หลังจากมื้ออาหารอันสุดแสนจะทรมานจบลง หลิวซินเยว่เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
"ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะคะ อาหารอร่อยมากเลยค่ะ เดี๋ยวหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ"
หลี่เหมยฮัวมองตามด้วยแววตาเป็นห่วง "เยว่เยว่ จะให้ฉันไปส่งที่บ้านไหม"
"ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันกลับเองได้" หลิวซินเยว่ปฏิเสธอย่างสุภาพ
"งั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอที่บ้านนะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หลิวซินเยว่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าหวังต้าเหล่ยและจ้าวหรูอี้ผู้เป็นพ่อแม่ของคุณตัวร้าย "คุณลุงคุณป้าหนูขอลาก่อนค่ะ" เธอโค้งศีรษะเล็กน้อยให้กับทั้งสอง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นเฉินเฟยหงและหลี่เจี้ยนจวินที่นั่งอยู่ไม่ไกล "ลาก่อนค่ะ คุณลุง คุณป้า" เธอเอ่ยลาอย่างมีมารยาท
จ้าวหรูอี้มองหลิวซินเยว่ด้วยสายตาเอ็นดู "เยว่เยว่ ไปเที่ยวที่บ้านป้าต่อไหมจ๊ะ บ้านของป้าติดกับบ้านของหนูเหมยฮัว" เธอเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
หลิวซินเยว่ส่งยิ้มบางๆ ให้กับคุณนายหวัง "ขอบคุณคุณป้าที่เอ็นดูหนูนะคะ แต่พอดีหนูมีธุระต้องไปทำต่อ" เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
"แล้วหนูจะไปธุระที่ไหนต่อหรือ" จ้าวหรูอี้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แม้จะเพิ่งพบหลิวซินเยว่เป็นครั้งแรก แต่เธอก็รู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวคนนี้อย่างประหลาด
"หนูต้องรีบกลับไปบ้านเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปขายค่ะ" หลิวซินเยว่ตอบ "พอดีวันศุกร์นี้หนูจะนำเสื้อผ้าไปขายที่ตลาดนัด เลยต้องเร่งงานค่ะ" เธออธิบายเพิ่มเติมด้วยรอยยิ้ม
"พอดีหนูฐานะไม่ค่อยดีนะคะ เลยต้องขยันหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนค่ะ" หลิวซินเยว่เอ่ยเสียงเรียบ เธอจงใจเน้นย้ำถึงความยากจนข้นแค้น หวังว่าท่านนายพลผู้สูงศักดิ์จะรังเกียจและเลิกยุ่งกับเธอเสียที ใครจะอยากได้ลูกสะใภ้ที่ยากจน ไหนเลยจะคู่ควรกับตระกูลใหญ่โตเช่นนี้
แต่ดูเหมือนแผนการของอดีตสายลับสาวจะไม่ได้ผล หวังต้าเหล่ยไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย กลับมองเธอด้วยแววตาที่อ่อนโยนลง "หนูเป็นเด็กสาวที่ขยันขันแข็งมาก ลุงขอชื่นชม"
หลิวซินเยว่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ทำไมแผนการของเธอถึงได้ผิดพลาดมากเช่นนี้ อดีตสายลับสาวอยากจะกุมขมับ
ทันใดนั้นเฉินเฟยหงผู้เป็นแม่ของคุณนางเอกก็เอ่ยถามขึ้น ด้วยน้ำเสียงเมตตา "แล้วหนูเยว่เยว่เรียนที่ไหนจ๊ะ? "
หลิวซินเยว่ยิ้มบางๆ ก่อนตอบว่า "หนูเรียนที่คณะแพทย์ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งค่ะ อยู่ปีสุดท้ายแล้ว"
"โอ้โห เก่งมากเลยนะ" คุณนายหลี่เอ่ยชมอย่างจริงใจ
ทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่พยักหน้าเห็นด้วย หลี่เหมยฮัวรีบขยับเข้าไปคล้องแขนหลิวซินเยว่ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงปลื้มใจว่า "เยว่เย่วเก่งที่สุดเลย นอกจากจะต่อสู้เก่งแล้วยังจะเป็นหมออีก"
หลิวซินเยว่ยิ้มอย่างเขินๆ "ทุกคนชมหนูเกินไปแล้ว" เธอเหลือบมองดวงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำ "เดี๋ยวหนูต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ไว้พบกันใหม่คะ"
"แล้วเจอกัน เยว่เยว่" หลี่เหมยฮัวเอ่ยลาผู้มีพระคุณ เธอมองตามร่างบอบบางของหลิวซินเยว่ไปสุดสายตา
เมื่อหลิวซินเยว่เดินออกมานอกร้านอาหารได้ เธอถึงกับถอนหายใจโล่งอก เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านนายพลตัวร้ายจู่ๆ ก็สนใจในเธอขึ้นมา
"เขาสนใจฉันจริงๆ งั้นเหรอ" หลิวซินเยว่พึมพำกับตัวเองเบาๆ ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ในนิยาย หวังหย่งเจี๋ย ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองตัวประกอบเช่นเธอเลย เขามีแต่หลี่เหมยฮัว สาวสวยผู้เพียบพร้อม เป็นดั่งดอกฟ้าที่ใครๆ ต่างก็อยากเด็ดดม
แต่แล้ววันนี้ เขากลับประกาศต่อหน้าพ่อแม่ของเขาว่ากำลังจะจีบเธอ
