ลูกไฟขนาดเท่ากับลูกฟุตบอลพุ่งเข้าใส่กลางตัวของมัน ทำให้เจ้าหนูยักษ์ที่กำลังฟาดงวงฟาดงาในอากาศหันเหความสนใจมาที่มนุษย์เบื้องล่าง เจ้าพวกที่ทำให้มันตื่นจากการจำศีล!“ตุ่น” โจเซฟเอ่ยเรียกลูกทีมอีกคน พร้อมกับร่างของชายหนุ่มหูสุนัขที่พุ่งเข้าไปใกล้กับเจ้าสัตว์ประหลาดอย่างรอคำสั่งอยู่แล้ว“ทางซ้าย” หงส์ตะโกนบอกคนรัก ชายหนุ่มจึงสามารถกระโดดหลบหางสีน้ำตาลที่ฟาดลงมาได้ทันท่วงที“พวกมึงก็ช่วยเขาหน่อยสิวะ” เอหันไปสั่งลูกน้อง ส่วนไอซ์นั้นหลบไปยังด้านหลังสุด ใจจริงอยากจะวิ่งไปหานิโคลัส แต่เจ้าหนูยักษ์ตนนี้ดันโผล่ขึ้นมาขวางพวกเขาสองกลุ่มออกจากกัน ทะเล่อทะล่าวิ่งไปคงมีแต่ตายกับตายลูกน้องของเอสิบคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีพลังพิเศษโดยเป็นทีมที่ถูกซื้อตัวมาด้วยทรัพยากรมหาศาล เป็นทีมแนวหน้าของค่ายพันธมิตรที่เรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดนั่นคือสิ่งที่ประชาชนทั่วไปในค่ายรับรู้ แต่ถ้าหากลองให้บุคลากรทางการทหารและกลุ่มให้ความช่วยเหลือภายในค่ายโหวตว่ากลุ่มของใครดีที่สุด ทุกคนคงเลือกทีมของโจเซฟอย่างไม่ลังเลใช้จำนวนคนน้อยที่สุด…สูญเสียทรัพยากรจากการต่อสู้น้อยที่สุด…บาดเจ็บน้อยครั้งที่สุด…แค่นี้ก็บอกได้แล้วไม
“มันกำลังจะทำอะไร” ทีโอแหงนมอง“หนูเป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสไวครับ มันคงคิดว่าการโจมตีของคุณโจเซฟจะทำอันตรายกับมัน มันเลยเลือกปีนหนีขึ้นไปบนหลังคาก่อน” เฉินเฟิงที่ค่อย ๆ เขยิบเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ บอกพฤติกรรมของหนูที่เขาเคยศึกษามาบ้างให้ทีมทหารได้รับรู้“งั้นที่ผ่านมาที่มันยอมให้พวกเราโจมตีใส่…” ว่าแต่ทำไมคนที่พวกเขาบอกให้หนีไปถึงมาอยู่ตรงนี้ได้“แหะ ๆ ผมวกกลับมาครับ” เฉินเฟิงหลบสายตาคาดโทษของทีโอ พลางอธิบายต่อเพื่อชวนคุย “มันคงดูออกว่าทำอะไรมันไม่ได้”“แล้วเราควรทำยังไงดี” โจมตีใกล้ก็ไหวตัวทัน โจมตีไกลก็ไม่มีอะไรที่แรงพอ“ถ้าเป็นเมื่อหลายเดือนก่อนผมคงแนะนำให้หาอาหารมาหลอกล่อมัน แต่ดูจากการที่มันไม่สนใจอ้อยหรือมันสำปะหลังคงต้องตัดเรื่องนี้ออกไปก่อน” เฉินเฟิงยิ้มแหย เขาเองก็จนปัญญา ที่มาหานี่เพราะใจล้วน ๆ ส่วนเรื่องกำลังคงต้องตามมีตามเกิด“แต่โดยทั่วไปแล้วหนูมีประสาทสัมผัสการได้ยินไม่ค่อยดีนะครับ มันจะได้ยินเสียงในระยะหกนิ้วเท่านั้น ถ้าเทียบกับไซส์ปกติกับตอนนี้ก็คงราว ๆ 600 เมตร”“ใกล้ไปหรือเปล่า” หงส์แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน อย่างนี้การโจมตีในระยะไกลก็คือจุดได้เปรียบของการต่อสู้
