“เสี่ยวอวี่ เจ้า……”เฉินฝานโน้มตัวลงเล็กน้อยและต้องการวางเถียนเสี่ยวอวี่บนเตียง แต่เถียนเสี่ยวอวี่กลับฉวยโอกาสกัดริมฝีปากของเขา“พี่ฝาน ได้โปรด ช่วยข้าด้วย……”นางเป็นผู้หญิงที่ยังไม่ได้ออกเรือนและไม่รู้ว่าต้องการให้เฉินฝานช่วยนางอย่างไรแต่นางมั่นใจว่าเฉินฝานรู้วิธีช่วยเหลือนาง“เสี่ยวอวี่……”ดวงตาของเฉินฝานเป็นสีแดงและเสียงของเขาก็แหบแห้งเมื่อมีหญิงงามเช่นนี้มาสัมผัสร่างกายของเขา แม้แต่นักปราชญ์ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้วินาทีนี้ หัวใจของเขาว้าวุ่นไปหมด“นายท่าน......”เสียงของฉินเย่ว์เจียวทำให้เฉินฝานตื่นจากความตกใจ“เย่ว์เจียว!” เฉินฝานตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาดึงเถียนเสี่ยวอวี่ออกจากอ้อมแขนแล้วผลักไปหาฉินเย่ว์เจียว “เจ้าพานางไปอาบน้ำ ใช้น้ำเย็นหน่อยก็ได้”“นายท่าน”ฉินเย่ว์เจียวไม่ได้รับเถียนเสี่ยวอวี่นางมองลงไปที่เถียนเสี่ยวอวี่ซึ่งกำลังหน้าแดงและดูฟุ้งซ่าน จากนั้นผลักเถียนเสี่ยวอวี่กลับไปหาเฉินฝานแม้ว่านางยังไม่เคยทำสิ่งนั้นกับเฉินฝาน แต่ก็ไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าสิ่งที่เถียนเสี่ยวอวี่ทำคืออะไรตอนนี้มีเพียงเฉินฝานที่ช่วยเถียนเสี่ยวอวี่ได้“นายท่าน เสี่ยวอวี่มีใจให้ท่า
เริ่มแรก เฉินฝานคิดว่าเถียนเทียนหัวพาพวกเขาไปซ่อน เขาจึงไปหาเถียนเทียนหัว แต่เถียนเทียนหัวกลับขอคนคืนกับเฉินฝานต่อมาเขาขอให้ชายชราช่วยหา แต่ชายชราหาไม่พบเหมือนกันเฉินฝานคิดยังไงก็ไม่เข้าใจคนมีชีวิตสองคน หายตัวไปในอากาศได้ด้วยหรือ?คืนก่อนสอบระดับมณฑล“น้าหลิว!”เสียงใสชัดเจนของฉินเย่ว์เจียวดังมาจากด้านนอกประตู“ปัง!”เฉินฝานทิ้งหนังสือในมือและรีบออกไป“น้าหลิว ช่วงนี้น้ากับเสี่ยวอวี่ไปอยู่ที่ไหนมา? ข้ากับนายท่านตามหาพวกท่านนานมากแต่ก็หาไม่เจอเลย? เป็นห่วงแย่แล้วรู้ไหม!”ฉินเย่ว์เจียวตื่นเต้นมากจนน้ำตาไหลแทบไหลเมื่อเห็นนางหลิว เฉินฝานก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขามองไปข้างหลังนางหลิวตามจิตใต้สำนึก ข้างหลังของนาง……ไม่มีร่างของเถียนเสี่ยวอวี่“น้าหลิว เสี่ยวอวี่ล่ะ?” เมื่อไม่เห็นเสี่ยวอวี่ หัวใจที่จุกของเฉินฝานก็ไม่มีวันคลายลงคนสองชีวิต หายตัวไปกลางอากาศหลายวัน มันแปลกเกินไป“เสี่ยวอวี่ นาง……”“นี่ ๆ ๆ!” ฉินเย่ว์เจียวพูดติดตลกอยู่ข้าง ๆ “นายท่าน ห่างกันแค่ไม่กี่วัน ดูท่านกังวลเข้าสิ น้องเสี่ยวอวี่ไม่มาคงเพราะเขินอายมากอย่างไรล่ะเจ้าคะ”เฉินฝานยิ้มแหยสิ่งที่ฉินเย่ว์
