Beranda / โรแมนติก / เมียบำเรอพ่อเลี้ยง / บทที่ 3 ~ พ่อเลี้ยงพันแสง

Share

บทที่ 3 ~ พ่อเลี้ยงพันแสง

last update Terakhir Diperbarui: 2024-11-26 21:57:42

บทที่ 3 ~ พ่อเลี้ยงพันแสง

ร่างเล็กบอบบางสวมกางเกงขายาวสีดำเสื้อเชิ้ตพอดีตัวสีดำเช่นกัน รวบผมมวยต่ำไว้ด้านหลังไร้การแต่งเติมใดใดบนใบหน้า ก้าวเท้าขึ้นบนศาลาตั้งศพที่เงียบเหงาร้างผู้คน

พ่อเลี้ยงตา ปรวี จิตกูร พ่อของเธอได้ทำบาปทำกรรมไว้มากมาย เขาทั้งรุกล้ำผืนป่าโดยใช้อำนาจการเมืองในมือ ขับไล่ชาวบ้านให้ออกนอกพื้นที่เพื่อที่จะได้เข้าครอบครอง ยังไม่นับรวมเรื่องอื่นที่หมกเม็ดไว้แม้แต่เธอซึ่งเป็นลูกสาวยังไม่อาจรับรู้เรื่องพวกนั้นได้จนหมด

เธอมองโลงศพเรียบง่ายมีเพียงดอกไม้สดไม่มากนักและพวงหรีดจากเพื่อนไม่กี่คน แต่ที่สะดุดตาเธอที่สุดคงเป็นของคุณน้าระพีแม่ของพ่อเลี้ยงพันแสง

ดอกไม้สดราคาแพงสีขาวนวลตา ไม่มีคำกล่าวแสดงความอาลัย มีเพียงชื่อเท่านั้นที่ติดอยุ่บนพวงหรีด

ร่างเล็กยังยืนนิ่งเมื่อขึ้นมาบนศาลา ศศินานึกถึงงานศพอีกงานยามเธอยังเด็ก แม่ของเธอเองก็ด่วนจากไปเสียก่อนแต่เธอยังพอจดจำท่านได้ในบางความทรงจำ

ถือเป็นความโชคดีของแม่แล้วที่ไม่ต้องอยู่รับรู้เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับไร่เดือนฉายที่ท่านรัก

“มาสักทีนะพวกคนกรุง”

เสียกระแหนะกระแหนดังขึ้นด้านหลังเธอ ศศินากลับหลังหันมองถึงได้เห็นคุณน้าศรีนวล เมียใหม่ของพ่อและลูกติด เธอมองคนทั้งคู่อย่างละเอียดมากกว่าครั้งยังวัยเยาว์  

“ค่ะไม่ได้เจอกันเสียนาน หวังว่าคงสบายดีนะคะ”

“สบายกับผีน่ะสิ พ่อแกไม่ทิ้งทรัพย์สมบัติไว้สักกระผีก มีแต่หนี้สินกองท่วมหัว โอ้ย! มานี่ก็ดีช่วยจ่ายค่างานศพให้ด้วย แต่ละวันค่าศาลาเอย ค่าอาหารเลี้ยงแขก ไหนจะใส่ซองพระอีก”

“ไหนแม่อุ๊บอกว่าพ่อเลี้ยงพันแสงจัดการแล้วยังไงคะ”

ศรีนวลเม้มปากหน้าแดงซ่านขึ้นทันควันเมื่อศศินาสวนกลับอย่างรู้ทัน จ้องตอบเธอไม่ลดละแม้จะร่างเล็กกว่า

“เขาจะจ่ายให้ได้ยังไง เขาไม่ได้เป็นอะไรกับเรา”

ศรีนวลเอ่ยค้านน้ำเสียงประชดประชัน แล้วกระแทกเท้าเดินย่ำส้นเข้าไปด้านในศาลาจุดธูปไหว้ศพแล้วไปนั่งรอพระสวด

ดวงหน้าหวานของศศินาได้แต่มองตามแม่เลี้ยงหน้าง้ำลากลูกติดที่เป็นหญิงสาวหน้าตาดีอายุไล่ ๆ กับเธอให้ตามไปด้วย

พอใกล้เวลาสวดบนศาลายิ่งเงียบเหงา คนที่มามีเพียงชาวบ้านไม่กี่คนที่ยังพอมีน้ำใจมางาน และเข้ามาแสดงความเสียใจด้วยกับเธอ

ศศินาทำได้เพียงพยักหน้ารับคำพูดแสดงอาการเสียใจโดยที่เธอไม่รู้สึกเช่นนั้นแม้น้อยนิด ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเธอ เขาทิ้งเธอไว้ที่ไร่แล้วย้ายไปอยู่กับแม่เลี้ยงคนใหม่ เธอเติบโตขึ้นมาโดยที่มีแม่อุ๊คอยดูแลและคุณน้าระพีไร่ข้างเคียงคอยช่วยเหลือ ผู้จัดการไร่ทำหน้าที่นำเงินมามอบให้ที่บ้านทุกต้นเดือนสม่ำเสมอ

ตอนนี้พระได้สวดอภิธรรมจบเรียบร้อย คงถึงเวลาต้องกลับเช่นกัน พ่อเลี้ยงพันแสงจัดการแทนเธอทุกอย่างก่อนที่เธอจะกลับขึ้นมา ทำให้ศพของพ่อเธอตั้งอยู่ในตัวอำเภอ แทนที่จะตั้งอยู่ในวัดในหมู่บ้าน

“พ่อเลี้ยงมา!!”

