ดูเหมือนความทรงจำของหญิงชราจะฟื้นคืนกลับมาเป็นบางฉากที่น่ากลัว ความหวาดกลัวฉายออกมาจากดวงตาของเธอและทั้งร่างของเธอก็สั่นสะท้านอย่างสุดขีด “คุณโคลอี้...ฆ่าคุณท่านหญิง”ร่างกายของเจย์สั่นสะท้านหากเขาไม่ได้ยินเองกับหู เขาไม่มีทางเชื่อว่าแม่ที่แสนสวยและอ่อนโยนของเขาจะ...ทำร้ายคุณย่าที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนอย่างเหี้ยมโหดได้หญิงชราค่อย ๆ เผยเรื่องราวที่น่าตกใจเป็นช่วง ๆ “เพราะความโกรธ คุณท่านปู่ต้องการฆ่าคุณโคลอี้ แต่ทว่าคุณโคลอี้… เธอเป็นนางปีศาจร้ายที่กลับชาติมาเกิดโดยแท้ ฉันเกรงว่าเธออาจจะทำร้ายคุณท่านปู่ ฉันก็เลยวางยาเธอ… แต่ฉันหยิบยาผิด…”“ฉันขอโทษจริง ๆ นายน้อย ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง…”โนอาห์เห็นแม่ของเขาสั่นไปทั้งตัวและเขาก็รีบเข้าไปห้ามเจย์ “คุณผู้ชาย ผมขอร้องล่ะครับ อย่าถามอะไรแม่ผมอีกเลย ร่างกายของเธอก็แย่มากอยู่แล้ว คุณไว้ชีวิตเธอได้ไหมครับ?”เจย์จ้องมองไปยังหญิงชราที่แห้งผอมและพยักหน้า “ได้สิ”เขาเกือบจะคาดเดาเรื่องราวต่าง ๆ ที่เหลือได้หมดแล้วความสัมพันธ์เพียงข้ามคืนของคุณปู่กับคุณย่าของเขากลับกลายเป็นว่าไม่ใช่สิ่งที่คุณปู่ของเขาปรารถนานอกจากนี้ แม่ของเขายังฆ่าคุ
“แผนการขายของเธอคือการขายให้กับคนทำงานที่เดือดร้อนงั้นเหรอ?”แองเจลีน “...”“แผนนี้ไม่ใช่ว่าควรเป็นตัวอย่างสำหรับเราให้เห็นว่าใครคือผู้ที่มีอำนาจเหนือความเป็นความตายขององค์กรเซเวียร์หรอกเหรอ?” เจย์ถามราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่แองเจลีนถึงกับพูดไม่ออกเจย์มองเธออย่างนิ่งเฉย เมื่อเห็นเธอขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขาก็ตระหนักอีกครั้งได้ว่าความต้องการที่จะชนะของเขานั้นมากเกินไปดังนั้นเขาจึงถูกกระตุกด้วยความสำนึกผิดและเปลี่ยนบทสนทนาทันที “ฉันได้ยินมาว่าเธอกำลังหาทางออกไปจากที่นี่เมื่อตอนกลางวันเหรอ?”เขาเองก็กลัวว่าเธอจะเบื่อเกินไปเช่นกันแองเจลีนต้องการหนีออกไปเมื่อตอนกลางวัน แต่เธอได้เปลี่ยนความคิดแล้ว เหตุผลเดียวที่เธอต้องการออกไปจากที่นี่เป็นเพราะเธอต้องการไปส่งเสริมสินค้าขององค์การเซเวียร์เท่านั้นแทนที่จะวิ่งไปรอบ ๆ และร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น มันจะเป็นการดีกว่าถ้าเธอจะตอบแทนผู้สนับสนุนทางการเงินอยู่ที่นี่… เธอจะตามตื๊อเจย์ด้วยการแนะนำสินค้าขององค์กรเซเวียร์อย่างกระตือรือร้นทุกวัน เมื่อเขาเริ่มเบื่อหน่ายเธอ เขาจะได้ปล่อยเธอไปหรือไม่ก็ยอมรับข้อเสนอทางการขายของเธอนี่เป็น
