“อีกไม่นานค่ะ อีกไม่นานคุณใหญ่จะว่างจากงาน คุณชัญญารอหน่อยนะคะ ดิฉันรับรองอีกแรงว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมในอีกไม่กี่เดือน”
“คุณใหญ่ซุ่มทำกิจการใหม่อีกแล้วหรือคะ” คราวนี้ชัญญาเบิกตาโต สีหน้ามีทั้งความตื่นเต้นและชื่นชม แต่อีกคนนั้นหรือ ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะเก็บความกระอักกระอ่วนไว้ข้างในอย่างมิดชิด“ใช่ค่ะ ทุกอย่างที่ทำเพื่ออนาคตของราชเกียรติกูร คุณใหญ่มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ มีคนให้ดูแลมากมาย สงสารและเข้าใจเธอด้วยนะคะ คุณชัญญา”“ค่ะ คุณทิพย์ ชัญญาเข้าใจคุณใหญ่ วันนี้ชัญญากลับก่อน สายมากแล้ว ต้องไปรอรับคุณแม่ที่สนามบิน ท่านกำลังกลับจากเยี่ยมเพื่อนสมัยเรียนที่มาเลเซียค่ะ”“งั้นเชิญค่ะ ว่างๆ แวะมาอีกนะคะ เนินคุ้มหมอกยินดีต้อนรับคุณชัญญาเสมอ”เช่นตอนเข้ามา พวงทิพย์ถือเป็นหน้าที่ตามส่งสาวสวยถึงรถคันหรูที่มีคนขับพร้อม หญิงสาวเข้าไปนั่งตอนหลังอย่างสง่างาม ก่อนรถคันนั้นจะเคลื่อนจากไป โดยคนข้างหลังยังมองตามด้วยสีหน้าและแววตาชื่นชมและคาดหวังแม่บ้านวัยกลางคนกลับเข้าคฤหาสน์ไปแล้วภาพร่างเปลือยเปล่าขาวโพลนในกระจกสะท้อนเข้ามา เมื่อเปลือกตาบางขยับเปิดปรือ หลังจากเธอหลับตาทบทวนนิ่งนาน แม้คำตอบจะชัดอยู่ในหัวมาสักพักแล้ว แต่เพราะความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอจึงเลือกที่จะหลอกตัวเองมากกว่ายอมรับความจริง...ความจริงที่ขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆสายตากวาดทั่วดวงหน้านวลผ่อง ทุกส่วนที่ประกอบเป็นเธอยังเหมือนเดิม หากจะเปลี่ยนก็คงเป็นดวงตาหวานซึ้งที่มีรอยครุ่นคิดมากขึ้น ประกายกล้าทอแสงแห่งชีวิตชีวานั้นจางลงอย่างน่าใจหายสามเดือนที่อยู่ในบ้านสีฟ้า ภายในรอบรั้วกำแพงสูง สามเดือนที่เธอไม่เคยออกไปพบปะผู้คน เป็นสามเดือนที่เธอไม่เคยมีอิสระอย่างแท้จริงหากทุกวันที่ผ่านไป เธออยู่มาได้ด้วยความหวัง แม้จะริบหรี่ แต่เพราะภาพลวงที่ตนเพียรสร้างขึ้นมา กระตุ้นให้จิตใจหลงคล้อยตาม...ภาพลวงตาที่เข้ามาเติมเต็มอยู่ทุกคืนวันถ้าปิ่นลดาจะเปิดดวงตาและหัวใจให้กว้างกว่านี้ เธอคงได้คำตอบสำหรับตัวเองนานแล้ว“เราไม่มีทางเปลี่ยนแปลงใครได้ ไม่มีทางเขาจะมองเราเป็นคนสำคัญ เพราะไม่อย่างนั้น เราคงไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้มาตั้งสามเดือน”สายตากดต่ำ มองหน้าท้องเนียนนุ่ม สิ่งท
