แชร์

บทที่ 264

ผู้เขียน: เมิ่งซานเชียน
“ถ้าข้าจำไม่ผิด วิถียุทธ์ของเจ้าอู่จ้านน่าจะอยู่ที่ระดับเก้าสูงสุดกระมัง?”

ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยปากชืด ๆ

“อะไรนะ? เจ้า เจ้าถึงกับรู้ฝีมือของข้า?”

อู่จ้านใบหน้าตะลึงงัน เขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึง คนพวกนี้กลับล่วงรู้ฝีมือของเขาดังฝ่ามือ ทั้งยังไม่กลัวเขาอีก คราวนี้ได้ยุ่งแล้ว

ชายชุดดำหัวเราะเสียงเย็น ไม่ยี่หระกับอู่จ้านที่ตกตะลึง หากเอ่ยปากลอย ๆ “พวกเราพี่น้องสิบห้าคนล้วนวิถียุทธ์ระดับเก้า ไม่รู้ว่าเจ้าจะสู้ได้สักกี่คน?”

“วิถียุทธ์ระดับเก้าสิบห้าคน?!”

พอได้ยินข่าวนี้ ตอนนี้อู่จ้านสิ้นหวังเหลือประมาณ วิถียุทธ์ระดับเก้าแม้จะเป็นแค่การคลำธรณีประตูของการฝึกวิถียุทธ์ หากมิได้ก้าวข้ามวิถียุทธ์อย่างแท้จริง ฝีมือของทุกคนจึงไม่ต่างกันสักเท่าไร

ถ้าในยามปกติ เขาสามารถต่อสู้กับห้าคนเพียงลำพัง แต่วันนี้สถานการณ์พิเศษ เขานอกจากจะดื่มสุราไม่น้อย ยังขับเขี้ยวกับสาวของหอวั่งเจียงอีกคำรบ สมรรถภาพทางกายลดลงชัดเจน

เผชิญหน้ากับผู้มีฝีมือสูสีกับตนสิบห้าคน อู่จ้านลนลานโดยสิ้นเชิง เขาจะอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าฉินอวิ๋นฟานตาย เช่นนั้นเขาเป็นผีก็ไม่ยอม!

“พวกเจ้าจะรักษาเกียรติเองแบบรู้จักมองสถานการณ์ หรือว่า
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
Kriangkrai
ใช่ครับผมจะเลิกอ่านละครับ
goodnovel comment avatar
ปราโมทย์ ติเยาว์
ลงตอนต่อวันน้อยเหลือเกิน
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 265

    “เหอะ ควรค่ากับเงินเท่าไร? ชีวิตของเจ้ามันวัดด้วยตัวเงินไม่ได้หรอก คนที่อยากให้เจ้าตายมีถมเถไป ฉะนั้น รัชทายาทก็อย่างดิ้นรนอีกเลย ยิ่งดิ้นรน สภาพก็จะยิ่งอนาถ”ชายชุดดำปฏิเสธคำถามของฉินอวิ๋นฟานโดยสิ้นเชิง นี่มิใช่เรื่องที่ว่าเงินเท่าไร แต่พวกเขาคือคนที่รับคำสั่งมาลอบสังหารรัชทายาท ถ้าภารกิจล้มเหลว ที่ตายก็คือพวกเขา!ฉินอวิ๋นฟานจ้องชายชุดดำที่อยู่ในความมืด พอเดาได้คร่าว ๆ แล้ว ดูท่าคงได้แต่ใช้แผนสำรอง“ปัง!”ก็ขณะที่ชายชุดดำกำลังจะลงมือ ฉินอวิ๋นฟานชิงตัดหน้าก่อน เพียงแค่พริบตาเดียวก็ระเบิดหัวของชายผู้เป็นหัวหน้าแล้ว โบราณว่าไว้ จับโจรต้องจับหัวหน้า ต้องชิงสิทธิ์ในการเริ่มก่อน“อะไรนะ?!”“เขาใช้อาวุธลับหรือ?!”“ลูกพี่ตายแล้ว?!”......ให้ชายชุดดำคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึง ฉินอวิ๋นฟานจะลงมือกะทันหัน แถมยังเด็ดขาดมากด้วย ฆ่าลูกพี่ของพวกเขาในเสี้ยววินาทีในท่วงทำนองอสนีฟาดผ่ามิทันปิดหู เอาทำชายชุดดำข้างหลังสะดุ้งโหยงเป็นแถวอู่จ้านก็ตกใจเหมือนกัน เขารู้ว่าฉินอวิ๋นฟานผิดกับสมัยก่อนนานแล้ว ไม่ใช่รัชทายาทผู้โง่งมในอดีตอีก แต่ที่ทำให้เขาเหลือเชื่อคือ ท่าทีของฉินอวิ๋นฟานกลับแน่วแน่เช่นนี้?“

