“หลินเฟิงเหรอ เสียชีวิตในขณะที่ต่อสู้กับอีกาแห่งหนานไห่แล้ว”เมื่อได้ยินคำตอบที่เป็นตบตาขนาดนี้ สมาชิกตระกูลถังที่อยู่ตรงนั้นต่างก็มีสีหน้าสับสน และบางคนถึงกับเริ่มมองทะลุผ่านทุกอย่างคิดหาทางออกให้ตัวเองอย่างเงียบๆ“แฮ่มแฮ่ม…”ถังจื้อสิงไอสองครั้งเพื่อดึงความสนใจของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นกลับมา เขายิ้มบางพูดว่า:“เป็นเพราะได้ความดีจากการฆ่าอีกาแห่งหนานไห่ อีกทั้งและพ่อของผมถังเจี้ยนหยวนก็ได้รับความตกใจ ดังนั้น เมื่อสักครู่นี้พ่อของผมได้เจรจากับผมแล้ว ว่าจะมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้กับผมล่วงหน้า”“คุณพ่อ คุณพูดสิครับว่าใช่ไหม?”เมื่อสัมผัสได้ว่าถังจื้อสิงกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาข่มขู่ที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มของเขา ถังเจี้ยนหยวนก็รู้สึกขมขื่นในปากเขาเงยหน้าขึ้นมองคนจากตระกูลย่อยของตระกูลถังคนเหล่านี้กำลังรอคำตอบจากเขาอยู่ในตอนนี้ถังเจี้ยนหยวนก็รู้แล้วว่าแม่น้ำเลือดที่ถังจื้อสิงพูดหมายถึงอะไรหากถังเจี้ยนหยวนกล้าปฏิเสธที่นี่ ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูคงจะเข้ามาและฆ่าทุกคนในห้องจัดเลี้ยงด้วยอาวุธของพวกเขาอย่างแน่นอนไม่เก็บไว้สักคนเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะอาศัยความช่วยเหลือจากตระ
“ผมมีเรื่องที่จะประกาศ 3 เรื่อง”ถังจื้อสิงยกนิ้วสามนิ้วขึ้น กวาดตามองไปที่คนจากสาขาตระกูลถังทั้งหมด แล้วพูดอย่างเย็นชา:“เรื่องแรก ผมขอประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามกดดันการค้ากับตระกูลหลงอีกต่อไป และส่วนต่างราคาสินค้าที่แลกเปลี่ยนจะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์”"อะไรนะ?!"เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังพากันตกตะลึงจนหน้าถอดสีต้องรู้ไว้ว่า ในฐานะตระกูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมังกร ตระกูลถังมักเสนอราคาที่เอื้ออำนวยที่สุดในการทำธุรกรรมกับตระกูลหลงทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากตระกูลหลงรุกรานตระกูลถังซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังนั้นถังเจี้ยนหยวนจึงออกคำสั่งห้ามโดยตรง ปฏิเสธความร่วมมือและธุรกรรมใดๆ กับตระกูลหลงส่งผลให้ตระกูลหลงเสียหายเป็นอย่างมากแน่นอนว่าตระกูลถังก็มีความสูญเสียเช่นกันแต่เมื่อเทียบกับตระกูลหลงแล้ว ความเสียหายแค่นี้ตระกูลถังถือว่ายอมรับได้แต่ตอนนี้ถังจื้อสิงที่เพิ่งรับตำแหน่ง กลับสั่งให้ฟื้นฟูการซื้อขายอีกครั้งและยังต้องการโอนส่วนต่าง 30% อีกด้วยสำหรับตระกูลถัง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่สามารถทำเงินจากการทำธุรกิจกับตระกูลหลงได้เท่านั้น แต่พวกเขายังจะขาดทุนอีกด้วย
