แชร์

บทที่ 21

ผู้เขียน: เหลียงซานเหลากุ่ย
สองวันให้หลัง งานเลี้ยงฉลองจวนใหม่องค์ชายหกที่เชิญพวกขุนนางมาก็เริ่มขึ้นแล้ว

ทว่า นอกจวนองค์ชายหกนั้นคึกคักยิ่ง มีขุนนางจากราชสำนักหรือไม่ก็พวกผู้อาวุโสที่จะส่งคนมามอบของขวัญเป็นพักๆ ไม่ขาดสาย แต่ล้วนมามอบของแล้วจากไปเลย ไม่แม้นแต่จะย่างเข้าประตูจวน

เมื่อเทียบกับความคึกคักนอกจวนแล้ว ภายในจวนกลับเงียบเหงาจนวังเวง

หยุนเจิงนั่งวางแผนของอนาคตของที่เรือนหลัง วันนี้รับของมามากมาย อย่างไรตอนนี้ก็จะมีเงินแล้ว

ถัดมาก็ต้องสั่งสมกำลังคนของตนเองสักหน่อยแล้ว!

แต่ก็ห้ามให้คนอื่นรู้แผนการในใจของเขาเด็ดขาด ดังนั้น เขาไม่สามารถเรียกบรรดาเหล่าจอมยุทธ์มาที่จวนได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาขึ้นแล้ว

“เรียนองค์ชาย คุณหนูเสิ่นมาแล้วเพคะ”

เวลานี้ มีสาวรับใช้มารายงาน

“นำนางเข้ามาเถิด!”

หยุนเจิงแม้นจะโบกมือขึ้นอย่างเฉยเมย แต่ในใจกลับสงสัย

เสิ่นลั่วเยี่ยนมาทำอะไร?

คงไม่ได้มาหัวเราะเยาะตัวเองหรอกนะ?

หรือว่า นางคิดตกแล้ว รู้ว่างานในวันนี้ ใครจะไม่มาก็ได้ แต่นางต้องมา?

รอเสิ่นลั่วเยี่ยนเข้ามาแล้ว หยุนเจิงก็ให้สาวรับใช้ออกไป

“เจ้าไม่ได้จัดงานเลี้ยงเข้าจวนหรอกหรือ เหตุใดจึงไม่จัดสุราอาหารเลยล่ะ?”

เสิ่นลั
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 22

    หยุนเจิงหัวเราะเยาะ “อย่าพูดขู่อีกเลย! ความกล้าระดับนี้ของเจ้า เหตุใดตอนนั้นต้องรับราชโองการทั้งน้ำตาด้วยเล่า?”“ข้า…”เสิ่นลั่วเยี่ยนพูดไม่ออก เจ็บใจจนสั่นสะท้านไปทั้งตัวนางอยากจัดหยุนเจิงสักยก แต่ก็ไม่อาจทำอะไรหยุนเจิงได้ ทำได้เพียงนั่งจมอยู่กับความโกรธตรงนั้นหยุนเจิงยิ้มองเสิ่นลั่วเยี่ยน แล้วถามขึ้นอีกว่า “เจ้ามาที่นี่เอง หรือเพราะคนอื่นบอกเจ้าให้มาล่ะ?”เสิ่นลั่วเยี่ยนแค่นเสียงเหอะ “หากไม่ใช่เพราะแม่ข้าไม่สบาย ข้าคงไม่มาเองหรอก!”นางไม่อยากมาจริงๆ แต่ไม่มาไม่ได้ก็เหมือนกับที่พี่สะใภ้รองเยี่ยจื่อบอกนาง ที่นี่อีกไม่นานก็จะเป็นบ้านของนางแล้ว!ต่อให้มาเพียงแค่เป็นพิธี นางก็ต้องมาสักครู่!หยุนเจิงมองสภาพที่ไม่ยินยอมพร้อมใจของนาง ก็ส่ายศีรษะแล้วหัวเราะ “หากเจ้าไม่อยากเห็นหน้าข้า เจ้าก็ไปที่อื่นเถิด หรือว่าเจ้าจะกลับบ้านก็ได้นะ”เสิ่นลั่วเยี่ยนพอได้ยินก็รีบลุกขึ้นทันทีกระนั้น นางก็ไม่ได้ขยับเท้าเดินไปไหนเวลาชั่วครั่วจากนั้น เสิ่นลั่วเยี่ยนก็นั่งลงอีก มองหยุนเจิงจากหัวจรดเท้า“นี่เจ้ากำลังทำอะไร?”หยุนเจิงถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจเสิ่นลั่วเยี่ยนจ้องตาของหยุนเจิง “พี่สะใภ้ร

