@คอนโดคลีโอ
หลังจากทั้งคู่เดินซื้อของจนหมดแรง ต้องบอกว่ามีเพียงมิลินคนเดียวที่หมดแรง เพราะเพื่อนสาวของเธอยังคงมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ หากเธอไม่ออกปากรั้งไว้ก่อน เห็นทีจนค่ำเพื่อนเธอก็ยังซื้อไม่เสร็จ
คลีโอแปลงโฉมให้ร่างเล็กของเพื่อนอย่างปากว่าทั้งใบหน้าหวานถูกเครื่องสำอางลงเข้มกว่าทุกวัน เปลี่ยนจากสาวหวานเป็นสาวสวยแสนเซ็กซี่ ผมยาวตรงสีน้ำตาลเข้มของเธอก็ถูกดัดเป็นลอนใหญ่ๆที่ส่วนปลายผม เมื่อใส่ชุดเดรสสีดำที่เพิ่งถอยมาคู่กับรองเท้าส้นสูงแล้ว วันนี้เธอช่างดูสะดุดตากว่าเดิมมาก
“สวยมากกกก!!” คลีโอกรีดร้องยินดี ยืนยิ้มมองผลงานชิ้นโบแดง
มิลินจ้องมองเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ด้วยความเคอะเขิน หญิงสาวในกระจกดูสวยจนเธอเองยังไม่แน่ใจว่าใช่ตัวเองหรือเปล่า
“เยอะไปไหมแก” ร่างเล็กหันมาถามเพื่อน ไม่ค่อยมั่นใจกับภาพลักษณ์ใหม่
“แกสวยมาก มั่นใจหน่อย วันนี้มาสนุกกันให้สุดเหวี่ยงค่ะ”
คลีโอว่าจบก็หันไปเริ่มแต่งหน้าทำผมให้ตัวเอง ระหว่างรอเพื่อนสาวมิลินก็ถ่ายรูปภาพลุคใหม่นี้ เพื่อเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก แอบอมยิ้มมองภาพในโทรศัพท์
ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยแต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็มเช่นนี้เลย ชีวิตเธอมีเพียงเรื่องเรียน และทำงานหาเงินเท่านั้น
“เสร็จแล้วค่ะ พร้อมยัง” คลีโอหันมาถามร่างเล็กที่นั่งเล่นโทรศัพท์รอบนเตียง
“อื้อ”
“ก่อนไปค่ะ ถ่ายรูปคู่อัพหน่อย มานี่ ๆ” เพื่อนสาวกวักมือเรียกให้มิลินลุกมาถ่ายรูป
สองสาวแข่งกันโพสต์ท่าโดยไม่มีใครยอมใคร เสียงหัวเราะขบขันดังทั่วห้องนอนใหญ่ ก่อนที่คลีโอจะตัดสินใจเลือกรูปที่ถูกใจอัพลงโซเชียล เรียกยอดคอมเมนต์ ยอดไลค์ถล่มทลาย
-I*******m-
Cloe.cls Girl’ s Day @MiLinn
2,395 Likes
Mmixx.d: เพื่อนสวยมากเลยครับ
cCamon: ไปร้านไหนกันสาวๆ
Pitsit: จำน้องลินแทบไม่ได้ ลุคนี้ใจละลายมาก
Views 400 comments.
“มีแต่คนเข้ามาชมลุคใหม่แกนะเนี้ย” คลีโอว่าเมื่อก้มอ่านเหล่าคอมเมนต์ที่เพื่อน ๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น
“แกก็สวยเถอะ”
“แน่นอน ฉันสวยอยู่แล้ว ไปค่ะ”
@ZONIX PUB
สองสาวก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคันหรูของคลีโอ ร่างสูงโปร่งราวนางแบบคล้องแขนร่างเล็กเดินตรงไปยังทางเข้าของผับ เหล่าการ์ดที่ยืนดูแลรักษาความปลอดภัยหน้าประตูรีบยกเชือกกั้นขึ้น และเปิดประตูให้ทั้งคู่เดินเข้าไป เรียกความสนใจจากหนุ่มสาวคนอื่น ๆ ที่ยืนต่อคิวเข้าผับให้หันมามอง
“หูยยย ใครอะ สวยโคตร”
“จริง คนตัวเล็ก ๆ แม่งโคตรน่ารักเลย”
เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วบริเวณ ทำเอาสาวที่ยืนรอคิวตรวจบัตรคนหนึ่งขมวดคิ้วไม่พอใจ
“ใครกันอะพี่ เข้าไปเฉยเลย พวกหนูยืนรอกันเป็นชาติ” หญิงสาวหันไปถามการ์ดร่างใหญ่ด้วยความหงุดหงิด
“น้องสาวเจ้าของผับครับ”
“เฮอะ!!” เธอเบะปากออกมาอย่างไม่สบอารมณ์กับคำตอบที่ได้ ‘สวยแล้วยังรวยอีก ยอม!’
