ภายในร้านอาหารหรูในเครือตระกูลดังมีหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโตผูกผมเป็นหางม้าประดับด้วยโบว์เล็กสีขาวน่ารักเข้ากับชุดพนักงานสีเดียวกันกำลังเก็บกวาดโต๊ะอาหารจัดเก็บจานและแก้วน้ำใส่รถเข็นอย่างช่ำชอง วันนี้เธอทำมันอย่างรวดเร็วจนเพื่อนร่วมงานตะลึง เพราะภายในไม่กี่นาทีเธอก็สามารถจัดการโซนที่รับผิดชอบจนเสร็จเรียบร้อย"เสร็จสักที" หญิงสาวบอกกับตัวเองพลางมองนาฬิกาข้อมือ พอเห็นว่าใกล้เวลาเลิกงานแล้วก็รีบเข้ามาเคลียร์ของที่หลังร้านต่อ แน่นอนว่าเธอจัดงานมันภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที จนพี่คนสนิทในครัวเอ่ยแซว"จะรีบอะไรขนานนั้นเพียงพราว ทำอย่างกับมีนัดออกเดทอย่างนั้นแหละ"หญิงสาวได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ"หนูไปก่อนนะคะ วันจันทร์เจอกันค่ะพี่ สวัสดีค่ะ"เพียงพราว สาวสวยวัยยี่สิบสองยกมือไหว้แม่ครัวสาวคนสนิทที่ทำงานด้วยกันมาหลายปีอย่างอ่อนน้อม และไม่ลืมไหว้อีกหลายๆ คนที่อยู่ในนั้นด้วย ทุกสายตามองเธอด้วยความเอ็นดูและภาวนาให้เธอได้เจอคนที่ดีๆ อย่าให้คนไม่ดีเข้ามาในชีวิตอีกเลยเพียงพราว เด็กสาวกำพร้า แม่เสียชีวิตด้วยโรคร้ายตอนเธอกำลังจะขึ้นมอปลาย ส่วนพ่อแท้ๆ นั้นเสียชีวิตตั้งแต่เพียงพราวอายุไม่ถึงสามขวบ พ่อที่ตา
คาร่าค่อย ๆ พาเพียงพราวย่องออกจากใต้โต๊ะเพื่อหมายจะเดินไปอีกห้อง ทว่าขณะที่เธอกำลังเดินออกไปเงียบ ๆ กลับเจอพี่ชายของตัวเอง ยืนล้วงกระเป๋าจ้องมองการกระทำของพวกเธออยู่ ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ทั้งหมดทั้งสองคนตกใจมาก และคิดว่าตัวเองจะต้องถูกส่งขึ้นฝั่งเป็นแน่ คาร่าจึงใช้วิธีออดอ้อนพี่ชายอย่างที่ชอบทำ โดยการเข้าไปสวมกอดพี่ชายที่กำลังจับจ้องเพื่อนสนิทของเธอด้วยสายตาที่แปลกไป เพราะเธอนั้นอยู่ในชุดที่ค่อนข้างแปลกตาเพราะปกติเคยเห็นแต่หญิงสาวอยู่ในชุดทำงานเพียงพราวก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ในขณะที่คาร่ายังคงออดอ้อนพี่ชายของตัวเองด้วยการหาข้ออ้างสารพัด" เฮียให้หนูไปเถอะนะ นะ ๆๆๆ หนูไม่ได้ไปเกาะนั้นนานมากแล้ว หนูอยากไปมาก เฮียอย่าส่งหนูกลับเลยนะคะ นะ"เมื่อเห็นว่าน้องสาวเพียงคนเดียวออดอ้อนมีเหรอ คนอย่างมาเวลล์จะไม่ยอมใจอ่อน ชีวิตนี้นอกจากพ่อกับแม่ ก็คงมีแค่คาร่า ที่มีอิทธิพลต่อเขา และในที่สุด ชายหนุ่มก็ยอมให้ทั้งสองคนขึ้นเรือไปด้วย ทว่าต้องมีข้อแม้"ห้ามไปยุ่งกับไอ้พายุมันเด็ดขาด! อยู่ในที่ของตัวเอง เฮียจะให้คนไปจัดการบ้านพักอีกหลังให้"" รับทราบครับเฮีย"คาร่าตอบตกลงทันที
