ตกเย็นหนุ่มข้างบ้าน ตาตี่ผิว ขาวตามสไตล์หนุ่มเหนือที่ชื่อคุณสันหน้าตาดี ได้ชวนนิชาทานข้าวเย็นที่บ้านของเขาบ้าน บ้านนิชาและคุณสันติดกัน นิชาก็รู้สึกยินดีที่ได้เพื่อนใหม่ คุณสันดูเป็นมิตรและสุภาพมาก "คุณนิชาชอบไหมอาหารเหนือพอทานได้หรือเปล่าครับน้ำพริกก็อร่อยนะ" "ชอบมากค่ะ อร่อยดีขอบคุณสำหรับมื้อเย็นนะคะ" "ยินดีมากครับ แล้วนี่คุณนิชาจะอยู่ที่นี่ยาวเลยไหมครับหรือว่ายังไง" "นิชาก็น่าจะอยู่ที่นี่ยาวเลยค่ะ เพราะว่านิชาซื้อร้าน สปาเรียบร้อยแล้วก็บ้านหลังนี้ก็ตกลงกับเจ้าของเขา ขายให้แล้วค่ะ" "โอ้โห คุณนิชานี่คือซื้อยาวแล้วใช่ไหมครับผมจะมีเพื่อนบ้านใหม่แล้วล่ะสิเนี่ย แบบถาวร" "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ นิชาชอบบรรยากาศของที่นี่ตอนเช้ามันสดใสสงบดีค่ะ" "นี่ยังไม่เข้าหน้าหนาวนะครับถ้าหน้าหนาวจะสวยกว่านี้มากเลยเพราะบรรยากาศบ้านของเรามันหันไปก็เป็นภูเขาแล้วอ่ะสวยมากครับ" สองคนที่นั่งทานข้าวกันอยู่ด้านนอกชานบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีให้รับกับบรรยากาศที่แสนอบอุ่น จะมีชานด้านนอกสำหรับนั่งทานข้าวรับชมบรรยากาศตอนเย็นพระอาทิตย์ตกดิน สันที่มองวิชาด้วยแววตาชื่นชอบ เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีค
ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 7 เดือนราฮิมที่ยังตามหาลูกกับเมียไม่เจอ เขากลายเป็นคนเงียบสุขุมไม่พูดไม่จากับใครสักเท่าไหร่วัน ๆ เขาเอาแต่เซ็นเอกสารส่วนการออกไปพบลูกค้า เขาไม่ไปเลย เขาเก็บตัวเงียบ เขาใช้ลูกน้องมือดีทั้งสองทำงานแทนเขา จนบางครั้งโมแอลคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของกิจการไปแล้วเพราะเจ้านายที่เปลี่ยนไปมาก เลิกงานเสร็จ เขาก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องดื่มหนักทุกวันจนหลับคาขวดเหล้า ขวดเหล้าเกลื่อนในห้องตั้งแต่เคาน์เตอร์บาร์จนไปถึงห้องนอน ราฮิมเดินโซซัดโซเซไปรอบคอนโดหรูที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของทั้งคู่ ขวดเหล้าไม่รู้เป็นใบที่เท่าไหร่ ในคืนนี้ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดไปหมด เมาไม่เมาไม่รู้ รู้แต่ว่าหัวใจมันเจ็บจนแทบจะระเบิดออกมา ความเงียบเข้ามาแทนที่เสียงเพลงที่เคยเปิดดังลั่น ความมืดเข้ามาแทนที่แสงสีที่เคยทำให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวา ตอนนี้ทุกอย่างดูว่างเปล่า เหมือนชีวิตของเขาตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือให้เกาะเกี่ยวอีกแล้ว "ฮึก...เธอทำกับผมได้ยังไง...ทำไมคุณถึงไม่ให้โอกาสผมได้อธิบายบ้าง นิชา ฮึก .." ราฮิมร้องไห้จนเสียงแหบพร่าออกมา น้ำตาไหลอาบแก้มที่เห่อร้อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ "นิชาฉันรักเธอ ทำไมถึงทิ้งฉัปไป...
