Share

บทที่ 49

Penulis: เบลล่า
มุมมองของซิดนีย์

ฉันประคองเกรซเดินไปที่รถ จากนั้นก็กลับไปข้างในเพื่อคว้าโทรศัพท์ของเธอที่วางอยู่ท่ามกลางข้าวของที่หลุดร่วงออกมาจากกระเป๋า โดยไม่ต้องค้นหาอะไรเลย บนหน้าจอโทรศัพท์นั้นมีรูปของเธอกับผู้ชายหน้าคุ้น ๆ

ฉันเหน็บโทรศัพท์ไว้ตรงกระเป๋าหลัง หารองเท้าแตะได้คู่หนึ่ง แล้วเดินกลับไปหาเธอที่รถ ในขณะที่ฉันขับรถไปยังโรงพยาบาลนั้น เธอไม่ได้พูดอะไรเลย เธอเอียงคอมองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเศร้าสร้อย

ฉันไม่รู้ว่าจะพูดหรือปลอบเธออย่างไรดี บางทีเธออาจจะอยากอยู่เงียบ ๆ ก็ได้ ฉันได้แต่บีบมือเธอเป็นครั้งคราว แล้วนิ้วของเธอก็ค่อย ๆ กำมือชั้นอย่างช้า ๆ เธอยังอยู่ตรงนั้น เกรซผู้คล่องแคล่วของฉันยังอยู่ตรงนั้น

เมื่อขับรถไปถึงโรงพยาบาล ก็มีพยาบาลออกมาพบฉันตรงครึ่งทาง แล้วเราทั้งคู่ก็ช่วยประคองเกรซไปยังห้องคนไข้ พวกเขาลงมือรักษาเธอทันทีหลังจากฉันจ่ายค่ารักษาเรียบร้อยแล้ว

ฉันจับมือเกรซไว้ในขณะที่หมอเช็ดเลือดที่แห้งกรังอยู่บนใบหน้าเธอ จากนั้นก็เริ่มทำการรักษา เธอกำมือฉันแน่น และสะดุ้งหนีในขณะที่หมอกำลังทำหน้าที่อยู่

ในขณะที่หมอกำลังสาละวนกับการดูแลเธออยู่นั้น ฉันก็ดึงโทรศัพท์ข
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 50

    เขาดูตกใจเมื่อเห็นท่าทีเดือดดาลของฉัน "ซิดนีย์" เขาเรียกซ้ำ และเสียงที่เขาเรียกชื่อฉันซ้ำ ๆ นั้นเริ่มทำให้ฉันหงุดหงิดอย่างมาก“โจเอลอยู่ที่ไหน?”ดูเหมือนริมฝีปากจะสั่นพักหนึ่งก่อนจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้ "คุณมาที่นี่ทำไม?” จากนั้น เขาก็ขมวดคิ้วแล้วส่งสายตาที่ดูอ่อนโยนลงในขณะเดินเข้ามาหาฉัน เขาชี้ไปที่ประตูที่อยู่ด้านหลังฉัน "ซิดนีย์ คุณอยู่หลังประตูนั่นมานานแค่ไหนแล้ว?” เขากวาดตามองฉันพร้อมกับถาม "คุณได้ยินอะไรหรือเปล่าเมื่อกี้นี้?” เขาเริ่มก้าวเดินมาหาฉันหลังจากถามคำถามสุดท้ายฉันยกฝ่ามือห้ามเขาเอาไว้ เขาหยุดก้าวเดินทันที เมื่อสายตาเราสบกัน ฉันเห็นความกังวลสับสนหมุนวนอยู่ในดวงตาของเขา“ซิดนี...” เขาเริ่มพูด แต่ฉันไม่อาจทนได้ยินชื่อฉันจากริมฝีปากของเขาได้อีกครั้ง“คุณหยุดเรียกชื่อฉันซะทีได้ไหม? แล้วแค่บอกมาว่าโจเอลอยู่ที่ไหน?” ฉันระเบิดคำพูดออกมาอย่างร้อนแรง ซึ่งเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ความโกรธเกรี้ยว และความเจ็บปวด“คุณตามหาโจเอลทำไม? มีอะไรหรือเปล่า?” สายตาของเขาดูอ่อนโยน และน้ำเสียงก็ฟังดูสงบนิ่ง แต่นั่นช่างรบกวนประสาทของฉันเหลือเกินโอ้พระเจ้า ฉันอยากจะทึ้งผมตัวเองแล้วกรีดร้อ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 51