“หนูให้ได้ค่ะ แต่หนูให้เพราะหนูชอบเฮียนะคะ ชอบมานานแล้วด้วย …”สิ้นเสียงหญิงสาวมาเวลล์ประกบริมฝีปากแนบชิดเข้าหาหญิงสาวทันที เพียงพราวเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างหนักหน่วง โดยไม่รีรอให้เธอได้ตั้งรับ ปากหยักได้รูปสอดเรียวลิ้นเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากหญิงสาว มือแกร่งบีบเคล้นหน้าอกใหญ่อย่างหนักหน่วง เพียงพราวทำได้เพียงนิ่วหน้าเพื่อระบายความเจ็บปวด ลิ้นอุ่นชื้นเต็มไปด้วยรสชาติของไวน์ราคาแพงที่เธอดื่มเข้าไป ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกพึงพอใจกับมันเป็นอย่างมาก"อื้ม~~"คนร่างบางครางในลำคออย่างแผวเบา... เมื่อชายหนุ่มเริ่มลดความรุนแรงในรสจูบเบาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงดูดกลืนเรียวลิ้นสลับกับขบเม้มริมฝีปากของเธอตามอารมณ์ปรารถนา กลิ่นสาบสาวสตรีเพศทำเอาชายหนุ่มแทบไม่อยากผละริมฝีปากออกใบหน้าคมคายซุกไซร้เข้าหาลำคอระหงก่อนจะขบเม้ม ซ้ำๆ สร้างรอยรักเอาไว้ทั่วบริเวณพรึ่บ!!" อ๊ะ! เฮียเวลล์!"เพียงพราวสะดุ้งเฮียกด้วยความตกใจเมื่อถูกกดร่างให้นั่งลงบนพื้นหญ้า ภายในสวนเงียบสะหงัดพร้อมกับงัดแท่งมังกรยักษ์ที่แข็งชูชั่นภายใต้กางเกงนอนตัวบางออกมา มือแกร่งบีบเข้าที่แก้มของเธออย่างไม่แ
เพียงพราวตื่นมาในช่วงเช้าของวันด้วยสภาพร้าวระบมไปทั่วร่าง กลีบกุหลาบบวมช้ำเป็นสิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด เมื่อพลันนึกขึ้นได้จึงรีบลุก เข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำทันที พร้อมกับหยิบเครื่องสำอางราคาแพงขึ้นมาปิดร่องรอยที่ชายหนุ่มฝากไว้เมื่อคืนด้วยท่าทีเร่งรีบ เพราะกลัวว่าคาร่าจะตื่นขึ้นมาเห็น และถามถึงร่องรอยพวกนี้ พร้อมกับแต่งตัวด้วยความเร่งรีบ ทว่าในขณะที่เธอกำลังแต่งตัวอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ซึ่งภายในใจเธอคิดว่าต้องเป็นมาเวลล์แน่ ๆ เพราะเขาบอกว่าจะเอายามาให้เธอ เพียงพราวรีบวิ่งไปเปิดประตูด้วยความเร่งรีบจนลืมความเจ็บปวดใจกลางสาวไปชั่วขณะ แต่ก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บหน่วง ๆ"อ๊ะ!"เธอเผลอร้องเสียงหลงออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าทีปกติในทันที ทว่าเปิดประตูออกไป กลับไม่ใช่ร่างของชายหนุ่มที่เธอรอคอย แต่กลับเป็นลูกน้องคนสนิทของเขา เพียงพราวจับจ้องใบหน้าชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความมึนงงเล็กน้อยก่อนที่จะชายหนุ่มจะยื่นถุงยาให้เธอ" ยาคุมฉุกเฉินครับ เม็ดแรกทานทันที เม็ดที่สองทานหลังจากสิบสองชั่วโมง"เพียงพราวมีใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อลูกน้องคนสนิทของชายหนุ่มบอกวิธีกินให้กับ
บทที่ 5 ร่องรอยหลังจากที่ชายหนุ่มเดินออกไป เพียงพราวก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มาเวลล์ตอนโกรธเขาน่ากลัวกว่าอะไรทั้งสิ้น มีเพียงแค่คาร่าเท่านั้น ที่ไม่กลัว เพราะเธอรู้ว่ายังไง พี่ชายของเธอก็จะกลับมาง้อเธออยู่ดี"เห้อ น่ากลัวมาก"เพียงพราวเอ่ยขึ้น ก่อนจะผ่อนคลายออกมาหลังจากเกร็งอยู่หลายนาทีเพราะความกลัว ทว่าอยู่ๆ คาร่ากลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์นัยเมื่อเธอรับรู้ว่าจะทำยังไงถึงได้เข้าไปด้านในนั้น" ไปกันเถอะ"" ไปไหน""ไปหาพี่พายุสุดที่รักของฉันยังไงล่ะ ไปเปลี่ยนชุดกัน ฉันจะยอมไปขอโทษยัยผีบ้านั่น ถ้ามันทำให้ฉันได้เข้าไปในนั้น"คาร่าพาหญิงสาวเพื่อนสนิทขึ้นไปเปลี่ยนชุดบนห้องนอนทันที ก่อนจะยื่นชุดบิกินี่ทูพีทให้กับเธอ"ทำไมต้องเปลี่ยนชุดด้วยล่ะคาร่า"เพียงพราวเอ่ยถามขึ้นก่อนจะก้มมองชุดที่คาร่ายื่นให้ด้วยท่าทีมึนงงคาร่ายิ้มแบบมีเล่ห์นัยส์ก่อนจะบอกเธอออกไปตามตรง"พาไปโชว์ความสวยไง ไม่แน่เธออาจจะได้ผู้ชายรวยๆ สักคนก็ได้นะ เพื่อนพี่ชายฉัน รวยทุกคนสนใจคนไหนบอกนะ จะช่วยจีบ"เพียงพราวได้แต่ตอบข้างในใจว่าเธอน่ะไม่สนใจใครหรอก เพราะเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว
" เหล้าหมด ไปหยิบให้หน่อยสิ"ก่อนที่เพื่อนสนิทอย่างเซนต์จะเอ่ยขึ้น"ไปใช้น้องทำไม"ไร้ซึ่งคำตอบจากชายหนุ่ม มาเวลล์จ้องมองใบหน้าหญิงสาวด้วยท่าทีนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยถามประโยคถัดมา" ได้ไหม"เพียงพราวที่เริ่มเมาแต่ยังไม่มาก เผลอสบตากับชายหนุ่มและตกตะลึงในความหล่อของเขาจึงพยักหน้ารัวๆ แทนคำตอบก่อนจะเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ"เอาแบบนี้ใช่ไหมคะ"มาเวลล์ยกคิ้วขึ้นแทนคำตอบ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นเดินออกไปแบบงงๆ แต่ก็พอจะรู้ว่าห้องครัวอยู่ไหน"ว้าย!!"ทว่าเดินยังไม่ถึงครัว กลับถูกโดนฉุดกระชากไปยังห้องห้องหนึ่งที่อยู่ในตัวบ้านพัก เพียงพราวตกใจมาก แต่พอเห็นใบคมคายก็กลับใจเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ" เฮียจะทำอะไรคะ"ไร้ซึ่งคำตอบจากชายหนุ่ม มาเวลล์ปิดประตูล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนใบหน้าคมคายจะซุกไซ้เข้าหาหญิงสาว พร้อมกับประริมฝีปากเข้าหาเธอทันที มือแกร่งลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างก่อนจะผลักเธอลงที่เตียงอย่างรีบร้อนใบหน้าคมคายซุกไซ้ลำคอระหงพร้อมกับสูดดมกลิ่นกายอย่างบ้าคลั่ง" ใครให้เธอแต่งตัวแบบนี้ออกมา แม่งแข็งตั้งแต่เธอเดินเข้ามาเลย"" เฮีย เพื่อนเฮียรออยู่นะ"เพียงพราวเอ่ยห้ามขี้น เมื่อชายหนุ่มปลดเปลื้องชุดบิกินี่ท
หลังจากจัดหนักจัดเต็มกันเสร็จเรียบร้อย มาเวลล์ก็ลุกขึ้นแต่งตัวทันที ก่อนจะโยนเสื้อตัวเองให้หญิงสาวเอาไว้คลุมร่าง"เดี๋ยวฉันจะออกไปก่อน แล้วเธอค่อยตามออกไป"" ค่ะ"เพียงพราวรับเสื้อฮาวายตัวใหญ่เอาไว้ในมือทันที ก่อนจะสวมใส่มันตามคำสั่งของเขา เธอไม่แม้แต่สบเขา เพราะมัวแต่เขินอายกับสิ่งที่ทำกันไปเมื่อครู่ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ติดอยู่กับเสื้อยิ่งทำให้เธอเขินอายมากขึ้นไปกว่าเดิม จนลืมความปวดร้าวภายในร่างไปชั่วขณะมาเวลล์เดินย่างกรายออกมาหาเพื่อน ๆ อย่างอารมณ์ดี จนทำให้เซนต์สงสัยว่าไปทำอะไรมา"หายไปไหนมาวะ แม่งไปแอบฟัดใครมาถึงได้ดูอารมณ์ดีผิดปกติ"ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบอะไรเพื่อนออกไป พียงพราวก็เดินออกมาจากห้องด้วยท่าทีแปลก ๆ พร้อมกับสวมเสื้อของเขา เพียงเท่านั้นก็ทำให้เซนต์รับรู้และเข้าใจได้ทันที ว่ามาร์เวลลคงต้องการจะบอกเขากลาย ๆ ก่อนที่จะเอ่ยด่าเพื่อนด้วยท่าทีเล่นทีจริง"เร็วสัส!"