เพียงพราวเดินย่างกรายออกมาโดยภายในใจก็แอบคิดว่าเขาต้องตามเธอมาแน่ ๆ ทว่าหันกลับไปมองรอบที่เท่าไหร่ก็ยังคงไร้ร่างชายหนุ่ม เพียงพราวเดินย่างกรายไปที่ริมหาดทันทีจะให้เธอกลับเข้าไปในห้องก็คงนอนไม่หลับอยู่ดี ออกมาเดินรับลมเพื่อให้ลืมภาพของเขากับผู้หญิงคนนั้นดีกว่า ทว่ายิ่งเดินไปไกลมากเท่าไหร่ ภาพเหล่านั้นก็ยิ่งชัดเจนเข้ามาให้หัวของเธอ"เหอะ นัวกันขนาดนั้น อีกสักพักคงขึ้นห้องกันแน่ๆ"เพียงพราวแอบรู้สึกหึงหวงชายหนุ่มขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวก่อนจะบ่นคนเดียว“คนใจร้าย”อยู่ ๆ หญิงสาวก็ตระโกนออกไปอย่างสุดเสียง"ใครใจร้าย"เสียงชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยถามเธอขึ้นเพียงพราวตกใจมากก่อนจะรีบหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นมาเวลล์ ก็แอบดีใจและเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะหุบยิ้มทันที เมื่อนึกถึงภาพที่เขานัวเนียกับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเธอมาเวลล์ที่เห็นว่าหญิงสาวนิ่งไป จึงเอ่ยถามออกไป"เมื่อกี้เธอว่าใครใจร้าย ฉันเหรอ? "ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน พร้อมกับเดินล้วงกระเป๋าแบบเท่สุด ๆ ทำเอาใจหญิงสาวอ่อนระทวยลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม และแอบคิดในใจ" คนอะไรทำไม ถึงได้หล่อสะบัดขนาดนี้"ร่างกายกำยำเดินเข้ามาหาหญิงสาวทัน
หลังจากร่วมรักกันมาทั่วทุกมุมหาด มาเวลล์ก็ปล่อยให้หญิงสาวได้กลับไปพักผ่อน ขณะที่เธอกำลังออกไปด้วยท่าทีเขินอาย อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยเรียกเธอขึ้นพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือตัวเองให้เธอ เพียงพราวมึนงงเล็กน้อย ทว่าชายหนุ่มกลับเอ่ยขึ้น" เอาเบอร์เธอมา"เพียงเท่านั้นก็ทำให้หญิงสาวเข้าใจได้ในทันที เพียงพราวรับโทรศัพท์มือถือจากชายหนุ่มด้วยท่าทีเขินอาย ก่อนจะกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป การกระทำของชายหนุ่มทำให้เธอเผลอคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าเขานั้นอาจจะมีใจให้เธอเหมือนกัน เพราะดูจากที่เขานั้นตามเธอออกมา การกระของเขาทำให้คิดเขาก็คงชอบเธอเหมือนกัน แต่เธอกลับคิดผิด ความสัมพันธ์ของเธอกับเขากลับเป็นความสัมพันธ์ลับที่ยากจะอธิบายและจะถูกปิดแบบนี้ตลอดไปหนึ่งสัปดาห์ต่อมา....หลังจากงานเลี้ยงที่เกาะส่วนตัวจบลง ทุกคนก็ต่างกลับมาใช้ชีวิตและทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติมาเวลล์ยังคงไปเรียน ไปเที่ยว และจัดปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ตามปกติส่วนด้านเพียงพราว เธอก็ยังใช้ชีวิตในแบบของเธอ คือการกลับมาทำงานที่ร้านตามเดิม และก็ไปเรียนตามปกติ แม้ทั้งสองจะเจอกันอยู่บ้างแต่มาเวลล์ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำราวกับว่าเธอเป็นแค่เพื
เพียงพราวยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมก่อนที่คาร่าจะเดินเข้ามาหาเธอ"วันนี้ฉันไม่เข้าเรียนนะ จะไปกินข้าวกับพวกเฮียมาเวลล์น่ะ เธอไปด้วยกันปะ"" ไม่เป็นไร ฉันเข้าเรียนดีกว่า จะได้จดเลคเชอร์ไว้ให้เธอด้วย เธอไปกับพี่ ๆ ให้สนุกเถอะคาร่าเอ่ยชวนเพื่อนสนิทของตัวเองทันที ก่อนที่เพียงพราวจะรีบปฏิเสธทันทีเธอปฏิเสธออกไปพร้อมกับจ้องมองไปยังกลุ่มของมาเวลล์ เป็นจังหวะเดียวกันที่ชายหนุ่มมองมาที่เธอพอดี วีณามองเพียงพราวด้วยความสงสัยว่าเธอนั้นเป็นใครทำไมคาร่าต้องให้ความสำคัญมากขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้เลือกที่จะถามอะไรออกไปเมื่อเห็นว่าเพียงพราวปฏิเสธคาร่าก็เดินกลับไปหากลุ่มของพี่ชายตัวเองทันที ก่อนจะหันกลับยกมือลาเพียงพราวที่ยืนมองอยู่เมื่อเห็นคาร่าเดินออกไปแล้ว เธอก็หันหลังเดินกลับไปเข้าเรียนทันทีหลังจากเรียนเสร็จเธอก็มีไปทำงานพาสไทม์ต่อ แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกอึดอัดใจแปลกๆ ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ภาพของมาเวลล์กับผู้หญิงคนนั้น อยากจะถามคาร่าว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ถาม และคาร่าก็ยังไม่ว่างคุยกับเธอ เพราะคงไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนพี่ชายต่อ กว่าจะติดต่อมาก็ดึกมาก เพราะว่าเธอเองก็เผลอหลับไปเพรา
ทั้งสี่คนเดินย่างกรายเข้าไปในช้อปเสื้อผ้าแบรนด์หนึ่ง ก่อนที่เพียงพราวนั้นจะนั่งตัวแข็งทือด้วยท่าทีประหม่าอยู่ในร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมเพื่อรอคาร่ากับวีณาลองชุด ทว่าสาเหตุที่ทำต้องทำให้เธอรู้สึกไม่เป็นตัวเองก็เพราะว่ามาเวลล์นั้น เอาแต่นั่งกอดอกจ้องมองเธอที่นั่งฝั่งตรงข้าม ไม่ได้ห่างกันมากอยู่ตลอดเวลา สายตาของเขานั้นร้ายกาจมาก เธอไม่สามารถเดาได้เลยว่าเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ใช้เวลาเพียงไม่นานคาร่าและวีณาก็เดินออกมาจากห้องลองชุดด้วย เดรสสีหวาน มาเวลล์ละสายตาจากหญิงสาวตรงหน้า และหันไปมองวีณาเพื่อนสนิทของตัวเองทันที ก่อนจะนิ่งไปและไม่พูดจาใดๆ ออกมา ก่อนที่คาร่าจะเอ่ยแซวขึ้นด้วยท่าทีหยอกล้อ"สวยใช่ไหมล่ะ หนูเลือกเองเลยนะ ชุดนี้เข้ากันพี่วีณาสุดๆ""อืม""อืมอะไร สวยหรือไม่สวย"คาร่าเอ่ยถามขึ้น เมื่อพี่ชายของเธอนั้นตอบเพียงสั้น ๆ"สวย..."มาเวลล์เอ่ยตอบน้องสาวตัวเองอีกครั้ง ทว่าสายตากลับไม่ได้จ้องมองร่างวีณา สายตาคมกลับจับจ้องไปที่ร่างหญิงสาวฝั่งตรงข้าม ราวกับต้องการจะสื่ออะไรบางอย่างจึก! อาการจุกหน่วงพุ่งเข้ากลางหัวใจเพียงพราว ก่อนที่ความเจ็บนั้นจะแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจดวงน้อย เพียงพราวเริ่มรู้สึ