ศศินาได้ยินเสียงศรีนวลกระซิบบอกลูกสาวน้ำเสียงตื่นเต้น พ่อเลี้ยง? คงจะหมายถึงพ่อเลี้ยงพันแสงสินะ เธอสังเกตว่าแม่เลี้ยงฉุดมือลูกสาวขึ้นเดินออกไปยังด้านนอกศาลา ร่างเล็กบอบบางยังนั่งแผ่นหลังเหยียดตรงอยู่ที่เดิม

“เดือน”

เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือศีรษะ เสียงต่ำนุ่มที่เธอจำได้เสมอมา มีเงาทอดลงผ่านปลายเท้าของเธอก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงไอร้อนด้านข้าง

“พ่อเลี้ยงเดี๋ยวศรีนวลจุดธูปเคารพศพให้นะคะ”

เสียงแม่เลี้ยงของเธอประจบประแจงเอาใจฉุดมือลูกสาวให้เดินไปยังธูปเทียนหน้าโลง

“ไม่ต้อง”

ศศินาบิดมุมปากเมื่อได้ยินเสียงของพันแสงเอ่ยสั่งขึ้น เธอไม่แปลกใจสักนิดที่เขาไม่เคารพศพคนตาย แต่เธอใคร่สงสัยเช่นกันว่าเขาจะมาทำไม

แม่เลี้ยงศรีนวลชะงักมือที่กำลังเอื้อมหยิบธูป มองหน้าลูกสาวเลิ่กลั่ก

พันแสงยังจ้องศศินาเขม็งตั้งแต่เขาก้าวขึ้นศาลาตั้งศพ ร่างบอบบางของศศินาไม่เปลี่ยน หากเพียงมีน้ำมีนวลขึ้นเพราะความสาวสะพรั่งกว่าวัยเยาว์ ใบหน้าอิ่มนวลแม้จะซีดเซียวจากการเดินทางไกล เขารู้ว่าเธอไม่เสียใจแม้แต่น้อยที่พ่อเลี้ยงตาเสียชีวิตลง

“เดี๋ยวฉันไปส่งที่ไร่”

“คงไม่ต้องรบกวนพ่อเลี้ยงหรอกค่ะ ป้ออุ๊ยคำจะเป็นคนไปส่งฉันเอง”

“ฉันให้ลุงคำกลับไปแล้ว”

คำนี้เรียกความสนใจจากหญิงสาวได้ในที่สุด พันแสงจ้องดวงตากลมโตดุจกวางที่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกทุกอย่าง ยามเธอหัวเราะดวงตาของเธอจะสดใสดั่งกวางน้อยที่วิ่งเล่นในป่ากว้าง แต่หากยามหวาดกลัวดวงตากลมโตดวงนี้จะดูราวกวางวิ่งหนีไฟป่าดั่งเช่นที่เขาเคยเห็นเมื่อยามเธอเป็นเด็กสาว พ่อเลี้ยงตาไม่ใช่พ่อที่ดีสักเท่าไร

ดวงตากวางน้อยตัวนี้กำลังแปรเปลี่ยนเป็นโกรธขึ้งและวาวแสง ใบหน้าหวานที่เห็นเค้าลางความสวยเมื่อวัยเยาว์กลายเป็นสาวโฉมงามในที่สุด

“คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นพ่อเลี้ยง”

“เราแค่มีเรื่องต้องคุยกัน”

หางตากลมโตของศศินาเห็นแม่เลี้ยงและลูกสาวของหล่อนเดินวนไปวนมาใกล้ ๆ แม้ใจไม่อยากอยู่ใกล้เขา แต่ในเมื่อปัญหาไม่อาจหลีกหนีได้ ศศินาจึงพยักหน้าตอบตกลง

“งั้นกลับกันเลย ไม่อยากให้ดึก”

พ่อเลี้ยงพันแสงลุกขึ้นยืนรอให้ศศินาลุกตาม เธอลุกขึ้นช้า ๆ หยิบกระเป๋าสะพายไหล่แล้วออกเดินตามโดยไม่เอ่ยลาแม่เลี้ยงที่มองตามด้วยแววตาแค้นเคือง

ศศินามองไหล่กว้างในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มของคนทำงาน กางเกงยีนส์สีเข้มแนบไปกับต้นขาใหญ่แกร่งที่ก้าวเท้าอย่างคนมีความมุ่งมั่นและเด็ดขาด

รูปร่างพ่อเลี้ยงพันแสงเปลี่ยนไปมากนับจากที่เธอเห็นเขาครั้งสุดท้าย ปีนี้เขาคงอายุสามสิบสองแล้วสินะ เธอยังจดจำวันที่ฉลองวันเกิดครั้งสุดท้ายกับเขาได้แม่นยำ เค้กวันเกิดที่เธอหัดทำครั้งแรกและพังไม่เป็นท่า เสียงหัวเราะต่ำและรอยยิ้มกว้างใบหน้าสีทองแดงยังติดตรึงอยู่ในใจเธอ

“เชิญ”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมเปิดประตูฝั่งซ้ายของคนขับ เธอมองรถกระบะสี่ประตูยกสูงที่เหมาะสำหรับใช้งานในไร่และลุยน้ำได้ยามหน้าฝน

ศศินาก้าวขาเหยียบบันไดข้างรถมือจับประตูไว้กำลังจะโหนตัวเองขึ้นทุลักทุเลเล็กน้อย พลันมือร้อนจับเอวเล็กของเธอยกขึ้นวางบนเบาะ เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ด้านหลังยิ่งทำให้เธอขุ่นเคืองใจ

ปัง!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 4 ~ เมียบำเรอ

    บทที่ 4 ~ เมียบำเรอแอร์ในรถเย็นฉ่ำขณะที่วิ่งออกนอกตัวอำเภอขึ้นบนเขาเพื่อกลับไปยังไร่“นี่ไม่คิดจะพูดอะไรสักคำหรือไง”ศศินาเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินน้ำเสียงหยอกเย้าของคนด้านข้าง“พ่อเลี้ยงบอกว่ามีเรื่องต้องคุย”เธอพลันรู้สึกได้ถึงบรรยากาศในรถที่เปลี่ยนไป มีเสียงลมหายใจกระชั้นขึ้นเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงต่ำ“เดือนรู้หรือเปล่าว่าไร่ถูกเปลี่ยนมือไปแล้ว”“ได้ยังไง?”มีแววตระหนกในน้ำเสียงของศศินา ใบหน้าหวานจ้องเขารอคอยคำตอบ“ไร่ของเดือนแทบไม่ได้ทำกำไรในช่วงปีหลัง ๆ แล้วผู้จัดการไร่ก็ยักยอกหอบเงินหนี จนป่านนี้ยังตามจับตัวไม่ได้”ศศินาไม่ได้ทำหน้าประหลาด เรื่องพวกนี้เธอพอทราบอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างไร“พ่อเลี้ยงตาสอบตกสองสมัย แต่ยังใช้เงินมือเติบเหมือนเมื่อก่อน”ศศินาผินหน้ากลับไปมองทางที่มืดสนิทนาน ๆ ทีจึงจะมีรถแล่นสวนผ่านสักคัน“นั่นไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ฉันพอทราบแล้วว่าพ่อขัดสนเรื่องเงินทองบ้าง แต่มันไม่น่าจะทำให้ถึงขนาดต้องขายไร่”พันแสงเหลือบมองสาวน้อยที่นั่งด้านข้างรถ ใบหน้าหวานมีแววกังวลใจ เขารู้ว่าไร่เดือนฉายสำคัญต่อเธอมากเพราะเป็นไร่ของแม่เธอ ไร่ที่ตกทอดมาจากฝั่งตระกูลจิตกูร แต่แม่