“มันยังตามมาอยู่เลยครับ” หนึ่งในลูกน้องของเอหันไปมองด้านหลังด้วยสายตาหวาดหวั่น สมองเองก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดเต็มทน เขาทั้งต้องขับรถหนีจากการตามล่าของหนูยักษ์ แถมด้านหน้าก็เริ่มมีซอมบี้มายืนขวางเพราะได้ยินเสียงอึกทึก จะผลัดเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมทีมก็ไม่ได้ พวกมันเล่นใช้พลังเกินลิมิตจนนอนนิ่งไม่ไหวติงกันหมด‘คิดถูกหรือคิดผิดกันแน่วะที่มาอยู่ทีมนี้!’ตึง ๆ ๆกร๊าซซซ!!‘ไอ้นี่ก็ตามจังโว้ยย!!!’หนูยักษ์ยังคงวิ่งตามรถบรรทุกอย่างไม่ลดละ ยิ่งฟ้าเริ่มมืดมากเท่าไร ความเร็วในการไล่ตามของมันก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น“พี่เอ” ไอซ์เรียกลูกพี่ลูกน้องเสียงสั่น เขายอมออกจากฐานมาเพราะพี่ชายคนนี้บอกว่าจะรับภารกิจเดียวกับนิโคลัสถึงได้ขอติดตามมาด้วย แล้วทำไมถึงได้มาเจอตัวแบบนี้เข้าได้!“ชิ” เอกัดฟันกรอด เขานึกว่าไอ้หนูบ้านั่นมันจะวิ่งตามกลุ่มของตุ่นไป เพราะอย่างไรเขาก็มีรถ คงสามารถหนีจากมันได้รวดเร็วกว่า‘ทำไมมันไม่ตามกลิ่นเลือดของไอ้หมาบ้านั่นไปวะ! มาตามกลุ่มเขาทำไม’“ประคองรถไปก่อน ถ้าพ้นจากเขตนิคมอุตสาหกรรมมันคงเลิกตามไปเอง” ความหมายก็คือขับต่อไปอย่าได้หยุดพัก “ถ้ามันเข้ามาใกล้ค่อยใช้ปืน อย่ายิงสุ่มสี่สุ่มห้าเด็
“เหมือนที่นี่จะมีสัตว์ร้ายด้วยนะ” ตุ่นเงี่ยหูฟัง“เหรอครับ” พอคนบาดเจ็บพูดแบบนั้น เฉินเฟิงจึงลองตั้งสมาธิกับการฟังบ้าง ก่อนหน้านี้เขาเคยตรวจสอบละแวกที่พักอาศัย ไม่พบเจอสิ่งผิดปกติ แต่เวลานี้เขาเริ่มได้ยินเสียงการดำเนินชีวิตต่าง ๆ มากขึ้น จากที่คิดว่าสัตว์ที่ตัวใหญ่สุดในภูเขาลูกนี้คงไม่พ้นหมูป่า จึงอาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ หรือไม่ที่เพิ่งได้ยินอาจเป็นเพราะพวกมันเริ่มสัมผัสได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นเข้ามาอาศัยในถิ่นฐานของมัน“ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงนะ” หงส์เสริม เธอไม่รู้สึกหวาดกลัวเลย นั่นหมายความว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเธอเองก็สามารถจัดการได้“ค่อยโล่งใจหน่อยครับ” เฉินเฟิงถอนหายใจเสียงดัง นึกว่าแม้แต่บ้านบนภูเขาก็ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป หลังจากนี้เขาจะต้องหนีไปอยู่ที่ไหนล่ะคำยืนยันจากปากของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้นมากเลย“ใกล้ถึงแล้วครับ” แถมยิ่งเข้าใกล้จุดที่ตั้งบ้านก็รู้สึกเหมือนได้กลิ่นเนื้อย่างลอยอบอวลชวนน้ำลายสอหือ... เนื้อย่าง!!!“พี่ดา!” เฉินเฟิงผลุนผลันวิ่งตรงไปยังบ้านต้นไม้ก่อนใครหรือว่าจะมีคนขึ้นมาบนเขาอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นจะมีกลิ่นเนื้อย่างได้ยังไง บ้านของเขามีแต่อาหารกระป๋องน