    ฉันรีบเดินผ่านชายรูปร่างกำยำสองคนที่มีสีหน้าบูดบึ้งอยู่ตลอดเวลา และดูเหมือนกำลังยืนอยู่ตรงทางเข้าและทางขึ้นบันไดสั้น ๆ แล้วนั่นไง ไอ้ผู้ชายเฮงซวยฉันรู้สึกว่ามีคนมาแตะไหล่ฉัน แล้วหันไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้น "ส่วนตรงนี้คุณไม่ได้รับอณุาญาตให้เข้าไป" เขาพูดเรียบ ๆ แต่ถอยกลับไปยังตำแหน่งเดิม หลังจากมองขึ้นไปบริเวณเหนือศีรษะของฉันฉันกลับไปหาโจเอลที่กำลังโอบแขนอยู่รอบ...ฉันหรี่ตามองผู้หญิงที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ข้าง ๆ เขา ฉันรู้จักเธอ แซนดร้า เธอเป็นเพื่อนของเบลล่า เบลล่ามักจะขลุกอยู่กับเธอเสมอ เธอมาทำอะไรกับโจเอลเนี่ย? ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อพบเธอนะฉันหยุดกึกเมื่อมองเห็นคอของเธอ แต่ฉันมาเพื่อสร้อยคอที่เธอใส่อยู่นั่นแหละ มันเป็นสร้อยเส้นเดียวกับที่ฉันทำให้เกรซ ดังนั้น เป็นนังบ้าชอบแย่งผู้ชายชาวยังไม่พอใจ แต่ยังเป็นหัวขโมยด้วย ฉันจะไปจัดการกับเธอทีหลัง แต่ขั้นแรกฉันจะต้องไปให้บทเรียนกับผู้ชายเฮงซวยอย่างโจเอลก่อนฉันเบนสายตาไปที่ผู้ชายคนที่ฉันมาตามหาเขาที่นี่ ฉันรู้สึกว่ามือสั่นเทาและกำแน่นด้วยความโกรธที่พลุ่งพล่านอยู่ข้างในมากขึ้น เมื่อเห็นเขาก้มลงไปจูบปากแซนดร้า จากนั้นเขาก็หันม

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 52

    ในขณะที่มาร์คยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าฉัน แซนดร้าก็เงียบเสียงลงทันที และผู้ชายพวกนั้นก็ถอยกลับไปอย่างรวดเร็วอย่างให้ความเคารพก่อนจะพูดอะไรออกมา เขาก็ส่งสัญญาณให้บาร์เทนเดอร์เข้ามา เด็กชายรูปร่างผอมสูงที่ดูเหมือนจะมาเข้าเวรแทนคนอื่น ได้วิ่งเข้ามาหามาร์คอย่างไม่ลังเลพร้อมดวงตาเบิกกว้าง“สวัสดีครับ ท่าน" เขาโค้งคำนับทักทายโดยวางมือไว้ข้างตัวอย่างมั่นคง เขาใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่มองมาทางฉัน ฉันไม่ตำหนิเขาหรอก เขาแค่มองดูฉันฟาดขวดเบียร์ใส่หัวผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น“ไม่เรียกเจ้านายมา แล้วให้ทุกคน ยกเว้นพวกเรา ออกจากบาร์นี้ไป ฉันจะเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมดให้เองเขาพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น "ครับท่าน! ทันทีเลยครับ!” จากนั้น เขาก็หมุนตัวแล้ววิ่งออกไป ฉันคิดหาเหตุผลว่าทำไมมาร์คถึงทำแบบนั้น แล้วฉันก็สรุปได้ว่าเหตุผลนั่นคืออะไร พวกเราทั้งหมดมาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงในสังคมชั้นสูง แต่ฉันไม่สนใจหรอก ไม่มีทางที่อะไรก็ตามที่รั่วไหลออกมาจากเรื่องวุ่นวายนี้ จะทำให้ชื่อเสียงของฉันเสียหายได้ เนื่องจากไม่มีใครรู้เลยว่าฉันเป็นเจ้าของร่วมในอเทลิเย่ สตูดิโอส์ นอกจากพนักงานในบริษัทนั้น ดังนั้น

