และพอดีว่ามีลมพัดเข้ามาจากทางฟู่จาวหนิงพอดีไห่ฉางจวิ้นจมูกฟุดฟิด ดวงตาเป็นประกาย จ้องเขม็งไปทางฟู่จาวหนิง"นางคือใครหรือ?"น้ำเสียงนางดูตื่นเต้นเล็กน้อยฮูหยินสามฟู่พอเห็นฟู่จาวหนิงก็ตะลึงงันไป ก่อนหน้านี้ได้ยินพี่สะใภ้รองบอกว่าฟู่จาวหนิงเหมือนเปลี่ยนไปเป็นอีกคน ดุร้ายขึ้นมา หลายวันนี้เพื่อรอไห่ฉางจวิ้น นางก็ไม่คิดจะปะทะกับฟู่จาวหนิง คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้จะมาเจอกันที่นี่"นางคือฟู่จาวหนิง เป็นหลานสาวคนโตของท่านผู้เฒ่าของตระกูลฟู่เรา" ฮูหยินสามฟู่พอเห้นท่าทางของฟู่จาวหนิงก็รู้สึกลางไม่ค่อยดี "ฉางจวิ้น พวกเราเดินทางอื่นเถิด จาวหนิงนางนิสัยไม่ค่อยดีนัก""ไม่ บนตัวนางมีกลิ่นของวัตถุดิบยาที่ข้าต้องการอยู่!"ไห่ฉางจวิ้นกลับรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาฟู่จาวหนิง"ฟู่จาวหนิง!""ใครน่ะเจ้า?"ในความทรงจำฟู่จาวหนิงไม่มีคนนี้อยู่ แต่หญิงสาวที่แต่งตัวชุดกระโปรงดำคนหนึ่งจู่ๆ ก็เรียกชื่อนางขึ้นมา สายตาที่มองนางเปล่งประกาย นางก็รู้สึกขนลุกเล็กๆคนผู้นี้โผล่มาจากไหนกันนะ?"ข้าชื่อว่าไห่ฉางจวิ้น บนตัวเจ้ามีกลิ่นของบุปผาล้างราตรีอยู่ เจ้ามีบุปผาล้างราตรีอยู่ใช่หรือไม่?" ไห่ฉางจวิ้นเองก็ตรงไปตรงมา
"นี่ก็จะเอาแต่บังคับซื้อบังคับขายหรือ?" ฟู่จาวหนิงเลิกคิ้ว "ข้าบอกว่าไม่มี พวกท่านฟังไม่ออกหรือไรกัน?""ข้าจะให้เจ้าหนึ่งพันตำลึง!" ไห่ฉางจวิ้นเอ่ยขึ้นกะทันหันดวงตาฮูหยินสามถลึงกลมโตขึ้นมาหนึ่งพันตำลึง?นั่นมันดอกไม้อะไรกัน มุลค่าตั้งหนึ่งพันตำลึง? นางเองก็หวั่นไหวขึ้นมาแล้ว!"จาวหนิง หนึ่งพันตำลึงนะ ท่านผู้เฒ่าไม่ใช่ต้องหาหมอต้องซื้อยาหรอกหรือ? เจ้ารับหนึ่งพันตำลึงมาไม่ดีหรือไร? รีบเอาดอกไม้นั่นให้ฉางจวิ้นเถอะ" ฮูหยินสามรีบเอ่ยขึ้น"ไม่มี ต่อให้เจ้าจะให้หมื่นตำลึงวันนี้ข้าก็ไม่มี" ฟู่จาวหนิงหมุนตัวจะเดินไป ฟู่เป่าเจินกับฟู่เจียวเจียวจะต้องคิดหลบหน้าช่วงนี้แน่ แอบหนีไปแล้วแต่ของเหล่านั้นพวกนางคงไม่มีทางใช้หมดในเวลาสั้นแๆ แน่ นางยังรอได้"เจ้ารอก่อน"ไห่ฉางจวิ้นไล่ตามฟู่จาวหนิงทันทีบุปผาล้างราตรีนางจะต้องได้ไป! คุณสมบัติร่างกายของนางไม่ใช่ปกติ คุณสมบัติร่างกายเช่นนี้สามารถดึงดูดไหมใจโลหิตได้ ชุบเลี้ยงไหมใจโลหิตได้ แต่ว่า ตอนที่ให้กำเนิดทายาทก็จะเลือดออกมากจนหัวใจหยุดเต้นได้ง่ายมีแค่บุปผาล้างราตรีเท่านั้นที่สามารถทำให้นางให้กำเนิดทายาทข้ามพ้นอันตรายนี้ไปได้นักบุญหญิงทุก
