หยวนฉงเขียนจนถึงคล้อยบ่าย จึงได้เขียนเทียบเชิญร้อยกว่าใบเสร็จระหว่างนั้น หยุนเจิงยังให้คนยกน้ำชาและของว่างมาให้ระหว่างนั้น หยุนเจิงยังเลือกเทียบเชิญบางฉบับ สั่งให้บ่าวรับใช้ในจวนรีบไปส่งให้พวกขุนนาง“แม่ทัพหยวนช่างอ่อนน้อมถ่อมตนเหลือเกิน ลายมือของท่านนี้เขียนได้ดีกว่าข้าตั้งหลายส่วน”หยุนเจิงยิ้มตาหยีชมเชยหยวนฉงไปประโยคหนึ่ง “เดี๋ยวข้าจะไปมอบเทียบเชิญให้เหล่าขุนนางท่านอื่นที่ราชสำนัก ไม่รั้งพวกท่านไว้กินข้าวเย็นด้วยกันแล้วนะ”“พ่ะย่ะค่ะๆ”หยวนฉงพยักหน้าหงึกๆ ถามขึ้นว่า “เช่นนั้นองค์ชายให้อภัยลูกสุนัขนี้แล้วหรือ?”“ให้อภัยไม่ให้อภัยอะไรกัน”หยุนเจิงโบกมือ “ข้าไม่ได้นับเป็นเรื่องอะไรเสียด้วยซ้ำ ข้ารู้ว่านายกองทหารม้าหยวนไม่ได้ตั้งใจ”“ใช่ ใช่พ่ะย่ะค่ะ!”หยวนฉงเหมือนยกภูเขาออกจากอก เขม่นหยวนกุยไปทีหนึ่ง “ยังไม่รีบขอบพระทัยองค์ชายอีก?”หยวนกุยแม้จะอัดอั้นตันใจ แต่ก็ปั้นหน้าพูดว่า “ขอบพระทัยองค์ชายที่มีพระทัยกว้างขวางพ่ะย่ะค่ะ”“เอาล่ะ ข้าส่งพวกเจ้าออกจวนไปแล้วกัน!”หยุนเจิงหัวเราะเหอะๆ“ไม่บังอาจรบกวนองค์ชาย”หยวนฉงพูดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวที่จู่ๆ หยุนเจิงก็ทำดีด้วย“ไม่เ
หลังจากหยุนเจิงส่งสองพ่อลูกหยวนฉงไปแล้ว ก็รีบพาเกาเหอรุดไปที่จวนจิ้งกั๋วกงเทียบเชิญที่เขามาส่งมอบให้เองกับมือ แน่นอนว่าคนแรกต้องเป็นของสวีสือฝู่!สวีสือฝู่เป็นถึงลุงขององค์ชายสามเชียวนะ!ขอแค่เขาจัดการสวีสือฝู่ได้ ก็ไม่ต้องกลัวแล้วว่าคนอื่นจะไม่เอาของขวัญมาให้“องค์ชาย มีคำพูดหนึ่ง ข้าน้อยไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่ควรพูด?”ระหว่าทาง เกาเหอที่ลังเลมาครึ่งค่อนวัน ในที่สุดก็เปิดปากพูดแล้ว“เจ้าว่ามาเถิด”หยุนเจิงหัวเราะเกาเหอเค้นเสียงหัวเราะเล็กน้อย แล้วพูดสีหน้าจริงจัง “องค์ชายไปมอบเทียบเชิญที่จิ้งกั๋วกงด้วยตนเอง ก็เป็นการตบหน้าตนเองแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้ารู้ว่าพวกเขาล้วนดูแคลนข้า”หยุนเจิงปั้นหน้าถอนถอนหายใจแล้วค่อยๆ พูดขึ้นว่า “ข้าเองก็รู้ว่าพวกเขาไม่มาที่จวนเพื่อร่วมงานเลี้ยงหรอก แต่ข้าปฏิบัติตามหลักประเพณีให้ดีก็พอแล้ว…”เกาเหอสะอึกเล็กน้อย แล้วไม่พูดต่อแล้วไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงจวนจิ้งกั๋วกงเวลานี้ ฟ้าก็มืดลงแล้ว“องค์ชายหก?”สวีสือฝู่พอรู้ว่าหยุนเจิงมา ก็ตะลึงงันกันไปทั้งบ้านองค์ชายหกมาทำไม?หรือจะมาขอขมาลาโทษ?ต่อให้จะมาขอขมา ก็ควรไปจวนองค์ชายสามสิ!จะวิ่งวุ่นมาหา