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 266

    “รอดูการเปลี่ยนแปลงก่อนเถอะ ถ้าไม่ไหวยังไงถึงตอนนั้นข้าค่อยออกโรงจัดการมันเองก็พอ” อู๋อีฝานเอ่ยเสียงเย็น “อยากตายก็เข้ามาได้เลย! รับรองว่าข้าจะยิงกระจุยในหนึ่งวินาที ให้ข้ายอมแพ้รึ? ไม่มีทางเสียหรอก! ถ้าพวกเจ้าไปเสียตอนนี้ยังอาจมีโอกาสรอด!”ฉินอวิ๋นฟานยังคงเผด็จการเหมือนเดิม ในน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยการข่มขู่ข่มขวัญ เพิ่มความกลัวทางจิตวิทยากับอีกฝ่ายต่อ เขาต้องการให้คนพวกนี้ขวัญกระเจิงแล้วถอยกลับไปแบบรู้สถานการณ์“เอาไงดี?”บรรดาชายชุดดำต่างมองหน้ากัน เผยอารมณ์กระอักกระอ่วน เดินหน้าไปเขาก็คือตาย ไม่เดินหน้าก็เกรงว่าเก้าตายรอดหนึ่ง นี่ทำให้เขาเลือกยาก ครั้นจ้องศพที่อยู่แทบเท้าและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง พวกเขาลนลานโดยสิ้นเชิงแล้วจู่ ๆ กลับมีคนฮึดใจสู้พูดขึ้นมา “ถึงยังไงก็ต้องตาย ถ้าถอยน่ากลัวว่าจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อน พวกเรามิสู้ลงมือพร้อมกันเสี่ยงดูสักตั้ง? อย่างไรเสียเราคนหมู่มาก อาวุธลับของเขาร้ายกาจแค่ไหนยังจะสู้การบุกโจมตีของพวกเราทั้งหมดในชั่วขณะได้หรือ?!”พอได้ยินคำพูดนี้ ฉินอวิ๋นฟานหัวใจหล่นตุบ พูดในใจว่าตายแล้ว แผนโจมตีหัวใจล้มเหลว!“ได้!”ทันใดนั้น ชายชุดดำที่เหลืออีกสิบส

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 267

    “พี่น้องทั้งหลาย เผด็จศึกให้ไว!”ชายชุดดำคนหนึ่งตะเบ็งเสียงจู่ ๆ ชายชุดดำหกคนก็ล้อมอู่จ้านเอาไว้ ทั้งยังลงมือหนักหน่วง แต่ละดาบล้วนโหดเหี้ยมเอาชีวิต ภายใต้การโจมตีอย่างรุนแรงของทั้งหก อู่จ้านรับมือยากเล็กน้อย“รัชทายาท ก่อนเดินทางยังพาพวกเราแปดคนพี่น้องไปด้วย คุ้มค่าแล้ว!”ชายชุดดำคนหนึ่งตีประชิดฉินอวิ๋นฟานอย่างชั่วร้าย ในสายตาของเขา ฉินอวิ๋นฟานในเวลานี้ก็คือแกะที่รอเชือด ไม่มีกำลังต่อต้านใด ๆฉินอวิ๋นฟานแววตาเย็นเฉียบ ปราศจากความครั่นคร้าม แต่กำลังคิดหาทุกทางเพื่อโต้กลับ อู่จ้านถูกล้อมเอาไว้แล้ว ไม่มีเวลาจะสนใจความเป็นความตายของเขา เขาได้แต่พึ่งตัวเอง“บ้าเอ๊ย! ไสหัวไปนะ! ไสหัวไปให้หมด!”เห็นชายชุดดำคนหนึ่งเข้าใกล้ฉินอวิ๋นฟานช้า ๆ อู่จ้านร้อนรนหมื่นส่วน แต่เขากลับถูกทั้งหกล้อมเอาไว้แน่นหนา มิอาจหลุดออกมาได้ เขาโมโหจนแผดเสียงตะคอกอย่างบ้าคลั่ง กลับมิเกิดผลอันใด“เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลของการสังหารรัชทายาทคืออะไร?!”ฉินอวิ๋นฟานไต่ถามเสียงหนาว“หึ ผล? ทันทีที่พวกเรารับคำสั่งก็ไม่มีทางให้หันหลังกลับแล้ว! หากไม่ใช่เจ้าตายก็คือเราม้วย ไร้หนทางอื่น!”ชายชุดดำรู้ชะตาของตัวเองดี สำเร็จ

