ฟู่จาวหนิงหันหน้าไปมอง ชายชราแบกตะกร้ายาคนหนึ่งกำลังวิ่งโซซัดโซเซลงมาทางนี้วิ่งจากบนลงล่างคือทางลาด เขาวิ่งกระหืดกระหอบเหมือนจะสะดุดล้มได้ตลอดเวลา จนฟู่จาวหนิงที่เห็นมุมปากกระตุก ลุกยืนขึ้นมา"ท่านปู่ ท่านวิ่งช้าลงหน่อย เดี๋ยวจะหกล้มเอา"นางพูดยังไม่ทันขาดคำ ชายชราคนนี้เท้าก็เหมือนไปขัดกับอะไรบางอย่าง ล้มกลิ้งโคโล่ลงมา ล้มกลิ้งบนพื้นยังไม่เท่าไร แต่นี่ยังหยุดไม่อยู่จนกลิ้งลงมาจากเนินอีกด้วย"อ๊าพระเจ้าช่วยด้วยอ๊าๆๆ ข้ากลิ้งลงไปแล้วอ๊าๆๆ!"ชายชรากรีดร้องมาเป็นพรวน สองมือคว้าสะเปะสะปะ คิดจะจับอะไรบางอย่างเพื่อหยุดร่างขอตนเอง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย"แม่หนูเจ้าต้องรับข้านะอ๊า! เร็วๆๆ อ๊าๆๆ มึนหัวเหลือเกิน!""รับข้าด้วย ช่วยข้าด้วย"ชั่วขณะหนึ่ง ความเงียนงันในป่าถูกชายชราคนนี้ทำลายลงจนหมดสิ้น เขากลิ้งลงมาตลอดทาง ขณะเดียวกันปากก็ยังกรีดร้องไม่หยุดอีกมีหินกรวดวัชพืชบางส่วนกลิ้งตามตัวเขาลงมาด้วยฟู่จาวหนิงกระตุกมุมปาก รีบวางตะกร้าหลังลง ก้าวเท้าขึ้นหน้า สองเท้าเหยียบลงบนตำแหน่งก้อนหินกับรากไม้ ตั้งฐานมั่นคง มองชายชราที่กำลังกลิ้งลงมาตลอดทางตอนเขากลิ้งมาถึงตรงหน้าก็ใช้สองมือคว้าเข
"แล้วเจ้าล่ะมาทำอะไร?" ใครจะไปคิดว่าชายชราที่เดิมทีดูอ้างว้างคนนี้จะเงยหน้าย้อนถามนางกลับทันที ซ้ำยังมองพิจารณาตัวนางอีกด้วย"ข้ามาเก็บยาสมุนไพร" ฟู่จาวหนิงเลิกคิ้ว พูดออกมาตามตรง"เจ้าเมื่อครู่คิดจะลงไปดูว่าข้างต้นไม้บนผานั่นมียาสมุนไพรอยู่หรือไม่ใช่ไหม?"ชายชรารีบถลึงตามองนาง แล้วสั่งสอนขึ้นมาทันที "ข้าจะพูดว่าแม่หนูอย่างเจ้าน่ะจะกล้าหาญชาญชัยเกินไปไหม? ริมผาน้ำอันตรายเสียขนาดนั้น สูงเสียขนาดนั้น แต่เจ้าก็ยังยื่นมือเข้าไปสำรวจว่าจะคว้าจะจับอะไรได้อย่างนั้นหรือ? ถ้าไม่ระวังแล้วตกลงไป กระดูกกระเดี้ยวได้หักพังหมด!"ฟู่จาวหนิงยังไม่ทันพูดอะไร ชายชราก็เอ่ยต่อมาทันที"ผาน้ำนั่นพอถึงช่วงโพล้เพล้จะมีลมพัดขึ้นมา ลมเองก็ประหลาดแล้วยังแรงมากอีกด้วย เจ้าตัวเล็กแค่นี้ แค่ลมวูบเดียวก็คงพัดเจ้าปลิวไปแล้ว!"มีลมพัดด้วยหรือ?ฟู่จาวหนิงไม่รู้จุดนี้เลยแต่นางก็มีความมั่นใจที่ตนเองจะไม่ตกลงไป ต่อให้ตกลงไป นางก็ยังคว้าต้นไม้นั่นได้ทันเวลาในอดีตเรื่องพวกนี้นางเองก็ทำไปไม่น้อยแต่ถึงแม้ชายชราพูดจาจะดูไม่น่าฟังนัก แต่ก็ยังมองออกว่าหวังดีกับนางจริงๆ ฟู่จาวหนิงจึงไม่พูดอะไร"เจ้าไม่ยอมหรือ เจ้านาย