สายลมหนาวกระโชกแรง เสียดเสียงหวีดหวิวเป็นระยะ ท่ามกลางความเงียบสงัดที่โอบล้อมบ้านปูนชั้นเดียวขนาดหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำและหนึ่งห้องรับแขก ขนาดช่างกะทัดรัดเหมาะเจาะกับการอยู่คนเดียวเสียจริง ปิ่นลดาคงอุ่นใจกว่านี้หากที่พักพิงแห่งใหม่จะมีเพื่อนบ้านในระยะสายตามองเห็น...ไม่ใช่ตั้งอยู่ชิดขอบกำแพงสูงที่ล้อมคฤหาสน์ใหญ่ที่เห็นดำทะมึนอยู่เบื้องหน้าคฤหาสน์ใหญ่โต หรูหรา ดูมีชีวิตชีวาในตอนกลางวัน หากมืดสนิทในทุกค่ำคืนหญิงสาวเอื้อมปิดหน้าต่าง ปิดกั้นความหนาวเย็นและมืดสนิทของบรรยากาศด้านนอกที่จะแทรกผ่านเข้ามา แล้วมองหนังสือในมือจากแสงนวลของโคมไฟส่อง หนังสือเล่มเดียวที่ติดกระเป๋าเสื้อผ้ามาจากบ้านซึ่งสร้างความเพลิดเพลิน สิ่งเดียวที่ช่วยคลายเหงาและลดทอนความหวาดหวั่นที่มักจู่โจมเข้ามายามความคิดระแวงผุดแทรก และเหมือนมันจะถี่ขึ้นในพักหลังอย่างที่เธอไม่อาจหักห้ามตัวเอง“งานพี่เลี้ยงเด็ก” เธอพึมพำกับตัวเอง ก้มมองร่องรอยการใช้งานอย่างหนักของหนังสือ ไล้มุมกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับ ใช้เรียวนิ้วคลี่มันออก แล้วปิดลง หยิบวางตรงโต๊ะหัวเตียง ปีนขึ้นเตียง ทอดกายนอน พยายามหลับตา กว่าชั่วโมงที่เธอจะหลับใหล ไม่ต่า
หากทั้งหมดนั้น มันเกิดเมื่อสิบกว่าวันก่อน ไม่ใช่สิ่งที่หล่อนรู้สึกในเวลานี้ปิ่นลดาเดินทอดฝีเท้าเดินจากบ้านหลังเล็กสีฟ้าเรื่อยๆ จนมาถึงเขตสวนดอกไม้ด้านข้างคฤหาสน์ คะเนด้วยสายตาเฉพาะสวนดอกไม้แห่งนี้ก็น่าจะกินพื้นที่กว่าสองไร่ ทุกอย่างช่างงดงามและสมบูรณ์แบบ หากเธอรู้ว่ามันจะสร้างความประทับใจแต่แรกเห็นเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมันคือความเงียบสงัด เย็นชาและมืดมิด ไร้อิสระโดยสิ้นเชิงลูกจ้างที่ไหนกันถึงห้ามออกพ้นเขตรั้วบ้าน เราไม่ใช่นักโทษสักหน่อย ถึงจะจ้างด้วยค่าจ้างสูงลิบ แต่สิทธิพื้นฐานของลูกจ้างยังต้องมีเหมือนกัน ถ้ารู้ว่ามาแล้วจะเจออย่างนี้ ไม่มีทางมาหรอก คนหน้าหวานมุ่ยหน้าลง เมื่อประจักษ์กับความจริงในข้อนี้ เธอกำลังจะหันกายกลับเมื่อรับรู้ว่าได้ล่วงล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ด้านหน้าแล้ว เพราะศจีสาวใหญ่ร่างผอมบางที่เธอพูดคุยอยู่ทุกวันได้บอกเป็นเชิงห้ามเอาไว้หากว่าความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เธอต้องชะงักพลันคนร่างสูงใหญ่ในเครื่องแต่งกายกางเกงยีนส์กระชับตัวกับเสื้อทีเชิ้ตสีน้ำเงินไว้ข้างใน สวมทับด้วยแจ๊กเกตสีน้ำตาลเนื้อหนาที่ดูน่าจะเหมาะสำหรับการบุกงานอยู่กลางแจ้งหรือลุยเข้าป่ามากกว่าเดินอยู่ใน
“ช่างเถอะ แกจะรู้หรือไม่รู้มีค่าเท่ากัน” นายวัฒนะบอกปัด ภรรยาก็ไม่เซ้าซี้ถาม ในเมื่อเธอได้ในสิ่งที่ต้องการและหมายตามานาน เรื่องอื่นก็ไม่น่าสนใจอีก…แต่ยังมีอีกอย่างที่สงสัยอยู่“แล้วเงินล่ะคะ เงินที่เราเอาของคุณรัชภาคย์มา ป่านนี้รวมดอกเบี้ยตั้งเท่าไหร่แล้ว จะคืนเขายังไง”“ไม่ต้องคืน เราล้างหนี้ไปแล้ว”“เมื่อไหร่คะ คุณเอาเงินที่ไหนไปคืน