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 53

    "ก็เป็นนังแพศยาอยู่นิ!" ฉันสวนกลับไปแล้วท้าทายเขากับมาร์คให้ทำอะไรก็ได้ที่ต้องการ“อย่าได้บังอาจมาเรียกแฟนฉันว่านังแพศยาอีก แซนดร้าเป็นแฟนฉัน เพื่อนเธอเหมาะคำ ๆ นั้นมากกว่า"ฉันหันกลับไปจ้องมองเขาอย่างไม่เชื่อหู ฉันไม่เชื่อว่าเกรซจะหลงรักผู้ชายแบบนี้ได้ "ไอ้ชั่วเอ้ย! ผู้หญฺงไรสมองของแกอ่ะเป็นนังแพศยาย่ะ คิดว่าแกทุบตีเพื่อนฉันขนาดนั้น แล้วฉันจะนั่งดูเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรอย่างนั้นเหรอ?”“ไม่มีใครทำร้ายเธอนะ" เขาพูดขึ้น "อีกอย่าง ตอนนั้นเธอไม่ได้อยู่ที่นั่น แล้วเห็นว่าเพื่อนเธอทำอะไรกับแฟนฉันบ้าง”ฉันจ้องมองแซนดร้าตั้งแต่หัวจดเท้า ฉันมองหารอยฉีกขาดบนชุดเดรสอันสวยไร้ที่ติแต่ก็หาไม่เจอ เส้นผมของเธอดูเรียบตรงราวกับเพิ่งเดินออกมาจากร้านทำผม แล้วก็ไม่มีรอยฟกช้ำใด ๆ บนใบหน้าเลยก่อนที่ฉันจะจัดให้ไปเมื่อกี้นี้“ไม่เห็นมีรอยช้ำ รอยข่วนบนหน้าเลย แล้วก็ไม่ได้ถูกหามไปนอนโรงพยาบาลด้วย แล้วเพื่อนฉันทำอะไรให้มัน ถึงต้องทำแบบนั้นกับเกรซด้วย? เพื่อนฉันยังคงนอนเป็นผักอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลอยู่เลย ต้องกินยาคลายเครียดจะได้นอนหลับลงแล้วลืมเรื่องร้าย ๆ ทั้งหมดไปได้!” จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกโกรธมากขึ้น "เป็นผู้ชายอ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 54

    ดูเหมือนโจเอลจะทำตัวลีบในขณะหันไปหามาร์ค แล้วคิ้วขมวดด้วยความสับสน "เพื่อน เราเป็นเพื่อนซี้กันไม่ใช่เหรอ? ฉันนึกว่านายจะเข้าข้างฉันซะอีก" เขาพูดด้วยความไม่เชื่อ“เราเป็นเพื่อนซี้กัน และฉันก็คอยอยู๋ข้างเสมอ" มาร์คตอบอย่างเฉยเมย จากนั้นก็ยักไหล่แล้วเอามือล้วงกระเป๋า "แต่นี่ก็ภรรยาของฉันเหมือนกัน แล้วเชื่อฉันเถอะ ฉันไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้น"“แล้วนายจะยืนเฉย ๆ อยู่ตรงนั้น แล้วปล่อยให้เมียนายรังแกเราแบบนั้นเหรอ?” โจเอลพึมพำ แววตายังเต็มไปด้วยความผิดหวัง“ฉันปล่อยให้ซิดนีย์รังแกนายแบบนั้น อย่างนั้นเหรอ?” มาร์คตอบโต้อย่างใจเย็น เขาเลิกคิ้วขึ้น ทำให้โจเอลพูดไม่ออกในขณะมองเขาอ้าปากค้าง มาร์คยักไหล่ "อะไร? ฉันเป็นบอดี้การ์ดของนายหรือไง?”คำพูดของโจเอลหลั่งไหลออกมาด้วยความหงุดหงิดพลางขึ้นเสียงออกมา "ฉันยั้งมือเอาไว้เพราะเห็นแกนายนะเว้ย!”"พอซะทีเถอะ" ฉันเผชิญหน้ากับเขาอย่างดูถูกเหยียดหยาม "อย่าขี้ขลาดไปหน่อยเลย ทำกับฉันให้เหมือนกับทำกับเกรซไปเลย ปล่อยให้นังแพศยานั่นวิ่งเอาเล็บเข้ามาข่วนหน้าฉันอย่างที่มันเป็นนั่นแหละ"ขากรรไกรของโจเอลดูนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด สายตาเบนไปที่ใครบางคนข้างหลัง