    Terakhir Diperbarui : 2024-11-26
  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 5 ~ ทดลองสินค้า

    บทที่ 5 ~ ทดลองสินค้า“พ่อเลี้ยงพันแสงหมายความว่ายังไง”นัยน์ตาสีดำกรอกไหวกวาดไปทั่วใบหน้าแกร่งยามพันแสงถอยตัวออกกลับไปหลังพวงมาลัยเพื่อบังคับรถออกจากข้างทาง“หมายความตามนั้นทุกคำศศินา”หลังจากที่หายตกตะลึงศศินาพลันได้สติคืนกลับมา ใบหน้าแดงก่ำกรุ่นโกรธ เธอโดนหยามเหยียดศักดิ์ศรี เขาเพียงต้องการแก้แค้นพ่อของเธอ พูดออกไปน้ำเสียงกดต่ำ“ฉันขอปฏิเสธข้อเสนอของพ่อเลี้ยง”เธอได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในลำคอแกร่ง สังเกตเห็นมือที่กุมหลังพวงมาลัยผ่อนคลายเหมือนว่ากำลังพูดเรื่องความสวยงามของทิวทัศน์ข้างทาง ผิดไปจากร่างเล็กของเธอที่แผ่นหลังเหยียดตึงทุกวินาที“มันไม่ใช่ข้อเสนอศศินา ถ้าปฏิเสธก็เตรียมตัวย้ายออกไปจากบ้านหลังนั้นได้เลย อีกอย่าง”ศศินาหันมองพ่อเลี้ยงเต็มตา เสียงทุ้มเว้นจังหวะห่างทำให้เธอต้องการรู้“สร้อยทับทิมมันค่อนข้างเฉย ฉันก็เลยว่าจะรื้อมันเสียหน่อย ตั้งใจว่าจะเอาไปทำแหวนหมั้นให้ว่าที่แม่เลี้ยงของไร่ชัยสงคราม”“คุณทำอย่างนั้นไม่ได้! มันเป็นสร้อยของแม่ฉัน”ศศินาเปล่งเสียงตะวาดหักห้ามอารมณ์ไม่อยู่ ลมหายใจกระชั้นขึ้นและมือเริ่มชื้นเหงื่อ ท่ามกลางความมืดในรถทำให้เธอไม่เห็นรอยยิ้มมุมปากอย่

    Terakhir Diperbarui : 2024-11-26
  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 6 ~ ลูกบ่าวอก

    บทที่ 6 ~ ลูกบ่าวอก“โยมมาเถอะ”ศศินาเดินตามหลวงพ่อไปยังเมรุเผาศพ มองสัปปะเหรอกำลังลากแผ่นสังกะสีออกมาจากใต้ถุนเมรุยามเช้ามืดของภาคเหนืออากาศเย็นจัดจนเธอต้องสวมเสื้อกันหนาวทับอีกตัว เธอมองกองขี้เถ้าของคนร่างสูงใหญ่อย่างพ่อเลี้ยงตาที่เหลือไว้เพียงก้อนกระดูกไม่กี่ชิ้น“โยมเลือกเลย เอาที่เป็นก้อนใหญ่สักหน่อยนะ แล้วนี่จะลอยอังคารหรือเก็บไว้ล่ะ”“ลอยอังคารค่ะหลวงพ่อ”ศศินานั่งยอง ๆ ลงข้างสังกะสีที่เย็นตัวลงแล้ว เธอใช้ไม้เขี่ย ๆ เลือกหยิบชิ้นกระดูกของพ่อเลี้ยงตาวางไว้บนผ้าขาวบางที่หลวงพ่อช่วยปูไว้ให้“เท่านี้พอแล้วค่ะหลวงพ่อ”“เอาล่ะ งั้นก็ห่อแล้วสวดสักหน่อยนะโยม”ศศินามองมือเหี่ยวย่นของหลวงพ่อโรยกลีบดอกดาวเรืองบนเถ้ากระดูกพรมน้ำมนต์แล้วผูกผ้าขาวบางห่อเถ้ากระดูกไว้ข้างใน เธอพนมมือขึ้นเมื่อหลวงพ่อเริ่มสวดแผ่เมตตา“เอาล่ะเรียบร้อยแล้ว คุณก็นำท่านไปทำบุญเช้าเสียก่อนแล้วค่อยจัดการต่อ”ศศินากราบบนพื้นสามครั้งรอจนกระทั่งหลวงพ่อเดินห่างไปจึงลุกขึ้นยืนพร้อมห่อผ้าในมือในศาลาวันนี้มีคนมาถวายมื้อเช้ากันแล้ว เธอเดินขึ้นไปบนศาลาเห็นคณะที่มาทำบุญจำนวนสามสี่คนกำลังเรียงจานอาหารเป็นวง ๆ คนทั้งหมดหันมองเธ

    Terakhir Diperbarui : 2024-11-26
  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 7 ~ พี่แสง