ดวงตาสีเทาใสกระจ่าง ราวกับหยดน้ำค้างยามเช้า เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเล่นบนสนามหญ้าอย่างร่าเริง ถักผมเปีย ผูกโบว์สีชมพู เปียทั้งสองข้างแกว่งไปแกว่งมาตามจังหวะฝีเท้า ใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสาของเด็กน้อยดูสดใสราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยในเทพนิยาย แถมความน่ารักด้วยการพูดไทยคำ อังกฤษคำ ส่วนใหญ่ก็แทบจะพูดภาษาอังกฤษซะมากซะด้วย ถึงจะแค่ 3 ขวบ ก็พูดภาษาอังฤกษคล่องมาก ยิ่งเพิ่มความน่ารัก น่าหลงของเด็กหญิงมายาเข้าไปอีก สันยิ้มน้อยๆ มองเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเล่นอย่างเอ็นดู หัวใจของเขาอบอุ่นราวกับมีใครคอยซับน้ำตาในวันที่เหนื่อยล้า สันต์นั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อนสีขาวไม่ไกลจากเด็กหญิงนัก สายตาของสันต์จับจ้องไปยังเด็กหญิงไม่วางตา ความรักและความเอ็นดูที่ท่านมีให้เด็กหญิงคนนี้เปรียบเสมือนสายใยที่ผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น แม้จะไม่ได้เป็นสายเลือดที่แท้จริง แต่ความรักที่ท่านมอบให้เด็กหญิงคนนี้ก็ไม่เคยจืดจาง สันนั่งเอนหลังพิงโต๊ะม้าหินอ่อนตัวใหญ่ ใบหน้าคมเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะมองมายาเด็กหญิงตัวน้อยวัย 3 ขวบวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้า ทันใดนั้นมายาก็หยุดวิ่ง แล้วปรี่เข้ามาหาคุณลุงด้วยท่าทางออดอ้อน "ลุงสันขาาาาา พามายาไปกินขนมหน่อยย
ราฮิมนักธุรกิจหนุ่มผู้มีอิทธิพลและร่ำรวยที่สุดในดูไบ กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวด นิชา ภรรยาของเขาและแม่ของลูกในท้อง ได้หนีจากเขาไปอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความคิดถึง หลังจากพยายามอย่างหนักในการตามหา ในที่สุดราฮิมก็ได้พบกับร่องรอยบางอย่างที่นำเขาไปสู่ประเทศไทย ข้อมูลที่เขาได้รับบ่งชี้ว่านิชาได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรนิชา และมีลูกสาว 3 ขวบ ชื่ออมายา "ลูกกูเป็นลูกสาว ลูกสาว ฮ่าๆ ลูกกูน่ารักไหมโมแอล มึงดูนี่ลูกกู ลูกกูน่ารักมาก' "นะ น่ารักครับนาย เสียงหัวเราะที่หายไปตลอด 3 ปี พอหัวเราะทีโมแอลคิดว่าเสียงซาตาน เสียวสันหลังวาบ, ราฮิมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโกรธ ความคิดถึง และความกังวล ราฮิมตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศไทยทันที เขาต้องการพบกับนิชาและลูกของเขา ต้องการรู้เหตุผลที่เธอทิ้งเขาไป และต้องการที่จะนำเธอกลับมา ราฮิมได้เขาพบว่าเธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและเงียบสงบ พร้อมกับลูกสาววัยสามขวบของพวกเขาที่ชื่อว่า มายา ข้อมูลที่บอดี้การ์ดของเขาได้สืบสาวราวเรื่องมาตลอด คนที่ปกปิดข้อมูลทั้งหมดก็คือเมษา วาดุลย์ใช้วิธีต่างๆ สาวความลับจากเมษาทุกทางเพื่อเจ้านายของเขา ราฮิมเ