เสี่ยวเถาตอนนี้เพิ่งพบว่าบนหน้าของฟู่จาวหนิงมีรอยสีเขียวคล้ำอยุ่ปื้นหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นคุณหนูบอกว่าจะไปสกัดยา จึงจงใจเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าชุดเก่าก่อนหน้านี้เสื้อผ้าเก่าชุดนี้คุณหนูก่อนหน้าสวมไปหายาที่ตีนเขา ดังนั้นจึงเลี่ยงการมีรอยเปื้อนที่ล้างไม่ออกไม่ได้ และบางจุดที่ถูกเกี่ยวจนขาดก็เย็บปะเอาไว้ฟู่จาวหนิงตอนอยู่ในบ้านไม่ค่อยใส่ใจเรื่องการแต่งกายนัก ตอนนี้กลับทำให้ซุนมามาเข้าใจผิดเสียแล้วฟู่จาวหนิงตอนนี้ก็เพิ่งขบคิดขึ้นได้ ว่าประโยคที่ซุนมามาพูดไว้หมายถึงอะไรนางจู่ๆ ก็รู้สึกน่าขัน"ได้ยินว่าซุนมามาเป็นคนข้างกายฮองเฮาเช่นนั้นหรือ" ฟู่จาวหนิงถามกลับซุนมามาเลิกหนังตาใส่นาง "ถูกต้อง""ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นมามาอบรมมารยาทด้วย สั่งสอนพวกองค์หญิงท่านหญิงต่างๆ ด้วยสินะ?""นั่นแน่นอน"ซุนมามาตอนที่พูดสามคำนี้ก็ยืดหลังตรงขึ้นมา สีหน้าหยิ่งทะนง นางไม่ใช่มามาธรรมดานะ! กระทั่งองค์หญิงเหล่านั้นเองพอเข้าวังก็ยังต้องมีนางคอยเสี้ยมสอน"เมื่อเป็นเช่นนี้ สายตาของซุนมามาก็น่าจะร้ายกาจถึงจะถูก แต่นี่ข้าทำไมถึงรู้สึกว่าท่านเหมือนจะตาบอดกันนะ?" ฟู่จาวหนิงเม้มปากยิ้มเอ่ยขึ้นในใจนางมีไฟโทสะอยู่
อ๋องเจวี้ยนมาเองแล้ว นางยังจะกล้าพูดอะไรได้อีกกัน?"ได้ ข้าน้อยจะกลับเดี๋ยวนี้แล้ว ขอให้อ๋องเจวี้ยนและพระชายาโปรดให้อภัยข้าน้อยครั้งนี้ด้วย ข้าน้องกลับไปอธิบายกับฮองเฮาก็พอ อ๋องเจวี้ยนโปรดอย่าส่งคนเข้าไปอธิบายในวังเลย"ซุนมามาตอนนี้ทั้งโกรธทั้งกลัวหลังจากกลับไปถ้าฮองเฮารู้ว่านางเพิ่งจะมา พอเจอหน้ากับฟู่จาวหนิงก็ถูกไล่กลับไปแล้ว จะต้องโกรธกริ้วอย่างแน่นอน"ซุนมามากำลังสอนงานข้ากับอ๋องเจวี้ยนหรือ?"สายตาฟู่จาวหนิงตอนนี้เพิ่งจะย้ายออกมาจากตัวอ๋องเจวี้ยนนางเองก็รู้สึกตกตะลึงมาก คิดไม่ถึงว่าอ๋องเจวี้ยนจะมาที่บ้านตระกูลฟู่ด้วยตนเอง พอมองพวกฮูหยินสามฟู่อีกครั้ง แต่ละคนล้วนถลึงตามองเขา ตะลึงงันไปนานแล้ว"ข้าน้อยมิกล้า!""ไสหัวไป" อ๋องเจวี้ยนเอ่ยขึ้นเสียงเรียบซุนมามาจึงงุดหน้าออกไปเช่นนี้ ตอนเข้ามาวางก้ามเต็มประดา ขากลับอย่างกับเป็นไก่ที่สู้แพ้อย่างไรอย่างนั้น ก้มหน้าลงหดหู่ฮูหยินสามฟู่ตอนนี้ก็ตกตะลึงต่อการเปลี่ยนแปลงของฟู่จาวหนิงนางตอนนี้เชื่อคำพูดของสะใภ้รองแล้ว! ฟู่จาวหนิงเปลี่ยนไปแล้วจริงๆแต่ว่าเขาเองก็ตกตะลึงกับอ๋องเจวี้ยนด้วยเช่นกันนี่คืออ๋องเจวี้ยนสินะ!หางตานางกวาดม
อ๋องเจวี้ยนมองไปทางฟู่จาวหนิง "พรุ่งนี้ให้ข้ากับพระชายาพาแม่นางไปเป็นแขกที่จวนอ๋องเจวี้ยนได้อยู่ พระชายาว่าอย่างไรล่ะ?"ฟู่จาวหนิงขมวดคิ้ว"พรุ่งนี้ข้ายังกลับไม่ได้ ท่านออกมาคุยกับข้าหน่อย"ฟู่จาวหนิงตอนนี้เพิ่งคิดออกว่าควรจะคุยกับเขาเสียหน่อยเกี่ยวกับแผนการหลังจากนี้"นี่ เดี๋ยวก่อน!"ไห่ฉางจวิ้นเรียกพวกนาง "พวกท่านเป็นสามีภรรยากันหรือ?"เสี่ยวเถาในที่สุดก็สบโอกาส อยู่เบื้องหน้าอ๋องเจวี้ยนนางแม้จะกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ยังตะโกนออกมาทันที "นี่คืออ๋องเจวี้ยน เป็นพระสวามีของคุณหนูพวกเรา!"