เจย์มองใบหน้าที่แสนหงุดหงิดของเธอ เขาหยิบสมุดจดนั้นกลับมาและมองมันอย่างละเอียดเอ่อ แม้ว่าเขาจะคิดว่าปริมาณนี้มากไปหน่อย อย่างไรก็ตาม คนที่รูปร่างสูงใหญ่เช่นเขาเองก็ไม่สามารถกินอาหารปริมาณขนาดนี้ได้ แองเจลีนพูดอย่างฉุนเฉียว “ยังไงก็เถอะ ฉันจะไม่กินเยอะขนาดนี้”เธอแสดงท่าทางสลดใจและสิ้นหวังเมื่อเจย์ได้เห็น เขาทำได้เพียงแค่ประนีประนอม “กินข้าวเช้าก่อน”แองเจลีนมองดูนมถั่วเหลืองในมือ “ฉันอยากกินนมถั่วเหลือง”“ฉันดื่มไปแล้ว” เขาตอบ“ก่อนหน้านี้เราไม่ได้จูบกันมาหลายครั้งแล้วหรอกเหรอ? ฉันไม่ถือสาหรอก” แองเจลีนกล่าวเจย์ “...”เจย์ดันแก้วนมถั่วเหลืองให้เธอ ในขณะที่แองเจลีนก็ส่งแก้วนมแพะให้กับเขาแองเจลีนมัวแต่คิดถึงการนำเสนอแผนงานให้กับเขา เพราะเช่นนี้ เธอจึงได้ดื่มนมถั่วเหลืองหมดอย่างรวดเร็วภายในอึกเดียว แล้วเธอก็พูดอย่างจริงใจกับเจย์ว่า “ท่านอาเรส ฉันสามารถนำเสนอแผนงานให้กับนายตอนนี้ได้เลยไหม?”เจย์เหลือบมองสเต็กที่ยังไม่ได้แตะบนจานของเธอด้วยสีหน้าบึ้งตึง“เราจะคุยกันหลังมื้อเช้า”แองเจลีนโกรธอย่างมากจากนั้นเธอก็ตักสเต็กเข้าปาก แต่ก่อนที่เธอจะตักทุกอย่างเสร็จ เจย์ก็กินเสร็จ
สายตาของเจย์ตกไปอยู่ที่เวลาของงานบนการ์ดเชิญและเขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าฉันต้องปล่อยเธอไป”ฟินน์พูดต่อ “ท่านประธานอาเรสครับ ผมได้ยินข่าวลือมาว่าตระกูลไททัสจะใช้งานแต่งงานนี้เพื่อที่ตั้งใจจะทำให้ตระกูลเซเวียร์ต้องอับอาย และทำให้ตระกูลเซเวียร์สูญเสียความน่าเชื่อถือของผู้คนไป ถ้าหากว่าแผนการของตระกูลไททัสสำเร็จ สถานการณ์ของตระกูลเซเวียร์จะยิ่งแย่ลงไปอีกนะครับ”เจย์วางการ์ดเชิญลงบนฝ่ามือของเขาและขยำมันจนแน่น ริมฝีปากบางของเขาเย้ยหยันอย่างชั่วร้าย “โยเซมิตี ไททัส คิดว่าเขาสามารถจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่และเลิศหรูให้กับลูกสาวของตัวเองได้ เพราะตระกูลของเขาเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ เขาคิดว่าในเมื่อตอนนี้ตระกูลเซเวียร์ขัดสน ตระกูลนั้นก็ทำได้เพียงรอรับความเมตตาจากเขาเท่านั้น ถ้าหากเขาต้องการให้ตระกูลเซเวียร์เป็นจุดสนใจละก็ เขาต้องมาถามฉันว่าอนุญาตหรือเปล่า”ฟินน์คาดเดาได้ว่าท่านประธานอาเรสจะไม่ยอมนิ่งเฉยกับเรื่องนี้อย่างแน่นอนเจย์พูดต่อว่า “แองเจลีนอยู่ภายใต้การรับผิดชอบขององค์กรเซเวียร์และได้เกี่ยวพันกับองค์กรนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม ฉันจะปล่อยให้องค์กรไททัสที่ต่ำทรามมาฉีกหน้าเธอ