“เช็ดตัวอยู่บนนั้นไป” นิโคลัสสั่งเสียงขรึม คนถูกแทงจึงได้แต่บ่นกระปอดกระแปดและใช้ผ้าสะอาดในกระเป๋าชุบน้ำเช็ดตัว“ไว้แผลหายดีก่อนแล้วค่อยลงมาเล่นนะครับ” เฉินเฟิงเอ่ยปลอบใจเจ้ากระต่ายอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสั้นสำหรับลงอาบน้ำ นี่เป็นเสื้อผ้าไม่กี่ตัวที่เขามีติดบ้านต้นไม้ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีโอกาสใส่เลยสักครั้งเพราะเกรงว่าจะทำให้หญิงสาวคนเดียวในที่นี้อย่างดาริณีรู้สึกกระอักกระอ่วนส่วนเวลาอาบน้ำปกติแล้วเขาจะถอดทั้งหมด เพราะทั้งเขาและหญิงสาวจะแบ่งเวลาอาบน้ำ จึงไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครมาถ้ำมอง แต่วันนี้ไม่เหมือนปกติ ถึงจะเป็นผู้ชายที่มีทุกอย่างคล้ายกัน แต่พอเห็นคนอื่นเขามีกล้ามเป็นลูก ๆ คนที่มีแต่หน้าท้องแบนราบอย่างเขาก็อายเป็นนะ ขอซ่อนหน้าท้องอ่อนนุ่มไว้ก่อนแล้วกัน“ดีนะที่หัวหน้าตอบรับคำชวนของคุณเฉิน” ทีโอดำผุดดำว่ายก่อนจะว่าเข้ามาใกล้ชายหนุ่มที่ปราศจากฮู้ดคลุมศีรษะ ยิ่งทำให้ใบหูและเส้นผมของเจ้าตัวโดดเด่นขึ้นมา “คุณเฉินขาวมากกกก” ยิ่งโดนน้ำยิ่งขาวกระจ่างจนเหมือนจะเปล่งแสงออกมาได้เองนิโคลัสต้องแสร้งทำเป็นไม่หันไปมองร่างกายขาวผ่องอย่างกับคนไม่เคยต้องแสงแดดมาก่อนของชายหนุ่ม
“พี่ดากับน้องดล แล้วก็คุณหงส์นอนในห้องของผมได้เลยครับ ส่วนผู้ชายผมคิดว่าจะให้ทำเต็นท์ชั่วคราวนอนกันไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำบ้านอย่างง่าย ๆ” ขอแค่คืนนี้นอนแล้วไม่โดนน้ำค้างลงหัวก็พอ“เอ๊ะ พี่นอนข้างนอกได้นะ ไม่มีปัญหา” หงส์รีบปฏิเสธ“ไม่เป็นไรครับ” เฉินเฟิงว่าพลางยกไม้ที่ดาริณีนำมาวางกองไว้ปักลงตรงลานหน้าบ้าน ก่อนจะให้นิโคลัสหยิบไม้อีกท่อนหนึ่งปักตรงข้ามกัน จากนั้นก็โน้มเข้ามาใกล้แล้วมัดให้มันไขว้กันเป็นรูปกากบาทตรงช่วงบน ทำอย่างเดียวกันกับไม้อีกคู่หนึ่ง“เอาไม้ท่อนนั้นมาวางด้านบนเลยครับ” ทีโอพยักหน้า ยกไม้ขึ้นพาดด้านบนตามที่เจ้าของบ้านสั่ง โจเซฟออกไปหาใบไม้ในป่า ไม่นานก็กลับมา นอกจากจะได้ใบตองแล้วยังได้กล้วยป่ามาอีกเครือเมื่อได้ใบตองมา เต็นท์สำหรับนอนป่าชั่วคราวก็ค่อยเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาหน่อย ใช้เวลาทำแค่ครึ่งชั่วโมงก็ได้ออกมาเป็นเต็นท์ทรงสามเหลี่ยมที่จุผู้ชายตัวโต ๆ ได้ถึงห้าคน ใบตองถูกแยกออกเป็นสองส่วน หนึ่งใช้ทำหลังคาและอีกส่วนใช้ปูรองนอน เพราะนอกจากเครื่องนอนในบ้านแล้ว เฉินเฟิงไม่มีอุปกรณ์สำหรับเดินป่าเลยสักชิ้น อย่าถามถึงกราวนด์ชีท (ผ้าปูเต็นท์) หรือเสื่อเลย“ทนนอนกันไปก่อนนะ
เป็นจริงอย่างที่ทีโอคาดการณ์ พอกลุ่มของเอสามารถรอดพ้นจากการตามล่าของหนูยักษ์ได้ก็รีบตรงกลับค่ายทันที ส่วนวิธีสลัดเจ้าหนูตัวนั้นก็ไม่พ้นใช้กลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งที่ไม่ทันเอะใจว่ารถทหารนั้นทำไมถึงขับตรงมาที่พวกเขา กว่าจะรู้ตัวก็กลายเป็นเครื่องสังเวยให้กับเจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์ เอใช้จังหวะนั้นเร่งหลบหนีไปยังเส้นทางนอกตัวเมืองกึง