เกรงว่าถังจื้อสิงไม่มีทางพูดมากกับคนที่เป็นสมาชิกตระกูลย่อยเมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าคัดค้าน ถังจื้อสิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ยืดนิ้วสองนิ้วออกมาและกล่าวว่า:“ส่วนเรื่องที่สอง ผมต้องการเอาอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนมาทั้งหมด”"อะไรนะ?!"เมื่อเผชิญกับคำขออันน่าเหลือเชื่อครั้งที่สองนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังที่อยู่ที่นั่นต่างก็ตกตะลึงถังเจี้ยนหยวนมองดูลูกชายของเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกันเหมือนกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้นต้องรู้ไว้ว่า ครั้งนี้ที่ถังเจี้ยนหยวนให้ตระกูลย่อยกลับมาที่ต้นตระกูล ก็เป็นแค่ธรรมเนียมของบรรพบุรุษซื้อทรัพย์สินของตระกูลที่แบ่งแยกกันกลับมาทีละน้อยถึงแม้จะไม่สามารถซื้อกลับคืนได้แต่ก็ต้องเซ็นสัญญาการร่วมหุ้นโดยสรุป เราใช้กระบวนการทางธุรกิจเพื่อให้ผู้คนที่แยกจากตระกูลกลับมาเข้าสู่ต้นตระกูลอีกครั้งแต่คำขอที่สองของถังจื้อสิงนั้นช่างน่าเหลือเชื่อเขาต้องการนำอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนแบบนี้หมายความว่าอะไร?สาขาของตระกูลถังได้ทำงานหนักเพื่อพัฒนาพื้นที่ภายนอกมานานหลายทศวรรษ และบางสาขาก็ได้พัฒนาร้านค้าและอุตสาหกรรมมาแล้วหลายชั่วรุ่นตอนนี้เพียงเพราะค
ถ้าไม่การคัดค้านอะไร ก็เซ็นใบหย่าเถอะคฤหาสน์ของตระกูลหลี่ในเจียงโจวสาวงามในชุดกี่เพ้าผลักเอกสารไปตรงหน้าหลินเฟิงหญิงสาวตรงหน้านี้เป็นแม่ยายของเขา จางกุ้ยหลานเมื่อมองใบหย่าที่อยู่ตรงหน้า หลินเฟิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยคุณแม่ นี่หมายความว่าอะไรจางกุ้ยหลานกอดอก พูดอย่างเย็นชาว่า “ตอนนี้ตระกูลหลี่เป็นบริษัทมหาชนแล้ว “ช่องว่างระหว่างคุณกับฮุ่ยหรานก็เริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ และไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆกับการงานของฮุ่ยหรานเลย” “มีแต่จะฉุดรั้งการพัฒนาของฮุ่ยหราน หากเป็นเช่นนี้ก็หย่ากันเร็วๆดีกว่า”หลินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น ถามกลับว่า”นี่คือความคิดของฮุ่ยหรานหรือความคิดคุณแม่ครับ”จางกุ้ยหลานสีหน้าเย็นลง “นี่คือความคิดทุกคนของตระกูลหลี่เรา” “ที่คุณได้แต่งงานกับฮุ่ยหราน แค่เพราะสัญญาการแต่งงานที่คุณปู่ตั้งไว้” “สามปีมานี้ ที่คุณกินอยู่ในบ้านเรา ตระกูลหลี่เรามีความเมตตาต่อคุณมากแล้ว “ถ้าคุณรู้ตัว ก็รีบเซ็นชื่อ”หลินเฟิงหายใจเข้าลึกๆสามปีก่อน เขาใช้ความสัมพันธ์ทั้งหมดของตัวเองที่มีเพื่อช่วยพัฒนาตระกูลหลี่ช่วยพัฒนาเป็นบริษัทมหาชนจากร้านค้าที่เล็กๆแต่ในสายตาของตระกูลหลี่ เขากลับกลายเป