ไร้ซึ่งคำพูดใดจากมาเวลล์ เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจก็คือ คาร่าที่เมาคอพับซบอยู่บนอกของพายุ" มาลากน้องมึงออกไป"พายุเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเหนื่อยหน่าย ซอกคอและใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยลิปสติกของหญิงสาว เพียงพราวตกใจมา
ใบหน้าคมคายค่อยๆ ผละออกช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันพร้อมกับจ้องใบหน้าหญิงสาว"ที่นี่มีแต่พวกอันตราย อย่าลงมาอีก"" รวมถึงเฮียด้วยรึเปล่าคะ"" เดี๋ยวจะใช้ร่างกายเป็นคำตอบ"ว่าจบมือแกร่งก็ผลักร่างหญิงสาวให้นอนลงบนโต๊ะอาหารก่อนจะปลดกระดุมกางเกงขาสั้นของเธอออก เรียวขาสวยถูกแยกออกจากกันในองศาที่พอดี กลีบกุหลาบบวมช้ำค่อย ๆ แย้มบาน ใจหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเมื่อชายหนุ่มค่อย ๆ จ่อแก่นกายเข้าหาร่องสวาท ก่อนจะดันมันเข้าไปช้าๆ เพื่อให้เธอเจ็บปวดน้อยที่สุด" อื้อ!!"เพียงพราวกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น พร้อมกับกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางเอาไว้ เพราะกลัวว่าจะมีใครผ่านไปผ่านมาเห็นบทรักอันเร่าร้อนนี้" เฮียคะ คาร่ารออยู่""ฉันทำไม่นาน"ปึก!ปึก!ปึก!"อื้อ!!! จุก!"มือแกร่งค่อย ๆ สอดแขนทั้งสองข้างเข้าไปใต้ข้อพับขาของหญิงสาว ก่อนจะขยับสะโพกเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง แม้จะร่วมรักกันมาบ้างแล้วทว่าร่องสวาทของเธอยังคงขมิบตอดรัดแก่นกายของเขาไว้แน่นไม่ต่างจากครั้งแรก สร้างความพอใจให้กับมาเวลล์เป็นอย่างมากปึก!ปึก!ปึก!"อ๊ะ!อ๊ะ!อ๊ะ...เฮีย"ตับ!ตับ!ตับ!เสียงเนื้อกระทบกันบวกเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มดัง
วันเวลาผ่านไปนานถึงสามสัปดาห์งานวิวาห์ก็มาถึง เพียงพราวเดินย่างกรายเข้ามาในโบสถ์ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เธอเคยวาดฝันว่าสักวันคงได้มีโอกาสยืนข้างๆ เขา มาเวลล์ยืนมองเรือนร่างหญิงสาวไม่ละสายตา เพียงพราวเริ่มมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย เมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาที่ชวนหลงใหลนานเกินไป มือแกร่งค่อยๆ จูงมือเจ้าสาวของตัวเองเข้าพิธีวิวาห์ทันที เพราะตอนนี้ในหัวของชายหนุ่ม มันเอาแต่คิดถึงช่วงเวลาเข้าหอแล้ว มิราและเควิน ต่างมองลูกชายตัวเองด้วยสายตาดีใจ เพราะเขานั้นเข้าใจลูกๆ ดี ความเหมาะสมน่ะเหรอ มันไม่มีค่าอะไรเลย ความรักที่แท้จริงต่างหากล่ะ ที่เรียกว่าความสุข ทั้งคู่ไม่สนใจว่าเพียงพราวจะเป็นใครมาจากไหน แค่ทำให้ลูกชายเขามีความสุขได้แค่นั้นก็พอแล้ว คาร่าค่อยๆ เดินย่างกายเข้าไปหาเพียงพราวช้าๆ “ยินดีด้วยนะ” เพียงพราวสวมกอดเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ ก่อนจะร่ำไห้ออกมา เธออยากขอบคุณคาร่า ที่ทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้ และมอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ... วีณาเดินย่างกรายเข้ามาในงานด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนจะจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใจที่ปวดหนึบ แต่ก็พยายามเข้าใจ ว่าตอนนั้นเธอกับมาเวลล์พว
วันเวลาผ่านไปนานถึงสามสัปดาห์งานวิวาห์ก็มาถึง เพียงพราวเดินย่างกรายเข้ามาในโบสถ์ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เธอเคยวาดฝันว่าสักวันคงได้มีโอกาสยืนข้างๆ เขา มาเวลล์ยืนมองเรือนร่างหญิงสาวไม่ละสายตา เพียงพราวเริ่มมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย เมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาที่ชวนหลงใหลนานเกินไป มือแกร่งค่อยๆ จูงมือเจ้าสาวของตัวเองเข้าพิธีวิวาห์ทันที เพราะตอนนี้ในหัวของชายหนุ่ม มันเอาแต่คิดถึงช่วงเวลาเข้าหอแล้ว มิราและเควิน ต่างมองลูกชายตัวเองด้วยสายตาดีใจ เพราะเขานั้นเข้าใจลูกๆ ดี ความเหมาะสมน่ะเหรอ มันไม่มีค่าอะไรเลย ความรักที่แท้จริงต่างหากล่ะ ที่เรียกว่าความสุข ทั้งคู่ไม่สนใจว่าเพียงพราวจะเป็นใครมาจากไหน แค่ทำให้ลูกชายเขามีความสุขได้แค่นั้นก็พอแล้ว คาร่าค่อยๆ เดินย่างกายเข้าไปหาเพียงพราวช้าๆ “ยินดีด้วยนะ” เพียงพราวสวมกอดเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ ก่อนจะร่ำไห้ออกมา เธออยากขอบคุณคาร่า ที่ทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้ และมอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ... วีณาเดินย่างกรายเข้ามาในงานด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนจะจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใจที่ปวดหนึบ แต่ก็พยายามเข้าใจ ว่าตอนนั้นเธอกับมาเวลล์พว
บทที่ 50. เป็นห่วงหลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์ทั้งสองก็ขึ้นมาบนรถ ที่ลูกน้องคนสนิทอย่างเชนเตรียมไว้รอก่อนที่คาร่าจะกระซิบบอกเพียงพราวอย่างแผ่วเบา“มีคนอยากเจอเธอ”เธอไม่กล้าพูดดังเพราะกลัวลูกน้องจะเอาไปรายงานมาเวลล์“ใครหรอ”“แทนคุณ เขารอเธอที่ร้านอาหาร อย่าบอกเฮียนะ”เพียงพราวเริ่มเกิดความสงสัยจึงถามคาร่าออกไป“เธอไปรู้จักพี่แทนคุณได้ยังไง แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเขารออยู่ที่นั่น”คาร่าเริ่มแสดงท่าทีเลิกลั่กนิดหน่อย ก่อนจะเอ่ยตอบไป“เขาอยากเจอเธอ เลยขอให้ฉันช่วย”เพียงพราวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ แม้ว่าภายในใจจะยังคงรู้สึกแปลกๆในท่าทีของเธอ แต่ก็เลือกที่จะนั่งสองสาวเดินย่างกรายเข้าไปในห้องวีไอพีภายในร้านอาหารตามที่ได้นัดชายหนุ่มเอาไว้ ลูกน้องคนสนิทของมาเวลล์เดินเข้าไปตรวจก่อนความเรียบร้อยก่อนแต่ไม่เห็นทว่ากลับไร้ร่างคนอื่นเมื่อคนของมาเวลล์เดินออกไป แทนคุณก็เปิดประตูลับออกมาทันทีเพราะว่าร้านนี้เป็นร้านของเขาเอง“หนูสบายดีใช่ไหม? ยังเจ็บตรงไหนอยู่รึเปล่า พี่เป็นห่วงหนูมากนะ”แทนคุณเอ่ยถามไถ่เพียงพราวด้วยความเป็นห่วง“หนูหายดีแล้วค่ะ”“พี่คิดถึงหนูนะ คิดถึงมาก...”“ขอบคุณนะคะ”“หนูหิวไหม