หยุนเจิงพูดพลาง ยังแสร้งทำท่าเหนียมอาย พอสวีสือฝู่ได้ยินคำพูดนี้ของหยุนเจิงเขาก็อยากจะด่าเสียยกใหญ่เขาทำถูกต้องตามครรลองก็พอ แล้วให้พวกเขาเชิญตามสะดวก?แล้วมารดามันสิตอนนี้จะจะให้พวกเขาทำตามสะดวกได้อย่างไรล่ะ?องค์ชายมาส่งมอบเทียบเชิญด้วยตนเอง นี่ทำตามครรลองมากพอแล้วกระมัง?องค์ชายทำขนาดนี้แล้ว หากพวกเขาไม่สนอง เรื่องนี้ถึงพระกรรณขององค์จักรพรรดิเหวินเข้าให้ เช่นนั้นก็เท่ากับว่าพวกเขาไม่รู้หลักครรลองคลองธรรมแล้ว!สวีสือฝู่ด่ากราดในใจไม่หยุด แต่ใบหน้ากลับเค้นรอยยิ้มออกมา “องค์ชายวางใจได้ วันมะรืนหากแม้นพวกเราจะไม่ได้ไปด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็จะเตรียมของขวัญไปถึงที่จวน ยินดีกับองค์ชายด้วยที่ได้จวนใหม่”“อ้ะ?”หยุนเจิงเบิกตาโพลง รีบโบกมือพูดว่า “ข้า…ข้าไม่ได้จะให้พวกเจ้ามอบของขวัญให้จริงๆ นะ”“องค์ชายไม่ต้องอธิบาย พวกกระหม่อมย่อมเข้าใจดี”สวีสือฝู่ยิ้มอย่างหน้าเนื้อใจเสือว่า “องค์ชายทำตามครรลองได้ดีเยี่ยงนี้ พวกกระหม่อมก็ต้องปฏิบัติตามครรลองให้ดีด้วยเช่นกัน!”“นี่…”หยุนเจิงหัวเราะอย่างเกรงใจ “เช่นนั้นพวกเราขอตัวลา”“ส่งเสด็จองค์ชาย!”สวีสือฝู่ตะโกนร้องอย่างเสแสร้าง แต่ในใจก
สองวันให้หลัง งานเลี้ยงฉลองจวนใหม่องค์ชายหกที่เชิญพวกขุนนางมาก็เริ่มขึ้นแล้วทว่า นอกจวนองค์ชายหกนั้นคึกคักยิ่ง มีขุนนางจากราชสำนักหรือไม่ก็พวกผู้อาวุโสที่จะส่งคนมามอบของขวัญเป็นพักๆ ไม่ขาดสาย แต่ล้วนมามอบของแล้วจากไปเลย ไม่แม้นแต่จะย่างเข้าประตูจวนเมื่อเทียบกับความคึกคักนอกจวนแล้ว ภายในจวนกลับเงียบเหงาจนวังเวงหยุนเจิงนั่งวางแผนของอนาคตของที่เรือนหลัง วันนี้รับของมามากมาย อย่างไรตอนนี้ก็จะมีเงินแล้วถัดมาก็ต้องสั่งสมกำลังคนของตนเองสักหน่อยแล้ว!แต่ก็ห้ามให้คนอื่นรู้แผนการในใจของเขาเด็ดขาด ดังนั้น เขาไม่สามารถเรียกบรรดาเหล่าจอมยุทธ์มาที่จวนได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาขึ้นแล้ว“เรียนองค์ชาย คุณหนูเสิ่นมาแล้วเพคะ”เวลานี้ มีสาวรับใช้มารายงาน“นำนางเข้ามาเถิด!”หยุนเจิงแม้นจะโบกมือขึ้นอย่างเฉยเมย แต่ในใจกลับสงสัยเสิ่นลั่วเยี่ยนมาทำอะไร?คงไม่ได้มาหัวเราะเยาะตัวเองหรอกนะ?หรือว่า นางคิดตกแล้ว รู้ว่างานในวันนี้ ใครจะไม่มาก็ได้ แต่นางต้องมา?รอเสิ่นลั่วเยี่ยนเข้ามาแล้ว หยุนเจิงก็ให้สาวรับใช้ออกไป“เจ้าไม่ได้จัดงานเลี้ยงเข้าจวนหรอกหรือ เหตุใดจึงไม่จัดสุราอาหารเลยล่ะ?”เสิ่นลั
หยุนเจิงหัวเราะเยาะ “อย่าพูดขู่อีกเลย! ความกล้าระดับนี้ของเจ้า เหตุใดตอนนั้นต้องรับราชโองการทั้งน้ำตาด้วยเล่า?”“ข้า…”เสิ่นลั่วเยี่ยนพูดไม่ออก เจ็บใจจนสั่นสะท้านไปทั้งตัวนางอยากจัดหยุนเจิงสักยก แต่ก็ไม่อาจทำอะไรหยุนเจิงได้ ทำได้เพียงนั่งจมอยู่กับความโกรธตรงนั้นหยุนเจิงยิ้มองเสิ่นลั่วเยี่ยน แล้วถามขึ้นอีกว่า “เจ้ามาที่นี่เอง หรือเพราะคนอื่นบอกเจ้าให้มาล่ะ?”เสิ่นลั่วเยี่ยนแค่นเสียงเหอะ “หากไม่ใช่เพราะแม่ข้าไม่สบาย ข้าคงไม่มาเองหรอก!”