เมื่อเฉินฝานมาถึงวัดจิ้งซาน เถียนเสี่ยวอวี่ที่เขาพบกลายเป็นแม่ชีไปแล้ว“โยม!”นางแสดงความเคารพทางศาสนาต่อเฉินฝาน สายตาที่มองเฉินฝานก็ดูสุภาพและเรียบนิ่งวินาทีนี้ เฉินฝานเข้าใจแล้วเช่นกันเถียนเสี่ยวอวี่จะไม่กลับไปกับเขาแล้วนี่คงเป็นสิ่งที่ผู้คนในปัจจุบันเรียกว่าผู้สมบูรณ์แบบเถียนเสี่ยวอวี่ทนความไม่สมบูรณ์ของตัวเองไม่ได้แม้ว่านางไม่ได้เสียความบริสุทธิ์ให้กับเฉินเจียงก็ตามแต่นางก็กลายเป็นผู้หญิงของเฉินฝานด้วยวิธีเช่นนั้นหากเหตุการณ์นั้นไม่เกิดขึ้น เฉินฝานก็ไม่คิดแต่งงานกับนาง“เสี่ยวอวี่ ข้ารู้ว่าปมในใจของเจ้ายังไม่ถูกคลายออก ข้าเคารพการตัดสินใจของเจ้านะ”“แต่ ข้าอยากจะบอกเจ้าว่า นับจากนี้ไป ประตูตระกูลเฉินของข้าจะเปิดรอเจ้าอยู่เสมอ หากเจ้ากลับมาใช้ชีวิตแบบฆราวาสเมื่อใด ข้าจะรับเจ้าเข้าเรือนอย่างสมเกียรติ”เถียนเสี่ยวอวี่ยืนอยู่หน้าประตูวัดจิ้งซานและมองแผ่นหลังของเฉินฝานที่ไกลออกไปเรื่อย ๆ“พี่เสี่ยวฝาน ด้วยคำพูดของพี่ ชีวิตนี้ของเสี่ยวอวี่ก็เพียงพอแล้ว……”หลังจากที่ลูกสาวของนางบวช นางหลิวก็หมดความปรารถนาทางโลกไปด้วย นางบริจาคที่ดินยี่สิบหมู่[footnoteRef:1] ให้กับวัดจ
เช่นเดียวกับการประกาศผลระดับอำเภอ เมื่อเฉินฝานมาถึงสถานที่ประกาศผล เขาก็ดึงดูดความสนใจของทุกคน“เสี่ยวฝาน เสี่ยวฝาน!”ปัญญาชนที่สอบระดับอำเภอไม่ผ่านแต่ยังไม่กลับเรือน พลันรุมล้อมเฉินฝานและดันเขาจนมาอยู่ใต้ป้ายประกาศ“เสี่ยวฝาน อย่ายืนไกลนักสิ ใช่ ยืนอยู่ที่นี่แหละ ตำแหน่งนี้มองเห็นชัดดี”“ใช่ ๆ พวกเราอยากเห็นเสี่ยวฝานอยู่ในรายชื่ออีกครั้ง”ปัญญาชนเหล่านี้ต่างมีความคิดของตนอยู่ในใจมีคนส่วนน้อยที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเฉินฝานจะอยู่ในรายชื่ออีกครั้งและอยากได้รับโชคที่อยู่บนตัวเฉินฝานบ้างแต่คนส่วนมากมาดูเรื่องตลกของเฉินฝานพวกเขายังเชื่ออย่างยิ่งว่าเฉินฝานไม่มีทางโชคดีสองครั้ง!“อำเภอผิงอัน ประกาศผล!”เมื่อนายอำเภอประกาศลั่น นักการในศาลาว่าการก็นำม้วนรายชื่อผู้สอบผ่านระดับมณฑลแขวนไว้บนป้ายประกาศเมื่อม้วนรายชื่อถูกเปิดออก ผู้คนที่อยู่ด้านล่างก็เบิกตากว้างที่สุดและอ่านชื่อทีละคนบรรยากาศคล้ายกับการสอบระดับอำเภอ ผู้ที่อยู่ในรายชื่อส่งเสียงโฮ่ร้องดีใจ ในขณะที่ผู้ไม่มีรายชื่อร้องไห้น้ำตาไหลอย่างขมขื่นแต่ก็แตกต่างจากการสอบระดับอำเภออย่างสิ้นเชิง ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่เข้าสอบมีเพียง
ม้วนหนังสือคลี่ออกช้า ๆ“ตุบ!”“ตุบ ตุบ!”มีคนล้มลงทีละคน“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ครั้งนี้ใต้เท้าดูผิดแน่ ๆ”“เฉินเจียงกับเฉินฝานเป็นลุงกับหลานชาย อายุใกล้เคียงกัน ใต้เท้าสลับเฉินเจียงกับเฉินฝานหรือเปล่า?”