บทที่ 5 ร่องรอย
หลังจากที่ชายหนุ่มเดินออกไป เพียงพราวก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มาเวลล์ตอนโกรธเขาน่ากลัวกว่าอะไรทั้งสิ้น มีเพียงแค่คาร่าเท่านั้น ที่ไม่กลัว เพราะเธอรู้ว่ายังไง พี่ชายของเธอก็จะกลับมาง้อเธออยู่ดี "เห้อ น่ากลัวมาก" เพียงพราวเอ่ยขึ้น ก่อนจะผ่อนคลายออกมาหลังจากเกร็งอยู่หลายนาทีเพราะความกลัว ทว่าอยู่ๆ คาร่ากลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์นัยเมื่อเธอรับรู้ว่าจะทำยังไงถึงได้เข้าไปด้านในนั้น " ไปกันเถอะ" " ไปไหน" "ไปหาพี่พายุสุดที่รักของฉันยังไงล่ะ ไปเปลี่ยนชุดกัน ฉันจะยอมไปขอโทษยัยผีบ้านั่น ถ้ามันทำให้ฉันได้เข้าไปในนั้น" คาร่าพาหญิงสาวเพื่อนสนิทขึ้นไปเปลี่ยนชุดบนห้องนอนทันที ก่อนจะยื่นชุดบิกินี่ทูพีทให้กับเธอ "ทำไมต้องเปลี่ยนชุดด้วยล่ะคาร่า" เพียงพราวเอ่ยถามขึ้นก่อนจะก้มมองชุดที่คาร่ายื่นให้ด้วยท่าทีมึนงง คาร่ายิ้มแบบมีเล่ห์นัยส์ก่อนจะบอกเธอออกไปตามตรง "พาไปโชว์ความสวยไง ไม่แน่เธออาจจะได้ผู้ชายรวยๆ สักคนก็ได้นะ เพื่อนพี่ชายฉัน รวยทุกคนสนใจคนไหนบอกนะ จะช่วยจีบ" เพียงพราวได้แต่ตอบข้างในใจว่าเธอน่ะไม่สนใจใครหรอก เพราะเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว "ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เพียงพราว ก่อนที่ฉันจะอารมณ์ไม่ดี แค่คิดว่าจะต้องขอโทษยัยผีบ้านั่น ก็หงุดหงิดจะแย่ล่ะ" " คาร่า ทำไมเธอเรียกพี่เขาแบบนั้นล่ะ ยังไงเขาก็เป็นรุ่นพี่เรานะ" " แล้วไงใครแคร์ ไม่ต้องมาบ่นเลยนะ ไปเปลี่ยนชุด" คาร่ายังคงบังคับให้เธอรีบไปเปลี่ยนชุดด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ เพียงพราวที่ไม่เคยขัดใจเพื่อนก็รีบวิ่งไปเปลี่ยนทันที ทันที่หญิงสาวเปลี่ยนเสร็จและเดินออกมา คาร่ากลับเห็นร่องรอยแปลกๆ บริเวณหน้าอกของเพื่อนสนิทที่โผล่พ้นบิกินี่ตัวบางออกมา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "เพียงพราว เธอแพ้อาหารทะเลเหรอ หรือแพ้อากาศ ทำไมมีรอยแดงๆ ตรงหน้าอก" ด้วยความที่เธอเป็นคนผิวขาวตามฉบับสาวเหนือ ทำให้เห็นรองแดงจั้มนั้นจาง ๆ ก่อนจะรีบยกมือขึ้นมาปิดทันที "รอยยุงหน่ะ รีบไปเถอะ เดี๋ยวก็มีคนมายุ่งกับพี่พายุหรอก" คาร่าที่ได้ยินแบบนั้นรีบออกไปทันที แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คาร่าลืมเรื่องราวตรงหน้า ไม่ว่าจะสำคัญแค่ไหน ในขณะที่มาเวลล์นั้นกำลังนั่งดื่มกับเพื่อนๆ โดย ข้างๆ มีสาวสวยนัวเนียอยู่ไม่ห่าง หนุ่ม ๆ เพื่อนของเขานั้น จ้างเด็กมาเอ็นมาเอาใจเจ้าของงานอย่างมาเวลล์และ คัดเฉพาะเด็กสาวมหาลัย ในขณะที่เพื่อน ๆ ของเขานั้นกำลังฟินๆ อยู่กับเด็กเอ็นที่จ้างมาเอาใจ แต่กลับต้องตกตลึงเมื่อสองสาวเพียงพราวและคาร่าเดินย่างกรายเข้ามาในงานด้วยท่าทีมั่นใจ ก่อนที่หนุ่มๆ เพื่อนสนิทของเจ้าของวันเกิดจะเอ่ยพูดขึ้นมาพร้อมกัน "น้องคาร่าแม่งอย่างสวย หุ่นอย่างเอ็กเลยวะ" ก่อนจะโดนพี่ชายของเธอถีบเข้าที่หน้าขาทันทีที่พูดจบประโยค "ไอ้สัตว์นี่แม่งก็ห่วงน้องจัง!" เซนต์เอ่ยขึ้นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นจับจ้องหญิงสาวที่เดินตามเข้า "คนที่มาด้วยใครวะ น่ารักชิบหาย" มาเวลล์ยังคงเงียบและจ้องมองคนร่างเล็กที่อยู่ในชุดทูพีชจนเผลอจินตนาการไปถึงเหตุการณ์บทรักอันเร่าร้อนเมื่อคืน ทว่าอยู่ๆ แก่นกายใหญ่กลับแข็งชูชั่นขึ้นมา เด็กสาวที่กำลังนัวอยู่ยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะคิดในใจบิ้วอารมณ์อยู่ตั้งนานเพิ่งจะมาแข็งเอาตอนนี้ ก่อนกระซิบถามข้าง ๆ ใบหูอย่างแผ่วเบา "ขึ้นห้องเลยไหมคะ?" ทว่าชายหนุ่มกลับตอบออกไปนิ่ง ๆ ด้วยน้ำเสียงปนดุดัน "ออกไป" มาเวลล์จัดการไล่เธอออกไปทันที ไม่ใช่ว่าเขานั้นแคร์เพียงพราว แต่เป็นเพราะคาร่า