ฟู่จาวหนิงเดินมาข้างโต๊ะ เทน้ำใส่แก้วแล้วดื่มพอเห็นเขายังไม่ปลดหมวกลง นางก็เลิกคิ้วเล็กน้อย "ใส่แล้วสบายหรือ?""อื๋อ?" เซียวหลันยวนหลังจากมีปฏิกิริยาก็แข็งทื่อไปเล็กน้อย แต่ก็ยังยื่นมือปลดหมวกลงมาเขาเดิมทีคิดว่าถ้าไม่ปลดลงมาล่ะก็ เขายังมองนางได้ ประจันหน้ากับนางตรงๆ ได้หลังจากปลดลงมาเขาก็เอียงหน้าออกเล็กน้อย"ข้าให้คนไปตรวจสอบแล้ว คนที่มาครั้งนี้ไม่ได้ลงมือสังหารทันทีหรือ?""อืม ดูเหมือนคิดจะมาจับตัวข้า""เจ้าใช้อาวุธลับที่ทำขึ้นใหม่ด้วย?" เซียวหลันยวนถามดูท่าเขาเมื่อครู่จะได้ยินบทสนทนาระหว่างนางกับลู่ทงเข้าแล้ว"ลูกกลอนพิษน่ะ ด้านในมีส่วนประกอบบางอย่าง หลังจากที่โดนแรงกระแทกภายนอกจะเกิดปฏิกิริยาแล้วระเบิดเบาๆ แล้วด้านในก็ซ่อนของเหลวพิษที่มีฤทธิ์กัดกร่อนบางส่วนไว้ หลังจากระเบิดกระเด็นไปโดนคนก็จะกัดกร่อนจนเกิดแผลอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดยังรุนแรงยิ่งกว่าถูกไฟลวกเสียอีก"ฟู่จาวหนิงอธิบายคำหนึ่งเซียวหลันยวนตาเป็นประกายเล็กน้อย เขาอดมองไปทางฟู่จาวหนิงไม่ได้ตอนที่นางมองมาก็เอียงหน้าออกอีก"ลูกกลอนพิษนี้เสียเวลาทำมากไหม?""ขอแค่มีวัสดุพอก็ได้แล้ว แต่ว่า วิธีทำค่อนข้างพิถีพ
"คือสถานที่ขั้วอำนาจนอกวังที่พระสัสสุระดูแลแทนฮองเฮา องครักษ์ลับเหล่านี้น่าจะมาจากหมู่บ้านกุยเซี่ยว"หลังจากเซียวหลันยวนพูดออกมาฟู่จาวหนิงก็ตกตะลึง "สถานที่สำคัญเช่นนั้น แต่พระสัสสุระกับฮองเฮาไม่อำพรางไว้ให้ดีหรือ?""แน่นอนว่าอำพรางไว้แล้ว"เซียวหลันยวนยิ้มๆ สายตากลับเย็นชาลงมา"แต่ข้าตรวจสอบพบนานแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่ให้คนเข้าไปทำอะไรก็เท่านั้น"ด้านนอก ชิงอียื่นหัวเข้ามา "ท่านอ๋อง ก่อนหน้านี้ท่านไม่ใช่เอาแต่พูดว่า ถ้าไปทำอะไรหมู่บ้านกุยเซี่ยว จะกลายเป็นเคลื่อนไหวมากเกินไป แล้วจะบีบให้ฮองเฮากับพระสัสสุระทำอะไรเกินเหตุไปไม่ใช่หรือ?"ฮองเฮากับพระสัสสุระน่าจะมีความมั่นใจมาก คิดว่าไม่มีใครล่วงรู้ถึงตัวตนของหมู่บ้านกุยเซี่ยว ขนาดองค์จักรพรรดิก็ยังงมโข่งไม่รู้เรื่องพวกเขาซ่อนไว้ได้ลับพรางมากเพื่อสิ่งนี้ พระสัสสุระถึงกับยอมแกล้งทำเป็นคนกลัวภรรยาคนหนึ่งต่อโลกภายนอกมานานหลายปี ทำภาพลักษณ์เป็นผู้ชายไร้ค่ากลัวเมีย และยังแก้นิสัยบ้ากามตัณหากลับเวลาอยู่ภายนอกไม่ได้ ชอบพาพวกคนสวยหน้าตาดีดีกลับมาที่หมู่บ้านกุยเซี่ยวถ้าหากถูกคนตรวจพบ มันก็เป็นแค่สีพรางตัวของหมู่บ้านเซี่ยวกุย...เป็นแค