“ใช่ ต้องเป็นเช่นนั้นแน่”เมื่อต้องเผชิญกับความสงสัยของทุกคน เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว นายอำเภอสั่งให้คนนำกระดาษสอบของเฉินฝานออกมาติดอย่างรวดเร็วลายมือบนกระดาษ ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้ คำตอบไม่ได้ถูกต้องเพียงเจ็ดแปดส่วน แต่ถูกต้องทั้งหมดครั้งนี้เหตุผลที่เฉินฝานทำด้วยความสามารถทั้งหมดที่ตนมี เพียงเพื่อต้องการให้เรื่องเศร้าอย่างเถียนเสี่ยวอวี่เกิดขึ้นน้อยลง“หากมองจากข้อสอบ เฉินฝานได้อันดับหนึ่งย่อมไม่ใช่ปัญหา เฉินฝานได้อันดับหนึ่ง เช่นนั้นเฉินเจียง……”“สอบตก?!”ทุกคนอุทานอย่างไม่เชื่อ!อันดับสามของการสอบในระดับอำเภอ ประกอบกับคะแนนพิเศษจากการมีบุตรชายสองคนเช่นนี้แล้วยังสอบตกอีก?เฉินเจียงที่ยังยืนรอให้ผู้คนเข้ามาแสดงความเคารพอย่างสุภาพ หน้าซีดเผือดในทันใดเขาพึมพำในปากและร่างกายของเขาสั่นเทา“เป็นไปได้อย่างไร เป็นไปได้อย่างไร”เขาสอบตกได้อย่างไร ไ
ฉินเย่ว์โหรวก้มหน้าลงอย่างเขินอาย นางยังเขินอายอยู่เล็กน้อย“พี่สะใภ้!”เฉินเอ้อร์ยาผลักฉินเย่ว์โหรวจากข้างหลังจนไปอยู่ตรงหน้าเฉินฝาน “อย่ามัวแต่อายอยู่เลย ช่วงนี้ เจ้าคิดถึงพี่ฝานถึงกระทั่งนอนฝันละเมอเรียกชื่อเขาออกมา”“ขะ ข้าเปล่านะ!”ฉินเย่ว์โหรวเป็นคนหน้าบาง เมื่อเฉินเอ้อร์ยากล่าวแบบนี้ ใบหน้าของนางก็แดงจนเลือดแทบซึม“เจ้าทำ เจ้าทำนั่นล่ะ ตอนกลางคืนข้าได้ยินชัดเจน”“ข้าก็ได้ยินเหมือนกัน พี่สี่ พี่ไม่เพียงแต่เรียกนายท่าน แต่ยังละเมอพูดว่าคิดถึงนายท่านจวนจะตายแล้วด้วย” ฉินเย่ว์ฉู่ยิ้มและช่วยเฉินเอ้อร์ยาพูดไม่เพียงแต่เป็นพยาน แต่ยังช่วยใส่สีตีไข่“พวก พวกเจ้าพูดเพ้อเจ้อ”ฉินเย่ว์โหรวกระทืบเท้าอยากวิ่งหนี กลับถูกเฉินฝานคว้าไว้“ขอข้าดูหน่อย คิดถึงข้าจวนจะตายนั้นเป็นอย่างไร?”“นายท่าน!”ฉินเย่ว์โหรวที่ทนเขินไม่ไหวจึงมุดศีรษะเข้าไปในอ้อมแขนของเฉินฝาน และทุบตีเฉินฝานด้วยหมัดเล็กของนางไม่หยุด “หยุดพูดนะเจ้าคะ หยุดพูด!”“เอาล่ะ ๆ ข้าจะไม่พูดอีกแล้ว”เฉินฝานปล่อยฉินเย่ว์โหรวเพราะว่าหางตาของเขาเห็นเฉินผิงและภรรยาของเขาพวกเขายืนอยู่ด้านนอกของประตูและไม่กล้าเดินเข้ามาหลังจา
เพียงครู่เดียวชายชราในชุดขาวก็เดินมาถึงตรงหน้าเฉินฝานเฉินฝานมองชายชราที่ฉีกยิ้มและยืนอยู่ตรงหน้าเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าวันนี้ชายชราขาวทั้งตัวจริง ๆ เสื้อสีขาว เคราสีขาว ผมสีขาว ใบหน้าก็ล้างอย่างขาวสะอาดกับหลายครั้งก่อนหน้านี้ เสื้อผ้าลินินสีเทาทั้งตัว รูปลักษณ์เปรอะเปื้อนต่างกันอย่างสิ้นเชิงชายชราลูบเคราเบา ๆ และยืนตรงนั้นท่าทางได้ใจเล็กน้อยเขากำลังรอให้เฉินฝานกล่าวชื่นชมเพราะว่า ปกติถ้าเขาแต่งตัวแบบนี้ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน…...“ทำไม ฟ้ายังไม่มืดสนิท ท่านก็แต่งตัวเป็นผีมาหลอกคนแล้วรึ?”