สิ้นเสียงชายหนุ่ม... เพียงพราวก็ส่งยิ้มให้คาร่า และยกมือไหว้วีณาทันที ก่อนจะเดินตามร่างมาเวลล์ออก เธอเดินตามเขาด้วยท่าทีเงียบ ๆ โดยไม่พูดจาอะไรออกไป จนทั้งสองเดินย่างกรายมาถึงรถสปอร์ตคันหรูของชายหนุ่ม มาเวลล์เดินขึ้นรถตัวเองทันที ก่อนจะตามด้วยร่างหญิงสาว"อื้อ!!"ทันทีที่หญิงสาวขึ้นมาบนรถชายหนุ่มก็ปรับเบาะลงทันที ก่อนจะประกบริมฝีปากแนบชิดเข้าหาหญิงสาวพร้อมกับสอดเรียวลิ้นสากเข้าไปควานหาความหวานจากโพรงปากหญิงสาว เพียงพราวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากหนักขึ้นเรื่อย ๆ มือแกร่งบีบเคล้นหน้าอกใหญ่อย่างหนักหน่วง"อือ~~ เฮีย"เพียงพราวเอ่ยร้องท้วงขึ้นเมื่อชายหนุ่มบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ของเธอเต็มแรง ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้สติและค่อย ๆ ถอนจูบออก เพียงพราวไม่กล้าแม้แต่เอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา เธอกำสายกระเป๋าเอาไว้แน่นด้วยความเขินอาย ก่อนจะก้มหน้าลงมาเวลล์ขับรถออกจากห้างด้วยความเร็ว ก่อนจะสร้างความมึนงงให้กับเพียงพราวเพราะมันไม่ใช่ทางเดียวกันกับที่ไปหอพักเธอ" ฮะ...เฮียคะ จะไปไหนเหรอคะ นี่มันไม่ใช่ทางกลับหอหนูนะ"" ไปเชือด!"คำพูดของชายหนุ่มทำเอาเพียงพราวอ้าปากค้างทันที ก่อนที่รถสปอร
หลังจากที่หญิงสาวเผลอหลับไปหลายชั่วโมง เธอก็รู้สึกตื่นในช่วงกลางดึก ก่อนจะเห็นว่ามาเวลล์เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าเช็ดตัวผืนเดียวโอบอ้อมรอบเอวเอาไว้ เพียงพราวแสร้งมองไปทางอื่น เพราะไม่อยากเห็นแผงอกและมัดกล้ามของเขา"ไปอาบน้ำ จะนอนที่นี่รึไง""ไม่ค่ะ"เพียงพราวรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยความเขินอายทันที ก่อนที่คนร่างสูงจะนึกกับท่าทีของเธอ" เอากันมาก็ตั้งหลายที มีอะไรต้องเขินอีกวะ"หลังจากที่ทั้งสองจัดการตัวเองเรียบร้อย ก็เดินลงมาที่รถ เพียงพราวยังคงก้มหน้าก้มตา เมื่อนึกการกระทำของเธอและเขาเมื่อครู่ ระหว่างการเดินทางไปหอพักของเธอ มาเวลล์รับรู้ถึงความผิดปกติ เมื่ออยู่ ๆ มีรถสองคันขับตามประกบเขาไม่ห่าง และยิ่งดึกมากแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆมาเวลล์มองดูกระจกหลังเป็นระยะ และก็ไม่เห็นรถของลูกน้องของตัวเองที่ปกติจะต้องตามมาตั้งแต่เขาออกจากคอนโด ทว่ากลับมีรถสองคันที่ขับตามมา มาเวลล์ตัดสินใจลองเลี้ยวไปอีกทาง และทำให้ชายหนุ่มมั่นใจได้ในทันทีว่ารถสองคันหลังตามมาแน่ๆ มาเวลล์พยายามสลัดรถพวกนั้นออก แต่ก็ไม่พ้น และดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่สองคันเพียงพราวเริ่มแปลกใจที่ ชายหนุ่มนั้นขับผ่านหอพักเธอไป
หลังจากที่มาเวลล์มาถึงบ้าน ก็พบกับพ่อและแม่ของเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว และคงรับรู้เรื่องราวทั้งหมด ชายหนุ่มเดินย่างกรายลงไปนั่งโซฟากลางบ้านทันที ก่อนที่มิราคนเป็นแม่จะเดินเข้าไปสวมกอดลูกชาย"โอ้ลูกชายมามี้ขัวญเอ๊ยขัวญมาลูก""โอ๋ กันเป็นเด็กๆ แกไปทำอะไรแถวนั้นดึกดื่น ปกติไม่เคยไป"เสียงคนเป็นพ่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน ดังสนั่นไปทั่วบ้าน ทำเอามิราสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ต่างจากมาเวลล์ที่ยังคงนิ่งไม่ต่างจากเดิม" แล้วจะไปไหน