เทพบุตรทวงแค้น
บทที่1
ท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองใหญ่ บรรยากาศยามค่ำคืน ดวงไฟมากมายถูกเปิดส่องสว่างไปทั่ว รถยนต์ยังคงวิ่งขวักไขว่ราวกับถนนเส้นนี้ไม่เคยหยุดพัก
ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองใหญ่นี้ ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันจนมองไม่เห็นดาวที่พรั่งพราวอยู่บนท้องฟ้า
ท้องฟ้าที่ถูกฉาบด้วยสีนิล กลับกลายเป็นสีเทาเพราะถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันแทน
ถึงจะมืดค่ำแล้วผู้คนก็ยังไม่ได้หยุดพัก บ้างก็ยังทำงาน บ้างก็เลิกงานแล้ว ชีวิตทุกคนล้วนแตกต่างกัน และทุกคนต้องต่อสู้ดิ้นรนกันไป
ตกดึกของคืนนั้น
ปัง! ปัง! ปัง!
“อ้ากกก!!”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับเสียงปืนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ในยามราตรีนี้ไร้ซึ่งแสงจันทร์สาดส่อง และที่แห่งนี้เป็นซอยเปลี่ยว ไร้ซึ่งรถยนต์สัญจร
ชายผู้ที่ถูกคมกระสุน พยายามตะเกียกตะกายหนีเพื่อให้หลุดพ้น ร่างกายของเขามันเจ็บร้าว ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะพยุงกายให้ลุกขึ้น
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก้าวเดินอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าทรงพลัง ในมือถือมัจจุราชสีดำมันวาวเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่พยายามตะเกียกตะกายหนีอย่างใจเย็น
และวันนี้เขาจะส่งมันไปทัวร์นรกเอง
“อย่าทำผมเลย ผมมีลูกเมียที่ต้องดูแล อย่าฆ่าผมเลยนะ ให้โอกาสผมได้แก้ตัวสักครั้ง” ชายที่ร่างกายโชกไปด้วยเลือดพยายามอ้อนวอน เขาใช้มือสั่นเทาประนมมือไหว้เพื่อของชีวิตจากซาตานร้าย ผู้ที่สามารถประหัตประหารชีวิตเขาให้ดับดิ้นลง
“ให้พวกผมจัดการดีกว่าครับนาย” เสริมพูดขึ้น
“หึ! พวกมึงรอเก็บศพมันดีกว่า หลังจากที่กูฆ่ามันให้ตาย พวกมึงจะเอาไปทำอะไร? ก็แล้วแต่พวกมึงจะทำ” น้ำเสียงเหี้ยมกล่าวอย่างเยือกเย็น จนคนฟังรู้สึกขนหัวลุก ผู้ที่ยืนถือมัจจุราชสีดำอยู่เบื้องหน้าของเขา คือผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นผู้ชายที่สามารถฆ่าคนได้อย่างไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด
ฆ่าคนมากกว่าจำนวนหินบนเกาะไข่มุก
“ก่อนตายมีอะไรจะพูดไหม? ใครส่งมึงมา”
“ไม่มี” เขาปฏิเสธพร้อมกับส่ายหน้า เขารู้สึกเสียใจไม่น้อยที่ทำพลาด มันจะพลอยทำให้ลูกเมียของเขาเดือดร้อนไปด้วย เขาได้แต่คิดอย่างวิตก หวาดหวั่น
“หึ” วิคเตอร์แค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน มองคนที่เขากำลังจะมอบความตายให้ ก่อนจะเล็งปืนไปที่ร่างชายคนนั้น
“อย่าทำอะไรผมเลย ผมสัญญาจะไม่ข้องเกี่ยวกับคุณอีก ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
“มึงไม่มีโอกาสที่จะข้องเกี่ยวกับกูอีกหรอก มึงบอกกูมาว่าใครส่งมึงมา”
“ไม่มี”
“ไม่บอกกูก็ไม่เป็นไร มึงตายก่อน เดี๋ยวกูส่งลูกกับเมียมึงให้ตายตาม ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น”
“อย่าทำพวกเขาเลย ถ้าจะทำก็ทำผมคนเดียว”
“มึงไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง นอกจากมึงจะบอกความจริงมา และกูจะปล่อยลูกเมียมึง”
“...”
“ในเมื่อกูให้โอกาสมึงพูดแล้วมึงไม่ยอมทำ วันนี้มึงก็ตายซะ!!”
“ดะ... เดี๋ยว!”
ปัง! ปัง!
สิ้นเสียงปืน ร่างกายของชายคนนั้นก็ฟุ๊บลงกับพื้น แล้วขาดใจตาย เลือดสีสดไหลอาบพื้นคอนกรีตจนแดงฉาน แสงไฟที่หน้ารถสาดส่อง ยิ่งเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน
“เอามันไปทิ้ง”
“ครับนาย”
วิคเตอร์…
ผมคือวิคเตอร์ลูกของแม่มัดไหมกับพ่อโจเซฟ(เรื่องเล่ห์หัวใจนายคนเลว) คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณให้มากความก็คงรู้ว่าผมคือใคร?
