แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: จิ่วจิ้ง
ฉันกับคุณแม่ไม่สนิทกันอีกต่อไป

เธอลืมวันเกิดของฉันจึงสมเหตุสมผลแล้ว

แต่ตอนที่ฉันถือเค้กกลับบ้าน กลับมองเห็นอาหารจัดวางอยู่เต็มโต๊ะ

ฉันอดไม่ได้ที่จะเบ้าตาแดง ที่แท้คุณแม่จำได้ตลอดว่าวันนี้เป็นวันเกิดของฉัน

คุณแม่ของฉันยังรักฉันเหมือนเดิม

วินาทีต่อมา สวี่เจียอี้ลูกศิษย์คนโปรดของเธอเดินออกมาจากห้องรับแขก

คุณแม่ของฉันก็ถือกุ้งตัวใหญ่ออกมาจากห้องครัว พลางมองเค้กที่ฉันถืออยู่ในมือ

“เธอรู้ได้ยังไงว่าวันนี้จะฉลองที่เสี่ยวอี้ได้ที่หนึ่งจากการแข่งขันฟิสิกส์?”

ที่แท้ไม่ได้ทำเพื่อฉลองวันเกิดของฉัน แต่เลี้ยงฉลองให้สวี่เจียอี้ที่ได้ที่หนึ่งจากการแข่งขันฟิสิกส์และคณิตศาสตร์

ที่แท้ได้ที่หนึ่งก็สามารถเฉลิมฉลองได้

เพียงแต่คนนั้นไม่ใช่ฉันเท่านั้นเอง

ฉันจำได้ว่าตอนอยู่ชั้นประถม มีการจัดการแข่งขันคณิตศาสตร์ และฉันได้รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งของโรงเรียน

ตอนที่ได้ใบประกาศเกียรติคุณ ฉันรีบวิ่งกลับบ้านทันที แต่เพราะตื่นเต้นเกินไปจึงหกล้มลงบนพื้น แต่ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย รีบคลานลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ฉันยื่นใบประกาศเกียรติคุณให้คุณแม่อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อแบ่งปันความสุขกับเธอ

คุณแม่แค่เหลือบมองหนึ่งที แล้วฉีกใบประกาศเกียรติคุณของฉันขาดเป็นชิ้นๆ

“ทำไมเธอต้องเก่งคณิตศาสตร์ด้วย!”

“เธอเป็นลูกสาวของฉัน ทำไมถึงเหมือนเขาขนาดนั้น!”

“เธอเหมือนพ่อของเธอแล้วไง ยังไงเขาก็ไม่รักเธออยู่ดี!”

“เธอยากมีเรื่องกับฉันให้ได้ใช่ไหม เรียนอะไรก็ไม่ได้เรื่อง แต่ดันเก่งด้านคณิตศาสตร์!”

เป็นเพราะว่าคุณพ่อของฉันเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์เท่านั้นเอง

คุณแม่ของฉันฉีกทุกอย่างของฉันที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์

หนึ่งร้อยคะแนนเต็มสีแดงสดที่อยู่บนกระดาษข้อสอบแต่ละใบ ถูกเธอโยนใส่ในเปลวไฟ ให้แผดเผาสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน

ฉันร้องไห้และตะโกน จากนั้นเสียงเย็นชาของเธอจึงดังเข้ามาที่ข้างหู “เธอไม่ใช่ลูกสาวของฉันจริงๆ เธอเป็นลูกสาวของเขาต่างหาก”

นับตั้งแต่วันนั้น คุณแม่ของฉันจึงไม่ใช่คุณแม่ของฉันอีก แต่เป็นคุณครูหยาง

และฉันก็ไม่กล้าแสดงพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์อีกแม้แต่นิดเดียว

ฉันนั่งบนโต๊ะอาหารอย่างรู้สึกอึดอัด รู้สึกไม่เข้ากันไปเสียทุกอย่าง

คุณแม่วางกับข้าวและอาหารจานเย็นตรงหน้าฉันอย่างเป็นธรรมชาติ

จากนั้นจึงแกะกุ้งตัวใหญ่ให้สวี่เจียอี้ด้วยความเอ็นดู

“พ่อพระเอกของพวกเรากินเยอะๆ นะ”

พ่อพระเอกสามคำนี้เหมือนมีดทื่อเล่มหนึ่ง ค่อยๆ แทงเข้าไปที่หัวใจของฉันอย่างช้าๆ แล้วถูกดึงออกมาอีกครั้ง

ฉันคีบอาหารตรงหน้าด้วยความรู้สึกชา แต่กลับอดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองกุ้งตัวใหญ่ที่กองสูงอยู่ในชามของสวี่เจียอี้ด้วยความอิจฉา

หรือบางทีแววตาของฉันอาจแสดงความอิจฉามากเกินไป

สวี่เจียอี้คีบกุ้งตัวใหญ่หนึ่งตัวที่คุณแม่แกะให้ มาใส่ในชามของฉัน

แต่กลับโดนคุณแม่คีบกลับไป

“เธอโง่ขนาดนั้นไม่จำเป็นต้องเพิ่มสารอาหารหรอก แต่ว่าหนูที่ลำบากมาสองสามวันแล้ว ต้องกินเยอะๆ หน่อย”

ฉันก้มหน้ากินข้าวในชามอย่างเงียบๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลลงบนเม็ดขาวอย่างไร้สุ้มเสียง