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของแองเจลีนก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึงในทันที เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่และพูดว่า ตระกูลไททัสจะต้องจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่และเลิศหรูเพื่อลูกสาวของพวกเขาอย่างแน่ แต่พวกเรา ตระกูลเซเวียร์… แม้กระทั่งตอนนี้ เรายังต้องประหยัดกับอาหารทั้งสามมื้อของเรา ฉันเกรงว่างานแต่งงานนี้จะกระจอกงอกง่อยมากจนทำให้คนหัวเราะเยาะพวกเราน่ะสิ แล้วเมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนก็จะรู้ว่าองค์กรเซเวียร์ไม่มีกำลังซื้อภายในประเทศเลย แล้วใครจะกล้าทำธุรกิจกับพวกเราล่ะ”เจย์พูดอย่างเหน็บแนมว่า “น้องชายของเธอดูเหมือนเด็กน้อยตั้งแต่เขายังเด็ก มันไม่คุ้มค่าหรอกที่ตระกูลเซเวียร์ทุ่มงบเพื่องานแต่งงานของเขา นอกจากนี้ ยูมิ ไททัสก็เป็นสาวแก่แล้ว เธอควรจะเป็นคนออกเอง”แองเจลีน “...”เธอพูดอย่างโมโห “หมายความว่ายังไง? คุณกำลังบอกว่าน้องชายของฉันถูกเก็บไปเป็นคนรักของสาวแก่ที่แสนจะร่ำรวยงั้นเหรอ?แล้วเธอก็ละล่ำละลักจากการที่สูญเสียความมั่นใจไป “แม้ว่าจะเป็นความจริง แค่เพียงเพราะเขาไร้ยางอาย ไม่ได้หมายความว่าตระกูลเซเวียร์จะไร้ยางอายนะ!”เจย์ตอบ “โอเค ถ้าเธอไม่ต้องการให้น้องชายของเธอหลายเป็นตัวตลก เธอจะเตรียมงานแต่งงานนี้ให้เข
แองเจลีนรู้สึกโกรธจัด “ฉันไม่ตกลงที่จะเป็นเมียเก็บของนาย ช่างเถอะ นี่มันเป็นการดูถูกกันเกินไป”เธอโมโหมากจนเธอสบถออกมาเจย์จ้องมองใบหน้าที่เศร้าสลดของเธอ เขารู้ดีว่าการทำเช่นนี้จะทำร้ายคุณค่าในตัวของเธอแต่อย่างไรก็ตาม เขาสามารถทำได้เพียงใช้สัญญาความสัมพันธ์นี้เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการและเพื่อให้ความปลอดภัยกับเธอเท่านั้น“เธอไม่ต้องการเงินเหรอ?” เขาพูดอย่างหลอกล่อเธอตอบอย่างขุ่นเคืองว่า “ฉันไม่ต้องการมันแล้ว ยังไงก็ตาม ตระกูลเซเวียร์ก็ใกล้จะล้มละลายแล้ว ยังจะมีอะไรที่เลวร้ายไปมากกว่านี้อีกล่ะ?”รอยยิ้มปรากฏขึ้นในดวงตาของเจย์“เธอไม่ได้เป็นคนพูดว่าเธอจะนอนกับผู้ชายหลากหน้าหลายตาเมื่อวันก่อนเหรอ? แล้วทำไมไม่เอาอีกสักคนล่ะ?” เขาพูดอย่างทีเล่นทีจริงแองเจลีนกัดฟันและจ้องมาที่เขาอย่างเดือดดาล สายตาของเธอดุดันมากราวกับว่าเธอต้องการจะกินเขาเข้าไป“ตัวเลือกคู่นอนของฉันก็ขึ้นอยู่กับคนนั้น ๆ ด้วย”จากนั้นเธอก็กวาดสายตามองเจย์ด้วยความเหยียดหยามและแสดงท่าทีเมินเฉยอย่างจงใจ “ชายแก่อย่างนายที่มีขาไม่สมประกอบไม่ถูกชะตาฉันหรอก”เจย์ “...”ชายแก่… เขาแก่ขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?“หลังจากเซ็