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 23

    งานเลี้ยงขึ้นจวนใหม่ของหยุนเจิงที่ไม่มีใครมาร่วม ทำให้เขาได้กำไรเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวจักรพรรดิเหวินแม้นจว่าจะไม่ได้มาร่วมงานด้วยพระองค์เองเนื่องจากมีพระราชกิจติดตัว แต่ก็สั่งให้คนนำของมามอบให้เขาแล้วจักรพรรดิเหวินได้มอบของขวัญแล้ว บรรดาองค์ชายองค์หญิงก็ต้องมอบของด้วยเช่นกันยังมีผู้คนมากมายที่เขาไม่ได้ส่งเทียบเชิญให้ คนพวกนั้นล้วนส่งคนมามอบของขวัญแก่เขาแค่คิดคร่าวๆ ของพวกนี้ที่ได้รับมีมูลค่าราวหนึ่งแสนตำลึงเงินแล้วสิ่งที่น่าปวดหัวตอนนี้คือ จะทำยังไงให้เขามีกองทัพทหารในมือขึ้นจริงๆเพิ่งรับของมาวันนี้ วันรุ่งก็นำไปขายเลย หากบอกกล่าวออกไป ดูท่าคงไม่ดีนัก!หยุนเจิงคิดจนถึงดึกดื่น ก็ไม่สามารถหากเหตุผลที่ดีมากพอที่จะแปลงของพวกนี้เป็นเงินสด สุดท้ายจึงคร้านจะคิดต่ออย่างไรเสียในวันแต่งงานก็ต้องได้รับของกำนัลอีกมากโขถึงเวลานั้นค่อยคิดหาทางแปลงเป็นเงินสดก็แล้วกัน!กลางดึก ในพระราชวัง“สถานการณ์ทางเจ้าหกเป็นเช่นไรบ้าง”จักรพรรดิเหวินสั่งให้คนรอบกายออกไป เรียกองครักษ์เงามาพูดคุยด้วยเป็นการส่วนตัวองครักษ์เงาตอบว่า “ขุนนางบู๊บุ๋นทั้งทั้งราชสำนัก ต่างก็ส่งของกำนัลไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพี

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 24

    จะมาอย่างสันติหรือจะท้ารบ ก็ยังไม่ทราบได้กำลังทหารของเขาไม่เท่าเป่ยหวน คดีขององค์รัชทายาทก็ยังไม่นิ่งเสียทีเดียวแคว้นรอบๆ ก็คอยจ้องจะเขมือบตลอดเวลาต่อให้เอาชนะเป่ยหวนได้ หากต้าเฉียนได้รับบาดเจ็บสาหัด เขาจะหยุดยั้งพวกแคว้นที่หิวโซรอบๆ ได้อย่างไรเล่าพอถึงตอนนั้น แคว้นพวกนั้นก็จะโจมตีต้าเฉียน ต้าเฉียนก็สิ้นแล้วแต่จะให้ส่งเสบียงกรังแก่เป่ยหวน เขาก็ทนไม่ได้จริงๆ!ปวดเศียร ปวดเศียรเวียนเกล้าจริงๆ!จักรพรรดิเหวินครุ่นคิดทั้งคืนจนถึงรุ้งเช้า ถึงตัดสินพระทัยได้ให้ไปเถอะ!ต้าเฉียนไม่ได้เตรียมมือพร้อมทำการสู้รบ หากเปิดศึกตอนนี้ โอกาสจะชนะแทบจะเป็นสูญ…ช่วงบ่าย สองวันให้หลังหยุนเจิงเพิ่งซื้อหญิงสาวที่ถูกพ่อผีพนันของนางขายไปที่หอโคมเขียวมา ในวังก็มีคนมาหาแล้ว“คืนนี้ฮ่องเต้จะทรงจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตเป่ยหวนที่วังว่านโซ่ว เชิญองค์ชายหกพร้อมด้วยพระชายาองค์ชายหกเข้าร่วมงานตรงตามเวลาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“ได้เลย รบกวนกงกงมากแล้ว!”หยุนเจิงพูดตอบ แล้วให้คนมาตบรางวัลให้กงกงที่มาส่งข่าวกงกงที่เพิ่งได้รับเงินราลวัลก็กล่าวขอบพระทัย แล้วจากไปอย่างชื่นบาน“จากนี้ไป เจ้าก็ชื่อซินเซิงแล้วก