หลังจากที่ราฮิมได้วางสัมภาระทุกอย่างลงหยอกล้อเล่นกับลูกสาวหนูน้อยมายาอย่างเพลิดเพลินจนเธอหมดฤทธิ์หลับไปในที่สุดตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 20:00 น แล้วราฮิมตัดสินใจคุยกับนิชาให้เคลียร์อีกครั้ง "นิชา..." เสียงทุ้มต่ำของราฮิมดังขึ้นในห้องนั่งเล่นที่เงียบเชียบ นิชายังคงนั่งอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง ใบหน้ายังคงบอกถึงความโกรธและความผิดหวัง "ผมรู้ว่าผมทำผิดไป แต่ผมอยากให้คุณลองฟังผมอธิบายก่อนได้ไหม?" ราฮิมพยายามใช้คำพูดที่สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าใจจริงจะอยากกระชากเธอเข้ามาในอ้อมกอดเหลือเกิน นิชายังคงนิ่งเงียบ ไม่ตอบอะไร แม้แต่จะสบตากับราฮิมเธอก็ยังไม่ทำ "ผมขอโทษที่ทำให้คุณเสียใจ... ที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ขนาดนี้ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว" ราฮิมคุกเข่าลงต่อหน้านิชา ใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงใจ "คุณคิดว่าคำขอโทษของคุณจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมได้เหรอ?" "ผมรู้ว่ามันคงยาก แต่ผมอยากให้คุณลองเชื่อใจผมอีกครั้งสักครั้งเถอะนะครับ" "คุณคิดว่านิชาจะเชื่อใจคนที่ทำร้ายความรู้สึกนิชาได้ลงคอเหรอ?" "ผมรู้ว่าผมต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง แต่ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณกลับมาไว้ใจผมอีกครั้ง" ราฮิมตอบด
แสงแดดอ่อนโยนสาดส่องลงบนผิวน้ำสีฟ้าใส ราฮิมหัวเราะเสียงดังขณะที่อุ้มมายา ลูกสาววัย 3 ขวบของเขาไว้ในอ้อมแขน มายาเตะขาเล็ก ๆ ของเธออย่างตื่นเต้น พยายามเลียนแบบท่าว่ายน้ำที่คุณพ่อสอน "เก่งมากมายา! ดูสิ ลูกทำได้แล้ว!" ราฮิมมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่กับมายา เขารักลูกสาวของเขามาก และรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่กับเธอและนิชา แม่ของมายามากเท่าที่ควร เขาอยากจะแก้ไขทุกอย่าง อยากจะกลับไปเป็นครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนเดิม"มายา ลูกอยากให้แม่มาว่ายน้ำกับเราไหม?" "อยากค่ะ! หนูอยากให้แม่มาเล่นน้ำกับหนู!" ราฮิมยิ้ม เขามีแผนที่จะชวนนิชามาว่ายน้ำกับพวกเขา เขาหวังว่านี่จะเป็นโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดกับเธออีกครั้ง ได้พูดคุยและปรับความเข้าใจกัน "ถ้าอย่างนั้น เราไปชวนแม่กันเถอะ" เขาอุ้มมายาขึ้นจากสระว่ายน้ำ และเดินไปที่บ้านพักริมสระ นิชากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ระเบียง เมื่อเห็นราฮิมและมายาเดินมา เธอวางหนังสือลงและยิ้มให้ลูกสาว "แม่คะ! มาว่ายน้ำกับหนูและพ่อไหมคะ?" นิชาลังเล เธอไม่อยากอยู่ใกล้ราฮิม แต่ก็ไม่อยากทำให้ลูกสาวผิดหวัง "ก็ได้จ้ะ" เธอเดินไปหยิบชุดว่ายน้ำ และตามราฮิมและมายาไปที่สระว่ายน้ำ เมื่อนิชาลง
ผมราฮิม มูฮามัด อาฟารีม อายุ 35 ปี ดวงตาสีเทาที่สะกดถูกสายตา เพียงแค่เขาจ้องมองก็ทำให้สาวๆละลายได้ สูง 190 cm เป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจเครือค่ายสีดำ อีกมากมายที่ผู้คนยังไม่รู้ มีเพียงแต่ตระกูลผมเท่านั้นที่ทำกันเงียบๆ แต่ในวงในหากได้ยิน ชื่อตระกูลอาฟารีมของผมจะต้องขยาดและไม่กล้าแตะต้อง เพราะขึ้นชื่อเรื่องความโหดมาตั้งแต่ต้นตระกูลจนถึงรุ่นพ่อผมและผมในปัจจุบัน