ผมมันลูกที่ไม่ได้เลือดแม่มาสักนิด แม่มัดไหมอ่อนโยนอ่อนหวาน ส่วนผมมันดิบเถื่อน สารเลว เรื่องดีๆในชีวิตไม่ค่อยมี ส่วนมากผมจะทำเลวมากกว่า
'ผมฆ่าคนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย'
ผมไม่ค่อยสนิทกับใคร แม้กระทั่งน้องชายฝาแฝดของผม ผมก็ไม่สนิทด้วย ผมทำธุรกิจมืดที่เกาะไข่มุก ผมคือผู้ผลิตยาพีรายใหญ่ของประเทศ
ผมผ่านเรื่องเลวทรามมาทุกชนิด กว่าผมจะยืนด้วยขาตนเองและพิสูจน์ตนเองกับพ่อของผมได้ ก็มีผู้คนไม่น้อยที่ล้มตายลง
ผมหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเลือดที่กระเซ็นมาเช็ดที่ใบหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะทิ้งมันลงพื้นอย่างไม่ไยดี
คนที่คิดจะแฝงตัวมาล้วงความลับ ผมจะฆ่ามันให้ตาย ไม่เว้นแม้กระทั่งคนในครอบครัวของมัน ผมจะฆ่าให้หมด และคนอย่างผมไม่คำว่าปรานี
ผมเดินเข้าไปในรถสปอร์ตสุดหรูพร้อมกับปรับเบาะเอนกายลงนอน มองลูกน้องจัดการศพคนทรยศที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อล้วงความลับ
และเมื่อผมจับได้ คำว่าโอกาสที่จะมีชีวิตต่อของมันก็ไม่มี
Rrrrrr
เสียงสมาร์ทโฟนราคาแพงของผมดังขึ้น ผมหยิบมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ผมมองเบอร์โทร ที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอ ก่อนจะใช้มือเรียวของตนปัดหน้าจอเพื่อกดรับ
“มึงมีอะไร?” ผมพูดเสียงเรียบนิ่งกับไอ้พายุน้องชายของผม
(“มึงทำเลวอยู่ใช่ไหมไอ้วิคเตอร์”)
“มันเรื่องปกติของกูอยู่แล้วนิ”
(“เมื่อไหร่มึงจะเป็นคนดี อ่อนโยนกับเขาบ้างวะ”)
“มันไม่จำเป็นที่กูจะอ่อนโยนกับใคร?”
(“เออ พ่อคนเย็นชา เย็นชาให้มันตลอดเถอะ มึงน่ะหัดทำความดีบ้างนะ ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์กับเขาบ้าง”)
“กูไม่อยากขึ้นสวรรค์หรอกกูกลัวความสูง นรกคือที่ที่กูจะสิงสถิตอยู่ที่นั้น” ผมพูดพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบก่อนจะพ่นควันขาวลอยคลุ้ง พร้อมกับเพ่งมองลูกน้องที่กำลังโปกปูนร่างคนทรยศ
(“เออพ่อคนบาป พ่อคนชั่ว พ่อคนเลว พ่อคนสารเลว แม่เป็นห่วง รีบมาบ้านสักที”)
“ฝากบอกแม่ด้วยว่า…”
“ไม่รับฝาก กูไม่ใช่นกฮูกเหมือนหนังแฮรี่พอตเตอร์นะมึง ที่จะรับฝากสาร์น มึงมาบอกเองเถอะ”
ผมพูดไม่ทันจบมันก็แทรกขึ้นมาก่อน แล้วกดตัดสายเลย ผมหามารยาทจากคนระยำแบบมันไม่ได้เหมือนกัน
ผมเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า แล้วสูบบุหรี่อย่างสบายใจ ผมไม่ได้รู้สึกรู้สากับคนที่ผมฆ่ามันตายเลยสักนิด นี่ไม่ใช่ศพแรก แต่มันเคยมีเหตุการณ์แบบนี้จนนับครั้งไม่ถ้วน
“เรียบร้อยแล้วครับนาย” ไอ้พลลูกน้องคนสนิทของผมเอ่ย ขณะที่มันเข้ามานั่งในรถ
“แล้วไอ้เสริมกับไอ้สมล่ะ”
“มันจะเอาศพไปทิ้ง นายไม่ต้องห่วงอะไรนะครับ”
“กูไม่ได้ห่วงอะไร? กลับบ้านกันดีกว่า แม่กูเป็นห่วง” ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ คนเป็นลูกน้องถึงกับทำหน้าฉงน หันมามองหน้าผมทันที
“วันนี้นายแปลก เชื่อฟังนายหญิงด้วย”
“กูแปลกตรงไหน? รีบไปก่อนที่กูจะมอบกระสุนพระราชทานให้มึง”
“ไปแล้วครับนาย”
“ดี! งั้นก็รีบไปให้ไว”
“ครับ”
รถสปอร์ตหรูขับฝ่าความมืดมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเกือบถึงถนนใหญ่ก็มีรถที่จอดเสียอยู่ข้างทาง ผู้หญิงหน้าตาสระสวยโบกมือหย๋อยๆ เพื่อให้รถของผมจอด
“เธอน่าจะรถเสียครับนาย เราจอดช่วยเหลือเธอก่อนไหม?” ลูกน้องคนสนิทหันมาถามผม
“...”
“ผู้หญิงสวยด้วย ถนนเปลี่ยวขนาดนี้ ถ้าเราไม่ช่วย เธออาจจะถูกลากไปข่มขืนได้นะครับนาย”
“มึงหัดเห็นใจคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?” ผมรี่ตามองมัน ลูกน้องเมื่อได้เห็นท่าทางของผม ก็เงียบปากลงทันที
“เอ่อ... คือ... มันอันตรายนะครับ ผู้หญิงตัวคนเดียวด้วย”
“ช่างสิ! มันจะคนเดียวสองคนสามคน แล้วทำไมกูต้องสน รีบกลับได้แล้ว แม่กูเป็นห่วง”
“ครับนาย” รถของผมขับผ่านเธอ ผมปรายตามองเพียงเล็กน้อย ก่อนเบือนหน้าหนี ผมไม่จำเป็นต้องสน ต่อให้ใครมันดิ้นตายลงตรงหน้า ผมก็ไม่จำเป็นต้องแคร์
ร่างบางของนับดาวมองตามรถที่วิ่งผ่านหน้าของเธออย่างโมโห ภายในใจได้แต่ก่นด่ารถสปอร์ตสุดหรูที่ขับผ่านเธอไป โดยไม่เหลียวแลหรือเอ่ยถามเธอแม้แต่น้อย“จอดหน่อยค่ะ”“ช่วยฉันด้วย”“ช่วยฉันด้วย”“ไอ้บ้าเอ้ย!!” นับดาวตะเบ็งเสียงดัง แต่ทว่ารถสปอร์ตไม่ยอมจอดเลย เธอหยิบก้อนหินแล้วปาใส่อย่างโมโห และมันได้ผล รถคันนั้นยอมจอด พร้อมกับชายหน้าตาคมคายเดินลงมาจากรถ“มึงอยากตายใช่ไหม?” วิคเตอร์ย่างสามขุมเข้าไปหานับดาว แววตาลุกวาวด้วยไฟโทสะ ที่พร้อมจะแผดเผาคนตรงหน้าให้ไหม้เป็นจุณปัง! ปัง! ปัง!“กรี๊ดดด” หญิงสาวกรีดร้องรีบถอยแล้วหันหลังวิ่งหลบกระสุนกลับมาที่รถของตนเอง แสงไฟรถของเธอสาดส่องทำให้เห็นหน้าเขาอย่างชัดเจน ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แต่ทว่าป่าเถื่อน ใจของเธอเต้นโครมครามราวกับกองชุด มันทั้งหวาดหวั่น และหวาดกลัวสุดขีด“นายครับ” พลพยายามห้ามปรามเจ้านาย เมื่อได้เห็นการกระทำอันบ้าระห่ำ ถ้าเขาไม่ห้าม คนที่จะตายคือหญิงสาวตรงหน้านี่แน่นอน“ไอ้พล มึงไปรอที่รถ กูจะยิงแม่งให้ตายห่าไปเลย” วิคเตอร์สบถออกมาอย่างเกรี้ยวกราด เดินเข้าไปหานับดาว เธอรีบวิ่งไปหลบที่ท้ายรถ ถ้าเขายังไม่หยุด เธอจะวิ่งลงข้างทาง“นายหญิงรออยู่ครับ
ผ่านไปอีกสองสัปดาห์ร่างอรชรของนับดาวเดินเข้าไปในไนท์คลับแห่งหนึ่ง หญิงสาวหาข้อมูลมาตลอด1อาทิตย์ ทำให้ทราบมาว่า วิคเตอร์จะมาที่ไนท์คลับแห่งนี้ หญิงสาวกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ ผู้คนมากหน้าหน้าตาต่างขยับกายไปมา พร้อมกับเสียงเพลงดังกึกก้องเข้าไปในโสตประสาทนัยน์ตากลมโตจ้องมอง ชายหนุ่มที่ยืนอยู่พร้อมกับลูกน้องสามคน นับดาวแต่งหน้าเข้มเพื่อปกปิดตัวตน หวังว่าเขาจะจำหล่อนไม่ได้ เรือนร่างอรชรของหญิงสาว อยู่ในชุดเซ็กซี่ ยั่วยวน ขยี้ใจนักท่องราตรีหนุ่มมิใช่น้อยผู้คนต่างจ้องมองไปที่ร่างของในชุดเซ็กซี่ของนับดาวอย่างจาบจ้วง หญิงสาวกลับไม่ได้สนใจสายตาหื่นกามของชายเหล่านั้นแต่ทว่าเธอสนใจชายหนุ่มที่ปรายตามมามองที่เธอไม่ต่างกันมากกว่าเขาดูนิ่งเหมือนไม่มีพิษมีภัย แต่สายตาคมกริบเย็นชาคู่นั้น มีความความป่าเถื่อน ราวกับซาตานร้ายซ่อนอยู่แต่ถึงจะดูโหดร้าย แต่ก็น่าค้นหาในเวลาเดียวกัน…หญิงสาวเดินนวยนาดเข้าไปหาเป้าหมาย นัยน์ตากลมโตจ้องมอง แล้วฉีกยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างยั่วยวน ถ้าเขาสนใจเธอ คงต้องตกหลุมพรางที่เธอขุดไว้เป็นแน่“คุณค่ะ” มือเรียวเล็กยื่นหมายจะจับแขนของวิคเตอร์ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ไม่แสดงความรู้สึก
วิคเตอร์อาบน้ำแต่งตัวในห้อง ในขณะที่หมอพุทธิพงษ์ หรือหมอพุทธ รักษาอาการบาดเจ็บของนับดาว เขาเคยรักษาอาการบาดเจ็บของพ่อโจเซฟ ทำให้เขาได้รู้จักกับวิคเตอร์“เอาเธอไปโรงพยาบาลดีกว่าไหม?” พุทธิพงษ์เอ่ยกับวิคเตอร์ อาการบาดเจ็บของหญิงสาวที่นอนนิ่งบนเตียงมีไม่มาก แต่เขากลัวเธอช้ำในมากกว่า“มึงจะเอาไปก็ได้นะ กูจะไปเคลียร์ของล็อตใหม่” วิคเตอร์เอ่ยเสียงเรียบ ไม่ได้สนใจอะไรในตัวของเธอมากมายนัก“เฮ้อ!” หมอหนุ่มพ่นลมหายใจออกมา จะพาไปมันก็พาไปได้ แต่เขาอยากถามเพื่อความแน่ใจ ในเมื่อรถของวิคเตอร์ขับชนเธอ พุทธิพงษ์ก็อยากให้วิคเตอร์รับผิดชอบมากกว่านี้“กูไปแล้ว