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 25

    วังว่านโซ่วยังเร็วอยู่กว่าจะถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงค่ำทว่า ภายนอกพระราชวังมีคนคอยท่าอยู่เป็นจำนวนมากแล้วนี่เป็นถึงงานเลี้ยงที่จักรพรรดิเหวินจัดขึ้นเพื่อต้อนรับคณะทูตเป่ยหวนเชียวนะ เป็นยามแสดงให้เห็นถึงความเกรียงไกรของราชวงศ์ต้าเฉียน ไม่มีใครกล้ามาสายเป็นดังที่เสิ่นลั่วเยี่ยนคาดไว้ นอกจากเชื้อพระวงศ์แล้ว คนที่มาล้วนเป็นขุนนางคนสำคัญในราชสำนักขุนนางที่ต่ำกว่าขั้นสาม แทบจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงาน“น้องหก วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ามาได้ล่ะ?”“ข้าคิดว่าน้องหกจะแสร้งป่วยเสียอีก!”“นี่ก็คือพี่หกงั้นหรือ? เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าไม่เคยพบมาก่อนเลยล่ะ?”“เจ้าเพิ่งอายุเท่าไหร่เอง? อย่าว่าเจ้าไม่เคยเจอเลย ข้าเองก็เคยเห็นพี่หกเจ้ามากนัก เขาพบตัวได้ยากกว่านางนารีในป่าลึกเสียอีก …”องค์ชายและองค์หญิงที่ตามหลังหยุนเจิงกับเสิ่นลั่วเยี่ยนมาต่างพูดหยอกเขาขึ้นมา แม้แต่เจ้าแปดที่เพิ่งอายุได้ 13 ชันษาก็หัวเราะเยาะเขากับเขาด้วยเสิ่นลั่วเยี่ยนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการหัวเราะเยาะของผู้คน ในใจนางแค้นยิ่งนัก แต่หยุนเจิงกลับสงบนิ่งผิดปกติ ใบหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดเลย“น้องหก เจ้าพูดอะไรสักอย่างสิ!”องค์ชายห้า

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 26

    หยุนเจิงเงยหน้าขึ้นมองไปยังบรรดาองค์ชายองค์หญิงด้วยสีหน้า ‘อมทุกข์’ สายตาที่ตอบรับหยุนเจิงนั้นราวกับมองเห็นเทพเจ้าแห่งโรคระบาด พวกเขารีบจากไปตามทางของตน กลัวว่าจะโดนเทพเจ้าโรคระบาดนี่มาขอยืมเงินในระหว่างนี้ คนที่มาล้อมรอบพวกเขาไว้หลีกหายไปจนหมดไม่มีคนกลุ่มนี้ หยุนเจิงรู้สึกว่าอากาศรอบตัวบริสุทธิ์ขึ้นไม่น้อย“เจ้าอายคนเขาบ้างไหมนั่น!”เสิ่นลั่วเยี่ยนโกรธจนตัวสั่น พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงย่ำแย่ว่า “รู้ทั้งรู้ว่าพวกเขาจะไม่ยืมเงินให้เจ้าแน่นอน เจ้ายังจะกล้าเปิดปากพูด? ข้าล่ะรู้สึกอายคนแทนเจ้าจริงๆ!”“ก็ข้าไร้ซึ่งหนทางแล้วนี่?” หยุนเจิงสูดจมูก สายตาตกไปบนตัวเสิ่นลั่วเยี่ยน “ไม่เช่นนั้น เจ้าให้ข้ายืมหน่อยไหม…”“อย่าแม้แต่จะคิด!”เสิ่นลั่วเยี่ยนสกัดความคิดของหยุนเจิง หันหน้าไปทางอื่นหากเป็นไปได้ นางอยากจะหารูมุดหนีไปจริงๆขณะนั้นเอง หยุนลี่มาถึงก็มีกลุ่มคนหนึ่งกรูกันเข้ามาพรรคพวกขององค์ชายสามมีอำนาจมากที่สุดในราชวงศ์นี้พอหยุนลี่มาถึงก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางทันทีหยุนลี่มองปราดเดียวก็เห็นหยุนเจิงกับเสิ่นลั่วเยี่ยนที่ยืนกันอยู่สองคนด้านข้างจังหวะที่หยุนลี่เห็นหยุนเจิง มีความเฉี

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 27

    ยืมเงิน?พอหยุนลี่ได้ยินคำพูดนี้ของหยุนเจิง หน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำไอ้เวรนี่!ไหลไปตามน้ำเก่งจริงๆ!เอาล่ะ!ให้ยืมก็ให้ยืมสิ!ดีเหมือนกันจะได้ทำเล่นบทเปลี่ยนความเกลียดชังเป็นมิตรภาพต่อหน้าผู้คนสักหน่อยหากในอนาคตเกิดเรื่องอะไรกับไอ้เวรนี่ ก็อย่าสาวมาถึงตัวเขาก็แล้วกัน!“น้องหก เจ้าจะยืมเงินสักเท่าไหร่ล่ะ?”หยุนลี่สอบถาม!“สามหมื่นตำลึง!”หยุนเจิงเปิดปากก็โลภเอาทรัพย์คำเลย พูดความต้องการของตัวเองขึ้นมาอย่างน่าสงสารความหมายนั่นก็คือ สามวันยังไม่พอเสียด้วยซ้ำ จะให้ดีก็เพิ่มเงินให้เขายืมอีกหน่อยสาม...สามหมื่นตำลึง?ใบหน้าหยุนลี่กระตุกแรงๆ หนึ่งที แทบจะกระทืบเขาไปทีหนึ่งองค์ชายอย่างพวกเขา เดือนหนึ่งได้รับเงินก็แค่หนึ่งพันตำลึงเจ้าสุนัขตัวนี้ เปิดปากก็จะเอาสามหมื่นตำลึง!คิดว่าเขาเป็นท้องพระคลังหรือไง?หยุนลี่โกรธจนจะตายแล้ว แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรได้มาก ทำได้เพียงนำตัวเงินหยัดเข้ามือหยุนเจิง “ตั๋วเงินที่พี่สามนำติดตัวมานี้เอาให้เจ้าทั้งหมด หากไม่พอ เจ้าก็ไปขอยืมกับพี่สองเจ้าเถอะ!”พูดจบ หยุนลี่ก็รีบวิ่งหนี ในใจคิดอย่างเกลียดแค้นว่า: แล้วข้าจะจัดการเจ้าอย่างสาสม!

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 28

    หยุนเจิงรู้สึกว่าไอ้ตัวเลวนี่ไม่ได้มาว่าการทูต แต่มาเพื่อประกาศสงครามต่างหาก!เมื่อเห็นท่าทีสูงศักดิ์ของพวกคณะทูตเป่ยหวน พวกที่ยืนอยู่ฝั่งสนับสนุนให้ทำสงครามก็รู้สึกคันเหงือกขึ้นมาทันทีพระเนตรของจักรพรรดิเหวินก็ฉายแสงเย็นเฉียบ พยายามระงับความโกรธ สายตาจ้องไปที่ปานปู้เป็นชั่วเวลาหนึ่งห้าปีก่อนที่เขาเสด็จออกรับที่ซั่วเป่ย หลงกลอุบายของปานปู้ผู้นี้แหละ ถึงได้ถูกกองทัพของพวกเป่ยหวนล้อมรอบเอาไว้ได้แม้ว่าเสิ่นหนานเจิงจะเอาความชีวิตเข้าแลกเพื่อแก้กล แต่กำลังของต้าเฉียนนั้นร่อยหรอแล้ว สุดท้ายถูกบีบให้ขีดแบ่งสามเขตเมืองที่อยู่เหนือแม่น้ำไป๋สุ่ยเพื่อแลกกับความสงบสุขวันนี้ได้พบกับปานปู้อีกครั้ง ก็เท่ากับว่าเป็นการพบหน้ากันของศัตรูเก่าอีกครั้ง แน่นอนว่าตาต้องแดงขึ้นมา“ฮ่องเต้แห่งต้าเฉียน ไม่พานพบกันห้าปี สีหน้าของท่านดีขึ้นกว่าเดิมมากเลยนี่!”ปานปู้ยืนขึ้นมั่น มองไปที่จักรพรรดิเหวินหน้าเปื้อนรอยยิ้มเพียงแต่ รอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยการเสียดสี“บังอาจ!”อวี้กั๋วกงเซียวว่านโฉวตบโต๊ะเตี้ยแล้วลุกขึ้น กล่าวขึ้นอย่างโกรธเคืองว่า “คณะทูตเป่ยหวนเข้าเฝ้าพระพักตร์ เหตุใดจึงไม่คาราวะต่อฮ่องเต

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 29

    นี่มันรูบิคยุคโบราณหรือนี่?แต่ก็เป็นเพียงรูบิคสามคูณสามขั้นพื้นฐานเท่านั้นอีกทั้งยังเป็นรูบิคที่ทำจากหยกเสียด้วยผู้คนมองสิ่งของที่อยู่ในมือของปานปู้ ผู้คนสงสัยกันอย่างยิ่งชาวต้าเฉียน นอกจากหยุนเจิงแล้ว ก็ไม่มีใครเคยเห็นสิ่งของเช่นนี้มาก่อนปานปู้มองไปที่ผู้คนด้วยแววตาหยิ่งยโส “ข้าได้ยินมานานแล้วว่าต้าเฉียนนั้นวรรณกรรมสูงส่ง มีปราชญ์ที่มากความสามารถมากมาย”“วันนี้ ข้าผู้เป็นราชครูจึงได้นำของสิ่งนี้มาทดสอบทุกท่าน ดูสิว่าจะมีใครในต้าเฉียนที่สามารถแก้ของสิ่งนี้ได้หรือไม่!”“หากต้าเฉียนไม่มีนายทหารที่แกร่งกล้า และไม่มีทั้งปราชญ์ผู้ปราดเปรื่องรอบรู้ แล้วเหตุใดราชครูเช่นข้าต้องทำการคาราวะด้วย?”ผู้คนพอได้ฟังคำของปานปู้ก็ฉงนใจยิ่ง“ข้าขอลอง!”เซียวว่านโฉวเป็นคนแรกที่พุ่งตัวออกไป เขาตะคอกด้วยความรังเกียจ "ของพรรค์นี้ ข้าสามารถบดขยี้มันได้ด้วยมือเดียว!"“…”ใบหน้าหยุนเจิงกระตุก มองไปที่ชายชราอย่างหมดคำจะพูดผู้อื่นให้เจ้ามาแก้ลูกรูบิค!ไม่ใช่ให้เจ้ามาทุบจนแตก!“ท่านแม่ทัพใหญ่เจียง เกรงว่าเจ้าจะไม่เข้าใจคำของข้า”ปานปู้หัวเราะกล่าว “ข้าให้เจ้าแก้ของสิ่งนี้ ไม่ใช่ให้เจ้าทุบตีมั