เมื่อพนักงานที่ยืนประจำหน้าผับเห็นใบหน้าของคลีโอก็รีบเข้ามาทักทาย ก่อนจะเดินนำทั้งคู่ไปบริเวณโต๊ะที่จองไว้ มิลินก้าวขายาว ๆ ตามเพื่อนรัก คลีโอจูงมือเธอไว้เดินขึ้นมายังชั้น 2 ของผับ พนักงานสาวผายมือไปยังโต๊ะโซฟาหนังสีแดงเข้มตัวหนึ่งเมื่อเดินมาถึงจุดหมาย
บรรยากาศภายในผับไม่ได้ต่างจากที่ เดอะ กลาส เสียงดนตรีดังกระหึ่มถูกเปิดโดยดีเจหน้าหล่อที่ยืนคุมเครื่องเสียงอยู่บนเวทียกสูง โต๊ะสี่เหลี่ยมตั้งอยู่ไม่ห่างกันมาก ถูกล้อมไปด้วยบรรดาลูกค้าที่ยืนเบียดเสียดโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง ส่วนชั้น 2 ที่เธออยู่ กินบริเวณครึ่งหนึ่งของชั้นล่าง ที่นั่งแต่ละตัวตั้งอยู่ห่างกัน พร้อมโซฟาหนังอย่างดีตั้งเรียงล้อมโต๊ะใครโต๊ะมัน เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้มาใช้บริการ และสามารถมองเห็นด้านล่างของผับอย่างชัดเจน
เครื่องดื่มมึนเมาถูกยกมาเสิร์ฟ ไม่นานหลังจากที่สองสาวนั่งลง มิลินมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น เธอเคยมาที่นี่เพียงแค่ 2 ครั้ง
“ไม่บอกพี่แกก่อนเหรอว่าถึงแล้ว”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวก็มีคนไปบอกเอง เรามาสนุกกันดีกว่า” ว่าแล้วคลีโอก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศและเครื่องดื่มบนโต๊ะ ก่อนจะยกเครื่องดื่มสีสวยยื่นให้หญิงสาว
“เอ้าชนค่า”
มิลินยกน้ำสีแดงสวยตรงหน้าขึ้นดื่ม รสชาติหวานเปรี้ยวปนขมบาดคอจนใบหน้าหวานเหยเก
“อื้อ ขมจัง” เธอรีบวางแก้วทรงสูงลง
“ก็ปกติของค็อกเทลอยู่แล้วป่ะ กินไปเดี๋ยวก็ชิน”
สองสาวนั่งดื่มนั่งเม้าท์กันตามประสาเพื่อน ไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของโต๊ะบริเวณรอบ ๆ ที่หันมามองพวกเธออย่างสนใจ
“สวัสดีครับ ขอผมชนแก้วด้วยได้ไหมครับ” เสียงร้องทักของชายหนุ่ม ทำให้สองสาวหันกลับไปมอง
คลีโอส่งยิ้มอย่างมีจริตจะก้าน ช้อนสายตามองชายหนุ่มหน้าตาดีตรงหน้า มือเรียวยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นชนกับแก้วในมืออีกฝ่าย มิลินจึงส่งยิ้มให้ก่อนทำตาม
“ขอผมนั่งคุยด้วยได้ไหมครับ”
“เอาสิคะ” คลีโอตอบกลับ
ชายหนุ่มนั่งลงข้าง ๆ ร่างเล็กของมิลิน หญิงสาวที่เขาเล็งเอาไว้ตั้งแต่เธอเดินผ่านโต๊ะเขา สายตามองเธออย่างเปิดเผยว่าสนใจสาวร่างเล็กคนนี้
“ผมชื่อแม็กซ์ครับ ชื่ออะไรกันบ้าง”
“คลีโอค่ะ”
“มิลินค่ะ”
เสียงหวานของคนข้าง ๆ เขาตอบ ใบหน้าเล็กก้มงุดลงไม่กล้าสบตาเขา ต่างจากเพื่อนสาวอีกคนที่นั่งข้าง ๆ ดูมีความมั่นใจกว่า
“มิลินน่ารักจัง มีแฟนหรือยังครับเนี่ย”
มิลินส่ายหน้าเบา ๆ ท่าทางเขินอายของเธอยิ่งทำให้ชายหนุ่มนึกเอ็นดูเข้าไปใหญ่
“เพื่อนคลียังโสดค่ะ จีบได้” สาวแสบที่นั่งข้าง ๆ รีบตอบแทน “คลีก็โสดนะคะ” พร้อมขยิบตาส่งให้ชายหนุ่ม เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ แก่ชายหนุ่ม เพราะท่าทางที่ต่างกันสุดขั้วของทั้งคู่
“ฮ่า ๆ ดีเลยครับ พวกเพื่อนผมคงดีใจกันใหญ่”
“แต่ ตีน พี่ชายหนักนะ!” เสียงทุ้มเอ่ยแทรก ร่างสูงใหญ่ของไคโรปรากฏตัวขึ้น เขายืนกอดอกจ้องมองลงมา ด้านหลังยังมีบอดี้การ์ดร่างใหญ่อีก 2 คนยืนประกบ
“เอ่อ...”
“รบกวนลุกด้วยครับผมขอความเป็นส่วนตัว” เสียงเข้มบอกไม่มีการรักษามารยาทใด ๆ สายตาดุดันที่ส่งมาทำเอาชายหนุ่มที่กำลังจะทำความรู้จักกับสาว ๆ หน้าเสีย ต้องรีบลุกขึ้นกลับที่นั่งตัวเองโดยไว
ดวงตาหงุดหงิดสำรวจการแต่งตัวของสองสาว รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ขึ้นมา ร่างสูงทิ้งน้ำหนักลงแทนที่ชายหนุ่มที่เพิ่งลุกออกไป หันไปสบสายตากับลูกน้องให้เอาเครื่องดื่มมาให้เขา
“พี่ไคอย่าทำท่าดุสิ เพื่อนคลีกลัวไปหมดแล้ว” คลีโอส่งสายตาหวานออดอ้อนพี่ชายทันที เมื่อเห็นใบหน้าหงุดหงิดของชายหนุ่ม
“ไหนบอกจะมาคุยเรื่องงาน แต่งตัวแบบนี้เหรอ” ไม่ว่าเปล่า สายตาคมยังมอง มิลินในชุดเดรสรัดรูป ยิ่งเธอใส่ชุดสีดำยิ่งทำให้ผิวขาว ๆ มีออร่าราวกับจะเรืองแสงอยู่แล้ว หน้าหวาน ๆ ถูกแต่งเติม สวยเซ็กซี่เสียจนเขาเองยังอดใจแกว่งไม่ได้
“อย่าดุเพื่อนคลี วันนี้คลีให้ลินมาคุยงานเฉย ๆ ค่อยเริ่มงานวันหลัง” แขนเรียวรีบโอบร่างเพื่อนสาวไว้ด้วยท่าทางปกป้อง พี่ชายจึงได้แต่ส่ายหัวระอากับนิสัยเอาแต่ใจของน้องสาว ทำได้เพียงยกเครื่องดื่มตรงหน้ามาดื่มดับความร้อนรุ่มในใจแทน
“เธอชื่ออะไร”
“เพื่อนคลีชื่อมิลิน”
“….” สายตาดุจ้องมายังน้องสาวตัวดี
“เรื่องของใครก็ให้คนนั้นตอบ” คลีโอทำหน้าบึ้งเมื่อถูกพี่ชายตำหนิ
“ว่าไง ฉันถามเธอ” ไคโรถามย้ำ จ้องมองสาวตัวเล็กข้างกายด้วยสายตากดดัน
“ชื่อมิลินค่ะ”
“อายุ?”