วันนี้แผมต้องมาตรวจโรงแรมหรูที่ดูไบ ผมก็ลงเครื่องมา แต่ดันก็ไปเจอผู้หญิงเอเชียโก๊ะคนหนึ่งเด็กผู้หญิงที่เดินชนผมที่สนามบินที่ดูไบ อวบๆ น่ารักผิวขาว ผมยาวสีดำสาวเอเชีย ผมสดุดตากับรอยยิ้มที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยและทำให้ผมหยุดยืนมองเธอโดยที่ไม่รู้ตัว ปกติผมเป็นคนไม่สนใจผู้หญิงพวกนี้หน้าเงินซะส่วนใหญ่ แต่กับเธอผู้หญิงเอเชียคนนี้ทำให้ผมหยุดมองเธอได้โดยที่เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้้ำว่าผมแอบมองเธอ ผมที่มีหน้าตาค่อนข้างดุหน้าไม่เป็นเป็นมิตรอยู่แล้ว ผมค่อนข้างเรียกว่าเย็นชาก็ได้..ผมยืนมองคนตรงหน้าก้มหน้าก้มตา ขอโทษผมเป็นภาษาอังกฤษ ผมก็ได้แต่ทำหน้านิ่งใส่เธอวันนี้ฉันได้มาเยือนดูไบเป็นวันแรกข้ามน้ำ น้ำทะเลมาเพราะเพื่อนตัวแสบนางลากฉันมาทำงานด้วย
พุทธโร ธัมโม สังโฆ อายยยยย นิชาแกเกือบทิ้งชีวิตตั้งแต่วันแรกเลยหรือนี่ ฉันได้แต่ยืนรอเพื่อน ตัวแสบมารับที่สนามบิน ผ่านไป 15 นาที...00.."นิชาจ๋าาาาา.....เพื่อนมาแล้ววววว เธอรอฉันนานไหม หิวหรือเปล่า เหนื่อยไหมจ้าคุณเพื่อน""โหหหห ไม่น๊านนนเลย ฉันสาบานแค่ขาเข็งจ๊ะ"เมหรือชื่อเต็มๆ เมษา ผิวสีน้ำผึ้ง ผมดำตัวเล็ก หน้าอกหน้าใจใหญ่เกินตัวและใจเกินร้อยนะ ถ้ามีเรื่องคือพร้อมบวกแทนฉันตลอดนี่คือข้อดีของนางคือรักเพื่อนมากโดยไม่สนใจหน้าอินหน้าพรมเพราะตอนเรียนด้วยกันโดยรุ่นพี่มารังแกฉันนางคือพร้อมบวกแทน สู้ไม่สมตัวเลยเพื่อนฉันคนนี้"เมษา ไปห้องกันเถอะนะและตอนนี้ฉันก็หิวมากแบบกินเธอเข้าไปได้ทั้งตัวเลย ""ยัยนิชาเธอ 55 โลแล้วนะอ้วนแล้วนะจะกินอะไรอีกเดี๋ยวโดน..ไปขึ้นรถกันเถอะ" หลังจากนั่งรถถึงห้องพักที่เพื่อนสาวซื้อไว้ ลืมบอกไว้นางรวยระดับลูกคุณหนู ส่วนฉันบุญพาวาสนาส่งได้มาเป็นเพื่อนรักกันเพราะตอนเรียนคอยช่วยเหลือกันตลอดไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามจน ถึงวัยทำงาน ยัยเมษาก็ไม่เคยทิ้งฉันเลย(กว่าจะรู้ว่ายายตัวแสบเป็นลูกคุณหนูนางก็ทดสอบเพื่อนแบบกระจายเช่นกัน ยัยเมษาแสบเป็นกรดตั้งแต่เด็กๆ)"นิชา มีอะไรขาดเหลือบอก
แสงแดดอ่อนโยนสาดส่องลงบนผิวน้ำสีฟ้าใส ราฮิมหัวเราะเสียงดังขณะที่อุ้มมายา ลูกสาววัย 3 ขวบของเขาไว้ในอ้อมแขน มายาเตะขาเล็ก ๆ ของเธออย่างตื่นเต้น พยายามเลียนแบบท่าว่ายน้ำที่คุณพ่อสอน "เก่งมากมายา! ดูสิ ลูกทำได้แล้ว!" ราฮิมมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่กับมายา เขารักลูกสาวของเขามาก และรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่กับเธอและนิชา แม่ของมายามากเท่าที่ควร เขาอยากจะแก้ไขทุกอย่าง อยากจะกลับไปเป็นครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนเดิม"มายา ลูกอยากให้แม่มาว่ายน้ำกับเราไหม?" "อยากค่ะ! หนูอยากให้แม่มาเล่นน้ำกับหนู!" ราฮิมยิ้ม เขามีแผนที่จะชวนนิชามาว่ายน้ำกับพวกเขา เขาหวังว่านี่จะเป็นโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดกับเธออีกครั้ง ได้พูดคุยและปรับความเข้าใจกัน "ถ้าอย่างนั้น เราไปชวนแม่กันเถอะ" เขาอุ้มมายาขึ้นจากสระว่ายน้ำ และเดินไปที่บ้านพักริมสระ นิชากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ระเบียง เมื่อเห็นราฮิมและมายาเดินมา เธอวางหนังสือลงและยิ้มให้ลูกสาว "แม่คะ! มาว่ายน้ำกับหนูและพ่อไหมคะ?" นิชาลังเล เธอไม่อยากอยู่ใกล้ราฮิม แต่ก็ไม่อยากทำให้ลูกสาวผิดหวัง "ก็ได้จ้ะ" เธอเดินไปหยิบชุดว่ายน้ำ และตามราฮิมและมายาไปที่สระว่ายน้ำ เมื่อนิชาลง