ข้าวที่เข้าปากมีแต่ความขมขื่น เหมือนเพิ่มรสชาติให้กับข้าวขาวแค่นั้นเอง

จนกระทั่งวินาทีที่เปิดเค้ก สายตาของฉันได้เพ่งความสนใจไปอีกครั้ง

ฉันมีความหวังอยู่เล็กน้อย หวังว่าคุณแม่จะพบว่าวันนี้เป็นวันเกิดของฉันผ่านเค้กวันเกิด

ทั้งๆ ที่รู้ว่ายิ่งคาดหวังก็ยิ่งผิดหวัง ฉันจึงได้แต่กล้าหวังเล็กๆ เท่านั้น

ทว่าวินาทีต่อมา คุณแม่ของฉันขมวดคิ้วขึ้นมา “ทำไมเธอถึงซื้อเค้กวันเกิด วันนี้เป็นวันเกิดของใคร เธอไม่มีสมองเลยสักนิดจริงๆ!”

หรือบางที เธออาจจะยิ่งคาดหวังมากกว่าฉัน ว่าฉันไม่ควรมาอยู่บนโลกใบนี้

“เสี่ยวอี้ ครูจำได้ว่าวันเกิดของหนูคือเดือนหน้าใช่ไหม ครูขอเลี้ยงวันเกิดให้เธอล่วงหน้าก็แล้วกัน สุขสันต์วันเกิดนะเสี่ยวอี้!”

เสียงข้างหูไม่ค่อยชัดเจนแล้ว แต่สายตากลับชัดแจ๋ว

เธอช่วยใส่หมวกวันเกิดให้สวี่เจียอี้ ด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยถนัด

แล้วเร่งให้สวี่เจียอี้หลับตาอธิษฐาน

เทียนหมายเลขสิบเจ็ดถูกเผาอย่างช้าๆ

ฉันแอบอวยพรวันเกิดให้ตัวเองอยู่ในใจ

ฉันหวังว่าคุณแม่ของฉันจะรักฉันสักนิด

สวี่เจียอี้ลืมตาแล้ว “มาเป่าเทียนด้วยกันเถอะ”

ฉันปฏิเสธ เพราะรู้ดีว่าความปรารถนาของฉันไม่มีวันเป็นจริง

ทั้งๆ ที่เค้กขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเท่านั้น สวี่เจียอี้ก็ยังแบ่งให้ฉัน แต่กลับถูกคุณแม่ของฉันห้ามไว้

“เค้กก้อนนี้เดิมทีมีไว้เพื่อฉลองที่หนูได้ที่หนึ่ง ชิ้นใหญ่แค่นี้ หนูไปแบ่งให้เธอ แล้วตัวเองจะกินอะไร?”

ฉันพยายามฝืนยิ้มที่มุมปาก “พวกคุณกินเถอะ ฉันไม่ชอบกินเค้ก”

ไม่มีใครรู้ ว่าเค้กที่คุณแม่บอกว่าชิ้นใหญ่เท่าฝ่ามือ ฉันซื้อมาโดยที่ต้องแลกกับการเก็บของเก่าขายมาหนึ่งเทอม

คุณแม่ไม่ชอบฉัน จึงไม่ค่อยสนใจการใช้ชีวิตของฉันเหมือนกัน

มีแต่เติมเงินในบัตรโรงอาหารของฉันเท่านั้น และไม่มีเงินค่าขนมอย่างอื่นอีก

เธอเติมบัตรอาหารให้ฉันตามราคาโรงอาหารครู

แต่ว่าราคาของโรงอาหารครูกับโรงอาหารนักเรียนนั้นไม่เหมืนกัน เพราะมีราคาถูกกว่ามาก

งบประมาณค่าอาหารที่เธอให้ฉันแต่ละมื้อ ฉันไม่สามารถซื้อได้แม้แต่ชุดอาหารที่ถูกที่สุด

ป้าในโรงอาหารสงสารฉัน จึงคิดค่าอาหารฉันตามราคาเมนูผักเสมอ และแอบให้เนื้อสองสามชิ้นกับฉันเป็นบางครั้ง

บางทีเด็กที่ไม่ได้รับความรัก อาจต้องใช้พลังที่สิ้นเปลืองมากในการมีชีวิตอยู่

บทที่เกี่ยวข้อง

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 4

    ความสัมพันธ์ของฉันกับคุณแม่หักสะบั้นลงคือตอนที่สวี่เจียอี้มาสารภาพรักกับฉันตอนที่เขายืนอยู่ตรงหน้าฉันด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ และพูดสามคำด้วยความประหม่าว่า ‘ผมชอบคุณ’ฉันอยากหลอกใช้เขา เพื่อดึงดูดความสนใจจากคุณแม่ของฉันอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ทำอย่างนั้นฉันปฏิเสธสวี่เจียอี้ไปแต่สวี่เจียอี้กลับไม่ยอมแพ้มาที่บ้านของฉันบ่อยขึ้นถึงขนาดเอาจดหมายรักมายัดไว้ในห้องของฉันวันนั้นฉันเพิ่งถึงบ้าน คุณแม่ของฉันก็ถือจดหมายรักรอฉันอยู่ฉันยังไม่ทันพูดอะไร ก็โดนตบหน้าเข้าอย่างจังฉันเอามือป้องใบหน้าด้วยสีหน้างุนงงจากนั้นจดหมายรักจึงฟาดมาบนใบหน้าของฉัน“สวี่เจียอี้ไม่เหมือนเธอ เขาจะต้องสอบเข้าที่ชิงเป่ย! (มหาวิทยาลัยปักกิ่งและมหาวิทยาลัยชิงหวา)”“แม้แต่พ่อของเธอก็ยังไม่สนใจเธอ ฉันเองก็เอาไม่อยู่แล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่ครูประจำชั้นของเธอ ต่อให้เธอออกไปขายตั*วก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน!”“แต่เธอไม่ควรอ่อยนักเรียนของฉันเลย!”อ่อยเหรอ?ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมคำนี้ถึงพูดออกมาจากปากของคุณแม่ของฉันแต่ว่าฉันไม่อยากเป็นแพะรับบาป“เขาเป็นคนมาสารภาพรักกับหนูเอง!”คุณแม่กระชากเส้นผมของฉัน “ดี