ทำไมไม่บอกฉันก่อน"" เรื่องแค่นี้ผมจัดการได้""เหอะ! จัดการได้งั้นเหรอ รู้ไหมว่าพวกมันมาทั้งหมดกี่คัน ถ้าคนสนิทของฉันไม่ตามไปช่วยจะได้กลับมานั่งอยู่แบบนี้ไหม"เควินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนจะจ้องมองลูกชายด้วยแววตาโกรธเคือง"โอ๊ย เฮียอย่าเพิ่งว่าอะไรลูกได้ไหม ฉันจะเป็นลมอยู่แล้ว ลูกกลับมาปลอดภัยก็ดีแล้วไง"มิราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เมื่อคนเป็นสามีเอาแต่ดุลูก ก่อนที่คาร่าจะเดินลงไปนั่งข้าง ๆ คนแม่และฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น" แล้วจะตอบฉันได้รึยัง ว่าแกไปทำอะไรแถวนั้นดึกๆ ดื่น ๆ"เมื่อได้ยินว่าพี่ชายตัวเองถูกลอบยิงแถวหอพัก เพียงพราว คาร่าอดที่จะสงสัยไม่ได้
หลังจากที่ทั้งสองเรียนเสร็จเรียบร้อย ก็เดินลงมาที่รถพร้อมกัน ก่อนที่คาร่าจะเอ่ยชวนเพื่อนสนิทขึ้น“วันนี้ไปทำรายงานบ้านฉันกันนะ”“คาร่า วันนี้คงไม่ได้ ฉันต้องทำงานพาร์ตไทม์ ขอโทษนะ”เพียงพราวรีบปฏิเสธเพื่อนสนิทของเธอทันที ก่อนที่คาร่าจะจ้องเธอตาเขม็ง“พาร์ทธงพาร์ทไทม์อะไรกัน วันนี้มันเป็นวันหยุดของเธอ! ชักจะทำตัวแปลก ๆ มากขึ้นทุกวันแล้วนะ”“ทำงานชดเชยน่ะ รถมาแล้วฉันไปก่อนนะ”“ไม่ต้อง ฉันจะไปส่งเธอที่ร้านเอง!”เพียงพราวที่กำลังจะหนี แต่คาร่ากลับไม่ยอมให้เธอขึ้นรถเพราะเพียงพราวนั้นดูมีพิรุธมากเกิน ปกติเธอไม่เคยปฏิเสธที่จะไปบ้านของเธอ และทุกครั้งดูอยากไปมากด้วยซ้ำ คาร่าจึงอาสาที่จะไปส่งเธอที่ร้านด้วยตัวเอง“คาร่า...”“พี่วีณา...”“พี่วีณามาหาเธอแล้ว เธอคงไม่ว่างไปส่งฉันแล้ว ฉันไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน”โชคดีที่วีณามาหาคาร่าพอดี เพียงพราวจึงได้โอกาสหนีออกมาเพียงพราวเดินย่างกรายมารอรถเมล์ที่หน้ามหาลัย และมีแค่เธอคนเดียวที่รอ เพราะนักศึกษาคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะรวยทุกคน ขณะที่เธอกำลังรอรถ อยู่ๆ รถสปอร์ตหรูก็ขับเข้ามาจอดเทียบ เพียงพราวจ้องมองด้วยความสงสัย ก่อนรับรู้ได้ทันทีเมื่อหญิงสาวเปิดกระจกรถ
วันเวลาผ่านไปนานถึงสามสัปดาห์งานวิวาห์ก็มาถึง เพียงพราวเดินย่างกรายเข้ามาในโบสถ์ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เธอเคยวาดฝันว่าสักวันคงได้มีโอกาสยืนข้างๆ เขา มาเวลล์ยืนมองเรือนร่างหญิงสาวไม่ละสายตา เพียงพราวเริ่มมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย เมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาที่ชวนหลงใหลนานเกินไป มือแกร่งค่อยๆ จูงมือเจ้าสาวของตัวเองเข้าพิธีวิวาห์ทันที เพราะตอนนี้ในหัวของชายหนุ่ม มันเอาแต่คิดถึงช่วงเวลาเข้าหอแล้ว มิราและเควิน ต่างมองลูกชายตัวเองด้วยสายตาดีใจ เพราะเขานั้นเข้าใจลูกๆ ดี ความเหมาะสมน่ะเหรอ มันไม่มีค่าอะไรเลย ความรักที่แท้จริงต่างหากล่ะ ที่เรียกว่าความสุข ทั้งคู่ไม่สนใจว่าเพียงพราวจะเป็นใครมาจากไหน แค่ทำให้ลูกชายเขามีความสุขได้แค่นั้นก็พอแล้ว