มึงจัดการให้ด้วยแล้วกัน” วิคเตอร์เอ่ยแล้วเดินออกไปข้างนอก ขณะที่พุทธิพงษ์จะช้อนกายหญิงสาวขึ้น เธอก็รู้สึกตัวพอดี“คุณเป็นใครคะ?” นับดาวเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้า เขาอยู่ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา พุทธิพงษ์มองใบหน้าสวยหวานของนับดาว ก่อนจะยิ้มให้เธอเบา ๆ เขารู้สึกเบาใจขึ้นมา เมื่อได้เห็นหญิงสาวรู้สึกตัวแล้ว และอาการไม่น่าเป็นห่วง“ผมเป็นหมอ”“หมอเหรอคะ?” หญิงสาวเอียงหน้าถาม“ครับ คุณรู้สึกปวดหัว คลื่นไส้ไหมครับ”“ไม่ค่ะ แค่เจ็บหลังนิดหน่อย” หญิงสาวยิ้มพลางต
“นับยังไม่พร้อมเลยนะคะ” นับดาวพูดหน้าตาตื่น“แต่ฉันพร้อมแล้ว ถ้าเธออยากทำงานกับฉัน เธอต้องยอม”“เอ่อ...”“งั้นก็กลับไปซะ ฉันไม่ไว้ใจเธอ คนที่ฉันจะเอาไว้ทำงานด้วย คือคนที่ฉันทำให้ฉันได้ทุกอย่าง”วิคเตอร์พูดเสียงห้วน นับดาวได้แต่ครุ่นคิด ถ้าเธอไม่ยอม สิ่งที่เธอทำมามันจะสูญเปล่าทันที ซึ่งเธอยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้“นับยอมก็ได้ค่ะ” นับดาวพูดเสียงสั่น พยายามสูดหายใจลึก ๆ เอาวะ! ครั้งสองครั้งมันคงไม่สึกเหรออะไรหรอก ถึงแม้จะเสียสิ่งที่หวงแหนมาตลอดชีวิต แต่ถ้ามันแลกกับการทลายที่ผลิตยานรกได้ เธอก็ยินดีทำ เพราะถ้าสำเร็จพ่อเธอจะลาออกจากงานที่เคยทำ เธอจะได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านต่างจังหวัดอย่างมีความสุข“ดี”เขาใช้มือประคองใบหน้าสวยหวานของเธอ ก่อนจะบดเคล้าริมฝีปากหนาลงริมฝีปากบางของหญิงสาว นับดาวตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อถูกชายหนุ่มจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากร้อนนั้นทาบทับริมฝีปากเธอ เขาบดเคล้าดูดดื่มสลับหนักเบา ร่างกายของเธอกับเบาโหวงราวกับล่องลอยอยู่บนอากาศเมื่อเห็นนับดาวนิ่งไปวิคเตอร์ก็ยิ่งย่ามใจ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากนุ่มแสนหวานจุมพิตแสนหวานนั้น นับดาวถึงกับตัวสั่นเทาราวกับคนโด
“สวยจัง”บ้านบนเขาเป็นอะไรที่น่ารักมากในสายตาของนับดาว เธอเดินสำรวจมันอย่างพึงพอใจ ระเบียงกว้างยื่นออกไป ทำให้เห็นทิวทัศน์บนเกาะอย่างชัดเจน มันสวยงามสมกับชื่อเกาะไข่มุกเสียจริง“ชอบเหรอ?” วิคเตอร์เอ่ยถามเสียงราบเรียบ มองตามร่างบางของนับดาว ที่กำลังหยิบจับสิ่งของขึ้นมาดู เธอทำตัวราวกับเป็นเด็กที่พบเจอของเล่นชิ้นใหม่“ชอบค่ะ” นับดาวเอ่ยตอบ พลางฉีกยิ้มให้ชายหนุ่ม รอยยิ้มแสนหวานนั้นทำเอาเขาตะลึงงันไปชั่วขณะ“ถ้าชอบ เราอยู่สักเดือนเป็นไง?”“นับอยู่ได้เหรอคะ?” เธอถามแล้วเสหน้าไปมองทิวทัศน์เบื้องหน้า บรรยากาศยามนี้ช่างสวยงามเหลือเกิน“ได้สิ ฉันอนุญาต” น้ำเสียงราบเรียบนั้นเอื้อนเอ่ยออกมา นับดาวหันไปมองเขาอย่างไม่อย่างเชื่อหูตัวเอง เธอรู้สึกว่าอะไรมันง่ายไปเสียหมด ดู ๆไปเขาไม่ได้เป็นคนใจร้ายอย่างที่เธอคิด ข่าวลือที่ว่าเขาโหดร้าย มันอาจจะแค่ข่าวที่คนพูดเกินจริงเท่านั้นหรือไม่? เขาอาจจะสร้างกำแพงขึ้นเพื่อปกปิดความอ่อนแอในหัวใจของเขาก็เป็นได้“นายเคยรู้สึกโดดเดี่ยวทั้งที่มีผู้คนอยู่รอบกายไหม?”“ฉันเป็นมาตลอด” เขาทอดสายตามองภาพเบื้องหน้า ชีวิตของเขามันอันตราย จนแทบไม่อยากเข้าใกล้ใคร เขากลัวทุกคนจ
“เขาทำอะไรกันคะ” นับดาวเอ่ยถามพร้อมกับชี้นิ้ว เมื่อเห็นกลุ่มผู้หญิงนั่งรวมกันเป็นกลุ่ม ข้างกายมีกล่องใบเล็ก ๆ วางเรียงรายอยู่“เขาหารายได้เสริมกัน หลังจากเก็บใบต้นบีบี พวกผู้หญิงก็จะมาร้อยเปลือกหอยกัน อาชีพเสริมกลุ่มแม่บ้านน่ะ”วิคเตอร์ตอบเสียงราบเรียบพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตที่เขาสวมใส่ออก เขาไม่ชอบใจนักที่เห็นร่างของนับดาว มีเพียงบิกินี่ปกปิดของสงวนเพียง 2 ชิ้นเท่านั้นเขาเองนึกแปลกใจกับความรู้สึกของตัวเองอยู่เหมือนกัน