นางไม่อยากมาจริงๆ แต่ไม่มาไม่ได้ก็เหมือนกับที่พี่สะใภ้รองเยี่ยจื่อบอกนาง ที่นี่อีกไม่นานก็จะเป็นบ้านของนางแล้ว!ต่อให้มาเพียงแค่เป็นพิธี นางก็ต้องมาสักครู่!หยุนเจิงมองสภาพที่ไม่ยินยอมพร้อมใจของนาง ก็ส่ายศีรษะแล้วหัวเราะ “หากเจ้าไม่อยากเห็นหน้าข้า เจ้าก็ไปที่อื่นเถิด หรือว่าเจ้าจะกลับบ้านก็ได้นะ”เสิ่นลั่วเยี่ยนพอได้ยินก็รีบลุกขึ้นทันทีกระนั้น นางก็ไม่ได้ขยับเท้าเดินไปไหนเวลาชั่วครั่วจากนั้น เสิ่นลั่วเยี่ยนก็นั่งลงอีก มองหยุนเจิงจากหัวจรดเท้า“นี่เจ้ากำลังทำอะไร?”หยุนเจิงถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจเสิ่นลั่วเยี่ยนจ้องตาของหยุนเจิง “พี่สะใภ้ร
งานเลี้ยงขึ้นจวนใหม่ของหยุนเจิงที่ไม่มีใครมาร่วม ทำให้เขาได้กำไรเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวจักรพรรดิเหวินแม้นจว่าจะไม่ได้มาร่วมงานด้วยพระองค์เองเนื่องจากมีพระราชกิจติดตัว แต่ก็สั่งให้คนนำของมามอบให้เขาแล้วจักรพรรดิเหวินได้มอบของขวัญแล้ว บรรดาองค์ชายองค์หญิงก็ต้องมอบของด้วยเช่นกันยังมีผู้คนมากมายที่เขาไม่ได้ส่งเทียบเชิญให้ คนพวกนั้นล้วนส่งคนมามอบของขวัญแก่เขาแค่คิดคร่าวๆ ของพวกนี้ที่ได้รับมีมูลค่าราวหนึ่งแสนตำลึงเงินแล้วสิ่งที่น่าปวดหัวตอนนี้คือ จะทำยังไงให้เขามีกองทัพทหารในมือขึ้นจริงๆเพิ่งรับของมาวันนี้ วันรุ่งก็นำไปขายเลย หากบอกกล่าวออกไป ดูท่าคงไม่ดีนัก!หยุนเจิงคิดจนถึงดึกดื่น ก็ไม่สามารถหากเหตุผลที่ดีมากพอที่จะแปลงของพวกนี้เป็นเงินสด สุดท้ายจึงคร้านจะคิดต่ออย่างไรเสียในวันแต่งงานก็ต้องได้รับของกำนัลอีกมากโขถึงเวลานั้นค่อยคิดหาทางแปลงเป็นเงินสดก็แล้วกัน!กลางดึก ในพระราชวัง“สถานการณ์ทางเจ้าหกเป็นเช่นไรบ้าง”จักรพรรดิเหวินสั่งให้คนรอบกายออกไป เรียกองครักษ์เงามาพูดคุยด้วยเป็นการส่วนตัวองครักษ์เงาตอบว่า “ขุนนางบู๊บุ๋นทั้งทั้งราชสำนัก ต่างก็ส่งของกำนัลไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพี
จะมาอย่างสันติหรือจะท้ารบ ก็ยังไม่ทราบได้กำลังทหารของเขาไม่เท่าเป่ยหวน คดีขององค์รัชทายาทก็ยังไม่นิ่งเสียทีเดียวแคว้นรอบๆ ก็คอยจ้องจะเขมือบตลอดเวลาต่อให้เอาชนะเป่ยหวนได้ หากต้าเฉียนได้รับบาดเจ็บสาหัด เขาจะหยุดยั้งพวกแคว้นที่หิวโซรอบๆ ได้อย่างไรเล่าพอถึงตอนนั้น แคว้นพวกนั้นก็จะโจมตีต้าเฉียน ต้าเฉียนก็สิ้นแล้วแต่จะให้ส่งเสบียงกรังแก่เป่ยหวน เขาก็ทนไม่ได้จริงๆ!ปวดเศียร ปวดเศียรเวียนเกล้าจริงๆ!จักรพรรดิเหวินครุ่นคิดทั้งคืนจนถึงรุ้งเช้า ถึงตัดสินพระทัยได้ให้ไปเถอะ!