Share

บทที่ 28

Penulis: กระต่ายน้อยใต้ดวงจันทร์
หลังจากที่ซูกุ้ยเฟยและใต้เท้าเฉาจากไปแล้ว จวนเหิงอ๋องก็เงียบสงบลง เจียงเฟิ่งหัวกลับไปที่หอหล่านเยว่ ส่วนซูถิงหว่านถูกจัดให้อาศัยอยู่ที่เรือนถานเซียงทางทิศตะวันตก

เวลานี้ เซี่ยซางก็ตามมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาเอ่ยถามเจียงเฟิ่งหัว “เท้าของเจ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง?”

เจียงเฟิ่งหัวไม่คิดว่าเซี่ยซางจะตามนางมาถึงหอหล่านเยว่ เพราะถึงอย่างไรซูถิงหว่านก็เข้ามาอยู่ในจวนแล้ว

นางคิดว่าในชาตินี้ เซี่ยซางคงไม่รีบร้อนแต่งซูถิงหว่านเข้ามาเป็นภรรยา แต่ไม่คิดเลยว่าจะหนีไม่พ้นโชคชะตาเดียวกับชาติที่แล้ว

ซูถิงหว่านยังคงเข้ามาอยู่ในจวนในวันที่ยี่สิบสี่เดือนสามเช่นเดิม

นางโค้งคำนับเล็กน้อย “ดีขึ้นมากแล้วเพคะ”

เซี่ยซางจำได้อย่างชัดเจนว่านางเดินช้ามาก คงเป็นเพราะยังไม่หายดี “สุราแช่สมุนไพรของสำนักหมอหลวงใช้ดีมาก ได้ผลดีทีเดียว”

“หม่อมฉันทราบเพคะ ได้นวดด้วยสุราแช่สมุนไพรแล้ว ตอนนี้จึงไม่เจ็บเท่าไร เดินเองได้แล้ว ไม่ต้องให้คนช่วยพยุงแล้วเพคะ” เจียงเฟิ่งหัวกล่าวด้วยน้ำเสียงห่างเหิน แต่สีหน้ายังคงอ่อนโยน

“วันนี้โดนน้ำร้อนลวกแล้วสินะ” เซี่ยซางเอ่ยถามนางอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เจียงเฟิ่งหัวเบิกตากว้าง แต่ครู่เดี
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 29

    เซี่ยซางก้าวเข้ามา พูดกับคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตู “พวกเจ้าเห็นพระชายารองของข้าเป็นนักโทษหรือไร ไสหัวไป”ทั้งสองคนรีบถอยออกไป โค้งคำนับด้วยความเคารพ “ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะ”ซูถิงหว่านเปิดประตู พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของเซี่ยซางทันที “อาซาง ในที่สุดข้าก็ได้เจอท่านแล้ว พวกนางไม่ให้ข้าไปหาท่าน”เซี่ยซางลูบศีรษะของนางอย่างเอ็นดู “ข้าก็มาหาเจ้าแล้วมิใช่หรือ?”นางดึงเซี่ยซางเข้าไปในห้อง เสียง ‘ปัง’ ดังขึ้น ประตูถูกปิดลง แล้วนางก็ใส่กลอนประตูแม่บ้านหลี่และแม่บ้านจางที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเห็นภาพเช่นนี้ก็ตกตะลึงจนตาค้าง ทั้งสองมองหน้ากัน พูดไม่ออกเลยสักคำ นี่มิใช่กิริยาของกุลสตรีชั้นสูง ใจร้อนรุ่มถึงเพียงนี้ภายในห้อง ใบหน้าเล็ก ๆ ของซูถิงหว่านแดงก่ำ ท่าทางเขินอายกำลังส่งสัญญาณอย่างชัดเจน “คืนนี้อาซางจะอยู่กับข้าสินะ!”เมื่อเซี่ยซางเห็นซูถิงหว่านเป็นเช่นนี้ ก็รู้สึกราวกับว่าไม่รู้จักนาง ในความทรงจำของเขา นางมักจะปฏิเสธเขาเสมอร่างกายของเขาแข็งทื่อเล็กน้อย นิ้วมือที่กำแน่นค่อย ๆ ขาวซีด จากนั้นก็คลายออก ราวกับต้องการให้ใบหน้าอันงดงามที่อยู่ในความทรงจำเลือนหายไป เขาพยักหน้า “ใช่ คืนนี้เป็นคืนแต่งง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 30

