิวลิปดันกลับบ้านเพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี"ฉันเลี้ยง""โอเค ไปก็ไป" ทำไมมันตกลงง่ายจังวะ เมื่อกี้ยังทำเป็นเนิบนาบไม่อยากรับปากอยู่เลย ร้ายนักนะนังปาล์มมี่หลังจากเลิกเรียนเราสองคนก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปร้านด้วยกันไปจองโต๊ะก่อนเพราะรุ่นพี่เลิกเรียนหนึ่งทุ่มส่วนพวกเราเรียนวิชาสุดท้ายเสร็จตั้งแต่บ่ายสามโมงพอหกโมงเย็นพวกเราก็มานั่งที่ร้านกันก่อน เพราะที่นี่คนค่อนข้างเยอะถ้าหากมาช้าอาจจะไม่ได้ทานเลยก็ได้"แล้วตอนนี้แกกับสามีเป็นยังไง" เป็นคำถามที่น่าขำดีเหมือนกัน ยังเรียนอยู่แค่ปีหนึ่ง
EP.20 ปาล์มมี่มารับที่หน้าคอนโดทันทีหลังจากที่กดวางสาย จากนั้นก็พาฉันซ้อนมอเตอร์ไซค์มาร้านเหล้าที่เราเคยมาเที่ยวกันอยู่สองสามครั้ง แต่เพราะวันนี้เราสองคนแต่งตัวด้วยชุดนอนทั้งคู่เลยต้องแอบหลบสายตาชาวบ้านมาอยู่ไกลๆ"แกแน่ใจเหรอว่าชู้กับผัวแกมาร้านนี้"ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบ แต่จะเรียกชู้มันก็ไม่ถูกซะทีเดียวเพราะฉันต่างหากคือคนที่มาทีหลัง"แต่เขารักกันก่อนที่จะมาแต่งงานกับฉัน แบบนั้นเป็นฉันหรือเปล่าที่เป็นชู้วะ" ฉันพูดออกไป สายตาจับจ้องอยู่ตรงทางออกของประตู "แต่ฉันไม่รู้ว่าสองคนนั้นเขาคุยกันมาก่อน ไม่รู้ว่าถึงขั้นคบกันหรือเปล่า""ทำไมมันซับซ้อนจังวะ แล้วแกเคยเจอผู้หญิงคนนั้นไหม""..." จะตอบมันว่ายังไงดี ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่มันไม่ชอบขี้หน้าด้วยสิ "อืม แกก็รู้จัก""หา! ใครวะ" สิ้นคำถามสงสัยของยัยปาล์มมี่ผู้หญิงคนหนึ่งสภาพเมามายก็ถูกคนที่ฉันเห็นกันทุกวันประคองออกมาวินาทีนั้นราวกับหัวใจฉันหล่นวูบลงไปอยู่ถึงตาตุ่มเพราะผู้หญิงคนนั้นคือเพลงไม่มีผิดแน่ ส่วนผู้ชายคนนั้นก็คือเฮียเต้"นั่นไงผัวแกออกมาแล้ว! แล้วนังนั่น...นังเพลงไม่ใช่เหรอวะ!""..." ฉันรู้ว่าเพื่อนกำลังพูดอะไรแต่ส
EP.47พอกลับมาถึงห้องเฮียก็ได้รับสายจากแม่ของยัยแตมทันที คงเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อชั่วโมงถึงหูแล้วอย่างแน่นอน เฮียเต้วางโทรศัพท์มือถือเครื่องราคาแพงลงกับโต๊ะกินข้าวเลื่อนนิ้วเรียวไปเปิดลำโพงให้ดังจนฉันได้ยินด้วยอีกคน การกระทำของเฮียทำให้ฉันรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย เพราะเหมือนเขาตั้งใจจะเปิดเผยทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาให้ฉันได้รับรู้ด้วยทุกอย่าง ไม่ใช่แค่คำพูดหวานๆเพียงอย่างเดียว"ครับ"(ฮ่องเต้ สะดวกคุยไหมเอ่ย) เสียงของผู้หญิงที่ดูมีอายุพูดขึ้น น้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนคนที่กำลังสงวนท่าทีตัวเองอยู่"มีอะไรหรือเปล่าครับ" เฮียเงยหน้าสบตากับฉันที่เงียบฟังแล้วพิงหลังกับเก้าอี้กอดอกรอฟังยัยป้าคนนั้นพูด(ป้าได้ยินมาว่าน้องโดนทำร้ายร่างกาย