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 55

    "ผมจะอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างให้คุณฟังเมื่อเราถึงบ้านแล้ว หยุดก่อเรื่องวุ่นวายแล้วไปกันเถอะ" มาร์คพูดอย่างหงุดหงิด ฉันบอกได้เลยว่าเขากำลังพยายามสงบสติอารมณ์เหมือนในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ถึงยังไงก็ตามเสียงของเขาก็ดังกว่าฉันนิดนึง“บ้านเหรอ? นั่นมันบ้านของคุณ โอเคไหม? นั่นมันบ้านของคุณ ไม่ใช่บ้านของฉัน" ฉันชี้นิ้วไปที่ประตู "ฉันจะไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น และไม่อยากได้ยินคำอธิบายที่คุณแต่งขึ้นมาด้วย!”“ซิดนีย์" เขาขมวดคิ้ว“คุณกับโจเอลต่างกันยังไงเหรอ?” ฉันหัวเราะเยาะพวกเขา "พวกคุณทั้งคู่ต่างเป็นคนเห็นแก่ตัว จอมหลอกลวง ตลบตะแลง! ไม่น่าแปลกใจเลยที่เป็นเพื่อนกันได้!”สีหน้าของมาร์คยิ่งดูมืดมนลงไปอีก "ผมบอกคุณแล้วไง ซิดนีย์ ว่าผมไม่ได้นอนกับเบลล่า ผมไม่ได้ทรยศต่อชีวิตคู่เรา!”“เห็นไหม? คุณยังเป็นคนโกหกอีกต่างหาก" ฉันกล่าวหาเขา เขาเอามือเสยผมด้วยความหงุดหงิด ในขณะที่เอามืออีกข้างท้าวสะโพกอยู่ เขาเริ่มพูดจาติด ๆ ขัด ๆ เสียงของเขาขลุกขลักอยู่ในลำคอ ราวกับกำลังพยายามหาคำพูดที่เหมาะสม "ผมไม่ได้นอนกับ...”เขาหยุดชะงัก จากนั้นก็มองมาที่ฉันแล้วส่ายหัว เขาพยายามอีกครั้งหนึ่ง "ผมไม่ได้นอนกับ...” เขาพูดแ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 56

    ฉันเดินกระแทกเท้าออกมาจากบาร์แห่งนั้นเพื่อรีบกลับไปยังโรงพยาบาล หนีจากมนุษย์ที่น่ารังเกียจเหล่านี้ และกลับไปหาเกรซเมื่อฉันเดินเข้าใกล้รถประมาณสิบฟุต ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินตามมาอย่างรวดเร็ว เขาเดินตามฉันทันแล้วเอามือมาจับไหล่ฉัน“ซิดนีย์ ใจเย็น ๆ รอก่อน"ฉันกลอกตา เขาเองนั่นแหละ ไม่มีใครจะหยิ่งผยองจนไม่ยอมให้ฉันเดินจากเขาไป หรือหัวแข็งพอจะเดินตามแล้วบอกให้ฉันใจเย็น ๆ หรอก!ฉันปัดมือนั้นออกจากไหล่ แล้วเดินอาจ ๆ ไปข้างหน้าต่อ เขาตามฉันทันแล้วจับไหล่ฉันอีกครั้ง "ไม่เอาน่า!” เขากัดฟันแน่น “งั้นก็ได้ แต่ให้ผมพาคุณกลับบ้านนะ หงุดหงิดแบบนี้ไม่ควรขับรถเองหรอก"หงุดหงิด! ฉันทำเสียงไม่พอใจแล้วสะบัดไหล่ออกจากมือเขาอย่างแรงอีกครั้ง ฉันมองไปข้างหน้าอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงรถแล้ว และจะได้ขับหนีออกไปจากเจ้าหมอนี่สักที“ซิดนีย์ คุณตั้งใจจะขับรถไปทั้ง ๆ ที่หงุดหงิดอยู่แบบนี้เหรอ? มันอันตรายนะ"ฉันยังคงทำเมินเฉยต่อเขา ทำไมถึงอยากขับรถพาฉันกลับบ้านขนาดนั้น? ก็เพราะเขาจะได้มัดฉันไว้และไม่ปล่อยให้ไปไหนได้ เหตุการณ์อย่างนั้นจะไม่วันเกิดขึ้นหรอก แล้วฉันไม่สนหรอกว่าเขาจะไม่ได้หุ้นจากคุณยายด้วยฉัน

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 57

    "ไปโรงพยาบาลค่ะ!” ฉันตะโกนบอกเสียงดึงกึกก้องท่ามกลางเสียงลมกรรโชกและเสียงบีบแตร เมื่อลุยจิขับแซงหน้าพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว“ครับ คุณผู้หญิง" เขาตะโกนตอบกลับมาต่อจากนั้น เขาก็ชะลอความเร็วลง และฉันรู้สึกไม่จำเป็นต้องเกาะท้องของเขาอีกต่อไป "ปล่อยมือได้แล้ว" เขาหัวเราะคิกคัก "ไม่ร่วงลงไปหรอก"“ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ฉันหัวเราะกลับไปอย่างประชดประชันฉันรู้สึกถึงความสั่นไหวของร่างกาย เขาหัวเราะคิกคัก "ทำตัวสบาย ๆ เถอะ ผมไม่ใช่มาร์ค" เขาพูดขึ้นและฉันปล่อยมือฉันไม่ได้พูดอะไรกับเขา เพียงแต่หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วโทรหาทนายความทันที ในขณะที่ฉันกดหมายเลขโทรศัพท์อยู่นั้น ฉันรู้สึกว่าความโกรธได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้พวกนั้น! แล้วจะได้เห็นดีกันทนายความรับสาย แล้วฉันออกคำสั่งเสียงดังลั่นทันที "ฉันอยากยื่นฟ้องโจเอลกับแซนดร้า ไอ้พวกนั้น! เตรียมตัวให้พร้อม"ปลายสายอีกด้านหนึ่งเงียบไปจนฉันสงสัยว่าเขาวางสายไปหรือเปล่า ฉันดึงโทรออกจากหูเพื่อเช็คดู แต่เขายังไม่ได้วางสายไป ฉันกำลังจะต่อว่าเขาที่เงียบไปดื้อ ๆ ตอนที่เขาพูดขึ้นมาเขาทวนชื่อของคนพวกนั้นพร้อมกับนามสกุลอย่างลังเล "คุณหมายถึงสองคนนั้นเหรอครับ?”“ใช่"