    หอหล่านเยว่หลังจากที่เจียงเฟิ่งหัวกลับมา นางก็ตั้งใจฝึกเขียนพู่กันอย่างสงบ จนกระทั่งเหลียนเย่รายงานเรื่องที่เซี่ยซางไปที่เรือนถานเซียง นางจึงวางพู่กันขนหมาป่าลง “เป็นอย่างที่คาดไว้”“คืนนี้เกรงว่าท่านอ๋องจะเข้าหอกับสตรีผู้นั้นนั้น” เหลียนเย่ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห อดบ่นไม่ได้ “ท่านอ๋องชอบอะไรในตัวซูถิงหว่านกัน นางไม่มีลักษณะของกุลสตรีเอาเสียเลย แม้แต่คำเรียกขานที่สุภาพก็ยังใช้ไม่เป็น ท่านอ๋องกลับชอบสตรีแบบนี้”เจียงเฟิ่งหัวไม่ได้สนใจคำพูดของเหลียนเย่ ชาติที่แล้วนางก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซี่ยซางถึงได้รักและเอ็นดูซูถิงหว่านมากเช่นนั้น วันนี้นางก็ยิ่งไม่เข้าใจ ไม่เพียงแต่ทำพิธีคำนับฟ้าดินที่ศาลเจ้าที่กับนาง ยังขี่ม้าเข้าเมืองอย่างโอ้อวดถึงเพียงนี้อีกนางมักจะรู้สึกเสมอว่าไม่ว่านางจะพยายามอย่างไร เซี่ยซางก็จะแต่งงานกับซูถิงหว่านอยู่ดีเซี่ยซางเมื่อสิบปีให้หลังมีนิสัยใจคอแตกต่างจากเซี่ยซางในตอนนี้มาก ควรจะพูดว่านิสัยใจคอของเซี่ยซางหลังจากขึ้นครองราชย์กับก่อนขึ้นครองราชย์นั้นต่างกันราวฟ้ากับเหวเจียงเฟิ่งหัวนวดหว่างคิ้ว นางเริ่มให้ความสนใจกับเซี่ยซางตั้งแต่ที่นางกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง จำได้ว่

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 31

    ถึงขั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเด็กสาวหายตัว ซึ่งเป็นคดีใหญ่คดีหนึ่งเมื่อสามปีก่อน คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องมากมาย ผู้ดูแลเขตเมืองหลวงคนก่อนถูกปลดจากตำแหน่งและถูกสอบสวนก็เพราะสืบสวนคดีนี้ไม่สำเร็จต่อมากรมอาญาได้รับมอบหมายให้จัดการคดีเด็กสาวหายตัวนี้ ตั้งแต่นั้นมาคดีนี้ก็เงียบหายไป ไม่มีข่าวคราวอีกเลย และไม่มีใครพูดถึง เจ้าทุกข์ไร้ที่ให้ร้องเรียนใครจะคิดว่าเจ้ากรมอาญาหยางจิ้งนี่เอง ที่เป็นตัวการหลักในคดีเด็กสาวหายตัวเซี่ยซางสืบถึงตรงนี้ ก็รู้สึกเพียงแค่ว่า ความชั่วช้าเกินจะบรรยายสองสัปดาห์ต่อมา เขาสืบพบความจริงทุกอย่าง รวบรวมหลักฐาน จัดทำเป็นเล่ม ถวายที่พระตำหนักจินหลวน“หยางจิ้งเป็นขุนนางระดับสูงขั้นสอง ไม่มีคนกล้าตรวจสอบและดำเนินการกับเขาอยู่แล้ว จึงทำให้เขาไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น” เซี่ยซางกล่าวอย่างดุเดือดแววตาของเขาคมกริบ กวาดสายตามองบรรดาขุนนางในพระตำหนักจินหลวน สุดท้ายจ้องตากับฮ่องเต้ที่ประทับอยู่บนตำแหน่งสูง แล้วคุกเข่าลงที่พื้นพระตำหนักอย่างเคารพนบนอบ กราบทูลเสียงเข้มว่า “กระหม่อมขอฝ่าบาทโปรดทรงพิจารณา เจ้ากรมอาญาหยางจิ้งแม้ตายก็ยังไม่สาสมกับความผิดที่เขากระทำจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ต