    บทที่ 7 ~ พี่แสงมือบางยังถือผ้าห่อกระดูก นิ้วลูบไปตามเนื้อผ้าดิบสีขาวเนียนเรียบใช้ความคิดเร็ว ๆ นี้เขาจะมาขอคำตอบว่าเธอจะทำตามข้อตกลงเพื่อเป็นเมียเก็บของเขาหรือเปล่า แลกกับสร้อยทับทิมและไร่เดือนฉายถ้าพ่อเลี้ยงพันแสงมีคนที่หมายปองให้ขึ้นเป็นแม่เลี้ยงอยู่แล้ว นั่นอาจจะเป็นสัญญาณที่ดีก็เป็นได้ คงไม่มีผู้ชายคนไหนจะยังเก็บเมียบำเรอไว้ทั้ง ๆ ที่ตัวเองใกล้จะแต่งงานระหว่างทางกลับไร่เธอมองไปยังหุบเขาของไร่ชัยสงคราม ยังจดจำวันเฉลิมฉลองที่เขาจบดุษฎีบัณฑิตเกษตรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังภาคเหนือ มีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มเกลื่อนไปทั้งใบหน้าคมเข้ม วันที่เธอโดนเฆี่ยนจากพ่อเลี้ยงตา“พ่ออุ๊ยคำคะ รบกวนจอดตรงห้วยบะต่อม[1]ให้เดือนหน่อยนะคะ”พ่ออุ๊ยคำใคร่ประหลาดใจ ห้วยบะต่อมเป็นห้วยเล็ก ๆ ผ่านทางเข้าไร่ ที่ต้นทางไหลมาจากไร่ชัยสงคราม เขาจอดรถลงเข้าข้างทางให้เรียบร้อยก่อนจะลงมาช่วยคุณหนูเปิดประตูรถกระบะคันเก่าศศินาประคองห่อผ้าเถ้ากระดูกในมือเดินไปยังลำห้วยข้างหน้า ลำห้วยยามหน้าหนาวมีน้ำน้อยและใสจนเห็นก้อนหินกรวดใหญ่เล็กก้นห้วย เธอถอดรองส้นเตี้ยสีดำข้างลำห้วยก่อนจะย่ำลงไปในลำน้ำเย็นเยียบ“คุณหนู!”เสียง

    Terakhir Diperbarui : 2024-11-26
  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 8 ~ พ่อเลี้ยง

    บทที่ 8 ~ พ่อเลี้ยงเธอฝันไป!ร่างเล็กบอบบางโผเผลุกจากเตียงเพื่อไปดื่มน้ำยังโต๊ะเล็ก ก่อนจะเดินไปยังหน้าต่างข้างเตียง ความมืดมิดยามราตรีในไร่ของภาคเหนือแสนมืดสนิทจนมองเห็นดาวพร่างพรายบนท้องฟ้าผิดไปจากเมืองกรุงที่เธอจากมาคงเพราะการกลับมาบ้านทำให้เธอฝันถึงอดีตที่เธออยากจะลืม เพราะสุดท้ายแม่ของเธอก็ได้จากไปหลังจากนั้นไม่กี่วันที่โรงพยาบาล มะเร็งลำไส้คร่าชีวิตของแม่เธอไป แม่ไม่เจ็บปวดอีกแล้วและเมื่อเธอโตขึ้น เธอจึงรู้ว่าถ้าพ่อของเธอพาแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลดีทันสมัย แม่ของเธออาจจะมีชีวิตรอดพี่แสง อ้ายแสง หรือพ่อเลี้ยงพันแสง ในเมื่อเขาต้องการให้เธอเป็นเมียบำเรอของเขา เธอก็จะยอมทำตาม แม้ว่าไม่มีข้ออ้างเรื่องสร้อยทับทิมหรือไร่ที่พ่อได้จำนำไว้ แต่เพื่อเขา ขอเพียงเขาเอ่ยออกมาเธอก็ยอมทำให้ทั้งสิ้นอากาศยามค่ำของภาคเหนือในหุบเขาไร่ชัยสงคราม เย็นเยียบและเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไร สัตว์ที่ออกหากินยามค่ำคืนพันแสงยังคงนั่งอยู่ตรงระเบียงบ้านเรือนไม้หลังใหญ่ชั้นสองที่เขาสร้างใหม่ทดแทนหลังเดิมเมื่อสองปีก่อน เขาทอดสายตาไปไกลมองไร่ชาเขียวที่เขาสร้างขึ้นใหม่กับมือ เขาลงแรงไปไม่น้อยในช่วงสองปีนี

    Terakhir Diperbarui : 2024-11-26
  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 9 ~ ข่าวลือ

    บทที่ 9 ~ ข่าวลือ“แม่อุ๊คะ รบกวนให้พ่ออุ๊ยคำพาเดือนเข้าตัวอำเภอหน่อยค่ะ”แม่อุ๊ละมือจากงานบ้านที่กำลังทำอยู่ เหลียวหลังกลับไปมองเห็นคุณหนูกำลังเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน“ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่อุ๊ไปเรียกให้ จะไปไหนหรือคะคุณหนู”ศศินาเดินมานั่งตรงแปลญวนใต้ถุนบ้านที่ตอนนี้พื้นดินได้เทปูนทับไปหมดแล้ว“ค่ะ ไปธุระนิดหน่อยค่ะ อ้อเดือนอยากจะถามแม่อุ๊ค่ะ พ่อได้ให้เงินเดือนแม่อุ๊บ้างไหมคะ”ร่างอวบท้วมนั่งตรงเก้าอี้ไม้ไม่ห่างจากแปลญวนมากนัก รอยยิ้มแห้งปรากฎบนใบหน้าหญิงสูงวัย“ยังให้บ้างค่ะคุณหนูไม่มากเท่าไร แต่คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วงแม่อุ๊หรอกค่ะ แม่อุ๊อยู่บ้านมีลูกหลานดูแล ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทอง”“ไม่ได้หรอกค่ะแม่อุ๊ แม่อุ๊กับพ่ออุ๊ยคำทำงานให้เดือน เดือนต้องจ่ายค่าตอบแทน เดี๋ยวยังไงเดือนจะจ่ายทุกต้นเดือนนะคะ”“คุณหนู อันที่จริงงานที่บ้านไม่ได้มีอะไรมาก ก็แค่ปัดกวาด ซักผ้า ทำกับข้าวก็เท่านั้น ส่วนงานในไร่ก็ไม่มีแล้ว”“เอาตามที่เดือนบอกนั่นละค่ะ เดือนถึงจะสบายใจ รบกวนแม่อุ๊ไปตามพ่ออุ๊ยคำให้เดือนหน่อยนะคะ เดือนจะต้องไปแล้วประเดี๋ยวจะกลับมืดสะเปล่า ๆ”“ค่ะคุณหนู”ศศินามองแม่อุ๊หญิงสูงวัยอวบท้วมเดินลั