"หรือว่า... เขาจำเรื่องคืนนั้นได้" ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ทำให้หลิวซินเยว่แทบหยุดหายใจ ความทรงจำที่ไม่อยากจดจำกลับชัดเจนขึ้นมา
"ไม่หรอก เขาไม่น่าจะจำได้" หลิวซินเยว่พยายามสลัดความคิดนั้นทิ้งไป เธอเปลี่ยนไปจากเจ้าของร่างเดิมมาก ทั้งรูปร่างหน้าตา แม้กระทั่งนิสัยใจคอ ยิ่งวันนี้ เธอแต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็ม จนเธอเองก็แทบจะจำตัวเองในกระจกไม่ได้ เขาไม่มีทางจำเธอได้แน่
"แล้วทำไมเขาถึง..." หลิวซินเยว่ยังคงหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ ความสงสัยวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับปริศนาที่รอการไข
เมื่อออกมาด้านนอกห้างสรรพสินค้า เธอก็เรียกรถลากให้ไปส่งเธอที่ตลาดหรงเหมยทันที รถลากแล่นเข้าสู่ตรอกซอยแคบๆ ที่คุ้นเคย เสียงล้อไม้กระทบกับพื้นหินดังกึกกักตลอดทาง สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้าของหลิวซินเยว่ ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง เมื่อรถลากจอดสนิท เธอก็รีบจ่ายเงินแล้วตรงดิ่งกลับเข้าบ้านทันที
ภายในห้องเล็กๆ เสียงจักรเย็บผ้าดังแช้กๆ บรรเลงเป็นจังหวะ หลิวซินเยว่ ยืนมองซูหลินผู้เป็นแม่อย่างตั้งอกตั้งใจ มือเรียวบางของนาฃซูจับเข็มกับด้ายอย่างคล่องแคล่ว บรรจงเย็บเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนตัวแล้วตัวเล่าอย่างประณีต บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยมีเสื้อผ้าสำเร็จรูปวางเรียงรายอยู่มากมาย แต่ละตัวตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน
หลิวซินเยว่มองผลงานของคนเป็นแม่ด้วยความชื่นชม ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส "แม่เก่งจังเลยค่ะ" ดวงตากลมโตเป็นประกาย "ฉันแค่วาดแบบเท่านั้น แม่ถึงกับเนรมิตเสื้อผ้าสวยๆ เหล่านี้ออกมาได้"
ซูหลินเงยหน้าขึ้นจากงานที่ทำ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้า "แม่ก็แค่ทำตามแบบที่ลูกวาดนั่นแหละ ฝีมือการออกแบบของลูกต่างหากที่น่าชื่นชม"
เธอมองลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจ "แบบเสื้อผ้าของลูกแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ใครเห็นก็ต้องชอบ"
หลิวซินเยว่ยิ้มแก้มปริ "หนูอยากให้คนใส่เสื้อผ้าที่หนูออกแบบแล้วรู้สึกมั่นใจ สวยสง่าค่ะ"
"แม่เชื่อว่าลูกทำได้แน่" นางซูเอ่ยให้กำลังใจ "ลูกสาวแม่เก่งที่สุด"
"ไม่หรอกค่ะแม่..เป็นฝีมือแม่ต่างหากที่ยอดเยี่ยมที่สุด" หลิวซินเยว่ ยังคงเอ่ยชมไม่หยุดก่อนจะเอ่ยเรื่องสำคัญ "แม่คะ เดี๋ยวหนูว่าจะไปขอยืมจักรเย็บผ้าป้าเจียงมาสัก 4-5 วัน ถ้าให้แม่ทำคนเดียว น่าจะไม่พอทำขายทันวันศุกร์นี้ค่ะ"
"แล้วลูกจะไปขายที่ไหนล่ะ" ผู้เป็นแม่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"หนูจะเอาไปขายที่ตลาดนัดสถานีรถไฟค่ะ วันนี้หนูไปห้างสรรพสินค้ามาค่ะ ไปโปรโมทร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปของเราไว้ด้วย หนูบอกสาวๆ ที่สนใจเสื้อผ้าของหนูไว้ว่าวันศุกร์หน้าร้านของพวกเราจะขายเสื้อผ้าที่ตลาดนัดค่ะ คิดว่าคนน่าจะสนใจเยอะเลยค่ะ" หลิวซินเยว่ เล่าให้คนเป็นแม่ฟังอย่างตื่นเต้น
"จริงเหรอลูก" นางซูเบิกตากว้าง "ถ้าสินค้า่ขายดี พวกเราก็จะมีเงินไปซื้อจักรเย็บผ้าเป็นของตัวเองได้เลยนะ"
"ใช่แล้วค่ะแม่" หลิวซินเยว่ ยิ้มกว้าง "หนูมั่นใจว่าเราต้องทำได้แน่นอนค่ะ"
หลังคุยกับคนเป็นแม่เสร็จ หลิวซินเยว่เดินลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ ข้างบ้าน ผ่านแปลงผักกาดเขียวขจีที่ลุงเหว่ยปลูกไว้
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในรั้วบ้าน เธอก็เห็นลุงเหว่ยกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
"สวัสดีค่ะลุงเหว่ย ป้าเจียงอยู่ไหมคะ" หลิวซินเยว่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส
"อ้าว เยว่เยว่ มาพอดีเลย เข้ามาข้างในก่อนสิ" ลุงเหว่ยผายมือเชื้อเชิญ "ป้าเจียงแกไปช่วยงานที่โรงสี เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้ว มีเรื่องอะไรรึเปล่า"
"คือว่าหนูจะขอยืมจักรเย็บผ้าป้าเจียงสัก 4-5 วันนะคะ" หลิวซินเยว่พูดด้วยท่าทีเกรงใจเล็กน้อย "พอดีหนูจะทำธุรกิจขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปค่ะ"