หลังจากที่ราฮิมได้วางสัมภาระทุกอย่างลงหยอกล้อเล่นกับลูกสาวหนูน้อยมายาอย่างเพลิดเพลินจนเธอหมดฤทธิ์หลับไปในที่สุดตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 20:00 น แล้วราฮิมตัดสินใจคุยกับนิชาให้เคลียร์อีกครั้ง "นิชา..." เสียงทุ้มต่ำของราฮิมดังขึ้นในห้องนั่งเล่นที่เงียบเชียบ นิชายังคงนั่งอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง ใบหน้ายังคงบอกถึงความโกรธและความผิดหวัง "ผมรู้ว่าผมทำผิดไป แต่ผมอยากให้คุณลองฟังผมอธิบายก่อนได้ไหม?" ราฮิมพยายามใช้คำพูดที่สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าใจจริงจะอยากกระชากเธอเข้ามาในอ้อมกอดเหลือเกิน นิชายังคงนิ่งเงียบ ไม่ตอบอะไร แม้แต่จะสบตากับราฮิมเธอก็ยังไม่ทำ "ผมขอโทษที่ทำให้คุณเสียใจ... ที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ขนาดนี้ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว" ราฮิมคุกเข่าลงต่อหน้านิชา ใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงใจ "คุณคิดว่าคำขอโทษของคุณจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมได้เหรอ?" "ผมรู้ว่ามันคงยาก แต่ผมอยากให้คุณลองเชื่อใจผมอีกครั้งสักครั้งเถอะนะครับ" "คุณคิดว่านิชาจะเชื่อใจคนที่ทำร้ายความรู้สึกนิชาได้ลงคอเหรอ?" "ผมรู้ว่าผมต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง แต่ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณกลับมาไว้ใจผมอีกครั้ง" ราฮิมตอบด
ราฮิมนักธุรกิจหนุ่มผู้มีอิทธิพลและร่ำรวยที่สุดในดูไบ กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวด นิชา ภรรยาของเขาและแม่ของลูกในท้อง ได้หนีจากเขาไปอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความคิดถึง หลังจากพยายามอย่างหนักในการตามหา ในที่สุดราฮิมก็ได้พบกับร่องรอยบางอย่างที่นำเขาไปสู่ประเทศไทย ข้อมูลที่เขาได้รับบ่งชี้ว่านิชาได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรนิชา และมีลูกสาว 3 ขวบ ชื่ออมายา "ลูกกูเป็นลูกสาว ลูกสาว ฮ่าๆ ลูกกูน่ารักไหมโมแอล มึงดูนี่ลูกกู ลูกกูน่ารักมาก' "นะ น่ารักครับนาย เสียงหัวเราะที่หายไปตลอด 3 ปี พอหัวเราะทีโมแอลคิดว่าเสียงซาตาน เสียวสันหลังวาบ, ราฮิมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโกรธ ความคิดถึง และความกังวล ราฮิมตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศไทยทันที เขาต้องการพบกับนิชาและลูกของเขา ต้องการรู้เหตุผลที่เธอทิ้งเขาไป และต้องการที่จะนำเธอกลับมา ราฮิมได้เขาพบว่าเธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและเงียบสงบ พร้อมกับลูกสาววัยสามขวบของพวกเขาที่ชื่อว่า มายา ข้อมูลที่บอดี้การ์ดของเขาได้สืบสาวราวเรื่องมาตลอด คนที่ปกปิดข้อมูลทั้งหมดก็คือเมษา วาดุลย์ใช้วิธีต่างๆ สาวความลับจากเมษาทุกทางเพื่อเจ้านายของเขา ราฮิมเ