    Terakhir Diperbarui : 2024-11-26
  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 10 ~ คงใกล้ถึงเวลา

    บทที่ 10 ~ คงใกล้ถึงเวลาพันแสงเดินหงุดหงิดอยู่ใต้ถุนบ้านในไร่เดือนฉายมาสักพักแล้ว กว่าเขาจะเสร็จงานในไร่และแวะเข้าบ้านเพื่อทานข้าวเย็นกับแม่ก็ปาไปเกือบทุ่มแต่นี่อะไร พอเขามาถึงที่ไร่เดือยฉายกลับเจอบ้านว่างเปล่า มีเพียงแสงไฟที่เปิดทิ้งไว้ โรงจอดรถว่างเปล่าทำให้เขารู้ว่าเดี๋ยวเธอคงจะกลับมาเขาควักบุหรี่ออกมาจุดสูบ ยืนพิงเสากลมใต้ถุนบ้านทอดมองไปยังทางเข้าไร่โดยหวังว่าจะมีแสงไฟจากรถให้เห็น แต่ไม่เลยพันแสงคีบบุหรี่ในมือพ่นควันออก เขาแทบไม่เคยมาที่บ้านหลังนี้ ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกเขาไม่เคยมาบ้านหลังนี้เลยต่างหากยกเว้นมาส่งศศินาเมื่อหลายวันก่อนเขาสูดควันเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยออกช้า ๆ ให้ควันลอยจางหายไปในอากาศ ที่จริงเขาเคยเลิกมันได้เมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่พอเกิดเรื่องไฟไหม้ไร่ยาสูบ เขาจึงได้กลับมาติดมันอีกครั้ง และมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาผ่อนคลายจากการทำงานหนักเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงพันแสงดีดบุหรี่ทิ้งเมื่อเห็นแสงไฟจากรถยนต์วิ่งแล่นมาตามทางแต่ไกล เขาจ้องมองและรอคอยจนกระทั่งรถกระบะหยุดลงที่ลานหน้าบ้านก่อนที่หญิงสาวร่างเล็กจะลงมาจากรถ ศศินาก้มคุยบางอย่างกับคนขับแล้วกระบะคันนั้นก็ขับออก

    Terakhir Diperbarui : 2024-11-26
  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 11* ~ ทั้งคืน

    บทที่ 11* ~ ทั้งคืนร่างเล็กบางเข้ามาในห้องนอนอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เห็นพ่อเลี้ยงยืนสูบบุหรี่ตรงหน้าต่างห้อง เขาดีดบุหรี่ทิ้งทันทีเมื่อเธอเข้ามา“เธอมีผ้าเช็ดตัวอีกผืนไหมศศินา ฉันอยากจะอาบน้ำเหมือนกัน”ศศินากลับไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบผ้าเช็ดตัวสำรองออกมาส่งให้เขา พ่อเลี้ยงพันแสงรับไปและเดินออกไปจากห้องนอนเธอนั่งลงที่โต๊ะกระจกหวีผมสีน้ำตาลทำสียาวเลยบ่าไปเล็กน้อย ร่างบางสั่นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงสิ่งที่เธอกำลังจะทำศศินานึกไปถึงวันนั้น วันที่เขาได้รับดุษฎีบัณฑิต งานเลี้ยงฉลองเลยเถิดจนดึกเกินไปพันแสงขับรถเพื่อพาเธอไปส่งที่ไร่ ชายหนุ่มมีอาการเมาเล็กน้อยจากการดื่มฉลอง เธอได้กลิ่นและรับรู้รสชาติแอลกอฮอล์จากริมฝีปากหนาที่บดลงมาอย่างกระหายไม่ปิดบังเขาจอดรถตรงที่ริมห้วยระหว่างกลางของสองไร่ และเริ่มดึงเธอเข้าไปใกล้ สาวน้อยที่มีใจให้เขาพลันชุ่มชื้นตอบสนองอย่างสาวแรกรัก เธอปล่อยให้เขารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวด้านล่างด้วยมือไม่มีใครต้านทานแรงพิศวาสที่มีให้กันได้ รถกระบะคันเก่าเล็กแต่ยังพอมีพื้นที่ให้สองร่างกอดก่าย เขาวางร่างบางของเธอไว้บนเบาะ ชะโงกร่างสูงเกร็งข้างบนเธอสาวแรกรุ่นยังไม่ทันได้

    Terakhir Diperbarui : 2024-11-26

Bab terbaru

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทพิเศษ 2

    บทพิเศษ 2ใจดวงเล็กทั้งตื่นตระหนก ทั้งตื่นเต้นปะปนคละเคล้ากันไป กายสาวสั่นระริกไปทั่วร่าง สัมผัสแปลกใหม่ทำสาวแรกรุ่นใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทั้งอยากรู้อยากลอง ต้องการเป็นของเขาทั้งตัวทั้งใจ ยินยอมขยับต้นขาเปิดออกให้ปลายนิ้วแทรกลงกลางไรขนอ่อนนุ่มราวผ้าไหม“เดือน อ่า นุ่มมือมาก”หน้าเข้มขยับเลื่อนขึ้นซอกคอสูดกลิ่นกายสาวดูดขบเม้มเนื้ออ่อนใกล้จุดชีพจรแสนอ่อนไหวตรงฐานลำคอนิ้วสัมผัสกายสาวฉ่ำชื้นแทรกลงตรงกลางกลีบแหวกออก ส่งนิ้วชี้ลูบไล้จนกระทั่งพบเม็ดเล็กกลางร่องงาม ร่างเล็กสะดุ้งขึ้นยามเขากดลงแรงคลึงเม็ด“เดือนจ๋า คนดี พี่ขอได้ไหม”สาวน้อยไร้ประสบการณ์ไม่เข้าใจสิ่งที่พันแสงถาม เธอเอียงหน้าไปอีกทางยามเขาซุกไซ้ลำคอ มือแกร่งด้านล่างยังล้วงลึก อีกมือกอบกุมทรวงงามบีบเคล้นลงแรงเต็มมือ ร่างเล็กนอนระทวยทำได้เพียงแอ่นร่างรับไฟพิศวาสส่งเสียงครางในลำคอ กระทั่งนิ้วของคนด้านบนเริ่มสอดใส่เข้าไปทางร่องรักจึงได้รู้สึกตัว“พี่แสง อ่า ไม่ได้นะ อื้อ อ่า อย่า อย่าสอดนิ้วเข้าไป”เสียงห้ามปรามแผ่วเบาปนกระเส่า น้ำหวานเอ่อล้นสวนทางกลับเสียงร้องทักท้วง นิ้วยาวเรียวส่งเข้าทาง แม้ว่าไม่ถนัดถนี่นักแต่ยังพอเข้าไปได้“โอ้! เด