ทำไมเขาถึงไม่ชอบให้คนอื่นจ้องมองร่างของเธอนอกจากตัวของเขาเอง“นับอยากไปดูจังค่ะ”“ฉันจะพาไปดู แต่เธอต้องใส่เสื้อก่อน”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันก็แค่ชุดว่ายน้ำตอนที่นับอยู่เมืองนอก นับก็ใส่แบบนี้ประจำนะคะเวลาที่ไปเที่ยวทะเล”“แต่ในเมื่อเธอเป็นผู้หญิงของฉัน ฉันจะไม่ยอมให้เธอใส่ชุดแบบนี้เดินไปทั่วเกาะแน่ ถ้าเธอจะใส่ เธอต้องใส่ให้ฉันดูคนเดียว”“อะไรของนายเนี่ย”“มาเดี๋ยวฉันใส่ให้” เขาพูดพร้อมกับสวมเสื้อให้นับดาว“ขอบคุณค่ะที่ใส่เสื้อให้” นับดาวเขย่งเท้าก่อนจะจุมพิตริมฝีปากหยักนั้นอย่างแผ่วเบา หัวใจที่แข็งแกร่งอ่อนยวบลงทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้กันกับเธอทั้งที่เขาพยายามเก็บซ่อนความร
ณ บ้านบนเขา...“ไปกินก๋วยเตี๋ยวกันนับดาว”“มีร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยเหรอคะ?” นับดาวจ้องวิคเตอร์ด้วยนัยน์ตากลมโต ริมฝีปากปากฉีกยิ้มให้เขา“มีสิ อร่อยด้วยไปกินกันเถอะ”“ขอนับนอนพักอีกนิดได้ไหมคะ? นับยังเหนื่อยอยู่เลย” เธอซุกหน้ากับอกแกร่งของวิคเตอร์“งั้นไม่ต้องไป เรามาทำเรื่องอย่างว่ากันอีกดีกว่า”“ไม่เอา นับไม่พักแล้ว เราไปกินก๋วยเตี๋ยวกันเถอะค่ะ”“แน่ใจเหรอ? ว่าอยากจะไปแล้ว”“นับอยากไปแล้วค่ะ นับอยากกินแล้ว” หญิงสาวรีบดีดตัวลุกขึ้น ถ้าถูกเขาทำเรื่องอย่างว่าอีกครั้ง ตอนเย็นถึงจะได้ออกจากห้องเป็นแน่“งั้นไปกัน จะใส่บิกินี่ไปเลยก็ได้นะ วันนี้อนุญาตให้ใส่ แต่ตอนไปกินก๋วยเตี๋ยวใส่ผ้าคุมไปด้วย เดี๋ยวจะพาไปเล่นน้ำ”“ค่ะ วันนี้ใจดีจังเลย” นับดาวหอมแก้มชายหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะลุกไปใส่บิกินี่“พร้อมยัง?”“พร้อมแล้วค่ะ”นับดาวกับวิคเตอร์จับมือกันเดินไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยว เวลาที่เธออยู่กับเขา มันอบอุ่นมาก เขาเองก็เหมือนคนทั่วไป ไม่มีพิษสงอะไร“ถ่ายรูปกัน” วิคเตอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปคู่กับนับดาว ทั้งคู่ยิ้มให้กล้อง นับดาวหอมแก้มเขาเบา ๆ ความรู้สึกของเธอตอนนี้ไม่ได้เสแสร้งเหมือนแต่ก่อนแล้ว เธออยากหอมแก
นับดาวนั่งหน้าเครียด ปลายสายเองก็เงียบไปไม่ต่างกัน ความรู้สึกที่มีต่อวิคเตอร์มันไม่เหมือนก่อน เธอมั่นใจว่าตอนนี้เธอกำลังรักเขา“นับขออยู่กับเขาสักคืนนะคะพ่อ ตอนเช้านับจะรีบออกจากเกาะแต่เช้า”(“ได้ เธอลูกต้องรีบออกมานะ”) ปลายสายเอ่ยเสียงแข็งกระด้าง บ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างมาก ที่เธอไม่ออกจากเกาะตั้งแต่คืนนี้ตามคำสั่ง“ค่ะ นับจะรีบไปแต่เช้า” นับดาวกดวางก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเตียง ในขณะที่วิคเตอร์กำลังหลับปุ๋ยเหมือนเด็กเธอลูบใบหน้าคมคายของเขาอย่างแผ่วเบา ตอนนี้เธอไม่อาจปฏิเสธหัวใจตัวเองได้แล้วว่าเธอรักเขา ถึงแม้ว่าเธอ กับเขาจะอยู่ด้วยกันเพียง1เดือน มันกลับทำให้นับดาวรักเขา ราวกับรักกันมานานแรมปี“นับรักนายนะวิคเตอร์” นับดาวพูดเสียงเบาพร้อมกับจุมพิตที่แก้มสากของชายหนุ่ม เธอเลือกไม่ได้แล้ว เขาคือคนที่เธอให้ใจ และอีกฝ่ายคือผู้มีพระคุณ เธอไม่สามารถ เลือกชายหนุ่มผู้ที่มอบความสุขให้เธอได้ เมื่อมันขัดกับเจตนารมณ์ของบิดาที่ให้เธอมาล้วงความลับ และพรุ่งนี้บิดาของเธอต้องการทลายยานรกของเขา ซึ่งเธอขัดไม่ได้เลยมันผิดที่เธอเอง ผิดที่เธอยอมทำงานนี้ให้บิดา ผิดที่เธอเข้ามาหลอกลวงเขา และผิดที่เธอพลั้งเผลอใจไป