บทล่าสุด

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 1630

    หญิงสาวนิ่งเงียบ ทำอย่างไรดี? นางเองก็อยากหาคนมาปรึกษา ว่าควรทำเช่นไรในสถานการณ์นี้ แต่เวลานี้… เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบแก่นางได้ ไม่นึกเลยว่า… แผนการที่นางวางมาอย่างรอบคอบมายาวนาน กลับจะพังทลายลงในมือของหยุนลี่! เฮ้อ! นางทอดถอนใจยาวในใจ แต่ในดวงตากลับปรากฏประกายเย็นยะเยือก "ไม่ว่าอย่างไร… ฮั่วเหวินจิ้งต้องไม่มีชีวิตรอดไปถึงมือหยุนเจิง! หากไร้ซึ่งความกังวลเรื่องครอบครัว ฮั่วเหวินจิ้งจะต้องเปิดโปงเราทั้งหมดแน่!" นางรู้ดีว่าฮั่วเหวินจิ้งกำลังกังวลสิ่งใด สิ่งที่ฮั่วเหวินจิ้งกังวลที่สุดในตอนนี้ คือความปลอดภัยของครอบครัว เขาจึงไม่กล้าเปิดโปงนางออกไป แต่หากครอบครัวของฮั่วเหวินจิ้งถูกส่งไปถึงมือหยุนเจิงอย่างปลอดภัย เช่นนั้น เขาย่อมไม่มีเหตุผลใดให้ปิดปากอีกต่อไป! ระหว่างหยุนลี่กับหยุนเจิง นางเกรงกลัวหยุนเจิงมากกว่า เพราะหยุนเจิงคือผู้กุมอำนาจกองทัพ… หากหยุนเจิงรู้ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้คือตัวนางเอง เช่นนั้น… นางคงหนีไม่พ้นความตาย! ไม่ใช่แค่หยุนเจิง… แม้แต่หยุนลี่ หรือแม้กระทั่งองค์จักรพรรดิ… ก็คงไม่ปล่อยนางไปเช่นกัน! เมื่อได้ยินเช่

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 1629

    สองวันต่อมา หยุนลี่ได้รับจดหมายตอบกลับจากหยุนเจิง เมื่อมองเนื้อหาในจดหมาย หยุนลี่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขาถึงกับขยี้ตาหลายรอบ กลัวว่าตัวเองจะมองผิดไป ตกลงแล้ว! เจ้าหกสุนัขชั่วนั่นตอบตกลงจริงๆ! หยุนเจิงยอมจ่ายเงิน หนึ่งล้านสองแสนตำลึง พร้อมกับส่งตัวหยางหุยโจว เพื่อแลกกับอิสรภาพของฮั่วเหวินจิ้งและครอบครัวทั้งสิบสามชีวิต ท้ายจดหมาย หยุนเจิงยังกล่าวข่มขู่ หากครอบครัวฮั่วเหวินจิ้งมีอันเป็นไป อย่าได้โทษว่าเขาไม่ไว้หน้า! "ฮ่าๆๆ!" เมื่อแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้อ่านผิดไป หยุนลี่ถึงกับหัวเราะลั่น หนึ่งล้านสองแสนตำลึง แม้จะยังไม่เทียบเท่ากับจำนวนเงินที่เขาเคยถูกหยุนเจิงโกงไป แต่หนึ่งล้านสองแสนตำลึงก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย สำหรับเขาแล้ว นี่มีความหมายไม่น้อยนี่เป็นครั้งแรกที่เขาสามารถหลอกเอาเงินจากหยุนเจิงได้! และครั้งแรกนี้ก็เล่นไปถึง หนึ่งล้านสองแสนตำลึง! จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไร!? ปากของฮั่วเหวินจิ้งแข็งเกินไป หากฆ่าฮั่วเหวินจิ้งทิ้งเพียงเพราะความโกรธ ก็มีแต่เสียเปล่า แต่ถ้าใช้เขามารีดเงินจากเจ้าหกได้… ไม่ใช่ว่าเป็นประโยชน์กว่าหรือ!? คิดไม่ถึงว่า มันสำเร