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทพิเศษ 1

    บทพิเศษ 1หกปีที่แล้ว“มา ๆ หนูเดือน มากินกัน”ศศินารีบวิ่งนำพันแสงมาจากทางเนินเขาหลังบ้านเมื่อได้ยินเสียงคุณน้าระพีร้องเรียกแต่ไกล“พี่แสง เร็ว ๆ สิ เดือนหิวแล้วนะ”เสียงหัวเราะหวานใสบนใบหน้าของเด็กสาววัยสิบเจ็ด พวงแก้มยุ้ยออกเล็กน้อยด้วยโฮร์โมนวัยรุ่น ผมเลยติ่งหูแต่ไม่ประบ่าพันแสงมองตามร่างเล็กในชุดกางเกงยีนส์สีซีดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งลายสก็อตสีแดงตัวเก่งที่ศศินาชอบสวม เธอวิ่งไปหัวเราะไปจนเสียงฝีเท้ากระทบพื้นดินหยอกล้อไปกับเสียงหวานใสผสมผสานเสียงของลมหนาวที่กำลังพัดผ่าน นำกลิ่นใบยาสูบที่บ่มอยู่ในโรงบ่มกำจายโดยรอบบ้านไม้สองชั้นกลางไร่ยาสูบชัยสงคราม“ค่อยเดินสิ ประเดี๋ยวก็ล้ม”“ไม่หรอกค่ะ ฮ่า ฮ่า เร็วสิ พี่แสงเดินอย่างกับคนแก่”“พี่ไม่ใช่คนแก่สักหน่อย”ศศินาหยุดแล้วหันหลังกลับมายืนเท้าสะเอวมองตรงไปทางร่างสูงใหญ่ผิวสีเข้มผิดไปจากคนเหนือทั่วไป เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มใส่ในกางเกงยีนส์คาดเข็มขัดหนังสีน้ำตาลธรรมดา สวมรองเท้าบูธสำหรับใส่ในไร่สีดำ ผมยุ่งเหยิงจากแรงลมที่พัดไปมารอบตัว ดวงตาสีนิลจ้องตอบเธอเปล่งประกายเจิดจ้ามีความสุขวันนี้พันแสงเรียนจบปริญญาโทดั่งที่ตั้งใจไว้ เขากลับมาอยู่บ้านเพื่

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 30  ~ จบบริบูรณ์

    บทที่ 30 ~ จบบริบูรณ์พันแสงหยุดรถกลางทางมองศศินาที่หันจ้องหน้าเขาแววตาสงสัย หน้าคมเข้มยิ้มกว้างยกมือเล็กขึ้นจูบ“วันนี้คนที่บ้านเยอะหน่อยนะ”“อะไรนะคะ คนอะไรกันคะ คนงาน?”พันแสงหัวเราะเบา ๆ ชะโงกหน้าจูบปากหวานจิ้มลิ้มแล้วถอยห่างออกมา“เราจะไปไร่ชัยสงครามกัน”“อ้าว ทำไมคะ เดือนจะกลับบ้านนะ”พ่อเลี้ยงปล่อยมือสาวร่างเล็ก หันไปขับรถต่อแต่เลี้ยวเข้าทางไร่ชัยสงครามปล่อยให้ศศินามึนงงสงสัย กระทั่งเข้ามาถึงปากทางเข้าบ้านจึงเห็นลานบ้านมีแต่โต๊ะงานเลี้ยงและเวทีเล็ก ๆ กลางลาน“มีงานเหรอคะ งานอะไรกัน”ศศินาชะเง้อมองคนงานที่กำลังทำอาหารกันวุ่นวาย มีแขกมาบ้างแล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะ“งานแต่งงาน”“หื้อ งานแต่งงานใครคะ”ศศินาเอี้ยวใบหน้าหวานคมกลับมาที่พันแสง เห็นสีหน้ายิ้มกรุ่มกริ่มไม่พูดอะไรแล้วลงจากรถไปเธอรอให้เขาอุ้มร่างเล็กลงรถแล้วประคองเธอเดินตัดผ่านลานบ้านไปยังตีนบันไดขึ้นบ้าน“มากันแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาว”ศศินาทวนคำในใจ เจ้าบ่าวเจ้าสาว เธอมองบนบ้านห้อยทั้งสายสิญจน์และดอกไม้ประดับประดาเต็มเรือน“ไปห้องพี่ก่อน”ศศินาถูกจูงมือแม้เธอจะยังเหลียวหลังมองข้าวของบนเรือน ทั้งบายศรี และยังพานพุ่มดอกไม้เธอก้า

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 29 ~ ได้โปรด

    บทที่ 29 ~ ได้โปรดพันแสงขับรถด้วยความเร็วลงเนินเขา ใจเต้นโครมครามเมื่อนึกถึงใบหน้างาม เขามีเรื่องจะบอกเธอ คำพูดที่เขาติดค้างเธอไว้เมื่อหกปีก่อนชายหนุ่มลดความลงเร็วเมื่อถึงโค้งหักศอกใกล้ตีนเขา สังเกตเห็นรถมูลนิธิข้างทางและรถของฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์อีกฝั่งเป็นรถหกล้อบรรทุกรวงข้าวคงกำลังเร่งเพื่อไปให้ทันโรงสีปิดจนเกิดเหตุเขาชะลอรถเพื่อดูรถของผู้เสียหาย แสงอาทิตย์ยามเย็นพาดผ่านเหลี่ยมเขาแมกไม้เป็นเงาทอดยาวสีทองส่องไปยังรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่“ไม่ ไม่ ไม่!!”“เอี๊ยด!!”เขาตบพวงมาลัยเข้าข้างทางกะทันหัน ลงจากรถวิ่งข้ามถนนไปยังรถเกิดเหตุอย่า! ขอเถอะ! อย่าเป็นอย่างที่เขาคิด อย่า! ได้โปรด!ช่วงเวลาช่างยาวนานในระหว่างที่เขากระโดดก้าวข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม หัวใจเต้นถี่รัวและบีบรัดแน่น ช่องท้องมวนขึ้นตีจนจุกถึงลิ้นปี่“ป้อเลี้ยง! มาทำอะไรครับ เดี๋ยวครับ”พันแสงไม่ฟังเสียงห้าม เขาแหวกคนมูลนิธิเข้าไปใกล้รถที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่เห็นร่างเล็กในรถ“เธออยู่นี่ครับ”พันแสงมองหน้าคนมูลนิธิ สติยังไม่กลับคืนมา เขามึนจนแยกไม่ออกว่าเสียงที่พูดหมายถึงอะไร“ป้อเลี้ยง ป้อเลี้ยง รู้จักคนในรถเหรอครับ”หน้าคม