ฟู่จาวหนิงปฏิเสธทันที"ท่านอย่าตามข้ามา"ตอนนี้จากที่เห็น ไม่ใช่แค่ในวัง แต่ยังมีคนอื่นที่คิดจะใช้โอกาสนี้เอาชีวิตนางอยู่อีกชายชราถ้าติดตามนางมาจะยิ่งอันตราย"ข้าเพิ่งจะพูดว่าเจ้ามีน้ำใจ แล้วทำไมตอนนี้มาเย็นชาใส่กันเสียแล้วล่ะ? หรือเจ้าจะใจจืดใจดำมองดูคนแก่ๆ อย่างข้าอยู่ในป่าลึกลำพังเพียงคนเดียว?"ชายชรากลืนหมั่นโถวลงไปจนหมด และเหมือนจะถอนใจโล่งออกมาฟู่จาวหนิงมองเขา "ท่านตามข้ามาไม่ปลอดภัย""เอ๊ะ? ทำไมล่ะ? เจ้าหาเรื่องเก่งหรือ? ไปหาเรื่องคนเลวหรือว่าหาเรื่องสัตว์ป่ามากัน? แล้วทำไมข้าตามเจ้าไปจึงไม่ปลอดภัย?"ชายชราก็เหมือนจะสนอกสนใจขึ้นมา ไล่บี้ถามนางนางไปยั่วเอาตาแก่พูดมากคนหนึ่งเข้าแล้วหรือ?ฟู่จาวหนิงจึงหยุดพูดลง เดินไปทางริมผาอย่างระมัดระวัง"แม่หนูอย่างเจ้าทำไมถึงไม่ฟังคำเตือนข้ากันนะ นี่ยังไม่ปล่อยวางอีก" ชายชราร้อนรนขึ้นมาแล้ว เรียกนางอีกครั้ง "สมุนไพรชุ่ยซินสือหูกอนั้นต้องรอกลางดึกถึงไปเด็ดมาได้!"สมุนไพรชุ่ยซินสือหู?สือหูอันที่จริงไม่ได้หายาก แต่ว่าชุ่ยซินสือหูกลับมีสรรพคุณทางยาแข็งแกร่งที่สุด หลังจากกลั่นให้บริสุทธิ์แล้วมูลค่าประโยชน์ทางยาก็จะสูงยิ่งขึ้น เพียง
คิดไม่ถึงว่าตาเฒ่าจี้จะจมูกไวเพียงนี้ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้จักหญ้าล้างประสาทอีกด้วย"เอาล่ะ ข้าตอนนี้ขอประกาศว่าเจ้าเป็นศิษย์ของข้าแล้ว ต่อต้านไปก็ไร้ผล" ตาเฒ่าจี้ทำทีเป็นที่พึ่งพาขึ้นมา "ศิษย์เอ๋ย ใครมาหาเรื่องเจ้าหรือ?"ฟู่จาวหนิงไม่ตอบในเมื่อตาเฒ่าจี้บอกว่าชุ่ยซินสือหูเก็บได้ตอนกลางคืน สิ่งนี้นางเชื่อ หญ้าสมุนไพรชนิดนี้พบได้ยากมาก ยิ่งไปกว่านั้นท่านปู่เองก็ยังได้ใช้ ดังนั้นนางจึงต้องได้มันมา พอเห็นว่าฟ้ากำลังจะมืด จึงเตรียมตัวที่จะเฝ้ารออยู่ที่นี่ฟู่จาวหนิงเดินห่างออกมาหน่อย เลือกจุดที่เป็นหินผาสามด้านเพื่อพักผ่อน หลังจากวางตะกร้าหลังลงก็ค้นหาฟืนแห้งมา เตรียมจะจุดไฟตาเฒ่าจี้ก็ตามมาคุยอยู่ตลอด ไม่หยุดพักปากเลยหลังจากไฟติดขึ้นมา ฟู่จาวหนิงก็จับพลั่วเหล็กเล็กจ้องมองเขา "ข้าจะออกไปล่าอะไรมากินเสียหน่อย ทางที่ดีท่านไม่ต้องตามข้ามาหรอก""ระวังตัวด้วย!"นางยังไม่ทันพูดจบ อันที่จริงก็สัมผัสได้ว่ามีคนเข้ามาใกล้แล้ว และตาเฒ่าจี้ทางนั้นตอนนี้ก็ล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากหน้าอก แล้วโยนออกไปทางคนที่เข้ามา ขณะเดียวกันก็ตะคอกออกไปเสียงหนึ่งด้วย"คนที่เข้ามาต้องเป็นพวกเลวๆ แหง!"ไม่รู้ว่
ตาเฒ่าจี้เดินไปทางทิศที่เสียงดังลอดมา หันหน้ากลับมามองฟู่จาวหนิงที่ยังยืนอยู่ที่เดิม"เจ้าจะไม่ไปดูกับอาจารย์หรือ?""ท่านปู่จี้ ท่านไม่ใช่บอกว่าตัวเองเป็นแค่ตาแก่หรือไร? แล้วทำไมยังจะไปยุ่งเรื่องของชาวบ้านเขาอีก?"