ฉันจำได้ว่าที่หยิบยืมเขาส่งให้ยายแหววเรียนต่อตั้งแต่มัธยมจนจบปริญญาที่ต่างประเทศมันก้อนใหญ่มาก ไหนเงินที่คุณเอาไปไถ่ถอนบ้านจากธนาคารเมื่อ 2-3 ปีก่อนอีก คุณเอาเงินตั้งมากมายมาจากไหน” “ไม่ต้องสงสัยหรอก คุณรู้แค่ว่าผมหาเงินพวกนั้นมาได้ ไม่ได้คดโกงจี้ปล้นใครก็พอ เจ้าของเงินเต็มใจให้เรา แลกกับของที่ผมส่งไป จากนี้ไปบ้านหลังนี้เป็นสิทธิ์ของผมกับคุณ หนี้ที่ส่งเสียยายแหววก็เคลียร์แล้วเหมือนกัน”“ค่ะ ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันรู้ ฉันก็ไม่ต้องการรู้ ฉันไว้ใจคุณ ส่วนบ้าน ฉันจะเริ่มเคลียร์ของออกตั้งแต่พรุ่งนี้” ดวงหน้าอูมอิ่มของหญิงวัยกลางคนดูเบิกบาน หากเป็นครู่ก็เปลี่ยนเป็นระแวงขึ้นอีก “แล้วแน่ใจนะว่าคุณรัชภาคย์ไม่ตามมาทวงหนี้คุณ พูดก็พูดเถอะ ฉันกลัวเขาจริงๆ ดูป่าเถื่อนช
ปิ่นลดาครางกับตัวเอง นอกจากหลงมาอยู่ในที่แปลกประหลาด แต่ละคนที่หล่อนเจอก็เหมือนหลุดจากโลกที่เธอไม่คุ้นเคยด้วยศจีไม่ต่อล้อต่อเถียง หิ้วปิ่นโตเดินไปในห้องครัว คงจะจัดอาหารให้เธออย่างที่เคยทำนี่เป็นหน้าที่ของศจีใช่ไหม ใครเป็นคนสั่งมา หรือจะเป็นคุณใหญ่คนนั้น“ฉันอยากพบคุณใหญ่ค่ะ” ปิ่นลดาต้องพูดซ้ำถึงสามครั้งกับคนสามคนในเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเดินมายังคฤหาสน์ใหญ่ คนแรกที่เจอเมื่อเข้ามาถึงเขตต้องห้ามตามที่ศจีเคยบอก เธอเห็นผู้ชายที่คงเป็นคนสวนง่วนอยู่กับการดูแลสวนดอกไม้ที่เคยเผลอเดินเข้ามาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งพอสังเกตใกล้ ปิ่นลดาก็นึกทึ่งว่าแท้จริงนอกจากไม้ดอกและไม้ประดับที่พอคุ้นตาแล้ว ยังมีพืชผักต่างๆ ปลูกเป็นแปลงยาว ดูเป็นระเบียบ สวยงามไม่ต่างกันหากว่ารายแรกนั้น เมื่อเธอถามก็ต้องอารมณ์เสียสุดฤทธิ์ นอกจากเธอจะถูกมองเหมือนเป็นสัตว์ประหลาด แล้วถูกเดินหนีอีกต่างหากมันน่าหงุดหงิดนักเชียว หญิงสาวถึงฮึดมาถึงหน้าระเบียงคฤหาสน์ คราวนี้เป็นผู้หญิงรุ่นเดียวกัน เห็นเธอแล้วทำหน้างุนงง ก่อนเดินมาถามอย่างลังเล และปิ่นลดาก็ต้องพูดประโยคนั้นเป็นครั้งที่สองผลที่ได้นั่นหรือ...เลวร้ายไม่ต่างกับรายแรก...จะด
พวงทิพย์เดินกลับเข้าโถงคฤหาสน์ด้วยอาการคอแข็งจัด เธอไม่สบอารมณ์กับเหตุการณ์เมื่อครู่ แม่คนที่คุณใหญ่เลือกมาดูจะหัวแข็งไม่น้อย เธอหวั่นว่าสิ่งที่คิดว่าจะควบคุมได้ง่าย มันอาจไม่ใช่เสียแล้ว“เป็นอะไรคุณทิพย์ ฉันเรียกไม่ได้ยินหรือ” เสียงห้าวทุ้มดังจากคนร่างสูงตรงในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงสแล็กสีดำทำให้เจ้าตัวยิ่งดูแข็งแกร่งเคร่งขรึมขึ้นไปอีก พี่เลี้ยงเก่าแก่ที่พ่วงตำแหน่งแม่บ้านใหญ่ถึงกับสะดุ้ง ดูน่าตลกในสายตาคนมอง หากใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มด้วยการผสมอย่างลงตัวของเลือดตะวันตกและตะวันออกนั้นแค่แย้มขบขันนิดเดียว