หลังจากนี้นาง่จะไม่คิดเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว!ลู่ทงพวกเขาเองก็ย้ายเข้ามาเรียบร้อยเดิมทีคิดจะให้ขึ้นมากินข้าวด้วยกันกับฟู่จาวหนิง แต่ระหว่างทางก็ถูกองครักษ์จวนอ๋องขวางไว้"ท่านอ๋องให้พวกเจ้าไปกินข้าวกับเขา"ลู่ทงกับเจิ้งหยางสบตากันกินข้าวกับอ๋องเจวี้ยน? พวกเขาจะกินกันลงไหม?แต่พวกเขาก็ไม่กล้าปฏิเสธ ก็เลยตามไปในห้องเซียวหลันยวน คิดๆ แล้วก็รู้สึกแปลกหน่อยๆ"อ๋องเจวี้ยนไม่ใช่ว่าต้องไปกินข้าวเย็นกับลูกพี่หนิงของพวกเราหรือ" ลู่ทงถามออกมาตรงๆเขาเองก็รู้สึกแปลกหน่อยๆทำไมสามีภรรยาถึงแยกห้องกันกินล่ะ?ยิ่งไปกว่นั้นยังนั่งอยู่ในห้องด้วย แล้วทำไมอ๋องเจวี้ยนยังสวมหมวกดำอยู่ด้วยล่ะ? พวกเขามองไม่เห็นหน้าของเขาเลยแต่ก็รู้สึกเหมือสายตาของอ๋องเจวี้ยนกลายเป็นวัตถุจริงๆ จับจ้องมาบนตัวพวกเขา ทำให้พวกเขานั่งกันไม่เป็นสุขบนโต๊ะมีกับข้าววางไว้แล้ว ดูแล้วครบรสกลิ่นสีเลยทีเดียว"พวกเจ้า ลูกพี่หนิงหรือ?"เซียวหลันยวนทวนคำเรียกนี้ขึ้นมาอีกครั้งลูกพี่หนิงก็คือลูกพี่หนิง แล้วยังมี "ของพวกเจ้า" ด้วย?ฟู่จาวหนิงเป็นของพวกเจ้าหรือ?ลู่ทงกับเจิ้งหยางรู้สึกเหมือนมีมีดมาจอคอในพริบตา ความรู้สึกนั้นเ
หลังจากลู่ทงกับเจิ้งหยางออกไปได้ไม่เท่าไร ก็มีองครักษ์ลับกลับเข้ามารายงานเซียวหลันยวน"ท่านอ๋อง ตรวจสอบพบมาเรื่องหนึ่ง""ว่ามา""ตระกูลลู่กับตระกูลเจียในอดีตเคยช่วยเหลือคุณชายใหญ่ตระกูลฟู่ไว้ หรือก็คือตอนที่เขาจะพาฟู่หลินซื่อหนีออกไป""อื๋อ?" เซียวหลันยวนพอได้ยินข่าวนี้ก็ประหลาดใจขึ้นมาเขาอันที่จริงตอนที่ลงมาจากเขาเมฆอรุณก่อนหน้านี้ก็ให้คนไปตรวจสอบตระกูลลู่กับตระกูลเจิ้งแล้ว แต่เพราะภายหลังเรื่องเยอะเกินไป เรื่องนี้จึงวางไว้ข้างๆ ไม่ได้ไปถามไถ่ต่อชั่วคราวตอนนี้จึงสั่งให้ตรวจสอบอย่างละเอียดจากเบาะแสที่ตรวจเจอขึ้นอีกครั้ง แล้วก็ได้ผลลัพธ์มาเช่นนี้"ไปช่วยไว้อย่างไรกัน?""ตระกูลลู่กับตระกูลเจิ้งอันที่จริงก็เข้าช่วยเหลืออย่างไม่ตั้งใจ พวกเขาเองอาจจะยังไม่รู้เรื่องนี้ ในอดีตไม่กี่วันนั้น ทั้งสองตระกูลนัดกันออกไปเที่ยวที่เจียงหนาน ทั้งสองตระกูลออกจากเมืองหลวงพร้อมกัน ผ่านเมืองชิงเหยา ต่อมาก็จ้างเรือใหญ่ด้วยกัน"องครักษ์ลับเอ่ยต่อ "ที่พวกเราตรวจสอบพบ ในตอนนั้นคุณชายใหญ่ฟู่กับฟู่หลินซือออกจากเมืองหลวง คิดว่าน่าจะติดขบวนรถม้าของตระกูลผู้ดีไหนสักตระกูล แฝงตัวแล้วออกไป ตอนนี้พอเอาเบาะแ