บทที่ 49. สายเปย์หลังจากเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายของวัน เพียงพราวก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะหิว ก่อนจะตามด้วยมาเวลล์ เขาถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กแน่นอนว่าเขาต้องไวต่อสิ่งรอบข้าง เพียงพราวค่อย พยุงร่างกายอันบอบช้ำเข้าไปห้องน้ำ ก่อนจะอาบน้ำชำระร่างกาย ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำรักเกรอะกรังใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินออกมา มาเวลล์ที่จ้องมองหญิงสาวอยู่ ถึงกับต้องตกใจกับใบหน้าซีดเผือดของเธอ และวิ่งไปประคองร่างเธอเอาไว้“หนูเป็นอะไรรึเปล่า...ทำไมหน้าซีดแบบนั้น”“หนูหิว...”เพียงพราวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงงอแงก่อนมาเวลล์จะรีบโทรสั่งลูกน้องคนสนิท ให้โรงแรมเตรียมอาหารขึ้นมาให้เธอใช้เวลาเพียงไม่นาน อาหารต่างๆ ก็มาเสิร์ฟ ก่อนที่มาเวลล์จะเอ่ยขึ้น“กินก่อนเลยนะ เฮียไปอาบน้ำก่อน”ว่าจบก็เดินเข้าไปในห้องน้ำทันทีก่อนที่เพียงพราว จะจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความหิวโซเนื่องจากเมื่อคืนเธอถูกสูบพลังงาน เข้าไปอย่างหนัก...หลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย มาเวลล์ก็พาเพียงพราวกลับทันทีทว่าระหว่างทางชายหนุ่มกลับเห็นสีหน้าของหญิงสาวไม่ค่อยดีเนื่องจากเธอดูเพลีย ๆ และอ่อนล้า ไม่พูดจาแปลก ๆรถสปอร์ตคันหรูขับเคลื่อนเข้ามาจอที่
บทที่ 48. โหยหา NC+ 🔞มือแกร่งค่อยๆรั้งร่างหญิงสาวเข้ามาบนตัก ก่อนจะซุกไซร้ลำคอระหงอย่างหื่นกระหายกลิ่นกายสาบสาวสตรีเพศสร้างอารมณ์กระสันให้ชายหนุ่มเป็นอย่างมากกลิ่นกายเฉพาะของหญิงสาวแทบทำเอามาเวลล์ไม่อยากผละใบหน้าออกแม้แต่น้อยกลิ่นกายที่เขาโหยหามาตลอดหลายเดือน ริมฝีปากที่เขานั้นคิดถึงริมฝีปากหยักได้รูป ประกบริมฝีปากเข้าหาหญิงสาวด้วยอารมณ์คิดถึงและต้องการเธอเป็นอย่างมาก“อืม~”เพียงพราวกำคอเสื้อชายหนุ่มไว้แน่นก่อนจะจูบอย่างรู้งานทั้งสองสัมผัสริมฝีปากและแลกน้ำลายกันอยู่นานโนมก่อนจะเป็นเพียงพราวที่ผละริมฝีปากออกเนื่องจากรู้สึกว่าเริ่มขาดอากาศหายใจ“อ่อนวะ”มาเวลล์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนที่เพียงพราวจะประกบริมฝีปากเข้าหาชายหนุ่มและบดขยี้ริมฝีปากอย่างเร่าร้อน ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย มือแกร่งค่อย ๆลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาว ก่อนจะบีบเคล้นสะโพกงอนงามชุดเดรสราคาแพง ค่อย ๆ ถูกเลื่อนซิปลงช้า ๆ ก่อนจะตามด้วยบราเซียไร้สายทันทีที่บราเซียถูกถอดออก หน้าอกใหญ่ก็ดีดเด้งออกมาทันทีชายหนุ่มบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ สลับกับขบเม้มริมฝีปากหญิงสาวอย่างเอาแต่ใจก่อนจะผลักเธอลงเตีย