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 1628

    เมื่อหยุนเจิงกล่าวจบ ก็เล่าถึงข้อสันนิษฐานของตนให้เสิ่นควานฟัง นอกจากเหตุผลนี้แล้ว เขาก็นึกไม่ออกถึงสาเหตุอื่นเลย หยุนลี่คงไม่ถึงกับยากจนขนาดจับใครมาเรียกค่าไถ่จากเขาโดยไม่มีเหตุผลหรอกใช่ไหม? หากมีสิ่งผิดปกติ ย่อมต้องมีเงื่อนงำซ่อนอยู่! เมื่อได้ฟังคำพูดของหยุนเจิง เสิ่นควานก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิด ว่ากันตามตรง ข้อสันนิษฐานของฝ่าบาทก็มีความเป็นไปได้อยู่มาก ฝ่าบาทจับตัวคนของหยุนลี่ แล้วเรียกค่าไถ่ หยุนลี่ก็ทำตามแบบเดียวกัน จับตัวคนที่เขาคิดว่าเป็นสายของฝ่าบาท แล้วเรียกค่าไถ่บ้าง? หรือว่านี่จะเป็นการใช้วิธีของศัตรูมาตอบโต้ศัตรูแบบที่ฝ่าบาทเคยพูดสินะ? “กราบทูลฝ่าบาท แม่ทัพอวี่ชื่อจงส่งสาสน์เร่งด่วนมา!” ในขณะนั้นเอง กองทหารองครักษ์นายหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน พร้อมถือจดหมายฉบับหนึ่งไว้ในมือ สาสน์ด่วนจากอวี่ชื่อจง? หรือว่าเจ้าสามคิดลงมือแล้ว!? เจ้าสามคงไม่บ้าถึงขั้นเปิดศึกในเวลานี้หรอกกระมัง? “นำมานี่!” หยุนเจิงรีบให้เสิ่นควานรับจดหมายมา เมื่อได้รับจดหมายจากเสิ่นควาน หยุนเจิงก็เปิดอ่านอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นเนื้อหาในจดหมาย สีหน้าของเขากลั

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 1627

    อุทยานบุปผาหลวง หลังจากการประชุมเช้าเสร็จสิ้น จักรพรรดิเหวินรับสั่งให้คนไปแจ้งหยุนลี่ ให้มาเดินเล่นเป็นเพื่อน บิดาและบุตรก้าวเดินไปข้างหน้า ขณะที่มู่ชุ่นและขุนนางติดตามคนอื่นๆ จงใจเว้นระยะห่างออกไป "ฮั่วเหวินจิ้งยังไม่ยอมเปิดปากรึ?" จักรพรรดิเหวินทรงไขว้พระหัตถ์ไว้เบื้องหลัง ตรัสถามด้วยพระพักตร์เคร่งขรึม "ยังพ่ะย่ะค่ะ" หยุนลี่ส่ายศีรษะเบาๆ "ฮั่วเหวินจิ้งไม่กลัวทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง ยืนกรานไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อพรรคพวก" จักรพรรดิเหวินตรัส "ในเมื่อฮั่วเหวินจิ้งไม่ยอมพูด เช่นนั้นก็เปลี่ยนวิธีเถิด!" เปลี่ยนวิธี? หยุนลี่มองจักรพรรดิเหวินด้วยความฉงน "เสด็จพ่อทรงมีแผนใด?" "แผนการวิเศษอะไรนั้นไม่มี มีแค่แผนโง่ๆ แผนหนึ่ง" จักรพรรดิเหวินแย้มสรวล "เจ้าหกไม่เคยเล่นงานเจ้ารึ? เช่นนั้นเจ้าก็เอาฮั่วเหวินจิ้งมาเล่นงานเขาบ้างสิ! ให้เขานำเงินมาไถ่ตัวฮั่วเหวินจิ้งและครอบครัวของเขา!" อืม? หยุนลี่ได้ฟังคำพูดของจักรพรรดิเหวินเช่นนั้น พลันเกิดประกายความคิด สามารถทำเช่นนี้ได้ด้วยรึ? "แผนนี้ของเสด็จพ่อแยบยลยิ่ง!" หยุนลี่รีบกล่าวคำเยินยอจักรพรรดิเวหิน ก่อนจะมีท่าทีล