แล้วก็โดนเพื่อนต่อว่า)"..." ฉันได้ยินเฮียถอนหายใจออกมาอย่างนึกรำคาญ จากนั้นก็พูดแบบไม่มีช่องว่างให้ป้าคนนั้นได้แทรกเลย "ใช่ครับแตมโดนตบเพราะแตมไปทำร้ายแฟนผมก่อน แฟนผมโดนแตมขังไว้ในห้องน้ำ ถ้าไม่มีใครรู้คงได้อยู่แบบนั้นถึงเช้าแน่ เรื่องนี้ผมเอาไปแจ้งความได้เลยนะครับจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้เพราะภาพจากกล้องคงเห็นทุกอย่าง"(ออ งั้นก็ขอโทษแทนยัยแตมด้วยนะ แล้วเรื่
EP.46หลายสัปดาห์ต่อมาเพราะตอนนี้เป็นช่วงเปิดเทอมภาคเรียนที่สองแล้วทำให้กิจกรรมรับน้องไม่ได้มีเยอะเหมือนในเทอมแรก จะมีแค่บางคณะที่ยังรับน้องยาวมาถึงช่วงต้นเทอมสองอย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์คณะของเฮีย"พี่ใบชา!" เสียงของญานินรุ่นน้องต่างคณะที่เป็นแฟนสาวของพี่ทศกัณฐ์ เฮ้ดว้ากของคณะนี้โบกมือเรียกฉันทันทีที่เห็น ตอนนี้ฉันเข้ามาในคณะของเฮียเต้เพราะต้องมารอเฮียจัดกิจกรรมรับน้อง วันนี้มีกิจกรรมสำคัญของคณะเฮียบอกว่าจะเลิกดึกจึงให้ฉันมารอที่นี่กับน้องญานินแทน"พวกเฮียไปรับน้องแล้วเหรอ""ใช่ค่ะ เพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เอง พี่กินผลไม้ไหม นินซื้อมาเผื่อเยอะเลย" สาวรุ่นน้องยื่นผลไม้มาวางตรงหน้า ฉันจึงยิ้มขอบคุณแล้วนั่งคุยเล่นกับเธอ ตั้งแต่วันที่ไปเที่ยวด้วยกันสองวันเราก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นรอจนถึงสามทุ่มพวกเฮียก็ยังไม่เลิก แต่ได้ยินเสียงเอะอะจากกิจกรรมรับน้องตรงลานกิจกรรมหรือที่ทุกคนในมหาวิทยาลัยจะเรียกมันว่าลานเกียร์ของคณะนี้ "ทำไมเลิกช้าขนาดนี้ล่ะ ทีแรกพวกรุ่นพี่บอกว่าสองทุ่มครึ่งไม่ใช่เหรอ" "พี่ทศกัณฐ์บอกว่ามีรุ่นน้องสาขาอุตส่าห์การคนหนึ่งทำตัวมีปัญหาค่ะเลยต้องเพิ่มบททดสอบ"ฉันพยักหน้าเข้าใจแล้วเดิ
EP.45พอมาถึงที่ป่าสนซึ่งเป็นสถานที่ตั้งแคมป์ของพวกเรา ทุกคนก็พากันกางเต็นท์ของตัวเอง จะมีก็แต่คู่เราเนี่ยแหละที่งอนกันอยู่ เฮียมันก็แกล้งเงียบใส่ฉันอยู่ได้ถ้าทำแบบนี้ใครมันจะไปอยากอยู่ด้วยอึดอัดใจจะตายไป"สาวๆ พี่ขอนอนด้วยได้ไหม" ฉันเดินดุ่มๆไปหาสองสาวรุ่นน้องที่กำลังช่วยกันกางเต็นท์อยู่โดยไม่สนใจเฮียที่ทำหน้าขรึมกางเต็นท์อยู่คนเดียว"ได้สิคะพี่ใบชา" น้องใบเฟิร์นตอบแล้วส่งยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร"เป็นอะไรอีกเนี่ย มาคุยกันดีๆ" พอฉันเดินกลับที่กระเป๋าเพื่อที่จะหยิบมันมาที่เต็นท์ของเด็กๆเฮียเต้ก็พูดขึ้นจากด้านหลัง แล้วเข้ามาดึงแขนฉันให้เดินตามไปแต่ฉันก็สะบัดแขนตัวเองออกแล้วจ้องหน้าเฮียกลับด้วยความหงุดหงิด"ชาอยากนอนกับน้อง ๆค่ะ เป็นผู้หญิงเหมือนกัน""..." เฮียถอนหายใจออกมาแล้วเท้าเอวมองฉันนิ่งเหมือนคนกำลังพยายามใจเย็นแล้วน้ำเสียงก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "ใบชา""..." ฉันเบือนหน้าหนีก่อนจะหยิบกระเป๋าของตัวเองและเอื้อมมือไปหยิบแต่ไม่ทันคนที่มือไวกว่าคว้ากระเป๋าฉันไปถือไว้สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อย "อะไรของเฮียเนี่ย""จะเอาไปเก็บให้" ว่าแล้วเขาก็เดินไปที่เต็นท์แล้วโย