ดวงตาสีเทาใสกระจ่าง ราวกับหยดน้ำค้างยามเช้า เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเล่นบนสนามหญ้าอย่างร่าเริง ถักผมเปีย ผูกโบว์สีชมพู เปียทั้งสองข้างแกว่งไปแกว่งมาตามจังหวะฝีเท้า ใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสาของเด็กน้อยดูสดใสราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยในเทพนิยาย แถมความน่ารักด้วยการพูดไทยคำ อังกฤษคำ ส่วนใหญ่ก็แทบจะพูดภาษาอังกฤษซะมากซะด้วย ถึงจะแค่ 3 ขวบ ก็พูดภาษาอังฤกษคล่องมาก ยิ่งเพิ่มความน่ารัก น่าหลงของเด็กหญิงมายาเข้าไปอีก สันยิ้มน้อยๆ มองเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเล่นอย่างเอ็นดู หัวใจของเขาอบอุ่นราวกับมีใครคอยซับน้ำตาในวันที่เหนื่อยล้า สันต์นั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อนสีขาวไม่ไกลจากเด็กหญิงนัก สายตาของสันต์จับจ้องไปยังเด็กหญิงไม่วางตา ความรักและความเอ็นดูที่ท่านมีให้เด็กหญิงคนนี้เปรียบเสมือนสายใยที่ผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น แม้จะไม่ได้เป็นสายเลือดที่แท้จริง แต่ความรักที่ท่านมอบให้เด็กหญิงคนนี้ก็ไม่เคยจืดจาง สันนั่งเอนหลังพิงโต๊ะม้าหินอ่อนตัวใหญ่ ใบหน้าคมเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะมองมายาเด็กหญิงตัวน้อยวัย 3 ขวบวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้า ทันใดนั้นมายาก็หยุดวิ่ง แล้วปรี่เข้ามาหาคุณลุงด้วยท่าทางออดอ้อน "ลุงสันขาาาาา พามายาไปกินขนมหน่อยย
ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 7 เดือนราฮิมที่ยังตามหาลูกกับเมียไม่เจอ เขากลายเป็นคนเงียบสุขุมไม่พูดไม่จากับใครสักเท่าไหร่วัน ๆ เขาเอาแต่เซ็นเอกสารส่วนการออกไปพบลูกค้า เขาไม่ไปเลย เขาเก็บตัวเงียบ เขาใช้ลูกน้องมือดีทั้งสองทำงานแทนเขา จนบางครั้งโมแอลคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของกิจการไปแล้วเพราะเจ้านายที่เปลี่ยนไปมาก เลิกงานเสร็จ เขาก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องดื่มหนักทุกวันจนหลับคาขวดเหล้า ขวดเหล้าเกลื่อนในห้องตั้งแต่เคาน์เตอร์บาร์จนไปถึงห้องนอน ราฮิมเดินโซซัดโซเซไปรอบคอนโดหรูที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของทั้งคู่ ขวดเหล้าไม่รู้เป็นใบที่เท่าไหร่ ในคืนนี้ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดไปหมด เมาไม่เมาไม่รู้ รู้แต่ว่าหัวใจมันเจ็บจนแทบจะระเบิดออกมา ความเงียบเข้ามาแทนที่เสียงเพลงที่เคยเปิดดังลั่น ความมืดเข้ามาแทนที่แสงสีที่เคยทำให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวา ตอนนี้ทุกอย่างดูว่างเปล่า เหมือนชีวิตของเขาตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือให้เกาะเกี่ยวอีกแล้ว "ฮึก...เธอทำกับผมได้ยังไง...ทำไมคุณถึงไม่ให้โอกาสผมได้อธิบายบ้าง นิชา ฮึก .." ราฮิมร้องไห้จนเสียงแหบพร่าออกมา น้ำตาไหลอาบแก้มที่เห่อร้อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ "นิชาฉันรักเธอ ทำไมถึงทิ้งฉัปไป...