ๆ ๆเสียงประตูเหล็กขนาดใหญ่เลื่อนเปิดเป็นสัญญาณว่ามีรถขอเข้ามายังค่ายในเมืองหลวงแห่งนี้ ประชาชนที่มีพื้นที่อยู่อาศัยอยู่ติดกับประตูเหล็กบานยักษ์นี้ต่างชะโงกหน้าออกไปมองด้วยความอยากรู้ พอเห็นว่าเป็นรถบรรทุกทหารก็ตาลุกวาว วาดหวังว่าด้านหลังที่มีผ้าเต็นท์คลุมอยู่นั่นจะมีอาหารถูกจุอยู่จนเต็มแน่นไปทั้งคันรถประตูเหล็กนี้ถูกดัดแปลงมาจากประตูของเรือนจำ คนของทางค่ายพันธมิตรเห็นว่ามันมีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการนำมากั้นเป็นด่านแรกของค่ายนี้ ก่อนจะได้ทีโอและคนอื่นช่วยดัดงอเชื่อมส่วนต่าง ๆ ด้วยพลังโลหะจนทำให้ประตูที่เคยบอบบางนั้นดูหนาหนักและแข็งแกร่งราวกับว่าต่อให้มีซอมบี้มาพุ่งชนประตูกว่าร้อยตัวก็ไม่มีทางสะเทือน“เชิญไปรับการตรวจเบื้องต้นที่ห้องปลอดเชื้อเลยครับ” นายทหารจำ
ในขณะที่ค่ายพันธมิตรกำลังเคร่งเครียดกับการเติมเต็มอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ทางด้านบ้านบนภูเขากลับช่วยกันถอนต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ติดกับบ้านต้นไม้ของเจ้ากระต่ายอย่างคึกคักพวกเขาตัดสินใจจะทำบ้านง่าย ๆ ไว้ใช้ขณะอาศัยอยู่ที่นี่ยังไงล่ะ!“ผมว่าพวกเราห่างกันหน่อยดีกว่านะครับ” ทีโอเสนอ หลังจากตกลงกันว่าใครจะอยู่บริเวณไหนก็มีข้อถกเถียงเรื่องระยะห่างเกิดขึ้นต่อ “เผื่อว่าคู่รักบางคู่อยากจะกระชับความสัมพันธ์ คนอื่นจะได้ไม่ต้องมาร่วมกินอาหารหมาไปด้วย”“...” หนุ่มโสดพยักหน้าหงึกหงัก“///” คู่รักกวางสุนัขก้มหน้าแก้มแดงซ่านทุกคนลงความเห็นว่าจะสร้างบ้านล้อมเป็นวงกลมเพื่อให้มีลานตรงกลางสำหรับกินอาหารเย็นร่วมกัน เพราะฉะนั้นบ้านที่ทุกคนคิดจะทำคือบ้านไม้หลังเล็กที่มีเพียงห้องนอนและห้องเก็บของเท่านั้น ส่วนห้องครัวจะสร้างใหม่สำหรับใช้ส่วนรวม เฉินเฟิงก็ไม่ได้คัดค้าน แต่เดิมเขาใช้แค่อุปกรณ์แคมป์เวลามานอนพักที่บ้านต้นไม้ จึงไม่ได้มีอุปกรณ์เครื่องครัวมากนัก“สงสัยเราคงต้องลงไปในเมืองบ้างแล้วล่ะ” มีของที่จำเป็นที่ยังขาดอยู่เยอะแยะไปหมด“ผมก็คิดว่าจะลงไปสักครั้ง” เฉินเฟิง“แล้วเรื่องบ้านล่ะ” ต
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเอาไปไว้ในครัวเลย” โจเซฟหัวเราะในลำคอ ไม่รู้เฉินเฟิงมาเห็นของฝากของเด็กกลุ่มนี้จะตกใจแค่ไหนกันนะ “เดี๋ยวลุงไปที่หน้าหมู่บ้านก่อน วางของเสร็จแล้วก็อย่าซนล่ะ รีบกลับบ้านไปช่วยงานผู้ใหญ่ด้วย” เพราะเด็ก ๆ ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เด็กที่อายุน้อยลงมาก็จะให้กลุ่มแม่บ้านที่มีความรู้ช่วยสอนให้อ่านออกเขียนได้ ส่วนเด็กโตขึ้นขึ้นมาหน่อยก็ให้ออกไปช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ“ครับ / ค่ะ” เด็กทั้งสามช่วยกันถือตะกร้าและกล้วยไปวางไว้ที่ครัวด้านหลังบ้านอย่างแข็งขันพอวางเสร็จก็ตรวจตราดูอีกครั้งว่าตะกร้าได้รับการปิดอย่างมิดชิด