“21 ปีค่ะ”
“เพื่อนมหาลัยคลีก็ต้องอายุเท่าคลีไหม พี่ถามอะไรแปลก ๆ” เสียงบ่นอุบอิบ ออกมาเบา ๆ จนชายหนุ่มต้องส่งสายตาไปมอง
“ไปนั่งตรงอื่นก่อนไหม พี่จะได้สัมภาษณ์งานสักที”
“โอเค ๆ เงียบก็ได้” คลีโอสะบัดหน้าหนี ยกแก้วในมือขึ้นมาดื่มต่อ
“ทำไมอยากมาทำงานที่ผับ เรียนไปด้วยไหวเหรอ”
“ลินต้องทำงานส่งตัวเองเรียน เคยทำงานอื่นมาก่อน แต่รายได้ที่ผับดีกว่า”
“ฉันให้เธอทำงาน 5 วัน หยุด 2 วัน จะสลับกันหยุดกับพนักงานคนอื่น เริ่มงาน ตอน2 ทุ่ม ร้านปิดตี 2 เคลียร์ลูกค้าเสร็จถึงกลับได้ เงินเดือน 15,000 ไม่รวมทิปจากลูกค้า ถ้าตกลงก็มาเริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลย” ไคโรแจกแจงรายละเอียดการทำงานให้ฟัง
“ค่ะ ตกลงค่ะ วันพรุ่งนี้จะเริ่มงานนะคะ” มิลินรีบตอบรับข้อเสนอทันที เพราะที่เก่าเธอต้องทำงาน6วันและเงินเดือนก็น้อยกว่านี้ด้วย
“ขอบคุณ คุณไคโรมาก ๆ เลยนะคะ ที่รับลินเข้าทำงาน” ปากบางคลี่ยิ้มหวานให้ ทำเอาชายหนุ่มใจเต้นผิดจังหวะไปครู่หนึ่ง ต้องหลบตาเรียกสติตัวเอง
ไคโรพยักหน้ารับด้วยท่าทางนิ่งๆ ลุกขึ้นออกไปจากโต๊ะก่อนจะหันไปสั่งเสียงเรียบกับลูกน้อง “ดูแลให้ดี”
“โหยย ไม่เอาสิ” คลีโอโอดครวญออกมาทันทีกับคำสั่งของพี่ชาย แต่ชายหนุ่มก็ก้าวออกไปเสียแล้ว
“ทำไมเหรอ” มิลินเอียงคอสงสัยกับท่าทางของเพื่อน
“ก็พี่ชายฉันสั่งให้พวกลูกน้องมายืนคุม แบบนี้ก็หมดสนุกกันพอดี”
“มีคนดูแลก็ดีแล้วนี่”
“เหอะ แล้วแบบนี้ผู้ที่ไหนจะกล้าเดินมาล่ะยะ” มือเรียวหยิบแก้วเครื่องดื่มมากระดกจนหมด
“ไปเอามาให้หมดทุกแบบ” เสียงแหลมสั่ง 2 หนุ่มที่ยืนคุมอยู่ไม่ไกล มือเรียวถือแก้วเปล่าส่ายไปมา ท่าทีแสดงให้ทั้งคู่รับรู้ถึงความไม่พอใจของตนเอง
รอไม่นานเครื่องดื่มใหม่ถูกเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว ค็อกเทลรสเข้มหลายสีสันถูกวางเรียงกันยาวบนโต๊ะ มือเรียวโอบไหล่เพื่อนรัก
“จะกินให้หมดเลยเหรอ” มิลินจ้องมองบรรดาแก้วทรงสูงหลากหลายแบบเบื้องหน้า
“ไม่ได้ผู้ แต่มีเพื่อน วันนี้แกต้องเมากับฉันให้เต็มที่”
“จ้า ๆ วันนี้จะตามใจเพื่อนคลีทุกอย่าง ชนค่ะ” เธอคงช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากดื่มเป็นเพื่อนหญิงสาวให้สบายใจขึ้น เสียงแก้วกระทบกันก่อนทั้งคู่จะดื่มเข้าไป
ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปทำให้สติสตังของทั้งคู่เริ่มไม่เหมือนเดิม ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ร่างสมส่วนของทั้งคู่ ลุกขึ้นเต้นตามจังหวะบีทหนัก ๆ โชว์ลวดลายส่ายสะโพกอย่างไม่มีใครยอมใคร หนุ่ม ๆ โต๊ะอื่นได้แต่แอบกลืนน้ำลายมองท่าเต้นแสนเย้ายวนตาละห้อย ก่อนจะหันลอบมองบอดี้การ์ดร่างสูง แม้พวกเธอจะสวยแค่ไหนแต่ก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยงลุกเข้าไปทำความรู้จักด้วยเลย
ไคโรนั่งมองสองสาวที่เริ่มลุกขึ้นเต้นจากชั้น 3 ของผับ ด้วยความไม่พอใจ ภายในห้องทำงานโอ่โถงสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีดำตามรสนิยมของเขา ด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกทึบบานใหญ่ที่ด้านนอกจะมองไม่เห็น มีเพียงคนในห้องเท่านั้นที่จะมองเห็นภายนอกได้ แก้วเหล้าในมือถูกยกขึ้นมาดื่มเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้ แต่มันไม่อาจช่วยลดความหงุดหงิดภายในใจได้เลยสองสาวไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองเรียกความสนใจจากผู้ชายในผับเขาแค่ไหน แม้จะส่งลูกน้องไปยืนเฝ้าแล้ว แต่สายตาโลมเลียที่พวกนั้นมองทั้งคู่ก็ทำให้เขาไม่พอใจอยู่ดีแขนเรียวที่ตึงแน่นไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอยกขึ้น กำและคลายมือออกซ้ำ ๆ พลางก้มดูนาฬิกา เพิ่งจะ 5 ทุ่ม! เมื่อไหร่ทั้งคู่จะกลับกันเสียที อยู่แบบนี้เขาไม่มีสมาธิจะจดจ่อกับงานเลย..ก๊อก ก๊อก ก๊อก“ขออนุญาตครับ”ไม่รอให้คนในห้องตอบอะไรกลับมา ประตูก็ถูกเปิดเข้ามาแล้ว ไคโรไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีไร้มารยาทของมือขวาคนสนิท“ของที่เตรียมจะส่งเรียบร้อย นายจะเข้าไปตรวจเช็คอีกทีไหม”“ถ้ามึงเช็คแล้ว ก็เตรียมส่งได้เลย” ร่างสูงตอบโดยไม่ได้ละสายตาไปจากร่างของคนตัวเล็กที่ร่อนสะโพกตามเสีย