หลินเฟิงออกจากคฤหาสน์ของตระกูลหลี่ มองสถานที่ที่เขาเคยใช้ชีวิตมาสามปีครั้งสุดท้ายตอนมาก็มาอย่างโดดเดี่ยว และจากไปด้วยมือเปล่ารถโรลส์-รอยซ์คันหนึ่งที่ขับมาแต่ไกลจอดตรงหน้าเขาเมื่อประตูรถเปิดออก ชายวัยกลางที่สวมสูทคนหนึ่งลงจากรถ “คุณหลิน....”ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม วิ่งเหยาะๆไปที่หลินเฟิง “คุณมาได้อย่างไร” หลินเฟิงมองอย่างตั้งใจ คนที่มานั้นเป็นประธานบริษัทเทียนหัวอินเตอร์เนชั่นแนลจ้าวเทียนหวากล่าวตามความจริง “ช่วงนี้ผมกำลังวิจัยโครงการพัฒนาของเขตซีเฉิงกับนางหลิน วันนี้ตั้งใจจะมาหานางหลินเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องรายละเอียดหลินเฟิงพยักหน้า “ไม่ต้องปรึกษาแล้ว” “หลี่ฮุ่ยหรานมีตระกูลหวางเป็นที่พึ่งแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ต้องการความสนับสนุนของเราแล้ว” “และก็ไม่ใช่นางหลินอีกต่อไป” “อ๋า”จ้าวเทียนหวาตกใจมาก “นี่...นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”หลินเฟิงพูดแบบไม่ได้ปิดบัง “ผมหย่ากับหลี่ฮุ่ยหรานแล้ว” “ต่อจากนี้ไป ผมจะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับตระกูลหลี่อีก”หลินเฟิงมองไปที่จ้าวเทียนหวา ตบไหล่เขาเบาๆ “จ้าว สามปีมานี้คุณงานหนักแล้วนะ”ธุรกิจของจ้าวเทียนหวาอยู่ที่ต่างประเทศทั้ง
ตอนนี้หลินเฟิงกําลังหลับตาพักผ่อนอยู่บนรถเสียงโทรศัพท์ปลุกให้เขาตื่นคาดไม่ถึงว่าหลี่ฮุ่ยหรานจะโทรมาเขารับสายก็ได้ยินเสียงที่เย็นชาชองเธอ “หลินเฟิง คุณกำลังอยู่กับประธานจ้าวเหรอ” “หลินเฟิงมองไปที่จ้าวเทียนหวาที่อยู่ข้างๆเขา “ใช่”หลี่ฮุ่ยหรานหายใจเข้าลึกๆ ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นรวดเร็วหลี่เหวินเชาไม่ได้โกหก “หลินเฟิง คุณทำให้ฉันผิดหวังมาก คุณมีอะไรไม่พอใจสามารถพูดกับฉันตรงๆได้” “ทำไหมถึงต้องใส่ร้ายตระกูลหลี่ลับหลังแบบนี้หรอ”หลินเฟิงนวดขมับและพูดว่า “ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้ใส่ร้ายตระกูลหลี่ คุณจะเชื่อผมไหม”หลี่ฮุ่ยหราน “งั้นทำไมประธานจ้าวมาถึงที่ตระกูลหลี่แล้วจู่ๆก็ออกไปล่ะ แถมยังต้องการยุติความร่วมมือกับตระกูลหลี่ด้วย” “จ้าวเทียนหวาจะเลือกทำอะไรเป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับผม”หลี่ฮุ่ยหรานโกรธมาก คิดว่าหลินเฟิงกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับเธอกัดฟันแล้วพูดทีละคำว่า “ฉันดูคุณผิดไปจริงๆ”น้ำเสียงของหลินเฟิงเย็นลง “คุณเชื่อแต่ตัวเองอยู่ตลอด ไม่เคยคิดจะเข้าใจความจริง” “ผมไม่รู้ว่าหลี่เหวินเชาได้พูดอะไรกับคุณ และก็ไม่อยากอธิบายเรื่องนี้ด้วย” “ต่อไปอย่าเอาเรื่องแบบนี้มายุ่งผม”
“ปัง ๆ ๆ” เสียงระเบิดที่ต่อเนื่องกันดังขึ้นลมฝ่ามือของฉินอิ๋งเหมือนมีดพลังแข็งแกร่งและเผด็จการทั้งสองได้เผชิญหน้าแลกเปลี่ยนกันมากกว่าสิบกระบวนท่าหลินเฟิงไม่มีความคิดที่จะฆ่าเธอ แค่ป้องกันตัวเองเท่านั้นแม้ว่าการบำเพ็ญของเขายังไม่ฟื้นตัว แต่ฉินอิ๋งก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา “ฉินอิ๋ง หยุดนะ”ในเวลานี้ ถังหว่านที่อยู่บนเตียงตะโกนอย่างรุนแรงฉินอิ๋งได้ยินแล้วจึงหยุดการโจมตีทันทีมองเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ “พี่หว่านเอ๋อ เด็กคนนี้...” “พอแล้ว”ถังหว่านพูดเบาๆว่า “หมอเทวดาหลินมารักษาโรค อย่าหยาบคายใส่เขา”คุณพ่อของฉินอิ๋งเป็นอาจารย์ของเธอเอง คำพูดของหลินเฟิงทำให้เธอไม่สบายใจแต่ในฐานะที่เป็นคนแรกในสามรุ่นของตระกูลถัง เป็นอัจฉริยะทางศิลปะการต่อสู้ คิดอย่างใจเย็นเป็นสิ่งที่เธอควรทำ ในการต่อสู้ที่เมื่อกี้ถังหว่านก็สามารถดูออกว่าหลินเฟิง ดูคล่องตัว ความสามารถไม่ธรรมดาแต่ดูเหมือนเขาไม่ได้สู้กับฉินอิ๋งอย่างเต็มที่ถ้าเขาสู้เต็มที่ ฉินอิ๋งต้องแพ้แน่ และนี่คือสาเหตุที่เธอพูดให้หยุดสำหรับคำสั่งของถังหว่าน ฉินอิ๋งไม่กล้าไม่ทำตาม จึงได้แต่ถอยหลังไปอย่างเงียบๆถังหว่า
“ดูพอหรือยัง”ฉินอิ๋งที่อยู่ข้างๆเห็นเขาจ้องมองถังหว่านอย่างตั้งใจ อดไม่ได้ที่พูดแม้ว่าศิลปะการต่อสู้ของหลินเฟิงจะเก่งมาก แต่เธอก็ยังสงสัยว่าวิธีการรักษาด้วยถอดเสื้อผ้านี่เขาคนนี้ตั้งใจอยากจะเอาเปรียบถังหว่านหรือเปล่าหลินเฟิงยิ้มเบาๆ สีหน้าไม่มีความอึดอัดใจเลยแม้แต่น้อยและชื่นชมจากใจจริงว่า “คุณถังสวยมากๆครับ ผมอดไม่ได้ที่จะดูไปหลายครั้ง” “ฮา ฮา”ถังหว่านยิ้ม “หมอเทวดาหลินก็พูดตรงไปตรงมามากนะ”เธอไม่คิดว่าหลินเฟิงจะยอมรับอย่างใจกว้างขนาดนี้ไม่เหมือนพวกที่เรียกตัวเองว่าเป็นสุภาพบุรุษ กล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ “ตราบใดที่หมอเทวดาหลินสามารถรักษาโรคฉันหาย อยากดูอย่างไรก็ได้”ถังหว่านสายตาอ่อนโยนมีเสน่ห์ มุมปากมีรอยยิ้มที่น่าสนใจ “ไม่จำเป็นหรอก ของที่สวยงามดูเพียงครั้งเดียวก็ประทับใจมากเพียงพอแล้ว”หลินเฟิงส่ายหัวเอาเข็มเงินเข็มออกมาปลายนิ้วผ่านหน้าอกถังหว่าน สัมผัสได้ถึงความเย็นบนผิวที่เรียบเนียนและละเอียดอ่อนเข็มหนึ่งฝังในจุดเฟิงฝู่ถังหว่านหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายสั่นอย่างควบคุมไม่ได้หลินเฟิงเอาเข็มเงินหนึ่งออก กดนิ้วมือลงไปเรื่อยๆผ่านท้องน้อยของเธอ ฝังเข็มอีกหนึ
เกรงว่าถังจื้อสิงไม่มีทางพูดมากกับคนที่เป็นสมาชิกตระกูลย่อยเมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าคัดค้าน ถังจื้อสิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ยืดนิ้วสองนิ้วออกมาและกล่าวว่า:“ส่วนเรื่องที่สอง ผมต้องการเอาอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนมาทั้งหมด”"อะไรนะ?!"เมื่อเผชิญกับคำขออันน่าเหลือเชื่อครั้งที่สองนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังที่อยู่ที่นั่นต่างก็ตกตะลึงถังเจี้ยนหยวนมองดูลูกชายของเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกันเหมือนกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้นต้องรู้ไว้ว่า ครั้งนี้ที่ถังเจี้ยนหยวนให้ตระกูลย่อยกลับมาที่ต้นตระกูล ก็เป็นแค่ธรรมเนียมของบรรพบุรุษซื้อทรัพย์สินของตระกูลที่แบ่งแยกกันกลับมาทีละน้อยถึงแม้จะไม่สามารถซื้อกลับคืนได้แต่ก็ต้องเซ็นสัญญาการร่วมหุ้นโดยสรุป เราใช้กระบวนการทางธุรกิจเพื่อให้ผู้คนที่แยกจากตระกูลกลับมาเข้าสู่ต้นตระกูลอีกครั้งแต่คำขอที่สองของถังจื้อสิงนั้นช่างน่าเหลือเชื่อเขาต้องการนำอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนแบบนี้หมายความว่าอะไร?สาขาของตระกูลถังได้ทำงานหนักเพื่อพัฒนาพื้นที่ภายนอกมานานหลายทศวรรษ และบางสาขาก็ได้พัฒนาร้านค้าและอุตสาหกรรมมาแล้วหลายชั่วรุ่นตอนนี้เพียงเพราะค