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 268

    หนึ่งดาบลงไป ความเจ็บปวดปอดฉีกหัวใจแหลกลาญส่งมาถึง ทำให้ฉินอวิ๋นฟานส่งเสียงร้องโหยหวนปานหมูถูกเชือด ขณะนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำ ใบหน้าบิดเบี้ยว ทรมานถึงขีดสุด “ฮ่า ๆ ๆ...”ชายชุดดำหัวเราะเสียงดังเหมือนสติฟั่นเฟือน ฉินอวิ๋นฟานยิ่งทรมาน เขาก็ยังอารมณ์ดี จากนั้นก็ใช้ดาบเฉือนบนตัวอีกสองหน ได้ยินฉินอวิ๋นฟานแผดเสียงร้องในแบบที่จวนจะสิ้นหวัง เขากลับคึกคะนองอย่างไม่มีอะไรจะเปรียบเทียบได้“ได้เวลาแล้ว ฆ่ามันด้วยกันเถอะ แล้วเดี๋ยวเราไปรายงานด้วยกัน!”ชายชุดดำอีกคนหนึ่งเอ่ยเตือน“อื่ม!”ชายชุดดำสนุกพอแล้วยกยิ้มตรงมุมปาก เผยรอยยิ้มชั่วร้ายหนึ่ง เขาแทงดาบในมือลงไปหมายจะจบชีวิตของฉินอวิ๋นฟาน แต่ในเวลานี้เอง จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นจากที่ไม่ไกล“นี่พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันน่ะ? หยุดนะ!”กลุ่มชายชุดดำหยุดการเคลื่อนไหวฉับพลัน ตามด้วยหันไปมองต้นตอของเสียง เห็นเพียงผู้หญิงร่างเตี้ยเสียงเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งพาสาวใช้อีกคนหนึ่งวิ่งเร็วมาหาพวกเขา“เจ้าเป็นใครน่ะ? ขอเตือนเลยนะ ทางที่ดีเจ้าอย่ายุ่งให้มากนัก!”ชายชุดดำเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“เห็นความอยุติธรรมชักดาบช่วยเหลือ เรื่องนี้ข้ายุ่งแน่แล้ว! พว

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 269

    อีกฝ่ายพิจารณาครู่หนึ่ง “พวกเราแค่ผ่านทางมา ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร และไม่รู้ว่าบ้านของพวกเขาอยู่ที่ไหน ตรงนี้ใกล้กับหอวั่งเจียงมาก ดึกเช่นนี้แล้ว พวกเขาก็คงเพิ่งออกมาจากที่นั่นนั่นแหละ เจ้ารีบไปแจ้งกับทางหอวั่งเจียงเถอะ”“เจ้าค่ะ!”เฉี่ยวเอ๋อร์วิ่งเร็วไปทางหอวั่งเจียงอย่างไม่ลังเลในความมืด อู๋อีฝานและลิ่งหูชงเห็นเรื่องราวทั้งหมดอู๋อีฝานเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา “ถ้าไม่ใช่เพราะนางผู้นี้เข้ามาแส่กะทันหัน ตอนนี้ฉินอวิ๋นฟานก็คงกลายเป็นคนตายคนหนึ่งแล้ว ข้าว่านางฝีมือไม่เบา หรือให้ข้าออกโรงจัดการพวกนางซะ?”“เจ้าฆ่านางได้ในการโจมตีเดียวรึ?” ลิ่งหูชงหันไปถาม“ข้ายังไม่รู้ระดับฝีมือของนางที่แน่ชัด แต่ด้วยที่นางแสดงออกมาเมื่อครู่ น่าจะถึงตายในคราเดียวไม่ได้” อู๋อีฝานส่ายหน้าพูด“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็คือการลอบสังหารล้มเหลว พวกเรากลับกันเถอะ!”ลิ่งหูชงใบหน้าจนปัญญา หมุนตัวและจากไป“เอ่อ ท่านลิ่งหู ฉินอวิ๋นฟานจะตายอยู่รอมร่อ ถ้าพลาดโอกาสนี้ไป วันหน้าเกรงว่าจะหาโอกาสเหมาะ ๆ ยากแล้วนะ”อู๋อีฝานรีบตามไปติด ๆ แต่ยังไม่ตายใจ เพราะภารกิจลอบสังหารครั้งนี้สำคัญกับองค์ชายรองอย่างยิ่งยวด ตอนนี้ใกล้จะสำ

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 270

    หญิงที่อยู่ด้านข้างถามขึ้นด้วยความตกตะลึง “เขา...ก็คือรัชทายาทแห่งต้าเฉียนฉินอวิ๋นฟาน?”ระยะนี้ทั้งเมืองหลวงมีใครไม่รู้จักชื่อฉินอวิ๋นฟานบ้าง? ไม่เพียงแต่เป็นรัชทายาทของต้าเฉียน ยิ่งเป็นอัจฉริยะโดดเด่นคนหนึ่ง พรสวรรค์โคลงกลอนตลอดจนท่วงทำนองอะไรก็เชี่ยวชาญไปหมด สุดยอดกลอนคู่และบทกลอนพูดกันปากต่อปาก แพร่หลายไปทุกหย่อมหญ้า นางชอบอู่เหลียงเย่ที่ฉินอวิ๋นฟานหมักที่สุด แทบจะต้องดื่มเป็นเพื่อนบิดาเฒ่าสองจอกทุกวัน กินร่วมกันปลาไหลผัดพริกและปลาไหลน้ำแดงเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ!ให้นางคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าคนที่ตัวเองช่วยระหว่างทางจะเป็นบุคคลซึ่งเป็นตำนานของต้าเฉียน?”“ถูกต้อง! ขอบคุณแม่นางที่ยื่นมือเข้าช่วยมาก หอวั่งเจียงซาบซึ้งใจยิ่งนัก”หวงต้าหยวนค้อมตัวคำนับนางและกล่าว “ไม่ทราบแม่นางมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร? บ้านอยู่ที่ไหน? เอาไว้รักษารัชทายาทแล้ว พวกเราจะไปเยือนถึงที่บ้าน”“เอ่อ ข้าชื่อจางอวี่ม่อ ท่านเรียกข้าว่าอวี่ม่อก็พอ สำหรับการเยือนถึงบ้านก็ช่างเถอะ พ่อของข้ารักสงบ ไม่ชอบถูกรบกวน”จางอวี่ม่อยิ้มหวานพลางพูด “ช่วยคนลำบากเพียงยกมือ[1]เท่านั้น พวกท่านรีบช่วยคนเถอะ พวกเราจะไปก่อนแล