ลุงเหว่ยเลิกคิ้ว "ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป?คิดได้ยังไงเนี่ย เยว่เยว่ของลุงนี่เก่งจริงๆ "
หลิวซินเยว่ยิ้มเขิน "หนูเห็นว่าช่วงนี้เสื้อผ้าสำเร็จรูปกำลังเป็นที่นิยม ราคาไม่แพง คนธรรมดาก็ซื้อใส่ได้ หนูเลยอยากลองดูสักตั้งค่ะ"
"แล้วหนูจะไปเอาผ้าที่ไหนล่ะ แล้วแบบเสื้อผ้าอีกล่ะ" ลุงเหว่ยถาม "จะเย็บเองทั้งหมดเลยเหรอ"
"หนูว่าจะไปซื้อผ้าที่ร้านลุงหวังนะคะ ส่วนแบบเสื้อผ้า หนูก็ศึกษาจากนิตยสารบ้าง ดูจากร้านค้าบ้าง แล้วก็ดัดแปลงเองค่ะ" หลิวซินเยว่ตอบอย่างมั่นใจ
ลุงเหว่ยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "ดีๆ เป็นความคิดที่ดี สมัยนี้ต้องขยันทำมาหากินถึงจะร่ำรวย แล้วหนูจะเอาจักรไปทำที่ไหนล่ะ"
"หนูจะเอาไปทำที่บ้านนะคะ แม่ของหนูก็จะช่วยด้วย"
"อืม ถ้าอย่างนั้นก็เอาไปเลย จักรเย็บผ้าของป้าเจียงก็ไม่ได้ใช้ประจำอยู่แล้ว จะเอาไปกี่วันก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน" ลุงเหว่ยตอบอย่างใจดี
"ขอบคุณมากค่ะลุงเหว่ย" หลิวซินเยว่โค้งศีรษะให้เล็กน้อยด้วยความรู้สึกขอบคุณ "หนูจะรีบทำให้เสร็จแล้วเอามาคืนนะคะ"
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ทำธุรกิจต้องใจเย็นๆ " ลุงเหว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ถ้ามีอะไรให้ลุงช่วยก็บอกได้นะ"
"หลิวซินเยว่ยิ้มกว้าง หัวใจพองโต เธอรู้สึกขอบคุณลุงเหว่ยที่คอยช่วยเหลือสองแม่ลูกเสมอมานับตั้งแต่พ่อของเธอเสียชีวิต และครั้งนี้ก็เช่นกัน การได้รับความช่วยเหลือจากลุงเหว่ย ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจมากขึ้น ว่าธุรกิจขายเสื้อผ้าของเธอจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
หลังจากที่เธอเพิ่งได้จักรเย็บผ้าจากป้าเจียงมา งานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว ผ้าหลากสีสันถูกตัดเย็บอย่างประณีตบรรจง ตอนนี้เธอกับแม่ตัดเย็บชุดเสร็จไปได้เกือบ 10 ชุดแล้ว แต่ละชุดล้วนมีดีไซน์ที่ทันสมัย ต่างจากเสื้อผ้าแบบเดิมๆ ที่มีขายทั่วไปในตลาดขณะที่หลินซินเยว่กำลังเย็บชายกระโปรงชุดสีแดงสดอยู่นั้น เสียงใสๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าบ้าน "ขอโทษนะคะ ร้านตัดเย็บซูหลินอยู่นี่หรือเปล่าคะ"ซินเยว่วางมือจากงานตรงหน้า รีบเดินออกไปต้อนรับ ทันทีที่เปิดประตู รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "เหมยฮัว"หลี่เหมยฮัว อยู่ในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีฟ้า ยืนยิ้มอยู่หน้าบ้าน"เยว่เยว่ บ้านของเธอหลังนี้นี่เอง""ใช่แล้ว เข้ามาสิ" หลิวซินเยว่ผายมือเชื้อเชิญ "บ้านฉันแคบหน่อยนะ" เธอกล่าวพลางเดินนำหลี่เหมยฮัวเข้าไปในบ้านภายในบ้าน นางซูหลิน ผู้เป็นแม่ กำลังนั่งเย็บกระดุมเสื้ออยู่ หลิวซินเยว่รินน้ำชาใส่แก้ว แล้วยื่นให้หลี่เหมยฮัว "เหมยฮัว นี่แม่ฉัน เธอชื่อซูหลิน" หญิงสาวเอ่ยแนะนำ "ชุดพวกนี้ ฉันกับแม่ช่วยกันตัดเย็บเอง" หลิวซินเยว่ชี้นิ้วไปยังเสื้อผ้าสำเร็จรูปหลากสีที่แขวนเรียงรายอยู่บนราวหลี่เหมยฮัวมองชุดเหล่านั้นด้
เช้าวันต่อมารถจี๊ปทหารคันใหญ่ก็แล่นมาจอดหน้าร้านตัดเย็บซูหลินเล็กๆ ในตลาดหรงเหมย หวังหย่งเจี๋ยในชุดเครื่องแบบนายพลก้าวลงมาจากรถ ใบหน้าคมคายดูสง่าผ่าเผย เขามองเข้าไปในร้าน เห็นเพียงหญิงวัยกลางคนกำลังนั่งเย็บเสื้อผ้าอยู่ แต่ไม่เห็นวี่แววของหญิงสาวร่างบางที่เขาเจอเมื่อวานภายในร้านดูเรียบร้อยสะอาดตา ผิดกับภายนอกที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน หวังหย่งเจี๋ย มองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยทักขึ้น"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณคือเจ้าของร้านตัดเย็บแห่งนี้ใช่ไหมครับซูหลินเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า "ใช่แล้วค่ะ ฉันชื่อซูหลินเป็นเจ้าของร้านตัดเย็บแห่งนี้ค่ะ ท่านนายพลต้องการอะไรคะ" แววตาของหล่อนฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเครื่องแบบทหารบนตัวเขา"ผมต้องการสั่งตัดชุดทหารครับ" หวังหย่งเจี๋ยตอบ "ไม่ทราบว่าที่ร้านมีพนักงานคนอื่นอีกไหมครับ พอดีผมต้องการสั่งตัดหลายชุด" สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ร้าน"ที่ร้านแห่งนี้มีฉันเพียงแค่คนเพียงคนเดียวค่ะ" นางซูหลินตอบ "ปกติจะมีลูกสาวมาช่วยด้วย แต่วันนี้เธอมีเรียนค่ะ น่าจะกลับช่วงเย็นๆ โน่นแหละค่ะ""อ้อ" หวังหย่งเจี๋ย รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย "งั้นผมจะสั่งตัดชุดทหาร สัก 7 ชุด นะครับ ถ