Bab terbaru

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 430

    ไอเดน"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ" ชารอนพูดขณะที่เธอโอบแขนรอบไหล่ "คุณต้องหยุดโทษตัวเองเรื่องนี้ได้แล้ว ที่รัก มันไม่ใช่ความผิดของคุณ และการทุ่มเทตัวเองให้กับการสอบสวนทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรด้วยเลย""ผมต้องหาตัวคนผิดมาให้ได้ ชารอน ผมต้องหาว่าใครทำเรื่องนี้ นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมทำเพื่อลูกสาวผมได้ ซึ่งจะทำให้ความรู้สึกผิดนี้ทุเลาลง" "ถ้ามันเป็นวิธีเดียว คุณก็ควรทำอยู่แล้ว" เธอให้กำลังใจ "ฉันจะคอยดูแลให้พ่อช่วยในคดีนี้ด้วย ฉันสัญญา"พ่อของเธอโทรหาผมครั้งหนึ่งเพื่อแสดงความเสียใจกับการจากไปของลูกสาวผม ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรกับลูกสาวเขาเลย และเขาฟังดูไม่พอใจนัก ผมประหลาดใจด้วยซ้ำที่เธอจะบอกเรื่องนั้นกับพ่อของเธอ ผมสงสัยว่าเขาอยากจะช่วยเปิดโปงฆาตกรของเด็กที่ไม่ใช่ลูกของเขาในทางใดทางหนึ่งหรือไม่ แต่ผมเก็บเรื่องนั้นไว้กับตัวเอง"ขอบคุณครับ" ผมบอกเธอแทนเธอโอบกอดผมครึ่งหนึ่ง และคราวนี้ไม่ได้ผละออกทันที ในวันแบบนี้เองที่เธอไม่ได้กระโดดหนีจากผมเหมือนผมติดเชื้อเมื่อใดก็ตามที่ผมพยายามสัมผัสเธอ"แล้วคุณจะยิ้มให้ฉันไหม?" เธอยิ้มขณะที่ดึงผิวแก้มของผมเพื่อพยายามทำให้ผมยิ้มเมื่อผมเอามือของเธอออก เธอก็แสร้

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 429

    เดนนิสหลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์ เมื่อผมไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมาจากห้องของเอมี่อีกเลย ผมรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติผมไม่ลังเลที่จะงัดประตูเข้าไปและพบว่าเธอหมดสติ รอบๆ ตัวเธอมีขวดน้ำและอาหารขยะมากมายจนผมสงสัยว่าเธอต้องแอบออกไปซื้อพวกมันตอนที่ผมนอนหลับแน่ๆ นอกจากนี้ยังมีเศษขนมปังปิ้งและกล่องพิซซ่าที่ผมสอดเข้าไปในห้องจากใต้ประตู ผมเดาว่าพวกมันคงไม่พอผมรีบอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน รัดจัสตินไว้ในเบาะรถสำหรับเด็ก และรีบพาเธอไปโรงพยาบาลหลังจากที่เธอถูกพาเข้าไปประมาณหนึ่งชั่วโมง แพทย์ก็ออกมา "เธอโชคดีมากที่คุณพาเธอมาทันเวลา"ผมเอามือลูบหน้าด้วยความโล่งใจ ดีใจที่นี่ไม่ใช่การประกาศการตายอีกครั้ง"ตอนนี้ คนไข้มีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง น้ำตาลในเลือดต่ำ และอวัยวะทำงานหนักเกินไป หากคุณไม่พบเธอทันเวลา เราคงกำลังพูดถึงอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง อวัยวะล้มเหลว และอาจเกิดบาดแผลทางจิตใจในตอนนี้"ผมควรจะพังประตูเข้าไปเร็วกว่านี้ คำพูดเหล่านั้นผุดขึ้นมาในความคิดของผม ผมควรจะบังคับเธอออกมาและบังคับให้เธอกิน ผมแค่คิดว่าเธอต้องการเวลาในการโศกเศร้าตามลำพัง"ดังนั้นเธอจะต้องอยู่ที่นี่สองสามวันขณะที่เราจัดการกับอา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 428