“ผมมีเรื่องที่จะประกาศ 3 เรื่อง”ถังจื้อสิงยกนิ้วสามนิ้วขึ้น กวาดตามองไปที่คนจากสาขาตระกูลถังทั้งหมด แล้วพูดอย่างเย็นชา:“เรื่องแรก ผมขอประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามกดดันการค้ากับตระกูลหลงอีกต่อไป และส่วนต่างราคาสินค้าที่แลกเปลี่ยนจะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์”"อะไรนะ?!"เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังพากันตกตะลึงจนหน้าถอดสีต้องรู้ไว้ว่า ในฐานะตระกูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมังกร ตระกูลถังมักเสนอราคาที่เอื้ออำนวยที่สุดในการทำธุรกรรมกับตระกูลหลงทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากตระกูลหลงรุกรานตระกูลถังซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังนั้นถังเจี้ยนหยวนจึงออกคำสั่งห้ามโดยตรง ปฏิเสธความร่วมมือและธุรกรรมใดๆ กับตระกูลหลงส่งผลให้ตระกูลหลงเสียหายเป็นอย่างมากแน่นอนว่าตระกูลถังก็มีความสูญเสียเช่นกันแต่เมื่อเทียบกับตระกูลหลงแล้ว ความเสียหายแค่นี้ตระกูลถังถือว่ายอมรับได้แต่ตอนนี้ถังจื้อสิงที่เพิ่งรับตำแหน่ง กลับสั่งให้ฟื้นฟูการซื้อขายอีกครั้งและยังต้องการโอนส่วนต่าง 30% อีกด้วยสำหรับตระกูลถัง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่สามารถทำเงินจากการทำธุรกิจกับตระกูลหลงได้เท่านั้น แต่พวกเขายังจะขาดทุนอีกด้วย
“หลินเฟิงเหรอ เสียชีวิตในขณะที่ต่อสู้กับอีกาแห่งหนานไห่แล้ว”เมื่อได้ยินคำตอบที่เป็นตบตาขนาดนี้ สมาชิกตระกูลถังที่อยู่ตรงนั้นต่างก็มีสีหน้าสับสน และบางคนถึงกับเริ่มมองทะลุผ่านทุกอย่างคิดหาทางออกให้ตัวเองอย่างเงียบๆ“แฮ่มแฮ่ม…”ถังจื้อสิงไอสองครั้งเพื่อดึงความสนใจของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นกลับมา เขายิ้มบางพูดว่า:“เป็นเพราะได้ความดีจากการฆ่าอีกาแห่งหนานไห่ อีกทั้งและพ่อของผมถังเจี้ยนหยวนก็ได้รับความตกใจ ดังนั้น เมื่อสักครู่นี้พ่อของผมได้เจรจากับผมแล้ว ว่าจะมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้กับผมล่วงหน้า”“คุณพ่อ คุณพูดสิครับว่าใช่ไหม?”เมื่อสัมผัสได้ว่าถังจื้อสิงกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาข่มขู่ที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มของเขา ถังเจี้ยนหยวนก็รู้สึกขมขื่นในปากเขาเงยหน้าขึ้นมองคนจากตระกูลย่อยของตระกูลถังคนเหล่านี้กำลังรอคำตอบจากเขาอยู่ในตอนนี้ถังเจี้ยนหยวนก็รู้แล้วว่าแม่น้ำเลือดที่ถังจื้อสิงพูดหมายถึงอะไรหากถังเจี้ยนหยวนกล้าปฏิเสธที่นี่ ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูคงจะเข้ามาและฆ่าทุกคนในห้องจัดเลี้ยงด้วยอาวุธของพวกเขาอย่างแน่นอนไม่เก็บไว้สักคนเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะอาศัยความช่วยเหลือจากตระ