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 271

    “หา?! รัชทายาทถูกคนลอบสังหารรึ?!”ในตำหนักเหยียนเหนียน เฉาเจิ้งฉุนหน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน คลานลงมาจากเตียงนอนแล้วถามด้วยใบหน้าเย็นชาทันที “พูด! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!”ในฐานะที่เฉาเจิ้งฉุนเป็นหัวหน้าขันทีและหัวหน้าหน่วยบูรพา ภักดีต่อราชวงศ์ต้าเฉียนตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฝีมือหรือตำแหน่งล้วนเป็นตัวตนที่อยู่ยอดพีระมิดของต้าเฉียน ทุกความเคลื่อนไหวของราชวงศ์เกี่ยวข้องกับเขาอย่างยิ่งยวดฉินอวิ๋นฟานคือรัชทายาทผู้ว่าราชการแผ่นดินแห่งต้าเฉียน อยู่ในต้าเฉียน ฐานะเรียกได้ว่าพิเศษมาก ย่างเท้าไปอีกเพียงหนึ่งก็คือตำแหน่งสูงสุดของต้าเฉียนแล้ว และจะเป็นนายคนใหม่ที่เขาต้องรับใช้ทั้งชีวิตด้วยหากฉินอวิ๋นฟานถูกคนลอบสังหารในเมืองหลวง เช่นนั้นน่ากลัวว่าฟ้าของต้าเฉียนจะเปลี่ยนแปลงแล้ว!ครั้นตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่อง เฉาเจิ้งฉุนไม่กล้ารีรออีก รีบลุกจากเตียงแล้วฟังการรายงานอย่างละเอียดจากผู้ใต้บังคับบัญชาทันที!“เมื่อครู่นี้เอง รัชทายาทสนุกอยู่ที่หอวั่งเจียงจนดึก ๆ ดื่น ๆ ระหว่างทางกลับเจอกับการดักฆ่ากะทันหัน เนื่องจากฝีมือต่างกันมาก รัชทายาทกับองครักษ์อู่จ้านไม่ใช่คู่ต่อสู้จึงบาดเจ็บสาหัส หมดสติยังไ

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 272

    ไท่ซั่งหวงวาวโรจน์สุดขีด โกรธจนหนวดสีขาวของเขากระพือจนยุ่งเหยิง เขาผ่านมรสุมใหญ่มาทั้งชีวิต จิตใจของเขาถึงระดับที่ภูเขาไท่ซันพังทลายก็ยังหน้านิ่งนานแล้ว แต่เรื่องที่ฉินอวิ๋นฟานถูกลอบสังหารทำให้เขาควบคุมไม่อยู่จริง ๆก่อนหน้านี้เขาเคยแสดงท่าทีแข็งกร้าวมาแล้ว ในศึกชิงบัลลังก์จะต้องต่อสู้กันอย่างยุติธรรม ห้ามมิให้องค์ชายใช้เล่ห์กลแผนร้าย ใช้ลูกไม้อุบาย ยิ่งไม่อนุญาตให้เข่นฆ่ากันเองและการที่เขาทำเช่นนี้มีเพียงจุดประสงค์เดียว นั่นคือคัดสรรองค์ชายผู้แข็งแกร่งขึ้นเป็นฮ่องเต้ นอกจากนั้นยังเพื่อป้องกันไม่ให้ราชวงศ์ต้าเฉียนเกิดเหตุนองเลือดในวังหลวง องค์ชายเข่นฆ่ากันเองไม่คิดถึง นี่เพิ่งจะผ่านไปนานเท่าไรก็เกิดเรื่องรัชทายาทถูกลอบสังหารแล้ว?“ไท่ซั่งหวง ทรงอย่าเพิ่งกริ้วให้มากเลยพ่ะย่ะค่ะ ส่งผลต่อพระพลานามัยแล้วจะไม่ดี ยามนี้รัชทายาทกำลังรักษาตัวฉุกเฉินอยู่ที่หอวั่งเจียง น่าจะพ้นขีดอันตรายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เฉาเจิ้งฉุนวิเคราะห์ “แต่เรื่องนี้เกรงว่าจะไม่ธรรมดา เมื่อครู่คนข้างล่างรายงานว่าคนที่ลอบสังหารรัชทายาทมีทั้งหมดสิบห้าคน ล้วนมีฝีมือวิถียุทธ์ระดับเก้าทั้งหมด มิได้แตะต้องเส้นเขตระหว่างราชวงศ