ตกเย็นหนุ่มข้างบ้าน ตาตี่ผิว ขาวตามสไตล์หนุ่มเหนือที่ชื่อคุณสันหน้าตาดี ได้ชวนนิชาทานข้าวเย็นที่บ้านของเขาบ้าน บ้านนิชาและคุณสันติดกัน นิชาก็รู้สึกยินดีที่ได้เพื่อนใหม่ คุณสันดูเป็นมิตรและสุภาพมาก "คุณนิชาชอบไหมอาหารเหนือพอทานได้หรือเปล่าครับน้ำพริกก็อร่อยนะ" "ชอบมากค่ะ อร่อยดีขอบคุณสำหรับมื้อเย็นนะคะ" "ยินดีมากครับ แล้วนี่คุณนิชาจะอยู่ที่นี่ยาวเลยไหมครับหรือว่ายังไง" "นิชาก็น่าจะอยู่ที่นี่ยาวเลยค่ะ เพราะว่านิชาซื้อร้าน สปาเรียบร้อยแล้วก็บ้านหลังนี้ก็ตกลงกับเจ้าของเขา ขายให้แล้วค่ะ" "โอ้โห คุณนิชานี่คือซื้อยาวแล้วใช่ไหมครับผมจะมีเพื่อนบ้านใหม่แล้วล่ะสิเนี่ย แบบถาวร" "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ นิชาชอบบรรยากาศของที่นี่ตอนเช้ามันสดใสสงบดีค่ะ" "นี่ยังไม่เข้าหน้าหนาวนะครับถ้าหน้าหนาวจะสวยกว่านี้มากเลยเพราะบรรยากาศบ้านของเรามันหันไปก็เป็นภูเขาแล้วอ่ะสวยมากครับ" สองคนที่นั่งทานข้าวกันอยู่ด้านนอกชานบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีให้รับกับบรรยากาศที่แสนอบอุ่น จะมีชานด้านนอกสำหรับนั่งทานข้าวรับชมบรรยากาศตอนเย็นพระอาทิตย์ตกดิน สันที่มองวิชาด้วยแววตาชื่นชอบ เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีค
ผ่านมาแล้ว 1 อาทิตย์ไร้วี่แววนิชาเขาตามหาเธอมาตลอด 1 อาทิตย์ขับรถไปทั่วดูไบ และเมืองละแวกใกล้เคียงไม่มีข่าวคราวจากเธอเลยแม้แต่นิดเดียวเธอไม่ได้เพียงแค่พรากหัวใจของเขาไป แต่เธอได้พรากเอาลูกออกไปจากอกเขาเช่นกัน เขาที่กำลังจะเป็นพ่อคนกลับรู้สึกทรมานหัวใจเหมือนตายทั้งเป็น ทำไมเธอถึงไม่อยู่ฟังเขาก่อน ทำไมเธอถึงไม่เชื่อใจในตัวเขา "นิชาผมขอโทษ นิชา" ราฮิมขับรถกลับไปที่คฤหาสน์บ้านที่พ่อกับแม่ของเขาอยู่อาศัย ภาพจิตใจของเขาตอนนี้ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้เขารู้สึกแย่ เขากลับมาหาผู้เป็นมารดาด้วยหัวใจที่บอบช้ำและรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม คนเป็นแม่ก็รู้สึกผิดไม่น้อย ไม่ได้พลาดแก้วตาดวงใจของลูกชายไปเช่นกัน "ราฮิม แม่ขอโทษกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น" ราฮิมที่ได้ยินคำพูดจากผู้เป็นมารดาเข้าถึงกับสุดเข่าดั้งลงกับพื้นร้องไห้ออกมาราวกับเด็กที่อ่อนแอที่สุดเขาไม่รู้จะต้องตามหาเธอที่ไหน เขาไม่สามารถหาเธอเจอได้เลย เขามีลูกน้องมากมายแต่ก็ยังไร้ซึ่งวี่แววของเธอ เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ ตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาตามหาเธอเหมือนคนเป็นบ้า เขาพยายามไปหาเมษาแต่เมษาก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับนิชาเลย "แม่ครับผมจะทำยังไงดี" "ถ