ในเมื่อคิดจะเอาของเหล่านี้ เช่นนั้นก็คือ ตัวตนฐานะก็ต้องมีความเป็นไปได้ที่จะช่วงชิงตำแหน่งจักรพรรดิอยู่บ้างองค์รัชทายาท องค์ชายอีกหลายคน ไม่แน่ว่ายังมีเสด็จอาสองคนนั้นอีกด้วย ในอดีดเสียตำแหน่งจักรพรรดิให้กับไท่ซ่างหวงไปจึงผูกใจเจ็บมาตลอดในอดีตอนที่ไท่ซ่างหวงยังอยู่ พวกเขาต่อให้จะไม่ยินยอมแต่ก็รู้ว่าแย่งมาไม่ได้ ตอนนี้พอเห็นว่าองค์จักรพรรดิโง่เง่าถึงเพียงนี้ ก็ไม่แน่ว่าจิตใจทะเยอทะยานอาจจะจุดติดขึ้นมาอีก รู้สึกว่าตนเองอาจจะมีโอกาสขึ้นมานี่ก็เป็นไปได้แต่ในที่สุดก็เป็นคนเหล่านี้ วงแคบๆ ตรวจสอบไม่ยาก"ท่านอ๋อง" ชิงอีเองก็ไม่ได้ดื้อแพ่งต่อเรื่องนี้ แต่กลับคิดไปถึงอีกจุดหนึ่ง "คิดไม่ถึงเลย ว่าพระชายากับลู่เจิ้งสองตระกูลจะยังมีที่มาในจุดนี้ด้วย" ถ้าพระชายารู้ว่าตอนนั้นสองตระกูลนี้ช่วยเหลือพ่อแม่นางหนีออกจากเมืองหลวงไว้พอดี เช่นนั้นจะไม่มองตระกูลลู่เจิ้งเป็นผู้มีพระคุณหรือ?จะว่าไป พระชายาก็ดีกับลู่ทงเจิ้งหยางขนาดนี้ ถ้ารู้เรื่องนี้ขึ้นมา หลังจากนี้จะยิ่งดีกับพวกเขามากขึ้นไหมนะ?เซียวหลันยวนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาหน่อยๆ ทันที"เรื่องนี้ยังไม่ต้องบอกนาง""แต่จะบอกกับสองตระกูลลู่เจิ้งไ
ฟู่จาวหนิงเดิมทีคิดว่าลู่ทงกับเจิ้งหยางจะหานางแต่ต่อมาพวกนางได้ยินว่าพวกเขาถูกพาไปหาเซียวหลันยวนทางนั้น จากนั้นก็ลงไปแล้วนางเองก็ปิดประตูเข้าไปในห้องเภสัช ทำลูกกลอนพิษต่ออีกหน่อยวันนี้พอพบว่าใช้งานได้ดี ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้ไปต่อหน้าคนตั้งมากมาย เช่นนั้นก็ทำให้มากขึ้นหน่อย ตอนที่ต้องใช้ก็ใช้แต่เจ้าสิ่งนี้อาวุธลับอื่นเก็บเอาไว้ก่อน หลังจากนี้ก็สามารถสังหารศัตรูให้ร่วงเป็นใบไม้โดยที่ไม่ทันตั้งตัวได้ตลอดเวลาแล้วตอนที่พวกเขาจะป้องกันยาลูกกลอนพิษ นางค่อยหยิบอย่างอื่นออกมา และทำให้พวกเขากรีดร้องโหยหวนกันเหมือนเดิมก่อนหน้านี้ชื่อเสียงของนางภายนอก นอกจากวิชาแพทย์แล้ว ยังมีของเล่นที่ทำให้คนป้องกันไม่ได้พวกนี้อีกไม่เช่นนั้นนางที่เคยถูกพาไปยังประเทศที่มีสงครามวุ่นวาย ถูกพาไปยังทะเลทรายป่าลึก เจอกับพวกที่น่ากลัวพวกนั้นแล้วจะหนีรอดมาได้อย่างไร?ฟู่จาวหนิงรู้มาตลอด ตนเองมีฝีมือเอาไว้ก่อนดีกว่าที่จะคอยพึ่งคนอื่นต่อให้ด้วยตัวตนฐานะของนางจะได้รับการปกป้องอย่างสุดกำลังจากประเทศต่างๆ แล้ว แต่นางก็ยังจะยกระดับฝีมือของตนเองขึ้นมาอีกต่อมานางก็ค้นคว้าสิ่งของเหล่านี้และช่วยองค์กรของประเทศไปไ