ก่อนเลือนหาย กลายเป็นสีหน้าแห่งความเรียบเฉยเหมือนเดิม“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร คุณใหญ่บอกเรียกดิฉัน ต้องการอะไรหรือคะ”“ไม่มีหรอก แต่คุณทิพย์เดินหน้าเครียดเข้าบ้าน คิดว่าจะมีปัญหาแก้ไม่ตก ฉันจะได้ช่วย” เจ้าของคำพูดหยอกเล่นอย่างที่น้อยครั้งจะได้เห็นเดินนำไปทางระเบียงด้านข้างของคฤหาสน์ซึ่งดูเป็นสัดส่วนพอควร ทรุดกายนั่งบนเก้าอี้ตรงโต๊ะที่จัดไว้สำหรับรับประทานอาหาร“อุ๊ย! คุณใหญ่ไม่ต้องช่วยหรอกค่ะ ดิฉันจะไม่มีปัญหาอะไร ที่คิดๆ อยู่ก็เป็นเรื่องคุณใหญ่ทั้งนั้น”“คิดเรื่องของฉัน...บอก
“ไม่...ไม่มี ฉันกลับละ”“งั้นเชิญ กลับไปเลย ไม่ต้องมาอีกยิ่งดี ฉันเบื่อหน้าคนขี้ขลาด ไม่มีหัวใจอย่างศจีเต็มทีแล้ว” คนไล่สะบัดหน้าพรืดเข้าบ้าน ท้ายเสียงเครืออย่างระงับไม่อยู่สองเท้าพาร่างบางเข้าห้องนอน แทนที่จะตรงไปยังห้องครัว เพราะความหิวมันหายไปหมดแล้ว กระแทกกายนั่งบนเตียง แล้วพ่นถ้อยคำระบายอารมณ์“เหมือนกันทั้งเจ้านายลูกน้อง ลึกลับ ทึมทื่อ เป็นผีดิบกันทั้งบ้าน ถามอะไรไม่รู้เรื่องสักคน”ใกล้ค่ำ รัชตะกลับมาถึงคฤหาสน์ราชเกียรติกูร บ้านที่สร้างไว้เพื่อระลึกถึงมารดาชาวแคนาดาที่จากโลกนี้ไปเมื่อห้าปีก่อน เขามีความทรงจำดีๆ กับมารดา แถมด้วยญาติสนิททางนั้น และยิ่งมากขึ้นเป็นทวีเมื่อเทียบกับญาติทางฝั่งบิดา บิดาถือกำเนิดในราชสกุลชั้นสูงของเมืองไทย แต่ถูกขับไล่ทั้งครอบครัวเพราะเลือกแต่งงานกับมารดาที่เป็นชาวต่างชาติ แทนที่จะเป็นคนสายสกุลใกล้ชิดกันที่ถูกวางตัวไว้เพื่อจะหนุนงานด้านการทูต มันคือความผิดที่รัชตะไม่ต้องการรับรู้ ไม่อยากเข้าไปยุ่ง อีกทั้งยิ่งหาข้อมูลหลายด้านก็ทำให้มั่นใจว่าอยู่ห่างกันไว้เป็นดีที่สุด เพราะไม่มีทางเลยที่เขาหรือคนอื่นจะรับรู้ถึงความจริงจากเหตุการณ์ซับซ้อนพวกนั้น แม้ ‘พ่
คนร่างอรชรนอนคว่ำหน้า สายตาไล่ตามตัวหนังสือที่เธออ่านซ้ำ เป็นรอบที่สาม จนเกินชั่วโมงจึงพลิกกายหงาย แล้วทอดถอนใจอย่างเบื่อหน่าย“เบื่อจนเครียด ใกล้จะบ้าแล้วนะ รับรองเถอะ ฉันบ้าเมื่อไหร่ ลุงได้สังเวยความบ้าของฉันเป็นคนแรกแน่ ลุงคุณใหญ่แห่งบ้านผีดิบ!”ท้ายเสียงกระแทกขุ่นมัว นึกภาพชายชราผมขาวโพลนทั้งหัว หากเรือนกายยังกำยำล่ำสัน มีรัศมีสีเทาแผ่ออกมา...และเมื่อภาพนั้นชัดขึ้นปิ่นลดากลับนึกขันปนสมเพช“คงมีเมียเด็กซุกไว้ในคฤหาสน์ พอมีลูก เลยต้องซุกต่อ จะจ้างพี่เลี้ยงยังต้องทำลับๆ ล่อๆ แก่แล้วไม่เจียมตัว ทำเราเดือดร้อนไปด้วย” หล่อนว่าใส่อารมณ์ พยายามสูดลมหายใจลึก บรรเทาอารมณ์เดือดพล่าน แต่เมื่อไม่เป็นผลจึงต่อว่าฝากฟ้าลม “ถ้าลุงอยู่ส่วนลุง ฉันก็ไม่สนใจหรอก ชีวิตใครชีวิตมัน แต่ตอนนี้ฉันอยากฉีกอกลุง ตัณหาหน้ามืดของลุงทำฉันเดือดร้อน ลุงกำลังคุกคามชีวิตอันสงบสุขของฉันอยู่ เข้าใจไหม”เจ้าหล่อนทุบกำปั้นลงกับที่นอน พ่นลมหายใจฟืดฟาดอย่างเคืองแค้น การถูกกักขังให้อยู่ในบ้านหลังเล็ก โดยมีคนคุมคอยส่งอาหารเช้าเที่ยงเย็น จะติดต่อใครก็ไม่ได้ การจะออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก เป็นอันไม่ต้องคิดฝันถึงขนาดนี้ ใครจะ