วันเวลาผ่านไปหลายปี เซลีนกับวิคเตอร์แต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข บุตรชายกับบุตรสาวของเธอ ตอนนี้ได้ 12 ขวบ ทั้งสองมีบุตรชายเพิ่มมาอีก 1 คนคือคริสเตียน อายุ6ขวบ"วันนี้เฮียจะทำอาหารให้เซย์กินนะ" วิคเตอร์เอ่ยในขณะที่ทั้งสองนอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียง"ไม่เอา เฮียทำเละเหมือนคราวนั้นจะทำยังไง?" เธอท้วงเพราะทวิคเตอร์เข้าครัวทีไรเขาจะทำครัวเละเทะทุกครั้ง"ไม่หรอก เฮียไม่ทำเละเทะแน่นอน""เฮียมั่นใจหรอคะ?""มั่นใจสิครับ รับรองครั้งนี้ไม่มีผิดพลาดแน่นอน" วิคเตอร์พูดพร้อมกับกอดรัดร่างบางของเซลีนมากกว่าเดิม"ลุกเถอะ ตอนนี้ลูกทำอะไรอยู่ เงียบกันเชียว""อยู่กับแม่นั่นแหละ แม่เขาดูเด็กๆดีจะตาย ยิ่งพ่อโจเซฟนะยิ่งเห่อหลานมาก รักหลานยิ่งกว่ารักลูกอีก" วิคเตอร์เอ่ยแล้วฝังจมูกลงพวงแก้มของเซลีนอยู่หลายครั้ง เขารักเธอมาก เขารักเธอที่สุด รักสุดหัวใจ"งั้นลุกเถอะค่ะ เฮียจะไปทำกับข้าวให้เซย์กินไม่ใช่เหรอคะ? ลุกสิคะเซย์หิวแล้ว" เซลีนผลักวิคเตอร์ลุกขึ้น เธอจะมาเกาะไข่มุกกับวิคเตอร์แทบทุกเดือน วิคเตอร์จะมาที่เกาะไข่มุกบ่อย เพราะต้องมาดูแลผลผลิตของเขานั่นแหละ ถึงเธอจะไม่อยากใ
"วันนี้แม่จะเล่านิทานให้ฟังนะคะ" เซลีนเอ่ยพร้อมกับหยิบหนังสือนิทานออกมา"ครับ วันนี้คริสดีใจที่สุดเลยครับ" เขาเอ่ยกับมารดาด้วยความดีใจวันนี้เป็นวันแรกที่เขาจะได้ฟังนิทานจากแม่ของเขา"แม่ก็ดีใจที่ได้อ่านให้ลูกฟังนะคะ วันนี้เราจะอ่านนิทานเรื่องซินเดอเรลล่า""ดีๆค่ะอลิซชอบฟัง" อลิซปรบมือตัวเองอย่างดีใจ พร้อมกับล้มตัวนอนลงเตียงเล็ก คริสโตเฟอร์กับอลิซนอนคนละเตียง แต่อยู่ในห้องเดียวกันแกรก! เสียงเปิดประตูเข้ามา เป็นวิคเตอร์ที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับนมอุ่นๆ 2 แก้ว"ดื่มนมกันคนละแก้วนะครับ จะได้โตเร็วๆ จะได้นอนหลับฝันดี""ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ" ทั้งสองลุกขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกับรับนมจากมือของวิคเตอร์คนละแก้วแล้วดื่มแต่โดยดี"อร่อยไหมครับ""อร่อยที่สุดเลยค่ะ" อลิซเอ่ยแล้วยิ้มให้วิคเตอร์ เซลีนเดินไปนั่งลงบนเตียงกับคริสโตเฟอร์ในขณะที่วิคเตอร์นั่งบนเตียงของอลิซ"เริ่มเลยนะคะ""เริ่มเลยครับ""กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...." เซลีนเล่านิทานให้บุตรทั้สองฟัง ในขณะที่วิคเตอร์จ้องใบหน้าหวานของเซลีนสลับกับจ้องใบหน้าบุตรทั้งสองไปมา เขารู้สึกอิ่มเอมหัวใจเป็นอย่างมากที่ได้อยู่เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ห
"อ้าววิคเตอร์เซลีนมาตั้งแต่ตอนไหน?" มัดไหมเอ่ยถาม ในขณะที่เดินมาพร้อมกับโจเซฟ ในมือถือจานขนมมาให้หลานทั้งสองด้วย"เพิ่งมาถึงครับ" วิคเตอร์อุ้มอลิซขึ้นในอ้อมแขน แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะ"แม่ว่าเราไปนั่งที่โต๊ะดีกว่า ตรงนี้แดดเริ่มแรงแล้ว" เซลีนเอ่ยกับบุตรชายพร้อมกับคลายกอด"ครับ" เด็กน้อยพยักหน้าพร้อมกับจับมือมารดาเดินไปที่โต๊ะแต่โดยดี ใจดวงน้อยรู้สึกอบอุ่นไม่น้อยเลย เมื่อได้จับมือของเซลีน ในที่สุดเขาจะมีมารดาเหมือนคนอื่น เพื่อนจะได้ไม่ล้อเขาอีกแล้ว"มานั่งตักแม่ดีกว่านะครับ" เซลีนว่าพลางหย่อนกายลงเก้าอี้แล้วอุ้มเด็กชายตัวน้อยมานั่งตัก"พ่อกับแม่มีเรื่องอะไร จะสารภาพกับผมไหมครับ""เรื่องอะไร ไม่มี้!" มัดไหมเอ่ยเสียงสูง"เสียงสูงเชียวนะครับ" วิคเตอร์หัวเราะเบาๆ"ลูกอยากรู้อะไรก็ถามมาเลย พ่อพร้อมที่จะตอบเสมอกับเรื่องที่ลูกคาใจ" โจเซฟเอ่ยพร้อมกับนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม"เรื่องที่เซลีนยังไม่ตาย ผมอยากรู้ว่าทำไมเธอไม่ตาย ทั้งที่ผมเห็นว่าเธอตายและถูกถอดเครื่องมือออกจนหมดแล้ว" วิคเตอร์มั่นใจว่าตอนนั้นเธอเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ"อ๋อ เรื่องนั้นพ่อจะเล่าให้ฟังเอง"ย