ไม่ชอบเห็นพี่ชายตัวเองนัวเนียกับผู้หญิงหิวเงินพวกนี้ หญิงสาวข้างกายมึนงงเล็กน้อย แต่ก็ยอมถอยออกไปเพราะถ้าหากทำให้เขาไม่พอใจ คงไม่เกิดผลดีกับเธอแน่ ๆ มาเวลล์ตวัดสายตาจ้องมองสองสาวที่เข้ามาใหม่ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดที่โต๊ะ ก่อนจะเป็นคาร่าที่เอ่ยขอโทษ เพื่อนสนิทพี่ชาย ด้วยประโยคสั้น ๆ พายุไม่มองร่างคาร่าแม้แต่น้อย ก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่ม โดยที่ไม่สนใจเธอ แม้ว่าเธอจะแต่งตัวมายั่วยวนเขาแค่ไหน ก่อนที่มาเวลล์จะเอ่ยถามน้องเพื่อทำลายบรรยากาศที่กำลังจะอึดอัด เพราะพายุและคาร่ากำลังทำหน้าไม่สบอารมณ์ "ร้านไหนขายชุดนี้" " สวยหล่ะสิ" คาร่าเอ่ยตอบพี่ชายตัวเองด้วยท่าทีหยอกล้อ "จะสั่งคนไปเผาร้าน" มาเวลล์เอ่ยตอบนิ่งๆ พร้อมกับเอ่ยคำสั่งให้น้องสาวตัวดีขอโทษเพื่อนตัวเอง " ขอโทษพี่บีน่าด้วยนะคะ แต่ช่วยไม่ได้อยากมายุ่งกับผู้ชายของหนูเอง" คาร่าจึงยอมขอโทษตามความต้องการของพี่ชาย ก่อนที่บีน่าเพื่อนสนิทของพี่ชายเธอจะเอ่ยตอบ "ไม่เป็นไร คราวหลังก็คิดดีๆ ก่อนจะทำอะไร" คำตอบของบีน่า ทำเอาคาร่าเดือดดาลขึ้นมาอีกครั้งและกำลังจะเข้าไปกระชากร่างหญิงสาว ทว่าเพียงพราวรั้งแขนเอาไว้ได้ทัน "นั่งด้วยกันสิ เสียงมาเวลล์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ปนห้ามปรามคาร่ามองพี่ชายด้วยท่าทีมึงงง เขานี่นะจะให้เธอนั่งด้วยจริงๆ เหรอ ปกติชอบไล่เธอตลอด แต่นั่นก็เป็นผลดีต่อเธอที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ พายุ คาร่าตวัดสายตามองบีน่าทันที ก่อนหญิงสาว จะลุกขึ้นและเดินย่างกายออกไปในทันที ทว่าอีกคนกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เพราะไม่รู้จะนั่งลงตรงไหน ก่อนที่เซนต์จะเอ่ยเรียกเธอ " นั่งข้าง ๆ พี่ก็ได้นะ" เพียงพราวยัดกายนั่งลงอย่างไม่มีทางเลือก เรือนร่างเกร็งแข็งกร้าวราวกับท่อนไม้ท่ามกลางสายตาของหนุ่มๆ เซนต์ยังคงถามโน่นนี่และพยายามชวนเธอคุย เพียงพราวก็ตอบเป็นมารยาทไป แก้วเหล้าราคายังคงถูกชงและยื่นให้เธอไม่หยุดให้ไม่หยุด จนตอนนี้สติสตังของเธอเริ่มเลือนลางและมึน ๆ อยู่บ้างคงเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป คาร่าเองก็เมาไม่น้อย นั่งพูดคุยกับพวกเพื่อน ๆ พี่ชายด้วยท่าทีสนิทสนม เพราะทุกคนที่นี่รู้จักคาร่าตั้งแต่ม.ปลาย ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ๆ ชายหนุ่มเจ้าของวันเกิดอย่างมาเวลล์ก็เอ่ยบอกให้เพียงพราวเข้าไปหยิบเหล้ามาเพิ่ม" เหล้าหมด ไปหยิบให้หน่อยสิ"ก่อนที่เพื่อนสนิทอย่างเซนต์จะเอ่ยขึ้น"ไปใช้น้องทำไม"ไร้ซึ่งคำตอบจากชายหนุ่ม มาเวลล์จ้องมองใบหน้าหญิงสาวด้วยท่าทีนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยถามประโยคถัดมา" ได้ไหม"เพียงพราวที่เริ่มเมาแต่ยังไม่มาก เผลอสบตากับชายหนุ่มและตกตะลึงในความหล่อของเขาจึงพยักหน้ารัวๆ แทนคำตอบก่อนจะเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ"เอาแบบนี้ใช่ไหมคะ"มาเวลล์ยกคิ้วขึ้นแทนคำตอบ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นเดินออกไปแบบงงๆ แต่ก็พอจะรู้ว่าห้องครัวอยู่ไหน"ว้าย!!"ทว่าเดินยังไม่ถึงครัว กลับถูกโดนฉุดกระชากไปยังห้องห้องหนึ่งที่อยู่ในตัวบ้านพัก เพียงพราวตกใจมาก แต่พอเห็นใบคมคายก็กลับใจเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ" เฮียจะทำอะไรคะ"ไร้ซึ่งคำตอบจากชายหนุ่ม มาเวลล์ปิดประตูล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนใบหน้าคมคายจะซุกไซ้เข้าหาหญิงสาว พร้อมกับประริมฝีปากเข้าหาเธอทันที มือแกร่งลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างก่อนจะผลักเธอลงที่เตียงอย่างรีบร้อนใบหน้าคมคายซุกไซ้ลำคอระหงพร้อมกับสูดดมกลิ่นกายอย่างบ้าคลั่ง" ใครให้เธอแต่งตัวแบบนี้ออกมา แม่งแข็งตั้งแต่เธอเดินเข้ามาเลย"" เฮีย เพื่อนเฮียรออยู่นะ"เพียงพราวเอ่ยห้ามขี้น เมื่อชายหนุ่มปลดเปลื้องชุดบิกินี่ท