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 32

    เซี่ยอวี้เห็นสถานการณ์แล้ว ก็กล่าวเสียงดังขึ้นมาอีก “ได้ยินว่าน้องห้ารับหลานสาวจากตระกูลของซูกุ้ยเฟยมาเป็นชายารอง ที่แท้น้องหาก็ชอบสาวน้อยไร้การอบรมที่พูดจาไม่รู้กาลเทศะนี่เอง ข้ายังได้ยินมาว่าเมื่อสองสัปดาห์ก่อน มีคนแต่งงานที่ศาลเจ้าที่ที่นอกเมือง คนผู้นั้นรูปร่างท่าทางเหมือนน้องห้าไม่มีผิด”หากไม่ใช่ว่ากลัวทำให้เสด็จพ่อพิโรธ เขาจะโพนทะนาเรื่องนี้ไปทั่วทุกสารทิศตั้งนานแล้วเมื่อเห็นว่าเซี่ยซางยิ่งเดินห่างไปไกล เซี่ยอวี้ก็กล่าวด้วยสีหน้าหยิ่งยโสว่า “เสด็จพ่อไม่ชอบเขา ข้าก็ไม่ชอบเขาเช่นกัน นึกว่าเป็นโอรสจากฮองเฮาก็สูงส่งจริง ๆ สินะ”เซี่ยซางออกจากวังแล้วก็ตรงกลับจวนเหิงอ๋องซูถิงหว่านเรียนมารยาทและธรรมเนียมมาครึ่งเดือน และก็ไม่ได้เจอเขามาครึ่งเดือน จู่ ๆ เห็นเขาเดินออกมาจากเงา ซูถิงหว่านก็ดีใจออกหน้าออกตา รีบเดินเข้าไปหาเขาจนเดินเข้าไปใกล้แล้ว ซูถิงหว่านจึงเพิ่งหยิบผ้าเช็ดหน้า พาดมือที่ข้างเอว ทำท่าทางอ้อนแอ้นอรชร ก้าวเบา ๆ อย่างอ่อนช้อย สง่างาม ราวกับดอกบัวในสายธาร มาปรากฏตัวหน้าเซี่ยซางนางแต่งตัวอย่างประณีต แต่งหน้าอย่างมีทักษะ ยิ้มให้เซี่ยซาง ถวายคำนับช้า ๆ ดูสุภาพ อ่อนน้อมถ่