“นี่ข้า......”ชายชราเบิกตากว้างราวกับตาวัว สองมือขยับมือขึ้นลงบนตัวไม่หยุด “เห็นอยู่ว่ามีความลอยล่องดุจเทพเซียน!”“เทพเซียนมองไม่ออก แต่ลอยล่องนั้นคล้ายอยู่พอสมควร!”“พรวด!”คนใช้ที่อยู่ข้างชายชราอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะ“ตลกมากไหม?” ชายชราหันศีรษะและจ้องเขม่นคนใช้ส่ายหัวไม่หยุดและกล่าวน้ำเสียงคลุมเครือ “ไม่ตลกขอรับ”“แล้วเมื่อครู่เจ้าหัวเราะอะไร?”“เปล่าขอรับ ข้าคันปาก เลยส่งเสียงออกมาอย่างอดไม่ได้ขอรับ”“คันปาก? ข้าว่าเจ้าคันผิวหนังนะ”ทันใด ชายชราพลันก้มถอดรองเท้าของตนเองแล
“มีจดหมายจากบ้านเกิดขอให้ข้ากลับไป!”เมื่อพูดถึงบ้านเกิด ชายชราไม่ยิ้มทะเล้นอีกต่อไป สายตาอันแหลมคมแวบผ่านไปเฉินฝานจับได้พอดีคงมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นที่เมืองหลวงมีการรุกรานจากศัตรู? มีผู้ทรยศก่อความวุ่นวาย? มีภัยพิบัติเกิดขึ้น?เหอะ!เฉินฝานเยาะเย้ยตนเองตอนนี้เขาเป็นแค่ถงเซิงคนหนึ่ง สถานะสูงกว่าชาวบ้านทั่วไปเล็กน้อยเท่านั้นเรื่องของบ้านเมือง เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเล่า“เกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ? ข้าไม่ใช่พ่อท่านเสียหน่อย ท่านจะไปไหนไม่ต้องมารายงานข้าหรอก”คนใช้ที่ยืนข้าง ๆ เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเฉินฝานก็รู้สึกมีเลือดพุ่งขึ้นศีรษะโธ่เอ๋ยสะใจจริง ๆเขาอยากพูดกับชายชราแบบนี้ถึงกระทั่งเก็บไปฝันเอ่อ......เขาก็พูดได้แต่ในฝันเท่านั้นแหละขนาดนี้แล้วชายชราคงทนไม่ไหวแล้วสิทนไม่ไหวก็มีประโยชน์ คนใช้แอบตัดสินใจช่วยเฉินฝานไปแล้วช้าก่อน คำพูดที่ชายชราสั่งให้เขาสั่งสอนเฉินฝาน เขาคงไม่สั่งสอนจริง ๆ หรอกกระมัง“ข้า......”ชายชราแสดงหน้าเศร้าโศกคนใช้ถูกโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง คำพูดของเฉินฝาน ไร้ความปรานีมากถึงเพียงนั้น จนเขาคิดว่าชายชราจะโมโห ต่อให้ไม่โมโหอย่างรุนแรง แต่ก็น่าจะโมโ
“อะไรนะ!?”“ตอนนี้องค์หญิงเสี่ยวฉู่พาฝ่าบาทไปที่ประตูอู่แล้วขอรับ เจ้าสิ่งนั้น ปะ ปะ...”“ปืนไรเฟิล”“ใช่ ๆ ปืนไรเฟิล ปากกระบอกปืนไรเฟิลจ่อพระเศียรของฝ่าบาทอยู่เลยขอรับ!”“หา นี่เป็นเพราะอะไรกัน?”บรรดาพี่สาวน้องสาวตระกูลฉินได้ยินข่าวขึ้นมา“กราบทูลบรรดาองค์หญิง ข้อเรียกร้องขององค์หญิงเสี่ยวฉู่คืออยากให้ท่านอัครเสนาบดีกับฝ่าบาทอภิเษกสมรสกันเดี๋ยวนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”“เหลวไหล!”