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 28 ~ พราวพิลาส

    บทที่ 28 ~ พราวพิลาสมือใหญ่ยังตัดขนมสาคูไส้หมูออกเป็นสองชิ้นก่อนจะใช้ส้อมเล็กจิ้มเข้าปากตามด้วยพริกเม็ดใหญ่และผักสด มองหน้าแม่รอคำถามต่อไป“เรื่องหนูเดือน”“ครับหนูเดือน”“เขาลือว่าเห็นลูกจูบกันกับหนูเดือนที่หน้าร้านเบเกอรี่ที่หนูเดือนเป็นเจ้าของ จริงหรือเปล่า”“ครับ จริง”เขาจิ้มสาคูชิ้นที่เหลือเข้าปากตามด้วยพริกสดและผัก“ฝีมือแม่อร่อยเหมือนเคย แล้วยังไงครับ”“กะ ก็ มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ทำไมแม่ไม่รู้”เขาวางส้อมลงแล้วหยิบน้ำขึ้นดื่ม เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะวางแก้วน้ำลง“ก็ประมาณสามเดือนครับแม่ ตั้งแต่เดือนกลับมางานศพพ่อเลี้ยงตา”ระพีสะดุ้งตกใจ สามเดือนนั้นมันถือว่านานพอสมควร แล้วลูกชายของเธอก็ปิดบังเรื่องนี้มาตลอด“ตอนนี้ผมกับเดือน เรา เอาเป็นว่าอยู่ด้วยกันแล้วครับแม่”“ได้ยังไง ก็ ก็ลูกอยู่บ้านตลอด”“ผมจะไปเฉพาะช่วงกลางคืนแล้วค่อยกลับมานอนบ้านครับ”“แสง!!”ระพีร้องอุทาน เธอนึกถึงเด็กสาวอายุสิบเจ็ดร่างเล็กที่เธอเห็นครั้งสุดท้ายในวันเพลิงไหม้ มือเล็กของศศินาประคองร่างเธอไว้ไม่ให้ล้มโดยที่พันแสงยืนชี้หน้าเด็กสาวคนนั้น“แสง แสงบอกแม่สิว่า แสงไม่ได้ทำลงไปเพราะอยากจะแก้แค้น”พันแ

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 27 ~ อดีตยากจะฝังกลบ

    บทที่ 27 ~ อดีตยากจะฝังกลบ“แม่อุ๊”แม่อุ๊ร่างท้วมวางไม้กวาดทางมะพร้าวพิงไว้กับเสาบ้าน เดินไปหาพ่อเลี้ยงพันแสงที่ยืนเสียงอยู่ตรงตีนบันได“เจ้า ป้อเลี้ยง”“ฉันมีเรื่องจะถาม”พันแสงเดินลงมุดเข้าใต้ถุนบ้านที่เตี้ยเกินไปสำหรับเขานั่งลงบนแคร่ไม้ข้างใต้บทที่“ป้อเลี้ยงจะถามหยั่งข้าเจ้า”“เรื่องรอยบนหลังของเดือน”แม่อุ๊สะดุ้งจ้องหน้าเข้มดุเอาเรื่อง นึกสงสัยพ่อเลี้ยงเห็นรอยแผลของคุณหนูได้ยังไง“คุณหนูบ่หื้อผู้ใด๋อู้”“แต่แม่อุ๊ต้องพูด”ร่างท้วมเหลียวมองไปบนบ้านยังได้ยินเสียงน้ำไหลจากในห้องน้ำแล้วจึงหันกลับมาหาพ่อเลี้ยง“ก็เมื่อปี๋นั้นคืนที่ฉลองงานรับปริญญา ป้อเลี้ยงจำได้ก๋า”พันแสงพยักหน้า เขาจะจำไม่ได้ได้อย่างไรในเมื่อเขาพาสาวน้อยแวะเข้าข้างทางแล้วทำให้เธอต้องเสียสาวเป็นครั้งแรก“ป้อเลี้ยงมาส่งเปิ้นสะค่อนดึ๋ก ป้อเลี้ยงตาเกี้ยดนั่ก[1] เจ๊า[2]มาหื้อคนงานมัดคุณหนูกับเสาพู้น”พันแสงมองตามมือแม่อุ๊ไปที่เสากลมหน้าสุดของใต้ถุนบ้าน หน้าคมเข้มเริ่มเปลี่ยนสี“มัด?”“เจ้า เปิ้นสั่งคนงานมาหันเปิ้นลงแส้ แฮงนั่ก ตะโกนลั่น หื้อจำไว้บ่าต้องแอ่วบ้านป้อเลี้ยงอีก ไม่งั้นเปิ้นจะเผาไฟไร่ชัยสงคราม โอ้ย!ป้อเลี้ย