ตาเฒ่าจี้ถลึงตาโต "ข้าจะบอกให้นะเสี่ยวหนิงจื่อ พวกเราแม้จะไม่ยุ่งเรื่องของชาวบ้านเขา แต่จะนิ่งดูดายต่อความเป็นความตายไม่ได้ แล้วก็ พวกเราลองเข้าไปดูๆ ก่อนว่าเป็นใครแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยก็ได้นี่"เขาหยุดไปพักหนึ่งแล้วพูดต่อ "ถ้าช่วยไม่ไหวพวกเราศิษย์อาจารย์โกยอ้าวออกมาก็จบ"ฟู่จาวหนิงมองสภาพชุดขาดวิ่นกับแผลเล็กๆ ของเขาแล้วก็ส่ายหัว เดินตามไป"ช่วยด้วย ใครก็ได้ รีบช่วยภรรยาของข้าที"พวกเขาเดินเข้าไปใกล้หน่อย ก้ได้ยินเสียงของชายหนุ่มที่มีอาการสั่นพร่า และยังได้ยินเสียงอึกอักของหญิงสาวอีกด้วยมีผู้หญิงด้วยหรือ?ฟู่จาวหนิงเพิ่มความเร็ว พุ่งตัวเข้าไปในป่าตาเฒ่าจี้มองแผ่นหลังนาง เอ่ยขึ้นกับตนเองอย่างพึงพอใจ "ทั้งลงมืออย่างโหดเหี้ยมได้ ทั้งจิตใจก็ยังอ่อนโยนอีก ศิษย์ข้าคนนี้ไม่เลวเลย"ในป่าเบื้องหน้า มีชายหนุ่มในชุดสีฟ้าคนหนึ่งกำลังถือกระบี่หันชี้ไปยังหมู่ป่า
ตาเฒ่าจี้จี้นั่งยองข้างตัวนางทำการจับชีพจรตรวจอาการให้แล้วจงเจี้ยนทหารจวนอ๋องเจวี้ยนก็พิจารณาตัวฟู่จาวหนิงเสียรอบหนึ่ง พอเห็นว่านางไม่ได้รับบาดเจ็บก็แอบถอนใจโล่งออกมา ส่งสัญญาณให้ทหารสองคนที่เหลือเข้ามารวมตัวกัน จากนั้นจึงมองไปยังคนอื่นๆ ในที่นี้ฟู่จาวหนิงเองก็รีบเดินตรงไปยังฮูหยินคนนั้น นางสลบไปแล้ว"ท่านปู่ ท่านรู้เรื่องหมอด้วยหรือ" นางถามตาเฒ่าจี้เก็บมือกลับ สีหน้าไม่ค่อยดีนัก"ตั้งครรภ์อยู่ราวสี่เดือน แต่สภาพไม่ค่อยดีนัก เกรงว่าจะรักษาไว้ไม่ได้"เขาดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด "ศิษย์เอ๋ย อาจารย์รู้เรื่องยา พอเล่นกับตัวยามากชนิดเข้า ก็เป็นวิชาหมอขึ้นมา""ผู้อาวุโสจี้?"จงเจี้ยนมองตาเฒ่าจี้อย่างตะลึงงัน ไม่คิดว่าเขาจะอยู่ที่นี่ด้วยผู้อาวุโสจี้เพียงแค่เหลือบตามองเขาไม่สนใจอะไร แต่กลับล้วงเข้าไปค้นในหน้าอก ควานขวดยาเล็กหลายใบออกมา เลือกใบหนึ่งจากในนี้ เปิดออกแล้วเทยาลูกกลอนสีดำออกมาเม็ดหนึ่ง "นี่เป็นยาลูกกลอนเพิ่มเลือด เอาให้นางกินได้"เขาเดิมทีคิดจะให้ฟู่จาวหนิงป้อนยาให้ฮูหยินสาวคนนี้ แต่ฟู่จาวหนิงใช้นิ้วขยี้ยาลูกกลอนเม็ดนั้นแล้วนำขึ้นมาดม กลับส่ายหัวค้านว่า"ยานี้นางห้ามก
"พระราชเสาวนีย์ฮองเฮา อ๋องเจวี้ยนขนาดหน้าก็ยังไม่ยอมโผล่ออกมาเลยหรือ?"ขันทีเอ่ยเสียงแหลมเล็กกับผู้ดูแลจวนอ๋องเจวี้ยน "ในวังถึงกับลดรั้วลงมา พวกเรานำป้ายมาโดยเฉพาะ นี่จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน""กงกง ท่านอ๋องของพวกเราสุขภาพไม่ค่อยดี ดังนั้นจึงนอนพักไปนานแล้ว ข้าไม่ใช่พูดกับท่านไปแล้วหรือไรกัน? พระราชเสาวนีย์ของฮองเฮา กงกงบอกกับข้าก็พอ ท่านอ๋องให้อำนาจข้าไว้ระดับหนึ่ง ถ้าหากสิ่งที่จวนอ๋องเจวี้ยนของพวกเราทำได้ ข้าก็จะทำแทนท่านอ๋องเอง แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็รอพรุ่งนี้ให้ท่านอ๋องพวกเราลุกขึ้นมาก่อนแล้วค่อยจัดการก็ไม่สาย"ผู้ดูแลจงยังคงมีท่าทีเรียบสงบฮองเฮารู้สึกร้อนรนขึ้นมาเพราะท่านอ๋องแต่งงานรับพระชายาอย่างนั้นหรือ?