คาร่าค่อยๆ เดินย่างกายเข้าไปหาเพียงพราวช้าๆ “ยินดีด้วยนะ” เพียงพราวสวมกอดเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ ก่อนจะร่ำไห้ออกมา เธออยากขอบคุณคาร่า ที่ทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้ และมอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ... วีณาเดินย่างกรายเข้ามาในงานด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนจะจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใจที่ปวดหนึบ แต่ก็พยายามเข้าใจ ว่าตอนนั้นเธอกับมาเวลล์พว
วันเวลาผ่านไปนานถึงสามสัปดาห์งานวิวาห์ก็มาถึง เพียงพราวเดินย่างกรายเข้ามาในโบสถ์ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เธอเคยวาดฝันว่าสักวันคงได้มีโอกาสยืนข้างๆ เขา มาเวลล์ยืนมองเรือนร่างหญิงสาวไม่ละสายตา เพียงพราวเริ่มมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย เมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาที่ชวนหลงใหลนานเกินไป มือแกร่งค่อยๆ จูงมือเจ้าสาวของตัวเองเข้าพิธีวิวาห์ทันที เพราะตอนนี้ในหัวของชายหนุ่ม มันเอาแต่คิดถึงช่วงเวลาเข้าหอแล้ว มิราและเควิน ต่างมองลูกชายตัวเองด้วยสายตาดีใจ เพราะเขานั้นเข้าใจลูกๆ ดี ความเหมาะสมน่ะเหรอ มันไม่มีค่าอะไรเลย ความรักที่แท้จริงต่างหากล่ะ ที่เรียกว่าความสุข ทั้งคู่ไม่สนใจว่าเพียงพราวจะเป็นใครมาจากไหน แค่ทำให้ลูกชายเขามีความสุขได้แค่นั้นก็พอแล้ว คาร่าค่อยๆ เดินย่างกายเข้าไปหาเพียงพราวช้าๆ “ยินดีด้วยนะ” เพียงพราวสวมกอดเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ ก่อนจะร่ำไห้ออกมา เธออยากขอบคุณคาร่า ที่ทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้ และมอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ... วีณาเดินย่างกรายเข้ามาในงานด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนจะจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใจที่ปวดหนึบ แต่ก็พยายามเข้าใจ ว่าตอนนั้นเธอกับมาเวลล์พว
บทที่ 50. เป็นห่วงหลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์ทั้งสองก็ขึ้นมาบนรถ ที่ลูกน้องคนสนิทอย่างเชนเตรียมไว้รอก่อนที่คาร่าจะกระซิบบอกเพียงพราวอย่างแผ่วเบา“มีคนอยากเจอเธอ”เธอไม่กล้าพูดดังเพราะกลัวลูกน้องจะเอาไปรายงานมาเวลล์“ใครหรอ”“แทนคุณ เขารอเธอที่ร้านอาหาร อย่าบอกเฮียนะ”เพียงพราวเริ่มเกิดความสงสัยจึงถามคาร่าออกไป“เธอไปรู้จักพี่แทนคุณได้ยังไง แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเขารออยู่ที่นั่น”คาร่าเริ่มแสดงท่าทีเลิกลั่กนิดหน่อย ก่อนจะเอ่ยตอบไป“เขาอยากเจอเธอ เลยขอให้ฉันช่วย”เพียงพราวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ แม้ว่าภายในใจจะยังคงรู้สึกแปลกๆในท่าทีของเธอ แต่ก็เลือกที่จะนั่งสองสาวเดินย่างกรายเข้าไปในห้องวีไอพีภายในร้านอาหารตามที่ได้นัดชายหนุ่มเอาไว้ ลูกน้องคนสนิทของมาเวลล์เดินเข้าไปตรวจก่อนความเรียบร้อยก่อนแต่ไม่เห็นทว่ากลับไร้ร่างคนอื่นเมื่อคนของมาเวลล์เดินออกไป แทนคุณก็เปิดประตูลับออกมาทันทีเพราะว่าร้านนี้เป็นร้านของเขาเอง“หนูสบายดีใช่ไหม? ยังเจ็บตรงไหนอยู่รึเปล่า พี่เป็นห่วงหนูมากนะ”แทนคุณเอ่ยถามไถ่เพียงพราวด้วยความเป็นห่วง“หนูหายดีแล้วค่ะ”“พี่คิดถึงหนูนะ คิดถึงมาก...”“ขอบคุณนะคะ”“หนูหิวไหม