หลังเลิกเรียนในตอนเย็น หลิวซินเยว่เก็บหนังสือใส่กระเป๋า วันนี้เป็นอีกวันที่เธอต้องปรับตัวกับการใช้ชีวิตในยุคนี้ ดีที่เธอยังมีความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างเดิมหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงใช้ชีวิตในยุคนี้ได้อย่างยากลำบากเพราะแต่ละวิชาในคณะแพทย์นั้นยากมาก ความรู้ที่ติดตัวมาทำให้เธอเรียนได้อย่างสบายๆ อีกเพียงปีเดียวเธอก็จะเรียนจบแล้ว และเทอมหน้าก็ต้องไปฝึกงานที่โรงพยาบาลตอนนี้เธอยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปที่โรงพยาบาลที่ไหนดีในขณะที่เธอกำลังเก็บข้าวของทันใดนั้น เสียงใสๆ ของจางเสี่ยวหลานเพื่อนสนิทของเธอก็ดังขึ้น"เยว่เยว่ เธอไปทำอะไรมานี่ ทำไมดูสวยขึ้น?" จางเสี่ยวหลานเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตจ้องมองหลิวซินเยว่ตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับจะสแกนหาความเปลี่ยนแปลงหลิวซินเยว่ยิ้มให้เพื่อนสนิท "ฉันก็แค่ไปเปลี่ยนทรงผมกับลองแต่งหน้าดูเท่านั้นแหละ""จริงเหรอ แค่นั้นเองเหรอ" จางเสี่ยวหลานหรี่ตามอง "หรือว่าเธอมีความรักหรือเปล่าถึงได้หันมาดูแลตัวเองแบบนี้" น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความสงสัยใคร่รู้"บ้า ไม่มีหรอก ฉันก็แค่อยากสวยเฉยๆ" หลิวซินเยว่รีบปฏิเสธ แก้มใสขึ้นสีระเรื่อจางเสี่ยวหลานยิ้มกริ่ม "เย
ปี 2024 เมืองเซี่ยงไฮ้สายฝนเดือนมิถุนายนยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เสียงกระทบของเม็ดฝนบนหลังคาสังกะสีดังระรัวราวกับเสียงกลองรบ บรรยากาศในตรอกแคบแห่งหนึ่งของเซี่ยงไฮ้ช่างอึมครึมและเหนียวหนะ รถราที่วิ่งผ่านไปมาสาดน้ำขุ่น ๆ ขึ้นมาบนทางเท้า ใต้แสงไฟนีออนสลัว ๆ ของบาร์แห่งหนึ่ง หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงกำลังยืนกลาง ใบหน้าของเธอสวยคมภายใต้เครื่องสำอางจัดจ้าน ดวงตาคู่คมกริบนั้นฉายแววเฉียบแหลม หลิวซินเยว่คือสายลับสายฝีมือดีของกรมตำรวจ เธอเชี่ยวชาญทั้งการต่อสู้ การปลอมตัว และการสืบสวน ภายใต้ใบหน้าอันงดงามนั้นซ่อนความสามารถในการสังเกตและวิเคราะห์ที่เฉียบแหลม เธอสามารถอ่านความคิดของคนผ่านแววตาและกิริยาท่าทาง ชีวิตของหญิงสาวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของโลกตั้งแต่ยังเยาว์วัย พ่อแม่ของเธอถูกคนเมายาบ้าฆ่าตาย ทำให้เธอต้องระหกระเหินเข้าไปอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบแม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่หลิวซินเยว่ก็ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา เธอฝึกฝนตัวเองอย่างหนักทั้งบุ๋นและบู๊ จนกลายเป็นสายลับฝีมือดีที่สุดคนหนึ่งของกรมตำรวจในยามว่างจากภารกิจเสี่ยงต
หลิวซินเยว่พยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว ก่อนจะค่อยๆ ปรากฏเป็นเพดานห้องหรูหรา ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีแดงฉูดฉาด เฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักลวดลายมังกร และโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ ทุกอย่างดูแพงเว่อร์วังอลังการงานสร้าง"ที่... ที่นี่มันที่ไหนกัน" เธอพึมพำเบาๆ อยู่ในใจ เสียงแหบพร่าราวกับไม่ได้ใช้งานมานานหลิวซินเยว่เบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัว ภาพตรงหน้าทำให้เลือดในกายเย็นเยียบจนแทบแข็ง ร่างกายของเธอ...ไม่ใช่มันไม่ใช่ร่างกายของเธอ ร่างกายที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อ กลับกลายเป็นหญิงสาวบอบบาง ดูนุ่มนิ่มผิวพรรณขาวผ่องราวกับหยวกกล้วย เรือนร่างบอบบางอรชรอ้อนแอ้นแต่...มันไม่ใช่ร่างของเธอหลิวซินเยว่ผู้เป็นถึงมาสายลับสาว เจ้าของฉายา 'กุหลาบเพลิง' ผู้มีใบหน้าสวยเฉี่ยว ดวงตาเฉี่ยวคมดุจเหยี่ยว เรือนร่างสูงโปร่งเหมือนนางแบบ กลับต้องมาอยู่ในร่างของหญิงสาวบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!" หลิวซินเยว่สบถลั่น ความรู้สึกสับสน ตกใจ และหวาดกลัว ประดังประเดเข้ามาในหัวพร้อมๆ กันความทรงจำสุดท้ายของเธอก่อนจะหมดสติไป เธอโดนหลี่เจี้ยนชายคนรักยิงตรงกลางหัวใจอย่างโหดเหี้ยม แล้