ต้าเฉียนไม่ได้เตรียมมือพร้อมทำการสู้รบ หากเปิดศึกตอนนี้ โอกาสจะชนะแทบจะเป็นสูญ…ช่วงบ่าย สองวันให้หลังหยุนเจิงเพิ่งซื้อหญิงสาวที่ถูกพ่อผีพนันของนางขายไปที่หอโคมเขียวมา ในวังก็มีคนมาหาแล้ว“คืนนี้ฮ่องเต้จะทรงจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตเป่ยหวนที่วังว่านโซ่ว เชิญองค์ชายหกพร้อมด้วยพระชายาองค์ชายหกเข้าร่วมงานตรงตามเวลาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“ได้เลย รบกวนกงกงมากแล้ว!”หยุนเจิงพูดตอบ แล้วให้คนมาตบรางวัลให้กงกงที่มาส่งข่าวกงกงที่เพิ่งได้รับเงินราลวัลก็กล่าวขอบพระทัย แล้วจากไปอย่างชื่นบาน“จากนี้ไป เจ้าก็ชื่อซินเซิงแล้วก
วังว่านโซ่วยังเร็วอยู่กว่าจะถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงค่ำทว่า ภายนอกพระราชวังมีคนคอยท่าอยู่เป็นจำนวนมากแล้วนี่เป็นถึงงานเลี้ยงที่จักรพรรดิเหวินจัดขึ้นเพื่อต้อนรับคณะทูตเป่ยหวนเชียวนะ เป็นยามแสดงให้เห็นถึงความเกรียงไกรของราชวงศ์ต้าเฉียน ไม่มีใครกล้ามาสายเป็นดังที่เสิ่นลั่วเยี่ยนคาดไว้ นอกจากเชื้อพระวงศ์แล้ว คนที่มาล้วนเป็นขุนนางคนสำคัญในราชสำนักขุนนางที่ต่ำกว่าขั้นสาม แทบจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงาน“น้องหก วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ามาได้ล่ะ?”“ข้าคิดว่าน้องหกจะแสร้งป่วยเสียอีก!”“นี่ก็คือพี่หกงั้นหรือ? เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าไม่เคยพบมาก่อนเลยล่ะ?”“เจ้าเพิ่งอายุเท่าไหร่เอง? อย่าว่าเจ้าไม่เคยเจอเลย ข้าเองก็เคยเห็นพี่หกเจ้ามากนัก เขาพบตัวได้ยากกว่านางนารีในป่าลึกเสียอีก …”องค์ชายและองค์หญิงที่ตามหลังหยุนเจิงกับเสิ่นลั่วเยี่ยนมาต่างพูดหยอกเขาขึ้นมา แม้แต่เจ้าแปดที่เพิ่งอายุได้ 13 ชันษาก็หัวเราะเยาะเขากับเขาด้วยเสิ่นลั่วเยี่ยนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการหัวเราะเยาะของผู้คน ในใจนางแค้นยิ่งนัก แต่หยุนเจิงกลับสงบนิ่งผิดปกติ ใบหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดเลย“น้องหก เจ้าพูดอะไรสักอย่างสิ!”องค์ชายห้า
“ลูก…ลูกสาวเพคะ”หมอตำแยที่ตกใจกับท่าทางของหยุนเจิงก่อนหน้านี้ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ลูกสาวดี! ลูกสาวดี!”หยุนเจิงพึมพำกับตัวเอง ก่อนก้มลงมองเด็กน้อยที่ยังคงร้องไห้เสียงดังไม่เหมือนหยุนชางเลย เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้เกิดมาโดยแทบไม่มีริ้วรอยบนผิวเลย เพียงแค่ตัวแดงระเรื่อเท่านั้น“เจ้าตัวน้อย เจ้านี่เกือบทำให้แม่ของเจ้าสิ้นชีวิตเลยนะ…”เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ หัวใจของหยุนเจิงยังคงสั่นไหวเขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า หากเขาสูญเสียเยี่ยจื่อไป เขาจะต้องเจ็บปวดเพียงใดโชคดีที่มันเป็นเพียงความหวาดกลัวลวงตา!