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 33

    เซี่ยซางเห็นท่าทางนี้ของนางแล้วก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตามีความรักและเอ็นดู พูดกับนางด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ไม่ได้กลับจวนหลายวัน เสื้อผ้า ถุงเท้ารองเท้าสกปรกหมดแล้ว ข้ากลับไป…” เดิมทีเขาอยากพูดว่าหอหล่านเยว่ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเจียงเฟิ่งหัวพักอยู่ที่หอหล่านเยว่ ก็คิดว่าไม่ควรพูดวังหมัวมัวกล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า “พระชายาสั่งให้คนเก็บกวาดหอทิงเสวี่ย[1]ในเรือนตะวันออกแล้ว ด้านในเปลี่ยนเครื่องใช้และตกแต่งใหม่ทั้งหมด ท่านอ๋องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอทิงเสวี่ยดีกว่านะเพคะ”เซี่ยซางผงกหัว “ถ้าเช่นนั้นก็ไปหอทิงเสวี่ยเถอะ!”วังหมัวมัวอยู่ที่นี่ ซูถิงหว่านก็ไม่กล้าบังอาจ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้วังหมัวมัวใช้ไม้เรียวตีนางโดยอ้างว่าเป็นการอบรมมารยาท นางรีบกล่าวว่า “หม่อมฉันไปรอท่านอ๋องที่เรือนถานเซียงนะเพคะ”เซี่ยซางพยักหน้า “ได้”เมื่อเห็นว่าเซี่ยซางเดินไปไกลแล้ว ซูถิงหว่านก็เบ้ปากบ่นว่า “วังหมัวมัวแส่เรื่องชาวบ้านจริงๆ”ช่วงนี้อิ๋นซิ่งก็ได้เรียนรู้กฎระเบียบมากมายตามไปด้วย รีบกล่าวว่า “คุณหนู ระวังนางมาได้ยินเข้าแล้วใช้ตำแหน่งหน้าที่แก้แค้นเรื่องส่วนตัวนะเจ้าคะ”“ข้าไม่กลัวนางหรอก ม

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 34

    วังหมัวมัวออกไปแล้ว เซี่ยซางก็ถอดชุดที่เขาใส่ไปเข้าวังอันแสนยุ่งยากออก ดำลงไปในน้ำทั้งตัวใบหน้าสวยหยาดเยิ้มของเจียงเฟิ่งหัวนั้นปรากฏอยู่ในหัวสมองเขาอยู่เสมอ ทรวดทรงอันสมบูรณ์แบบของนาง ขาเรียวงาม ผิวขาวใส น้ำเสียงอ่อนหวานของนางและเรือนร่างที่ดูนุ่มนวลเย้ายวนใจ…ทันใดนั้นเซี่ยซางก็ผุดขึ้นมาจากน้ำ ต่อยลงน้ำสุดแรงหนึ่งที ทำให้น้ำกระเซ็นไปทั่วหลินเฟิงเดินมาที่หน้าประตูพอดี ได้ยินเสียงจากข้างใน ก็รีบชักกระบี่ออกมาและบุกเข้าไป “ท่านอ๋อง เกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”เซี่ยซางแววตาเย็นเยียบเข้ากระดูก กวาดสายตามองไปทางหลินเฟิงอย่างเย็นชา ตัวของเขาโผล่พ้นน้ำครึ่งตัว แผงอกใหญ่ที่กระชับ แข็งแกร่ง แขนและไหล่ที่แข็งแรง ทรงพลัง หลินเฟิงมอบแวบหนึ่งแล้ว ก็ได้แต่อายไม่หยุด รีบเก็บกระบี่เข้าฝัก“เจ้าหน้าแดงอะไร” เซี่ยซางถามเขาหลินเฟิงไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย เยินยอว่า “ท่านอ๋องหุ่นดีเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ตอนใส่เสื้ออยู่ดูผอม ถอดเสื้อออกแล้วมีกล้าม ที่สำคัญคือตอนที่ท่านอ๋องเพิ่งขึ้นจากน้ำ ทั้งตัวของท่านส่งกลิ่นอายที่ชวนให้คนหลงใหล”เซี่ยซางเริ่มทำหน้าเข้ม “เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกไหม?”“ไม่มีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่า

