“ใช่ อร่อย แซ่บมาก รสชาติยำร้านนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ” ใช่ว่าจะมีเพียงเบญจาเท่านั้นที่ชอบ แสงจันทร์เองก็ชอบมากเช่นกัน ทุกครั้งที่มีโอกาสก็จะแวะไปกินจนกลายเป็นลูกค้าประจำไปแล้ว
“เธอจะแต่งงานกับคุณหนึ่งเมื่อไหร่” แค่กๆ “เอ้า! ถามแค่นี้ถึงกับสำลักเลยเหรอ” แสงจันทร์หน้าตาเหลอหลาเพราะไม่คิดว่าคำถามง่ายๆ จะทำให้เพื่อนสำลักจนหน้าตาแดงก่ำไปหมดแล้ว “ยังไม่เคยคิดเรื่องนั้น” เบญจาบอกปัดก่อนจะไอออกมาอีกครั้งสองครั้ง “คิดได้แล้ว คนดีๆ แบบคุณหนึ่งเธอไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไปนะ” “เรื่องแบบนี้มันตบมือข้างเดียวดังที่ไหน ต่อให้ฉันอยากแต่งงานแต่ถ้าคุณหนึ่งไม่อยากแต่งก็คงไปบังคับอะไรเขาไม่ได้” ที่เบญจาไม่กล้าคิดไกลเพราะความสัมพันธ์ของเธอกับอังกูรยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็คงไม่ผิด เพราะงานทำให้เธอกับเขาได้เจอกันจากนั้นชายหนุ่มก็เข้ามาทำความรู้จักหรืออีกอย่างก็คือจีบ “แล้วเธอจะคบไปเรื่อยๆ แบบนี้เหรอ” “ถ้าในตอนนี้ก็ต้องเป็นแบบนั้น อย่างที่ฉันเคยบอกไปนั่นแหละว่าทุกอย่างมันพึ่งเริ่มต้น ฉันขอทำทุกอย่างให้ดีที่สุดผลจะเป็นยังไงก็ค่อยว่ากัน” “ฉันเอาใจช่วย” แสงจันทร์ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้เพื่อนรักซึ่งนั่นทำให้เบญจาใจฟู “แล้วเอยละ เมื่อไหร่จะเลิกโสด” “ถ้าเจอผู้ชายเพอร์เฟคแบบคุณหนึ่งเมื่อไหร่ฉันก็คงจะเลิกโสดเมื่อนั้น แถมจะจับให้อยู่หมัดอีกด้วย” สีหน้าและแววตาของแสงจันทร์นั้นจริงจังเพราะเธอคิดจะทำอย่างที่พูดจริงๆ “ถ้างั้นฉันก็ขอให้เอยเจอผู้ชายแบบคุณหนึ่งเร็วๆ” เบญจาอวยพรเพื่อนสนิทโดยไม่ได้คิดอะไร ซึ่งแสงจันทร์ก็นั่งยิ้มกับพรที่ได้รับ ก่อนที่ความรักของเบญจาจะทำให้เธออิจฉาจนตาร้อนผ่าว ยิ่งเห็นเพื่อนรักมีความสุขจนล้นแบบนี้เธอก็อยากมีบ้าง อยากมีถึงขั้นอยากแย่งชิง แต่ไม่กี่นาทีต่อมาแสงจันทร์ก็อารมณ์เสียอย่างหนัก เพราะจู่ๆ มีตารางบินด่วนแทรกเข้ามาทำให้เธอต้องกลับทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธออยากลาออกให้มันรู้แล้วรู้รอดแต่ถ้าตกงานในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ที่สำคัญเธอยังไม่รวยเพราะฉะนั้นจึงต้องใช้ความอดทนเข้าสู้ เมื่อส่งแสงจันทร์เสร็จเบญจาก็เดินกลับเข้าบ้านเพื่อจะอาบน้ำพักผ่อน แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง โดยคราวนี้ชื่อที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอก็ทำเอาเบญจายืนนิ่งพร้อมสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ จากนั้นจึงกดรับสาย “ค่ะคุณปู่” “วันหยุดนี้แวะมากินมื้อเที่ยงกับปู่หน่อยได้ไหม” แม้จะใช้คำว่าแวะแต่เอาเข้าจริงๆ ตอนนี้ระยะทางจากบ้านของทั้งคู่ก็อยู่ไกลกันสองร้อยกว่ากิโลเมตร เพราะเบญจาอยู่กรุงเทพฯ ในขณะที่นพพลใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่วังน้ำเขียว บ้านเกิด “ได้ค่ะ ว่าแต่วันนี้ทำไมคุณปู่นอนดึกจังคะ” นั่นเพราะเวลานี้ในตอนนี้เกือบตีหนึ่งแล้วนั่นเอง “มีเรื่องให้ต้องคิดนิดหน่อย คิดไปคิดมาก็กลายเป็นว่านอนไม่หลับ นี่แหละคนแก่” “คุณปู่ก็ ทำไมชอบพูดว่าตัวเองแก่อยู่เรื่อยเลยค่ะ” “ก็ปู่แก่แล้วจริงๆ อีกไม่กี่ปีก็เจ็ดสิบแล้วนะ” “ไม่แก่ค่ะ คุณปู่ต้องท่องไว้ว่าไม่แก่” นี่คือประโยคที่เบญจามักจะพูดกับปู่เสมอๆ ราวกับต้องการปลุกใจอีกฝ่ายให้ฮึกเหิม เวลานี้เธอเหลือญาติเพียงคนเดียวนั่นคือผู้เป็นปู่ ส่วนพ่อเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อนขณะที่แม่ก็เลือกที่จะไปแต่งงานและใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ นานๆ ถึงจะติดต่อเธอสักครั้ง “ไม่แก่ก็ไม่แก่” “พรุ่งนี้คุณปู่อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” “จะมาทำให้ปู่กินเหรอ” “ค่ะ ต่อให้หลิวจะทำอาหารไม่เก่งแต่ก็จะตั้งใจเต็มที่” ความตั้งใจของเบญจานั้นอีกฝ่ายสัมผัสมันได้ดีแต่ก็ต้องขัดเสียแต่ตอนนี้ “ไม่ดีกว่า ปู่กลัวไฟไหม้ครัวเหมือนครั้งก่อน” “คุณปู่ก็” เบญจายิ้มเขินที่ถูกจับได้ “พรุ่งนี้เจอกัน” “ค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน” “ไม่ต้องขับรถเร็วนัก ปู่รอได้” “ค่ะ คุณปู่เข้านอนได้แล้วนะ ถ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจพรุ่งนี้หลิวจะรับฟังเอง” “อืม ขอบใจมาก” น้ำเสียงของนพพลเต็มไปด้วยความรักและเอ็นดูหลานสาวเพียงคนเดียว จากนั้นก็กดวางสายทว่าสุดท้ายคนแก่ก็ยังคงนอนไม่หลับง่ายๆ เพราะในหัวยังสลัดเรื่องสำคัญบางเรื่องออกไปไม่ได้นั่นเองเบญจาสะดุ้งตื่น ก่อนจะนอนคิดทบทวนความฝันที่พึ่งจบลง ทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงฝันว่าเธอกำลังเป็นเจ้าสาวและอยู่ในงานแต่งงานสุดโรแมนติกของตัวเอง ในฝันมีคุณปู่ แสงจันทร์รวมถึงแขกอีกจำนวนหนึ่งทุกคนต่างยิ้มแย้มกับวันสุดพิเศษของเธอ“หลิวครับ” “ค่ะ” เบญจาขานรับต่อคำเรียกนั้นก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองด้านหลังของตัวเอง แต่ทำไมภาพใบหน้าเจ้าบ่าวมันถึงได้รางเลือนจนมองไม่ออกว่าเป็นใคร “หรือเพราะเรารู้สึกตัวก่อน ภาพหน้าคุณหนึ่งเลยไม่ค่อยชัด” เบญจาส่ายหน้าแรงๆ พร้อมกับนอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนเตียง เธอพยายามจะนอนต่อเพราะอยากฝันเห็นหน้าอังกูรในลุคเจ้าบ่าวให้ชัดกว่านี้ ทว่าสุดท้ายก็ทำไม่ได้ ยิ่งคิดถึงความฝันหัวใจของเธอก็ชัดจะเต้นไม่เป็นส่ำ แม้ความรักครั้งนี้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่อะไรๆ อาจไม่แน่นอน แต่เบญจาก็ทุ่มหัวใจลงไปอย่างไม่มีกั๊ก เธอเชื่อว่าความรักครั้งนี้เหมือนพรหมลิขิตเพราะทุกอย่างราบรื่นจนโลกทั้งใบเป็นสีชมพูด้วยนิสัย การศึกษา ฐานะหรือทุกอย่างที่เป็นอังกูรล้วนทำให้เบญจาประทับใจ เพราะแบบนั้นเธอจึงอดที่จะวาดฝันไปถึงเรื่องงานแต่งงาน เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีแอบคิดแอบจินตนาการกันบ้างแต่บางวันเบญจาก็ยอมรั
“ขอข้าวเพิ่มอีกนิดค่ะป้ามาลัย”“ได้ค่ะคุณหนูของป้า” มาลัยทอดมองเบญจาด้วยความเอ็นดูแล้วตักข้าวเพิ่มให้ตามคำขอ เพราะตอนที่เบญจายังเล็กๆ นั้นเธอก็เป็นแม่นมช่วยเลี้ยงมาตั้งแต่ยังแบเบาะ “จะกินแล้วนะคะ” แม้ปากบอกว่าจะกินแล้วแต่สิ่งแรกที่เบญจาทำคือการตักกับข้าวใส่จานให้นพพลก่อน ซึ่งเบญจาทำแบบนี้ทุกครั้งไม่เคยขาด นั่นทำให้หัวใจของคนแก่อิ่มเอมจนเกือบจะอิ่มข้าว เมื่อเห็นปู่เริ่มกินเบญจาก็ตักอาหารใส่จานตัวเองบ้าง เมนูแรกที่เธอตักคือน้ำชุบกุ้งหยำที่แค่ตักกลิ่นหอมของกะปิก็ทำให้ท้องร้อง ตามด้วยผัดสดๆ ที่ต้องกินคู่กันยิ่งเพิ่มความอร่อย รสชาติของอาหารทำให้แววตาของเบญจาเป็นประกายนั่นทำให้แม่ครัวยิ้มแก้มปริ จบจากอาหารคาวก็ตามด้วยผลไม้สดๆ ที่ไปตัดมาหลังบ้านเมื่อครู่ ทั้งสองย้ายที่นั่งจากห้องรับประทานอาหารมาเป็นมุมนั่งเล่นที่มีต้นมะกอกโอลีฟยักษ์โดดเด่นอยู่ตรงกลาง ข้างๆ คือบ่อปลาคราฟสีสวยตัวอ้วน“ปีนี้หลานปู่อายุครบยี่สิบห้าแล้วใช่ไหม”“ค่ะ ปีนี้หลิวเบญเพสพอดี” เบญจเพสของคนอื่นอาจเจอเรื่องร้ายๆ แต่สำหรับเบญจาแล้วกลับตรงกันข้าม งานดีความรักรุ่งคือปีเบญจเพสของเธอ “ความรักกับคุณหนึ่งเป็นยังไงบ้าง”“ดีค่
นพพลเหมือนจะเดาใจเบญจาออกว่าต้องถามแบบนี้ จึงหยิบแฟ้มที่ในนั้นมีรูปและข้อมูลส่วนตัวของว่าที่เจ้าบ่าวออกมายื่นให้เบญจา ทันทีที่รับมาเธอก็รีบเปิดดูแต่เพราะความรีบร้อนที่มีมากเกินไปจึงทำให้รูปใบหนึ่งหล่นออกมาจากแฟ้ม เบญจาก้มลงไปหยิบรูปใบนั้นขึ้นมาถือไว้ในมือแล้วเพ่งสายตามองอยู่นาน ก่อนจะวางรูปใบนั้นลงบนโต๊ะหนักๆ อย่างไม่สบอารมณ์แล้วอ่านข้อมูลส่วนตัวของอีกฝ่ายชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น อายุ เรียนจบจากที่ไหน ชอบหรือไม่ชอบอะไรและที่สำคัญไปกว่านั้นคือที่อยู่ เบญจาจำอย่างหลังได้จนขึ้นใจก่อนจะลุกพรวดขึ้น“ซันไม่ได้อยู่เมืองไทยหรอกนะ” นพพลเอ่ยขึ้นราวกับเข้ามานั่งอยู่ในความคิดของหลานสาว“แล้วเขาอยู่ที่ไหนคะ”“สหรัฐอเมริกา”“ในแฟ้มนี่มีที่อยู่ของเขาไหม” ขณะถามเบญจาก็ขยับมือที่ยังคงถือแฟ้มข้อมูลของผู้ชายที่ชื่อว่าเดวิส ชื่อที่เธอไม่คุ้นหูและแม้จะเห็นแค่รูปก็ไม่ชอบหน้าได้ในทันที “อืม อยู่หน้าสุดท้าย”“โอเค” เบญจาเป่าลมออกปากหนักๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ ยุบหนอพองหนอทั้งๆ ที่ใจร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟ “เรื่องพวกนี้มันใหญ่มากจริงๆ ค่ะ หลิวอยากขอเวลาคิดทบทวนหน่อยนะคะคุณปู่” “ได้สิ เดี๋ยวปู่ยื้อเวลาฝ่ายนั้นให้”“ข