“อุแว๊ๆ…”เด็กน้อยยังคงร้องไห้ และดูเหมือนเสียงของนางจะแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆหยุนเจิงลูบแผ่วเบาบนผ้าห่อตัวของนาง ก่อนหันไปมองหมอตำแยทั้งสามที่ยังยืนไม่มั่นใจ “ให้รางวัล! ให้รางวัลทุกคน! คนละห้าร้อยตำลึง!”ห้าร้อยตำลึง!?หมอตำแยทั้งสามแทบไม่เชื่อหูตัวเองท่านอ๋องผู้นี้ ช่างใจกว้างนัก!แค่เอ่ยปาก ก็แจกเงินรางวัลมากมายถึงเพียงนี้!“เอาล่ะ พวกเจ้าทำความสะอาดให้เรียบร้อยเถิด”หยุนเจิงเรียกสติหมอตำแย “เสร็จแล้วก็ไปรับรางวัลได้เลย”หยุนเจิงกล่าวจบ ก็กอดลูกสาวไปนั่งลงที่
“อ๊าก…”เสียงกรีดร้องของเยี่ยจื่อสะท้อนก้องอยู่ในหูของหยุนเจิง ราวกับสามารถฉีกหัวใจของเขาออกเป็นเสี่ยงๆ“พอแล้ว! อย่าคลอดแล้ว! ข้าไม่ต้องการลูกแล้ว! ข้าต้องการแค่เจ้า!”หยุนเจิงน้ำตาคลอเบ้า ส่ายศีรษะไปมาอย่างร้อนรน ก่อนจะหันไปตะโกนลั่นใส่หมอตำแยข้างๆ “ช่วยนางไว้! อย่าไปสนใจเด็ก!”เขากลัว!เขากลัวจริงๆ!แม้ว่าเขาจะไม่ใช่หมอ แต่เขาก็รู้ดีว่า หากพลาดแม้แต่นิดเดียว นางอาจตกเลือดหนักได้แม้แต่ในยุคปัจจุบัน การตกเลือดมากก็ยังยากที่จะรักษา แล้วนี่เป็นยุคโบราณ“ออกมาแล้ว! ออกมาแล้ว!”ขณะนั้นเอง หมอตำแยก็ร้องขึ้นด้วยเสียงตื่นเต้น“อุแว๊…”เสียงร้องแหลมใสของทารกดังขึ้นภายในห้องคลอด แต่ในขณะเดียวกัน เสียงของเยี่ยจื่อกลับเงียบลงอย่างกะทันหัน!หมอตำแยคนหนึ่งรีบเช็ดเลือดที่เปรอะเปื้อนตัวทารก ขณะที่อีกคนเตรียมห่อทารกในผ้าห่ม และหันไปแสดงความยินดีกับหยุนเจิง “ขอแสดงความยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง เด็กน้อยเป็น…”“ช่างลูกก่อน! ดูจื่อเอ๋อร์ก่อนว่านางเป็นอย่างไรบ้าง!”หยุนเจิงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยโทสะและความหวาดหวั่น มือของเขาที่กุมมือเยี่ยจื่อไว้สั่นเทาอย่างรุนแรงตอน
เสียงร้องของเยี่ยจื่อ ทำให้หัวใจของหยุนเจิงบีบรัดตามไปด้วย“จื่อเอ๋อร์! ข้ากลับมาแล้ว!”หยุนเจิงไม่สนใจพูดคุยกับเสิ่นลั่วเยี่ยนและคนอื่นๆ เขารีบพุ่งไปที่ประตู แล้วตะโกนเข้าไปข้างใน“สามี!”เสียงร้องเจ็บปวดของเยี่ยจื่อดังขึ้นอีกครั้งแม้หยุนเจิงจะมองไม่เห็นสถานการณ์ภายในห้อง แต่เขาก็นึกภาพออกว่าเยี่ยจื่อต้องเจ็บปวดเพียงใดหากเป็นไปได้ เขาอยากจะแบ่งเบาความเจ็บปวดของนาง“จื่อเอ๋อร์ อย่ากลัว! สามีอยู่ที่นี่กับเจ้า!”หยุนเจิงกล่าวปลอบ แล้วรีบหันไปถามเสิ่นลั่วเยี่ยน “จื่อเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง?”เสิ่นลั่วเยี่ยนที่ดวงตาแดงก่ำ แอบมองไปทางประตูห้อง ก่อนจะตอบเสียงแผ่วเบา “หมอตำแยบอกว่า ตำแหน่งของทารกไม่ค่อยปกติ อาจคลอดได้ยาก เมี่ยวอินก็กำลังช่วยอยู่ เราเองก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนร้อนใจอยู่ข้างนอก……”ตำแหน่งทารกผิดปกติ!เมื่อได้ยินคำนี้ หัวใจของหยุนเจิงพลันเต้นรัวขึ้นมาทันที เขาหันขวับไปมองฮูหยินเสิ่นและเว่ยซวงที่ยืนอยู่ใกล้ๆพบว่าทั้งสองต่างมีดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าหม่นหมอง เห็นได้ชัดว่ากระวนกระวายใจไม่น้อยหยุนเจิงเข้าใจทันทีว่า เสิ่นลั่วเยี่ยนคงไม่อยากให้เขากังวลเกินไป จึงบอกเพียงว่าคลอ