หลังจากจัดหนักจัดเต็มกันเสร็จเรียบร้อย มาเวลล์ก็ลุกขึ้นแต่งตัวทันที ก่อนจะโยนเสื้อตัวเองให้หญิงสาวเอาไว้คลุมร่าง"เดี๋ยวฉันจะออกไปก่อน แล้วเธอค่อยตามออกไป"" ค่ะ"เพียงพราวรับเสื้อฮาวายตัวใหญ่เอาไว้ในมือทันที ก่อนจะสวมใส่มันตามคำสั่งของเขา เธอไม่แม้แต่สบเขา เพราะมัวแต่เขินอายกับสิ่งที่ทำกันไปเมื่อครู่ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ติดอยู่กับเสื้อยิ่งทำให้เธอเขินอายมากขึ้นไปกว่าเดิม จนลืมความปวดร้าวภายในร่างไปชั่วขณะมาเวลล์เดินย่างกรายออกมาหาเพื่อน ๆ อย่างอารมณ์ดี จนทำให้เซนต์สงสัยว่าไปทำอะไรมา"หายไปไหนมาวะ แม่งไปแอบฟัดใครมาถึงได้ดูอารมณ์ดีผิดปกติ"ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบอะไรเพื่อนออกไป พียงพราวก็เดินออกมาจากห้องด้วยท่าทีแปลก ๆ พร้อมกับสวมเสื้อของเขา เพียงเท่านั้นก็ทำให้เซนต์รับรู้และเข้าใจได้ทันที ว่ามาร์เวลลคงต้องการจะบอกเขากลาย ๆ ก่อนที่จะเอ่ยด่าเพื่อนด้วยท่าทีเล่นทีจริง"เร็วสัส!"ไร้ซึ่งคำพูดใดจากมาเวลล์ เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจก็คือ คาร่าที่เมาคอพับซบอยู่บนอกของพายุ" มาลากน้องมึงออกไป"พายุเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเหนื่อยหน่าย ซอกคอและใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยลิปสติกของหญิงสาว เพียงพราวตกใจมา
ใบหน้าคมคายค่อยๆ ผละออกช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันพร้อมกับจ้องใบหน้าหญิงสาว"ที่นี่มีแต่พวกอันตราย อย่าลงมาอีก"" รวมถึงเฮียด้วยรึเปล่าคะ"" เดี๋ยวจะใช้ร่างกายเป็นคำตอบ"ว่าจบมือแกร่งก็ผลักร่างหญิงสาวให้นอนลงบนโต๊ะอาหารก่อนจะปลดกระดุมกางเกงขาสั้นของเธอออก เรียวขาสวยถูกแยกออกจากกันในองศาที่พอดี กลีบกุหลาบบวมช้ำค่อย ๆ แย้มบาน ใจหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเมื่อชายหนุ่มค่อย ๆ จ่อแก่นกายเข้าหาร่องสวาท ก่อนจะดันมันเข้าไปช้าๆ เพื่อให้เธอเจ็บปวดน้อยที่สุด" อื้อ!!"เพียงพราวกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น พร้อมกับกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางเอาไว้ เพราะกลัวว่าจะมีใครผ่านไปผ่านมาเห็นบทรักอันเร่าร้อนนี้" เฮียคะ คาร่ารออยู่""ฉันทำไม่นาน"ปึก!ปึก!ปึก!"อื้อ!!! จุก!"มือแกร่งค่อย ๆ สอดแขนทั้งสองข้างเข้าไปใต้ข้อพับขาของหญิงสาว ก่อนจะขยับสะโพกเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง แม้จะร่วมรักกันมาบ้างแล้วทว่าร่องสวาทของเธอยังคงขมิบตอดรัดแก่นกายของเขาไว้แน่นไม่ต่างจากครั้งแรก สร้างความพอใจให้กับมาเวลล์เป็นอย่างมากปึก!ปึก!ปึก!"อ๊ะ!อ๊ะ!อ๊ะ...เฮีย"ตับ!ตับ!ตับ!เสียงเนื้อกระทบกันบวกเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มดัง
เพียงพราวเดินย่างกรายออกมาโดยภายในใจก็แอบคิดว่าเขาต้องตามเธอมาแน่ ๆ ทว่าหันกลับไปมองรอบที่เท่าไหร่ก็ยังคงไร้ร่างชายหนุ่ม เพียงพราวเดินย่างกรายไปที่ริมหาดทันทีจะให้เธอกลับเข้าไปในห้องก็คงนอนไม่หลับอยู่ดี ออกมาเดินรับลมเพื่อให้ลืมภาพของเขากับผู้หญิงคนนั้นดีกว่า ทว่ายิ่งเดินไปไกลมากเท่าไหร่ ภาพเหล่านั้นก็ยิ่งชัดเจนเข้ามาให้หัวของเธอ"เหอะ นัวกันขนาดนั้น อีกสักพักคงขึ้นห้องกันแน่ๆ"เพียงพราวแอบรู้สึกหึงหวงชายหนุ่มขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวก่อนจะบ่นคนเดียว“คนใจร้าย”อยู่ ๆ หญิงสาวก็ตระโกนออกไปอย่างสุดเสียง"ใครใจร้าย"เสียงชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยถามเธอขึ้นเพียงพราวตกใจมากก่อนจะรีบหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นมาเวลล์ ก็แอบดีใจและเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะหุบยิ้มทันที เมื่อนึกถึงภาพที่เขานัวเนียกับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเธอมาเวลล์ที่เห็นว่าหญิงสาวนิ่งไป จึงเอ่ยถามออกไป"เมื่อกี้เธอว่าใครใจร้าย ฉันเหรอ? "ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน พร้อมกับเดินล้วงกระเป๋าแบบเท่สุด ๆ ทำเอาใจหญิงสาวอ่อนระทวยลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม และแอบคิดในใจ" คนอะไรทำไม ถึงได้หล่อสะบัดขนาดนี้"ร่างกายกำยำเดินเข้ามาหาหญิงสาวทัน
หลังจากร่วมรักกันมาทั่วทุกมุมหาด มาเวลล์ก็ปล่อยให้หญิงสาวได้กลับไปพักผ่อน ขณะที่เธอกำลังออกไปด้วยท่าทีเขินอาย อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยเรียกเธอขึ้นพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือตัวเองให้เธอ เพียงพราวมึนงงเล็กน้อย ทว่าชายหนุ่มกลับเอ่ยขึ้น" เอาเบอร์เธอมา"เพียงเท่านั้นก็ทำให้หญิงสาวเข้าใจได้ในทันที เพียงพราวรับโทรศัพท์มือถือจากชายหนุ่มด้วยท่าทีเขินอาย ก่อนจะกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป การกระทำของชายหนุ่มทำให้เธอเผลอคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าเขานั้นอาจจะมีใจให้เธอเหมือนกัน เพราะดูจากที่เขานั้นตามเธอออกมา การกระของเขาทำให้คิดเขาก็คงชอบเธอเหมือนกัน แต่เธอกลับคิดผิด ความสัมพันธ์ของเธอกับเขากลับเป็นความสัมพันธ์ลับที่ยากจะอธิบายและจะถูกปิดแบบนี้ตลอดไปหนึ่งสัปดาห์ต่อมา....หลังจากงานเลี้ยงที่เกาะส่วนตัวจบลง ทุกคนก็ต่างกลับมาใช้ชีวิตและทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติมาเวลล์ยังคงไปเรียน ไปเที่ยว และจัดปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ตามปกติส่วนด้านเพียงพราว เธอก็ยังใช้ชีวิตในแบบของเธอ คือการกลับมาทำงานที่ร้านตามเดิม และก็ไปเรียนตามปกติ แม้ทั้งสองจะเจอกันอยู่บ้างแต่มาเวลล์ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำราวกับว่าเธอเป็นแค่เพื
เพียงพราวยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมก่อนที่คาร่าจะเดินเข้ามาหาเธอ"วันนี้ฉันไม่เข้าเรียนนะ จะไปกินข้าวกับพวกเฮียมาเวลล์น่ะ เธอไปด้วยกันปะ"" ไม่เป็นไร ฉันเข้าเรียนดีกว่า จะได้จดเลคเชอร์ไว้ให้เธอด้วย เธอไปกับพี่ ๆ ให้สนุกเถอะคาร่าเอ่ยชวนเพื่อนสนิทของตัวเองทันที ก่อนที่เพียงพราวจะรีบปฏิเสธทันทีเธอปฏิเสธออกไปพร้อมกับจ้องมองไปยังกลุ่มของมาเวลล์ เป็นจังหวะเดียวกันที่ชายหนุ่มมองมาที่เธอพอดี วีณามองเพียงพราวด้วยความสงสัยว่าเธอนั้นเป็นใครทำไมคาร่าต้องให้ความสำคัญมากขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้เลือกที่จะถามอะไรออกไปเมื่อเห็นว่าเพียงพราวปฏิเสธคาร่าก็เดินกลับไปหากลุ่มของพี่ชายตัวเองทันที ก่อนจะหันกลับยกมือลาเพียงพราวที่ยืนมองอยู่เมื่อเห็นคาร่าเดินออกไปแล้ว เธอก็หันหลังเดินกลับไปเข้าเรียนทันทีหลังจากเรียนเสร็จเธอก็มีไปทำงานพาสไทม์ต่อ แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกอึดอัดใจแปลกๆ ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ภาพของมาเวลล์กับผู้หญิงคนนั้น อยากจะถามคาร่าว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ถาม และคาร่าก็ยังไม่ว่างคุยกับเธอ เพราะคงไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนพี่ชายต่อ กว่าจะติดต่อมาก็ดึกมาก เพราะว่าเธอเองก็เผลอหลับไปเพรา