เขาไม่รู้จริงๆว่าฟู่จาวหนิงเดิมทีจะมีทักษะเช่นนี้ด้วย นางเลียนเสียงของเขาออกมาได้นี่มันช่างน่า...น่าตกตะลึงเสียเหลือเกิน!ฟู่จาวหนิงผายสองมือ กลับมาเป็นเสียงตนเอง "เสียงที่คุ้นเคยทำได้อยู่ แต่พูดได้แค่ไม่กี่คำ ประโยคสองประโยคยังพอไหว แต่ถ้ามากเกินไปจะมีพิรุธเอา"นางในอดีตเคยช่วยชีวิตสายสืบที่เจ็บหนักไว้คนหนึ่ง เรียนรู้จากเขามาเล็กน้อยอีกฝ่ายยังเคยบอกว่านางมีพรสวรรค์ แต่ว่านางเองก็ไม่ได้เรียนมาเยอะมาก ตอนนั้นคิดแค่ว่ามีโอกาสเรียนได้เท่าไรก็เท่านั้น ไม่แน่ว่าตอนไหนอาจจะได้นำออกมาใช้แต่คนที่ไม่คุ้นเคยนางก็ยังเลียนแบบออกมาได้ยาก หลักๆ คือเซียวหลันยวนนั้นคุ้นเคยดีแล้วยิ่งไปกว่านั้นจุดเด่นเสียงของเซียวหลันยวนยังชัดเจนมากแต่แค่นี้ ประโยคสองประโยค ก็ทำให้เซียวหลันยวนตกตะลึงอย่างมาก"เจ้าทำให้ข้าเกินคาดมากจริงๆ"เขาเดิมทีอยากจะบอกว่าน่าทึ่งมากนางประเดี๋ยวก็มีเรื่องอะไรทำให้เขาต้องทึ่งอยู่เรื่อย โยนหินลงไปในทะเลสาบจิตใจเขา กระตุ้นระลอกคลื่นขึ้นมาเป็นวงๆหญิงสาวเช่นนี้ คงจะทำให้ผุ้ชายไม่ชอบได้ยากกระมัง?ซือถูไป๋คนนั้นเองก็ชอบนางมากนี่นะ?แล้วหลังจากนี้ถ้านางไม่ใช่พระชายาอ๋องเจว
เซียวหลันยวนยังไม่กล้าขยับ มองนางอยู่เงียบๆฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าเซียวหลันยวนอยู่ข้างๆ แล้วปลอดภัยมากจริงๆตลอดการเดินทางนี้ยังไม่เคยผ่อนคลายจนได้นอนหลับดีดีเลย ถึงอย่างไรพวกเขาก่อนหน้านี้ก็ผ่านความเป็นความตายกันมาแล้ว เซียวหลันยวนเท้าข้างหนึ่งเหยียบไปยมโลกแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงวิตกกังวลอยู่ตลอดกว่าจะมาถึงเมืองชิงเหยานี้ได้ อาการบาดเจ็บเขาก็ใกล้จะดีแล้ว นางเองก็ผ่อนคลายลงไปไม่น้อยนอนหลับครั้งนี้จึงหลับลึกมากนางเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องความน่ารำคาญในการเดินทางของเขาครั้งนี้ ถึงอย่างไรก็ยังมองออกว่าถึงเขาจะดูน่ารำคาญ แต่ก็ยังเป็นห่วงนางยังกังวลนางอยู่เซียวหลันยวนได้ยินลมหายใจของนางสม่ำเสมอ ก็รู้ว่านางหลับปุ๋ยไปแล้วเขาอดเขยิบเข้าไปใกล้นางหน่อยไม่ได้ ดึงผ้าห่มคลุมตัวนางเบาๆ ชิดเข้าไป จุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากนาง จากนั้นจึงกุมมือนางในผ้าห่ม"หลับฝันดี หนิงหนิง"เขาเองก็หลับตาลงกลางดึก ด้านนอกมีเสียงดาบกระบี่ลอดเข้ามารางๆเซียวหลันยวนลืมตาโพลง"มีมือสังหารหรือ?" ข้างๆ เสียงงัวเงียๆ ของฟู่จาวหนิงดังขึ้น ตอนที่นางพูดยังเอาหัวพิงมาทางหน้าอกเขาอยู่เลยเซียวหลันยวนเดิมทีเตรียมจะลุกออกไปแล้
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