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 5

    ฉันไม่รู้ว่าเดินออกมาจากบ้านได้อย่างไรตอนที่ฉันรู้สึกตัวอีกที ก็เดินมาอยู่ใต้ตึกของคุณพ่อของฉันแล้วฉันไม่อยากไปรบกวนชีวิตครอบครัวของคุณพ่อของฉันอีกแต่ขณะที่ฉันกำลังจะหมุนตัว ก็เห็นครอบครัวของคุณพ่อฉันลูกสาวตัวน้อยนั่งอยู่บนไหล่ของเขาภรรยายิ้มหน้าระรื่นคอยหยอกล้อกับลูกสาวตัวน้อยของเธอแต่พอมองเห็นฉัน รอยยิ้มของเธอกลับหายไปทันทีดูเหมือนว่าไม่ว่าฉันจะเดินไปที่ไหน ล้วนเป็นส่วนเกินไปเสียทุกที่ฉันรู้สึกเก้อเขินอยากวิ่งหนีไปแต่กลับถูกคุณพ่อวิ่งตามมามองดูผู้ชายมีอายุที่อยู่ตรงหน้าคนนี้แล้ว คงอาจจะเป็นเพราะว่าเขามีลูกสาวตัวน้อย ความเคร่งขรึมบนใบหน้าจึงน้อยลง มีความรักและเมตตาเพิ่มขึ้นฉันอยากจะเรียกเขา แต่กลับไม่รู้ว่าควรเรียกว่าอะไรพวกเขามองการเกิดมาของฉันเป็นความน่าอับอายคำที่พูดออกจากปาก จึงกลายเป็น “คุณครูเจียง”คุณพ่อยิ้มพลางพยักหน้า หยิบเงินห้าร้อยออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ฉัน“ต่อไปอย่ามาหาฉันอีก เธอก็เห็นแล้วว่าฉันมีครอบครัวใหม่แล้ว น้องสาวของเธอจะหึงหวงเอาได้”ฉันส่ายหน้าไม่หยุด อยากจะพูดอธิบายแต่เสียงเด็กที่อ่อนหวานกลับดังขึ้นมาจากข้างหลัง “คุณพ่อ”คุณพ่อมี

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 6

    ฉันเดินเตร่ไปมาอยู่ข้างนอก เดินเตร็ดเตร่จนฉันรู้สึกว่าคุณแม่น่าจะใจเย็นลงแล้วแต่ฉันกลับมองเห็นข้าวของวางอยู่หน้าประตูบ้านถูกใส่อยู่ในกล่องสองใบ ข้าวของทุกอย่างของฉันถูกใส่อยู่ข้างในนี้ฉันเคาะประตู“คุณครูหยาง”ฉันที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และไม่มีเพื่อนฝูงสักเท่าไร ซ้ำยังไม่มีที่ไปอีก“เคาะหาอะไร! เธอไม่ใช่ลูกสาวของฉันแค่คนเดียว ไปหาพ่อของเธอไป๊!”หลังจากเสียงตะโกนด้วยความโกรธ ก็ตามมาด้วยเสียงล็อกประตูท่าที่เคาะประตูค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอันที่จริงฉันรู้ดี เหตุการณ์ของสวี่เจียอี้ไม่ใช่ชนวนของเรื่องราว แต่เป็นเพราะหาเหตุผลที่เหมาะสมไม่ได้ต่างหากบางทีคุณแม่คงอยากจะตัดความสัมพันธ์กับฉันมานานแล้วเสียดายที่หาเหตุผลไม่เคยเจอตอนนี้จึงอาศัยเหตุการณ์ของสวี่เจียอี้ ในที่สุดเธอก็สามารถหลุดพ้นจากตัวภาระอย่างฉัน ที่คอยย้ำเตือนความอัปยศอดสูในอดีตของเธอตลอดเวลาได้ฉันหยิบกระต่ายตัวน้อยที่อยู่บนกล่องเท่านั้นนี่คือสิ่งที่คุณยายมอบให้ฉัน เป็นของเล่นเพียงชิ้นเดียวของฉันซึ่งในบรรดาข้าวของของฉัน เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ไม่ใช่ของมือสองเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เป็นของของฉันทั้งๆ ที่รู้นานแ