หวังหย่งเจี๋ยมองหญิงสาวบนเตียงด้วยแววตาซับซ้อน เขาจำได้ดีว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ภาพความเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนยังคงติดตา เขา เขาไม่คาดคิดเด็กสาวบ้านๆ ที่ดูภายนอกจะแสนจืดชืดคนนี้จะซ่อนรูปที่สุดแสนจะเย้ายวนเอาไว้ จะทำให้เขาเสียอาการจะควบคุมสติไม่อยู่ได้ถึงเพียงนี้"เธอเป็นอย่างไรบ้าง" นายพลหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบหลิวซินเยว่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของเขา"คุณ..." เธอพยายามเปล่งเสียง แต่กลับพูดไม่ออก ลำคอของเธอแห้งผาก ร่างกายปวดร้าวระบมไปหมดหวังหย่งเจี๋ยเห็นแววตาสับสนของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกผิด เขาไม่รู้จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างไร ความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนที่เกิดจากฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด กลับทำให้เขาต้องมีอะไรกับหญิงสาวที่เขาไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ"ผมขอโทษ..." หวังหย่งเจี๋ยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "ผมไม่ได้ตั้งใจ เมื่อคืนผมโดนศัตรูลอบวางยาปลุกกำหนัดทำให้ผมควบคุมอารมณ์ไม่ได้" เขาพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงใจ หวังว่าคนร่างบางที่อยู่ตรงหน้าจะเข้าใจหลินซินเยว่ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่รู้จะโทษใคร โทษโชคชะตาที่เล่นตลก ที่ทำให้เธอโผล่มาในร่างของตัวประกอบ ความบริสุทธิ์ที
หวังหย่งเจี๋ยขับรถแล่นผ่านสายฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย รถจี๊ปสีเขียวมะกอกของเขาเลี้ยวเข้าสู่ตรอกเล็กๆ ก่อนจะจอดลงหน้าบ้านหลังหนึ่ง หยดน้ำฝนเกาะพราวบนกระจกหน้ารถ บดบังทัศนียภาพภายนอกให้เลือนรางเขาก้าวลงจากรถ ปิดประตูเสียงดัง ปล่อยให้ความเย็นยะเยือกของสายฝนซึมผ่านเสื้อโค้ตตัวหนา ความรู้สึกหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในใจ เขารีบสาวเท้าเข้าไปในบ้านความเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านเสื้อโค้ตตัวหนาของเขา แต่ไม่อาจสู้กับความร้อนรุ่มในใจที่กำลังคุกรุ่น เขาหวังว่าจะได้พบกับหญิงสาวที่ทำให้เขาหลงใหลในค่ำคืนที่ผ่านมาแต่ภายในบ้านกลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยของเธอ"บ้าเอ๊ย" หวังหย่งเจี๋ยสบถออกมาอย่างหัวเสีย "ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงถึงหนีฉันไปแบบนี้" นายพลหนุ่มพึมพำกับตัวเอง เขาก้าวฉับๆ เข้าไปในห้องนอน เตียงนอนขนาดใหญ่ยังคงยับยู่ยี่ บ่งบอกถึงเรื่องราวร้อนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่เจ้าของร่างกายอันเย้ายวนใจกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่เหลือแม้แต่เศษกระดาษโน้ตสักใบภาพความทรงจำของหญิงสาวเจ้าของเรือนร่างบอบบาง กลิ่นกายหอมหวาน และสัมผัสอันเร่าร้อนยังคงติดตรึงอยู่ในใจของนายพลหนุ่ม เขาไม่คาดคิดว่าสภาพที่ลุกจากเตียงไม่ขึ
หลิวซินเยว่เดินออกจากห้องนอนเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มุ่งหน้าไปยังห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน เธอหวังว่าแม่ของเธอจะทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระหว่างทาง เธอเหลือบไปเห็นรูปถ่ายขาวดำใบหนึ่งวางอยู่บนชั้นวางของตั้งอยู่ในบ้าน เป็นรูปของผู้หญิงหน้าตาสะสวยอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขน หญิงสาวในรูปมีเค้าโครงใบหน้าคล้ายกับเธอมาก'นี่คงเป็นแม่ของหลิวซินเยว่สินะ' เธอคิดในใจ พร้อมกับความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ก่อนเธอมองไปที่รูปถ่ายของชายวัยกลางคนในชุดทหารที่ตั้งอยู่ใกล้กัน นั่นคือพ่อของหลิวซินเยว่ เขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่เธออายุได้เพียง 10 ขวบ แม่ของเธอต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ทำงานตัดเย็บผ้าหามรุ่งหามค่ำเพื่อหาเลี้ยงชีพ ส่งเสียหลิวซินเยว่จนเรียนจบมัธยมปลาย และสอบเข้าคณะแพทย์มหาวิทยาลัยปักกิ่งได้'เยว่เยว่' เสียงเรียกของคนเป็นแม่ทำเอาความคิดที่กำลังล่องลอยของเธอถูกดึงกลับมาสู่โลกความจริง เธอเห็นแม่ของเธอกำลังเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับอาหารจานโปรด"วันนี้แม่ทำผัดผักกาดขาวกับเต้าหู้หม่าโผที่ลูกชอบ มาทานกันเร็ว""ค่ะแม่" หยวนชิงตอบรับก่อนจะเดินตามคนเป็นแม่เข้าไปนั่