งานรุ่งรักเริดนั่นคือกราฟชีวิตของเบญจาในเวลานี้ ทุกอย่างพุ่งถึงขีดสุดก็ว่าได้ คิวงานรีวิวสินค้าหรือพรีเซ็นเตอร์ยาวเป็นหางว่าวส่วนเรื่องหัวใจก็สีชมพูมาได้หลายเดือนแล้วเบญจาไม่ใช่ดารานักร้องหรือนางแบบแต่เธอเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังเป็นกระแส หยิบจับอะไรก็รุ่งและดวงพุ่งสุดๆ ไลฟ์สดแต่ละครั้งยอดคนดูก็หลักหมื่นปลายๆ ถึงแสนก็มี ของขวัญของสนับสนุนจากแฟนคลับก็ไม่เคยขาดสายถ้าให้สังเกตุทุกอย่างดีขึ้นตั้งแต่เธอเปิดตัวแฟนหนุ่มก็คงไม่ผิด นั่นจึงอดคิดไม่ได้ว่าอังกูรคือคนที่เข้ามาเพื่อเกื้อหนุนเธอ ชายหนุ่มเป็นถึงทายาทโรงแรมชื่อดังแถมรูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลา เบญจาและอังกูรเจอกันครั้งแรกตอนที่หญิงสาวไปทำงานที่โรงแรมของครอบครัวเขา หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เจอกันบ่อยขึ้นก่อนจะพัฒนาความสัมพันธ์เป็นคู่รักอย่างในปัจจุบัน “ขอบคุณนะคะที่มารับ”“ด้วยความยินดีครับ” เสียงทุ้มของอังกูรเอ่ยบอก ชายหนุ่มผายมือเชื้อเชิญคนรักสาวไปยังรถที่เวลานี้จอดติดเครื่องรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับก้าวเข้าไปเปิดประตูให้เธออีกด้วย ก่อนจะรีบอ้อมไปยังฝั่งคนขับแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งทันทีเช่นกัน “วันนี้เราจะไปกินข้าวที่ไหนกันดีคะ” น้ำเสียงสด
นพพลเหมือนจะเดาใจเบญจาออกว่าต้องถามแบบนี้ จึงหยิบแฟ้มที่ในนั้นมีรูปและข้อมูลส่วนตัวของว่าที่เจ้าบ่าวออกมายื่นให้เบญจา ทันทีที่รับมาเธอก็รีบเปิดดูแต่เพราะความรีบร้อนที่มีมากเกินไปจึงทำให้รูปใบหนึ่งหล่นออกมาจากแฟ้ม เบญจาก้มลงไปหยิบรูปใบนั้นขึ้นมาถือไว้ในมือแล้วเพ่งสายตามองอยู่นาน ก่อนจะวางรูปใบนั้นลงบนโต๊ะหนักๆ อย่างไม่สบอารมณ์แล้วอ่านข้อมูลส่วนตัวของอีกฝ่ายชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น อายุ เรียนจบจากที่ไหน ชอบหรือไม่ชอบอะไรและที่สำคัญไปกว่านั้นคือที่อยู่ เบญจาจำอย่างหลังได้จนขึ้นใจก่อนจะลุกพรวดขึ้น“ซันไม่ได้อยู่เมืองไทยหรอกนะ” นพพลเอ่ยขึ้นราวกับเข้ามานั่งอยู่ในความคิดของหลานสาว“แล้วเขาอยู่ที่ไหนคะ”“สหรัฐอเมริกา”“ในแฟ้มนี่มีที่อยู่ของเขาไหม” ขณะถามเบญจาก็ขยับมือที่ยังคงถือแฟ้มข้อมูลของผู้ชายที่ชื่อว่าเดวิส ชื่อที่เธอไม่คุ้นหูและแม้จะเห็นแค่รูปก็ไม่ชอบหน้าได้ในทันที “อืม อยู่หน้าสุดท้าย”“โอเค” เบญจาเป่าลมออกปากหนักๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ ยุบหนอพองหนอทั้งๆ ที่ใจร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟ “เรื่องพวกนี้มันใหญ่มากจริงๆ ค่ะ หลิวอยากขอเวลาคิดทบทวนหน่อยนะคะคุณปู่” “ได้สิ เดี๋ยวปู่ยื้อเวลาฝ่ายนั้นให้”“ข