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 7

    คุณพ่อให้เงินฉันมาห้าร้อย เป็นเงินเก็บก้อนเดียวของฉันฉันเสียดาย ไม่อยากเอาเงินนี้ไปเปิดห้องนอนในโรงแรมจึงหาร้านอินเทอร์เน็ตค่าเฟ่เหมานอนหนึ่งคืนฉันเลือกมุมหนึ่ง อยากจะนอนหลับที่นี่หนึ่งคืน เพราะวันพรุ่งนี้ยังต้องไปโรงเรียนอีกแต่กลับคิดไม่ถึงว่า จะได้เจออันเข่อซิน เพื่อนร่วมชั้นที่ห้องเรียนคณิตศาสตร์โอลิมปิกสมัยชั้นประถมศึกษาเธอกำลังทำแบบจำลองคณิตศาสตร์อยู่บนคอมพิวเตอร์ แต่กลับติดขัดอยู่ที่หนึ่งฉันอดไม่ได้ที่จะเสนอความคิด“หยางชิง! เป็นเธอจริงๆ ด้วย! เธอรู้ไหม? ตอนนั้นที่เธอถอนตัวออกจากห้องเรียนคณิตศาสตร์โอลิมปิก คุณครูหูเสียใจอยู่นานมาก”ห้องเรียนคณิตศาสตร์โอลิมปิกในปีนั้น เป็นคุณครูหูเปิดสอนฟรีให้นักเรียนที่อยากเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกคุณครูหูบอกฉันว่า เธอเป็นนักเรียนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดเท่าที่เคยเห็นในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่คุณแม่ของฉันดันเกลียดที่ฉันมีพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์“การแข่งขันระดับจังหวัดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว หยางชิง เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์ดีที่สุดในเรื่องคณิตศาสตร์เท่าที่ฉันเคยเห็นมา!”ดูเหมือนคณิตศาสตร์จะกลายเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในใจ ไม่กล้าและไม

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 8

    เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันกอดตุ๊กตากระต่ายตัวน้อยยืนอยู่ตรงหน้าคุณครูประจำชั้นเพื่อขอยื่นเรื่องพักอยู่ในโรงเรียนกับเธอครูประจำชั้นมองคุณแม่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาสอบถามคุณแม่กลอกตาขาว “อย่าถามฉัน ตอนนี้เธอปีกกล้าขาแข็งแล้ว ฉันคุมไม่อยู่แล้ว”แต่คนที่ไล่ฉันออกจากบ้านก็คือเธอแท้ๆครูประจำชั้นจึงพูดด้วยความจริงใจ “เธอดูสิ ตอนนี้ก็เปิดเทอมมาตั้งนานแล้ว โรงเรียนก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอ แม่ลูกทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติมาก เธอก็ยอมๆ แม่ของเธอหน่อย ระหว่างแม่กับลูกไม่มีหรอกที่จะโกรธกันข้ามคืน”ยอมแม่?ดูเหมือนฉันยอมคุณแม่มาตลอดตั้งแต่ที่ฉันเกิดมาหลังจากที่เธอพาฉันไปหาคุณพ่อและถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน ฉันร้องไห้บอกคุณแม่ว่าหนูขอโทษ อย่าทอดทิ้งหนูตอนที่เธอเผากระดาษข้อสอบคณิตศาสตร์ของฉัน ฉันคุกเข่ากับพื้นบอกคุณแม่ว่าหนูไม่ชอบคณิตศาสตร์หนูเกลียดคณิตศาสตร์ตอนที่เธอไล่ฉันออกจากบ้าน ฉันเคาะประตูบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอร้องให้เธอยอมให้ฉันเข้าไปแต่ทั้งหมดนี้ล้วนไม่ใช่ความผิดของฉันเลยเสียงแหลมของคุณแม่ดังขึ้นข้างหู “มีหรือที่ฉันจะกล้าให้เธอยอมฉัน!”ครูประจำชั้นก็ไม่สนใจอีก แล้วจึงจัดห้องพักใ

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 9

    คุณแม่รีบมาด้วยความรีบร้อนพอเข้ามาก็ตบหน้าฉันหนึ่งที“ใครอนุญาตให้เธอลงมือกับนักเรียนของฉัน”พวกผู้หญิงผมเผ้ายุ่งเหยิงเดินไปหลบข้างหลังคุณแม่ด้วยสีหน้าน่าสงสาร“คุณครูหยาง พวกเราแค่หวังดีอยากช่วยเก็บของให้เพื่อนนักเรียนหยางชิงเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าเธอจะลงมือตบพวกเรา...”พอพูดไปพูดมาแล้วก็ร้องไห้คุณแม่ถลึงตาจ้องมองฉันด้วยความโกรธฉันกลับไม่อยากอธิบายอีกต่อไปตอนเด็กๆ นักเรียนของคุณแม่มาเรียนพิเศษที่บ้าน ก็ขโมยแหวนทองของเธอไปฉันบอกเธอด้วยความหวังดี แต่สิ่งที่ได้คือการตบตีเท่านั้นเธอบอกว่า “เธอคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอเอาแหวนทองของฉันไป และคิดจะโทษนักเรียนของฉัน หน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ”ตอนที่อยู่ในโรงเรียน ฉันถูกใส่ร้ายว่าเอาเงินค่าเรียนไปคุณแม่ก็พูดออกมาโต้งๆ ว่า “ตอนเธอเป็นเด็กก็ขโมยแหวนทองของฉัน ตอนนี้โตแล้วก็ยังกล้าขโมยเงิน!”ฉันอธิบายนับครั้งไม่ถ้วน แต่ในสายตาของคุณแม่ ดูเหมือนฉันควรจะเป็นคนผิดดังนัน ฉันจึงไม่จำเป็นต้องอธิบายอีกคุณแม่กระชากเส้นผมของฉัน สั่งให้ฉันขอโทษพวกเขา“ต่อให้คุณตีฉันให้ตาย ฉันก็จะไม่ขอโทษพวกเขา!”ฉันพูดเหมือนกับตอนที่ฉันเป็นเด็กเปี๊ยบคุ