ทั้งสี่คนเดินย่างกรายเข้าไปในช้อปเสื้อผ้าแบรนด์หนึ่ง ก่อนที่เพียงพราวนั้นจะนั่งตัวแข็งทือด้วยท่าทีประหม่าอยู่ในร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมเพื่อรอคาร่ากับวีณาลองชุด ทว่าสาเหตุที่ทำต้องทำให้เธอรู้สึกไม่เป็นตัวเองก็เพราะว่ามาเวลล์นั้น เอาแต่นั่งกอดอกจ้องมองเธอที่นั่งฝั่งตรงข้าม ไม่ได้ห่างกันมากอยู่ตลอดเวลา สายตาของเขานั้นร้ายกาจมาก เธอไม่สามารถเดาได้เลยว่าเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ใช้เวลาเพียงไม่นานคาร่าและวีณาก็เดินออกมาจากห้องลองชุดด้วย เดรสสีหวาน มาเวลล์ละสายตาจากหญิงสาวตรงหน้า และหันไปมองวีณาเพื่อนสนิทของตัวเองทันที ก่อนจะนิ่งไปและไม่พูดจาใดๆ ออกมา ก่อนที่คาร่าจะเอ่ยแซวขึ้นด้วยท่าทีหยอกล้อ"สวยใช่ไหมล่ะ หนูเลือกเองเลยนะ ชุดนี้เข้ากันพี่วีณาสุดๆ""อืม""อืมอะไร สวยหรือไม่สวย"คาร่าเอ่ยถามขึ้น เมื่อพี่ชายของเธอนั้นตอบเพียงสั้น ๆ"สวย..."มาเวลล์เอ่ยตอบน้องสาวตัวเองอีกครั้ง ทว่าสายตากลับไม่ได้จ้องมองร่างวีณา สายตาคมกลับจับจ้องไปที่ร่างหญิงสาวฝั่งตรงข้าม ราวกับต้องการจะสื่ออะไรบางอย่างจึก! อาการจุกหน่วงพุ่งเข้ากลางหัวใจเพียงพราว ก่อนที่ความเจ็บนั้นจะแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจดวงน้อย เพียงพราวเริ่มรู้สึ
สิ้นเสียงชายหนุ่ม... เพียงพราวก็ส่งยิ้มให้คาร่า และยกมือไหว้วีณาทันที ก่อนจะเดินตามร่างมาเวลล์ออก เธอเดินตามเขาด้วยท่าทีเงียบ ๆ โดยไม่พูดจาอะไรออกไป จนทั้งสองเดินย่างกรายมาถึงรถสปอร์ตคันหรูของชายหนุ่ม มาเวลล์เดินขึ้นรถตัวเองทันที ก่อนจะตามด้วยร่างหญิงสาว"อื้อ!!"ทันทีที่หญิงสาวขึ้นมาบนรถชายหนุ่มก็ปรับเบาะลงทันที ก่อนจะประกบริมฝีปากแนบชิดเข้าหาหญิงสาวพร้อมกับสอดเรียวลิ้นสากเข้าไปควานหาความหวานจากโพรงปากหญิงสาว เพียงพราวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากหนักขึ้นเรื่อย ๆ มือแกร่งบีบเคล้นหน้าอกใหญ่อย่างหนักหน่วง"อือ~~ เฮีย"เพียงพราวเอ่ยร้องท้วงขึ้นเมื่อชายหนุ่มบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ของเธอเต็มแรง ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้สติและค่อย ๆ ถอนจูบออก เพียงพราวไม่กล้าแม้แต่เอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา เธอกำสายกระเป๋าเอาไว้แน่นด้วยความเขินอาย ก่อนจะก้มหน้าลงมาเวลล์ขับรถออกจากห้างด้วยความเร็ว ก่อนจะสร้างความมึนงงให้กับเพียงพราวเพราะมันไม่ใช่ทางเดียวกันกับที่ไปหอพักเธอ" ฮะ...เฮียคะ จะไปไหนเหรอคะ นี่มันไม่ใช่ทางกลับหอหนูนะ"" ไปเชือด!"คำพูดของชายหนุ่มทำเอาเพียงพราวอ้าปากค้างทันที ก่อนที่รถสปอร
วันเวลาผ่านไปนานถึงสามสัปดาห์งานวิวาห์ก็มาถึง เพียงพราวเดินย่างกรายเข้ามาในโบสถ์ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เธอเคยวาดฝันว่าสักวันคงได้มีโอกาสยืนข้างๆ เขา มาเวลล์ยืนมองเรือนร่างหญิงสาวไม่ละสายตา เพียงพราวเริ่มมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย เมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาที่ชวนหลงใหลนานเกินไป มือแกร่งค่อยๆ จูงมือเจ้าสาวของตัวเองเข้าพิธีวิวาห์ทันที เพราะตอนนี้ในหัวของชายหนุ่ม มันเอาแต่คิดถึงช่วงเวลาเข้าหอแล้ว มิราและเควิน ต่างมองลูกชายตัวเองด้วยสายตาดีใจ เพราะเขานั้นเข้าใจลูกๆ ดี ความเหมาะสมน่ะเหรอ มันไม่มีค่าอะไรเลย ความรักที่แท้จริงต่างหากล่ะ ที่เรียกว่าความสุข ทั้งคู่ไม่สนใจว่าเพียงพราวจะเป็นใครมาจากไหน แค่ทำให้ลูกชายเขามีความสุขได้แค่นั้นก็พอแล้ว คาร่าค่อยๆ เดินย่างกายเข้าไปหาเพียงพราวช้าๆ “ยินดีด้วยนะ” เพียงพราวสวมกอดเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ ก่อนจะร่ำไห้ออกมา เธออยากขอบคุณคาร่า ที่ทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้ และมอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ... วีณาเดินย่างกรายเข้ามาในงานด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนจะจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใจที่ปวดหนึบ แต่ก็พยายามเข้าใจ ว่าตอนนั้นเธอกับมาเวลล์พว