EP.44พอโดนเฮียดุยัยนั่นก็หน้าซีดยอมไปกับเพื่อนเลย ทีฉันน่ะขนาดใช้กำลังแล้วยังไม่กลัว "ทำแบบนี้จะไม่ไปฟ้องแม่เหรอ""จะฟ้องก็ฟ้องเถอะ เฮียบอกแม่ไปแล้วด้วยว่าเด็กมันก้าวก่ายเกินไป แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรแปลว่าเข้าใจ" เฮียทำหน้าขรึมเหมือนกำลังหงุดหงิดอยู่จริงๆ "ช่วงแรก ๆก็พอรับได้นะ เฮียคิดว่าเป็นเด็กปีหนึ่งเลยต้องช่วยเหลือ แต่หลังๆมามันไม่ใช่แล้วไง เพื่อนก็มีแต่ยังมารบกวนเราอีก""ก็เด็กมันชอบไง" ฉันพูดแล้วยิ้มกวนๆส่งให้เฮียเต้ ที่หันมามองกันอย่างไม่ชอบใจ "ไม่หึงหน่อยเหรอ" "หึงทำไม ก็เฮียทำให้ชาไว้ใจแล้วนี่" พูดไปอย่างนั้นแหละทั้งที่แทบจะลงไปตบกับยัยแตมที่หน้าห้องน้ำร้านกาแฟแล้ว ต่อให้ไว้ใจแค่ไหนถ้าผู้หญิงมันให้ท่าก็ต้องจัดการ "แต่เห็นว่าชาไว้ใจเฮียก็อย่าทำให้ผิดหวัง ไม่อย่างนั้นชาจะเอาอีโต้มาฟันของเฮียแล้วสับให้เละ!""โหดจัง เปลี่ยนจากอีโต้เป็นอย่างอื่นแทนได้ไหม""ไม่คุยด้วยดีกว่า หิวข้าวจะแย่แล้วนะ" ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้เข้าทางเฮีย เอะอะหยอดเข้าหาเรื่องบนเตียงตลอด หลังจากเราไปทานข้าวกันเสร็จเฮียก็พากลับคอนโด เพราะต้องอ่านทบทวนเพื่อสอบวันพรุ่งนี้ต่อ ช่วงนี้ฉันเลยถูกหิ้วไปมาอย่า
EP.43หลายวันต่อมาเพราะช่วงนี้เป็นช่วงสอบ ฉันที่เพิ่งกลับมาจึงต้องอยู่ห้องรอเฮียกลับทุกวัน จะมีบางวันที่เพื่อนมันไม่มีสอบก็จะพาฉันมานั่งเล่นร้านกาแฟที่พวกมันไปนั่งอ่านหนังสือด้วย อย่างเช่นวันนี้"แก! นังเด็กนั่นไงที่ไปกับผัวแก" ปาล์มมี่กระซิบตอนที่ฉันกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่เงียบๆ มันบุ้ยปากไปทางผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันเคยเห็นผ่านรูปถ่าย เป็นคนที่เฮียบอกว่าแม่ของนางฝากดูแลแต่เฮียก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อยที่เด็กคนนี้ชอบก้าวก่ายชีวิตหลายอย่างและเอาแต่ใจเหมือนลูกคุณหนู"เป็นอะไรยัยแตม" ฉันและเพื่อนต่างเงียบฟังบทสนทนาของโต๊ะนั้นอย่างเสียมารยาท เพราะอยากรู้นิสัยใจคอของยัยนี่ว่าที่จริงแล้วเป็นคนยังไงกันแน่"ผู้ชายไม่รับโทรศัพท์""พี่ฮ่องเต้เหรอ กูได้ข่าวว่าเขามีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ" "แล้วไง" ยัยแตมนั่นพูดแล้วแสยะยิ้มนิดหน่อยอย่างหน้าหมั่นไส้ "อยู่ไกลกันขนาดนั้น ไม่เห็นรอดสักคู่"ฉันอยากจะทึ้งหัวยัยนั่นตอนนี้เหลือเกินแต่การอยู่เงียบๆรอเชือดนิ่มๆน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า"พี่เขาไปเรียนปีเดียวไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็กลับมาหรือเปล่า""อืม แต่ฉันว่าตอนนี้พี่ฮ่องเต้ก็คงเริ่มเบื่อๆแล้วหรือเปล่าวะ ผู้ชายยังไงก็คื