บทล่าสุด

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1062

    ในที่สุดเหมิงฉาก็รับไม่ไหว ร้องตะโกนคำที่แทบจะเป็นความอัปยศนั้นการแข่งขันทางบู๊นี้ก็ปิดฉากลงท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของทุกคน...เรื่องหักเหจากการคาดหมายของทุกคนเหลียงจ้านอิงและเหลียงเทียนจื้อต่างคิดไม่ถึงว่าเหลียงเทียนอี้จะล้วงปืนสั้นออกมาพลิกสถานการณ์ในการแข่งขันด้านบู๊นี้กระทั่งว่าเหลียงเทียนจื้อไม่มีโอกาสจะได้ออกโรงเลย...เช่นละครอย่างไรอย่างนั้น เนื่องจากเหมิงฉากลัวสุดขีดจึงยกมือยอมแพ้ดังนั้นเหลียงเทียนอี้จึงคว้าชัยชนะการแข่งขันรอบนี้ได้อย่างง่ายดายโดยไม่เปลืองแรงภาพมหัศจรรย์เกิดให้แบบไม่มีการเปลี่ยนแปลงลุ้นระทึกและไม่มีเลือดร้อนพลุ่งพล่านที่ใครคาดหวัง!ถึงขั้นว่าลวงตามากแต่ผลลัพธ์เป็นของจริงแท้แน่นอน เหลียงเทียนอี้ชนะแล้ว......“ดูท่าครั้งนี้ฟานเอ๋อร์จะช่วยข้าได้มากอีกแล้ว”เหลียงเทียนอี้กลับมาถึงด้านในก็คืนปืนสั้นให้ฉินอวิ๋นฟานและพรูลมหนัก ๆ“เหอะ ๆ เสด็จน้าชมเกินไปแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของท่านทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับข้าสักหน่อย”ฉินอวิ๋นฟานยักไหล่ มิได้กล่าวอะไรอีกถ้าจะบอกว่าเขาทำอะไรเพื่อเหลียงเทียนอี้ นั่นก็แค่บอกเขาว่าความจริงการแข่งขันนี้สามาร

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1061

    การกระทำของเหลียงเทียนอี้ทำให้ทุกคนในนั้นตกตะลึงแม้แต่เหลียงจ้านอิงที่อยู่บนปะรำก็ยังหยุดการดื่มน้ำชาไม่ได้ มองไปด้วยสีหน้าประหลาดใจ“เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?”เหลียงเทียนจื้อมองเหลียงเทียนอี้ที่ปราศจากเครื่องป้องกันใด ๆ ด้านข้าง ใบหน้าแปลกใจนี่คือการแข่งขันบู๊นะ คือสถานที่ตีรันฟันแทง ถ้าไม่ระวังอาจต้องคมศาสตราได้จริง ๆ ศีรษะย้ายที่อยู่ หากไม่ใช่เพราะมั่นใจกับฝีมือของตัวเองมาก กอปรกับวางแผนร่วมกับทางซยงหนูดีแล้วเขาคงต้องสวมชุดเกราะหนักมารับมือกับการแข่งขันด้านบู๊วันนี้เหมือนกันทว่าการกระทำเช่นนี้ของเหลียงเทียนอี้ต่างจากการรนหาที่ตายอย่างไร?ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแปลก เหลียงเทียนจื้อหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย...ทั้งที่เขาควรดีใจกับเวลานี้ ถ้าเหลียงเทียนอี้เกิดอุบัติเหตุในการแข่งขันรอบนี้ เช่นนั้นบัลลังก์ต้องเป็นของเขาแน่แล้วแต่ใจกับกระวนกระวาย อย่างไรก็ไม่เป็นสุข“หรือว่าเขาแอบวางแผนอะไร?”ทันใดนั้นเหมิงฉาเริ่มบุกโจมตีก่อนแล้วร่างสูงใหญ่นั้นหวดขวานใหญ่หนักร้อยชั่งพลางเข้าใกล้เหลียงเทียนอี้อย่างต่อเนื่องภายใต้แสงสุริยา คมมีดนั้นน่ากลัวเช่นนี้ ราวกับแค่ถากเถือเบา ๆ ก็เฉือนศีรษ