ราฮิมหลังจากที่เขาเคลียร์ปัญหาต่างๆที่พัวพันเกี่ยวกับชีวิตของเขาจบสิ้น เขารีบยกหูโทรหานิชา ทันทีเพื่อบอกข่าวดีกับเธอเขาตั้งใจจะขอเธอแต่งงานในไม่กี่วันนี้เขามั่นใจว่าชีวิตของเขาและเธอ จะต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน เขาเองก็รักเธอ "หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้" "ฉิบหาย นิชา ปิดเครื่อง" "โมแอล แกต้องไปรับนิชากี่โมง" "วันนี้นายหญิงเลิกงาน 5 โมงครับ" "เดี๋ยวฉันจะไปรับณิชาเอง แกมีอะไรไปจัดการก็ไปจัดการเถอะ" รถหรูแล่นออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของอดีตว่าที่พ่อตาเขาไม่สนใจหรือแยแสกับสิ่งที่อดีตว่าที่พ่อตาได้ทำการข่มขู่เขาเอาไว้ ขอคนอย่างเขาคงไม่ได้มีแค่หลักฐานเท่านั้นเขาเองก็เตรียมแผนสำรองไว้ เพราะเขารู้ว่าคนอย่างพ่อของฟาติมาก็ร้ายไม่เบา เขาพยายามโทรหานิชาตลอดทั้งวันแต่เธอก็ยังคงปิดเครื่องอยู่ ตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าตอนนี้ เมษาได้ภานิชาขึ้นเครื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อออกนอกประเทศเรียบร้อยแล้ว จนนกระทั่งเวลาเลิกงานของณิชามาถึง ราฮิมที่มาจอดรอหน้าโรงแรมเป็นปกติ เขาหวังและตั้งใจว่าจะปรับความเข้าใจกับนิชา ให้เรียบร้อย แต่ผ่านมาครึ่งชั่วโมง นิชาก็ยังไม่ออกมา เ
ร่างสูงและว่าที่คู่หมั้นได้เดินผ่านณิชาไปโดยที่ไม่หันกลับมามองว่าตอนนี้เธอได้มีน้ำตาใสๆหยดลงพื้นขณะที่ก้มลงไปเช็ดคราบกาแฟ เขาเดินผ่านเธอไปเรากลับไม่รู้จักกันมาก่อนทำตัวห่างเหินและไม่ได้อธิบายเหตุผลใดๆให้กับเธอฟัง เหตุผลอะไรที่เขาทิ้งให้เธอรอทั้งคืนแล้วเหตุผลอะไรเธอจึงติดต่อเขาไม่ได้ "คุณทำเกินขอบเขตไปแล้วนะฟาติมา" "ฉันทำอะไรหรอคะราฮิม" "อย่าให้ผมหมดความอดทนกับคุณ" "สุดท้ายแล้วคุณก็ต้องแต่งงานกับฉันอยู่ดีค่ะเพราะพ่อกับแม่ของเราได้มั่นหมายเราเอาไว้แล้ว" "อย่ามั่นใจอะไรให้มากที่ผมยังไม่ทำอะไรคุณในวันนี้ไม่ได้แปลว่าผมยอมรับข้อตกลงการแต่งงาน" "งั้นคุณคงต้องไปคุยกับพ่อของฉันเองนะคะ" "คุณก็ปล่อยแขนผมได้แล้วเลิกเกาะแกะผมสักทีแล้วที่คุณทำในห้องทำงาน แบบนั้นอย่าทำมันอีกผมเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย" ราฮิมเดินสะบัดแขนทิ้งว่าที่คู่หมั้นไว้ที่ลานจอดรถทันทีเขาขับรถออกจากโรงแรมเพื่อตรงกับไปที่บ้านเขาต้องจัดการปัญหานี้ให้จบ เมื่อคืนเขายื้อหยุดฉุดกระชากกับฟาติมาตอนที่ไปส่งเธอเพราะเธอต้องการมือถือของเขาในการเมมเบอร์โทรศัพท์แล้วลาภละล้วงเรื่องต่างๆอย่างถือวิสาสะไร้มารยาท มันทำให้มือถือของเขาร่วงแล