ก่อนหน้านี้การปฏิบัติต่อจวนอ๋องเจวี้ยนก็ญังรักษาความเคารพและระยะห่างเอาไว้ ไม่กล้าวางมาดฮองเฮาของนางเข้ามาเลย แต่ตอนนี้ร้อนรนจนมือไม้อยู่ไม่สุข ถึงกับยกตัวตนฐานะของฮองเฮามากดดันจวนอ๋องเจวี้ยนเสียแล้ว"เจ้าก็แค่ผู้ดูแลเล็กๆ คนหนึ่ง"ขันทีพอโมโห เสียงก็ยิ่งเล็กแหลมลงไปอีก พอชี้ผู้ดูแลเพื่อจะวางมาด ทหารสองนายก็ตรงเข้ามา มือจับด้ามกระบี่ตั้งท่าชักเสียงชักกระบี่สองเสียงดังขึ้น ไฟโก
ชิงอีรินน้ำร้อนให้เขาแก้วหนึ่งพวกเขาเร่งกลับมาเมืองหลวงเวลานี้ หนึ่งก็เพื่อรับชายา เพื่อให้ได้รับสิ่งที่ไท่ซ่างหวงทิ้งไว้ให้ และสองก็เพื่อพิธีเดิมพันโอสถ"ที่เขาจันทร์ลับฟ้าได้ข่าวอะไรมาบ้าง?"แผลพิษบนใบหน้าคันคะเยอขึ้นมาอีกครั้ง ความคันเช่นนี้คนธรรมดายากจะทนรับไหว แต่ถ้าไปแตะไปเกามันเข้า แผลพิษนี้ก็จะยิ่งลามกว้างออกไปสองมือของอ๋องเจวี้ยนกำผ้าห่มไว้แน่น สะกดกลั้นความคิดที่จะไปเกาไปจับมัน"ยังไม่มี""เมื่อไม่มีข่าวก็คือตัวคนยังไม่เป็นไร" อ๋องเจวี้ยนคิดถึงใบหน้าเล็กที่สดใสของฟู่จาวหนิงขึ้นมา "คิดไม่ถึงว่านางจะอดทนได้ขนาดนี้"ฟู่จาวหนิงขึ้นเขาไปหาตัวยาครั้งนี้ พวกเขาล้วนเข้าใจเป็นอย่างดี ว่าจะต้องมีอันตรายแน่นอน ตอนนี้ฟู่จาวหนิงเท่ากับผูกตัวอยู่ด้วยกันกับเขาแล้ว คนที่จะลงมือกับเขา คนที่ไม่อยากให้เขาได้รับสิ่งที่ไท่ซ่างหวงทิ้งไว้ ก็ล้วนจ้องจะเอาชีวิตฟู่จาวหนิงกันหมด"จงเจี้ยนน่าจะพบตัวคุณหนูฟู่แล้ว มีพวกของจงเจี้ยนคุ้มครองอยู่ คุณหนูฟู่น่าจะปลอดภัยกลับมา" ชิงอีเอ่ยขึ้น"ปลอดภัยกลับมาก็จบหรือ?"อ๋องเจวี้ยนหัวเราะไร้ซุ่มเสียงถ้านางหาตัวยาสิบชนิดไม่ได้ ตอนกลับมานางก็จะตกที่นั่งล
เขายังคงเชื่อมั่นจาวหนิงยิ่งไปกว่านั้นบางครั้ง เรื่องระหว่างสามีภรรยาก็ต้องให้พวกเขาแก้ไขกันเอง ถ้าผู้อาวุโสสอดมือเข้าไปจะยิ่งทำให้คนรำคาญ"ก็ได้ เช่นนั้นก็ดูไปก่อนแล้วกัน หลันยวนไม่น่าจะทำร้ายจาวหนิง"ถ้าหากลงไม้ลงมือล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องล่มการแต่งงานนี้ซะ จาวหนิงไม่ทนความโกรธนี้แน่ผู้เฒ่าฟู่งึมงำกับตัวเองเดินออกไปแล้ว เขาเตรียมจะไปที่ครัวดุว่ามีของว่างที่จาวหนิงชอบกินไหม เพิ่งจะด่ากราดคนไปขนาดนั้น ต้องกินอะไรให้มากหน่อยตอนที่เสิ่นเชี่ยวเข้ามา ฟู่จิ้นเชินก็กำชับคนรับใช้ออกไปทำงานแล้วเซี่ยซื่อเองก็ตามนางมาด้วย พี่น้องสองคนนี้ดูกังวลมาก"ได้ยินว่าฮูหยินเฉิงนั่นมาหาจาวหนิงแต่เช้าหรือ? พวกเราเมื่อครู่กำลังเย็บกระเป๋าให้จาวหนิง เลยมาไม่ทัน"ตอนที่พวกนางได้ยินเรื่องนี้ เสี่ยวเถาบอกว่า จาวหนิงเริ่มกำลังด่ากราดอยู่ในเมื่อจาวหนิงกำลังด่าคน เช่นนั้นพวกนางจึงไม่ได้รีบเข้ามาร่วมวงด้วย ถ้าเผื่อฮูหยินเฉิงรู้สึกว่าพวกเขาที่เป็นพ่อแม่ควรจะเตือนฟู่จาวหนิง แล้วลากพวกเขาลงน้ำไปด้วย นั่นไม่ใช่จะส่งผลกระทบกับการแสดงความสามารถจาวหนิงหรือ?ดังนั้นเสิ่นเชี่ยวจึงดึงเซี่ยซื่อไว้ ให้เสี่ยวเถาค