ไม่กี่วันต่อมา ขณะที่หยุนเจิงอยู่ที่จิงหยางฝู่ เขาได้รับข่าวสารฮั่วเหวินจิ้งตายแล้ว!ไม่ได้ถูกฆ่าปิดปาก แต่ตายเพราะป่วย!หยุนเจิงคาดว่า ฮั่วเหวินจิ้งคงเสียชีวิตเพราะบาดแผลติดเชื้อเมื่อได้รับข่าวนี้ หยุนเจิงแทบอยากจะด่าหยุนลี่ว่าโง่เง่าเป็นหมูเสียจริงทำไมเขาถึงไม่ใช้วิธีทรมานก่อน แล้วค่อยให้หมอรักษาไว้ล่ะ?อีกแค่ก้าวเดียว เขากำลังจะสาวไปถึงตัวการเบื้องหลังได้อยู่แล้วแท้ๆ แต่ฮั่วเหวินจิ้งกลับมาตายเสียก่อนมันเหมือนกับฟ้ากำลังเล่นตลกกับเขา!สิ่งเดียวที่พอทำให้โล่งใจได้บ้างคือ อีกาดำและอีกาขาวต่างได้รับความเสียหายหนัก คนของเขาที่แทรกซึมอยู่ในอีกาดำ น่าจะสามารถก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งได้หากสามารถทำให้คนของเขากลายเป็นหัวหน้าของอีกาดำได้ ก็คงดี!แต่ไม่รู้ว่าเงาสอง ที่ร่วมเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อฆ่าปิดปาก ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ขอให้รอดปลอดภัยเถอะ!หยุนเจิงถอนหายใจเงียบๆ ก่อนลุกขึ้นยืนในเมื่อฮั่วเหวินจิ้งตายไปแล้ว เขาก็ไม่ต้องรอสอบสวนอะไรอีกเรื่องที่เหลือ ก็ปล่อยให้ทัวฮวนจัดการไปก็แล้วกัน!“ส่งคำสั่งถึงอวี่ซื่อจง ให้เหลือทหารห้าพันนายประจำการอยู่ที่นี่ ภายใต้การบัญชาของรองแม่ท
“ลูกเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ!”หยุนลี่รีบรับคำสั่ง“จำไว้! ฮั่วเหวินจิ้งถูกนักฆ่าสังหาร ไม่ใช่ตายเพราะป่วย!”จักรพรรดิเหวินกล่าวเตือนหยุนลี่ด้วยใบหน้าเย็นชา ก่อนเสด็จออกจากจวนองค์รัชทายาทแม้จะนั่งอยู่ในเกี้ยวแล้ว แต่เพลิงโทสะของจักรพรรดิเหวินยังคงลุกโชนไม่มอดอย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความโกรธเกรี้ยวในพระทัย ก็ยังมีความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างซ่อนอยู่เขารู้ดีว่าฮั่วเหวินจิ้งไม่ใช่คนของหยุนเจิงหากสามารถเค้นเอาความจริงจากฮั่วเหวินจิ้งได้ จนรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง บางทีพระองค์เองอาจไม่รู้ว่าควรจัดการอย่างไรหากเป็นพระโอรสองค์ใดองค์หนึ่ง หรือแม้แต่นางสนมคนใดคนหนึ่งของพระองค์ พระองค์จะต้องลงพระอาญาสังหารพวกเขาด้วยพระองค์เองอย่างนั้นหรือ?หากเรื่องนี้ทำให้คนที่รอดพ้นจากเคราะห์ครั้งนี้ได้สำนึกและเลิกล้มความคิดที่จะก่อความวุ่นวาย นั่นก็คงเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับตัวการเบื้องหลังของฮั่วเหวินจิ้ง จักรพรรดิเหวินเองก็พอมีข้อสันนิษฐานอยู่ในพระทัยแต่เป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐาน พระองค์ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดยิ่งไปกว่านั้น คนที่พระองค์สงสัยมีอยู่หลายคน ทำให้ไม่อาจฟันธงได้ว่าเป็นผู้ใดกันแน่ดูเหมือ