เฉินฝานพุ่งตัวออกไปราวกับพายุเวลานี้บรรดาพี่น้องตระกูลฉินที่เพิ่งแสดงท่าทีรีบร้อนทำหน้าร้อนใจกลับมีสีหน้าแจ่มใส ถึงขนาดที่นั่งลงปรึกษาหารือกันฉินเย่ว์โหรว “พี่หญิงรอง ท่านมีฝีมือดี ท่านรีบไปขวางอยู่ที่หอด้านบนประตูอู่ อย่าให้นายท่านลงมา” ฉินเย่ว์เจียว “ไม่มีปัญหา พอถึงเวลานั้นข้าจะเรียกน้องหวั่นเอ๋อร์ นายท่านหนีไม่รอดแน่”ฉินเย่ว์ฉิน “เช่นนั้นข้าจะให้พี่น้องในวังเซียวเหยาก่อนหน้านี้ไปเดินเล่นแถว ๆ ประตูอู่ให้หมดเลย จะต้องครึกครื้นเป็นแน่ รับรองว่าพี่น้องทหารองครักษ์พวกนั้นจะต้องมองสาวงามอย่างไม่หวาดไม่ไหว”สามพี่น้อง “ความปรารถนาของเสี่ยวฉู่ พวกเราในฐานะพี่สาวจะต้องช่วยอย่างเต็มที่!”เมื่อมองถนนละแวกป
“ข้าไม่ได้ขัดขืนจริง ๆ” เย่ลวี่เลี่ยก้มหน้าลง ชายสูงแปดฉื่อทำสีหน้าที่เต็มไปด้วยความท้อแท้ใจ เขาอยากขัดขืนอยู่แล้ว แต่ฉินเย่ว์ฉู่ไม่ได้ให้โอกาสนั้นกับเขาเลยตอนที่ฉินเย่ว์ฉู่บุกเข้ามาในกระโจมใหญ่ของเย่ลวี่เลี่ย ก็ยิงปืนกำจัดองครักษ์ของเย่ลวี่เลี่ยก่อนพูดแล้วก็น่าอับอาย เย่ลวี่เลี่ยที่เคยผ่านศึกมาอย่างโชกโชนตกใจกลัวรูเลือดตรงกลางหน้าผากขององครักษ์ เขาไม่เคยเห็นอาวุธที่รวดเร็วขนาดนี้มาก่อนเลยได้ยินแค่เสียงดังปัง หน้าผากขององครักษ์ก็มีรูเลือดใหญ่ขนาดนี้แล้ว ความเร็วที่แม้แต่เทพเซียนก็ทำไม่ได้ ความแม่นยำที่แม้แต่เทพเซียนก็ยังทำไม่ได้ในตอนที่ฉินเย่ว์ฉู่ยกปืนขึ้นแล้วลั่นไกอีกครั้ง เมื่อเย่ลวี่เลี่ยได้ยินเสียง เขาก็ตกใจจนสลบไปทันที หลับไปตื่นหนึ่งถึงค่อยพบว่าฉินเย่ว์ฉินยิงใส่หมวกเล็กของเขาเท่านั้นตกใจสาวน้อยจนสลบไป ไม่ว่าสือจิ่งซานผู้นี้จะถามอย่างไร เย่ลวี่เลี่ยก็ไม่บอกเขา .....ในคืนที่เย่ลวี่เลี่ยถูกจับ ข่าวก็ไปถึงเมืองหลวงแล้ว “เครื่องอัดเสียงพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องเสียง...” ขณะที่ฉินเย่ว์เหมยอ่านคำเหล่านี้ก็ถามเฉินฝานด้วยความมึนงงว่า “จดหมายของเสี่ยวฉู่บอกว่า นางแค่อาศ
“นางไม่รู้หรือว่าพวกเราไม่อยากลงมือจริงจัง?” “พอไปถึงค่ายทหารของชาวหู ไม่ใช่แค่โดนฆ่าธรรมดาแบบนั้นหรอกนะ” ชาวหูไม่มีทางปล่อยสตรีชาวต้าชิ่งใด ๆ ที่ตกอยู่ในมือพวกเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสตรีชาวต้าชิ่งที่หน้าตางดงามฐานะสูงศักดิ์อย่างฉินเย่ว์ฉู่ พฤติกรรมของพวกเขาใช้คำว่าเดรัจฉานมาอธิบายยังไม่พอเลย สือจิ่งซานสะบัดแขนเสื้อ “พอได้แล้ว สตรีนางเดียวไม่มีค่าพอให้เราต้องใส่ใจหรอก นางอยากตายก็ปล่อยนางไปเถิด โจวจวี่ เจ้าส่งคนไปบอกเยลวี่เลี่ยว่าให้พวกเขาเหลือศพไว้ครบถ้วน ข้าจะซื้อศพไว้ใช้ประโยชน์” ไม่ต้องให้สือจิ่งซานรอนานเกินไป วันรุ่งขึ้นทหารลาดตระเวนก็มารายงาน “ว่าไงนะ? เยลวี่เลี่ยมาด้วยตนเอง?”“ท่านแม่ทัพใหญ่ หากพูดให้ตรงคือเยลวี่เลี่ยโดนฮูหยินเล็กของท่านอัครเสนาบดีจับกุมมาขอรับ”“เจ้าพูดอีกทีสิ?”ทหารลาดตระเวนพูดซ้ำถึงสามรอบเต็ม ๆ สือจิ่งซานก็ยังไม่เชื่อไม่ใช่แค่สือจิ่งซานที่ไม่เชื่อ ต่อให้เป็นผู้ถูกจับกุมอย่างเยลวี่เลี่ยก็ไม่เชื่อเช่นกัน เขาจะโดนสตรีนางเดียวจับกุมได้อย่างไรยิ่งไปกว่านั้นสตรีผู้นี้ยังอายุน้อย พาทหารหญิงรุ่นราวคราวเดียวกันมาแค่ร้อยกว่าคนเมื่อฉินเย่ว์ฉู่พาเยลวี่เล