ผู้เฒ่าฟู่ตอนนี้จึงเพิ่งได้สติกลับมา มองไปทางลูกชาย"จิ้นเชิน เจ้าว่า ต้องไปดูหลันยวนกับจาวหนิงของเราไหม?"เขาค่อนข้างกังวลอ๋องเจวี้ยนมองฮูหยินเฉิงเป็นผู้อาวุโส แล้วยังพานางมาทักทายด้วย ผลลัพธ์คือเขาไม่รับของขวัญ จาวหนิงเองก็ด่าจนเปิงเซียวหลันยวนจะโมโหจนไปสั่งสอนจาวหนิงหรือเปล่า?ฟู่จาวหนิงเมื่อครู่ด่าออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาผู้เฒ่าฟู่ที่ปกป้องอยู่ตอนแรกไม่รู้ว่านางทำแบบนี้ควรจะสั่งสอนดีหรือไม่งงไปหมดหลังจากฟู่จิ้นเชินตั้งตัวกลับมาได้ก็คิดถึงคำพูดเมื่อครู่ของฟู่จาวหนิง แต่กลับหัวเราขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่"ฮ่าๆ จาวหนิงเจ้าเด็กคนนี้ ให้ตายสิ...""นางเป็นแบบนี้อยู่ข้างนอกคงจะผิดใจกับคนไม่น้อยเลยกระมัง?" ผู้เฒ่าฟู่ยังกังวลขึ้นมาถึงอย่างไร คำพูดนี้ใครฟังแล้วก็รับไม่ไหวกันทั้งนั้น"ท่านพ่อแต่ก่อนไม่เคยเห็นหรือว่านางผิดใจคนไว้แค่ไหน?" ฟู่จิ้นเชินถามผู้เฒ่าฟู่ยังอยู่ในความสับสน"ก่อนหน้านี้จาวหนิงไม่ได้เป็นแบบนี้เลย"สับสนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดกับตัวเองว่า "ก่อนหน้านี้ข้ายังเป็นตัวถ่วงนางอยู่ ทำให้นางต้องฝืนเก็บตัวตนแท้จริงไว้อย่างน่าสงสารมาหลายปี"ก่อนหน้านี้ฟู่จาวหนิงเป็
ฟู่จาวหนิงมองไปทางลวี่กั่ว "แล้วก็สาวใช้คนนี้ ถ้าไม่ได้การยินยอมจากท่าน นางจะไปเอาความกล้าจากไหนมาบ่นจุกจิกใส่ข้า? เชื่อไหมข้าแทงเข็มนางเป็นใบ้ได้เลยด้วยซ้ำ?"ลวี่กั่วม่านตาหดลง มือไวกว่าสมอง รีบปิดปากขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว"ดูสิ ถ้าข้าแสดงอารมณ์ไม่เป็นมิตรออกมา นางก็เพิ่งจะรู้จักกลัวข้าเรอะ? ดังนั้นความกำเริบเสิบสานก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช้เพราะท่านยินยอม ยิ่งไปกว่านั้นพวกท่านคิดว่าข้าจะใจกว้างต่อพวกท่านเพราะเซียวหลันยวน? นี่ก็อธิบายได้แล้วว่าไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่รู้จักนิสัยข้า แต่เป็นการคาดเดาไว้ล่วงหน้า แต่แค่เดาผิดไปเท่านั้น"ฟู่จาวหนิงหัวเราะประชดประชันขึ้นมา"ประเมินตัวข้าลับหลังไปหลายรอบ ตอนนี้มาบอกว่าไม่สนิทกับข้าไม่รู้จักนิสัยข้า กลัวข้าจะโกรธ? ท่านรู้ไหมว่าคนแบบท่านมันเรียกว่าอะไร? มันเรียกว่าเสแสร้ง พวกหวังดีมีเจตนาแฝง น่ารำคาญสุดๆ ไปเลย"ผู้เฒ่าฟู่เองก็ถลึงตาโตอ้าปากค้างแม้ว่าเขาจะรู้ว่าสองปีนี้หลานสาวจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้น ปากเองก็ไม่ค่อยจะไว้หน้าใคร แต่ก็ไม่เคยเห็นนางพูดจาตอบโต้ใครยาวเหยียดแบบนี้มาก่อนหลานเอ๊ย นี่ นี่คงไม่คิดจะด่าฮูหยินเฉิงจนร้องไห้หรอกนะ?"หนิงหนิง พอแ