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1060

    “ข้าเอง!”ทันใดนั้นเหลียงเทียนอี้ก็ก้าวออกมาช้า ๆโง่อย่างที่คิด...เหลียงเทียนจื้อยืนยิ้มเยาะอยู่ในใจข้างหลังเขารู้นิสัยของพี่ชายดี และรู้ว่าเหลียงเทียนอี้เป็นคนดื้อรั้นมากเมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ก็มักจะดาหน้าออกไปทันทีแม้เผชิญหน้ากับพันขุนศึกหมื่นอาชาก็ยังปราศจากความกลัวเกรง พลีตนจนตัวตาย...แต่พฤติกรรมวู่วามเช่นนี้ กลัวแต่ต้องจบอย่างอนาถในท้ายที่สุด“ฮ่า ๆ ๆ รัชทายาทกล้าหาญดังคาด!” เหมิงฉาหัวเราะเสียงดัง “ปกติยังนึกว่าท่านเป็นแต่สะบัดพู่กันขีดเขียน วันนี้ข้าอยากลองดูสิว่าฝีมือดาบกระบี่ของท่านจะล้ำลึกหรือไม่?”เพิ่งกล่าวจบ เหมิงฉาก็กวัดแกว่งขวานใหญ่พลางเดินประชิดไปทางเหลียงเทียนอี้ทีละก้าวรูปร่างใหญ่นั้น ร่างกายแข็งแรงนั้น แค่ยืนอยู่ก็สร้างแรงกดดันที่มองไม่เห็นแล้วทำให้หลาย ๆ คนเห็นแล้วอดเกิดใจกลัวอย่างหนึ่งขึ้นมาไม่ได้“อุ๊ย ท่านพี่จะเอาชนะสัตว์ประหลาดตัวนี้ยังไง?”เหลียงจื่อฝูที่อยู่บนปะรำหน้าทุกข์ร้อน สองมือบีบผ้าเช็ดหน้าแน่น สีหน้าซีดไปเล็กน้อยนางจ้องเหลียงเทียนอี้กลางลานฝึกซ้อม“ท่านพี่ไม่มีความสามารถด้านนี้เท่าไร ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเหมิงฉา!”ผู้เป็นน้องสาว

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1059

    เหลียงเทียนอี้ขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าราบเรียบ มองอารมณ์ไม่ออกแต่ในใจเขารู้ดี การต่อสู้ครั้งนี้ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการตั้งแต่เหมิงฉาเริ่มพูดแล้วนี่คือการหยามหน้า คือการหยามเหยียดอย่างชัดเจนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย“เป็นยังไง? องค์ชายสาม?”เหมิงฉาเมินเหลียงเทียนอี้ที่อยู่อีกทางหนึ่ง แล้วใช้สายตาท้าทายมองไปทางเหลียงเทียนจื้อ ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น “ได้ยินว่าฝีมือการใช้ดาบกระบี่ขององค์ชายสามค่อนข้างร้ายกาจ วันนี้ข้าขอท้าทายสักหน่อยเถิด”“มิเป็นไร” เหลียงเทียนจื้อฉีกยิ้ม ใบหน้าเปื้อนไปด้วยความกระหยิ่มใจจากนั้นก็ชักกระบี่ล้ำค่าคู่กายออกมาจากตรงเอวช้า ๆการต่อสู้ครั้งนี้ คือของเขาเท่านั้น!และเป็นเขาได้เท่านั้น!เขาต้องการให้ทุกคนรู้ว่าเขาเหลียงเทียนจื้อต่างหากที่เป็นผู้ชนะในท้ายที่สุดคนนั้น คือคนที่สามารถเอาชนะซยงหนูได้อย่างแท้จริง!......“ดูท่าทุกอย่างจะดำเนินไปตามแผนนะ”เหลียงจ้านอิงดื่มน้ำชาสบายใจเฉิบอยู่บนปะรำมองผลสะท้อนกลับอย่างอบอุ่นของเหล่าผู้ชม จิตใจยิ่งฮึกเหิมตื่นเต้นไม่พูดไม่ได้เลย ถ้อยคำนั้นของเหมิงฉาทำให้เกิดผลดีเยี่ยม สามารถชักจูงอารมณ์ของทุกคนได้ในพริบตาเขาเช