สือจิ่งซานยกมุมปากยิ้มคลุมเครือ “แปรพักตร์อันใดกัน ฝ่าบาทกับท่านอัครเสนาบดีเห็นอกเห็นใจกองทัพหมาป่าเรา จึงส่งสะใภ้คนเล็กมา เช่นนั้นกองทัพหมาป่าเราย่อมต้องต้อนรับสะใภ้ท่านนี้ให้ดี ๆ”“แม่ทัพใหญ่กล่าวถูกต้อง พวกเราต้อง ‘ต้อนรับ’ ให้ดี ๆ!” โจวจวี่พูดคล้อยตามทันที ไม่นานนักก็มีคำสั่งจากในกระโจมใหญ่ ให้ทหารแม่ทัพทั้งหมดของกองทัพหมาป่าเปลือยท่อนบนยุคโบราณที่จารีตเคร่งครัดอย่างยิ่ง การเปลือยท่อนบนเช่นนี้เป็นพฤติกรรมดูหมิ่นไม่ให้ความกียรติสตรีอย่างรุนแรงยิ่งกว่านั้นฉินเย่ว์ฉู่เป็นภรรยาเอกของอัครเสนาบดีขั้นหนึ่ง องค์หญิงแห่งต้าชิ่ง พระขนิษฐาแท้ๆ ของฮ่องเต้หญิงหากฉินเย่ว์ฉู่เป็นเพียงสตรีทั่วไปในยุคนี้ เกรงว่ามีแต่จะตกใจจนมือไม้อ่อนไปหมดทหารแม่ทัพทั้งหมดของกองทัพหมาป่าเปลือยท่อนบนออกจากกระโจม รอดูท่าทางตกใจกลัวจนร้องไห้โฮยกใหญ่ของฉินเย่ว์ฉู่“ผู้ชายมากมายถึงเพียงนี้ข่มขู่เด็กสาวคนเดียวจะไม่เกินไปหน่อยหรือ” มีบางคนรู้สึกว่าแบบนี้ไม่ค่อยดีนัก แต่คำพูดของเขาก็โดนคนอื่นสวนกลับทันที “เกินไปอันใดเล่า เฉินฝานเป็นคนส่งมา ให้เขาหยามพวกเราได้เท่านั้น แต่ไม่ยอมให้พวกเราตอบโต้คืนหรือ? เปลือย
เย่ว์หนูได้รับบาดเจ็บในระหว่างที่ปกป้องเฉินฝานครั้งหนึ่ง ร่างกายของนางตอนนี้จึงไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน เดิมทีเฉินฝานอยากให้หวงหวั่นเอ๋อร์ตามฉินเย่ว์ฉู่ไป มีหวงหวั่นเอ๋อร์อยู่ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของฉินเย่ว์ฉู่ ผลปรากฏว่าฉินเย่ว์ฉู่ปฏิเสธแม้กระทั่งหวงหวั่นเอ๋อร์ด้วยฉินเย่ว์ฉู่พาทหารหญิงไปหนึ่งร้อยกว่าคน มุ่งตรงสู่ทางเหนือ บุกไปยังกองทัพหมาป่าอย่างกล้าหาญ “เจ้าปล่อยให้นางไปเช่นนี้หรือ?” คนที่ตำหนิเฉินฝาน ไม่ใช่แค่พี่น้องตระกูลฉินทั้งสามคนในจวนสกุลเฉิน แม้แต่ฉินเย่ว์เหมยที่อยู่ในวังหลวงก็รีบออกมาเช่นกันนางคิดว่าไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยที่สุดเฉินฝานต้องให้ฉินเย่ว์ฉู่นำกองพลมือปืนไป“เย่ว์ฉู่เป็นน้องเล็กของพวกเจ้า น้องเล็กของพวกเจ้ามีนิสับแบบไหน พวกเจ้าไม่รู้เลยหรือไร?” คำพูดประโยคเดียวของเฉินฝานทำให้พวกนางสำลักแล้วแม้ว่าฉินเย่ว์ฉู่จะเป็นน้องเล็กสุดในตระกูลฉิน ทว่าตั้งแต่เด็กจนโต นางมีความคิดของตัวเองมากที่สุด ขอเพียงเป็นเรื่องที่นางตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครสามารถทำให้นางเปลี่ยนใจได้“แต่ว่า...” ฉินเย่ว์โหรวที่เป็นคนกังวลใจมากที่สุด ขมวดคิ้วมุ่น ดูกลัดกล