คงไม่ดีนักถ้าหากพี่กระต่ายกลับมาแล้วเห็นกบกระโดดอยู่เต็มบ้านเด็กชายดลแวะไปป่วนพี่ชายทีโอที่ห้องนอนใหญ่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกมารวมตัวกับเพื่อน เตรียมออกไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำจนกว่าจะผ่านพ้นไปอีกวัน“ไปช่วยพวกพี่เก่งเขาดักปลาที่แม่น้ำไหม” พลอยใสชวน“ไม่ได้หรอก ถ้าแม่รู้โดนตีแน่” เด็กชายดลไม่เห็นด้วย แค่ไปจับกบในนาร้างก็โดนมองแล้ว ถ้าไปถึงแม่น้ำละก็มีหวังตูดลาย“หรือจะไปช่วยป้าเพ็ญเขาคัดแยกเมล็ดพืชดี” เด็กชายปอนด์เสนอ“น่าเบื่อจะตาย” พลอยใสกอดอกบุ้ยปากหลังจากผ่านพ้นคืนวันที่
“โห เสียงโคตรอีโรติกเลยพี่เฟิง” ทีโอที่เพิ่งออกกำลังกายเช้าเสร็จเห็นสองหมีกระต่ายกำลังช่วยกันคูลดาวน์ร่างกายอยู่ แต่เสียงที่เปล่งออกมาจากปากของคุณผู้ช่วยเชฟนั้นช่างทำให้คิดดีไม่ได้เลยดูหน้าหมอประจำทีมเขาสิ นิ่งยิ่งกว่ารูปปั้นไปแล้วพี่ต้องอดทนมากเลยสินะครับ ผมเข้าใจ ๆ (ตบบ่าทิพย์)“ขะ ขนาดนั้นเลยเหรอ” เฉินเฟิงเองก็รู้สึกแปลกเช่นกัน เขาแค่รู้สึกผ่อนคลาย แต่เวลาที่ถูกกดหลังก็เหมือนถูกไล่ลมออกจากปอด เสียงที่ออกมาจึงค่อนข้างประหลาด แต่ไม่คิดว่าพอคนอื่นฟังกลับบอกว่ามันอีโรติกสาบานเลยว่าไม่ได้ตั้งใจ“ออกกำลังกายเสร็จแล้ว?” นิโคลัสชวนทีโอคุยเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เห็นกระต่ายแก้มขาวหน้าแดงก็ดีอยู่หรอก แต่อยากให้แดงเพราะเขามากกว่าคนอื่น“เสร็จแล้ว” ทีโอเห็นใบหน้าคนชวนคุยจริงจังก็ยอมสงบปากไม่ชวนคุยเรื่องเดิมต่อ “จริงสิ หัวหน้าถามว่าเห็นลูกแก้วซอมบี้บ้างไหม เมื่อเช้าหัวหน้าเอากระเป๋าออกมาจัดเรียงแล้ววางตลับไว้ในห้องรับแขก พอออกไปข้างนอกกลับมา ลูกแก้วที่อยู่ในตลับมันหายไปสามเม็ด”“!!!” ทั้งเฉินเฟิงและนิโคลัสต่างรีบลุกขึ้นทันทีเป็นไปไม่ได้ที่จะมีของหายเกิดขึ้นในบ้านหลังนั้น ในเมื่อพวกเขาผลัดกันอ
….“เหม่ออะไรน่ะ” นิโคลัสเห็นเจ้ากระต่ายเอาแต่มองกองไฟไม่ขยับเขยื้อน ทั้งที่เวลานี้ชาวบ้านกำลังช่วยกันตำธัญพืชอย่างคึกคัก เพราะก่อนหน้านี้ขายผลผลิตไม่ได้ จึงทำให้พอมีข้าวโพดและข้าวอยู่เป็นจำนวนมาก เฉินเฟิงจึงเสนอให้ทุกคนนำไปบดให้เป็นแป้งเพื่อแปรรูปเป็นอาหารชนิดอื่นในอนาคต“ผมแค่นึกถึงพวกคนที่ออกจากหมู่บ้านไปน่ะครับ” ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง“พวกเขาเลือกเอง อาเฟิงไม่ต้องเป็นกังวลแทนคนอื่นหรอก ชีวิตใครคนนั้นก็ต้องเป็นคนตัดสินใจ” นิโคลัสมองเจ้ากระต่ายพยักหน้าเห็นด้วย “อีกอย่างเราไม่สามารถช่วยได้ทุกคน พวกเขาเองก็ต้องพยายามปกป้องตนเอง”จริงด้วย… ตอนที่เขาตกระกำลำบาก ก็มีแต่ตัวเองที่ต้องสู้กัดฟันทน“ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าจะช่วยสอนผมให้คุ้นชินกับการมีหูเพิ่มขึ้นมา” เฉินเฟิงเปลี่ยนเรื่องคุย “ผมลองแล้วนะ เอาเชือกไปขึงประตูห้องนอนไว้ โดนเชือกดีดหูทุกวันเลย” เจ้ากระต่ายก้มให้คุณหมอเห็นว่าส่วนหูของเขามีจุดหนึ่งที่ขนแตกไปเล็กน้อยเพราะโดนดีดจนเริ่มบวม“ขนแตกเลย” นิโคลัสไม่รู้จะปวดใจที่เจ้ากระต่ายเจ็บตัวหรือหัวเราะเพราะขนที่แตกของอีกฝ่ายดี“นี่! ผมให้คุณช่วยดูไม่ใช่ให้หัวเราะนะ” เขาเองก็เห็นในก
“อี๋” เด็กหญิงอายุ 7 ขวบเบือนหน้าหนี“เข้าไปเถอะ ยังไงก็ไม่มีน้ำราดอยู่แล้ว”ฝั่งผู้หญิงเรียกได้ว่าต้องกลั้นใจและเกร็งกล้ามขาสุดชีวิต ใครจะไปทำใจนั่งบนชักโครกแบบนี้ลง ตัดไปที่ฝั่งผู้ชาย พวกเขาเองก็ไม่กล้าฉี่ใส่โถฉี่ที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังมีแมลงสาบและแมลงชนิดอื่นอาศัยกันแน่นขนัด สุดท้ายจึงเลือกต้นไม้ด้านหลังห้องน้ำสักต้นปลดทุกข์“ตรงนี้ดีกว่าเห็น ๆ” หลังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ก็พอจะลบล้างภาพห้องน้ำโสโครกนั่นไปได้บ้างหมับ“ใครจับไหล่กูวะ” จับแล้วไม่พูดเดี๋ยวก็ศอกให้เสียนี่กรรร…เพียงได้ยินเสียงคำรามในลำคอ จากที่กำลังเพลิดเพลินกับกลิ่นธรรมชาติหลังห้องสุขาเป็นต้องรีบเบี่ยงตัวกลับทั้งที่ยังไม่ได้รูดซิปกางเกงกึกเสียงฟันบนฟันล่างกระทบกันจนก้องอยู่ในหูหลายคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างรีบช่วยกันใช้ขวานหรืออาวุธที่อยู่ใกล้มือฟันไปที่คอของมันอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่เกือบโดนกัดคอรีบสะบัดไหล่ของตนให้หลุดพ้นจากพันธนาการแล้วอ้อมไปอยู่ด้านหลังพี่น้องคนอื่นที่กำลังพยายามฆ่ามัน“รีบกลับไปที่รถเร็ว!” เมื่อซอมบี้ตนนั้นถูกฟันคอขาดก็มีอีกหลายตัวเดินโขยกเขยกออกมาจากห้องน้ำฝั่งผู้ชายความโกลาหลเล็ก ๆ
ความคืบหน้าในการปรับปรุงหมู่บ้านรวดเร็วมากเมื่อทุกคนให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป จากหมู่บ้านที่มีจำนวนมาก กว่า 30 ครัวเรือนก็เหลือบ้านที่มีคนอยู่อาศัยเพียง 13 หลังเท่านั้น หลายคนมองว่าการเข้าไปอยู่ในเมืองที่มีทหารคอยรักษาการณ์ดูจะปลอดภัยกว่าฝ่ายโจเซฟเองก็ให้คำแนะนำว่าถ้าอยากไปก็ให้ไปเสียตอนนี้ ในช่วงที่ซอมบี้ยังคงเดินเชื่องช้าอยู่ ขอแค่ไม่กลัวก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างเช่นครอบครัวนี้“พ่อครับ มันวิ่งตามรถเรามาแล้ว” ลูกชายวัย 15 ปีเหลียวหลังมองซอมบี้ที่มีจำนวนมากกว่า 20 ตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามรถยนต์ส่วนตัวของพวกเขามาตลอดทาง ยิ่งขับเข้าใกล้ตัวเมืองในจังหวัดมากเท่าไร ก็จะมีมาเพิ่มครั้งละตัวสองตัวอยู่ตลอดเวลา“มันตามรถเราไม่ทันหรอก” คนเป็นพ่อมั่นใจ ตอนนี้เขาเหยียบอยู่ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังสามารถทิ้งห่างจากพวกมันได้มากกว่า 100 เมตร นั่นหมายความว่าถ้าเขาเหยียบเพิ่มอีกจะสามารถสลัดหลุดได้ในเวลาไม่นาน“คุณคะ ข้างหน้า!” ภรรยาที่ติดตามมาด้วยเผยสีหน้ากังวล เมื่อเธอมองออกไปเห็นว่าด้านหน้ามีรถจอดขวางเส้นทางอยู่เต็มไปหมด บางคันเธอก็คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมากก่อน“นั่นม