EP.42"มาถึงก็จะกินเลยเหรอ" ฉันเม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างเขินเมื่อพูดคำนั้นออกไป "อืม โทษฐานที่ทำให้ต้องนอนคนเดียวมาหนึ่งปีเต็ม แล้วยังจะมาแกล้งกันวันนี้อีก" เสียงเข้มเอ่ยอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันนิ่ง แต่ฉันแอบเห็นความปรารถนาในแววตาคู่นั้นจนทำให้หัวใจของฉันวูบไหว"งั้นก็..." คำพูดของฉันถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อถูกริมฝีปากหยักปิดปากบางของฉันแบบไม่รีรอ ก่อนจะบดขยี้รุนแรงเอาแต่ใจ ราวกับจะลงโทษที่ฉันหลอกให้เฮียกังวลมาทั้งคืนเรียวลิ้นที่ช่ำชองไล่กวาดเอาความหวานภายในโพรงปากจนฉันแทบหายใจไม่ทัน เมื่อพยายามจะปิดริมฝีปากหนีเพื่อหยุดการกระทำนั้นและเรียกหาอากาศหายใจ กลับถูกฟันคมขบเม้มลงมาที่ริมฝีปากล่างอย่างจงใจ"อื้อ!""คิดถึงมากเลยรู้ไหม" เฮียเต้ยอมขยับริมฝีปากออก ฉันรีบสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วมองค้อนแต่ก็ต้องเม้มปากเข้าหากันอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแหบพร่าและนัยน์ตาสีเข้มที่ส่งความปรารถนาร้อนแรงอย่างกับเปลวไฟที่ลุกโชน"ชาก็คิดถึงเฮียค่ะ" ฉันตอบเสียงนุ่มแผ่วเบา ตวัดแขนโอบรอบลำคอแกร่งและส่งสายตาหวานๆให้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่เฝ้าคิดถึงมานานแรมปีได้ยินเสียงหัวเราะใ
EP.41หกเดือนต่อมา"แม่อยู่ไหนแล้วคะ มาถึงหรือยัง"(อยู่รอใกล้ๆ ทางออกประตูสองลูก)"อ๊ะ เห็นแล้วค่ะ"ฉันยิ้มกว้างกับตัวเอง ไพล่มือไปด้านหลังเพื่อยัดโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วจึงลากกระเป๋าเดินทางเดินลงมายังชั้นล่างที่พ่อกับแม่ยืนรออยู่เรื่องที่กลับมาไทยวันนี้มีแค่แม่กับพ่อที่รู้เพราะฉันบอกกับคนอื่นว่าจะกลับในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากอยากมาดูอะไรให้เห็นกับตาตัวเองสักหน่อย"พ่อแม่! ชาคิดถึงที่สุดเลย " ฉันรีบโผกอดพ่อกับแม่ด้วยความคิดถึงหลังจากที่พวกเราไม่ได้เจอกับเกือบครึ่งปี เพราะก่อนหน้านี้พวกท่านเคยเดินทางไปเที่ยวหากันที่เยอรมันมาครั้งหนึ่งครั้งนั้นเฮียก็เกือบจะไปด้วยเหมือนกันแต่ดันติดงานใหญ่ของคณะซะก่อนเพราะเป็นช่วงที่กำลังขึ้นปีสามและมีกิจกรรมรับน้องอีกจนแทบไม่มีเวลา"ทำไมถึงแอบมาแบบนี้ล่ะลูก จะไม่ให้ฮ่องเต้รู้หน่อยเหรอ" แม่ถามอย่างไม่เข้าใจตอนที่เรากลับมาถึงบ้าน"มาเซอร์ไพรส์ค่ะ แม่อย่าเพิ่งบอกใครนะ"เป็นเซอร์ไพรส์แบบต้องมีคนตายไปข้าง เพราะก่อนหน้านี้ไอ้เพื่อนรักสองคนของฉันมันส่งรูปที่เฮียพาเด็กปีหนึ่งหน้าตาน่ารักขึ้นรถแล้วยังมีตอนที่พาไปกินข้าวอีกเฉพาะตอนที่เพื่