“เธอ นี่เธอ” ไคโรพยายามสะกิดเรียกร่างบางที่ซบไหล่เขาอยู่ แต่หญิงสาวเพียงแค่ทำหน้ามุ่ย สะบัดศีรษะด้วยความรำคาญแต่ก็ไม่ได้รู้สึกตัวขึ้นมา“คุณหนูก็ไม่รู้สึกตัวครับ” ลีโอเอ่ยบอกเจ้านายหนุ่ม หลังจากลองปลุกหญิงสาวข้างกายเช่นกัน“เฮ้อ~ ลำบากคนอื่นอีกแล้ว”ชายหนุ่มถอนหายใจ แต่ก็ใช้แขนแกร่งช้อนร่างเล็กในท่าเจ้าสาวไว้ในอ้อมแขน ก้าวขาเพื่อเดินออกจากร้าน เช่นเดียวกับมือขวาหนุ่มที่ต้องดูแลน้องสาวเขาแบบเดียวกัน“มึงขับรถยัยคลีไป” ว่าจบไคโรก็ก้าวไปยังรถสปอร์ตสีดำคันหรูของตัวเอง วางร่างในอ้อมแขนไว้บนเบาะหน้า เดินอ้อมขึ้นมานั่งประจำที่ เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่น ก่อนรถสปอร์ตจะเคลื่อนออกไปจากลานจอดรถอย่างรวดเร็วไคโรเลี้ยวรถผ่านประตูเหล็กบานใหญ่ที่มีลูกน้องยืนเฝ้าอยู่ทั่วบริเวณบ้านสุดหรูสไตล์โมเดิร์น 3 ชั้นขนาดใหญ่สีขาว ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ล้อมไปด้วยกำแพงสูงเพื่อความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้านบ้านนี้เป็นบ้านที่เขาซื้อเอาไว้เมื่อเริ่มเข้าสู่วงการธุรกิจสีเทา เพื่อความเป็นส่วนตัวและครอบครัวของเขาจะอยู่อีกหลังแต่ด้วยทั้งพ่อกับแม่ของเขาอาศัยอยู่ต่างประเทศเป็นหลัก น้
ขณะมิลินนั่งทานข้าวต้มอยู่คนเดียวในห้องอาหารขนาดใหญ่ เพื่อนสาวก็เดินเข้ามาสมทบ หญิงสาวมองท่าเดินแปลก ๆ ของเพื่อนด้วยความสงสัย“ทำไมเดินแบบนั้น” ร่างเล็กขมวดคิ้วถามออกไป“...ละ ล้มมั้ง หรือเดินชนอะไรสักอย่าง จำไม่ได้”“ไม่เอาแล้วนะ ฉันภาพตัดไปเลย ยังดีที่พี่ชายแกเขาพากลับ”“อื้ม ฉันก็จำ...อะไรไม่ค่อยได้” คลีโอตอบเพื่อนเบา ๆ นั่งลงกินข้าวของตัวเอง ก่อนจะหันมามองมิลินอีกครั้ง“แกใส่เสื้อพี่ฉันเหรอ”..พรวด!“แค่ก ๆ ๆ” มิลินสำลักอาหารในปากด้วยความตกใจ ไอจนหน้าแดง รีบหยิบน้ำขึ้นมาดื่มเธอก้มหน้างุดมองเสื้อผ้าตัวเองอีกครั้ง รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบา“ฉันจำไม่ได้เลย ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไงยังไม่รู้”“….”“....” เราทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบ ได้แค่มองหน้ากันโดยไร้คำพูด“ไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรกับร่างกายตัวเองใช่ไหม” คลีโอย้ำถาม“ไม่มีปกติทุกอย่าง”“งั้นก็คง...ไม่มีอะไรหรอก ถึงพี่ชายฉันจะไม่ใช่คนดี แต่คงไม่เลวขนาดทำอะไรเพื่อนน้องสาวตัวเองตอนเมา...มั้ง” เพื่อนรักพยายามพูดให้เธอสบายใจ แม้สีหน้าตัวเองจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ก็ตาม“วันนี้ขอยืมเสื้อผ้าแกใส่กลับก่อนนะ”“ได้อยู่แล้
“ถ้าฉันไม่อยู่ ห้ามเธอเมาแบบนี้อีก” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ ใบหน้าหล่ออยู่ห่างเธอไม่กี่นิ้ว เพียงแค่นั้นก็เรียกเสียงในอกซ้ายให้เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งจนใบหน้าหวานเห่อร้อนแดงก่ำ“….”“เข้าใจไหม” มาเฟียหนุ่มกล่าวถามย้ำเสียงเข้มขึ้น เธอจึงได้แต่พยักหน้ารับ สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้หัวใจไม่รักดีสงบลงดวงตาคมไล่มองทั่วร่างหญิงสาว คิ้วหนาขมวดเป็นปม“ไม่มีเสื้อที่ใหญ่กว่านี้แล้ว?”“พี่น้ำหวานบอกว่าวันพรุ่งนี้จะเปลี่ยนตัวใหม่ให้ค่ะ วันนี้ให้ลินใส่ไปก่อน”“ก็เข้าใจนะว่ามันใหญ่ แต่จำเป็นต้องล้นขนาดนี้ไหม” ร่างสูงส่ายหัวปลงๆ เสยผมที่ตกปรกหน้าขึ้นลวกๆ พึมพำออกมาเสียงเบา“มะ...หมายถึงอะไรคะ” ใบหน้าหวานจ้องมองชายหนุ่มกลับ เมื่อเห็นสายตาคมเหลือบมองหน้าอก ก็ยกมือขึ้นบังเนินเนื้อนุ่มด้วยท่าทางตื่นตระหนก“ไปหาเสื้อมาใหม่ ถ้างั้นก็ไม่ต้องลงไปทำงาน”“แล้วลินจะหาจากไหนละคะ” ใบหน้าหวานง้ำงอไคโรส่ายหัวเหนื่อยใจกับคนตัวเล็ก แม้จะพยายามห้ามตัวเองไม่ให้สนใจอีกฝ่าย แต่ก็อดหวงร่างน้อยไม่ได้ เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูมากดโทรออก“หาเสื้อใหม่ให้มิลินที เอาขึ้นมาบนห้องทำงานเลย” ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบอะไรกลับ เมื่