หลังเลิกเรียนในตอนเย็น หลิวซินเยว่เก็บหนังสือใส่กระเป๋า วันนี้เป็นอีกวันที่เธอต้องปรับตัวกับการใช้ชีวิตในยุคนี้ ดีที่เธอยังมีความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างเดิมหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงใช้ชีวิตในยุคนี้ได้อย่างยากลำบากเพราะแต่ละวิชาในคณะแพทย์นั้นยากมาก ความรู้ที่ติดตัวมาทำให้เธอเรียนได้อย่างสบายๆ อีกเพียงปีเดียวเธอก็จะเรียนจบแล้ว และเทอมหน้าก็ต้องไปฝึกงานที่โรงพยาบาลตอนนี้เธอยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปที่โรงพยาบาลที่ไหนดีในขณะที่เธอกำลังเก็บข้าวของทันใดนั้น เสียงใสๆ ของจางเสี่ยวหลานเพื่อนสนิทของเธอก็ดังขึ้น"เยว่เยว่ เธอไปทำอะไรมานี่ ทำไมดูสวยขึ้น?" จางเสี่ยวหลานเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตจ้องมองหลิวซินเยว่ตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับจะสแกนหาความเปลี่ยนแปลงหลิวซินเยว่ยิ้มให้เพื่อนสนิท "ฉันก็แค่ไปเปลี่ยนทรงผมกับลองแต่งหน้าดูเท่านั้นแหละ""จริงเหรอ แค่นั้นเองเหรอ" จางเสี่ยวหลานหรี่ตามอง "หรือว่าเธอมีความรักหรือเปล่าถึงได้หันมาดูแลตัวเองแบบนี้" น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความสงสัยใคร่รู้"บ้า ไม่มีหรอก ฉันก็แค่อยากสวยเฉยๆ" หลิวซินเยว่รีบปฏิเสธ แก้มใสขึ้นสีระเรื่อจางเสี่ยวหลานยิ้มกริ่ม "เย
เช้าวันต่อมารถจี๊ปทหารคันใหญ่ก็แล่นมาจอดหน้าร้านตัดเย็บซูหลินเล็กๆ ในตลาดหรงเหมย หวังหย่งเจี๋ยในชุดเครื่องแบบนายพลก้าวลงมาจากรถ ใบหน้าคมคายดูสง่าผ่าเผย เขามองเข้าไปในร้าน เห็นเพียงหญิงวัยกลางคนกำลังนั่งเย็บเสื้อผ้าอยู่ แต่ไม่เห็นวี่แววของหญิงสาวร่างบางที่เขาเจอเมื่อวานภายในร้านดูเรียบร้อยสะอาดตา ผิดกับภายนอกที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน หวังหย่งเจี๋ย มองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยทักขึ้น"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณคือเจ้าของร้านตัดเย็บแห่งนี้ใช่ไหมครับซูหลินเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า "ใช่แล้วค่ะ ฉันชื่อซูหลินเป็นเจ้าของร้านตัดเย็บแห่งนี้ค่ะ ท่านนายพลต้องการอะไรคะ" แววตาของหล่อนฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเครื่องแบบทหารบนตัวเขา"ผมต้องการสั่งตัดชุดทหารครับ" หวังหย่งเจี๋ยตอบ "ไม่ทราบว่าที่ร้านมีพนักงานคนอื่นอีกไหมครับ พอดีผมต้องการสั่งตัดหลายชุด" สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ร้าน"ที่ร้านแห่งนี้มีฉันเพียงแค่คนเพียงคนเดียวค่ะ" นางซูหลินตอบ "ปกติจะมีลูกสาวมาช่วยด้วย แต่วันนี้เธอมีเรียนค่ะ น่าจะกลับช่วงเย็นๆ โน่นแหละค่ะ""อ้อ" หวังหย่งเจี๋ย รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย "งั้นผมจะสั่งตัดชุดทหาร สัก 7 ชุด นะครับ ถ
หลังจากที่เธอเพิ่งได้จักรเย็บผ้าจากป้าเจียงมา งานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว ผ้าหลากสีสันถูกตัดเย็บอย่างประณีตบรรจง ตอนนี้เธอกับแม่ตัดเย็บชุดเสร็จไปได้เกือบ 10 ชุดแล้ว แต่ละชุดล้วนมีดีไซน์ที่ทันสมัย ต่างจากเสื้อผ้าแบบเดิมๆ ที่มีขายทั่วไปในตลาดขณะที่หลินซินเยว่กำลังเย็บชายกระโปรงชุดสีแดงสดอยู่นั้น เสียงใสๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าบ้าน "ขอโทษนะคะ ร้านตัดเย็บซูหลินอยู่นี่หรือเปล่าคะ"ซินเยว่วางมือจากงานตรงหน้า รีบเดินออกไปต้อนรับ ทันทีที่เปิดประตู รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "เหมยฮัว"หลี่เหมยฮัว อยู่ในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีฟ้า ยืนยิ้มอยู่หน้าบ้าน"เยว่เยว่ บ้านของเธอหลังนี้นี่เอง""ใช่แล้ว เข้ามาสิ" หลิวซินเยว่ผายมือเชื้อเชิญ "บ้านฉันแคบหน่อยนะ" เธอกล่าวพลางเดินนำหลี่เหมยฮัวเข้าไปในบ้านภายในบ้าน นางซูหลิน ผู้เป็นแม่ กำลังนั่งเย็บกระดุมเสื้ออยู่ หลิวซินเยว่รินน้ำชาใส่แก้ว แล้วยื่นให้หลี่เหมยฮัว "เหมยฮัว นี่แม่ฉัน เธอชื่อซูหลิน" หญิงสาวเอ่ยแนะนำ "ชุดพวกนี้ ฉันกับแม่ช่วยกันตัดเย็บเอง" หลิวซินเยว่ชี้นิ้วไปยังเสื้อผ้าสำเร็จรูปหลากสีที่แขวนเรียงรายอยู่บนราวหลี่เหมยฮัวมองชุดเหล่านั้นด้