เจย์กำลังปิดบังอะไรเธอหรือเปล่านะ?เธอไม่เคยเห็นเขาตื่นตระหนกขนาดนี้มาก่อน! ยิ่งไปกว่านั้น ฟินน์ที่ซึ่งปกติจะเป็นคนสงบนิ่ง ก็ตกใจมากจนเดินตรง ๆ ไม่ได้ด้วยซ้ำเกิดเรื่องเลวร้ายอะไรขึ้นกันนะ?เจย์ฟังคำบอกเล่าของฟินน์ด้วยท่าทางเย็นชาขณะอยู่บนรถโรลส์-รอยซ์“คนของเราได้กำลังเฝ้าดูบ้านไร่ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อคืนที่ผ่านมา พวกเขาเห็นเฮลิคอปเตอร์ 12 ลำปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าอย่างกะทันหัน เฮลิคอปเตอร์ถูกเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด และบินโฉบไปมาประมาณสิบนาทีก่อนจากไปครับ”“ในตอนนั้น คนของเราสังเกตเห็นว่ามันผิดปกติ เมื่อพวกเขาบุกเข้าไปในบ้านไร่ พวกเขาพบว่าครอบครัวนั้นได้หายตัวไปแล้วครับ”ฟินน์หยุดพูดไปสักพัก “ท่านประธานอาเรส คนของเราพบตัวอักษรสีแดงสองตัว ‘DF’ ที่ประตูครับ”เจย์ชะงักไปเล็กน้อย “DF?”ความตกใจสุดขีดปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาโดยทันที “ตายสี่!”สีหน้าของฟินน์เปลี่ยนไป “ครอบครัวนั้น รวมทั้งเด็กในท้องของหญิงสาวตั้งครรภ์คนนั้น มีกันสี่คนพอดี”“คนของเราอยู่ที่ไหน?” เจย์ถามเสียงเข้มฟินน์พูดอย่างหวาดหวั่นว่า “คนของเราถอยออกไปแล้วหลังจากที่ภายในบ้านว่างเปล่าครับ”ใบหน้าที่หล่อเหลาของเจย์เปลี
ท่าทีของเจย์นั้นเคร่งขรึม คนพวกนี้ต้องเป็นนักฆ่าที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี จึงจะสามารถประดิษฐ์อาวุธอันชาญฉลาดที่ถูกซ่อนเอาไว้เช่นนี้ได้หลังจากออกมาจากบ้านไร่ เจย์ก็เต็มไปด้วยความวิตกกังวล“ฟินน์ ไปที่อสังหาริมทรัพย์ทัวร์มาลีน” เจย์มีความรู้สึกไม่ดีว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ กับใกล้กับอสังหาริมทรัพย์ทัวร์มาลีน“ครับ” ฟินน์ตอบรับรถโรลส์-รอยซ์ก็ได้มาถึงที่ชาโตว์ เดอ เซลีนของอสังหาริมทรัพย์ทัวร์มาลีนภายในเวลาไม่นานถัดจากสวนกลางภายในปราสาท คุณท่านปู่อาเรสกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้เอนหลังหลับตาพักผ่อนอยู่“คุณท่านปู่อาเรส นายน้อยอาเรสอยู่ที่นี่แล้วครับ” การ์ดส่วนตัวของเขาเดินมาเบื้องหน้าเขาและพูดด้วยความเคารพคุณท่านปู่อาเรสก็ลืมตานกอินทรีคู่นี้ของเขาที่ล้อมรอบด้วยอากาศเย็นขึ้นทันที“ทำไมเขาถึงกลับมาในเวลาแบบนี้?” คุณท่านปู่อาเรสโกรธ“คุณท่านปู่อาเรส ท่านจะตัดขาดนายน้อยอาเรสตลอดไปจริงเหรอครับ?”ดวงตาของคุณท่านปู่อาเรสเต็มไปด้วยความลังเลใจ“คุณท่านปู่อาเรสรักเพียงแค่นาสน้อยอาเรส แต่ผมเกรงว่านายน้อยอาเรสจะยังเกลียดคุณอยู่ในตอนนี้น่ะครับ” การ์ดส่วนตัวของเขากล่าว“ไม่เป็นไรหรอก
คุณท่านยอร์กหัวเราะดังลั่น “เจ้าหนูอย่าได้เอาเรื่องวันนี้ไปพูดกับใครเชียวล่ะ”“ทำไมถึงได้โหดร้ายขนาดนี้ คุณท่านยอร์ก…”คุณท่านยอร์กเอามือไขว้หลังและเดินอย่างสบาย ๆ ไปยังห้องสมุดในห้องสมุดตรงส่วน 48 นั้นดูเละเทะมาก บรรณารักษ์พยายามเก็บกวาดมานานมากและตอนนี้ก็กำลังหอบเพราะความเหนื่อยคุณท่านยอร์กพูดด้วยสีหน้าอึมครึมว่า “แค่มาขโมยหนังสือต้องทำให้ที่นี่เละเทะขนาดนี้เลยเหรอ? ดูสิว่าหมอนั่นทำให้ลูกศิษย์ของฉันต้องเหนื่อยแค่ไหน…”หลังจากแสร้งทำท่าเป็นห่วงเป็นใยเสร็จแล้ว คุณท่านยอร์กก็ถาม “มีอะไรหายไปบ้าง?”