“วันหลังเลิกงานแล้วรอฉัน เดี๋ยวฉันไปส่ง” ชายหนุ่มพูดทำลายความเงียบบนรถ“อย่าดีกว่าค่ะ ลินไม่อยากรบกวนคุณไคโรไปมากกว่านี้” มิลินตอบกลับเสียงเรียบชายหนุ่มละสายตาจากถนนหันมองใบหน้าหวานที่เสมองไปนอกหน้าต่าง ร่างสูงสับสนกับท่าทางห่างเหินของหญิงสาวตัวเล็ก“เป็นอะไร”“เปล่านี่ค่ะ ลินเป็นแค่พนักงาน คุณไคโรเป็นเจ้านายมารับส่ง ลินว่ามันดูไม่ค่อยดี” สาวน้อยหันมาจ้องกลับเขา ดวงตาคู่สวยไหววูบไปครู่หนึ่ง“แต่เธอก็เป็นเพื่อนน้องฉันด้วย” ชายหนุ่มตอบไม่เต็มเสียง“ฉันไปส่งดีแล้ว”“แต่คุณไคโรคงมีธุระอื่นด้วย คงไม่ว่างมาส่งลินได้ตลอดหรอกใช่ไหมคะ” เมื่อคิดถึงเรื่องที่พนักงานในร้านคุยกันก็อดหงุดหงิดใจไม่ได้ เผลอพูดเสียงแข็งออกไปตามอารมณ์ เธอพยายามรักษาระยะห่างจากเขาแล้ว เหตุใดชายหนุ่มกลับพยายามเข้ามาใกล้ชิดเธอ“ถ้าฉันไม่ว่าง ก็ให้กลับกับลูกน้องฉัน” เขาตอบกลับอย่างไม่คิดอะไร แต่ยิ่งสร้างความอึดอัดให้อีกฝ่าย“คุณไคโรทำแบบนี้ทำไมคะ” เธอตัดสินใจกลั้นใจถามออกไปในที่สุด“เรื่องอะไร”“ทำไมต้องคอยดูแล ใส่ใจลินเป็นพิเศษแบบนี้...”“…เพราะลินเป็นเพื่อนยัยคลีเหรอคะ” ใบหน้าหวานจ้องเขาจริงจัง แม้เ
มิลินฟุบใบหน้าลงบนต้นคอหนาอย่างหมดแรงหอบหายใจเข้าออกอยู่หลายครั้ง ปล่อยให้ชายหนุ่มโอบเอวเธอไว้“หยิบกระดาษเบาะหลังให้หน่อย” ไคโรเอ่ยเสียงเรียบ เมื่อเห็นหญิงสาวเริ่มหายเหนื่อยแล้ว“น้ำเธอเลอะเต็มกางเกงฉันหมดแล้ว”ร่างเล็กบนตักเม้นปากแน่นด้วยความเขินอาย เอื้อมมือไปหยิบกระดาษให้โดยดี ร่างสูงเช็ดทำความสะอาดแก่นกายที่ยังคงไม่ยอมหลับ ก่อนจะช่วยทำความสะอาดส่วนล่างให้เธอ“อื้อ” มิลินเผลอร้อง สะดุ้งเบา ๆ เมื่อชายหนุ่มสัมผัสโดนส่วนอ่อนไหว“อยากทำอีกไหม” ไคโรกระตุกยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของเธอ“มะ...ไม่แล้วค่ะ” เธอรีบส่ายหัว “ลินอยากกลับห้องแล้ว”“หึ”ชายหนุ่มไม่ได้ว่าอะไรต่อ เอี้ยวตัวไปหยิบสูทด้านหลังมาคลุมให้หญิงสาว เปิดประตูช้อนร่างเล็กบนตักลงจากรถ เขาปล่อยให้เธอยืนกับพื้นพลางมองสำรวจทั่วร่างเธออีกครั้ง“อะไรคะ”“กระโปรงเธอเลอะ ใส่คลุมไว้ก่อน” มิลินรีบซ่อนใบหน้าเห่อร้อน ก้มมองตัวเอง เสื้อสูทของชายหนุ่มยาวเลยกระโปรงที่เธอสวมอยู่ จึงช่วยปกปิดคราบน้ำรักเป็นดวงที่กระโปรงเธอได้“ขอบคุณค่ะ”ไคโรหันกลับเข้าไปในรถเอื้อมหยิบกระเป๋าใบเล็กที่ถูกวางทิ้งไว้ส่งให้หญิงสาว ก่อนจะล็อกรถหรู
..สวบ!!“อ๊ะ!!!” มิลินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เกร็งตัวสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ ๆ นิ้วหนาก็กระแทกเข้ามาจนสุด หยดน้ำสีใสเอ่อรอบดวงตากลมอย่างสุดกลั้น“อื้มม…แน่นมาก” ชายหนุ่มครางต่ำด้วยความพอใจกับความตอดรัดของหญิงสาว กดนิ้วหนาแช่ไว้เพื่อให้เธอปรับตัว ไล่ซุกไซ้ซอกคอขาวให้หญิงสาวผ่อนคลาย“อย่าเกร็ง ปล่อยไปตามอารมณ์”“อะ…ลินเจ็บ เอาออกไม่ได้เหรอคะ” เธอพยายามขอร้อง แต่ถึงขั้นนี้แล้วชายหนุ่มมีหรือจะยอม“แค่นิ้วเอง ถ้าเป็นของจริงจะเจ็บกว่านี้”“ไม่เอาค่ะ” เธอรีบปฏิเสธเสียงแข็งเมื่อคิดถึงขนาดของแกนกายยักษ์ มันไม่มีทางเข้ามาในตัวเธอได้แน่ ๆ“ไม่ได้ถาม…แต่บอกให้เตรียมใจ” เสียงกระเส่ากระซิบตอบอย่างร้ายกาจที่ข้างใบหู มิลินหน้าร้อน เมื่อเขาเริ่มขยับนิ้วเข้าออกช้า ๆกางเกงนอนขาสั้นถูกรูดทิ้งไปแล้ว โดยที่นิ้วใหญ่ยังคาอยู่ในร่องสาว เปิดเปลือยสัดส่วนเบื้องล่างให้ชายหนุ่มได้ชื่นชม เขาแทรกเข่าอ้าเรียวขาเธอกว้างในท่าเดิมอีกครั้ง ส่งนิ้วร้ายเย้าหยอกกับส่วนลับเธอด้วยความเพลิดเพลิน“อื้อ!” ร่างเล็กหลับตาปี๋ เม้มปากแน่น ร้องในลำคอเบา ๆ..พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บมาเฟียหนุ่มมองเธอด้วยความลุ่มหลง เมื่อน้ำ
“อื้อออ” เสียงงัวเงียของมิลินเริ่มรู้สึกตัวตื่นมาในตอนเช้า รับรู้ถึงน้ำหนักที่พาดทับร่างเล็กของเธอไว้ ดวงตากลมโตค่อยๆ ปรือขึ้นปรับสายตากับแสงที่ลอดเข้ามาในห้องนอนเล็กใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ห่างจากเธอไม่กี่นิ้ว ทำให้หญิงสาวเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ก่อนจะเริ่มย้อนนึกถึงความเร่าร้อนของทั้งคู่เมื่อคืน มิลินหน้าเบ้หลับตาปี๋รู้สึกกระดากอาย เป็นอีกครั้งที่เธอถูกพี่ชายเพื่อนแสนเจ้าเล่ห์ล่อลวงจนเธอคล้อยตามไปกับรสสวาทแสนเร่าร้อนร่างกายเปล่าเปลือยของทั้งคู่เบียดชิดกันแน่นราวกับโหยหาความอบอุ่นของกันและกัน มิลินหน้าร้อนฉ่า เขินอายเป็นอย่างมาก เมื่อแก่นกายร้อนแนบชิดอยู่กับหน้าท้องแบนราบของเธอหญิงสาวค่อยๆ ยกแขนหนักที่พาดโอบรอบเอวออก ตั้งใจจะลุกขึ้นไปแต่งตัวให้เรียบร้อย..พรึ่บ!“อ๊ะ!” ร่างเล็กร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ก็ถูกดึงรั้งกลับมาอยู่แนบอกชายหนุ่มเช่นเดิม“จะไปไหน...อยู่แบบนี้ต่ออีกสักพักก่อนสิ” ไคโรงึมงำออกมาโดยที่ยังไม่ได้ลืมตา“ละ...ลิน...มีเรียนค่ะ...คุณไคโรปล่อยก่อนเถอะค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงอึกอักด้วยความประหม่า ขนลุกเกรียว เมื่อร่างกายถูกมือหนาลูบไล้แผ่นหลังเธอเล่น“บอ