หลังจากมื้ออาหารอันสุดแสนจะทรมานจบลง หลิวซินเยว่เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ"ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะคะ อาหารอร่อยมากเลยค่ะ เดี๋ยวหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ"หลี่เหมยฮัวมองตามด้วยแววตาเป็นห่วง "เยว่เยว่ จะให้ฉันไปส่งที่บ้านไหม""ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันกลับเองได้" หลิวซินเยว่ปฏิเสธอย่างสุภาพ"งั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอที่บ้านนะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นหลิวซินเยว่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าหวังต้าเหล่ยและจ้าวหรูอี้ผู้เป็นพ่อแม่ของคุณตัวร้าย "คุณลุงคุณป้าหนูขอลาก่อนค่ะ" เธอโค้งศีรษะเล็กน้อยให้กับทั้งสอง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นเฉินเฟยหงและหลี่เจี้ยนจวินที่นั่งอยู่ไม่ไกล "ลาก่อนค่ะ คุณลุง คุณป้า" เธอเอ่ยลาอย่างมีมารยาทจ้าวหรูอี้มองหลิวซินเยว่ด้วยสายตาเอ็นดู "เยว่เยว่ ไปเที่ยวที่บ้านป้าต่อไหมจ๊ะ บ้านของป้าติดกับบ้านของหนูเหมยฮัว" เธอเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงอบอุ่นหลิวซินเยว่ส่งยิ้มบางๆ ให้กับคุณนายหวัง "ขอบคุณคุณป้าที่เอ็นดูหนูนะคะ แต่พอดีหนูมีธุระต้องไปทำต่อ" เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล"แล้วหนูจะไปธุระที่ไหนต่อหรือ" จ้าวหรูอี้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แม้จะเพิ่งพบหลิวซินเยว่เป็นครั้งแรก แต่เธ
ร้านอาหารจีนในห้างสรรพสินค้าคึกคักไปด้วยผู้คนมากมายที่ต่างพากันมาลิ้มรสอาหารเลิศรส ในมุมหนึ่งของร้าน หลิวซินเยว่ถูกหลี่เหมยฮัวลากมานั่งร่วมโต๊ะกับครอบครัวของเธอและครอบครัวนายพลตัวร้ายโดยที่เธอปฏิเสธไม่ได้ หวังต้าเหล่ย ผู้เป็นพ่อของหวังหย่งเจี๋ยเอ่ยถามลูกสาวของเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย"หนูเหมยฮัว ไปเจอเจ้าหย่งเจี๋ยที่ไหนเหรอ"หลี่เหมยฮัวยิ้มกว้างก่อนตอบ "หนูไปเจอพี่หย่งเจี๋ยข้างนอกค่ะ"เฉินเฟยหง ผู้เป็นแม่ของหลี่เหมยฮัวมองไปยังหญิงสาวที่นั่งข้างๆ ลูกสาวด้วยสายตาใคร่รู้ "แล้วนี่แม่หนูคนนี้คือใครเหรอ""คุณพ่อคุณแม่คะ นี่หลิวซินเยว่ เพื่อนของหนูเองค่ะ" หลี่เหมยฮัวแนะนำเพื่อนใหม่ให้พ่อแม่รู้จักด้วยความภาคภูมิใจ"เธอเก่งมากเลยนะคะ เธอเคยฝึกการต่อสู้มาก่อนด้วย เธอช่วยหนูจับโจรที่มาขโมยกระเป๋าของหนูค่ะ" ดวงตาของหลี่เหมยฮัวเป็นประกายขณะเล่าเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นเฉินเฟยหงและหลี่เจี้ยนจวิน หันไปมองหลิวซินเยว่ด้วยความประหลาดใจปนชื่นชม หวังต้าเหล่ยเองก็มองหลิวซินเยว่ด้วยความสนใจ"คุณลุงคุณป้าค่ะพี่หย่งเจี๋ยทำนิสัยไม่ดี ทำเจ้าชู้ใส่เพื่อนหนูด้วยค่ะ" หลี่เหมยฮัวได้ทีก็ฟ้องทันที เธอซบหน้าลงกับไหล่ขอ
หลิวซินเยว่สะดุ้งสุดตัวเมื่อแผ่นหลังบางแนบชิดกับกำแพงเย็นเฉียบ หวังหย่งเจี๋ยโน้มตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับจะมองทะลุผ่านเข้าไปในใจ"ฉันถามว่าเธอชื่ออะไร" หวังหย่งเจี๋ยถามเสียงเข้ม น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยอำนาจ หลิวซินเยว่รู้สึกใจสั่นระรัว เธอพยายามรวบรวมสติ ไม่ยอมให้ความกลัวเข้าครอบงำ"ทำไมฉันต้องบอกชื่อให้คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักด้วย" เธอเน้นคำว่าไม่รู้จักเป็นพิเศษ ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างไม่เกรงกลัว มองตรงไปยังชายหนุ่มตรงหน้าหวังหย่งเจี๋ยขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขาไม่คุ้นชินกับการถูกต่อต้านแบบนี้ โดยเฉพาะจากผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเช่นนี้"นี่คุณถอยออกไปนะ ถ้าคุณไม่ออกไปฉันจะตะโกนบอกคนอื่นว่าถูกคุณลวนลาม" หลิวซินเยว่ตอบกลับเสียงแข็ง แม้ในใจจะหวาดกลัว แต่เธอก็พยายามแสดงออกถึงความเข้มแข็ง เธอพร้อมที่หนีจากคนร่างสูงเมื่อสบโอกาส"ลวนลาม?" หวังหย่งเจี๋ยทวนคำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวอย่างพิจารณา "เธอคิดว่าฉันเป็นคนเช่นนั้น?""ก็ใครจะไปรู้ คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้" หลิวซินเยว่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "ย