บรรณารักษ์ตอบอย่างสงบเสงี่ยม “สมุดบันทึกรายชื่อผู้อาศัยหายไปครับคุณท่าน”สีหน้าคุณท่านยอร์กเคร่งเครียดทันที “ดูเหมือนว่าเขาจะมาที่นี่เพราะองค์กรโลกาวินาศ”จากนั้นเขาก็เดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขณะเดียวกันเจย์ก็ตามมาอยู่กับเซย์นขณะที่เขากำลังขุดเม็ดต้นชุมเห็ดและรวบรวมดอกสายน้ำผึ้งก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับทันทีที่พวกเขามาถึงสวนสายลมสดชื่น เจย์กับเซย์นก็โดนพวกคอร์เวตต์ของป้อม 48 ล้อมไว้“โคลเป็นคนสั่งเหรอ?” เจย์ถามนิ่ง ๆคาร์สันเดินออกมาจากกลุ่มคอร์เวตต์โดยที่มีมือหนึ่งกุมท้องไว้
คาร์สันกลืนน้ำลาย เขารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในถ้ำสิงโต เขาตอบไปด้วยเสียงสั่นเทา “พูดตามตรงนะครับคุณเซเวียร์ เรื่องโชคร้ายและการล่มสลายของตระกูลอาเรสเมื่อสามปีก่อน คุณเองก็อยู่ในรายชื่อที่ต้องโดนจัดการด้วยเพราะว่าคุณเป็นลูกสะใภ้ของพวกเขา แต่ว่านายน้อยนั้นหลงรักคุณหัวปักหัวปำจนเขายอมสละนิ้วก้อยของตัวเองเพื่อช่วยคุณไว้”“ส่วนลูก ๆ ของคุณนั้น นายน้อยก็ตั้งใจว่าจะหักนิ้วตัวเองสามนิ้วเพื่อช่วยพวกเขาไว้ แต่ต้องขอบคุณที่คุณบอกความจริงมาในตอนท้าย เพราะว่าในตัวของนายน้อยและคุณหนูพวกนั้นมีสายเลือดของยอร์กไหลเวียนอยู่ ทำให้พวกเขาได้รับการถอดชื่อออกจากรายการสังหาร”“ตอนที่นายน้อยจากมา เขาไม่ได้พาใครกลับมากับเขาด้วย”แองเจลีนสั่นสะท้านเมื่อได้ยินเรื่องที่เขาบอก“ถ้าเป็นแบบนั้น มีคนชื่อปีศาจอยู่ในป้อมตระกูลยอร์กไหม?” แองเจลีนถามอีกครั้งคาร์สันพึมพำ “ปีศาจ” เขาส่ายหน้าอย่างแรง “ไม่มีคนแบบนั้นในป้อมตระกูลยอร์กนะครับ คุณเซเวียร์”มือแองเจลีนที่ซุกอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นเทา “ฉันเชื่อนายได้ใช่ไหมคาร์สัน?”คาร์สันสาบาน “ผมไม่มีความกล้าพอที่จะโกหกคุณหรอกครับคุณเซเวียร์ ใครจะรู้ว่าสักวันคุณอาจจะกลายเป็นนาย
หากมีใครต้องการหาหนังสือสักเล่มแบบเฉพาะเจาะจงในนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับงมเข็มในมหาสมุทร โชคดีที่เจย์มีแผนที่ในหัวคอยนำทาง เขารู้ว่าสมุดบันทึกรายชื่อประชากรอยู่ในชั้นหนังสือส่วนของป้อม 48ตอนนั้นมีคนเหมือนตุ๊กแกตัวใหญ่เกาะอยู่ที่ชั้นหนังสือตู้ที่ 48 ขาของเขาเลือดไหลไม่หยุด เขาหยิบชุดปฐมพยาบาลที่พกติดตัวออกมาจากนั้นก็ทายาและพันผ้าพันแผลเพื่อหยุดเลือดเจย์เดินผ่านยามห้องสมุดและแอบเข้ามาด้านในเมื่อเข้ามาถึงตู้หนังสือส่วนของป้อม 48 เจย์ก็เริ่มมองหาสมุดบันทึกรายชื่อประชากรบนชั้นหนังสือ ทันใดนั้นก็มีร่องรอยสีแดงเลือดบนหน้าหนังสือที่สะดุดตาเจย์ เขาแตะรอยสีแดงบนหน้าหนังสือนั้นด้วยนิ้วมือและรู้สึกได้ถึงความชื้น เจย์ตื่นตัวระวังภัยทันใดนักฆ่าที่บาดเจ็บต้องซ่อนอยู่ข้างบนแน่เขาคาดเดาเช่นนั้นทันใดนั้นเจย์ก็มีความคิดดี ๆ แวบเข้ามาในหัว เขารวบรวมกำลังและฟาดมือใส่ชั้นหนังสือทันทีทันใด รังสีสังหารอย่างรุนแรงก็พุ่งตรงเข้ามาใส่เขาเจย์หมุนตัวด้วยความเร็วแสงและหลบพ้นคมมีดของนักฆ่าไปได้เจย์มองนักฆ่าที่ใส่ชุดพรางตัวสีดำพร้อมดึงหมวดฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะ ทั้งปาก จมูก และตาต่างก็ปกปิดไว้มิดชิด ความคิดที่ว
จู่ ๆ เซย์นก็ยกมือกุมหน้าผากและบอกว่า “ผมมึนหัว”จากนั้นเขาก็ทรุดลงตรงหน้าเจย์ดังตึงเจย์แหย่ว่า “ชาดีจริง ๆ ตาเฒ่า มันทำคนสลบได้เร็วมากจนผมแปลกใจเลย”ชายชรามองเจย์อย่างพิจารณา ชายหนุ่มคนนี้รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับน้ำชาแต่ว่ายังคงคุยกับตาเฒ่าต่อเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอที่คนกล้าเยาะเย้ยเขาอย่างไม่ร้อนรนในอาณาเขตของตระกูลยอร์กเช่นนี้ชายชราชื่นชมความใจเด็ดและกล้าหาญของเจย์“บุคลิกท่าทางของแกถูกใจฉันมากเจ้าหนุ่ม ฉันชื่นชม แกชื่ออะไร?”เจย์ยิ้มออกมาเล็กน้อย “เบ็น”ชายชราถามอย่างงงงวย “ไม่มีนามสกุลเหรอ?”เจย์พยักหน้าและตอบอย่างไม่แยแส “มี”เขาพูดต่อ “ผมนามสกุลยอร์ก”ชายชรามองเจย์อย่างไม่พอใจ “หากว่าแกอยากจะหลอกฉัน อย่างน้อยก็ต้องทำให้มันถูกหน่อย”เจย์เทน้ำชาเย็นชืดทั้งหมดในกาออก จากนั้นก็เติมเองจากนั้นเขาก็ทำท่าเอาอกเอาใจชายชรา “ชาที่ผมชงนี้สดชื่นกว่าของคุณ อยากจะลองชิมสักถ้วยไหม?”ชายชราคว้าใบชามาเต็มกำ ก่อนหยิบส่วนหนึ่งใส่ในกาน้ำชาและบอกว่า “นี่ไง สมบูรณ์แบบแล้ว”เจย์ยกถ้วยชาขึ้นมา “โชคชะตานำพาเรามาพบกันตาเฒ่า ขอชนแก้วให้กับโชคชะตาอันน่าทึ่ง
เพื่อให้แน่ใจว่าโคลจะไม่เข้ามาขวางทาง แองเจลีนก็บอกกับคาร์สันอีกครั้ง “เข้ามาสิคาร์สัน เข้ามาคุยกันหน่อย”คาร์สันมองเจย์และเซย์นที่ตอนนี้เดินจากไปไกล หลังจากใจลอยไปชั่วครู่ เขาก็เดินตามแองเจลีนเข้าไปในบ้าน“โจเซฟิน ช่วยเอาชามาให้คาร์สันหน่อย”โจเซฟินใช้เวลาพักหนึ่งในการรินชาและส่งถ้วยให้คาร์สัน คาร์สันวางถ้วยชาลงบนโต๊ะและบอกว่า “คุณเก่งเรื่องหันเหความสนใจใช่ไหมครับ คุณเซเวียร์?”แองเจลีนไม่ได้รู้สึกร้อนรนอะไรแม้ว่าคาร์สันจะมองแผนเธอออก เธอบอกว่า “ฉันก็แค่อยากจะคุยกับเพื่อนเก่าเท่านั้นคาร์สัน นายวัดหัวใจของคนที่ยอดเยี่ยมด้วยหัวใจแสนทรามได้ยังไงกัน? ฉันเองก็คงไม่ได้คาดหวังกับคนกระจอกอย่างนายไว้สูงหรอก”คาร์สันทำปากง้ำ เขาคงลืมไหว้ขอความโชคดีก่อนออกจากบ้านมาเมื่อเช้าแน่ เพราะพอตื่นขึ้นมา เขาก็เจอแต่เรื่องแย่ ๆ และคำพูดทิ่มแทงของทั้งเบ็นและแองเจลีน“คุณเซเวียร์ ให้ผมบอกความจริงก็คือว่าในป่านั้นมีสัตว์ป่ามากมาย หากว่าไม่มีคนของผมนำทางไป บอดี้การ์ดของคุณก็อาจจะหาทางออกจากป่าไม่ได้เมื่อเข้าไปแล้ว”ในใจของแองเจลีนนั้นตื่นตระหนกไปวูบหนึ่ง แต่เมื่อเธอจำได้ว่าเจย์บี้มีแผนที่ของโคลอี้เป็นตั