ดังนั้น หญิงสาวหน้าไม่อายอย่างเจ้าก็สมควรจะไสหัวไปได้แล้วไหม?วงจรสมองของไห่ฉางจวิ้นกลับไม่เหมือนคนธรรมดา นางพูดกับอ๋องเจวี้ยนอย่างดีใจว่า "เช่นนั้นช่วยพูดกับนางให้หน่อยได้ไหม ว่ามอบบุปผาล้างราตรีให้ข้าได้หรือไม่? ข้าต้องการบุปผาล้างราตรีจริง!"บุปผาล้างราตรี?อ๋องเจวี้ยนมองฟู่จาวหนิง ในใจก็ตกใจขึ้นมาเหมือนกัน นางมีบุปผาล้างราตรีด้วยหรือ?"ข้าไม่มีทางดมผิด บนตัวนางมีกลิ่นของบุปผาล้างราตรีอยู่จริงๆ" ไห่ฉางจวิ้นเอ่ยกับอ๋องเจวี้ยนอย่างตั้งใจอ๋องเจวี้ยนมองฟู่จาวหนิงฟู่จาวหนิงไม่สนใจไห่ฉางจวิ้น หมุ
"เจ้าไปพบในเขาจันทร์ลับฟ้าหรือ? ข้าไม่ได้หมายความว่าจะแย่งมาจากตัวของเจ้า เพียงแค่ถามว่าเจ้าหามาจากที่ไหนเท่านั้น ข้าจะได้ส่งคนออกไปหา"อ๋องเจวี้ยนในใจกลัดกลุ้มขึ้นมาเขาอันที่คือความหมายนี้ ไม่คิดจะไปแย่งชิงบุปผาล้างราตรีของนางเลย แต่ถ้าหากนางบอกได้ว่าหามาจากที่ใด เช่นนั้นเขาจะได้ส่งคนออกไปค้นหา"ท่านถามจงเจี้ยนก็แล้วกัน"ฟู่จาวหนิงเองก็ไม่อยากยอมรับ ถึงอย่างไรนางเมื่อครู่ก็ยืนกรานไปแล้วว่าไม่มีของสิ่งนี้ ตอนนี้ถ้ามายอมรับ ใครจะรู้ว่าเขาคิดจะหลอกให้นางพูดความจริงหรือเปล่า?อาการป่วยของท่านปู่ต้องการบุปผาล้างราตรี ใครต้องการนางก็ไม่มีทางให้ทั้งนั้นอ๋องเจวี้ยนแอบกัดฟัน"เจ้าไม่กลับเรือนอ๋องหรือ?"ท่าทีของนางดูแล้วคงไม่ยอมรับแน่ อ๋องเจวี้ยนจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไป"นี่คือสิ่งที่ข้าอยากจะหารือกับท่าน"ฟู่จาวหนิงมองเขา "อันที่จริงท่านเดิมทีก็ต้องการแต่งงาน ต้องการพระชายาคนหนึ่ง ตอนนี้ข้าเองก็ผ่านการทดสอบแล้ว ถือว่าช่วยเหลือท่านจบไปเรื่องหนึ่ง ถัดจากนี้ข้ายังอยากอยู่ในบ้านตระกูลฟู่ ท่านปู่ต้องการข้า""พระชายาอ๋องเจวี้ยนไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ในบ้านของนางตลอด ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคนที
"ครั้งนั้นเองก็ไม่มีหลักฐาน แต่ข้าถามคนในที่เกิดเหตุเมื่อครั้งนั้น ทุกคนล้วนพูดว่าฟู่หลินซื่อเองครั้งนั้นก็ไม่อาจอธิบายได้ สติกระเจิดกระเจิงกระวนกระวาย และไม่มีการแก้ต่างให้ตนเอง"อ๋องเจวี้ยนมองนาง "ยิ่งไปกว่านั้น ผ่านไปไม่นาน บิดามารดาของเจ้าก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย""หายตัวไป?"ฟู่จาวหนิงนิ่งอึ้งไปอีกบิดามารดานางหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย?ในในความทรงจำ ไม่ว่าใครก็ตามล้วนพูดว่าบิดามารดานางตายไปแล้ว ท่านผู้เฒ่าฟู่เองก้ไม่เคยพูดถึงบิดามารดาของนางเลย ในความทรงจำของคุณหนูฟู่ นางไม่มีบิดามารดาและฝากชีวิตอยู่กับท่านปู่"ดูท่า เจ้าคงจะไม่รู้อะไรเลยจริงๆ" อ๋องเจวี้ยนคอยสังเกตสีหน้านางตลอด เห็นนางเป็นเช่นนี้ก็รู้ว่านางไม่รู้เรื่องในครั้งนั้น ไม่รู้เรื่องบิดามารดาของนางเลย"ครั้งนั้นหลังจากที่ข้าเกิดเรื่อง ฟู่หลินซื่อก็ถุกขังตัวไว้ชั่วคราว ต่อมาบิดาของเจ้าก็ใช้เงินเข้ามาสำรวจตัวนาง และวันนั้นทั้งสองคนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ที่น่าตลกก็คือ ครั้งนั้นพวกเขาที่มีคุณสมบัติเข้าวังได้ ก็เพราะตอนที่ท่านพ่อพาเหล่าพระโอรสแล้วเกิดเรื่องขึ้น พ่อกับแม่ของนางช่วยพวกเขาไว้"เรื่องนี้คุณหนูฟู่รู้อยู่เพียงห
ตอนนี้ เสี่ยวเถาก็รีบวิ่งลนลานเข้ามา กระทั่งชาก็ยังไม่ได้ยกมาให้"คุณหนู ท่านผู้เฒ่ารู้แล้ว" เสี่ยวเถามองอ๋องเจวี้ยน ไม่รู้ว่าจะเรียกเขาอย่างไรไปพักหนึ่งเหมือนกัน พอลังเลไปครู่ก็พูดขึ้นว่า "รู้ว่าท่านอ๋องเจวี้ยเข้ามา ก็ตื่นต้นคิดจะลุกออกมา แต่ก็ล้มลงจากเตียงจนสลบไปแล้ว ท่านรีบไปดูเถิด!"ฟู่จาวหนิงตกตะลึง กระโจนตัวลุกขึ้นยืนแล้วรีบวิ่งออกไป ไม่สนใจอ๋องเจวี้ยนเลยแม้แต่น้อยเซียวหลันยวนมองแผ่นหลังของนาง สวมหน้ากากกลับไปพอเห็นว่านางให้ความสำคัญกับปู่ของนางมาก แต่ตอนที่เอ่ยถึงบิดามารดากลับเย็นชาเสียขนาดนั้น ดูท่าหลายปีมานี้ฟู่จิ้นเชินกับฟู่หลินซื่อคงไม่ได้กลับมาจริงๆ และไม่ได้ติดต่อกับที่บ้านเลยพวกเขากระทั่งบิดาและลูกสาวก็ไม่สนใจหรือ?"ท่านอ๋อง จะเข้าไปดูไหม?" ชิงอีกตอนนี้ก็เดินเข้ามาเซียวหลันยวนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ส่ายหัว"พอได้ยินว่าข้าเข้ามาก็ตื่นเต้นจนเป็นแบบนี้ ถ้าข้าไปปรากฎตัวต่อหน้าเขา เกรงว่าเขาจะหายใจหายคอไม่ทันแล้วไปหายมบาลเสียก่อน ฟู่จาวหนิงยังมีประโยชน์กับข้าอยู่ อย่าเพิ่งผูกแค้นกับนางเลย"ชิงอีพูดไม่ออกแต่คำพูดเหล่านั้นที่ท่านพูดกับฟู่จาวหนิง ก็เหมือนจะผูกแค้นกับนา
ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าบางครั้งตนเองก็เป็นพวกคลั่งรักอยู่หน่อยๆ"ทั้งๆ ที่คนอื่นคอยแอบสาดโคลนใส่ข้า หาว่าข้านิสัยไม่ดี ทำตัวไม่ดีกับท่านแท้ๆ แล้วยังจงใจมาอวดความสนิทสนมต่อหน้าข้าที่เป็นภรรยาอีก คอยแสดงท่าทีว่ามีความผูกพันกับท่านแค่ไหน ใกล้ชิดท่านแค่ไหน และยังคอยตีตัวห่างจากข้าอีกด้วย"ฟู่จาวหนิงหยิกแก้มเขา ร้องเชอะขึ้นมา "จากคำแรกที่นางเรียกท่านว่าอายวน จากนั้นก็เรียกข้าว่าพระชายา ไอ้ความเจ้าเล่ห์นั่นมันก็แบชัดออกมาแล้ว ถ้านางจะมองข้าเป็นตนกันเอง จะจงใจเรียกให้มันแตกต่างขนาดนี้ด้วยทำไม?"เซียวหลันยวนยังไม่ดึงมือนางออก ยอมให้นางหยิกแก้มตัวเองอยู่แบบนั้น"เจ้าไม่พูดข้าก็นึกปัญหานี้ไม่ออกจริงๆ เจ้ารู้ไหมว่าเพระาอะไร? เพราะเจ้าลองดูสิ ท่านผู้เฒ่า พ่อตาแม่ยาย พวกเขาคนไหนบ้างที่ไม่เรียกเจ้าว่าจาวหนิง แล้วเรียกข้าว่าท่านอ๋อง?"ฟู่จาวหนิงตกตะลึง พอลองคิดดู ก็เหมือนจะเป็นแบบนี้จริงๆ"แต่ว่า สถานการณ์ของพวกเราไม่เหมือนกันนะ"นางตั้งตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว "พวกเขาไม่เรียกชื่อของท่านก็เพราะก่อนหน้านี้ตัวตนฐานะของท่านมันสำแดงอยู่ที่นี่น่ะสิ ตระกูลฟู่ของเรา ไม่กล้าปีนเกลียวอ๋องเจวี้ยนที่สูงส่งอย
เซียวหลันยวนขมวดคิ้ว"ไม่ได้จะให้เจ้าแก้""แล้วทำไมต้องไปถามล่ะ? ถามแล้วได้อะไร? เซียวหลันยวน ท่านต้องรู้ด้วย ว่าวาสนาของคนเรามันมีความแปลกประหลาดอยู่ มีคนที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็เข้ากันไม่ได้ ข้ากับท่านน้าเฉิงของท่านก็คือคนประเภทนั้น"ฟู่จาวหนิงกุมหน้าผาก ถอนหายใจ นางไม่เข้าใจว่าควรจะอธิบายความคิดของตนเองให้เข้าใจออกมาอย่างไรดีแต่ดูเหมือนเซียวหลันยวนเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก"ต่อให้ท่านไปถาม นางก็จะบอกว่า นางไม่สบอารมณ์ข้า แล้วข้าต้องแก้ไขตามสิ่งที่นางชอบไหม? หรือจะบอกว่า สิ่งที่ข้าบอกท่าน ข้าไม่ชอบที่นางมามีเล่ห์เหลี่ยมแบบนั้น คือเพราะข้าอยากให้นางแก้ไข?""..." เซียวหลันยวนไม่มีคำจะโต้กลับเขาได้สติกลับมา และตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่ตัวเองพูดไปโง่เง่าเพียงใดฟู่จาวหนิงถามมาอีก "เซียวหลันยวน ข้าจะถามท่าน ท่านอยากให้ข้าเข้ากับนางได้ดีขนาดนั้นเลยหรือ?"เดิมทีที่นางไม่มีแม่สามี ก็ทำตัวตามสบายอิสระเสรีอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องหาผู้อาวุโสแบบแม่สามีเพื่อ?"ไม่ใช่"เซียวหลันยวนตั้งสติกลับมาได้ ส่ายหัวทันที"ข้าไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น ที่ข้าบอกจะไปถามนาง หลักๆ ก็เพราะเมื่อครุ่รู้สึกว่
ฟู่จาวหนิงชะงักนี่ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วจริงๆ เขาคิดว่าแบบนี้ไม่ได้ผิดอะไรดูเหมือนจากที่เซียวหลันยวนเห็น ต่อให้ฮูหยินเฉิงจะคิดเอาตั๋วเงินจากเขาไปซื้อหยกดารา ก็เหมือนเป็นเรื่องปกติถ้านางยังจ้องจับผิดเรื่องนี้ต่อ มันจะเหมือนว่านางยึดติดเรื่องเงินเขาไว้ไม่ยอมปล่อยพวกเขาเหมือนจะยังไม่ได้ใกล้ขนิดถึงขนาดที่ส่งมอบสิทธิ์ดูแลจัดการเงินทองให้กัน ถ้าไม่มีการมาของฮูหยินเฉิง เปิดประเด็นปัญหานี้ขึ้น ฟู่จาวหนิงก็คงไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้นางเองก็ไม่คิดจะไปดูแลเรื่องการเงินของเซียวหลันยวนอยู่แล้ว"ข้าไม่ได้จะถามเรื่องที่ท่านให้นางยืมเงินหรือไม่ให้ยืม" นางเอ่ยขึ้นอย่างจนใจและไม่รู้เพราะอะไร ก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาในพริบตา"เจ้าคิดว่าข้าดีกับท่านน้าเฉิงมาใช่ไหม?"เซียวหลันยวนกำลังทดสอบทำความเข้าใจความคิดนาง"เปล่า" ฟู่จาวหนิงส่ายหัว "เมื่อครู่ข้าก็พูดไปแล้วนี่? ข้าแค่ไม่ถูกกับนาง ไม่สบอารมณ์นาง และไม่อยากให้นางมาใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ ส่วนเรื่องท่านเป็นอย่างไรกับนาง ไม่ใช่เรื่องของข้าเสียหน่อย""หนิงหนิง"เซียวหลันยวนเปลี่ยนสีหน้า น้ำเสียงเองก็ขรึมลงมา"อะไรคือเรื่องของข้า? ตอนนี้เพราะ