ที่ห้องทำงานของนายพลหวังหย่งเจี๋ย บรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวกับพายุหิมะกำลังโหมกระหน่ำ ใบหน้าหล่อเหลาของท่านนายพลหนุ่ม บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังลูกน้องสองคนที่ยืนตัวลีบอยู่ตรงหน้า"พวกแกหาหญิงสาวที่ออกจากบ้านฉันไปเมื่อวานนี้เจอแล้วหรือยัง" หวังหย่งเจี๋ยคำรามเสียงดังลั่น น้ำเสียงแข็งกร้าวราวกับฟ้าผ่า"ยังเลยครับ ท่านนายพล" ลูกน้องคนหนึ่งตอบเสียงสั่น "จากการสอบสวนยามหน้าหมู่บ้าน ไม่เจอผู้หญิงใส่ชุดแดงเดินออกมาจากในหมู่บ้านเลยครับ""ส่วนผมก็ไปหาข้อมูลที่ร้านอาหาร ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรกลับมา ท่านน่าจะออกตรงหลังร้าน ทำให้พวกยามที่หน้าร้านอาหารไม่เห็นครับว่าผู้หญิงที่ท่านลากกลับมาบ้านไปคือใคร""โถ่โว๊ย พวกแกไม่ได้เรื่องเลย" หวังหย่งเจี๋ยสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขากำลังร้อนใจเป็นอย่างมาก เขาพึงพอใจรสสัมผัสหญิงสาวคนนั้นเป็นอย่างมาก ไม่เคยมีใครทำให้ชายหนุ่มอิ่มเอมใจมาก่อน"แล้วท่านพอจะจำหน้าเธอได้ไหมครับ?เธอมีลักษณะเช่นไร?ผมจะได้ให้คนช่วยตามหาให้ครับ" ลูกน้องอีกคนถามอย่างระมัดระวังหวังหย่งเจี๋ยขมวดคิ้วแน่น ความทรงจำเมื่อคืนวูบไหวอยู่ในหัวสมองราว
หลังจากซื้อผ้าเสร็จ หลิวซินเยว่ก็เอ่ยขึ้น "แม่คะ เดี๋ยวแม่จ้างรถลากให้ไปส่งของที่บ้านของเรานะคะ หนูจะไปห้างสรรพสินค้าหน่อยค่ะ หนูกะไปซื้อเครื่องสำอาง กับให้ช่างตัดผมซอยผมให้ด้วยค่ะ"นางซูพยักหน้า "ไปเถอะลูก เดี๋ยวแม่ขนผ้าพวกนี้ไปเอง"เมื่อเห็นแม่ขึ้นรถลากไปแล้ว หลิวซินเยว่ก็เรียกรถลากอีกคันให้ไปส่งเธอที่ห้างสรรพสินค้า วันนี้เธอกะจะไปเปลี่ยนทรงผมให้ทันสมัยขึ้น ก่อนจะไปซื้อเครื่องสำอาง ‘วันนี้ละฉันจะปฏิวัติจากแม่สาวสุดเฉิ่มมาเป็นสาวสวยให้ดู’ หลิวซินเยว่คิดในใจเมื่อมาถึงหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ใจกลางเมืองหญิงสาวจ่ายเงินก่อนจะลงจากรถลาก เธอสูดหายใจเข้าลึก สัมผัสบรรยากาศแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่แตกต่างจากยุคปัจจุบันที่เธอจากมาโดยสิ้นเชิงร้านตัดผมในห้างสรรพสินค้าตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่ส่องประกายสะท้อนแสงไฟนีออนสีสันสดใส ช่างผมชายหนุ่มท่าทางทันสมัยกำลังวุ่นอยู่กับการเซ็ตผมให้ลูกค้าสาวสวย หลิวซินเยว่ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านทันที"สวัสดีครับ คุณลูกค้าสนใจใช้บริการอะไรครับ" ช่างผมหนุ่มเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม"ฉันอยากตัดผมค่ะ" หลิวซินเยว่ตอบ "อยากได้ทรงผมที่ทันสมัยหน่อยค่ะ""คุณอยากได้ทรงผมแบบไ
"แม่คะ เดี๋ยวเราแต่งตัวไปข้างนอกกันเถอะ หนูว่าจะไปร้านขายผ้าด้วย หนูจะเลือกซื้อผ้ามาตัดเย็บชุดแบบนี้ค่ะ" หลิวซินเยว่พูดพลางหยิบชุดที่เธอเพิ่งตัดเย็บเสร็จมาสวม เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวแขนพอง จับคู่กับกระโปรงทรงเอสีแดงสดตัดกับผิวขาวผ่องของเธออย่างลงตัว ยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่นสะดุดตา ชุดดูทันสมัยผิดวิสัยสาวชาวบ้านทั่วไป ใครเห็นแล้วต้องเหลียวมอง"แม่ว่ายังไงบ้างคะ" เธอถามแม่ของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน"ก็ดีเหมือนกันนะ เยว่เยว่ ลูกแต่งตัวแบบนี้ดูสวยขึ้นเยอะเลย" ซูหลินแม่ของเธอตอบด้วยแววตาเอ็นดู "แต่ว่า...""แต่ว่าอะไรเหรอคะแม่""เอ่อ... คือว่า..." นางซูมีสีหน้าลำบากใจ "แม่ว่าชุดนี้มันดู... โดดเด่นเกินไปหน่อยหรือเปล่าลูก ชาวบ้านแถวนี้เขาไม่ค่อยแต่งตัวแบบนี้กัน"หลิวซินเยว่เข้าใจความกังวลของผู้เป็นแม่ดี ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้คนยังค่อนข้างอนุรักษนิยม การแต่งตัวที่ฉูดฉาดเกินไปอาจทำให้ถูกนินทาได้ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ "ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ เดี๋ยวนี้บ้านเมืองเรากำลังเปิดประเทศ ผู้คนก็ต้องเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ หนูอยากลองนำเทรนด์ดูบ้าง"ซูหลินเห็นลูกสาวมุ่งมั่นเช่นนั้นก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย "เอาเถอะๆ แม่ตามใจลูกก็แ