ภาพร่างเปลือยเปล่าขาวโพลนในกระจกสะท้อนเข้ามา เมื่อเปลือกตาบางขยับเปิดปรือ หลังจากเธอหลับตาทบทวนนิ่งนาน แม้คำตอบจะชัดอยู่ในหัวมาสักพักแล้ว แต่เพราะความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอจึงเลือกที่จะหลอกตัวเองมากกว่ายอมรับความจริง...ความจริงที่ขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆสายตากวาดทั่วดวงหน้านวลผ่อง ทุกส่วนที่ประกอบเป็นเธอยังเหมือนเดิม หากจะเปลี่ยนก็คงเป็นดวงตาหวานซึ้งที่มีรอยครุ่นคิดมากขึ้น ประกายกล้าทอแสงแห่งชีวิตชีวานั้นจางลงอย่างน่าใจหายสามเดือนที่อยู่ในบ้านสีฟ้า ภายในรอบรั้วกำแพงสูง สามเดือนที่เธอไม่เคยออกไปพบปะผู้คน เป็นสามเดือนที่เธอไม่เคยมีอิสระอย่างแท้จริงหากทุกวันที่ผ่านไป เธออยู่มาได้ด้วยความหวัง แม้จะริบหรี่ แต่เพราะภาพลวงที่ตนเพียรสร้างขึ้นมา กระตุ้นให้จิตใจหลงคล้อยตาม...ภาพลวงตาที่เข้ามาเติมเต็มอยู่ทุกคืนวันถ้าปิ่นลดาจะเปิดดวงตาและหัวใจให้กว้างกว่านี้ เธอคงได้คำตอบสำหรับตัวเองนานแล้ว“เราไม่มีทางเปลี่ยนแปลงใครได้ ไม่มีทางเขาจะมองเราเป็นคนสำคัญ เพราะไม่อย่างนั้น เราคงไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้มาตั้งสามเดือน”สายตากดต่ำ มองหน้าท้องเนียนนุ่ม สิ่งท
“อีกไม่นานค่ะ อีกไม่นานคุณใหญ่จะว่างจากงาน คุณชัญญารอหน่อยนะคะ ดิฉันรับรองอีกแรงว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมในอีกไม่กี่เดือน”“คุณใหญ่ซุ่มทำกิจการใหม่อีกแล้วหรือคะ”คราวนี้ชัญญาเบิกตาโต สีหน้ามีทั้งความตื่นเต้นและชื่นชม แต่อีกคนนั้นหรือ ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะเก็บความกระอักกระอ่วนไว้ข้างในอย่างมิดชิด“ใช่ค่ะ ทุกอย่างที่ทำเพื่ออนาคตของราชเกียรติกูร คุณใหญ่มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ มีคนให้ดูแลมากมาย สงสารและเข้าใจเธอด้วยนะคะ คุณชัญญา”“ค่ะ คุณทิพย์ ชัญญาเข้าใจคุณใหญ่ วันนี้ชัญญากลับก่อน สายมากแล้ว ต้องไปรอรับคุณแม่ที่สนามบิน ท่านกำลังกลับจากเยี่ยมเพื่อนสมัยเรียนที่มาเลเซียค่ะ”“งั้นเชิญค่ะ ว่างๆ แวะมาอีกนะคะ เนินคุ้มหมอกยินดีต้อนรับคุณชัญญาเสมอ”เช่นตอนเข้ามา พวงทิพย์ถือเป็นหน้าที่ตามส่งสาวสวยถึงรถคันหรูที่มีคนขับพร้อม หญิงสาวเข้าไปนั่งตอนหลังอย่างสง่างาม ก่อนรถคันนั้นจะเคลื่อนจากไป โดยคนข้างหลังยังมองตามด้วยสีหน้าและแววตาชื่นชมและคาดหวังแม่บ้านวัยกลางคนกลับเข้าคฤหาสน์ไปแล้ว
รัชตะเออออตามอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนจะคว้าร่างเธอมากอดเต็มรัก แล้วดึงลงมานอนอยู่บนพื้นเตียง ก่อนปีนป่ายทาบทับทั้งร่าง จนหญิงสาวไม่อาจกระดิกกระเดี้ย“สักวัน เธอจะรู้ว่าแม้แต่คนในไร่ของฉันยังจริงใจกับเธอ มากกว่าคนที่เธอคิดว่าเขาเป็นคนให้ชีวิตและอนาคต”รัชตะพรมจูบใบหน้านวลที่กำลังทอความสงสัยและกังขา เขาจูบปลายจมูกโด่งเล็ก ก่อนปัดไล้ริมฝีปากอิ่มสวยที่ยังเจ่อด้วยพิษจุมพิต“ที่นี่เป็นบ้านของเธอ ตราบเท่าที่ฉันต้องการให้เป็น”ขัดใจคำพูดเขาอยู่หรอก แต่เมื่อถูกประชิดตัว โลมไล้อย่างไม่ผ่อนปรน ปิ่นลดาจึงลืมสิ้นทุกอย่าง หัวใจและอารมณ์คล้อยตามผู้ชายร่างใหญ่ที่กำลังร่ายมนตร์อยู่เหนือกายเธอรัชตะออกไปทำงานแล้ว วันนี้เขาออกไปตั้งแต่ฟ้าสางพร้อมคนติดตาม อย่างที่พวงทิพย์รู้ทันทีว่าเป้าหมายไม่ใช่โรงแรมกลางเมืองเชียงราชจนเมื่อสาย รถเบนซ์คันสีบรอนซ์เงินถึงคลานมาเทียบจอดหน้าคฤหาสน์ เธอเดินออกมารับอย่างจดจำเสียงรถได้“คุณชัญญา เชิญเข้ามาในบ้านก่อนค่ะ”แม่บ้านวัยกลางคนตรงไปต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและกระตือรือร้น ด้วยท่า
เนื้อกายร้อนวูบวาบเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอพยายามหนีเมื่อเดือนก่อน ผลจากคราวนั้นทำให้เธอถูกผู้ชายป่าเถื่อนบังคับขืนใจอย่างโหดร้ายที่สุดปิ่นลดากลัวและหวาดผวาเจียนบ้าหลังจากค่ำคืนนั้น แม้จะมีศจีคอยปลอบใจและอยู่เป็นเพื่อนในตอนกลางวัน แต่เธอกลับไม่อาจวางใจใครได้อีก เพราะรู้ว่าภายในรอบรั้วกำแพงสูง ล้วนมีแต่คนของเขา...คุณใหญ่ หรือ รัชตะ ราชเกียรติกูรหากหลังจากคืนนั้นรัชตะ ได้เข้ามาแนบชิดเธออีก ท่าทีของเขาเปลี่ยนจากคราวแรกโดยสิ้นเชิง ทำให้ปิ่นลดาคลายความหวาดกลัว ทุกวินาทีที่เขาอยู่ใกล้ ปิ่นลดารู้เพียงว่าทำให้หัวใจเธอเต้นแรงและไม่เคยเป็นจังหวะ ยังไม่นับรวมถึงเมื่อต้องแนบชิด รองรับความต้องการของเขาอยู่เกือบทุกคืนปิ่นลดารู้ว่าระหว่างเขากับเธอ มันดูผิดปกติ ต้องมีเรื่องราวมากกว่าความอยากปลดปล่อยของผู้ชายคนหนึ่ง แต่เธอจะหาความจริงได้จากไหน นอกจากปะติดปะต่อเรื่องราวให้กลายเป็นนิยายหรือหนังตลกร้ายสักเรื่อง ที่เมื่อเรียบเรียงจนจบ เธอก็ไม่รู้อยู่ดีว่านั่นเป็นความจริงหรือเปล่านอกจากความจริงที่ออกจากปากเขา...แต่หล่อนยังไม่กล้าถามจนค่ำคืนนั้น รัชตะปรากฏตัวใน