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 10

    ก่อนที่จะหยุดรับสมัคร ฉันได้ส่งข้อมูลการสมัครของตัวเองไปแล้วหลายปีที่ผ่านมานี้ ฉันตกหล่นวิชาเรียนไปไม่น้อย ยากที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีในระยะเวลาอันสั้นแต่ถ้าผ่านการแข่งขัน ฉันมีโอกาสสูงที่จะได้เข้าชิงเป่ยมุ่งหน้าสู่สาขาคณิตศาสตร์ที่ฉันอยากไปมากที่สุดในวัยเด็กนี่คือวิธีเดียวที่ฉันจะหลุดพ้นจากคุณแม่ของฉันได้พอคุณแม่รู้ว่าฉันยื่นสมัครไปแล้วก็บุกเข้ามาในชั้นเรียนของฉัน แล้วลากฉันออกไปแล้วตบหน้าฉันหนึ่งทีตรงใต้โถงทางเดินซึ่งดึงดูดสายตาของผู้คนอยู่ไม่น้อย“หยางชิงเธอคิดจะมีเรื่องกับฉันจริงๆ ใช่ไหม!”“แค่เพราะว่าฉันเข้าใจเธอผิด เธอจึงจงใจยั่วโมโหฉัน!”“มีสาขาตั้งเยอะแยะ ทำไมเธอต้องเลือกสาขาคณิตศาสตร์ด้วย!”“เธอชอบคณิตศาสตร์ขนาดนั้นก็ไปหาพ่อของเธอสิ! ฉันเลี้ยงลูกเนรคุณอย่างเธอมาหลายปี ฉันจะบอกเธอให้นะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ให้เงินเธอสักแดง!”ลูกเนรคุณ นี่คือคำพูดที่คุณแม่ชอบพูดมากที่สุดตอนเด็กๆ ฉันเรียกคุณพ่อกลับมาไม่ได้ ฉันก็เป็นลูกเนรคุณฉันชอบคณิตศาสตร์ ก็เลยเป็นลูกเนรคุณฉันทำไม่ถูกใจเธอ ก็เลยเป็นลูกเนรคุณ...ถูกด่ามานานหลายปีดีดัก ลองเป็นลูกเนรคุณจริงๆ สักครั้งจะเป

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 11

    ดูเหมือนสวรรค์ไม่เคยใจดีกับฉันเลยการแข่งขันระดับจังหวัดจัดขึ้นในตัวเมืองจังหวัดจากตำบลเล็กๆ ของพวกเรามาถึงตัวจังหวัดต้องใช้เวลานานมากและเงินห้าร้อยที่คุณพ่อให้ฉันในตอนแรก ถึงแม้จะไม่เคยใช้เลย ก็ยังไม่พออยู่ดีปลายนิ้วของฉันแตะไปโดนจี้สร้อยคอที่ใส่อยู่ นี่คือของดูต่างหน้าที่คุณยายทิ้งไว้ให้ฉันก่อนที่คุณยายจะเสีย ได้ยัดจี้สร้อยคอใส่ในมือของฉัน“เงินที่ยายเก็บสะสมมาหลายปีอยู่ในนี้หมดแล้ว ชิงชิงหลานรักของยาย ต่อไปถ้าหนูต้องการใช้เงินก็เอาไปจำนำนะ เสี่ยวชิงชิง หนูอย่าได้รู้สึกเสียดายเด็ดขาด เพียงแต่ยายคงไม่ได้เห็นเสี่ยวชิงชิงของยายกลายเป็นนักคณิตศาสตร์แล้ว ยายจะอยู่บนสวรรค์ คอยคุ้มครองเสี่ยวชิงชิงของยายนะ...”คุณยาย...คุณยาย...น้ำตาไหลทะลักออกมาบดบังการมองเห็นจนพร่ามัวเสียงพึมพำดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามือที่กำจี้สร้อยคอยิ่งบีบแน่นขึ้นวินาทีนั้น ฉันได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดคุณยาย หนูจะไม่ทำให้คุณยายผิดหวังในตัวหนู และกลายเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมให้ได้ตอนที่ฉันเดินเข้าไปในร้านทอง ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า สวรรค์จะเมตตาฉันแล้วอันเข่อซินมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยควา

บทล่าสุด

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 23

    ฉันกลับจากต่างประเทศในปีถัดมาฉันนำความรู้ที่ได้เรียนมา กลับมาตอบแทนประเทศบ้านเกิดและงานที่ฉันทำคือ การออกแบบวงโคจรของอุตสาหกรรมการบินและอวกาศฉันเชื่อว่าคุณยายที่อยู่บนสวรรค์ จะมองเห็นผลงานชิ้นเอกของฉันแน่นอนเรือเบาแล่นผ่านหมื่นภูเขา ประหนึ่งความลำบากและความท้าท้ายที่ผ่านมาในชีวิต จะทำให้เรากล้าเผชิญหน้าและมีความหวังอีกครั้ง