    มุมมองของนักเขียนขณะที่การสอบสวนเข้มข้นขึ้น มีการสอบปากคำมากขึ้น คนขับแท็กซี่และพนักงานร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุถูกสอบปากคำ กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นทั้งหมดก็ถูกตรวจสอบเช่นกันไอเดนตั้งใจจริงที่จะไม่ละเลยสิ่งใด ๆ แม้แต่น้อยและเมื่อสิ่งต่างๆ ถูกเปิดเผย หลักฐานที่น่าตกใจมากขึ้นก็ถูกค้นพบ เช่น รองเท้าของเอมี่ข้างหนึ่งที่พบอยู่ข้างรถโดยสารที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากร้านค้าที่เธออยู่กับแม่ไปไม่กี่ร้านในที่สุด ผู้กระทำผิดก็ถูกพบหัวใจของนักสืบเต็มไปด้วยความสุขขณะที่เขาลงจากรถตู้และนำทีมเข้าไปในอาคาร มั่นใจว่าเขามาถูกทางแล้วในครั้งนี้ที่ทางเข้า พวกเขากระจายตัวออกไป ทีมแต่ละทีมไปยังตำแหน่งที่กำหนด เนื่องจากอาคารถูกเฝ้าติดตามมาหลายวันสิ่งที่พวกเขาต้องการคือลายนิ้วมือบนรถโดยสารที่ถูกทิ้งร้าง และคดีที่เหลือก็คลี่คลายไปเองอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างน้อย นักสืบก็อยากจะเชื่อเช่นนั้นทันทีที่นักสืบพร้อมทีมของเขาเดินผ่านห้องโถงขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า และผ่านทางเดิน เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ สถานที่นั้นเงียบสงัดอย่างน่าขนลุกเขาเปิดประตูทีละบานในทางเดิน แต่ละห้องสว่างไสว จนกระทั

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 427

    มุมมองของนักเขียนยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นนั่นคือคำพูดที่ชารอนบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อลดความรู้สึกผิดที่เพิ่มขึ้นบ่อยครั้งที่เธอคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเธอแค่พูดความจริงเกี่ยวกับเรื่องตั้งครรภ์ของเธอ และใช้ชีวิตกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น การอยู่กับไอเดนไม่คุ้มค่ากับความรู้สึกผิด หลุมดำที่ไม่มีวันสิ้นสุดที่เธอกำลังจมลงไปตอนนี้เธอเข้าใกล้กำหนดคลอดปลอมมากขึ้น ไอเดนก็แสดงความรักต่อเธอมากขึ้น พวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น บางครั้งเธอสงสัยว่าการตายของเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันก็ไม่คุ้มค่า เพราะเธอไม่มีความสุข เธอมีทุกสิ่งที่เธอต้องการ การเอาใจใส่ของไอเดนอย่างเต็มที่ เต็มที่เท่าที่เขาจะทำได้กับการสอบสวนที่เขาทุ่มเทให้เมื่อใดก็ตามที่เขาไม่ได้อยู่กับชารอน ช่วยเธอทำอาหาร หรือส่งอาหารที่เขาสั่งให้เธอ หรือทำความสะอาดบ้านเพราะเธอไม่ต้องการให้แม่บ้านมาอีกต่อไป เขาก็จะอยู่ที่สถานี ไขคดีของเอมี่ มองหาคำตอบที่อยู่ใต้หลังคาบ้านของตนเองตอนนี้ ชารอนไม่ได้ต่อสู้กับความรู้สึกผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการตายของเอมี่เท่านั้น แต่เธอยังไม่มี

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 426

    ไอเดนผมควรจะฟังอาน่า ผมควรจะซ่อนตัวเฉยๆ ตอนที่ผมตามเธอไป ผมไม่ควรต่อสู้กับคนพวกนั้น ผมควรจะควบคุมความโกรธของตัวเอง... ที่สำคัญที่สุด ช่วงเวลาหยุดชะงักสั้นๆ ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่ผมหยุดและบอกเธอว่าผมเป็นพ่อของเธอ ผมไม่ควรทำแบบนั้น ผมควรจะพาเธอออกจากที่นั่นไปที่ปลอดภัยทันที ถ้าผมไม่ได้ใช้เวลาเหล่านั้นอย่างผิดๆ บางทีเอมี่ก็คงยังอยู่ที่นี่ แต่ผมเห็นแก่ตัวมาก ทั้งๆ ที่ผมอ้างว่ารักและห่วงใยเธอเดนนิสพูดถูก เขาห่วงใยเธอมากกว่าผมนัก เขาเติบโตมากับเธอ เขาเลี้ยงดูเธอและเฝ้าดูเธอเติบโตมาตั้งแต่แรกเกิด ผมไม่มีทางรักเธอได้มากกว่าเขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมสามารถและควรจะทำแตกต่างออกไป ทำได้ดีกว่านี้ แต่มันสายเกินไปแล้วเธอจากไปแล้วขณะที่ผมจ้องมองภาพถ่ายเพียงภาพเดียวที่เราถ่ายด้วยกันตอนที่เธอยังอยู่ในโรงพยาบาล มันยังคงยากที่จะเชื่อมันเพิ่งจะเกือบปีเท่านั้นตั้งแต่ผมรู้ว่าเธอเป็นลูกของผม ตั้งแต่ผมสามารถอุ้มเธอและดูเธอหัวเราะและยิ้มและกวนผมเรื่องการพบตัวเอง และตอนนี้เธอจากไปแล้วเหรอ?ผมหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น ตลกเป็นบ้าความตายโหดร้ายแบบนี้เหรอ? พันมือเย็นเยียบที่กัดกร่อนรอบตัวคนที่พวกเขาไม