1 ปี ต่อมามิลินอยู่ในชุดสบายๆ สำหรับอยู่บ้าน นั่งกองอยู่กับพื้นในคอกกั้นเด็ก ใบหน้าหวานฉายแววเหน็ดเหนื่อย เธอเคยคิดว่าโชคดีที่ตลอดช่วงตั้งครรภ์แทบไม่มีอาการแพ้ท้อง และสามารถทำงานใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ทุกสิ่งกลับเปลี่ยนไปเมื่อคลอดลูกสาวออกมา 'มีอา'เด็กสาวตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มราวตุ๊กตา ดวงตากลมโตเช่นเดียวกับมารดาขนตาหนาเป็นแพ เส้นผมสีดำสนิทแต่ดวงตาได้เชื้อจากไคโรมาคือสีน้ำตาลทอง ช่วงแรกเกิดเธอเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย กินนมเสร็จก็นอนไม่งอแง แต่ช่วงหลังเมื่อมีอาเริ่มมีพัฒนาการมากขึ้นเด็กสาวกลับดื้อดึง หากไม่พอใจอะไรนิดหน่อยก็จะร้องไห้เสียบ้านแทบแตก แถมช่วงกลางคืนก็หลับยากและตื่นกลางดึกบ่อย ๆ ทำให้ขอบตาของคุณแม่คล้ำลงจนเห็นได้ชัด"แงๆๆๆๆๆ~"เสียงกรีดร้องไห้งอแงของเด็กน้อยดังลั่นคฤหาสน์อีกครั้ง มือน้อย ๆ ปัดป่ายไปทั่ว จับคว้าอะไรได้ก็จะปาทิ้งเสียหมด จนคุณแม่เริ่มท้อใจ"ร้องอะไรคะคนเก่ง มามี้ทำอะไรให้หนูไม่พอใจอีกหื้ม"ร่างเล็กอุ้มลูกสาวที่นอนดีดดิ้นบนพื้นนวมนิ่มของคอกกั้นขึ้นมาแนบอก โยกตัวกล่อมให้ลูกสาวหยุดร้อง พยายามนึกหาสาเหตุ เพราะเพิ่งให้นมและเปลี่ยนผ้าอ้อมไปใบหน้าเล็กแดงก่ำ น้ำตาห
1 เดือนผ่านไปตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างที่สุด หลังจากไคโรทราบข่าวเรื่องการท้องของมิลิน ชายหนุ่มก็ยืนกรานให้จัดงานแต่งให้เร็วที่สุด เดือดร้อนไปถึงน้องสาวและว่าที่เจ้าสาวที่แทบจะต้องหยุดงานเพื่อเตรียมงานแต่งในระยะเวลากระชั้นชิดลลิสาและคริสเตียนบิดามารดาของไคโรบินกลับมาประเทศไทยทันทีที่ทราบข่าว และช่วยหญิงสาวเตรียมงานพิธีหมั้นในช่วงเช้าเรียบง่ายมีเพียงครอบครัวและคนสนิทมาร่วมงาน ส่วนตอนเย็นไคโรจัดเตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่ในโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพ กลุ่มเพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมและมหาลัยถูกชวนมาหมด และยังกลุ่มลูกน้องอีกหลายร้อยคนที่ได้รับเกียรติให้มาร่วมยินดีด้วย ราวกับต้องการป่าวประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่าเขาแต่งงานมีลูกมีเมียแล้วพิธีการต่าง ๆ ถูกลดทอนให้น้อยลง เพื่อให้ไม่เจ้าสาวที่กำลังท้องกำลังไส้เหนื่อยจนเกินไป เน้นไปที่การฉลองดื่มสังสรรค์กันมากกว่าร่างเล็กในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาวทำจากผ้าลูกไม้ มีผ้าชีฟองผืนบางปาดไหล่ทั้งสองข้าง ช่วงล่างเป็นกระโปรงพองยาว เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นมวยเตี้ย ๆ มีที่คาดผมประดับเพชรเม็ดเล็ก ๆ สวมไว้บนศีรษะ ใบหน้าหวานถูกแต
บริษัทของพิพัฒน์4 เดือนต่อมาตอนนี้มิลินเรียนจบอย่างเป็นทางการเรียบร้อย หญิงสาวยังคงช่วยงานที่บริษัทของบิดาต่อไป ปัญหาภายในบริษัทเริ่มคลี่คลายไปทีละอย่าง ทำให้การทำงานเป็นระบบระเบียบยิ่งขึ้นแต่กลับกันกับร่างกายเธอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโหมทำงานมากไปหรือเปล่า ช่วงนี้เธอถึงรู้สึกเหนื่อยและเพลียง่ายกว่าปกติ บางครั้งตั้งใจจะนำงานมาเคลียร์ต่อที่บ้าน แต่ 3 ทุ่มเธอก็เผลอหลับไปแล้วก๊อก ก๊อก"น้องลินคะ เที่ยงแล้วนะคะ ไม่ออกไปทานข้าวเหรอ"กิ่ง ผู้ช่วยของพิพัฒน์ชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง เธอคอยช่วยเหลือมิลินตั้งแต่ช่วงฝึกงาน เมื่อได้เห็นความขยันตั้งใจจริงของหญิงสาวก็อดชื่นชมไม่ได้"อ๋อ เที่ยงแล้วเหรอ" ร่างเล็กหันมองนาฬิกาแขวนบนผนังห้องทำงานเล็ก เธอทำงานเพลินจนลืมเวลาเช่นเดิม แต่ตรงหน้ายังมีเอกสารอีกหลายปึกที่ต้องเคลียร์" ไม่เป็นไรค่ะ ลินยังไม่หิวเท่าไหร่ พี่กิ่งไปทานเถอะ""ไม่ได้นะคะน้องลิน แบบนี้จะเสียสุขภาพเอา...แบบนี้ดีกว่า เดี๋ยวพี่ซื้อเข้ามาเผื่อแล้วกันนะ""แฮะ ๆ ได้เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ""น้องลินอยากกินอะไรไหม สั่งได้เลย""อะไรก็ได้เลยค่ะพี่กิ่ง""โอเคได้จ้า"กิ่งส่งยิ้มให้ลูกสาว