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 22

    หลังจากสิ้นสุดการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ฉันจึงศึกษาต่อที่ต่างประเทศเวลาประมาณตีสามตีสี่ ฉันรับสายจากคุณแม่หู“ชิงชิง ครูหยางถูกจับแล้ว”คนที่จับเธอก็คือสวี่เจียอี้ นักเรียนคนโปรดของเธอเรื่องแรกที่สวี่เจียอี้ทำหลังจากย้ายไปที่สำนักการศึกษา ก็คือทำการสืบสวนคุณแม่ตอนนั้น ผลการเรียนในชั้นคุณแม่ทำไมถึงดีขนาดนั้น เป็นเพราะเธอใช้การหลอกล่อทางจิตวิทยา กับพวกเขามานานกว่าสามปีถึงขนาดที่ว่านักเรียนที่ผลการเรียนไม่ดีและชอบเล่นสนุก จะถูกลงโทษทางร่างกายโดยให้พวกเขาตบหน้าซึ่งกันและกันเดิมทีฉันคิดว่าคุณแม่ไม่ใช่แม่ที่ดี แต่กลับเป็นครูที่ดี แต่ดูจากตอนนี้แล้วเธอไม่มีอะไรดีเลยในวันที่เรื่องราวถูกสอบสวนออกมา คุณแม่ก็ถูกถอดรายชื่อออกทันทีจากคุณครูหยางที่มีคนเคารพนับถือ กลายเป็นหนูข้างถนนแต่อาศัยว่าเป็นคุณแม่ของฉัน คนพวกนั้นจึงไม่ได้ซ้ำเติม และยังช่วยดูคุณแม่อยู่บ้างเพราะเห็นแก่หน้าของฉันแต่ฉันจะเป็นคนซ้ำเติมเองแน่นอน โจมตีเธอให้ตายวิดีโอในตอนนั้นฉันยังเก็บไว้ตลอดเดิมที อยากจะรอให้ชีวิตของคุณแม่อยู่บนจุดสูงสุดในชีวิตแล้วปล่อยออกมาแต่ตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีหลังจากปล่อยวิดีโอออกมา

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 21

    ฉันได้เจอคุณแม่อีกครั้งคือตอนที่ฉันกลับมาเยี่ยมคุณแม่หูครั้งนี้ ฉันต้องไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศกลัวว่าคุณแม่หูจะเป็นห่วงจึงกลับมาเยี่ยมเธอหลายปีที่ผ่านมา ฉันกับอาจารย์ที่ปรึกษาทำโปรเจคอยู่บ้าง จึงทำเงินได้ไม่น้อยเรียนรู้วิธีการใส่สร้อยคอลงในกล่องมันฝรั่งทางออนไลน์คุณแม่หูเบ้าตาแดงก่ำส่วนฉันสบตากับคุณแม่ที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างพอดีเธอผอมลงมากและแก่มากเหมือนกัน ไม่มีความแข็งกร้าวแบบนั้นอีกแล้วสุดท้ายฉันก็ออกไปพบเธอ“ครูหยาง คุณไม่อยู่ฉลองปีใหม่กับครอบครัวของคุณเหรอ? นักเรียนของคุณไม่มาเยี่ยมคุณเหรอ?”ในฐานะลูกสาวของเธอ ฉันรู้ดีว่าคำพูดไหนแทงใจเธอมากที่สุด“ชิงชิง ฉันเป็นแม่ของเธอนะ”“แม่ของฉันอยู่ข้างในโน่น ครูหยาง คุณอย่ามาตีสนิทกับฉัน”เธออยากจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับฉันแต่ฉันไม่อยากการทำร้ายยังคงอยู่ตลอดและฉันก็ไม่ใช่แม่พระ ให้อภัยในสิ่งที่ผ่านมาไม่ได้

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 20

    ก่อนที่จะเข้ารั้วมหาวิทยาลัยดูเหมือนสวรรค์จะเล่นตลกกับฉันจู่ๆ คุณพ่อก็ถูกเปิดเผยว่าเขาปลอมวุฒิการศึกษาผลสอบวิชาคณิตศาสตร์ของเขา แม้แต่สอบผ่านก็ยังทำไม่ได้ไม่แปลกใจเลยที่เขาอยากให้ฉันไปสอนลูกสาวของเขาเวลานี้ ฉันเองก็ตระหนักขึ้นได้ว่า พรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์ของฉัน ถูกถ่ายทอดมาจากคุณแม่แต่รู้สึกว่าตลกสุดๆทุกอย่างในตอนแรกเหมือนเป็นเรื่องตลกขนาดฉันยังตระหนักขึ้นได้ คุณแม่เองก็เช่นกันการโจมตีเช่นนี้ เธอรับไม่ได้แน่นอนเธอจะยอมรับได้อย่างไรว่า สาเหตุที่เกลียดฉันมานานหลายปี แท้จริงแล้วเป็นเรื่องโกหกเธอแก่ลงไปมากฉันเจอเธออีกครั้ง ตอนที่อยู่สนามบินเธอยืนส่งฉันจากที่ไกลพอสมควรฉันได้แต่ทำเป็นมองไม่เห็น และยังคงบอกลากับคุณครูหูไม่ใช่สิ ตอนนี้เป็นคุณแม่หูแล้ว“ที่ปักกิ่งอากาศแห้งมาก หนูอย่าลืมทาโลชั่นเยอะๆ นะ”“ไม่ต้องประหยัดเงินเพื่อแม่ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมชั้น...”จนกระทั่งอันเข่อซินมาถึง คุณแม่หูจึงแยกจากฉันอย่างอาลัยอาวรณ์