ฟู่จาวหนิงระอากับเรื่องแบบนี้มากจริงๆดังนั้นต่อให้เซียวหลันยวนจะเรียกนางเสียงต่ำมาทีหนึ่ง คิดจะขัดนาง แต่นางก็ยังพูดต่อไปว่า"แม้ว่าท่านจะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่สิ่งที่ทำออกมา สิ่งที่พูดออกมา คำกลังแสดงออกถึงความไม่ชอบขี้หน้าตัวข้า พลางชี้แนะเซียวหลันยวน ว่าถ้าหากพวกเราอยู่กันไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะตัวข้า ท่านกลัวข้าจะโกรธกลัวข้าเข้าใจผิด แต่ท่านบริสุทธิ์ไร้ความผิด ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ตัวข้า""รวมถึงคำพูดที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้ด้วย อะไรคือบอกว่าไม่รู้นิสัยข้าไม่รู้ว่าข้าจะโมโหหรือไม่? ถ้าท่านจริงใจ คงจะถามเซียวหลันยวนที่เป็นรุ่นหลังท่านก่อนแล้ว ว่าข้าชอบหรือไม่ชอบที่ท่านจะมาเรียกชื่อตรงๆ อย่างสนิทสนม? ถ้าท่านไม่มีเจตนาแอบแฝง ท่านคงจะถามไปแล้วว่าข้าชอบรสชาติอาหารแบบไหน รักษาอาการป่วยของเซียวหลันยวนแล้วหรือยัง ท่านคงจะถามมาสักคำแล้วว่าตอนนี้เขากินเผ็ดจะมีปัญหาหรือเปล่า?""แต่ท่านไม่พูดตรงๆ ไม่ยอมถามออกมาอย่างเปิดเผย ไม่ตรงไปตรงมา เอาแต่คิดจะพูดจาหลอกล่อมีเจตนาแฝงอยู่นั่นล่ะ"คำพูดของฟู่จาวหนิงค่อนข้างหยาบคาย เหมือนตบฉาดเข้าไปที่หน้าฮูหยินเฉิงตรงๆฮูหยินเฉิงตั้งแต่เกิดมาถึงตอนนี้ย
"สวัสดี" ฟู่จาวหนิงยิ้มทักทายมองผ่านๆ เหมือนดูไม่ออกว่านางกำลังโกรธเซียวหลันยวนคิดต่อไปอีก เพราะเมื่อคืนนี้ได้หลับสบายหรือเปล่านะ ดังนั้นอารมณ์โกรธเมื่อวานเลยหายไปแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวเยว่ก็น่าจะบอกนางเรื่องที่เขามาเมื่อคืนแล้วกระมัง?"เมื่อคืนหลับสบายไหม?" เซียวหลันยวนเข้าไปหา จับมือนางไว้ฟู่จาวหนิงไม่ได้สลัดออก ยังเงยหน้ามายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มสดใสยามเช้าตรู่เช่นนี้ แทบจะทำให้เซียวหลันยวนตาพร่าไปแล้ว เขาอยากจะก้มลงไปจูบสักฟอด แต่ท่านปู่กับพ่อตาก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วยังมีพวกฮูหยินเฉิงอีก ไม่เหมาะเอาเสียเลยเซียวหลันยวนจึงได้แค่ทนไว้ก่อน"พระชายา" ฮูหยินเฉิงยืนอยู่ในห้องโถงทักทายฟู่จาวหนิง"คารวะพระชายา" ลวี่กั่วคารวะให้อย่างเรียบร้อยทันทีไม่มีจุดให้ติได้เลยฟู่จิ้นเชินเดินเข้ามาแล้ว"ฮูหยินเฉิงบอกว่าเห็นลูกเขยของข้าเป็นรุ่นหลัง แต่ตอนนี้กลับทำตัวห่างเหินกับลูกสาวข้าเหลือเกิน เพราะไม่กล้าเห็นลูกสาวข้าเป็นรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ?"ฮูหยินเฉิงจึงเห็นฟู่จิ้นเชิน ขณะที่แอบชื่นชมความสง่างามและความหนุ่มแน่นของเขา ก็ถูกคำเย้ยหยันนี้ของเขาแทงใจดำเข้ามา"แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าแค