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 26 ~ ร่องรอย

    บทที่ 26 ~ ร่องรอยพันแสงเดินผ่านร่างอวบท้วมสูงวัยตามศศินาขึ้นบนบ้านทิ้งให้คนแก่วิ่งตามขาขวิด“ป้อเลี้ยง ป้อเลี้ยง”ร่างสูงหยุดเมื่อถึงกลางโถงหันกลับมาส่งสายตาคมดุจนแม่อุ๊ชะงักร่างยืนนิ่ง“ไม่ต้องขึ้นมา รอข้างล่าง”เขาเดินตามศศินาเข้าไปห้องนอนเล็กห้องเดิมกระแทกประตูตามหลัง“พี่แสงตามเดือนเข้ามาทำไมคะ เราหมดเรื่องคุยกันแล้ว”พันแสงกระชากข้อศอกให้ศศินาหันกลับมาสู้หน้าเขา ดวงตากลมโตโกรธขึ้งปนหวาดระแวง“เดือนกลัวอะไร”“เปล่า เดือนไม่ได้กลัวอะไร ปล่อยสิค่ะ”ศศินาบิดข้อศอกออกเดินไปยังมุมห้องเพื่อหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาเตรียมตัวไปอาบน้ำ“เดือนจะไปอาบน้ำ พี่แสงถอยไป”พันแสงขยับร่างขวางหน้ากั้นระหว่างร่างบางและประตูไม้เมื่อศศินาทำท่าจะเดินออกนอกห้อง“ถอดชุดออกสิ”ปากจิ้มลิ้มเม้มแน่น เธอแหงนหน้าเกือบตั้งบ่าถลึงตาใส่พ่อเลี้ยงจอมบงการ“เดือนจะไปถอดในห้องน้ำ ถอยออกไปพี่แสง”อารมณ์สาวร่างเล็กกว่าเดือดขึ้นเช่นกัน ตะวาดเสียงหวานใส่หน้าพ่อเลี้ยงไม่กริ่งเกรง“จุ๊ ๆ ๆ ตั้งแต่เรียกพี่แสงเต็มปากก็ดุเป็นหมาขึ้นมาทันที”เท้าบางเริ่มซอยถอยหลังเมื่อร่างสูงย่ำเบา ๆ เดินหน้าจนแผ่นหลังบอบบางชิดขอบโต๊ะเล็ก เขาดึงผ้า

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 25 ~ คราวหน้า

    บทที่ 25 ~ คราวหน้าพันแสงนิ่งรอปล่อยให้น้ำกามสีขาวถูกรีดจนหมดจึงถอดกายออก ยึดตัวขึ้นมองหญิงสาวที่ยังนอนอ้าขาเพราะถูกมัด น้ำร่องงามและน้ำของเขาไหลปะปนลงสู่เบาะ พันแสงจึงเอื้อมมือไปหยิบกระดาษอเนกประสงค์สำเร็จรูปจากช่องเก็บของตรงกลาง“ปล่อยเดือนก่อนสิ”“อย่าเพิ่ง พี่จะเช็ดให้ก่อน”ศศินาแม้จะเคยรสรักแต่นี่มันกลางแจ้งทั้งขาก็เปิดอ้าออกกว้าง เธอรู้สึกใคร่สะเทิ้นอายเขาเช็ดตรงเนินสวาทที่น้ำไหลเปื้อน ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยร้องครางเบา ๆ“แค่นี้ก็เสียวแล้วคนสวย”ศศินาจ้องพันแสงเข่นเขี้ยว ส่วนชายหนุ่มกำลังก้มหน้าเช็คน้ำให้เธออย่างตั้งใจ“พี่แสงพูดว่าจะไม่ปล่อยเดือนหมายความว่ายังไง”“ฮื้อ ก็ตามนั้น เดือนเป็นเมียพี่ จะให้พี่ปล่อยเดือนไปได้ยังไง”“ก็แค่เมียบำเรอเท่านั้น เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”มือแกร่งเริ่มหนักมือตามแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้น เขาหยุดก่อนที่จะทำให้ความสาวของเธอช้ำ จ้องหน้าสาวน้อยที่นอนอ้าขาสู้ตาเขา“ไม่มีทาง เป็นเมียก็คือเมีย ไม่มีแบ่งหรอกว่าจะเป็นเมียบำเรอหรือเมียอะไร”“แล้วคุณพราวพิลาศ”“เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”“แต่คนในอำเภอ..”“เดือนหึง?”“เปล๊า”ศศินาเงียบเสียงลงทันทีเมื่อเรื่องชักจะ

  • เมียบำเรอพ่อเลี้ยง   บทที่ 24 ~ NC ***

    บทที่ 24 ~ NC ***มือแหวกกลีบออกดูเห็นน้ำเริ่มไหลออกมา กลิ่นอิสตรีโชยโรยริน เขาแหย่นิ้วเข้าหมุนวนช้า ๆ หงายมือสอดใส่“ก่อนที่พี่จะเอาแสงน้อยเสียบร่องของเดือน เราจะเล่นถามตอบกัน”“อือ อา พ่อเลี้ยง”“กฎคือเมื่อพี่ถามเดือนต้องตอบ ถ้าเดือนไม่ตอบจะโดนลงโทษ”พันแสงเพิ่มนิ้วไปสองนิ้วสอดข้างในเขี่ยปุ่มกระสันจนศศินาร้องลั่น“อือ อือ ตกลง พอ ๆ ก่อน”เสียงกระเส่าปนครางร้องลั่น เธอหุบขาลงไม่ได้เพราะพันแสงยังจับอีกข้างไว้ เขาหยุดนิ้วแล้วเคลื่อนไหวช้า ๆ แทน“เปิดร้านมากี่เดือนแล้ว”ดวงตาแข็งกร้าวไม่ผ่อนปรนจ้องตากลมโตดั่งกวาง ศศินาร้องบอกเสียงกระเส่า“สามเดือนค่ะ อือ พ่อเลี้ยง ไหนว่าไม่ทำโทษ”มุมปากยักขึ้นนิดหน่อยก่อนจะบึ้งตึงเหมือนเดิม นิ้วสอดเร็วเขี่ยข้างในที่อ่อนนุ่ม“ลืมบอกไป ถ้าเดือนตอบคำถามจะได้รางวัลเช่นกัน”เธอบิดขาพยายามจะให้พ้นแรงจับของมือแกร่ง เขายังกำแน่นไม่ปล่อย“คำถามต่อไป ทำไมไม่บอกพี่เรื่องเปิดร้าน”ศศินาเม้มปากนิ่งสะบัดหน้าหนีแต่นิ้วมือร้ายช่างช่ำชอง เขาดันอีกแล้วขยี้เม็ดร่อง“โอ๊ย พ่อเลี้ยง พอ ๆ อือ อือ”พันแสงไม่หยุด เขารอจนกว่าศศินาจะตอบ มองมือตรงเนินอูม นิ้วมือสีเข้มตัดกับผิวขา

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status