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 19

    ได้เจอคุณแม่อีกครั้ง ก็หลังจากที่สิ้นสุดการสอบเอนทรานซ์วันที่สองที่ผลสอบออกมา ได้มีการจัดงานเลี้ยงฉลองเรียนจบของรุ่นสวี่เจียอี้สอบได้ที่หนึ่งของเมือง ถึงแม้จะสอบเข้าชิงเป่ยไม่ได้ แต่ก็เลือกมหาวิทยาลัยดีๆ ได้เต็มที่คุณแม่ดีใจมาก พูดชมต่างๆ นานา“บอกแล้วใช่ไหมว่าเจียอี้ของเราเก่งมาก!”“มาพวกเรา ยกแก้วพร้อมกัน แสดงความยินดีที่เจียอี้เรียนจบอย่างราบรื่น!”ทั้งๆ ที่คนที่เรียนจบในปีนี้ไม่ได้มีแค่สวี่เจียอี้คนเดียวเท่านั้น แต่ในสายตาของคุณแม่มีเขาคนเดียว“ครูหยางเก่งจริงๆ ลูกสาวถูกส่งตัวเข้าชิงเป่ย นักเรียนก็สอบได้ที่หนึ่งในเขตเมือง!”เมื่อคำพูดนี้ดังออกไป ทุกคนจึงมองมาที่ฉันใบหน้าของคุณแม่แดงขาวสลับกันเธอดึงแขนเสื้อของฉันพูดเบาๆ ว่า “เธอมาทำอะไรที่นี่? ที่นี่เขาฉลองนักเรียนที่สอบเอนทรานซ์ได้ ไม่ได้ต้อนรับเธอ”ฉันหัวเราะขึ้นมา “ครูหยาง คุณจะไม่แสดงความยินดีที่ฉันได้เหรียญทองหน่อยเหรอ? แถมยังเป็นเหรียญทองของคณิตศาสตร์อีกด้วย!”ใบหน้าของคุณแม่เขียวปัด เสียงหัวเราะเย็นชาออกมาตามซอกฟัน “ก็ไม่รู้ว่าเธอใช้วิธีอะไร ข้อสอบการแข่งขันแบบนี้ก็ยังทำได้”การสร้างข่าวลือเสื่อมเสียให้ใครคน

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 18

    เมื่อกลับมาที่ตัวจังหวัดมีป้ายแขวนไปเกือบทุกที่ ล้วนเป็นการเฉลิมฉลองที่ฉันได้เหรียญทอง ถูกส่งตัวไปชิงเป่ยได้สำเร็จเพราะฉัน อัตราการรับสมัครนักเรียนใหม่ของโรงเรียนจึงเพิ่มขึ้นไม่น้อยแม้แต่คุณพ่อที่หลบหน้าฉันแทบตาย ก็ยังมาหาฉันฉันยังคงนั่งอยู่ในสถาบันของคุณครูหูเหมือนเดิม คอยช่วยงานเล็กๆ น้อยๆคุณพ่อนั่งอยู่ในห้องรับแขกอย่างตื่นเต้น ใช้มือถูกางเกง เช็ดเหงื่อที่อยู่ในมือเป็นครั้งคราวนั่นคือครั้งแรกที่ฉันเห็นรอยยิ้มเอาใจบนใบหน้าของคุณพ่อพอฉันเข้าไป เขาก็ยื่นนมลังหนึ่งที่ซื้อมาให้ฉัน“เสี่ยวชิง พ่ออยากปรึกษาหนูเรื่องหนึ่ง น้องสาวของหนูเรียนคณิตศาสตร์แย่มาก อยากให้ลูกไปช่วยสอนเธอหน่อย ไม่รู้ว่าหนูจะมีเวลาไหม”ฉันเหลือบตาขึ้นมองด้วยความงุนงงคุณพ่อเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องให้ฉันไปช่วยสอนน้องสาวด้วยคุณพ่อเกาเส้นผมที่บางตาอย่างเขินอาย“หนูก็รู้ว่าระหว่างคนในครอบครัวเป็นยังไง พ่อสอนน้องสาวของหนูได้ไม่ดี พ่ออดไม่ได้ที่จะใช้คำพูดรุนแรงกับเธอ”ฉันสะอึกเล็กน้อยตอนเด็กคุณพ่อใช้ไม้กวาดไล่ฉันออกมาจากในบ้านใช้ก้อนหินทุบฉัน พูดจากับฉันด้วยคำพูดสกปรกต่างๆ นานาฉันรู้