“กลับมาช่วยเรา? เขา?”ถังจื้อสิงได้ยินคำพูดของถังหว่านอยู่แล้ว เขาทำลายจินตนาการของถังหว่านและคนอื่นๆ เป็นชิ้นๆ ด้วยท่าทางไร้หัวใจ พร้อมกับเยาะเย้ย:“พี่ชายหลงอวี่เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ที่ดีที่สุดในเขตกองทัพหัวตง ต่อให้ทั้งประเทศก็เป็นอันดับต้นๆ ”“เขาอยู่ในเขตทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีความสามารถมากพอที่จะข่มขู่พวกป่าเถื่อนทางเหนือได้ ในบางแง่ เขาก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากราชาแห่งหนานหลินทางตอนใต้”"แค่พวกนักบู๊กระจอกพวกนั้น เขาคนเดียวก็สามารถจัดการได้หมด"“สำหรับแมงดาที่พี่ฝากความหวังไว้ เกรงว่าเขาไม่สามารถสู้พี่หลงอวี่ได้”มองดูสีหน้าของถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนซีดลงอย่างมากถังจื้อสิงรู้สึกภูมิใจอย่างมากแม้ว่าเขาจะสงสัยเล็กน้อยว่า ทำไมพี่ชายของเขาถึงใช้เวลานานมากในการจัดการกับแมงดาคนนั้นแต่เขายังคงจดจำคำสั่งของหลงอวี่ไว้ในใจ และรู้ว่าสิ่งต่างๆ ไม่สามารถล่าช้าได้เรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นก่อนที่ตระกูลย่อยของตระกูลถังจะโต้ตอบเขาจึงออกคำสั่งโดยตรงเขาสั่งลูกน้องติดอาวุธพาถังเจี้ยนหยวนและถังหว่านไปที่ห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลถังและที่นั่นถูกควบคุมโดยลูกน้องของถังจื้อซิง
แต่หลังจากนี้ล่ะความแข็งแกร่งที่หลงอวี้เพิ่งแสดงออกมาในห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ได้ทิ้งร่องรอยลึกๆ ที่เรียกว่าความกลัวไว้ให้กับเขาเผชิญการปิดล้อมจากกลุ่มนักบู๊นับสิบคนไม่เพียงแต่หลงอวี่จะไม่ถอยหนี แต่เขายังอาละวาดฆ่าคนทั้งห้องจัดเลี้ยงจนเลือดไหลนองเป็นสายน้ำไม่มีใครที่สามารถเทียบเทียมเขาได้ด้วยซ้ำเขาได้เห็นกระบวนการทั้งหมด ความกลัวที่มีต่อต่อความแข็งแกร่งของหลงอวี่ทำให้เขาสูญเสียจิตวิญญาณทั้งหมดของเขาแม่ทัพหลงอวี่คนนั้น คงเป็นจุดสูงสุดที่เขาไม่อาจบรรลุได้ในช่วงชีวิตของเขาไม่ต้องว่าหลังจากที่พวกเขาหนีออกจากห้องจัดเลี้ยงมังกรดำที่ถูกเลียนแบบโดยพลังชี้แท้ขนาดใหญ่มากจนสามารถบดบังดวงอาทิตย์และท้องฟ้า มันสามารถเผาห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ให้กลายเป็นซากปรักหักพังได้ในครั้งเดียวระดับความแข็งแกร่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักบู๊ธรรมดาทั่วไปจะบรรลุได้ถึงพูดได้ว่าไท่สื่อทงเสียใจตั้งแต่แรกเริ่มแล้วเขาเสียใจที่ฟังคำพูดของหลินเฟิง เพื่อศักดิ์ศรี พาถังเจี้ยนหยวน ถังหว่าน และคนอื่นๆ หนีไปและตอนนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้วไท่สื่อทงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนต่อความกลัวในหัวใจของเ