การปรากฏตัวของนาง ทำให้ทุกคนรู้สึกปีติยินดีกันมากแต่ฉินเย่ว์เจียวกลับถลึงมองสตรีผู้นั้น “พอได้แล้ว เสี่ยวฉู่เจ้าเด็กตัวแสบ แสร้งทำตัวเป็นผู้ใหญ่อันใด ยังไม่รีบเข้ามาอีก?” ฉินเย่ว์ฉู่ขี่ม้าเข้ามา ขณะที่นางผ่านฉินเย่ว์เจียวยังไม่ลืมเถียงกลับว่า “พี่หญิงรอง ข้าอายุยี่สิบแล้ว เป็นผู้ใหญ่ตั้งนานแล้วนะ”ฉินเย่ว์เจียวเชิดหน้าขึ้นสูง “ไม่ว่าเจ้าจะอายุเท่าไหร่ ถึงอย่างไรในสายตาข้า เจ้าก็เป็นเด็กตลอดกาล” ฉินเย่ว์ฉู่ควบม้าตรงมาหาเฉินฝาน แล้วฟ้องเขาว่า “นายท่านดูสิเจ้าคะ พี่หญิงรองรังแกข้าอีกแล้ว นางรังแกข้ามาตลอด ท่านไม่จัดการนางบ้างหรือ?”เฉินฝานมองฉินเย่ว์ฉู่ที่สดใสมั่นใจในตัวเองตรงหน้า ภาพที่เขาเห็นฉินเย่ว์ฉู่ครั้งแรกเมื่อสิบปีก่อนฉายขึ้นมาในสมอง เกิดความรู้สึกราวกับว่าเวลาผ่านไปชาติหนึ่งเด็กสาวที่ขี้กลัวในวันวาน บัดนี้กลายเป็นโฉมสะคราญที่มีสง่าราศี เฉินฝานรู้สึกภาคภูมิใจเล็กน้อย“เหตุใดที่กลับมาตอนนี้ ไม่ต้องเข้าเรียนแล้วหรือ?” เฉินฝานถามตั้งแต่ฉินเย่ว์ฉู่อายุสิบห้า เฉินฝานก็ส่งนางไปเรียนที่โรงเรียนสตรีในเมืองเซียนตู“นายท่าน ข้าน้อยเรียนจบแล้วเจ้าค่ะ”“เรียนจบแล้ว?”“ข้าน้อยเ
วันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อน ซึ่งทั้งเดือนจะมีเพียงวันเดียวเท่านั้น นี่เป็นวันที่หาได้ยาก ในฐานะที่ฉินเย่ว์โหรวเป็นภรรยาเอกที่ดูแลบ้านย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆ นางได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าหลายวันแล้วว่าวันนี้พวกเขาจะไปเที่ยวเล่นกินอาหารที่ชานเมืองกันทั้งครอบครัวนี่เป็นสิ่งที่เฉินฝานเสนอขึ้นเมื่อหลายปีก่อน หลังจากครั้งนั้น ฉินเย่ว์โหรวก็หลงใหลอยู่สุดซึ้ง ขอเพียงเฉินฝานมีวันหยุด นางจะต้องออกไปให้ได้สถานที่เที่ยวเล่นกินอาหารกันในครั้งนี้มีทิวทัศน์งดงามราวกับภาพวาดเหมือนเช่นเคยเฉินฝานนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิง กินผลไม้มองบุตรชายบุตรสาวเล่นกันอย่างสนุกสนานบนทุ่งหญ้า ส่วนบรรดาภรรยาก็ยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารกลางวันกลิ่นอาหารที่เฉินฝานชอบลอยอยู่ในอากาศอาหารของพวกเขาทั้งหมดเป็นรูปแบบยุคปัจจุบัน เนื้อแกะย่างทั้งตัว สเต๊กซี่โครงย่าง หมูสามชั้นย่าง ปีกไก่ย่าง กระดูกอ่อนย่าง... ยังมีหม้อไฟทะเล และผลไม้แช่เย็นต่าง ๆ นานา“อืม~” เฉินฝานสูดจมูก แล้วแค่นเสียงเบา ๆ ด้วยความพึงพอใจ เขาหลับตาพักผ่อน พักผ่อนสักพักก็เริ่มกินได้แล้ว“ฮี่!”เฉินฝานเพิ่งจะนอนหลับก็ตกใจตื่นกับเสียงร้องฮี่ของม้า “