เจ้าชั่วโคลนั่นส่งคนมาคอยเฝ้าที่นี่ไว้โดยทำทีว่ามาคอยเฝ้ายามที่สวนสายลมสดชื่นเจย์เริ่มคิดหาหนทางจะหนีออกไปจากสวนสายลมสดชื่นเพื่อที่ว่าเขาจะได้ไปหาทะเบียนรายชื่อของผู้อาศัยในป้อมยอร์กแองเจลีนเรียกเขาเบา ๆ “เบ็น” เสียงเธอนั้นอ่อนโยนและแฝงความรักใคร่เจย์หันหลังมาและเดินเข้าไปหา“แองเจลีน”แองเจลีนจับสังเกตทิศทางจากเสียงและเดินเข้าไปหาเขาเจย์รีบเร่งฝีเท้าและคว้ามือเธอไว้พร้อมกระซิบว่า “จากที่ฉันเห็นตอนนี้ นายท่านยอร์กคงสงสัยว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับนักฆ่าเมื่อคืนนี้ เขาส่งคนมาคอยเฝ้าล้อมสวนสายลมสดชื่นไว้แล้วเช้านี้”แองเจลีนวิเคราะห์สถานการณ์และบอกว่า “นายท่านยอร์กนั้นรับผิดชอบส่วนหน้าของป้อมตระกูลยอร์กแล้วเขาก็ไม่มีเวลามาเฝ้าป้อม 48 หรอก ดังนั้นโคลยังเป็นคนรับผิดชอบที่นี่ ทำไมเราไม่ล่อเขาไปที่อื่นล่ะ? ฉันจะหาวิธีดึงไว้ให้โคลไม่ว่างมาสนใจตอนที่คุณออกไปทำทีเป็นว่าหาสมุนไพรมาให้ฉัน…”เจย์บีบแก้มแดงปลั่งของแองเจลีนเบา ๆ “เธอนี่มันฉลาดขึ้นทุกวันเลยใช่ไหมเนี่ย?”แม้ในใจเขาจะเห็นว่าเธอเป็นเพียงแกะน้อยไม่รู้เรื่องราวใด ๆ ในโลกนี้แองเจลีนยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “คุณสอนฉันมาดีนี่คะ”
โคลรู้สึกใจคอปั่นป่วนขึ้นมาเมื่อเห็นแววตากระหายเลือดของสเปนเซอร์ “พ่อ แองเจลีนเป็นแค่ผู้หญิงอ่อนแอ พ่อก็เห็นว่าตอนนี้สายตาเธอมองไม่เห็นด้วยซ้ำ”ตอนที่เขาพูดเรื่อง ‘สายตามองไม่เห็น’ โคลก็อารมณ์ท่วมท้นจนสะอึก “มันเป็นความผิดของผมเอง ผมฆ่าสามีของเธอ แล้วเธอก็ร้องไห้จนตาบอด ผมติดค้างเธอมากเหลือเกิน”สเปนเซอร์พูดอย่างโกรธเกรี้ยว “แกมันใจอ่อนไป แกเองก็เห็นว่าบอดี้การ์ดของเธอไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ดูจากทักษะของผู้ชายที่ชื่อเบ็นนั่น เขาสามารถก่อยิ่งกว่าหายนะให้กับป้อมตระกูลยอร์กแน่”โคลอธิบาย “เธอตาบอด เธอก็ต้องมีคนแบบนั้นไว้คอยปกป้องสิ”สเปนเซอร์บอกว่า “ฉันคิดว่าความรักทำให้แกตาบอดแล้ว ลองคิดดูสิ ผู้ชายชื่อเบ็นนั่นด้วยความสามารถของเขาสามารถไปได้ไกลมากแน่ แต่ทำไมเขาถึงเลือกที่จะอยู่ข้างกายผู้หญิงเหมือนพวกขี้ขลาดไร้ประโยชน์ด้วย?”โคลบอกว่า “ถ้าผมเดาไม่ผิด เบ็นอาจจะเป็นบอดี้การ์ดที่หลานชายคนโตของตระกูลอาเรส เจย์ อาเรส มอบไว้ให้แองเจลีน เจย์นั้นเป็นคนก่อตั้งหน่วยภูติผี หลังจากที่เขาตายพวกสมาชิกหน่วยภูตผีก็สาบานว่าจะภักดีและทุ่มเทให้แองเจลีน”สเปนเซอร์นั้นโมโหมากจนเขาคว้ากาน้ำชาปาใส่โคล “แก ไอ