บทที่ 49. สายเปย์หลังจากเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายของวัน เพียงพราวก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะหิว ก่อนจะตามด้วยมาเวลล์ เขาถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กแน่นอนว่าเขาต้องไวต่อสิ่งรอบข้าง เพียงพราวค่อย พยุงร่างกายอันบอบช้ำเข้าไปห้องน้ำ ก่อนจะอาบน้ำชำระร่างกาย ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำรักเกรอะกรังใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินออกมา มาเวลล์ที่จ้องมองหญิงสาวอยู่ ถึงกับต้องตกใจกับใบหน้าซีดเผือดของเธอ และวิ่งไปประคองร่างเธอเอาไว้“หนูเป็นอะไรรึเปล่า...ทำไมหน้าซีดแบบนั้น”“หนูหิว...”เพียงพราวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงงอแงก่อนมาเวลล์จะรีบโทรสั่งลูกน้องคนสนิท ให้โรงแรมเตรียมอาหารขึ้นมาให้เธอใช้เวลาเพียงไม่นาน อาหารต่างๆ ก็มาเสิร์ฟ ก่อนที่มาเวลล์จะเอ่ยขึ้น“กินก่อนเลยนะ เฮียไปอาบน้ำก่อน”ว่าจบก็เดินเข้าไปในห้องน้ำทันทีก่อนที่เพียงพราว จะจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความหิวโซเนื่องจากเมื่อคืนเธอถูกสูบพลังงาน เข้าไปอย่างหนัก...หลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย มาเวลล์ก็พาเพียงพราวกลับทันทีทว่าระหว่างทางชายหนุ่มกลับเห็นสีหน้าของหญิงสาวไม่ค่อยดีเนื่องจากเธอดูเพลีย ๆ และอ่อนล้า ไม่พูดจาแปลก ๆรถสปอร์ตคันหรูขับเคลื่อนเข้ามาจอที่
บทที่ 48. โหยหา NC+ 🔞มือแกร่งค่อยๆรั้งร่างหญิงสาวเข้ามาบนตัก ก่อนจะซุกไซร้ลำคอระหงอย่างหื่นกระหายกลิ่นกายสาบสาวสตรีเพศสร้างอารมณ์กระสันให้ชายหนุ่มเป็นอย่างมากกลิ่นกายเฉพาะของหญิงสาวแทบทำเอามาเวลล์ไม่อยากผละใบหน้าออกแม้แต่น้อยกลิ่นกายที่เขาโหยหามาตลอดหลายเดือน ริมฝีปากที่เขานั้นคิดถึงริมฝีปากหยักได้รูป ประกบริมฝีปากเข้าหาหญิงสาวด้วยอารมณ์คิดถึงและต้องการเธอเป็นอย่างมาก“อืม~”เพียงพราวกำคอเสื้อชายหนุ่มไว้แน่นก่อนจะจูบอย่างรู้งานทั้งสองสัมผัสริมฝีปากและแลกน้ำลายกันอยู่นานโนมก่อนจะเป็นเพียงพราวที่ผละริมฝีปากออกเนื่องจากรู้สึกว่าเริ่มขาดอากาศหายใจ“อ่อนวะ”มาเวลล์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนที่เพียงพราวจะประกบริมฝีปากเข้าหาชายหนุ่มและบดขยี้ริมฝีปากอย่างเร่าร้อน ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย มือแกร่งค่อย ๆลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาว ก่อนจะบีบเคล้นสะโพกงอนงามชุดเดรสราคาแพง ค่อย ๆ ถูกเลื่อนซิปลงช้า ๆ ก่อนจะตามด้วยบราเซียไร้สายทันทีที่บราเซียถูกถอดออก หน้าอกใหญ่ก็ดีดเด้งออกมาทันทีชายหนุ่มบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ สลับกับขบเม้มริมฝีปากหญิงสาวอย่างเอาแต่ใจก่อนจะผลักเธอลงเตีย