"ข้าขอไปกินน้ำหน่อยได้ไหม?"ฟู่จาวหนิงเงยหน้ามองเขาอย่างจนใจเซียวหลันยวนจึงคลายมือ ปลดหน้ากากลงมาพอเห็นนางเดินไปข้างโต๊ะแปดเซียน เซียวหลันยวนเองก็ตามไปด้วย"ต่อให้ท่านอยากจะสั่งสอนข้า หรือคิดจะทะเลาะกับข้า ก็ต้องให้ข้าพักหายใจหายคอเสียหน่อย"ฟู่จาวหนิงนั่งลง หยิบกาน้ำชากับแก้วน้ำมารินน้ำ ยกขึ้นมาค่อยๆ ดื่มลงไป"ข้ากล้าสั่งสอนเจ้าเสียที่ไหน? ทะเลาะนี่ยิ่งไม่กล้าเลย"เซียวหลันยวนดึงเก้าอี้ไปอยู่ข้างๆ นางแล้วนั่งลงมา มองนางนิ่ง แววตามีความซับซ้อน"ปากคอเจ้าร้ายกาจนัก ข้าทะเลาะกับเจ้าก็ไม่ชนะหรอก"ฟู่จาวหนิงวางแก้วน้ำลง เงยขึ้นมาสบตาเขา ยิ้มเล็กๆ"จะลองหน่อยไหมล่ะ?""อย่าน่า ไม่ทะเลาะด้วยหรอก" เซียวหลันยวนใจสั่นกึก เขากลัวว่านางจะโมโหจนทะเลาะขึ้นมาจริงๆ "พวกเรามาคุยกันดีๆ""ท่านว่ามาสิ ข้าอยากฟัง ถึงอย่างไรความคิดของข้า เมื่อครู่ก็พูดออกไปแล้ว ถ้าท่านยังไม่กระจ่างไม่เข้าใจ เช่นนั้นก็กลับไปย้อนนึกดูเอา ข้าขี้เกียจจะเล่าอีกรอบ"ฟู่จาวหนิงบอกกับเขา "ข้ารู้ว่าความจำท่านดีมาก คำพูดที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ ท่านคงจดจำได้ทุกถ้อยคำแน่นอน"เฮอะถ้าไม่ใช่รู้สึกว่านางพูดเกินไปแล้ว จะมีเรื
เขายังคงเชื่อมั่นจาวหนิงยิ่งไปกว่านั้นบางครั้ง เรื่องระหว่างสามีภรรยาก็ต้องให้พวกเขาแก้ไขกันเอง ถ้าผู้อาวุโสสอดมือเข้าไปจะยิ่งทำให้คนรำคาญ"ก็ได้ เช่นนั้นก็ดูไปก่อนแล้วกัน หลันยวนไม่น่าจะทำร้ายจาวหนิง"ถ้าหากลงไม้ลงมือล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องล่มการแต่งงานนี้ซะ จาวหนิงไม่ทนความโกรธนี้แน่ผู้เฒ่าฟู่งึมงำกับตัวเองเดินออกไปแล้ว เขาเตรียมจะไปที่ครัวดุว่ามีของว่างที่จาวหนิงชอบกินไหม เพิ่งจะด่ากราดคนไปขนาดนั้น ต้องกินอะไรให้มากหน่อยตอนที่เสิ่นเชี่ยวเข้ามา ฟู่จิ้นเชินก็กำชับคนรับใช้ออกไปทำงานแล้วเซี่ยซื่อเองก็ตามนางมาด้วย พี่น้องสองคนนี้ดูกังวลมาก"ได้ยินว่าฮูหยินเฉิงนั่นมาหาจาวหนิงแต่เช้าหรือ? พวกเราเมื่อครู่กำลังเย็บกระเป๋าให้จาวหนิง เลยมาไม่ทัน"ตอนที่พวกนางได้ยินเรื่องนี้ เสี่ยวเถาบอกว่า จาวหนิงเริ่มกำลังด่ากราดอยู่ในเมื่อจาวหนิงกำลังด่าคน เช่นนั้นพวกนางจึงไม่ได้รีบเข้ามาร่วมวงด้วย ถ้าเผื่อฮูหยินเฉิงรู้สึกว่าพวกเขาที่เป็นพ่อแม่ควรจะเตือนฟู่จาวหนิง แล้วลากพวกเขาลงน้ำไปด้วย นั่นไม่ใช่จะส่งผลกระทบกับการแสดงความสามารถจาวหนิงหรือ?ดังนั้นเสิ่นเชี่ยวจึงดึงเซี่ยซื่อไว้ ให้เสี่ยวเถาค