หลังจากที่ทำความสะอาดห้องครัวเสร็จแล้ว วิคเตอร์จับมือของเซลีนเดินออกมาจากห้องครัว เขาเดินมาจนถึงหลุมศพของนับดาว เขามองก่อนจะยิ้มให้เซลีน"นี่คือหลุมศพของนับดาว""คุณฝังไว้ที่นี่เหรอ?""ใช่ แต่ข้างในโลงมันว่างเปล่า" วิคเตอร์พูดพร้อมกับกุมมือเธอไว้แน่นๆ"เฮียเปิดดูข้างในเหรอคะ? ถึงรู้ว่าข้างในโลงมันว่างเปล่า""เฮียเจอกับเซย์ที่ร้านบิงซู เฮียก็รู้ได้ทันทีว่ามันต้องมีอะไรที่หักมุมเเน่ๆ มันทำให้เฮียมั่นใจว่านับดาวยังไม่ตาย เฮียเลยให้ลูกน้องมาขุดหลุมฝังศพอย่างเร่งด่วน และมันก็เป็นอย่างที่เฮียคิดจริงๆ ข้างในนั้นมันว่างเปล่า เฮียเลยต้องทวงเมียคืน แล้วค่อยเคลียร์กับพ่อแม่ทีหลัง" เขาพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้เซลีน"อ๋อ โลงมันว่าง เฮียเลยมั่นใจว่าเซย์คือนับดาว""ที่จริงเฮียมั่นใจมากตั้งเเต่เฮียเจอเซย์ครั้งแรก เฮียแค่อยากมั่นใจมากกว่าเดิม และมันก็จริงอย่างที่เฮียคิด เฮียเองก็โง่อยู่ตั้งนาน เฮียน่าจะมาเปิดโลงดูตั้งแต่ตอนแรก""นั่นสิ ทำไมเฮียไม่ทำ""เฮียโง่ล่ะมั้ง ฮ่าๆ ถ้ารู้เร็วกว่านี้ก็คงดี เฮียคงตามหาเซย์แล้ว""ช่างมันเถอะค่ะ มันผ่านไปแล้ว เราฝังนับดาวไว้ในนั้นแล้ว ก็
เซลีนนั่งรับประทานอาหารกับวิคเตอร์อย่างเงียบๆ เขาจ้องมองเธออยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้นเพื่อตัดความเงียบบนโต๊ะอาหาร ซึ่งตอนนี้ทางฝ่ายต่างไม่พูดอะไร"อร่อยจัง""อืม" เธอพยักหน้าเบาๆก่อนจะตักอาหารเข้าปาก เธอนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย สิ่งที่เธอคิดมันก็วนเวียนแต่เรื่องเก่าๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาเธอเคยทำผิดทำเรื่องเลวร้ายกับคนบนเกาะและเขา เธอเคยเป็นบ้าเธอเคยถูกผลักตกเขาจนบาดเจ็บสาหัส ถ้าไม่ได้คุณมัดไหมกับคุณโจเซฟ ส่งตัวไปรักษาที่เมืองนอก เธอคงไม่มีโอกาสได้มานั่งอยู่ตรงนี้เธอใช้เวลารักษาเป็นปี รักษาอาการบาดเจ็บร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก เธอรอดมาได้ก็เพราะเธออยากจะกลับมามองหน้าลูกอีกครั้ง แต่กว่าจะหายเป็นปกติเธอต้องผ่าตัดหลายครั้ง และทำกายภาพบำบัดเป็นปี ที่ผ่านมาเธอคิดถึงบุตรอีกคนของเธอมาก ถึงแม้คริสโตเฟอร์จะไม่เคยเห็นหน้าเธอ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่เคยเห็นหน้าเขา เธอเห็นหน้าเขาอยู่ตลอด เห็นเพราะแม่มัดไหมและพ่อโจเซฟเคยวีดีโอคอลหาอลิซบ่อยๆ แล้วเอารูปคริสโตเฟอร์ให้เธอดู"รีบกินเถอะนับดาว กินเสร็จฉันจะพาไปเกาะไข่มุก ไปหาใครบางคน""พาไปหาใครคะ" เธอเอียงคอเอ่ยถามเขาในขณะที่ตักอ
แสงแดดอุ่นๆแผ่เข้ามากระทบร่าง วิคเตอร์กะพริบตาถี่ๆให้เข้ากับแสง เขาหันไปมองร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงข้างๆเขา ซึ่งตอนนี้กำลังนอนหลับสนิทเขากะจะขย้ำแม่กวางสาวทั้งคืน แต่เจ้าหล่อนดันเป็นลมไปเสียก่อน เขาก็เลยต้องพามาพักที่บ้านต้นไม้ ถ้าเธอไม่เป็นลมก่อน คงได้เห็นดีกันเป็นแน่"นับดาว""...""นับดาว""คุณเซลีนครับ""อื้อ"วิคเตอร์ใช้มือจับที่ต้นแขนของเธอเบาๆ แต่ต้องชักมือกลับอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิร่างกายของหญิงสาวที่นอนข้างๆเขาร้อนจี๋"ฉิบหายไหมล่ะ"วิคเตอร์รีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง แล้วลงมาหยิบเอากะละมังใบเล็กในห้องครัวใส่น้ำ แล้วมาเปิดตู้หยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กออกมา พร้อมกับยาลดไข้"เล่นพิเรนทร์จนได้เรื่องไอ้วิคเตอร์เอ้ย!!"เพราะเขาคิดพิเรนทร์outdoorกับเธออยู่ข้างนอก โดนลมโดนน้ำค้างบวกกับร่างกายเหนื่อยล้าจากการที่เขาเล่นบทสวาทกับเธอ ตั้งแต่เช้าจนค่ำตอนกลางคืนก็เกือบทั้งคืนอีก เธอก็เลยล้มป่วยไป"โอ้ยยยย ไอ้วิคเตอร์ ล่อเธอจนป่วยเลยเหรอเนี่ยเวรกรรมจริงๆ ปล่อยให้ความเงี่ยนบังตา ทำเธอล้มป่วยเลยไอ้เวร" เข้าก่นด่าตัวเอง แล้วหยิบผ้าคุณหนูผืนเล็กจุ่มน้ำบิดมาดแล้วเริ่มเช็ดตัว ให้เธอเบาๆ