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1058

    ตกลงไว้แต่แรกว่าเป็นการแข่งขันรูปแบบปิด และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร นอกจากราชวงศ์จะมิมีผู้ใดล่วงรู้ทว่าตอนนี้กลับแข่งขันในลานกว้างต่อหน้าธารกำนัล?หากท่านพี่แพ้มิต้องเป็นที่หัวเราะไปทั่วหรือ?“นี่ก็คือผลลัพธ์ที่ทางเหลียงชินอ๋องต้องการกระมัง?”ฉินอวิ๋นฟานนั่งลงด้านข้าง ยิ้มพูดอย่างเฉยชา “ในฐานะที่เป็นละครฉายซ้ำของวันนี้ พวกเขาแค่ต้องการให้ทุกคนได้เห็นความประดักประเดิดของเสด็จน้าเท่านั้น”แต่แพ้จากการต่อสู้เช่นนั้นผลลัพธ์ต้องเทข้างแน่โอรสสวรรค์ของต้าเหลียงที่กล่าวขานกลับแพ้ให้กับคนป่าเถื่อน ทั้งความสามารถยังมิสู้องค์ชายสามเหลียงเทียนจื้อขอเพียงมีการพูดประเภทนี้ต่อไป ไม่นานอัตราการสนับสนุนเหลียงเทียนจื้อก็จะพุ่งสูงลูกไม้พรรค์นี้ช่างโหดเหี้ยมนัก“น่ารังเกียจจริง ๆ...” คิ้วงามเหลียงจื่อฝูย่นยู่เล็กน้อย อดกระตุกมุมปากไม่ได้ “ไม่เคยคิดเลยว่าพวกเขาจะใช้วิธีการต่ำช้าเช่นนี้”“เมื่อวานท่านพี่ชนะการแข่งขันด้านบุ๋นกับซยงหนูในท้องพระโรง พวกเขาไม่เห็นจะพูดกันเลย เลวทรามจริง ๆ!”ฉินอวิ๋นฟานหัวเราะอย่างไม่ออกความเห็นเขากลับไม่ใส่ใจว่าเมื่อวานจะชนะหรือแพ้ วันนี้ต่างหากที่เป็นส่วนสำค

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1057

    สำหรับเหลียงเทียนอี้ การแข่งขันในวันนี้ค่อนข้างน่าตกใจแต่ยังดีที่สุดท้ายเขาสามารถคลี่คลายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้พวกซยงหนูหน้าบึ้งตึง โจมตีจนพวกเขารับมือไม่ทันดูท่าปกติว่างเว้นจากการงานอ่านหนังสือให้มากจะมีประโยชน์...หลังประชุมเช้า เหลียงเทียนอี้ก็อดรนทนไม่ไหวบอกข่าวดีกับฉินอวิ๋นฟาน อยากแบ่งปันความสุขและความเปรมปรีดิ์ของตนแต่พอได้ยินฉินอวิ๋นฟานตอบกลับ เขาจึงตระหนักว่าเรื่องราวไม่ได้เรียบง่ายธรรมดาอย่างที่เขาคิดอย่างนั้น“การแข่งขันทางบู๊ในวันพรุ่งนี้จึงจะเป็นส่วนสำคัญอย่างแท้จริง”คำพูดราบเรียบประโยคหนึ่งของฉินอวิ๋นฟานทำให้ความยินดีปรีดาของเหลียงเทียนอี้ในแต่เดิมสูญสิ้น สีหน้าอึมครึมมากขึ้นเรื่อย ๆ“ข้าย่อมรู้ดี...แต่ปกติ คนที่จะชนะในการแข่งขันทางบู๊คงจะเป็นน้องสาม”เกี่ยวกับจุดนี้แทบไม่มีอะไรให้ลุ้นเพราะเหลียงเทียนจื้อร่ำเรียนกับเหลียงจ้านอิงแต่เล็ก อีกทั้งยังเคยเข้าสนามรบฟาดฟันกับศัตรู ด้านประสบการณ์การรบ จึงมีความคล่องมากกว่าเป็นธรรมดาเช่นนี้ หากคิดจะชิงคะแนนหนึ่งมาจากมือของเหลียงเทียนจื้อ คาดว่าต้องยากเป็นพิเศษเมื่อเห็นเหลียงเทียนอี้มีท่าทางปราศจากใจฮึดสู้ ฉินอวิ

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1056

    “พันทุบหมื่นเจาะจึงได้แผ่นดิน ไฟโหมเผาไหม้เป็นอาจิณ ร่างแหลกกายเหลวมิหวั่น คงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ในโลกา”ฝุ่นหินหนึ่งบททำให้หลิ่วเหวินเซี่ยมั่นใจมากขึ้นไม่น้อยครั้งนี้เขาไม่ออมมืออีก ทั้งยังท่องออกมาจนจบ ไม่เปิดโอกาสใด ๆ ให้กับเหลียงเทียนอี้เช่นเดียวกัน เขาทำนอกเหนือแผนเดิม ไม่คิดสนใจความรู้สึกของเหลียงเทียนจื้ออีก“นี่ นี่มันกลอนอะไร?”เหลียงเทียนจื้อที่อยู่ด้านหลังเหงื่อตก ในหัวถึงขั้นว่าไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับกลอนบทนี้แน่นอน ด้วยความทึ่มทื่อของเขาจะต่อกลอนได้อย่างไร ได้แต่เกาหลังศีรษะยิก ๆทว่าเหลียงเทียนอี้ยังใจเย็นเหมือนเดิม เพียงครู่เดียวก็ตอบ“หวงคะนึงความทุกข์เข็ญในการสอบ บัดนี้ไฟสงครามสงบผ่านพ้นสี่ปี”“บ้างเมืองไหวเอนดังกิ่งหลิว ใครเล่ามิใช่ผิวน้ำฝนซัดสาด”“หวงข่งทานปราชัยพรั่นพรึงถึงวันนี้ หลิงติงหยางอ้างว้างถอนหายใจ”“นับแต่โบราณใครบ้างมิดับสูญ เหลือใจรักชาติในพงศาวดาร”ครั้นกล่าวออกมาก็ได้รีบเสียงปรบมือดังสนั่นขุนนางบุ๋นบู๊ที่ชมละครฉากเด็ดในแต่เดิม ยามนี้ยอมสยบกับความสามารถทางวรรณกรรมของเหลียงเทียนอี้แล้วไม่ว่าจะเป็นกลอนในสมัยใด เหลียงเทียนอี้ก็เหมือน