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 1626

    "ข้าให้ความไว้วางใจเจ้าไม่น้อย แต่เจ้าเอาความภักดีไปให้สุนัขกินแล้วหรือ?" "ข้าทำผิดอะไรกับเจ้าหรือ?" ยิ่งพูดยิ่งโกรธ หยุนลี่กระทืบฮั่วเหวินจิ้งซ้ำอีกหลายครั้ง หากไม่ใช่เพราะต้องการเก็บชีวิตของมันไว้เพื่อรีดข้อมูล เขาคงสั่งให้จับมันไปประหารเจ็ดชั่วโคตรไปแล้ว! "แค่กๆ..." ฮั่วเหวินจิ้งถูกเตะซ้ำๆ จนกระอักเลือดออกมาเป็นสาย หยุนลี่พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้เผลอฆ่ามันซะก่อน ตะคอกเสียงดัง "บอกมา! ยังมีพวกของเจ้ากี่คน!?" ฮั่วเหวินจิ้งนอนตัวสั่นอยู่บนพื้น แววตาเจ็บปวด "กระหม่อม...ไม่รู้จริงๆ... แค่กๆ..." กล่าวจบฮั่วเหวินจิ้งก็สำลักเลือดออกมาอีก "ไม่รู้? คิดว่าข้าเป็นคนโง่หรือไง!?" หยุนลี่มองฮั่วเหวินจิ้งด้วยสายตาเย็นชา "ข้ากำลังให้โอกาสเจ้า หากเจ้ายังไม่เห็นค่าของมัน ข้าไม่เพียงจะทำให้เจ้าอยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้ แต่จะส่งคนไปสังหารทั้งตระกูลเจ้าให้สิ้นซาก!" น้ำเสียงของหยุนลี่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เขาต้องรีดเอาข้อมูลออกมาให้ได้! ต้องรู้ให้แน่ชัดว่าข้างกายเขายังมีคนของเจ้าหกแฝงตัวอยู่อีกหรือไม่! "กระหม่อมไม่รู้จริงๆ!" ฮั่วเหวินจิ้งส่งเสียงคร่ำครวญ "ต่อให้ฝ่าบาทสั

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 1625

    ยามดึกสงัด ณ จวนองค์รัชทายาท แม้เวลาจะล่วงเข้าสู่เที่ยงคืนแล้ว แต่หยุนลี่ยังคงไม่ยอมนอน ฎีกาจากกรมกองต่างๆ ถูกส่งมารวมไว้ที่เขาทั้งหมด ปกติแล้วฎีกาเหล่านี้ก็มีไม่น้อยอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ปริมาณฎีกาเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัว ที่สำคัญ เนื้อหาในฎีกาส่วนใหญ่มีเพียงเรื่องเดียว ขอเงิน! แม้เขาจะหาทางแก้ปัญหาเรื่องเงินไปบางส่วนแล้ว แต่เงินในท้องพระคลังยังคงร่อยหรอ ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าหกสุนัขชั่วนั่นคิดหาวิธีหลอกเอาเงินอยู่ตลอด! ขณะหยุนลีกำลังอ่านฎีกาชุดสุดท้าย ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก "ขอทูลองค์รัชทายาทฝ่าบาท ฮั่วเหวินจิ้งถูกจับกุมแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหยุนลี่ก็เปลี่ยนไปทันที ฮั่วเหวินจิ้ง! สารเลว! ที่แท้มันก็คือเขาจริงๆ ! "เข้ามา!" ประกายสังหารพุ่งวาบขึ้นในดวงตาของหยุนลี่ เขาแทบอยากฉีกทึ้งฮั่วเหวินจิ้งเป็นชิ้นๆ ยังดีที่เขาระแวดระวังไว้ก่อน ไม่เช่นนั้น ไม่รู้ว่าชายชั่วผู้นี้จะซ่อนตัวอยู่ข้างกายเขาอีกนานเท่าใด! สมควรตาย! ไม่นานนัก องครักษ์ผู้รายงานข่าวก็เดินเข้ามา "จับตัวได้เมื่อใด?

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 1624

    ณ ชั่วขณะนั้น หยุนลี่พลันเข้าใจถึงความยากลำบากของจักรพรรดิเหวิน เหล่าขุนนางในราชสำนักนั้น ทั้งต้องใช้งาน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ปล่อยให้พวกเขามีอำนาจมากเกินไป จำเป็นต้องหาจุดสมดุลระหว่างการใช้งานกับการควบคุมพวกเขา ในราชสำนัก ย่อมไม่อาจปล่อยให้ขุนนางผู้ใดมีอำนาจล้นฟ้า แม้แต่ผู้ที่เขาไว้วางใจที่สุด! … ยามโพล้เพล้ ณ จวนฮั่ว "ฮั่วผิง นี่ก็ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว เจ้าจะออกไปไหน?" พ่อบ้านที่ประจำอยู่หน้าจวนฮั่วทักขึ้นเมื่อเห็นฮั่วผิงกำลังจูงม้าเทียมเกวียนออกจากจวน ฮั่วผิงตอบกลับ "ฟืนถ่านในจวนใกล้หมดแล้ว นายท่านสั่งให้ข้ารีบออกไปซื้อก่อนที่ฟ้าจะมืด" "เช่นนั้นเจ้าต้องรีบกลับมาให้ทันมื้อเย็นนะ ถ้าพลาดเวลาอาหารก็ต้องอดข้าวแล้ว" พ่อบ้านที่เฝ้าประตูเตือนขึ้น ฮั่วผิงยิ้มขื่นๆ พยักหน้ารับ ก่อนจะขับเกวียนออกไป ไม่นาน ฮั่วผิงก็มาถึงตลาดขายถ่านทางตอนใต้ของเมือง ขณะที่เขามาถึง ร้านค้าถ่านก็เตรียมจะปิดร้านกันแล้ว "พ่อค้า รอก่อน! ข้าจะซื้อถ่าน" ฮั่วผิงตะโกนเรียกพ่อค้าผู้กำลังจะปิดร้าน พ่อค้าหันมามอง ก่อนจะชะงักมือที่กำลังปิดประตูร้าน "พี่ฮั่ว ทำไมเจ้าถึง