EP.40หกเดือนต่อมา "แม่อยู่ไหนแล้วคะ มาถึงหรือยัง" (อยู่รอใกล้ๆทางออกประตูสองลูก) "อ๊ะ เห็นแล้วค่ะ" ฉันยิ้มกว้างกับตัวเอง ไพล่มือไปด้านหลังเพื่อยัดโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วจึงลากกระเป๋าเดินทางเดินลงมายังชั้นล่างที่พ่อกับแม่ยืนรออยู่ เรื่องที่กลับมาไทยวันนี้มีแค่แม่กับพ่อที่รู้เพราะฉันบอกกับคนอื่นว่าจะกลับในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากอยากมาดูอะไรให้เห็นกับตาตัวเองสักหน่อย"พ่อแม่! ชาคิดถึงที่สุดเลย " ฉันรีบโผกอดพ่อกับแม่ด้วยความคิดถึงหลังจากที่พวกเราไม่ได้เจอกับเกือบครึ่งปี เพราะก่อนหน้านี้พวกท่านเคยเดินทางไปเที่ยวหากันที่เยอรมันมาครั้งหนึ่งครั้งนั้นเฮียก็เกือบจะไปด้วยเหมือนกันแต่ดันติดงานใหญ่ของคณะซะก่อนเพราะเป็นช่วงที่กำลังขึ้นปีสามและมีกิจกรรมรับน้องอีกจนแทบไม่มีเวลา"ทำไมถึงแอบมาแบบนี้ล่ะลูก จะไม่ให้ฮ่องเต้รู้หน่อยเหรอ" แม่ถามอย่างไม่เข้าใจตอนที่เรากลับมาถึงบ้าน "มาเซอร์ไพรส์ค่ะ แม่อย่าเพิ่งบอกใครนะ" เป็นเซอร์ไพรส์แบบต้องมีคนตายไปข้าง เพราะก่อนหน้านี้ไอ้เพื่อนรักสองคนของฉันมันส่งรูปที่เฮียพาเด็กปีหนึ่งหน้าตาน่ารักขึ้นรถแล้วยังมีตอนที่พาไปกินข้าวอีก เฉพาะตอ
EP.39ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าตัวเองได้ทำอะไรพลาดไป ตอนที่ผมรอฟังคำอวยพรจากใบชาถึงได้รู้ว่าเธอเองก็คงจะรอฟังคำบอกรักจากผมเช่นกัน หวังว่าตอนนี้ชายังอยากจะได้ยินคำนั้นจากเฮียอยู่นะ ผมตั้งท่าจะโทรไปหาเธอทันที ถึงค่าโทรจะแสนแพงแต่เฮียก็ยอมเสียถ้าได้คุยกับชา นาทีเป็นหมื่นก็ยอมคิดแล้วก็เขินเลย...'ไม่ต้องโทรมานะ ชามาเรียนภาษาเลิกสองทุ่ม'แล้วความสุขที่ส่องสว่างของผมก็ถูกหรี่ไฟลงเมื่อเธอส่งข้อความมาอีกรอบ "โอ้โห่ อารมณ์มึงขึ้นลงยิ่งกว่าหุ้นอีกนะ" รอยยิ้มที่เกิดขึ้นมาบนใบหน้าแบบไม่ได้ตั้งใจของผมต้องหุบลงเมื่อเสียงของไอ้คิวดังขึ้นพร้อมกับข้อความของใบชาHongtae: งั้นอีกสองชั่วโมงเฮียโทรหานะไม่เป็นไร รอได้อยู่แล้ว นี่ก็รอมาตั้งร้อยแปดสิบห้าวันแค่อีกสองชั่วโมงเองที่จะได้ฟังเสียงในรอบสิบวันจะเป็นอะไรไป"กูกลับนะ มึงเคลียบิลจ่ายเลยแล้วบอกกูในไลน์" ว่าแล้วผมก็ยัดโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋ากางเกงหยิบของขวัญจากเมียขึ้นมาถือไว้อย่างหวงแหน เฮียจะใส่มันทุกวันเลย ถ้ากางเกงบ็อกเซอร์มันมีช่องให้ใส่เข็มขัดเฮียก็จะใส่ตอนนอนด้วย เสียดายที่มันไม่มี"เดี๋ยว" เสียงของไอ้นธีร้องท้วงทำให้ผมต้องหันหลังกลับไปมองอีกครั้งแ