“ขอข้าวเพิ่มอีกนิดค่ะป้ามาลัย”“ได้ค่ะคุณหนูของป้า” มาลัยทอดมองเบญจาด้วยความเอ็นดูแล้วตักข้าวเพิ่มให้ตามคำขอ เพราะตอนที่เบญจายังเล็กๆ นั้นเธอก็เป็นแม่นมช่วยเลี้ยงมาตั้งแต่ยังแบเบาะ “จะกินแล้วนะคะ” แม้ปากบอกว่าจะกินแล้วแต่สิ่งแรกที่เบญจาทำคือการตักกับข้าวใส่จานให้นพพลก่อน ซึ่งเบญจาทำแบบนี้ทุกครั้งไม่เคยขาด นั่นทำให้หัวใจของคนแก่อิ่มเอมจนเกือบจะอิ่มข้าว เมื่อเห็นปู่เริ่มกินเบญจาก็ตักอาหารใส่จานตัวเองบ้าง เมนูแรกที่เธอตักคือน้ำชุบกุ้งหยำที่แค่ตักกลิ่นหอมของกะปิก็ทำให้ท้องร้อง ตามด้วยผัดสดๆ ที่ต้องกินคู่กันยิ่งเพิ่มความอร่อย รสชาติของอาหารทำให้แววตาของเบญจาเป็นประกายนั่นทำให้แม่ครัวยิ้มแก้มปริ จบจากอาหารคาวก็ตามด้วยผลไม้สดๆ ที่ไปตัดมาหลังบ้านเมื่อครู่ ทั้งสองย้ายที่นั่งจากห้องรับประทานอาหารมาเป็นมุมนั่งเล่นที่มีต้นมะกอกโอลีฟยักษ์โดดเด่นอยู่ตรงกลาง ข้างๆ คือบ่อปลาคราฟสีสวยตัวอ้วน“ปีนี้หลานปู่อายุครบยี่สิบห้าแล้วใช่ไหม”“ค่ะ ปีนี้หลิวเบญเพสพอดี” เบญจเพสของคนอื่นอาจเจอเรื่องร้ายๆ แต่สำหรับเบญจาแล้วกลับตรงกันข้าม งานดีความรักรุ่งคือปีเบญจเพสของเธอ “ความรักกับคุณหนึ่งเป็นยังไงบ้าง”“ดีค่
เบญจาสะดุ้งตื่น ก่อนจะนอนคิดทบทวนความฝันที่พึ่งจบลง ทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงฝันว่าเธอกำลังเป็นเจ้าสาวและอยู่ในงานแต่งงานสุดโรแมนติกของตัวเอง ในฝันมีคุณปู่ แสงจันทร์รวมถึงแขกอีกจำนวนหนึ่งทุกคนต่างยิ้มแย้มกับวันสุดพิเศษของเธอ“หลิวครับ” “ค่ะ” เบญจาขานรับต่อคำเรียกนั้นก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองด้านหลังของตัวเอง แต่ทำไมภาพใบหน้าเจ้าบ่าวมันถึงได้รางเลือนจนมองไม่ออกว่าเป็นใคร “หรือเพราะเรารู้สึกตัวก่อน ภาพหน้าคุณหนึ่งเลยไม่ค่อยชัด” เบญจาส่ายหน้าแรงๆ พร้อมกับนอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนเตียง เธอพยายามจะนอนต่อเพราะอยากฝันเห็นหน้าอังกูรในลุคเจ้าบ่าวให้ชัดกว่านี้ ทว่าสุดท้ายก็ทำไม่ได้ ยิ่งคิดถึงความฝันหัวใจของเธอก็ชัดจะเต้นไม่เป็นส่ำ แม้ความรักครั้งนี้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่อะไรๆ อาจไม่แน่นอน แต่เบญจาก็ทุ่มหัวใจลงไปอย่างไม่มีกั๊ก เธอเชื่อว่าความรักครั้งนี้เหมือนพรหมลิขิตเพราะทุกอย่างราบรื่นจนโลกทั้งใบเป็นสีชมพูด้วยนิสัย การศึกษา ฐานะหรือทุกอย่างที่เป็นอังกูรล้วนทำให้เบญจาประทับใจ เพราะแบบนั้นเธอจึงอดที่จะวาดฝันไปถึงเรื่องงานแต่งงาน เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีแอบคิดแอบจินตนาการกันบ้างแต่บางวันเบญจาก็ยอมรั