หลังจากสือจิ่งซานควบคุมกองทัพหมาป่า เขาก็เปลี่ยนตัวแม่ทัพก่อนหน้านี้ทั้งหมด ตอนนี้ทหารเหล่านี้ล้วนเชื่อฟังสือจิ่งซานเท่านั้น“ใครบังอาจวิจารณ์ฝ่าบาทและท่านอัครเสนาบดีที่นี่?”สือจิ่งซานตวาดอย่างเย็นชา เขาเดินแหวกแม่ทัพเหล่านั้นพร้อมกับเอ่ยวาจา หลังจากนั้นก็หันกาย สายตากวาดมองไปบนร่างแม่ทัพเหล่านั้นห“ข้าน้อยไม่บังอาจวิจารณ์ เดิมทีสิ่งที่ข้าน้อยพูดก็เป็นความจริง หากไม่มีกองทัพหมาป่าของเรา ไม่มีท่านแม่ทัพใหญ่ ต้าชิ่งจะสงบสุขเหมือนทุกวันนี้ได้อย่างไร เวลานี้กลับให้เฉินฝานผู้นั้นยึดความดีความชอบทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียว” “ถูกต้อง พวกเรารู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับท่านแม่ทัพใหญ่เลย”แม้ว่าเสียงของพวกแม่ทัพจะเบาลงแล้ว แต่ความโกรธเกรี้ยวและความไม่พอใจในคำพูดกลับยิ่งรุนแรงขึ้น “เหลวไหล เดิมทีความสงบสุขของต้าชิ่งก็เป็นหน้าที่ของกองทัพหมาป่าเรา ในฐานะที่ข้าเป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทัพหมาป่ายิ่งต้องทำเช่นเดียว ต่อไปหากมีใครกล้าบังอาจวิจารณ์ฝ่าบาทกับอัครเสนาบดีอีก ลงโทษโบยด้วยไม้พลองทหาร!”“ท่านแม่ทัพใหญ่...”“ทหาร!” สือจิ่งซานตัดบทคนผู้นั้น “นำตัวสวี่ต๋าออกไปโบยด้วยไม้พลองทหารห้าสิบที!” ไม่นานนัก
ตอนนี้น่าจะถือว่ารักษาสัญญาแล้วกระมังฉินเย่ว์เหมยรับประทานอาหารค่ำที่จวนสกุลเฉิน พี่น้องทั้งห้าคุยเล่นกันในห้องจนดึกดื่น หลี่เต๋อฉวนเร่งอยู่หลายครั้ง ฉินเย่ว์เหมยถึงค่อยอำลาบรรดาน้องสาวของตนด้วยความอาลัยอาวรณ์“พี่หญิงใหญ่ ท่านถอนรับสั่งได้หรือไม่?”เมื่อเห็นฉินเย่ว์เหมยกำลังจะจากไป ฉินเย่ว์ฉินก็รีบเอ่ยขึ้นมา“รับสั่งใดเล่า?” ฉินเย่ว์เหมยหันหน้ากลับมาถาม“ก็เรื่อง ก็เรื่อง...” เสียงของฉินเย่ว์ฉินแผ่วเบา หน้าแดงเล็กน้อย “เข้าหอในวันนี้”แม้ยามนี้ฉินเย่ว์ฉินไม่รังเกียจเฉินฝานแล้ว แต่นางยังไม่ได้เตรียมใจแต่งงานกับเฉินฝาน “เหตุใดต้องถอนคืนด้วย เจ้าเองก็อายุไม่น้อยแล้ว ควรจะมีทายาทให้สามีของเจ้าได้แล้ว เช้านี้ข้าตรวจดูปฏิทินโหรแล้ว วันนี้เป็นวันดี ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธอีก”นี่ก็คือการปราบปรามโดยสายเลือด ก่อนที่ฉินเย่ว์เหมยจะมา พวกฉินเย่ว์เจียวไม่อาจเอ่ยถึงเรื่องเข้าหอได้เลย เวลานี้เมื่อฉินเย่ว์เหมยเอ่ย ฉินเย่ว์ฉินไม่อาจโต้แย้งได้แม้แต่คำเดียว “ยังจะว่าข้าอีก ท่านก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ว่าท่านเองก็หาเหตุผลต่าง ๆ เพื่อหนีนายท่านหรือไร” ขณะที่ฉินเย่ว์เหมยหันกายเดินจากไป ฉินเย่ว์ฉ