วันเวลาผ่านไปนานถึงสามสัปดาห์งานวิวาห์ก็มาถึง เพียงพราวเดินย่างกรายเข้ามาในโบสถ์ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เธอเคยวาดฝันว่าสักวันคงได้มีโอกาสยืนข้างๆ เขา มาเวลล์ยืนมองเรือนร่างหญิงสาวไม่ละสายตา เพียงพราวเริ่มมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย เมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาที่ชวนหลงใหลนานเกินไป มือแกร่งค่อยๆ จูงมือเจ้าสาวของตัวเองเข้าพิธีวิวาห์ทันที เพราะตอนนี้ในหัวของชายหนุ่ม มันเอาแต่คิดถึงช่วงเวลาเข้าหอแล้ว มิราและเควิน ต่างมองลูกชายตัวเองด้วยสายตาดีใจ เพราะเขานั้นเข้าใจลูกๆ ดี ความเหมาะสมน่ะเหรอ มันไม่มีค่าอะไรเลย ความรักที่แท้จริงต่างหากล่ะ ที่เรียกว่าความสุข ทั้งคู่ไม่สนใจว่าเพียงพราวจะเป็นใครมาจากไหน แค่ทำให้ลูกชายเขามีความสุขได้แค่นั้นก็พอแล้ว คาร่าค่อยๆ เดินย่างกายเข้าไปหาเพียงพราวช้าๆ “ยินดีด้วยนะ” เพียงพราวสวมกอดเพื่อนสนิทด้วยความดีใจ ก่อนจะร่ำไห้ออกมา เธออยากขอบคุณคาร่า ที่ทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้ และมอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ... วีณาเดินย่างกรายเข้ามาในงานด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนจะจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใจที่ปวดหนึบ แต่ก็พยายามเข้าใจ ว่าตอนนั้นเธอกับมาเวลล์พว
บทที่ 50. เป็นห่วงหลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์ทั้งสองก็ขึ้นมาบนรถ ที่ลูกน้องคนสนิทอย่างเชนเตรียมไว้รอก่อนที่คาร่าจะกระซิบบอกเพียงพราวอย่างแผ่วเบา“มีคนอยากเจอเธอ”เธอไม่กล้าพูดดังเพราะกลัวลูกน้องจะเอาไปรายงานมาเวลล์“ใครหรอ”“แทนคุณ เขารอเธอที่ร้านอาหาร อย่าบอกเฮียนะ”เพียงพราวเริ่มเกิดความสงสัยจึงถามคาร่าออกไป“เธอไปรู้จักพี่แทนคุณได้ยังไง แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเขารออยู่ที่นั่น”คาร่าเริ่มแสดงท่าทีเลิกลั่กนิดหน่อย ก่อนจะเอ่ยตอบไป“เขาอยากเจอเธอ เลยขอให้ฉันช่วย”เพียงพราวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ แม้ว่าภายในใจจะยังคงรู้สึกแปลกๆในท่าทีของเธอ แต่ก็เลือกที่จะนั่งสองสาวเดินย่างกรายเข้าไปในห้องวีไอพีภายในร้านอาหารตามที่ได้นัดชายหนุ่มเอาไว้ ลูกน้องคนสนิทของมาเวลล์เดินเข้าไปตรวจก่อนความเรียบร้อยก่อนแต่ไม่เห็นทว่ากลับไร้ร่างคนอื่นเมื่อคนของมาเวลล์เดินออกไป แทนคุณก็เปิดประตูลับออกมาทันทีเพราะว่าร้านนี้เป็นร้านของเขาเอง“หนูสบายดีใช่ไหม? ยังเจ็บตรงไหนอยู่รึเปล่า พี่เป็นห่วงหนูมากนะ”แทนคุณเอ่ยถามไถ่เพียงพราวด้วยความเป็นห่วง“หนูหายดีแล้วค่ะ”“พี่คิดถึงหนูนะ คิดถึงมาก...”“ขอบคุณนะคะ”“หนูหิวไหม
บทที่ 49. สายเปย์หลังจากเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายของวัน เพียงพราวก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะหิว ก่อนจะตามด้วยมาเวลล์ เขาถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กแน่นอนว่าเขาต้องไวต่อสิ่งรอบข้าง เพียงพราวค่อย พยุงร่างกายอันบอบช้ำเข้าไปห้องน้ำ ก่อนจะอาบน้ำชำระร่างกาย ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำรักเกรอะกรังใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินออกมา มาเวลล์ที่จ้องมองหญิงสาวอยู่ ถึงกับต้องตกใจกับใบหน้าซีดเผือดของเธอ และวิ่งไปประคองร่างเธอเอาไว้“หนูเป็นอะไรรึเปล่า...ทำไมหน้าซีดแบบนั้น”“หนูหิว...”เพียงพราวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงงอแงก่อนมาเวลล์จะรีบโทรสั่งลูกน้องคนสนิท ให้โรงแรมเตรียมอาหารขึ้นมาให้เธอใช้เวลาเพียงไม่นาน อาหารต่างๆ ก็มาเสิร์ฟ ก่อนที่มาเวลล์จะเอ่ยขึ้น“กินก่อนเลยนะ เฮียไปอาบน้ำก่อน”ว่าจบก็เดินเข้าไปในห้องน้ำทันทีก่อนที่เพียงพราว จะจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความหิวโซเนื่องจากเมื่อคืนเธอถูกสูบพลังงาน เข้าไปอย่างหนัก...หลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย มาเวลล์ก็พาเพียงพราวกลับทันทีทว่าระหว่างทางชายหนุ่มกลับเห็นสีหน้าของหญิงสาวไม่ค่อยดีเนื่องจากเธอดูเพลีย ๆ และอ่อนล้า ไม่พูดจาแปลก ๆรถสปอร์ตคันหรูขับเคลื่อนเข้ามาจอที่
บทที่ 48. โหยหา NC+ 🔞มือแกร่งค่อยๆรั้งร่างหญิงสาวเข้ามาบนตัก ก่อนจะซุกไซร้ลำคอระหงอย่างหื่นกระหายกลิ่นกายสาบสาวสตรีเพศสร้างอารมณ์กระสันให้ชายหนุ่มเป็นอย่างมากกลิ่นกายเฉพาะของหญิงสาวแทบทำเอามาเวลล์ไม่อยากผละใบหน้าออกแม้แต่น้อยกลิ่นกายที่เขาโหยหามาตลอดหลายเดือน ริมฝีปากที่เขานั้นคิดถึงริมฝีปากหยักได้รูป ประกบริมฝีปากเข้าหาหญิงสาวด้วยอารมณ์คิดถึงและต้องการเธอเป็นอย่างมาก“อืม~”เพียงพราวกำคอเสื้อชายหนุ่มไว้แน่นก่อนจะจูบอย่างรู้งานทั้งสองสัมผัสริมฝีปากและแลกน้ำลายกันอยู่นานโนมก่อนจะเป็นเพียงพราวที่ผละริมฝีปากออกเนื่องจากรู้สึกว่าเริ่มขาดอากาศหายใจ“อ่อนวะ”มาเวลล์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนที่เพียงพราวจะประกบริมฝีปากเข้าหาชายหนุ่มและบดขยี้ริมฝีปากอย่างเร่าร้อน ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย มือแกร่งค่อย ๆลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาว ก่อนจะบีบเคล้นสะโพกงอนงามชุดเดรสราคาแพง ค่อย ๆ ถูกเลื่อนซิปลงช้า ๆ ก่อนจะตามด้วยบราเซียไร้สายทันทีที่บราเซียถูกถอดออก หน้าอกใหญ่ก็ดีดเด้งออกมาทันทีชายหนุ่มบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ สลับกับขบเม้มริมฝีปากหญิงสาวอย่างเอาแต่ใจก่อนจะผลักเธอลงเตีย
บทที่ 47. สับสนเพียงพราวเริ่มมีท่าทีเขินอายเมื่อถูกชายหนุ่มจ้องมองด้วยสายตาที่หยาดเยิ้ม และพร้อมจะขย้ำเธอหากสายตาของเขาในตอนนี้คือกรรไกรเสื้อผ้าของเธอคงขาดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว“เฮียจะพาหนูไปไหนเหรอคะ”เพียงพราวเอ่ยถามขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่ชวนเสียตัวในครั้งนี้เพราะถ้าหากเธอไม่ทำลายมัน เธอคงได้ไปดินเนอร์บนเตียงเป็นแน่“เซอร์ไพรส์...”มาเวลล์เอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปจูงมือหญิงสาวออกมาจากห้องใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงร้านอาหารใจกลางเมืองที่สูงเฉียดฟ้าเพียงพราวจ้องมองอาหารสลับกับคนตรงหน้า ด้วยหัวใจที่เต้นแรงเป็นครั้งแรกที่เธอได้มาอยู่ในสถานที่โรแมนติกกับคนที่ตัวเองรักตามแบบที่เคยวาดฝันไว้ในตอนเด็ก“กินสิ”“ค่ะ”เพียงพราวนั่งทานอาหารตรงหน้าด้วยท่าทีปกติทว่าชายหนุ่มกลับนั่งดื่มไวน์ราคาแพงและนั่งจ้องมองเธออยู่อย่างนั้นเสียงเพลงสากลยังคงบรรเลงต่อไปท่ามกลางชายหญิงสองคนแสงเทียนสาดส่องกระทบใบหน้าเกลี้ยงเกลาของหญิงสาวยิ่งทำให้เธองดงามราวกับเจ้าหญิงมากขึ้นไปเพียงพราวเริ่มรู้สึกไม่เป็นตัวเองเมื่อถูกจ้องมองอยู่ตลอด“มีอะไรติดหน้าหนูรึเปล่าคะ”“สวย...”มาเวลล์เอ่ยขึ้นราวกับต้องมนต์สะกด เ
บทที่ 46 รู้ใจตัวเอง“ช่วงนี้อย่าเพิ่งให้คนไข้เครียดหรือใช้สมองหนักเกินไป เพราะจะปวดหัวได้ง่าย”เสียงหมอเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกคนจะรับปาก และเอ่ยขอบคุณหมอพร้อมกับออกไปส่งภายในห้องเงียบสงัดมีเพียงเธอ และมาเวลล์ที่ยังอยู่ภายในห้องมาเวลล์เดินย่างกรายเข้าไปนั่งข้างๆเตียง เพียงพราวจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มด้วยความสงสัยว่าชายหนุ่มนั้นต้องการจะทำอะไรมือแกร่งค่อย ๆ กุมมือหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมา“อย่าหายไปไหนอีกนะ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ”หยาดน้ำตาเอ่อล้นออกมาเป็นทางยาว หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งในตอนที่ชายหนุ่มเลื่อนมือมากุมแก้มใสของเธอ“ช่วงนี้นอนพักผ่อนเยอะๆ หายดีแล้วค่อยคุยกัน”หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...เพียงพราวอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถช่วยเหลือตัวเองหลาย ๆอย่างได้แล้ว แต่ยังคงอยู่ในความดูแลของหมอภายใต้คำสั่งของมาเวลล์ชายหนุ่มไม่ยอมให้เธอออกไปไหน เพียงพราวทำได้เพียงออกมารับลมริมระเบียงและจ้องมองวิวภายในคฤหาสน์อันไกลโพ้น และ คาร่าก็มาอยู่กับเธอทุกวันหลังจากที่ทั้งสองปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วตอนนี้เพียงพราวกลับมายิ้มได้
บทที่ 45 เหตุผลในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเศร้าและจมอยู่กับความเจ็บปวดทว่ากลับได้ยิน เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างล่างและคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคาร่าเพราะว่าเธอนั้นได้ยินเชนลูกน้องคนสนิทของพ่อรายงานเกี่ยวกับเพียงพราวทันทีที่รู้ว่าเพียงพราวป่วยหนักคาร่าทิ้งข้าวของในมือทันทีก่อนจะวิ่งขึ้นไปหาเธอที่ห้องพักฟื้นโดยที่มาเวลล์ยังไม่อนุญาตคาร่าก็เปิดประตูเข้ามาทันคาร่ายกมือป้องปากด้วยความตกใจเมื่อเห็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอนอนแน่นิ่งอยู่ เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนักก่อนจะตรงเข้าไปหาเพียงพราวที่นอนนิ่งอยู่และเอ่ยถามมาเวลล์ทั้งน้ำตา“เพียงเป็นอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้”“เพียงพราวมีเนื้องอกในสมองมาสามปีแล้ว และเพิ่งได้เข้ารับการผ่าตัดแต่ก้อนเนื้อใหญ่เกินไป ทำให้แผลด้านในค่อนข้างใหญ่ทำให้เธอนอนไม่สติมาหลายวัน”เมื่อได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากพี่ชายเล่า อยู่ ๆคาร่าก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ได้คุยกันล่าสุดที่เพียงพราวนั้นหยิบยาบางอย่างขึ้นมากิน แต่กลับบอกเธอว่ากินยาแก้ปวดคาร่าสวมกอดร่างเพียงพราวทันทีก่อนจะร่ำไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความรู้สึกผิด“ขอโทษนะที่ฉันไม่เคยสังเกตว่าเธอป่วย แถมยังไม่ฟังเหตุผลของเธ
บทที่ 44. รู้ความจริงเช้าต่อมา...แทนคุณเดินย่างกรายเข้ามาภายในห้องหญิงสาวเหมือนทุกวัน เพราะวันนี้เขานั้นต้องเข้าไปคุยธุรกิจกับมาเวลล์ จึงต้องการกำลังใจจากเธอ เพียงแค่นึกว่าจะเห็นเจ้าของหัวใจเธอ อาการเจ็บปวดก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจ" วันนี้พี่จะไปคุยงานกับคนพวกนั้นแล้วนะ หนูอยากให้พี่ใจดีกับพวกนั้นไหม ถ้าอยากก็รีบฟื้นขึ้นมา"แทนคุณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะฝังจมูกลงที่มือของหญิงสาว เพราะถ้าหากเธอฟื้นขึ้นมา เขาคงไม่มีโอกาศได้ทำมันแล้ว แม้จะรู้อยู่เต็มอก ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นมันไม่ถูก แต่ชายหนุ่มก็ยังเลือกที่จะทำหลังจากออกมาจากห้องพักหญิงสาว แทนคุณก็เรียกรวมตัวเหล่าลูกน้องทันที ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่สำคัญ" ห้ามให้เฟรญ่า เข้ามาในบ้านเด็ดขาด"แทนคุณเอ่ยสั่งลูกน้องทุกคนด้วยน้ำเสียงดุดัน ก่อนจะนั่งรถออกไปทันทีใช้เวลาเพียงไม่นาน แทนคุณก็มาถึงบริษัทของเควิน โดยมีมาเวลล์และเชนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองทักทายกันตามปกติ แม้ภายในใจจะไม่ค่อยชอบหน้ากันสักเท่าไหร่ ก่อนที่แทนคุณจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยยัน" หายดีแล้วเหรอ ถึงออกมาจากรังได้"คำพูดของแทนคุณ ทำเอามาเวลล์เดือดดาลขึ้นมาทันควัน มาเวลล์เริ่มควบค