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1055

    ชั่วขณะ ท้องพระโรงเงียบกริบ สายตาของทุกคนรวมศูนย์อยู่กับตัวของเหลียงเทียนอี้แทบทั้งหมดในดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความยินดีหลังจากหลิ่วเหวินเซี่ยร่ายกลอนท่อนแรกออกมา เหลียงเทียนอี้กลับสามารถตอบสนองทันควันพร้อมต่อท่อนหลังความเร็วเช่นนี้เรียกว่าเร็วยิ่ง!“อวิ๋นเฉ่าสาทรฤดูมีเขียวแห่งวสันต์ของกวีราชวงศ์ซ่ง คือยอดบทกวีโดยแท้!”เหลียงเทียนอี้พยักหน้าอย่างสง่างาม ใบหน้าประดับรอยยิ้มมั่นใจงานนี้ทำให้เหลียงเทียนจื้อที่อยู่ข้างล่างหน้าตึงฉับพลันเหลียงจ้านอิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ่งหนักกว่า สายตาที่มองมาราวกับมีไฟพุ่งออกมาได้“บ้าเอ๊ย...ถูกชิงตัดหน้าไปก่อน!”เหลียงเทียนจื้อกัดฟันกรอด ในใจกรุ่นโกรธไม่หยุดทั้งที่เขาทำการบ้านมาล่วงหน้า ไม่ว่าหลิ่วเหวินเซี่ยจะท่องกลอนบทใดเขาก็เตรียมเอาไว้หมดแล้วแต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขากลับเร็วสู้เหลียงเทียนอี้ไม่ได้!และไม่รู้ว่าตัวเองโง่เขลาหรือเหลียงเทียนอี้เก่งจริงกันแน่!“รัชทายาททรงภูมิแท้ ข้าน้อยเลื่อมใส!”หลิ่วเหวินเซี่ยพยักหน้าด้วยสีหน้าคงเดิมทว่าในใจกลับไม่พอใจเล็กน้อยแล้วคิดไม่ถึงว่าเหลียงเทียนอี้ผู้นี้จะมีฝีมือ เขาจงใจเลือกบทกวี

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1054

    การกระทำเช่นนี้คือการแสดงความยโสหยิ่งผยองของซยงหนูอย่างมิต้องสงสัย“เหมิงฉา คารวะรัชทายาท”“หลิ่วเหวินเซี่ย คารวะรัชทายาท”คนอื่น ๆ ก็ทักทายตามด้วยเหมือนกัน เมื่อนั้นเหลียงเทียนอี้จึงรู้ฐานะของพวกเขาดูแล้วหนึ่งคนในนั้นก็คือบุตรชายของเหมิงเก๋อเอ่อร์ หรือก็คือคนที่มาท้าทายเขาในครั้งนี้อย่างที่เหลียงจ้านอิงบอก การมาครั้งนี้ของเหมิงเก๋อเอ่อร์ก็เพื่อหยั่งเชิงเขาโดยอ้างเหตุผลเยี่ยมเยือนฮ่องเต้ต้าเหลียง ดังนั้นเรื่องที่เริ่มสนทนาในท้องพระโรงจึงเกี่ยวกับสุขภาพของฮ่องเต้ต้าเหลียงแทบจะทั้งหมดทว่าทุกคนในที่นั้นต่างรู้ดี จุดประสงค์ของผู้นิยมสุรามิได้อยู่ที่สุรานี่อย่างไร ครั้นเปลี่ยนเรื่อง เหมิงเก๋อเอ่อร์ก็กล่าวถึงการแข่งขันเลย“ได้ยินว่ารัชทายาทและองค์ชายสามเก่งทั้งบุ๋นแล้วบู๊มานาน คืออัจฉริยะของต้าเหลียง การมาเยือนต้าเหลียงครั้งนี้ นอกจากจะเยี่ยมฮ่องเต้ต้าเหลียงสหายเก่าท่านนี้ ก็อยากให้บุตรชายได้ประมือกับรัชทายาทและองค์ชายสักหน่อย”เหมิงเก๋อเอ่อร์สีหน้าขึงขัง ในที่สุดก็เข้าประเด็นชั่วขณะ ทุกคนในท้องพระโรงหัวใจจะหลุดออกมาอยู่แล้ว ต่างสังเกตสีหน้าเหลียงเทียนอี้อย่างแนบเนียนทว่าเ

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status