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 425

    มุมมองของนักเขียนณ วินาทีนั้น โลกของอาน่าก็พังทลายลงต่อหน้าต่อตาเธอ"คุณหมอหมายความว่ายังไงที่เธอไปแล้ว?" ดวงตาเอ่อล้นขณะที่เธอกำเสื้อคุลมของแพทย์ "บอกกับฉันสิคุณหมอ บอกฉันว่าเอมี่จะไม่เป็นอะไร""ผมเสียใจด้วยครับ คุณอนาสตาเซีย" แพทย์พูด รู้สึกสงสารเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ เธอไม่สมควรได้รับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสิ่งที่เธอต้องเผชิญ"อาน่า" เดนนิสกลืนน้ำลายขณะดึงเธอออกมาเมื่อเธอไม่ยอมปล่อยเสื้อของแพทย์"ปล่อยฉัน" เธอตะโกนและผลักเดนนิสออกไปจากเธอ "ไปให้พ้น"เดนนิสกำลังจะเดินกลับไปหาเธอเมื่อแพทย์ยกมือขึ้นเพื่อหยุดเดนนิส เขาฉีกยิ้มเล็กน้อยให้เขา แสดงว่าไม่เป็นไรอาน่าค่อยๆ ทรุดตัวลงบนพื้น แขนโอบรอบตัวเองขณะที่เธอคร่ำครวญ "ไม่"จากนั้นเธอก็ส่ายหัว "ไม่ เอมี่จะทิ้งแม่ไปไม่ได้นะลูก” เธอร้องไห้ขณะวิ่งไปตามทางเดินก่อนที่ใครจะหยุดเธอได้ เธอก็เปิดประตูห้องของเอมี่ เธอวิ่งไปข้างๆ เอมี่และดึงผ้าปูที่นอนออกจากร่างของเธอ"เอมี่" เธอตบแก้มของเธอเบาๆ "เอมี่ ตื่นสิ แม่มาแล้ว เอมี่ลูก" เธอเรียกซ้ำ ๆ ร่างกายสั่นเทาไปกับการร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนใบหน้าของเอมี่และชุดคนไข้ที่เธอยั

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 424

    มุมมองนักเขียนขณะที่ไอเดนรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลลงมาตามแขนด้านข้างของเธอ หัวใจก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาทรุดตัวลงคุกเข่า และวางร่างไร้เรี่ยวแรงของเอมี่ลงบนพื้น"เอมี่ ไม่นะ พ่ออยู่นี่แล้ว" เขาพึมพำอย่างกระวนกระวายขณะที่กดมือลงบนด้านข้างเพื่อห้ามเลือดดวงตาของเอมี่เปิดอยู่ แต่ดูเหมือนไร้ชีวิตชีวา เอมี่พยายามพูดอะไรบางอย่าง เธอพยายามถามเขาว่าเขาเป็นพ่อของเธอจริงๆ หรือไม่ เธอมีพ่อสองคนจริงๆ หรือไม่ แต่เธอขยับริมฝีปากไม่ได้ และสายตาของเธอก็พร่ามัวอย่างรวดเร็ว"เอมี่ เอมี่ หนูจะไม่เป็นอะไร อดทนไว้" ไอเดนพูดอย่างรวดเร็วขณะดึงเสื้อของเขาออกและผูกไว้รอบเอวของเธอ หวังอย่างแรงกล้าว่าเลือดจะหยุดไหล แต่กลับแย่ลงมีเสียงเอะอะเล็กน้อย มีเสียงฝีเท้าหลายคู่ขณะที่เดนนิสรีบเข้ามาในอาคารพร้อมกับตำรวจเมื่อเห็นตำรวจ ชายสองคนก็รีบลุกขึ้นและเดินออกจากอาคาร ตำรวจสองคนรีบตามพวกเขาไปทันทีไอเดนไม่ได้ละสายตาจากเอมี่เลยแม้แต่วินาทีเดียว "ได้โปรด เอมี่ ได้โปรด" เขาพึมพำอย่างสิ้นหวัง "อย่าจากพ่อไป" เขาเฝ้าดู หัวใจแตกสลายขณะที่ดวงตาของเอมี่ค่อยๆ หลับลง"เกิดอะไรขึ้นวะ?!" เดนนิสระเบิดเสียงออกมาขณะรีบเข้ามา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 423