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 35

    เซี่ยซางตกใจทันที เจ็บแปลบในอกเล็กน้อย แต่เขารู้ดีว่าหญิงสาวจากตระกูลใหญ่อย่างเช่นเจียงเฟิ่งหัวนั้น รู้จักประพฤติตนอยู่ในกรอบ รักษาจารีตยิ่งกว่าใครหลินเฟิงกล่าวอีกว่า “ท่านอ๋องไม่อยากรู้หรือว่าชายใดเป็นคนมอบให้? คิดดูแล้วท่านอ๋องก็ไม่ได้อยากรู้ ถ้าเช่นนั้นก็ช่างเถิด” กระหม่อมไม่เชื่อหรอกว่าท่านไม่หวั่นไหวกับพระชายาแม้แต่นิดเดียว ค่อย ๆ เดาไปก็แล้วกันนะพ่ะย่ะค่ะ!เดินมาถึงประตูเรือนแล้ว เซี่ยซางก็กลับลำ หวานหว่านยังคงรอเขาอยู่ เขาควรไปที่เรือนถานเซียง ไม่ใช่มาที่เรือนของเจียงเฟิ่งหัวขณะที่เตรียมจะเดินจากไปนั้นเอง ทันใดนั้นก็มีเสียงเฮดังมาจากในลาน “พระชายาเก่งจริงๆ”เขาก็หันกลับมา มองเข้าไปด้านในเงียบ ๆที่ริมศาลา จู่ ๆ ก็มีซุ้มไม้ซุ้มหนึ่งเพิ่มเข้ามา ที่ซุ้มไม้มีผ้าไหมสีสันสดใสหลากสีหลายแถบผูกอยู่ เจียงเฟิ่งหัวสวมชุดผ้าบางเบา ทั้งตัวของนางดูอ่อนนุ่มดุจผ้าไหม ห้อยอยู่บนผ้าไหมที่มีสีสันสวยงามแขนเรียวเล็กของนางดึงแถบผ้าไหมหลากสีไว้ขณะที่นางหมุนตัวจากบนลงล่างสู่พื้น ร่างกายของนางดูเบาเหมือนผีเสื้อ ตัวอ่อนเหมือนไร้กระดูก อาศัยพลังของผ้าไหมหลากสีเต้นรำตามใจปรารถนาที่ยิ่งน่าอัศจรรย์

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 36

    ทันใดนั้น ก็มีกลิ่นหอมโชยมา จู่ ๆ ท้องเซี่ยซางก็ร้องดังจ๊อก ๆ สีหน้าเขาก็ดูเคอะเขินขึ้นมาเจียงเฟิ่งหัวขมวดคิ้ว แววตาใส ๆ อันงดงามเหลือบมองที่ท้องของเขา “ท่านอ๋องยังไม่ได้เสวยหรือเพคะ?”เซี่ยซางหิวมาก และนึกถึงที่หลินเฟิงบอกว่าเจียงเฟิ่งหัวทำอาหารอร่อยอีกด้วย เขานึกถึงว่าคราวก่อนเขาได้กินอาหารที่เรือนของนางครั้งหนึ่งและยังกินไม่อิ่ม คิดถึงอยู่ไม่น้อยนางรุกก่อน รอยยิ้มอันแสนหวานปรากฏที่แก้ม “ท่านอ๋องเชิญหม่อมฉันดื่มชาแล้ว หม่อมฉันก็เชิญท่านอ๋องเสวยพระกระยาหารดีไหมเพคะ? ท่านอ๋องไม่ต้องเขินหรอกเพคะ ถึงอย่างไร…”นางหยุดพูดในทันใดเซี่ยซางก็ไม่ได้พูดเปิดเผยเจตนาของนาง รู้อยู่แล้วว่านางเตรียมอาหารไว้ตั้งนานแล้ว “ข้าคงต้องรับคำเชิญอย่างไม่เกรงใจแล้ว”ข้าเองก็อยากดูซิว่าเจ้ายังจะใช้อุบายอะไรอีกในช่วงหลายวันนั้นที่เขาพักอยู่ที่ที่ทำการ นางก็เห็นใจว่าเขาไม่ได้กินอาหารดี ๆ ที่นั่น จึงให้พ่อบ้านเฉิงส่งอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปให้เขาบ่อย ๆที่ทำการก็ไม่มีอะไรอร่อย ๆ ให้กินจริง ๆ เขาจึงกินดูเล่น ๆ นิดหน่อย ได้ชิมแล้วจึงเพิ่งรู้สึกว่าอร่อยมาก เขาเหมือนจะดื่มด่ำกับความรู้สึกอย่างนี้มากเขากล่าว