ภายในพระราชวัง จักรพรรดิเหวินและหยุนลี่กำลังตรวจสอบข่าวเร่งด่วนจากเมืองฝูโจวอย่างไรก็ตาม ทั้งสองเพียงกวาดตามองก็ขว้างเอกสารฉบับนั้นทิ้งด้วยความโกรธอย่าว่าแต่หยุนลี่เลย แม้แต่จักรพรรดิเหวินก็อดด่าหยุนเจิงในใจไม่ได้ลูกอกตัญญูผู้นี้ ชักจะเหลวไหลขึ้นทุกวันเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็กล้าใช้ชื่อข่าวเร่งด่วนทางทหารส่งมาถึงเมืองหลวงนี่เป็นครั้งที่สองแล้ว!ข่าวเร่งด่วนทางทหารถูกเขาใช้เป็นของเล่นไปแล้ว!คราวหน้า ถ้าเจอตัวเจ้าเด็กเหลือขอนั่น ข้าจะเตะมันให้กระอักสองทีแน่!“กราบทูลฝ่าบาท องค์รัชทายาทฝ่าบาท กองกำลังของกระหม่อมถูกลอบโจมตีโดยนักฆ่าที่ถนนเป่ยเจีย……”ขณะที่จักรพรรดิเหวินและหยุนลี่กำลังเดือดดาลกับหยุนเจิง เฉียวเหยียนเซียนก็ส่งคนมาแจ้งข่าวนักฆ่าหลายสิบคนที่ร่วมมือกันสังหารฮั่วเหวินจิ้งและครอบครัว ถูกสังหารหรือถูกจับกุมเป็นส่วนใหญ่มีเพียงไม่กี่คนที่ฉวยโอกาสความชุลมุนหลบหนีไปได้ครั้งนี้ การวางแผนของพวกเขารัดกุมยิ่งนักหากไม่ใช่เพราะพลส่งสารข่าวเร่งด่วนโผล่มาขัดจังหวะ คงไม่มีทางที่นักฆ่าจะรอดไปได้เลยนอกจากนี้ พวกเขายังพบหน้าไม้ทรงอานุภาพจำนวนมากในที่เกิดเหตุเมื่อรายงานมาถ
ขณะที่เฉียวเหยียนเซียนนำกำลังคุมตัวนักโทษผ่านถนนเป่ยเจีย หน้าต่างบนหอคอยของอาคารสองหลังที่อยู่สองฟากถนนค่อยๆ เปิดออกเล็กน้อยหน้าไม้จำนวนมากถูกเล็งออกมาจากช่องหน้าต่างโดยไร้เสียง เพียงแค่รอให้กรงนักโทษเข้าสู่ระยะยิง พวกเขาก็จะลงมือทันทีขบวนคุ้มกันเข้าใกล้พวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ เงาสองก็เตรียมพร้อมเช่นกันเขาไม่รู้ว่าฮั่วเหวินจิ้งมีความสำคัญต่อหยุนเจิงเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากอีกาดำมากขึ้น เขาจำเป็นต้องร่วมมือสังหารเหล่านักโทษเหล่านี้แต่เขาก็รู้ดีว่า หากลงมือแล้ว การจะหลบหนีออกจากเมืองหลวงไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เขาต้องรอด!ส่วนหนึ่งเพราะเขาไม่ต้องการตาย อีกส่วนหนึ่งก็เพราะ หากเขารอด เขาจะมีโอกาสพบกับผู้ที่คอยสนับสนุนการหลบหนีของพวกเขาและบุคคลนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดโปงผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริง!เงาสองครุ่นคิดเงียบๆ พร้อมเหลือบมองหน้าไม้ในมือพวกเขาปลอมตัวเป็นพ่อค้าเพื่อแฝงตัวเข้าเมืองหลวง ย่อมไม่สามารถพกพาอาวุธเหล่านี้มาเองได้หน้าไม้เหล่านี้ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า ถูกซุกซ่อนไว้ที่เนินเขาเหมียวเอ่อร์ซานสิ่งเหล่านี้เป็นอาวุธของกองทัพ!แม้ทางราชสำนักจะควบคุมอาวุธประเภทนี