บทที่ 47. สับสนเพียงพราวเริ่มมีท่าทีเขินอายเมื่อถูกชายหนุ่มจ้องมองด้วยสายตาที่หยาดเยิ้ม และพร้อมจะขย้ำเธอหากสายตาของเขาในตอนนี้คือกรรไกรเสื้อผ้าของเธอคงขาดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว“เฮียจะพาหนูไปไหนเหรอคะ”เพียงพราวเอ่ยถามขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่ชวนเสียตัวในครั้งนี้เพราะถ้าหากเธอไม่ทำลายมัน เธอคงได้ไปดินเนอร์บนเตียงเป็นแน่“เซอร์ไพรส์...”มาเวลล์เอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปจูงมือหญิงสาวออกมาจากห้องใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงร้านอาหารใจกลางเมืองที่สูงเฉียดฟ้าเพียงพราวจ้องมองอาหารสลับกับคนตรงหน้า ด้วยหัวใจที่เต้นแรงเป็นครั้งแรกที่เธอได้มาอยู่ในสถานที่โรแมนติกกับคนที่ตัวเองรักตามแบบที่เคยวาดฝันไว้ในตอนเด็ก“กินสิ”“ค่ะ”เพียงพราวนั่งทานอาหารตรงหน้าด้วยท่าทีปกติทว่าชายหนุ่มกลับนั่งดื่มไวน์ราคาแพงและนั่งจ้องมองเธออยู่อย่างนั้นเสียงเพลงสากลยังคงบรรเลงต่อไปท่ามกลางชายหญิงสองคนแสงเทียนสาดส่องกระทบใบหน้าเกลี้ยงเกลาของหญิงสาวยิ่งทำให้เธองดงามราวกับเจ้าหญิงมากขึ้นไปเพียงพราวเริ่มรู้สึกไม่เป็นตัวเองเมื่อถูกจ้องมองอยู่ตลอด“มีอะไรติดหน้าหนูรึเปล่าคะ”“สวย...”มาเวลล์เอ่ยขึ้นราวกับต้องมนต์สะกด เ
บทที่ 46 รู้ใจตัวเอง“ช่วงนี้อย่าเพิ่งให้คนไข้เครียดหรือใช้สมองหนักเกินไป เพราะจะปวดหัวได้ง่าย”เสียงหมอเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกคนจะรับปาก และเอ่ยขอบคุณหมอพร้อมกับออกไปส่งภายในห้องเงียบสงัดมีเพียงเธอ และมาเวลล์ที่ยังอยู่ภายในห้องมาเวลล์เดินย่างกรายเข้าไปนั่งข้างๆเตียง เพียงพราวจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มด้วยความสงสัยว่าชายหนุ่มนั้นต้องการจะทำอะไรมือแกร่งค่อย ๆ กุมมือหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมา“อย่าหายไปไหนอีกนะ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ”หยาดน้ำตาเอ่อล้นออกมาเป็นทางยาว หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งในตอนที่ชายหนุ่มเลื่อนมือมากุมแก้มใสของเธอ“ช่วงนี้นอนพักผ่อนเยอะๆ หายดีแล้วค่อยคุยกัน”หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...เพียงพราวอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถช่วยเหลือตัวเองหลาย ๆอย่างได้แล้ว แต่ยังคงอยู่ในความดูแลของหมอภายใต้คำสั่งของมาเวลล์ชายหนุ่มไม่ยอมให้เธอออกไปไหน เพียงพราวทำได้เพียงออกมารับลมริมระเบียงและจ้องมองวิวภายในคฤหาสน์อันไกลโพ้น และ คาร่าก็มาอยู่กับเธอทุกวันหลังจากที่ทั้งสองปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วตอนนี้เพียงพราวกลับมายิ้มได้