บทที่ 47. สับสนเพียงพราวเริ่มมีท่าทีเขินอายเมื่อถูกชายหนุ่มจ้องมองด้วยสายตาที่หยาดเยิ้ม และพร้อมจะขย้ำเธอหากสายตาของเขาในตอนนี้คือกรรไกรเสื้อผ้าของเธอคงขาดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว“เฮียจะพาหนูไปไหนเหรอคะ”เพียงพราวเอ่ยถามขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่ชวนเสียตัวในครั้งนี้เพราะถ้าหากเธอไม่ทำลายมัน เธอคงได้ไปดินเนอร์บนเตียงเป็นแน่“เซอร์ไพรส์...”มาเวลล์เอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปจูงมือหญิงสาวออกมาจากห้องใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงร้านอาหารใจกลางเมืองที่สูงเฉียดฟ้าเพียงพราวจ้องมองอาหารสลับกับคนตรงหน้า ด้วยหัวใจที่เต้นแรงเป็นครั้งแรกที่เธอได้มาอยู่ในสถานที่โรแมนติกกับคนที่ตัวเองรักตามแบบที่เคยวาดฝันไว้ในตอนเด็ก“กินสิ”“ค่ะ”เพียงพราวนั่งทานอาหารตรงหน้าด้วยท่าทีปกติทว่าชายหนุ่มกลับนั่งดื่มไวน์ราคาแพงและนั่งจ้องมองเธออยู่อย่างนั้นเสียงเพลงสากลยังคงบรรเลงต่อไปท่ามกลางชายหญิงสองคนแสงเทียนสาดส่องกระทบใบหน้าเกลี้ยงเกลาของหญิงสาวยิ่งทำให้เธองดงามราวกับเจ้าหญิงมากขึ้นไปเพียงพราวเริ่มรู้สึกไม่เป็นตัวเองเมื่อถูกจ้องมองอยู่ตลอด“มีอะไรติดหน้าหนูรึเปล่าคะ”“สวย...”มาเวลล์เอ่ยขึ้นราวกับต้องมนต์สะกด เ
บทที่ 46 รู้ใจตัวเอง“ช่วงนี้อย่าเพิ่งให้คนไข้เครียดหรือใช้สมองหนักเกินไป เพราะจะปวดหัวได้ง่าย”เสียงหมอเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกคนจะรับปาก และเอ่ยขอบคุณหมอพร้อมกับออกไปส่งภายในห้องเงียบสงัดมีเพียงเธอ และมาเวลล์ที่ยังอยู่ภายในห้องมาเวลล์เดินย่างกรายเข้าไปนั่งข้างๆเตียง เพียงพราวจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มด้วยความสงสัยว่าชายหนุ่มนั้นต้องการจะทำอะไรมือแกร่งค่อย ๆ กุมมือหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมา“อย่าหายไปไหนอีกนะ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ”หยาดน้ำตาเอ่อล้นออกมาเป็นทางยาว หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งในตอนที่ชายหนุ่มเลื่อนมือมากุมแก้มใสของเธอ“ช่วงนี้นอนพักผ่อนเยอะๆ หายดีแล้วค่อยคุยกัน”หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...เพียงพราวอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถช่วยเหลือตัวเองหลาย ๆอย่างได้แล้ว แต่ยังคงอยู่ในความดูแลของหมอภายใต้คำสั่งของมาเวลล์ชายหนุ่มไม่ยอมให้เธอออกไปไหน เพียงพราวทำได้เพียงออกมารับลมริมระเบียงและจ้องมองวิวภายในคฤหาสน์อันไกลโพ้น และ คาร่าก็มาอยู่กับเธอทุกวันหลังจากที่ทั้งสองปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วตอนนี้เพียงพราวกลับมายิ้มได้