“ฝ่าบาท เงาสามแจ้งข่าวด่วน!”จิงหยางฟู่ เสิ่นควานถือจดหมายฉบับหนึ่ง รีบรุดเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบเงาสาม?นี่เป็นหนึ่งในคนที่สามารถแทรกซึมเข้าไปในอีกาดำได้สำเร็จเงาสามส่งข่าวด่วนมา ดูท่าแล้ว อีกาดำคงจะลงมือแล้วแน่หากไม่มีอะไรผิดพลาด อีกาดำน่าจะต้องการสังหารฮั่วเหวินจิ้งเพื่อกำจัดภัยร้ายอย่างสิ้นซาก!หยุนเจิงครุ่นคิดไปพลาง รับจดหมายจากเสิ่นควานและเปิดออกดูเมื่อเห็นเนื้อหาในจดหมาย หยุนเจิงก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวข่าวที่เงาสามส่งมา ตรงกับที่เขาคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดหัวหน้าอีกาดำและอีกาขาวนำทัพมาด้วยตนเอง ต้องการฆ่าฮั่วเหวินจิ้งให้ได้!แม้แต่เงาสองก็ถูกเลือกให้เข้าร่วมภารกิจลอบสังหารครั้งนี้ตอนนี้ พวกเขาได้รับเพียงคำสั่งให้เตรียมพร้อม แต่ยังไม่รู้เวลาและสถานที่ลงมือที่แน่ชัดหัวหน้าอีกาดำและอีกาขาวตั้งใจปกปิดข้อมูล ไม่ให้ผู้ใดซักถาม ใครที่ร่วมภารกิจก็แค่ทำตามคำสั่งในขณะลงมือเท่านั้นพวกเขากลัวว่าจะถูกสงสัย จึงไม่กล้าไต่ถามอะไรมากข่าวที่เงาสามส่งกลับมา สำหรับหยุนเจิงแล้ว ไม่ใช่ข่าวดีเลยเขายอมจ่ายเงินกว่าล้านตำลึงเพื่อให้ครอบครัวฮั่วเหวินจิ้งปลอดภัยและมาถึงมือเขาแต่ตอนนี
หญิงสาวนิ่งเงียบ ทำอย่างไรดี? นางเองก็อยากหาคนมาปรึกษา ว่าควรทำเช่นไรในสถานการณ์นี้ แต่เวลานี้… เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบแก่นางได้ ไม่นึกเลยว่า… แผนการที่นางวางมาอย่างรอบคอบมายาวนาน กลับจะพังทลายลงในมือของหยุนลี่! เฮ้อ! นางทอดถอนใจยาวในใจ แต่ในดวงตากลับปรากฏประกายเย็นยะเยือก "ไม่ว่าอย่างไร… ฮั่วเหวินจิ้งต้องไม่มีชีวิตรอดไปถึงมือหยุนเจิง! หากไร้ซึ่งความกังวลเรื่องครอบครัว ฮั่วเหวินจิ้งจะต้องเปิดโปงเราทั้งหมดแน่!" นางรู้ดีว่าฮั่วเหวินจิ้งกำลังกังวลสิ่งใด สิ่งที่ฮั่วเหวินจิ้งกังวลที่สุดในตอนนี้ คือความปลอดภัยของครอบครัว เขาจึงไม่กล้าเปิดโปงนางออกไป แต่หากครอบครัวของฮั่วเหวินจิ้งถูกส่งไปถึงมือหยุนเจิงอย่างปลอดภัย เช่นนั้น เขาย่อมไม่มีเหตุผลใดให้ปิดปากอีกต่อไป! ระหว่างหยุนลี่กับหยุนเจิง นางเกรงกลัวหยุนเจิงมากกว่า เพราะหยุนเจิงคือผู้กุมอำนาจกองทัพ… หากหยุนเจิงรู้ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้คือตัวนางเอง เช่นนั้น… นางคงหนีไม่พ้นความตาย! ไม่ใช่แค่หยุนเจิง… แม้แต่หยุนลี่ หรือแม้กระทั่งองค์จักรพรรดิ… ก็คงไม่ปล่อยนางไปเช่นกัน! เมื่อได้ยินเช่