ผู้เฒ่าฟู่ตอนนี้จึงเพิ่งได้สติกลับมา มองไปทางลูกชาย"จิ้นเชิน เจ้าว่า ต้องไปดูหลันยวนกับจาวหนิงของเราไหม?"เขาค่อนข้างกังวลอ๋องเจวี้ยนมองฮูหยินเฉิงเป็นผู้อาวุโส แล้วยังพานางมาทักทายด้วย ผลลัพธ์คือเขาไม่รับของขวัญ จาวหนิงเองก็ด่าจนเปิงเซียวหลันยวนจะโมโหจนไปสั่งสอนจาวหนิงหรือเปล่า?ฟู่จาวหนิงเมื่อครู่ด่าออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาผู้เฒ่าฟู่ที่ปกป้องอยู่ตอนแรกไม่รู้ว่านางทำแบบนี้ควรจะสั่งสอนดีหรือไม่งงไปหมดหลังจากฟู่จิ้นเชินตั้งตัวกลับมาได้ก็คิดถึงคำพูดเมื่อครู่ของฟู่จาวหนิง แต่กลับหัวเราขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่"ฮ่าๆ จาวหนิงเจ้าเด็กคนนี้ ให้ตายสิ...""นางเป็นแบบนี้อยู่ข้างนอกคงจะผิดใจกับคนไม่น้อยเลยกระมัง?" ผู้เฒ่าฟู่ยังกังวลขึ้นมาถึงอย่างไร คำพูดนี้ใครฟังแล้วก็รับไม่ไหวกันทั้งนั้น"ท่านพ่อแต่ก่อนไม่เคยเห็นหรือว่านางผิดใจคนไว้แค่ไหน?" ฟู่จิ้นเชินถามผู้เฒ่าฟู่ยังอยู่ในความสับสน"ก่อนหน้านี้จาวหนิงไม่ได้เป็นแบบนี้เลย"สับสนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดกับตัวเองว่า "ก่อนหน้านี้ข้ายังเป็นตัวถ่วงนางอยู่ ทำให้นางต้องฝืนเก็บตัวตนแท้จริงไว้อย่างน่าสงสารมาหลายปี"ก่อนหน้านี้ฟู่จาวหนิงเป็
ฟู่จาวหนิงมองไปทางลวี่กั่ว "แล้วก็สาวใช้คนนี้ ถ้าไม่ได้การยินยอมจากท่าน นางจะไปเอาความกล้าจากไหนมาบ่นจุกจิกใส่ข้า? เชื่อไหมข้าแทงเข็มนางเป็นใบ้ได้เลยด้วยซ้ำ?"ลวี่กั่วม่านตาหดลง มือไวกว่าสมอง รีบปิดปากขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว"ดูสิ ถ้าข้าแสดงอารมณ์ไม่เป็นมิตรออกมา นางก็เพิ่งจะรู้จักกลัวข้าเรอะ? ดังนั้นความกำเริบเสิบสานก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช้เพราะท่านยินยอม ยิ่งไปกว่านั้นพวกท่านคิดว่าข้าจะใจกว้างต่อพวกท่านเพราะเซียวหลันยวน? นี่ก็อธิบายได้แล้วว่าไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่รู้จักนิสัยข้า แต่เป็นการคาดเดาไว้ล่วงหน้า แต่แค่เดาผิดไปเท่านั้น"ฟู่จาวหนิงหัวเราะประชดประชันขึ้นมา"ประเมินตัวข้าลับหลังไปหลายรอบ ตอนนี้มาบอกว่าไม่สนิทกับข้าไม่รู้จักนิสัยข้า กลัวข้าจะโกรธ? ท่านรู้ไหมว่าคนแบบท่านมันเรียกว่าอะไร? มันเรียกว่าเสแสร้ง พวกหวังดีมีเจตนาแฝง น่ารำคาญสุดๆ ไปเลย"ผู้เฒ่าฟู่เองก็ถลึงตาโตอ้าปากค้างแม้ว่าเขาจะรู้ว่าสองปีนี้หลานสาวจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้น ปากเองก็ไม่ค่อยจะไว้หน้าใคร แต่ก็ไม่เคยเห็นนางพูดจาตอบโต้ใครยาวเหยียดแบบนี้มาก่อนหลานเอ๊ย นี่ นี่คงไม่คิดจะด่าฮูหยินเฉิงจนร้องไห้หรอกนะ?"หนิงหนิง พอแ