รัชตะกลับเข้าคฤหาสน์ในเวลารุ่งสาง โดยทิ้งหญิงสาวในบ้านสีฟ้าไว้ หลังจากแนบชิดหล่อนอยู่ทั้งคืนชายหนุ่มเปิดประตูเข้าห้องนอนที่อยู่ชั้นสองทางปีกขวา รูดผ้าม่านหนาหนักออกมา ทอดสายตามองไกลออกไปที่แห่งนี้เป็นสถานที่แห่งความทรงจำของพ่อและแม่เขา ที่ดินผืนงามกลางหุบเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์ ด้านหน้ามีลำธารใหญ่ที่น้ำไม่เคยแห้งขอด“ฉันได้ทุกอย่างไว้ในมือ ขณะที่นายเล็กยังต้องดิ้นรนเพราะเงื่อนไขบ้าๆ นั่น...ดังนั้นปิ่นลดา เธอมีหน้าที่ต้องช่วยฉันทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ”ดวงตาคมดูมุ่งมั่นและเยียบเย็น เมื่อนึกถึงสิ่งที่จะได้มาโดยสมบูรณ์และคงอยู่ตลอดไปหากห้วงความคิดขณะนั้นกลับไม่มีภาพของสาวสวยที่เขาเพิ่งผละจากมา แม้จะกอบโกยความสุขจากเรือนกายเธออยู่ทั้งคืนก็ตามชายหนุ่มเข้าห้องน้ำ จัดการตัวเอง แล้วลงมาชั้นล่างในเครื่องแต่งกายสมาร์ตและภูมิฐาน ด้วยเสื้อเชิ้ตเนื้อดีราคาแพงและกางเกงสแล็กแบรนด์ดัง ยิ่งอยู่บนเรือนกายใหญ่ที่มีส่วนสูงถึงร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร กายแกร่งอุดมด้วยกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทุกอย่างช่างเหมาะเจาะ เสริมส่งให้เขากลายเป็
เท่านั้นเอง ปิ่นลดาก็เดินลงน้ำหนักเท้าไปยังอาหารที่จัดรอ แต่เลือกนั่งบนโซฟาเดี่ยวที่คิดว่าไกลและปลอดภัยจากเขาแต่คิดหรือว่าคนตัวโตจะยอมรัชตะย่างเท้าเอื่อยตรงมา คนตัวเล็กมองตาม เกร็งตัวรับ แม้ไม่อาจคาดเดาว่าเขาจะทำอะไรเธออีก และพอมาถึง ร่างใหญ่ก็โน้มลง สอดลำแขนช้อนร่างกลมกลึงขึ้นอย่างง่ายดายและอ่อนโยน ก่อนจะหมุนกาย เดินมาแค่สองก้าวแล้วโยนเธอโครมลงบนโซฟายาวหนานุ่มอย่างไม่เบามือ“ว้าย!” ปิ่นลดาร้องอุทาน ทั้งตกใจและโมโห กลบความเจ็บเสียจนมิดทำไมชีวิตเธอต้องมาเจอคนบ้าแบบนี้ด้วย!ร่างสูงยืนค้ำอยู่เหนือศีรษะ เป็นนาทีเขาถึงหย่อนกายลงนั่ง หญิงสาวตั้งตัวไม่ทัน ทำท่าจะขยับหนี แต่อ้อมแขนแข็งแรงรั้งเอวบางไว้แน่น แล้วดึงมาแนบชิดกาย“เธอหนาว นั่งใกล้กันจะได้อุ่น”เหตุผลของเขา พร้อมฝ่ามือใหญ่ลูบไล้สีข้างเนียนนวลอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ปิ่นลดาสะกดใจไม่ยกมือขึ้นข่วนใบหน้าคมที่โน้มมาใกล้ให้เลือดซิบแทบไม่ไหว“ฉันไม่หนาว แต่ตอนนี้หิวข้าว ถ้าคุณยังนั่งอยู่อย่างนี้ ฉันกินไม่ลง”หล่อนพยายามว่าเสียงเข้ม แต่ดูจะทำได้ไม่ดี เพร
“อืม แต่ฉันหิวกว่า ขอกินเธอก่อน”“ไม่ค่ะ คุณใหญ่”“น่า ไม่นาน”เขารุกเร้าเอาแต่ใจ ร่างหนาใหญ่เคลื่อนมาทาบทับ นิ้วแกร่งเคลื่อนสู่ใจกลางกายเธอ ปิ่นลดาบีบต้นขาอวบแน่น หากมืออีกข้างของเขายันไว้ ก่อนผลักหน้าขาเธอเปิดออก เร่งเร้าด้วยเรียวนิ้วจนเธอพร้อมรองรับ จากนั้นจึงส่งแก่นกายใหญ่ที่ขยายเหยียดยาวกดแทรกลงไปอย่างแม่นยำและมาดหมาย“อ๊า คุณใหญ่”มือหนาหยาบระคายกอบกำอกอวบ บีบเคล้นเร้าอารมณ์ประสานกัน จนหญิงสาวต้องเปล่งเสียงครางระงมอย่างไม่อาจกลั้น ยกบั้นท้ายงามงอนขึ้นรองรับเขาอย่างถนัดถนี่โดยไม่รู้ตัวรัชตะโจนจ้วงไม่ยั้งตัวเองอีก