ท่ามกลางสายตาบีบคั้นของผู้เฒ่าฟู่ เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นว่า "ตอนเด็กๆ ข้าเองก็ได้รับการดูแลจากท่านน้าเฉิงอยู่หลายครั้ง"ผู้เฒ่าฟู่พอใจนิดๆ กับคำตอบของเขา ถูกต้อง แค่นิดเดียวเท่านั้นเขาจึงสั่งสอนเซียวหลันยวนขึ้นมาเหมือนกับผู้อาวุโส "มีบุญคุณต้องทดแทนสินะ"ฮูหยินเฉิงฟังแล้วรู้สึกแหม่งๆ ก็รีบตัดบทเขาทันที"ตอนนั้นอายวนยังเป็นเด็ก ข้าดูและเขาเป็นสิ่งสมควรอยู่แล้ว""เอ๊ะ" ผู้เฒ่าฟู่โต้กลับมา "พูดแบบนี้ไม่ได้สิ ลูกของตนเอง จะดูแลก็เป็นเรื่องสมควร แต่ถ้าไม่ใช่ลูกตัวเอง พอเข้าไปดูแลก็ถือเป็นบุญคุณ ถึงจะบอกว่าต้องเมตตาเด็กของตนเองให้เหมือนดูแลเด็กของผู้อื่น แต่ตัวตนอย่างอ๋องเจวี้ยน คนทั่วไปคงไม่กล้าเอาเขามาเป็นเด็กของตนเองหรอก จริงไหม?"ใครกล้าเอามังกรมาเป็นเด็กของตนเองบ้างกัน?ฮูหยินเฉิงรู้สึกว่า คำพูดนี้ของผู้เฒ่าฟู่เหมือนกำลังแดกดันนาง บอกว่านางหน้าด้าน กล้าคิดว่าตนเองเป็นผู้อาวุโสของอ๋องเจวี้ยนหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นแล้วใครกันแน่ ใครกันที่ให้ข่าวกับนางมา บอกว่าปู่ของฟู่จาวหนิงเป็นชายชราที่เมตตามีคุณธรรม ถ้าไม่ใช่เพราะเขาพูดจาด้วยง่าย บ้านหลังนี้คงถูกคนในตระกูลยึดครองไปแล้ว ปู่หลานท
เพราะผู้เฒ่าฟู่ค่อนข้างใจกว้าง เรื่องผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แต่หวังให้เขากับจาวหนิงไม่ต้องทะเลาะกันมากกว่าแต่ว่าพ่อตาเขากลับหลอกผ่านไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ถ้าตรงไหนเขาทำไม่ดี ทำให้ฟู่จิ้นเชินเคืองขึ้นมา ฟู่จิ้นเชินคงได้เล่นงานเขาแน่ตอนนี้เซียวหลันยวนรุ้สึกว่า ด้วยความฉลาดและไหวพริบของฟู่จิ้นเชิน ถ้าจะสร้างรอยร้าวระหว่างเขากับจาวหนิงก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ดังนั้นพ่อตาคนนี้ เขายังต้องระวังตัวไว้บ้าง"เรื่องนี้ ได้ยินเจิ้นเชินบอกว่า จาวหนิงเหนื่อยมากที่เมืองเจ้อ ดังนั้นเจ้าไม่ไปรบกวนนาง ให้นางได้หลับพักผ่อนดีๆ คือถูกต้องแล้ว เจ้าเองก็ยังรู้จักเป็นห่วงนาง"ผู้เฒ่าฟู่กลับไม่รู้ความคิดในใจเขา กลับชื่นชมขึ้นมาเสียด้วยซ้ำเซียวหลันยวนคิดจะไม่รบกวนฟู่จาวหนิงได้แบบนี้ ก็ดูเอาใจใส่มากจริงๆ"ท่านผู้เฒ่า ข้ามาทันอาหารเช้าไหม?""มาทันสิมาทัน ยังไม่ได้กินกันเลย เจ้าลองไปดูว่าจาวหนิงตื่นแล้วหรือยัง? อีกเดี๋ยวก็มาด้วยกันนะ"เสียงผู้เฒ่าฟู่ยังไม่ทันขาดก็เห็นฮูหยินเฉิงเดินเข้ามา"นี่คือ?"ฮูหยินเฉิงเดินมาตรงหน้าเขา คารวะออกมาอย่างนุ่มนวล"คารวะท่านผู้เฒ่าฟู่ ข้าชื่อติงเฉิง มาจากอุทยานเขาเฉิงอวิ
ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าการเอายาสีฟันออกขายไม่มีปัญหาอะไรเลยหลังจากล้างหน้าล้างตาดีแล้วนางก็เตรียมออกไปยืดเส้นยืดสายหน่อย จากนั้นค่อยไปคุยเรื่องนี้กับฟู่จิ้นเชิน นางจะไปยอดเขาโยวชิงอยู่แล้วด้วย ดูว่าวันนี้จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยได้ไหมบ้านตระกูลฟู่ถ้าหากไม่มีรายรับอยู่ตลอด นี่ก็ไม่ไหวอยู่นะก่อนหน้านี้ค่าใช้จ่ายของตระกูลฟู่นางเป็นคนออก นางคิดว่าฟู่จิ้นเชินคงคิดหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้อยู่ตลอด ดังนั้นควรรีบทำอย่ารอช้าหลังจากฝึกมวยชุดเล็กๆ เสร็จ ฟู่จาวหนิงก็ไปที่โถงหน้าส่วนประตูใหญ่บ้านตระกูลฟู่เปิดอยู่ และมองเห็นรถม้าของจวนอ๋องเจวี้ยนได้พอดีคนเฝ้าประตูรีบเข้าไปคารวะ และหลังจากที่อ๋องเจวี้ยนลงจากรถม้า บนรถม้าก็มีคนเดินลงมาอีกสองคนพอเห็นฮูหยินที่ไม่รู้จัก คนเฝ้าประตูบ้านตระกูลฟู่ก็นิ่งไป"ท่านผู้เฒ่าตื่นหรือยัง?""เรียนท่านอ๋อง ท่านผู้เฒ่าของเราลุกขึ้นมารำไทเก็กไปชุดหนึ่งแล้วขอรับ" คนเฝ้าประตูเอ่ยตอบขณะเดียวกันก็อดมองไปทางฮูหยินเฉิงไม่ได้"งั้นข้าเข้าไปเองเลยนะ"เซียวหลันยวนยกเท้าเข้าประตูใหญ่ไปชิงอีหันไปมองฮูหยินเฉิง "เชิญฮูหยิน"ลวี่กั่วตามอยู่ข้างกายฮูหยินเฉิง เอ่ยขึ้
นี่คือบ้านตระกูลฟู่ นางเองก็คุ้นเคยมากกว่า แน่นอนว่ายังต้องไปเตรียมของใช้ล้างหน้าให้คุณหนูเสี่ยวเยว่พอเห็นนางวิ่งออกไปไวขนาดนั้น ก็ยิ้มๆ ส่ายหัว นางไม่ได้จะแย่งงานเสียหน่อย รีบร้อนอะไรกัน?"คุณหนู ข้าเข้าไปแล้วนะ"เสี่ยวเยว่ผลักประตูเดินเข้าไป และก็ตามที่คิดไว้ ฟู่จาวหนิงสวมเสื้อคลุมแล้วฟู่จาวหนิงไม่ต้องให้คนมารับใช้สวมเสื้อผ้าให้ตนเอง เว้นเสียแต่เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ไม่เป็นแต่เรื่องสางผมนางเองก็ทำไม่ได้ ยังต้องมีสาวใช้มาคอยช่วยเสี่ยวเยว่รีบมาช่วยนางคาดเข็มขัด"คุณหนู เมื่อคืนนี้อ๋องเจวี้ยนเข้ามาแล้ว" นางคิดว่าฟู่จาวหนิงพอตื่นมาคงจะพูดเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้นางเข้าใจผิด แล้วคิดว่าอ๋องเจวี้ยนไม่ได้เข้ามา"เข้ามาด้วยหรือ? ตอนไหนกัน?""ตอนที่ท่านเพิ่งจะหลับไปไม่นานนัก"ฟู่จาวหนิงเดิมทีคิดว่าเซียวหลันยวนจะไม่ยอมเข้ามาเสียแล้ว คิดไม่ถึงว่าพอนางหลับเขาก็เข้ามาอดพูดไม่ได้เลย พอเขาเข้ามา ก็ทำให้นางหายโมโหไปบ้างหน่อยๆ"แต่ข้าขวางท่านอ๋องไว้ ไม่ให้เขาเข้ามาในห้อง คุณหนู ข้าได้ยินว่าท่านเพิ่งหลับไป คิดว่าท่านอ๋องเข้าไปคงทำให้ท่านตื่น"เสี่ยวเยว่ยอมรับผิดออกมา ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เ