หลายเดือนผ่านไปตอนนี้มิลินและคลีโอเริ่มฝึกงานในเทอมสุดท้ายของ ปี 4 แล้ว แม้ตอนแรกจะตั้งใจออกไปหาที่ฝึกงานในบริษัทใหญ่ ๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่แฟนหนุ่มของเธอก็ไม่ยอมอนุญาต ทำให้สุดท้ายเธอจึงเลือกเข้าไปศึกษางานบริษัทผลิตและส่งออกอะไหล่เครื่องจักรของบิดาเธอแทนมิลินตั้งใจทำงานมาก ตั้งแต่ที่พิพัฒน์เลิกยุ่งเกี่ยวกับการพนัน เขาก็ตั้งหน้าตั้งตาฟื้นฟูกิจการที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ จนเริ่มกลับมาเฟื่องฟู แม้จะเป็นบริษัทขนาดกลาง ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมาก แต่เนื่องจากถูกปล่อยปละละเลยเป็นเวลานาน ทำให้ตอนนี้แม้หญิงสาวจะเข้ามาช่วย แต่ก็ยังมีปัญหาหลายอย่างภายในที่ต้องปรับเปลี่ยนแก้ไข"เป็นไงบ้างลูก เริ่มชินหรือยัง"พิพัฒน์ถามขึ้นมาหลังจากเปิดประตูเข้ามาในห้องแห่งหนึ่ง ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็นห้องทำงานของลูกสาว"ค่ะ แต่ตัวเลขบัญชีย้อนหลังนี่น่าเวียนหัวมากเลยนะ เหมือนมีการแอบยักยอกสั่งซื้อของเข้ามาเกินกว่าที่ควร ซึ่งของบางอย่างไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น แถมยังเลือกซื้อจากเจ้าที่ราคาสูงกว่าตลาดทั่วไปอีก"ใบหน้าหวานเคร่งเครียดจริงจัง เพราะหากลองคำนวณดูแล้ว บริษัทของบิดาเธอศูนย์เสียเงินไปจำนว
มหาวิทยาลัย Hร่างเล็กของมิลินนั่งเลื่อนโทรศัพท์มือถืออ่านข้อมูลบาง อยู่ที่ใต้ตึกคณะบริหารระหว่างรอคลีโอที่ยังเดินทางมาไม่ถึงหลังจากเมื่อวันก่อนได้เปิดอกคุยกับไคโรเรื่องความกังวลของตัวเองแล้ว แต่เธอก็ยังอยากอ่านคำแนะนำวิธีรักษาชีวิตคู่ให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น เพราะไคโรก็เป็นแฟนคนแรกของเธอ มีอีกหลายเรื่องที่หญิงสาวไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับความรักและการมีแฟน"หื้มม อ่านอะไรน่ะ 'เคล็ดลับ' รักษาความรัก?"เสียงของเพื่อนสนิทดังขึ้นข้างหู พร้อมใบหน้าสวยชะโงกหน้าเข้ามาอ่านหัวข้อบทความที่เธอกำลังเลื่อนดู ทำให้มิลินสะดุ้งด้วยความตกใจ"ตกใจหมดเลยแก มาไม่ให้สุ้มให้เสียง" เธอหันไปตำหนิเพื่อนรักเบาไม่จริงจังคลีโอหัวเราะร่า ไหวไหล่เบา ๆ ก่อนจะเดินอ้อมมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม"ยังไม่หายนอยด์เรื่องเมื่อวานเหรอไง ถึงมาอ่านอะไรแบบนี้""ก็ไม่เชิง...แกก็รู้ฉันไม่เคยมีแฟนมาก่อน ไม่รู้เลยว่าแฟนที่ดีควรทำตัวยังไง"เธอไว้ใจไคโรเต็มที่ แต่ก็อยากจะทำอะไรพิเศษขึ้นเล็กน้อย เพื่อเป็นการมัดใจชายหนุ่ม และเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเธอเองด้วย"อื้ม ถ้าทั่วๆ ไปก็คงเชื่อใจกัน มีอะไรคุยกันดี ๆ ใช้เหตุผล ไ
คฤหาสน์ไคโร"เป็นอะไรครับ ยังหน้ามุ่ยอยู่เลย" น้ำเสียงทุ้มออดอ้อนจนไม่เหลือคราบมาเฟียผู้เคร่งขรึมเอ่ยถามแฟนสาว ขณะคลอเคลียร่างบางในชุดนักศึกษาบนเตียงกว้าง"ละ...ลิน..."มิลินเม้มปาก หลบสายตาร้อนของแฟนหนุ่ม นึกหงุดหงิดตัวเองในใจที่ยังไม่อาจสลัดเรื่องเมื่อเย็นออกไปได้ เธอไม่มีความมั่นใจในตัวเองแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นสาว ๆ ที่เขามาชายหนุ่มมีแต่สวย ๆ หน้าตาดี ก็แอบหวั่นใจ"เราตกลงกันแล้วนะ ว่าถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายเราจะคุยกัน""...""คิดอะไรอยู่ครับ?"ใบหน้าหวานแอบเศร้าลง เธอสูดหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกสติ และสุดท้ายก็ยอมเปิดปากเล่าความรู้สึกในใจให้ไคโรฟัง"ลินกลัว...กลัวว่าวันหนึ่งพี่จะเบื่อลิน""โถ่ จะเอาอะไรมาเบื่อ พี่หลงเราขนาดนี้ เราดูไม่ออกเหรอครับ"ไคโรยิ้มกว้างเมื่อได้ฟังคำพูดของแฟนสาว เขาใช้นิ้วยาวช้อนใบหน้าของคนตัวเล็กข้างใต้ร่างให้หันกลับมาสบตา"ก็กลัวว่าแค่หลงเฉย ๆ พอนานไปพี่จะเบื่อ ลินแค่ผู้หญิงธรรมดา ได้มาอยู่ข้างพี่นี่ก็เกินฝันแล้ว""ไม่เอา ทำไมชอบดูถูกตัวเอง ลินพิเศษกว่าทุก ๆ คนรู้ไหม ลินคือคนที่ทำให้หัวใจพี่เต้นแรง คนที่พี่อยากปกป้องดูแล คนที่พี่อยากให้มีแต่รอ