บทที่ 45 เหตุผลในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเศร้าและจมอยู่กับความเจ็บปวดทว่ากลับได้ยิน เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างล่างและคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคาร่าเพราะว่าเธอนั้นได้ยินเชนลูกน้องคนสนิทของพ่อรายงานเกี่ยวกับเพียงพราวทันทีที่รู้ว่าเพียงพราวป่วยหนักคาร่าทิ้งข้าวของในมือทันทีก่อนจะวิ่งขึ้นไปหาเธอที่ห้องพักฟื้นโดยที่มาเวลล์ยังไม่อนุญาตคาร่าก็เปิดประตูเข้ามาทันคาร่ายกมือป้องปากด้วยความตกใจเมื่อเห็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอนอนแน่นิ่งอยู่ เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนักก่อนจะตรงเข้าไปหาเพียงพราวที่นอนนิ่งอยู่และเอ่ยถามมาเวลล์ทั้งน้ำตา“เพียงเป็นอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้”“เพียงพราวมีเนื้องอกในสมองมาสามปีแล้ว และเพิ่งได้เข้ารับการผ่าตัดแต่ก้อนเนื้อใหญ่เกินไป ทำให้แผลด้านในค่อนข้างใหญ่ทำให้เธอนอนไม่สติมาหลายวัน”เมื่อได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากพี่ชายเล่า อยู่ ๆคาร่าก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ได้คุยกันล่าสุดที่เพียงพราวนั้นหยิบยาบางอย่างขึ้นมากิน แต่กลับบอกเธอว่ากินยาแก้ปวดคาร่าสวมกอดร่างเพียงพราวทันทีก่อนจะร่ำไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความรู้สึกผิด“ขอโทษนะที่ฉันไม่เคยสังเกตว่าเธอป่วย แถมยังไม่ฟังเหตุผลของเธ
บทที่ 44. รู้ความจริงเช้าต่อมา...แทนคุณเดินย่างกรายเข้ามาภายในห้องหญิงสาวเหมือนทุกวัน เพราะวันนี้เขานั้นต้องเข้าไปคุยธุรกิจกับมาเวลล์ จึงต้องการกำลังใจจากเธอ เพียงแค่นึกว่าจะเห็นเจ้าของหัวใจเธอ อาการเจ็บปวดก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจ" วันนี้พี่จะไปคุยงานกับคนพวกนั้นแล้วนะ หนูอยากให้พี่ใจดีกับพวกนั้นไหม ถ้าอยากก็รีบฟื้นขึ้นมา"แทนคุณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะฝังจมูกลงที่มือของหญิงสาว เพราะถ้าหากเธอฟื้นขึ้นมา เขาคงไม่มีโอกาศได้ทำมันแล้ว แม้จะรู้อยู่เต็มอก ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นมันไม่ถูก แต่ชายหนุ่มก็ยังเลือกที่จะทำหลังจากออกมาจากห้องพักหญิงสาว แทนคุณก็เรียกรวมตัวเหล่าลูกน้องทันที ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่สำคัญ" ห้ามให้เฟรญ่า เข้ามาในบ้านเด็ดขาด"แทนคุณเอ่ยสั่งลูกน้องทุกคนด้วยน้ำเสียงดุดัน ก่อนจะนั่งรถออกไปทันทีใช้เวลาเพียงไม่นาน แทนคุณก็มาถึงบริษัทของเควิน โดยมีมาเวลล์และเชนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองทักทายกันตามปกติ แม้ภายในใจจะไม่ค่อยชอบหน้ากันสักเท่าไหร่ ก่อนที่แทนคุณจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยยัน" หายดีแล้วเหรอ ถึงออกมาจากรังได้"คำพูดของแทนคุณ ทำเอามาเวลล์เดือดดาลขึ้นมาทันควัน มาเวลล์เริ่มควบค