แรงกระแทกส่งผลให้ร่างน้อยสั่นสะเทือน สายตาคมจับจ้องทรวงอกงามที่กำลังกระเพื่อมไหว โน้มตัวลง ครอบครองเม็ดทับทิมสีสดที่ชูชันท้าทายด้วยเรียวปากหยัก ดูดดึงไว้ในอุ้งปาก ส่งเรียวลิ้นสากระคายดันดุนลากไล้วนทั่ว ประสานกับสะโพกแกร่งที่เคลื่อนไหวกระแทกหนักหน่วง จนร่างสาวสะท้านเยือกปิ่นลดาหวีดร้องเมื่อความซ่านเสียวจุดประทุ แตกซ่านออกมาทั่วทุกอณูเนื้อ ร่างน้อยบีบรัดแน่น กระตุกเกร็งเมื่อสายรุ้ง
มือแข็งแรงบีบเคล้นบั้นท้ายงามงอน ไม่ใส่ใจคนใต้ร่างที่นอนคว่ำหน้าซึ่งกำลังดิ้นรนหนี โดยไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ทำได้สร้างความสำราญให้คนกุมเกมสักแค่ไหน ดวงตาคมหรี่มองภาพสวยงาม มือหนากอบกำท่อนเนื้อขนาดเขื่องของตัวเอง สอดลำแขนใต้สะโพกผายตึง ดึงจนบั้นท้ายลอยเด่น แล้วผลักดันแก่นกายเข้าสู่ช่องทางสวรรค์อย่างแม่นยำปิ่นลดาสะดุ้งเมื่อความใหญ่โตดุนดันเข้ามา ส่งเสียงร้องเมื่อรู้สึกถึงแรงชำแรกเข้าสู่ช่องทางที่ยังบอบช้ำ เธอครวญสะอื้น สองมือบางที่ยันค้ำกับที่นอนสั่นระริก เข่ามนที่สัมผัสพื้นเตียงนอนนั้นอ่อนแรงจนพานจะพับลงมากองเสียให้ได้ หากไม่มีแรงมหาศาลรั้งเธออยู่หญิงสาวนิ่วหน้า รอรับความเจ็บปวดปานร่างถูกฉีกเป็นเสี่ยงๆ อย่างคืนนั้นที่ยังจำไม่ลืมหากผ่านไปหลายวินาที เธอถึงรู้ว่าสิ่งที่กลัวฝังใจกลับไม่เกิดขึ้น“คุณใหญ่”เสียงหวานเรียกแผ่วเบา ก่อนเจ้าหล่อนจะปล่อยเสียงครางจากลำคอระหง เมื่อท่อนเหล็กกล้าค่อยๆ ไหลชำแรกสู่กายบางอย่างมั่นคง นุ่มนวลทว่าหนักหน่วงและแข็งแกร่ง เติมเต็มจนอัดแน่นรัชตะหอบหายใจ จับสะโพกผายตึงไว้แน่น ผลักดันเข้าไปในตัวเธออีก
ร่างในอ้อมกอดเริ่มขยับ คนที่นอนซ้อนหลังเฝ้าจับมองปฏิกิริยาของหล่อนอย่างไม่คลาดสายตา แสงนวลที่ส่องจากหัวเตียงทำให้เขาเห็นทุกท่าทาง อารมณ์ที่แสดงผ่านสีหน้าและลูกแก้วกลมใสภายใต้แผงขนตายาวที่กระพือถี่ ก่อนเจ้าหล่อนจะตื่นเต็มตาเมื่อรับรู้ว่าคนบุกรุกเข้ามายามเธอหลับใหล หญิงสาวก็รีบหันมองแววตาตื่นตระหนกอย่างที่เขาคาดไว้ไม่ผิด“คุณ”“เป็นไง หลับนานเชียว ฉันรอเธอตื่นนานแล้วนะ รับผิดชอบด้วยที่ทำให้ฉันเสียเวลา”“คุณเข้ามาได้ยังไง”“เธอนี่ถามตลกจริง นี่บ้านของฉัน ฉันจะเข้ามาหาผู้หญิงของฉัน ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของคุณ”“อ๋อ แค่คืนเดียวแต่ซ้ำหลายครั้ง ไม่ทำให้เธอจำใช่ไหม งั้นฉันจะประทับรอยบนร่างกายเธอบ่อยๆ เธอจะได้จำติดตรึง แบบลืมไม่ลง”เสียงห้าวพร่าดังพร้อมกับแววตาคมกริบที่ทอประกายหื่นกระหายบ่งบอกความต้องการอย่างโจ่งแจ้ง ทำให้คนร่างเล็กรีบขยับตัว ทำท่าจะผละออก แต่เธอไม่อาจทำได้สำเร็จรัชตะรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้าสู่อ้อมกอดแน่นขึ้น พลิกกายหนาทาบทับทันทีและเป็นไปอย่า