“หยุดนะ”ขณะที่ไท่สื่อทงกำลังคุ้มกันถังหว่านและคนอื่นๆ ออกไป ถังจื้อสิงและลูกน้องของเขาได้ขวางทางถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้เมื่อเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนสีดำที่อยู่รอบๆ ถังหว่านจึงถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า:"ถังจื้อสิง วันนี้นายต้องการที่จะอยากได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้ได้เลยงั้นเหรอ!""ต่อให้ต้องฟังคำใส่ร้ายจากคนนอกแล้วฆ่าพ่อตัวเองก็ตามเหรอ?!"“ฉันไม่อยากอธิบาย”ถังจื้อสิงเงยหน้าขึ้น ถึงขั้นที่สบตากับถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนโดยไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิด จากนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจ:“ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคตของตระกูลถัง!”"ขอแค่ฉันได้เป็นผู้นำตระกูลถัง รวบรวมตระกูลย่อยทั้งหมดและต้นตระกูลถังเข้าด้วยกัน ตระกูลถังของเราถึงจะกำจัดสถานการณ์อันโกลาหลนี้ไปได้!"“พ่อ พ่อแก่แล้ว สละตำแหน่งนี้อย่างว่าง่ายเถอะนะ!”“จื้อสิง...”ถังเจี้ยนหยวนถูกถังหว่านประคองไว้ พูดขึ้นอย่างอ่อนแอ:“นายคิดจริงๆ เหรอว่าหลงอวี่จริงใจกับนาย จริงใจตระกูลถังของเรา?”“นายเคยคิดบ้างไหม หากนายรวมตระกูลถังและรวมกองกำลังของตระกูลถังเข้าด้วยกัน หลงอวี่จะเปลี่ยนใจ ใช้นายเป็นหุ่นเชิดเพื่อควบคุมตระกูลถังของเราทางอ้อมหรือไม่?”แ
ภายใต้สายธารพลังชี่แท้สีดำที่แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าหลินเฟิงแผดเสียงออกมา พลังชี่แท้ของทั้งร่างกายของเขาก็พุ่งพล่านออกมา ค่อยๆ ควบแน่น ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นจอมมารขนาดใหญ่สีดำและแดงแขนขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากกลางอากาศและคว้าคอของมังกรดำไว้“ตาย!”หลินเฟิงคำรามออกมา มังกรดำตัวนั้นก็ถูกฝ่ามือของเขาตบจนแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลางอากาศ พลังชี่แท้ที่แผ่นซ่านอยู่โดยรอบบดขยี้ห้องจัดเลี้ยงจนกลายเป็นผง“หึหึ คุณมีความแข็งแกร่งอยู่บ้างจริงๆ!”ในสายลมโหมกระหน่ำ หลงอวี่หัวเราะเสียงดัง และโยนเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดบ่าทิ้งไปเขาชักมีดสปาต้าเปื้อนเลือดออกมาจากเอวของเขา บดขยี้ก้อนหินในซากปรักหักพังใต้เท้าของเขา พุ่งตรงไปหาหลินเฟิง“มีดเล่มนี้…”หลินเฟิงสามารถบอกได้ในทันทีว่ามีดสปาต้าที่แม่ทัพหลงอวี่หยิบออกมาไม่ใช่ของธรรมดา เขาเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ในมือห่อหุ้มพลังชี่แท้หนาๆ และต่อยไปที่มีดสปาต้าสีเลือด“กริ๊ง!”เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมามีดสปาต้าสีเลือดนี้ต้านทานหมัดของหลินเฟิงเอาไว้ แต่ต้องรู้ไว้ว่า ตอนนี้ร่างกายของหลินเฟิงแข็งแกร่งจนถึงขอบเขตเทพแล้วเห็นได้ว่ามีดสปาต้าเล่มนี