“ใช่ อร่อย แซ่บมาก รสชาติยำร้านนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ” ใช่ว่าจะมีเพียงเบญจาเท่านั้นที่ชอบ แสงจันทร์เองก็ชอบมากเช่นกัน ทุกครั้งที่มีโอกาสก็จะแวะไปกินจนกลายเป็นลูกค้าประจำไปแล้ว “เธอจะแต่งงานกับคุณหนึ่งเมื่อไหร่”แค่กๆ “เอ้า! ถามแค่นี้ถึงกับสำลักเลยเหรอ” แสงจันทร์หน้าตาเหลอหลาเพราะไม่คิดว่าคำถามง่ายๆ จะทำให้เพื่อนสำลักจนหน้าตาแดงก่ำไปหมดแล้ว “ยังไม่เคยคิดเรื่องนั้น” เบญจาบอกปัดก่อนจะไอออกมาอีกครั้งสองครั้ง “คิดได้แล้ว คนดีๆ แบบคุณหนึ่งเธอไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไปนะ”“เรื่องแบบนี้มันตบมือข้างเดียวดังที่ไหน ต่อให้ฉันอยากแต่งงานแต่ถ้าคุณหนึ่งไม่อยากแต่งก็คงไปบังคับอะไรเขาไม่ได้” ที่เบญจาไม่กล้าคิดไกลเพราะความสัมพันธ์ของเธอกับอังกูรยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็คงไม่ผิด เพราะงานทำให้เธอกับเขาได้เจอกันจากนั้นชายหนุ่มก็เข้ามาทำความรู้จักหรืออีกอย่างก็คือจีบ “แล้วเธอจะคบไปเรื่อยๆ แบบนี้เหรอ”“ถ้าในตอนนี้ก็ต้องเป็นแบบนั้น อย่างที่ฉันเคยบอกไปนั่นแหละว่าทุกอย่างมันพึ่งเริ่มต้น ฉันขอทำทุกอย่างให้ดีที่สุดผลจะเป็นยังไงก็ค่อยว่ากัน”“ฉันเอาใจช่วย” แสงจันทร์ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้เพื่อนรักซึ่งนั่นทำให้เ
งานรุ่งรักเริดนั่นคือกราฟชีวิตของเบญจาในเวลานี้ ทุกอย่างพุ่งถึงขีดสุดก็ว่าได้ คิวงานรีวิวสินค้าหรือพรีเซ็นเตอร์ยาวเป็นหางว่าวส่วนเรื่องหัวใจก็สีชมพูมาได้หลายเดือนแล้วเบญจาไม่ใช่ดารานักร้องหรือนางแบบแต่เธอเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังเป็นกระแส หยิบจับอะไรก็รุ่งและดวงพุ่งสุดๆ ไลฟ์สดแต่ละครั้งยอดคนดูก็หลักหมื่นปลายๆ ถึงแสนก็มี ของขวัญของสนับสนุนจากแฟนคลับก็ไม่เคยขาดสายถ้าให้สังเกตุทุกอย่างดีขึ้นตั้งแต่เธอเปิดตัวแฟนหนุ่มก็คงไม่ผิด นั่นจึงอดคิดไม่ได้ว่าอังกูรคือคนที่เข้ามาเพื่อเกื้อหนุนเธอ ชายหนุ่มเป็นถึงทายาทโรงแรมชื่อดังแถมรูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลา เบญจาและอังกูรเจอกันครั้งแรกตอนที่หญิงสาวไปทำงานที่โรงแรมของครอบครัวเขา หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เจอกันบ่อยขึ้นก่อนจะพัฒนาความสัมพันธ์เป็นคู่รักอย่างในปัจจุบัน “ขอบคุณนะคะที่มารับ”“ด้วยความยินดีครับ” เสียงทุ้มของอังกูรเอ่ยบอก ชายหนุ่มผายมือเชื้อเชิญคนรักสาวไปยังรถที่เวลานี้จอดติดเครื่องรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับก้าวเข้าไปเปิดประตูให้เธออีกด้วย ก่อนจะรีบอ้อมไปยังฝั่งคนขับแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งทันทีเช่นกัน “วันนี้เราจะไปกินข้าวที่ไหนกันดีคะ” น้ำเสียงสด