ฟู่จาวหนิงระอากับเรื่องแบบนี้มากจริงๆดังนั้นต่อให้เซียวหลันยวนจะเรียกนางเสียงต่ำมาทีหนึ่ง คิดจะขัดนาง แต่นางก็ยังพูดต่อไปว่า"แม้ว่าท่านจะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่สิ่งที่ทำออกมา สิ่งที่พูดออกมา คำกลังแสดงออกถึงความไม่ชอบขี้หน้าตัวข้า พลางชี้แนะเซียวหลันยวน ว่าถ้าหากพวกเราอยู่กันไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะตัวข้า ท่านกลัวข้าจะโกรธกลัวข้าเข้าใจผิด แต่ท่านบริสุทธิ์ไร้ความผิด ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ตัวข้า""รวมถึงคำพูดที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้ด้วย อะไรคือบอกว่าไม่รู้นิสัยข้าไม่รู้ว่าข้าจะโมโหหรือไม่? ถ้าท่านจริงใจ คงจะถามเซียวหลันยวนที่เป็นรุ่นหลังท่านก่อนแล้ว ว่าข้าชอบหรือไม่ชอบที่ท่านจะมาเรียกชื่อตรงๆ อย่างสนิทสนม? ถ้าท่านไม่มีเจตนาแอบแฝง ท่านคงจะถามไปแล้วว่าข้าชอบรสชาติอาหารแบบไหน รักษาอาการป่วยของเซียวหลันยวนแล้วหรือยัง ท่านคงจะถามมาสักคำแล้วว่าตอนนี้เขากินเผ็ดจะมีปัญหาหรือเปล่า?""แต่ท่านไม่พูดตรงๆ ไม่ยอมถามออกมาอย่างเปิดเผย ไม่ตรงไปตรงมา เอาแต่คิดจะพูดจาหลอกล่อมีเจตนาแฝงอยู่นั่นล่ะ"คำพูดของฟู่จาวหนิงค่อนข้างหยาบคาย เหมือนตบฉาดเข้าไปที่หน้าฮูหยินเฉิงตรงๆฮูหยินเฉิงตั้งแต่เกิดมาถึงตอนนี้ย
"สวัสดี" ฟู่จาวหนิงยิ้มทักทายมองผ่านๆ เหมือนดูไม่ออกว่านางกำลังโกรธเซียวหลันยวนคิดต่อไปอีก เพราะเมื่อคืนนี้ได้หลับสบายหรือเปล่านะ ดังนั้นอารมณ์โกรธเมื่อวานเลยหายไปแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวเยว่ก็น่าจะบอกนางเรื่องที่เขามาเมื่อคืนแล้วกระมัง?"เมื่อคืนหลับสบายไหม?" เซียวหลันยวนเข้าไปหา จับมือนางไว้ฟู่จาวหนิงไม่ได้สลัดออก ยังเงยหน้ามายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มสดใสยามเช้าตรู่เช่นนี้ แทบจะทำให้เซียวหลันยวนตาพร่าไปแล้ว เขาอยากจะก้มลงไปจูบสักฟอด แต่ท่านปู่กับพ่อตาก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วยังมีพวกฮูหยินเฉิงอีก ไม่เหมาะเอาเสียเลยเซียวหลันยวนจึงได้แค่ทนไว้ก่อน"พระชายา" ฮูหยินเฉิงยืนอยู่ในห้องโถงทักทายฟู่จาวหนิง"คารวะพระชายา" ลวี่กั่วคารวะให้อย่างเรียบร้อยทันทีไม่มีจุดให้ติได้เลยฟู่จิ้นเชินเดินเข้ามาแล้ว"ฮูหยินเฉิงบอกว่าเห็นลูกเขยของข้าเป็นรุ่นหลัง แต่ตอนนี้กลับทำตัวห่างเหินกับลูกสาวข้าเหลือเกิน เพราะไม่กล้าเห็นลูกสาวข้าเป็นรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ?"ฮูหยินเฉิงจึงเห็นฟู่จิ้นเชิน ขณะที่แอบชื่นชมความสง่างามและความหนุ่มแน่นของเขา ก็ถูกคำเย้ยหยันนี้ของเขาแทงใจดำเข้ามา"แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าแค