แม่ทัพหลงอวี่ยิ้มบางและพูดว่า:“ถึงแม้คนผู้นี้จะกำเริบเสิบสาน แต่ความสามารถของเขาก็ไม่ธรรมดา”“เป้าหมายของคุณในตอนนี้ คือการรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ ควบคุมทุกคนของตระกูลถังในห้องจัดเลี้ยงหลัก บรรลุตำแหน่งผู้นำตระกูลของคุณ”“อย่าให้มีช่องโหว่ใดๆ แม้แต่นิด”“ครับ”เมื่อได้ยินแบบนี้ ถังจื้อสิงก็ไม่มีเจตนาจะขัดขืน เขาประสานกำปั้นคารวะหลงอวี่ และนำลูกน้องของเขาออกไปก่อนจะจากไป เขายังจ้องมองหลินเฟิงด้วยความเย็นชาเหมือนมองดูคนตายประตูห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ถูกปิดลง เหลือเพียงแค่หลินเฟิงและหลงอวี่เท่านั้นที่อยู่ที่นั่น“จดหมายท้าทายจากอีกาแห่งหนานไห่ที่ว่า เป็นฝีมือของคุณสินะ?”หลินเฟิงเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ จึงเงยหน้าขึ้นและถาม“ถูกต้องแล้ว”แม่ทัพหลงอวี่พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม:“เพื่อควบคุมเค้กก้อนใหญ่อย่างตระกูลถัง เราต้องหาข้ออ้างที่เหมาะสมไม่ใช่เหรอ?”“อีกาแห่งหนานไห่ล่ะ?”หลินเฟิงหรี่ตาลง เขาได้ยินจากถังเจี้ยนหยวน ว่าจดหมายท้าทายนั้นเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ดังนั้นจดหมายท้าทายจึงถูกเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ งั้นก็ยืนยันได้ว่าอีกาแห่งหนานไห่อยู่ในมือของแม่ทัพหลงอวี่“ผ
หลินเฟิงยืนอยู่ที่ด้านหนึ่ง จ้องมองท่าทางของถังจื้อสิงที่คิดว่าตัวเองชอบธรรมด้วยความเย็นชา แสงสว่างในดวงตาของเขาก็เย็นเยือกลงเรื่อยๆ“คุณก็คือหลินเฟิงสินะ?”แม่ทัพหลงอวี่เดินออกมา เขากอดอก ยิ้มเยาะใส่หลินเฟิงและพูดว่า:“ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณบาดหมางกับบตระกูลหลงของผมงั้นเหรอ”“แล้วไงล่ะ?”หลินเฟิงเดินออกมา และปกป้องถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้อยู่ข้างหลังเขา“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น ตอนนี้ผมยังไม่สนใจคุณ แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น”หลงอวี่สะบัดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดอยู่บนตัว และแสยะยิ้มพูดว่า:“แต่คุณก็พยายามกระโดดโลดเต้นให้มากที่สุดขณะที่ราชาหลินแห่งตอนใต้ยังมีชีวิตอยู่เถอะ เพราะเมื่อพ่อของคุณเสียชีวิต นั่นคือเวลาที่คุณจะต้องชดใช้หนี้”“ใช้หนี้? ใช้หนี้ของใคร?”ใบหน้าของหลินเฟิงแข็งทื่อ รีบถามขึ้นว่า“ฮ่าๆ เรื่องนี้ผมไม่มีความจำเป็นต้องบอกคุณ ยังไงซะ ถ้าวันนี้คุณยังถือว่าเจียมตัว ก็พาแฟนสาวของคุณออกไปจากตระกูลถังซะ”“แบบนี้ คุณยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายวัน”คำขู่ในคำพูดของหลงอวี่ไม่ได้ปกปิดอีกต่อไปแต่ทว่าหลังจากหลินเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ยิ้มเผยฟัน“คุณชื่อหลงอวี่สินะ? ให้ผมไสหัว