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 17

    โชคชะตาเมตตาฉันอีกครั้งฉันได้รับเหรียญทอง และได้โควต้าส่งตัวเข้าชิงเป่ยน้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัวคนส่วนใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ล้วนเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่เคยร่วมเข้าแข่งขันหลายครั้งแล้วถ้าหากไม่ใช่อันเข่อซินที่บอกฉัน ฉันคงไม่มีวันรู้ว่า อยากจะเข้าชิงเป่ยยังมีเส้นทางนี้ด้วยวินาทีนี้ ฉันสัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงประโยคที่ว่า พื้นฐานทางการเงินเป็นตัวกำหนดโครงสร้างชั้นบนจุดเริ่มต้นของคนอื่น ฉันต้องใช้เวลาสิบเจ็ดปีกว่าจะเดินมาถึงแต่ก็ยังดี ที่ฉันได้บัตรเข้างานสายตาของฉันแหงนมองขึ้นไปโดยไม่รู้ตัว อยากจะมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่าง อยากจะบอกคุณยายว่าฉันกำลังพยายามที่จะกลายเป็นนักคณิตศาสตร์อยู่แต่หน้าต่างข้างนอกกลับเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า ฉันมองอยู่นาน จึงจะมองเห็นท้องฟ้าที่สามารถมองเห็นได้ตามชนบทตอนที่ได้รับการสัมภาษณ์ เมื่อเทียบกับความนิ่งของคนอื่นๆ แล้วฉันตื่นเต้นจนเสียงสั่นเครือแต่วินาทีที่สบตากับคุณครูหูและอันเข่อซิน ฉันจึงใจเย็นลงฉันเดินมาถึงจุดนี้ได้ มีคนที่อยากขอบคุณมากมายเหลือเกินถ้าหากไม่มีพวกเขา ฉันคงไม่ได้ออกมาจากตำบลเล็กๆ นั่นตลอดไปครั้งนี้ไม่มีใครเผากระดาษข้อสอบ และฉี

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 16

    หลังจากการแข่งขันลีก คุณครูหูจึงจัดสถานที่ที่ไม่มีใครรู้ ยกเว้นฉันกับเธอการเรียนคณิตศาสตร์ของฉันถูกย้ายไปเรียนออนไลน์จะเกิดความผิดพลาดขึ้นกับฉันไม่ได้อีกหลังจากผลการแข่งขันลีกออกมา คุณแม่ก็จะรู้เรื่องที่ฉันถนัดมือซ้ายในไม่ช้าดังคาด ในวันนั้นที่ผลการแข่งขันออกมาครูที่อยู่ในห้องทำงานมาแสดงความยินดีกับคุณแม่คุณแม่ไม่เชื่ออย่างแน่นอน“พูดมั่วอะไร มือขวาของหยางชิงหักแล้ว จะเขียนหนังสือยังไง คุณจะต้องดูผิดแน่นอน”คุณครูรีบพาคุณแม่เดินไปทันที เทียบทุกอย่างตั้งแต่โรงเรียนไปจนถึงรายละเอียดอย่างอื่น“คุณดูสิ ฉันมองผิดตรงไหน มองไม่ออกเลยว่าชิงชิงของพวกคุณจะเป็นอัจฉริยะจริงๆ”คุณแม่ยืนไม่มั่นคง ปากพูดพึมพำ “ไม่มีทางๆ”เธอไปหาสำนักการศึกษาและเจ้าหน้าที่อีกครั้ง การรายงานในครั้งนี้คือสงสัยว่าสถาบันครูหูจะซื้อรายชื่อหลังจากผ่านการตรวจสอบแล้ว จึงคืนความบริสุทธิ์ให้แก่สถาบันคุณแม่ได้พูดอีกว่าเครื่องต้องมีปัญหาแน่เจ้าหน้าที่รู้สึกรำคาญคุณแม่สุดขีด“มีแม่อย่างคุณที่ไหน ไม่อยากให้ลูกสาวของตัวเองประสบความสำเร็จ!”หลังจากความพยายามสองสามครั้ง ผลที่ได้คือผลการแข่งขันของฉันนั้นขาวสะอา

  • รักเราไม่เท่ากัน   บทที่ 15

    หลังจากคุณครูหูรู้ว่าคุณแม่เป็นคนที่ขี่รถชนฉันเธอจึงโทรแจ้งความโดยไม่คิดอะไรแล้วแต่ถูกฉันห้ามไว้ เพราะฉันยังนึกถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวอยู่แต่อยากใช้สิ่งนี้ปลดปล่อยให้ฉันเป็นอิสระคุณครูหูติดต่อคุณแม่โดยใช้วิดีโอจากกล้องวงจรปิดข่มขู่เธอคุณแม่ปรากฏตัวในห้องคนไข้ในไม่ช้าเธอมองมือขวาของฉันที่ใส่เฝือกอย่างพึงพอใจ“จะให้ฉันส่งเธอไปแข่งขันไหม?”เธอพูดแทงใจดำทุกคำพูด ถ้าหากฉันถนัดมือขวาอย่างเดียวจริงๆฉันในตอนนี้ที่ได้ฟังคำพูดเหล่านี้คงจะบ้าตายแน่นอนคุณครูหูเร่งให้ที่ปรึกษากฎหมายของสถาบัน นำหนังสือตัดขาดความผูกพันทางสายเลือดยื่นให้คุณแม่ทันทีบนนั้นระบุชัดเจนว่า สำหรับเธอแล้ว ฉันมีหน้าที่แค่เลี้ยงดูตามกฎหมายเท่านั้น“ครูหยางถ้าหากคุณไม่เซ็น ฉันก็ไม่ถือสาที่จะนำคลิปวิดีโอนี้โพสต์บนอินเทอร์เน็ต ให้พวกเขาได้เห็นว่าครูดีเด่นคนนี้ ปฏิบัติกับลูกสาวของตัวเองอย่างไรบ้าง”คุณแม่หัวเราะ “หยางชิง เธอประเมินตัวเองสูงเกินไปหรือเปล่า ฉันจะบอกเธอให้นะ ถึงแม้จะไม่มีคลิปวิดีโอนั้น ฉันก็เซ็นเหมือนเดิม ฉันไม่สนใจเงินค่าเลี้ยงดูแค่นั้นของเธอหรอก นักเรียนที่ฉันสอนมาจะเลี้ยงดูฉันตอนแก่”“ยิน

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status