บทที่ 45 เหตุผลในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเศร้าและจมอยู่กับความเจ็บปวดทว่ากลับได้ยิน เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างล่างและคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคาร่าเพราะว่าเธอนั้นได้ยินเชนลูกน้องคนสนิทของพ่อรายงานเกี่ยวกับเพียงพราวทันทีที่รู้ว่าเพียงพราวป่วยหนักคาร่าทิ้งข้าวของในมือทันทีก่อนจะวิ่งขึ้นไปหาเธอที่ห้องพักฟื้นโดยที่มาเวลล์ยังไม่อนุญาตคาร่าก็เปิดประตูเข้ามาทันคาร่ายกมือป้องปากด้วยความตกใจเมื่อเห็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอนอนแน่นิ่งอยู่ เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนักก่อนจะตรงเข้าไปหาเพียงพราวที่นอนนิ่งอยู่และเอ่ยถามมาเวลล์ทั้งน้ำตา“เพียงเป็นอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้”“เพียงพราวมีเนื้องอกในสมองมาสามปีแล้ว และเพิ่งได้เข้ารับการผ่าตัดแต่ก้อนเนื้อใหญ่เกินไป ทำให้แผลด้านในค่อนข้างใหญ่ทำให้เธอนอนไม่สติมาหลายวัน”เมื่อได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากพี่ชายเล่า อยู่ ๆคาร่าก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ได้คุยกันล่าสุดที่เพียงพราวนั้นหยิบยาบางอย่างขึ้นมากิน แต่กลับบอกเธอว่ากินยาแก้ปวดคาร่าสวมกอดร่างเพียงพราวทันทีก่อนจะร่ำไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความรู้สึกผิด“ขอโทษนะที่ฉันไม่เคยสังเกตว่าเธอป่วย แถมยังไม่ฟังเหตุผลของเธ
บทที่ 44. รู้ความจริงเช้าต่อมา...แทนคุณเดินย่างกรายเข้ามาภายในห้องหญิงสาวเหมือนทุกวัน เพราะวันนี้เขานั้นต้องเข้าไปคุยธุรกิจกับมาเวลล์ จึงต้องการกำลังใจจากเธอ เพียงแค่นึกว่าจะเห็นเจ้าของหัวใจเธอ อาการเจ็บปวดก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจ" วันนี้พี่จะไปคุยงานกับคนพวกนั้นแล้วนะ หนูอยากให้พี่ใจดีกับพวกนั้นไหม ถ้าอยากก็รีบฟื้นขึ้นมา"แทนคุณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะฝังจมูกลงที่มือของหญิงสาว เพราะถ้าหากเธอฟื้นขึ้นมา เขาคงไม่มีโอกาศได้ทำมันแล้ว แม้จะรู้อยู่เต็มอก ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นมันไม่ถูก แต่ชายหนุ่มก็ยังเลือกที่จะทำหลังจากออกมาจากห้องพักหญิงสาว แทนคุณก็เรียกรวมตัวเหล่าลูกน้องทันที ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่สำคัญ" ห้ามให้เฟรญ่า เข้ามาในบ้านเด็ดขาด"แทนคุณเอ่ยสั่งลูกน้องทุกคนด้วยน้ำเสียงดุดัน ก่อนจะนั่งรถออกไปทันทีใช้เวลาเพียงไม่นาน แทนคุณก็มาถึงบริษัทของเควิน โดยมีมาเวลล์และเชนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองทักทายกันตามปกติ แม้ภายในใจจะไม่ค่อยชอบหน้ากันสักเท่าไหร่ ก่อนที่แทนคุณจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยยัน" หายดีแล้วเหรอ ถึงออกมาจากรังได้"คำพูดของแทนคุณ ทำเอามาเวลล์เดือดดาลขึ้นมาทันควัน มาเวลล์เริ่มควบค