Bab terbaru

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 306

    นึกถึงชาติก่อนที่นางถูกเซี่ยอวี้หย่า มีจุดจบที่ไร้ทั้งทรัพย์สินและอำนาจ สุดท้ายยังต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายว่าไม่อาจตั้งครรภ์ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตนางก็มิได้ตายในตำแหน่งพระชายาอวี้อ๋องดังที่ปรารถนาคนอย่างหลัวจื่อฉยงไม่มีทางฆ่าตัวตาย ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาหากกระทำอัตวินิบาตกรรมขึ้นมาถือเป็นความผิดมหันต์ หลังตายไม่เพียงไม่อาจสงบสุข ยังจะทำให้วงศ์ตระกูลต้องพลอยเดือดร้อนไปอีก จุดนี้หลัวจื่อฉยงได้ไตร่ตรองเป็นอย่างดีนางน่าจะมาถึงจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะถอยก็ถอยไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็ไร้หนทางแล้วแต่นางมิใช่พระโพธิสัตว์ ไม่คิดจะไปยุ่งเรื่องชาวบ้านของจวนอวี้อ๋อง นอกจากนี้นางก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปยุ่งและเซี่ยซางก็ไม่อยากให้นางยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นางคิดว่า ชาติก่อนแม้หลัวจื่อฉยงถูกหย่าอย่างน้อยก็ยังเหลือชีวิต ในชาตินี้หวังว่าชะตาชีวิตของนางอย่าได้แย่กว่าชาติที่แล้วเลยนางเพิ่งเข้าไปในตำหนักคุนหนิง ก็เห็นซูถิงหว่านเดินมาที่เบื้องหน้าของนางพร้อมกับดวงตาที่จ้องเขม็งมาที่นางอย่างดุเดือด ทว่าในไม่ช้า นางก็เก็บงำความโกรธในก้นบึ้งดวงตาแล้วเดินเข้ามาใกล้เจียงเฟิ่งหัวเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 305

    เจียงเฟิ่งหัวเหยียดหลังตรง เดินผ่านหน้าซูถิงหว่านไปอย่างสง่างาม ทำให้ซูถิงหว่านโมโหแทบตายแต่ก็ไม่กล้าแสดงออกนางคร้านจะสนใจสีหน้าซีดเผือดราวเถ้ากระดูกคนตายของนาง ไปส่งทุกคนถึงหน้าประตูตำหนักคุนหนิงด้วยตนเองในเวลานั้นเอง จู่ๆ เจียงเฟิ่งหัวก็รั้งพระชายาองค์ชายรองไว้ ดึงนางไปกระซิบถามที่ด้านข้างว่า “คอของพี่สะใภ้รองเป็นอะไรไป? ได้รับบาดเจ็บหรือ?”พระชายาขององค์ชายรองสวมเสื้อปกสูง ทั้งยังสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่อีก นางพยายามลดการคงอยู่ของตนลงมากที่สุดแล้ว แต่ก็ยังคงถูกเจียงเฟิ่งหัวค้นพบเข้าได้นางจึงเผยบาดแผลที่แขนออกมาให้เจียงเฟิ่งหัวดู จากนั้นก็เลิกคอเสื้อให้นางดูอีก รอยแผลถูกเชือกรัดออกมา นางเกือบขาดอากาศหายใจตายไปแล้ว นางจากบริเวณพวกนี้ บนมือ ขา เอว และแผ่นหลังของนางล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเซี่ยอวี้ทั้งสิ้น เขาคิดจะซ้อมนางให้ตายจริงๆหลังเจียงเฟิ่งหัวได้เห็นก็รู้สึกสะทกสะท้อนใจ กล่าวเสียงเบาว่า “แผลพวกนี้เป็นอวี้อ๋องตีอย่างนั้นหรือ?”พระชายาอวี้อ๋องหัวเราะเยาะตนเองทีหนึ่ง “นอกจากเขาแล้วยังจะมีผู้ใดกล้าลงมือกับข้าอีกเล่า”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ท่านก็