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 1623

    แม้กู้ซิวจะคัดค้านอย่างหนัก แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนการตัดสินใจของหยุนลี่ได้ ท้ายที่สุด เรื่องนี้ก็ถูกกำหนดลงไป หยุนลี่ยังสั่งกำชับทั้งห้าว่าห้ามเผยแพร่เรื่องนี้ออกไป เมื่อทุกคนค่อยๆ ถอนตัวออกไป สวีสือฝู่กลับอ้างว่ามีเรื่องสำคัญต้องหารือกับหยุนลี่ และขออยู่ต่อ "ฝ่าบาท ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่?" สวีสือฝู่ขมวดคิ้ว ถามหยุนลี่ด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "ตกปลา!" หยุนลี่เผยรอยยิ้มลึกลับ ดวงตามีแววเจ้าเล่ห์และภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ ความกังวลของกู้ซิวนั้นช่างเกินเหตุไป เขาคือองค์รัชทายาทผู้สำเร็จราชการในฐานะผู้แทนพระองค์ และเป็นจักรพรรดิในอนาคต! ย่อมเข้าใจผลกระทบของเรื่องนี้เป็นอย่างดี ไม่มีทางโง่เขลาถึงขั้นปล่อยเงินปลอมเข้าสู่ตลาดโดยตรง "ตกปลา?" แววตาของสวีสือฝู่ฉายแววเย็นเยียบ "ฝ่าบาททรงสงสัยว่ามีคนในพวกเราห้าคนนี้ไม่น่าไว้วางใจหรือ?" "ไม่ ไม่ใช่!" หยุนลี่รีบโบกมือ "ข้าย่อมเชื่อใจท่านลุงและพ่อตาแน่นอน! ข้าเพียงแต่สงสัยฮั่วเหวินจิ้งเท่านั้น…" กล่าวพลาง หยุนลี่ก็เล่าถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ฮั่วเหวินจิ้งพยายามบ่ายเบี่ยงไม่เดินทางไปฟู่โจว เขาถึงขั้นสงสัยว่า ครั้งก่อนท

  • องค์ชายหกผู้ไร้เทียมทาน   บทที่ 1622

    หากกองทัพเกิดความวุ่นวายขนานใหญ่ ต้าเฉียนก็จะเข้าสู่กลียุคในไม่ช้า"พวกเจ้าดูเถิด!" หยุนลี่ใบหน้ามืดครึ้ม หยิบจดหมายสองฉบับบนโต๊ะส่งให้ทั้งห้าคนดู ทั้งห้าคนไม่กล้าชักช้า รีบรุดเข้ามาอ่านเนื้อหาในจดหมาย "สามล้านตำลึงเงิน เสบียงอาหารสองแสนชั่ง ช่างต่อเรือหนึ่งพันคน เขาช่างกล้าขอจริงๆ…" "ก็ต้องให้สิ! ไม่ให้แล้วจะทำอย่างไร? นี่ล้วนเป็นสิ่งที่องค์รัชทายาทฝ่าบาทรับปากไว้ไม่ใช่หรือ?" "ต่อให้รับปากแล้ว ก็ยังสามารถถ่วงเวลาไปก่อนได้มิใช่หรือ?" "จะถ่วงเวลาอย่างไร? หากถ่วงไปอีก ก็จะเลยฤดูกาลเพาะพันธุ์มันเทศแล้ว!" "ค่าไถ่ตัวหยางหุยโจวก็ต้องจ่าย หากปล่อยให้หยุนเจิงประหารหยางหุยโจว เช่นนั้นจะกระทบต่อพระเกียรติยศของฝ่าบาท…" ยังไม่ทันที่หยุนลี่จะเอ่ยถาม ทั้งห้าก็ถกเถียงกันขึ้นมาเอง การถ่วงเวลาออกไป ย่อมเป็นผลดีต่อพวกเขา แต่ปัญหาก็คือ หยุนเจิงได้เตือนมาในจดหมายแล้ว หากยังไม่ส่งเงิน เสบียง และช่างต่อเรือไปยังฟู่โจว ฤดูกาลเพาะพันธุ์มันเทศก็จะผ่านพ้นไป และหากต้องการมันเทศอีก ก็ต้องรอจนถึงปีหน้า ขณะที่ทั้งห้าคนยังวิตกกังวล หยุนลี่กลับเผยรอยยิ้มออกมา "ต้องให้แน่นอน! มันเทศต้

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status