วิคเตอร์ถอดเสื้อผ้าออกจนร่างกายเปลือยเปล่า เซลีนถึงกลับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เมื่อเช้าจนถึงตอนเย็นเขาก็จัดเธอจนสลบไสล มาถึงตอนนี้เขายังจะพาเธอมา Outdoor อีก เขามันบ้าไปแล้วเธอมองท่าทางของเขาอย่างตื่นตระหนกก่อนจะรีบหยัดกายลุกขึ้น แล้วรีบวิ่งทันที ถ้าเขาจัดการเธออีกครั้ง เธอคงได้ฌาปนกิจหมีตัวเองเป็นแน่"คิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ? วันนี้แหละฉันจะจัดการเธอจนเช้าเลย""ไอ้คนบ้า!!" เธอหันไปตะโกนด่าเขา ก่อนจะรีบวิ่งด้วยความเร็ว แต่ไม่วายเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งตามเธอมาติดๆ"วันนี้ยังไงก็หนีผัวไม่พ้นหรอกที่รัก วิ่งวอร์มร่างกายก่อนก็ได้ ร่างกายจะได้ร้อนระอุแล้วฟิตเจอริ่งกันมันๆ มันคงจะฟินน่าดูเลยใช่ไหมฮ่าๆๆ" วิคเตอร์หัวเราะอย่างชอบใจวิ่งตามหญิงสาวมาติดๆ"กรี๊ดดด!!" เธอกรีดร้องออกมาทันที เมื่อร่างบางของเธอถูกคว้าลอยละลิ่วไปประทะอกแกร่งของวิคเตอร์ ร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งสองแนบชิด จนเธอสัมผัสถึงแท่งบางอย่างดันก้นงอนงามของเธอ"จะไปไหนนับดาว""ไอ้บ้า!""ถึงจะบ้าก็ผัวเธอนะนับดาว เมื่อก่อนเธอเป็นบ้า เดี๋ยวตอนนี้ฉันจะเป็นบ้าให้เธอดูแล้วกัน" วิคเตอร์พูดพร้อมกับจมูกที่ซอกคอของเธอ กลิ่นหอมอ่อนอ่อนท
วิคเตอร์พาเธอไปแสดงบทรักเกือบทุกที่ในห้อง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะตู้เตียง วิคเตอร์พาเธอท่องมาหมด จนมาจบที่เตียงเล่นเอาเธอขาสันพับๆ เหนื่อยหอบอ่อนล้าอ่อนเพลียกันเลยทีเดียวหลังจากที่จบบทรักเร่าร้อน เธอกับเขาก็สลบไสลจนถึงเย็น พอรู้สึกตัวเธอรีบลุกขึ้นนั่ง แล้วปรายตามองผู้ชายที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงกายท่อนบนของวิคเตอร์เปลือยเปล่าพ้นผ้าห่ม มันเต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้อ บ่งบอกว่าเจ้าของร่างนี้ดูแลตนเองเป็นอย่างดี เธอมองอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเม้มปากเป็นเส้นตรงเธอลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างเบามือ เธอจะไม่ยอมให้เขาพรากลูกของเธอไปแน่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง"คิดว่าได้ฉันแล้ว ฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆเหรอนับดาว"ยังไม่ทันที่เธอจะหยิบชุดออกมาจากตู้เสียงอันทรงพลังของวิคเตอร์ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของเธอ จนเธอสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ รีบหันไปมองผู้ชายที่อยู่บนเตียงทันที"ฉันจะไปหรือไม่ไป มันก็ไม่เกี่ยวกับนายสักหน่อย นายมันคนเลวที่บังคับขืนใจฉัน"เธอแหวใส่อย่างเหลืออด เขามันผู้ชายเฮงซวยที่ชอบใช้กำลังบังคับขืนใจเธอ เธอไม่ได้ยินยอมพร้อมใจมีอะไรกับเขาด้วยซ้
"อื้อ" ริมฝีปากร้อนทาบทับลงริมฝีปากนุ่ม มืออีกข้างปล่อยข้อมือของเธอออกแล้วหยิบเชือกที่เขาเตรียมเอาไว้มามัดข้อมือเธอไว้กับหัวเตียง"กรี๊ดดด! จะมามัดฉันทำไม?" เมื่อปากเป็นอิสระเธอก็กรีดร้องทันที เขาไม่มีสิทธิ์มามัดหรือมากระทำกับเธอแบบนี้"เธอมันฤทธิ์เยอะ ถีบฉันตกเตียงตอนขึ้นสวรรค์ทำไง?" วิคเตอร์พูดเสียงเรียบ เขาแทรกร่างกลางหว่างขาของหญิงสาว ก่อนจะกระตุกเชือกชุดคลุมออก เเล้วค่อยๆสอดมือเข้าไปในชุดคลุมของเธอทันที"กรี๊ดดด!แกจะทำอะไรไอ้บ้า!""เปล่าสักหน่อย""เปล่าอะไรในเมื่อแกกำลังทำ""หึ!""กรี๊ดดด ช่วยด้วยย!! ช่วยฉันด้วยค่ะ!" เธอตะโกนเสียงดัง กลับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มบนร่างตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ก่อนจะยกยิ้มมุมปากเบาๆชุดคลุมของเธอถูกแยกสาปเสื้อออก เผยเห็นอกสล้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะที่เธอหายใจ ยิ่งพยายามดิ้นเขาก็ยิ่งชอบใจเขาจูบเพื่อให้เธอหยุดร้อง ริมฝีปากหนาบดขยี้อย่างรุนแรง ชายหนุ่มข่มอารมณ์พุ่งพล่านตนเองเอาไว้สุดฤทธิ์ ร่างกายสมส่วนด้านล่าง ถูกเสียดสีกับดอกไม้งาม ยิ่งเธอดิ้นไปมา แก่นกายของเขามันยิ่งขยายใหญ่ดันเนื้อผ้า