    มุมมองนักเขียน“ไม่!”ไอเดนและเดนนิสพูดออกมาพร้อมกันอนาสตาเซียมองสลับไปมาระหว่างทั้งสองคน ยิ่งโกรธมากขึ้น "หมายความว่าไงว่าไม่?""อาน่า คุณ…"“ฉันไม่…”แต่ละคนเริ่มพูดอีกครั้ง และมันก็แทรกกัน"ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น!" เธอหยุดพวกเขาด้วยการยกมือทั้งสองข้างขึ้น "ฉันจะไปเอง แค่นี้!" เธอพูดจบแล้วคว้ากระเป๋าผ่านมากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากที่พวกเขาได้รับวิดีโอ พวกเขาหาเงินมาได้สำเร็จ แต่พวกเขาก็ยังไม่มีใครที่จะเอาเงินไปส่งที่สถานที่ที่กำหนด เพราะไอเดนและเดนนิสไม่เห็นด้วยกันชายสองคนพยายามพูดให้เธอเปลี่ยนใจไอเดนเข้าใจมุมมองของเดนนิส ไม่ใช่ว่าเขามีเงินเหลือเฟือที่จะเอาไปให้คนลักพาตัว เขาแค่อยากได้ลูกสาวคืน เมื่อเธอปลอดภัยในอ้อมแขนของพวกเขาแล้ว พวกเขาค่อยให้ทางการและหน่วยรักษาความปลอดภัยทุกประเภทเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ใช่เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเอมี่ "มาเถอะ อาน่า เราทำได้ คุณอยู่กับจัสตินที่นี่เถอะนะ" เขาพูดขณะที่สายตาของเขาจ้องไปที่จัสตินที่กำลังดิ้นอยู่ในเปลของเขา ขณะที่เขามองดูพวกเขาอย่างสงสัย"ไม่!" อาน่าไม่ยอม "พวกคุณเสียเวลามากพอแล้ว"อนาสตาเซียพยายามอดทน แต่พวกเขา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 422

    อนาสตาเซียในเวลาเพียงวันเดียว ฉันต้องนั่งฟังการสอบปากคำมากกว่าที่ฉันเคยฟังมาทั้งชีวิตพนักงานทุกคนในร้านและแม้แต่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็ถูกสอบถามอย่างสุภาพ พวกเขาถูกถามว่าบังเอิญเจอผู้หญิงกับเด็กหรือไม่ พวกเขาถามพร้อมกับบอกลักษณะของผู้หญิงและเอมี่ แต่ไม่มีใครเลย แม้แต่คนเดียวที่เห็นพวกเขา มันเหมือนกับว่าพวกเขาหายตัวไปในอากาศธาตุฉันหยุดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ได้เอมี่ที่น่าสงสาร เธอเพิ่งจะออกจากเตียงโรงพยาบาลที่ต้องนอนอยู่เป็นเดือนๆ เท่านั้น กลับถูกลักพาตัวโดยคนโชคร้ายบางคน มันไม่ยุติธรรมกับเธอเลยพวกเขาจะได้อะไรจากเรื่องนี้?ฉันสงสัยว่าตอนนี้ลูกเป็นอย่างไร คนพวกนั้นพาลูกไปไว้ที่ไหน? ลูกจได้กินอะไรไหม? หิวน้ำไหม? ลูกต้องหนาวแน่ๆฉันเหลือบมองยาของเธอที่ยังคงวางอยู่บนเคาน์เตอร์โดยไม่มีใครแตะต้อง รอให้เอมี่มาใช้ ฉันใช้เวลาทั้งคืนมองแต่ของพวกนั้น และในบางจุด แม้แต่จัสตินก็เริ่มร้องไห้ เขาคงสังเกตเห็นว่าพี่สาวของเขาไม่อยู่แล้วไอเดนและเดนนิสยังคงออกไปตามหาเธอ ทั้งคู่พิมพ์โปสเตอร์ที่มีรูปของเอมี่พร้อมเงินรางวัลสำหรับผู้ที่พบเธอในเวลาไม่กี่ชั่วโมง พวกเขาติดโปสเตอร์ตามสถานที่ต่างๆพวกเขาทำ

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status