คิ้วเรียวของคนเป็นแม่ขมวดฉับ ถึงเธอจะไม่ถือโทษคนตาย แต่คนเป็นก็ใช่ว่าจะให้อภัย“ดาดูแลลูกเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณกิ่งดีกว่า” ไม่ใช่เพราะหญิงสาวคนนี้หรอกหรือที่สั่งคนในบ้านสามีไม่ให้เปิดประตูรับเธอกับลูก“ตายจริงน้องดา เรียกพี่กิ่งเหมือนเดิมสิคะ ทำไมเรียกกันเสียห่างเหิน” พี่สาวของอดีตสามีรีบเอ่ยประจบ เธอเห็นแล้วว่าน้องสะใภ้ผู้นี้มีพลังพิเศษ แถมยังรู้จักกับกลุ่มคนที่มาจากเมืองหลวง ถ้าอยากรอดตายต้องเกาะไว้ให้มั่น แถมดูท่าแล้วคงมีอาหารเก็บไว้แน่นอน ดูเสื้อผ้าของเธอสิ แม้จะเป็นชุดเดียวกันกับค่ำคืนนั้นแต่ก็สะอาดสะอ้าน ดูออกเลยว่าที่ผ่านมาคงไม่ได้รับความลำบากแต่อย่างใด“ไม่ดีกว่าค่ะ น้องดลครับ ไปนั่งเล่นกับลุงโจเซฟนะ แม่จะกลับไปพักผ่อน”เมื่อคนที่ทำงานหนักสุดเอ่ยปากอยากพัก กิ่งแก้วจึงไม่สามารถหาเหตุมารั้งให้ดาริณีอยู่ฟังตนพร่ำบอกความสนิทสนมแต่เดิมได้อีก จึงได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกลับไปรวมกลุ่มกับเหล่าแม่บ้านที่กำลังคัดเมล็ดธัญพืชถ้าเพียงแต่เธอสามารถกลับไปวางตัวเป็นพี่สะใภ้อีกฝ่ายได้อีกละก็ ความเป็นอยู่จะต้องดีกว่านี้แน่ ทั้งอาหารและความปลอดภัย ดีไม่ดีถ้าเกิดวันไหนพวกเขาอยากจะกลับเข้าค่ายที่เ
เฉินเฟิงก้มลงกัดข้าวจี่ร้อน ๆ ก่อนจะอ้าปากไล่ความร้อนสองสามครั้งก็เคี้ยวหงุบหงับ ข้าวเหนียวตรงจุดที่ถูกย่างไฟจะมีความกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน สัมผัสต่อจากนั้นจึงเป็นความหอมของไข่และรสชาติเค็มเล็กน้อยของเกลือ เป็นอาหารเช้าที่แสนเรียบง่ายและใช้วัตถุดิบน้อยแต่ให้ความรู้สึกอิ่มท้องช่วงสายชาวบ้านผู้ชายหลายคนจึงพากันไปตัดต้นไม้แถวชายป่าหลังบ้านของเฉินเฟิง แน่นอนว่าทุกคนได้สอบถามแล้วว่าสามารถตัดได้ไหม ถ้าไม่ได้พวกเขาก็จะเดินไปยังบริเวณป่าตรงตีนเขาอีกแห่งแทนเจ้ากระต่ายไม่ได้ขัดข้องอะไร เดิมทีป่านี้ก็ไม่ใช่ของเขาตั้งแต่แรก ถ้าชาวบ้านจะนำมันมาใช้ประโยชน์ส่วนรวมก็สามารถทำได้เต็มที่โจเซฟเข้ามาช่วยกำกับดูแลเรื่องการทำรั้วไม้ล้อมรอบหมู่บ้าน น่าเสียดายที่ไม่มีใครในหมู่บ้านที่มีพลังพิเศษ ทุกคนล้วนเป็นคนธรรมดาพอสอบถามเฉินเฟิงในเรื่องนี้“อ่า… คือทางแถบนี้ได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำน่ะครับ ทางกำนันเขาไปเช่าเหมารถบรรทุกมาพาทุกคนไปฉีดฟรีที่โรงพยาบาลรัฐ ส่วนผมฉีดอีกยี่ห้อหนึ่งก่อนจะบินไปต่างประเทศ แต่เพราะตอนนั้นอยู่ในเมืองหลวงเลยได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมานิดหนึ่ง”“ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะไ
“คิดอะไรอยู่” นิโคลัสเดินถือถุงบิสกิตที่ได้จากชาวบ้านนำมาแบ่งให้เจ้ากระต่าย“ผมแค่เผลอคิดไปว่าที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นการแก้แค้นจากโลกหรือเปล่า”“ก็อาจจะใช่” เวลาที่ฟุ้งซ่านก็มีคิดอยู่บ้าง“ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติได้ไหมครับ” เฉินเฟิงถามทั้งที่ดวงตายังคงจดจ้องอยู่บนท้องฟ้า“ตอบยากนะ เราอาจจะกำจัดซอมบี้ได้ แต่ไม่น่าจะหมด และที่แย่ไปกว่านั้นคือพวกสัตว์เองก็เริ่มกลายพันธุ์แล้ว ดูอย่างหนูท่อยักษ์ที่เราเจอหรือหมูป่าที่คุณดาริณีจัดการได้” ถึงจะจัดการซอมบี้ได้หมดก็ใช่ว่าวิถีชีวิตดั้งเดิมจะหวนคืนกลับมาและสำหรับพวกเขาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะจัดการกับซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์ก็ไม่มีทางที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ท่ามกลางสังคมศิวิไลซ์ได้อีก “มีใครมีคำถามหรือเปล่าครับ” โจเซฟถามขึ้นเมื่อเห็นว่าตนได้บอกทุกอย่างออกไปหมดแล้ว ชาวบ้านหลายคนมีท่าทีหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น บางคนก็ร้องไห้คร่ำครวญกับครอบครัวที่ต้องสูญเสีย“แล้วลูกหลานของเราที่เป็นซอมบี้ล่ะ ก่อนหน้านี้พวกเขายังเป็นคนธรรมดาอยู่เลย ทำไมพอโดนโจรจับไปถึงกลายเป็นซอมบี้ได้ หรือคนพวกนั้นทำให้พวกเขากลายเป็นซอมบี้” ชา
พวกเขาที่ไม่ได้ชอบดูภาพยนตร์หรืออ่านนิยายถึงกับอึ้งตะลึง ไม่คิดว่าโลกนี้จะจินตนาการไปถึงขั้นทำให้ศพคนคืนชีพด้วยไวรัส และที่น่าตกใจกว่าก็คือมันถูกทำให้เกิดขึ้นจริง“เป็นไปได้ว่าพวกมันจับพวกเขามาทดลอง” ทีโอคาดเดา ศพเหล่านี้แทบไม่มีบาดแผลบนร่างเลย ไม่เหมือนกับเด็กสองคนที่สวมกอดกันอยู่ในบ้านหลังนั้น ราวกับว่าจับพวกเขามาเพื่อกระทำบางอย่าง“หรือว่า…” นิโคลัสหันไปมองทีโอเขม็ง ความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามา “พวกมันอยากทดสอบว่าจะสามารถกระตุ้นให้คนธรรมดาสามารถมีพลังพิเศษเพราะถูกซอมบี้ข่วนหรือกัดได้ไหม”“พลังพิเศษ?” กลุ่มคนที่เศร้าโศกเสียใจต่างก็หันมามองชายหนุ่มเมื่อนิโคลัสจุดลูกบอลใจขนาดเล็กบนฝ่ามือ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ต่างก้าวถอยหลัง พอสังเกตดี ๆ ถึงเพิ่งเห็นว่าบนศีรษะของอีกฝ่ายมีใบหูกลมประดับอยู่บนศีรษะซุกซ่อนอยู่ในกลุ่มผม“พวกเราควรจัดการกับศพก่อนหรือเปล่า” หงส์พูดแทรก มายืนกันในป่าแบบนี้ เกิดมีซอมบี้ขึ้นมาล่ะยุ่งเลยทุกคนจึงได้สติกลับมา ต่างคนต่างช่วยกันทยอยขนซากศพของลูกหลานตนเองมายังลานกว้างของหมู่บ้าน ระหว่างทางก็ไม่ลืมขนย้ายศพของคนอื่นมาด้วยนี่ทำความสะอาดบ้านเสร็จเธอยังต้องมาทำความสะอาดหม