หลายเดือนผ่านไปความสัมพันธ์ของเธอและไคโรดำเนินไปตามปกติ ทั้งคู่แทบไม่เคยทะเลาะหรือมีปากเสียงกันเลย อาจจะด้วยมิลินเป็นคนหัวอ่อน ว่าง่าย ไม่จุกจิกจู้จี้ แต่ไคโรก็ทำหน้าที่แฟนอย่างดี เอาใส่ใจ เทคแคร์ ไม่เคยทำอะไรให้แฟนสาวไม่สบายใจแม้แต่น้อยเมื่อเดือนก่อนชายหนุ่มได้พาเธอไปอิตาลี เพื่อพบเจอพ่อแม่ของเขาแล้ว ซึ่งทั้งคู่ก็ใจดีและเป็นกันเองกับเธอมาก ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ราบรื่นเป็นอย่างดีครืด ครืด ครืดโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของมิลินสั่นเบาๆ ขณะที่สองสาวเพื่อนรักกำลังเดินออกจากคลาสเรียน"แป๊บนะแก พี่ไคโรน่าจะโทรมา"มิลินหันไปบอกเพื่อนสาว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และก็ต้องอมยิ้มหวานเพราะสายที่โทรมาคือแฟนหนุ่มของเธอตามคาด"ค่ะพี่ไคโร"(เลิกเรียนหรือยังครับ)"เพิ่งเลิกพอดีเลยค่ะ ลินกับยัยคลีกำลังจะลงจากตึกกัน"(โอเค พี่เดินไปซื้อโกโก้ปั่นมาให้ รอหน้าคณะนะครับ)"ได้ค่ะ"ร่างเล็กก้มหน้างุด เขินอายทุกครั้งกับการเอาใส่ใจของชายหนุ่ม โดยมีสายตาล้อเลียนของคลีโอจ้องมองไม่วางตา"สวีทเว่อร์ มดจะไต่ขึ้นขาฉันแล้ว" ร่างสมส่วนอดเอ่ยปากแซวออกมาไม่ได้"แกก็ พูดเกินไป นี่จะไป
หลังจากทั้งคู่ทานดินเนอร์แสนโรแมนติกเสร็จก็จูงมือพากันกลับมายังห้อง แต่แล้วคู่รักเข้าใหม่ปลามันที่ควรสวีทหวานพูดจาภาษารักก็ต้องมายืนถกเถียงกันอยู่นานภายในห้องนอนหรูแทน"ไม่เอาจริง ๆ ลินไม่เชื่อพี่หรอก" มิลินหน้ามุ่ย มือเล็กถือเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่ได้เดินเข้าห้องน้ำเสียที"พี่เคยผิดคำพูดเหรอครับ""ถ้าพี่ไคโรอาบพร้อมลิน พี่ไม่จบแค่อาบน้ำเฉย ๆ แน่""เห็นพี่เป็นคนแบบนั้นเหรอ" มาเฟียหนุ่มส่งสายตาออดอ้อน พยายามทำหน้าตาน่าสงสารหวังให้หญิงสาวยอมใจอ่อน"พี่ทำลินหลายรอบแล้วนะคะ ปล่อยลินอาบน้ำดี ๆ เถอะ""พี่ก็แค่อยากช่วยลินถูหลังไง อีกอย่างอาบพร้อมกันไม่ต้องเปลืองน้ำด้วย"ร่างเล็กกลอกตาขึ้นมองด้านบน เมื่อได้ฟังเหตุผลจากชายหนุ่ม เขาร่ำรวยเสียจนเรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีจะมากังวลอะไรกับค่าน้ำประปาของทางโรงแรม ฟังอย่างไรก็ดูเป็นแค่ข้ออ้างรังแกเธอมากกว่า"วันนี้ลินไม่ไหวแล้วจริงๆ นะคะ วันหลังได้ไหม" ถกเถียงกันอยู่นานแฟนหนุ่มหน้ามึนก็ไม่ยอมแพ้เสียที จนหญิงสาวต้องเดินเข้าไปใกล้ร่างสูง ท่อนแขนเรียวโอบเอวเขาไว้หลวมๆ พลางเกยคางบนแผงอกกำยำเงยหน้ามองชายหนุ่มตาปริบ
ท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นแดงอมส้มของเวลาเกือบจะ 6 โมงเย็น หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่สีฟ้าอ่อนด้านในสวมเสื้อกล้ามตัวเล็กสีขาวคู่กับกางเกงยีนขาสั่นสีซีด สายลมจากทะเลพัดจนผมสีน้ำตาลเข้มของเธอปลิวไสว จนต้องรวบมันเอาไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่ง พลางหันไปส่งยิ้มหวานให้ตากล้องร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาข้างกายทั้งคู่เดินเล่นเลียบริมหาดส่วนตัวหน้าที่พัก มือเล็กอีกข้างหิ้วรองเท้าแตะหนีบสีขาวไปด้วย เม็ดทรายเนื้อละเอียดติดตามนิ้วเท้า น้ำเย็นเฉียบของทะเลกระทบผิวระลอกแล้วระลอกเล่าชายหนุ่มแต่งกายสบาย ๆ ด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว กระดุมเสื้อถูกปลดลงมา 3 เม็ด เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม ท่อนล่างสวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล แว่นกันแดดสีชารับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน มุมปากยกขึ้นประดับด้วยรอยยิ้ม เมื่อมองหญิงสาวผ่านกล้องมือถือ แม้จะดูเรียบง่ายแต่ร่างกายสมบูรณ์แบบ พร้อมใบหน้าคมคายก็ทำให้เขาดูราวกับเป็นนายแบบที่หลุดออกมาจากรันเวย์เขาเก็บภาพมิลินอีกหลายรูปทุกจังหวะการขยับตัว หญิงสาวหันมาส่งยิ้มให้บ้าง บางครั้งก็หันมองเหม่อไปยังท้องทะเล ทุกอิริยาบถดูสวยงามน่ารักเป็นธรรมชาติ จนทำให้คนที่ไม่เคยต้องถ่าย