พวกคอร์เวตต์หากันทั้งคืนแต่ว่าก็หานักฆ่าไม่เจอ ราวกับว่าเขาระเหยหายตัวไปในอากาศวันต่อมาสเปนเซอร์ก็มาที่ป้อม 48เขาเรียกโคลไปที่ห้องลับและถามด้วยสีหน้าจริงจังว่า “โคล นักฆ่าเมื่อคืนมันผ่านกับดักหลายชั้นที่เราติดตั้งไว้ในเขามุกเข้ามาได้ เห็นได้ชัดว่าเป็นนักสู้ที่ฝึกมาเป็นอย่างดี พอมาคิดเรื่องนี้แล้ว นักฆ่าโผล่มาทันทีหลังจากที่แองเจลีนมา เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาร่วมมือกันประสานจากด้านใน?”โคลยังคงนิ่งเงียบ…สเปนเซอร์ดูงงงวย “แองเจลีนก็เป็นแค่นักธุรกิจหญิงเก่งฉกาจจากเมืองอิมพีเรียล แต่ว่าบอดี้การ์ดของเธอก็เก่งพอที่จะคว้ามีดสั้นของฉันได้ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงต้องมีคนเก่งกาจขนาดนั้นอยู่ข้างกายด้วย?”โคลก็ยังคงนิ่งเงียบ…เมื่อสเปนเซอร์เห็นว่าโคลไม่ยอมพูดอะไรสักคำ ดวงตาเขาก็ยิ่งฉายแววสงสัย “นี่แกกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่หรือเปล่าโคล?”มีแววอ่อนล้าในน้ำเสียงของโคล “ผมบอกเรื่องที่ควรบอกไปหมดแล้ว”สเปนเซอร์มองโคลอย่างไม่พอใจ “หมายความว่ายังไงที่ว่าบอกเรื่องที่ควรบอกไปหมดแล้ว? แกอยู่ที่เมืองอิมพีเรียลตั้งครึ่งปี แล้วพอแกกลับมาบ้านแกก็พูดแค่สามเรื่อง แกบอกว่าทำลายตระกูลอาเรสกับอสังหาริมทร
เด็กหนุ่มซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเธอร็อบบี้น้อยก็ทำแบบเดียวกันเวลาที่เขาทำอะไรผิดมา เขามักจะกอดเอวเธอแน่นที่สุดเท่าที่ทำได้และทำท่าเป็นเด็กขี้อ้อนเอาแต่ใจ ‘ผมผิดไปแล้วแม่จ๋า อย่าโกรธผมเลยนะ’ เขาจะพูดแบบนี้จากนั้นเธอก็ตัดสินใจอย่างบุ่มบ่ามโดยการฉีกเสื้อเธอออกเผยให้เห็นหน้าอกเปลือยเปล่า เธอยื่นแขนออกมานอกผ้าห่มแล้วเธอก็แสร้งทำเป็นร้องถามเสียงงัวเงีย “เกิดอะไรขึ้นเหรอเบ็น?”พอเจย์ได้ยินเสียงแองเจลีน เขาก็เปิดประตูเข้ามาเมื่อได้เห็นหน้าอกและแขนของเธอยื่นออกมานอกผ้าห่อม เจย์ก็ปิดประตูอย่างรวดเร็วแต่ถึงอย่างนั้นโคลก็ยังแอบเห็นภาพน่าตื่นตาภายในห้องอยู่ดีเจย์จ้องโคลราวกับจะกินเลือดกินเนื้อโคลครุ่นคิดว่าหากแองเจลีนไม่ได้ตาบอด เมื่อกี้เธอจะต้องกรีดร้องออกมาเพราะความอับอายเป็นแน่โคลถามอย่างสงสัย “เกิดอะไรขึ้นกับดวงตาเธอกันแน่?”“เธอร้องไห้มากจนตาบอด” เจย์ตอบห้วน ๆน้ำเสียงเขาแฝงโทสะและความรู้สึกโทษตัวเองโคลอี้งไปเล็กน้อย จากนั้นสีหน้าเขาก็ฉายความรู้สึกผิดจังหวะนั้นพวกคอร์เวตต์ที่ค้นหาบริเวณบ้านก็เดินส่ายหน้าออกมา “เราไม่เจออะไรผิดปกติ”โคลสั่ง “ไปหาที่อื่นต่อ”เมื่อพวกคอร์เ