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 304

    โดยไม่รู้ว่า แผนการเล็กๆ ของนางกำลังจะพังทลายลงแล้วเมื่อเข้ามาในตำหนักคุนหนิง ซูถิงหว่านจึงได้พบว่าพระชายาทุกท่านล้วนอยู่ที่นี่ ด้านนอกหนาวจนคนฟันกระทบกัน แต่นางมีเสื้อคลุมตัวใหม่ที่แสนอบอุ่น ด้านคุณภาพมันถูกทำขึ้นจากขนมิงค์ ส่วนด้านรูปลักษณ์นี่เป็นแบบล่าสุดในตอนนี้ ในมือของนางยังถือเตาพกไว้ นอกจากปลายจมูกที่ถูกความเย็นทำให้แดงก่ำแล้ว นางก็ไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด ดูไปแล้วน่ารักเป็นอย่างมากสายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่ตัวนาง นางติดตามอยู่ที่ด้านหลังของเซี่ยซางอย่างสงบเสงี่ยมรู้ธรรมเนียม ทว่าภายในใจกลับกำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง ความรู้สึกที่ถูกผู้อื่นจับจ้องช่างดีจริงๆ ทว่า ทุกคนกลับรู้สึกว่าชายารองซูแต่งกายอย่างโอ้อวดเกินไปหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรฮองเฮาก็ถือเป็นแม่สามีของนาง นางเพิ่งมาถึงตอนนี้เดิมก็ไม่ผิดธรรมเนียมแล้ว เห็นแก่ที่นางเป็นเพียงชายารองมิใช่ชายาเอก จึงไม่มีผู้ใดตำหนินาง แต่การแต่งกายประดับประดาอย่างฉูดฉาดเย้ายวนยิ่งกว่าพระชายาเช่นนี้สถานการณ์แบบใดควรแต่งกายเช่นใด นางควรจะแยกแยะให้ออกสิ!เมื่อมาถึงเบื้องหน้าของฮองเฮา เซี่ยซางก็กล่าวว่า “เสด็จแม่ทรงประชวรแล้ว เจ้ามีฐานะเป็น

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 303

    “แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่หรวนหร่วน ตอนนี้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ สุขภาพของแม่ไม่สำคัญ การปกป้องหลานของข้าให้ดีจึงจะเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของเจ้า แค่กๆ…”ฮองเฮาปิดปาก “อย่าเข้ามาใกล้แม่เช่นนี้ อยู่ห่างออกไปสักหน่อย แม่จะได้ไม่ทำให้เจ้าติดโรคจนทำร้ายเด็กไปด้วย ซางเอ๋อร์ลูกดูแลหรวนหร่วนให้ดีก็พอ แม่ไม่เป็นไร แค่กๆ…”เจียงเฟิ่งหัวชื่นชมทักษะการแสดงของเฉิงฮองเฮาเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อนางได้ยินเสียงไอพวกนี้ นางยังรู้สึกสงสารและกังวลขึ้นมาในใจเลยต่อหน้าทุกคน เซี่ยซางไม่กล้าให้เจียงเฟิ่งหัวนั่งแล้ว ไม่เช่นนั้นหากถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา ที่ได้รับผลกระทบก็คือชื่อเสียงของนาง อีกทั้งนางทำดีมากแล้ว ยิ่งไม่อาจให้คนครอบชื่อเสียงอกตัญญูให้นางอย่างไร้เหตุผลแม้เสด็จแม่มีเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว แต่ในจวนอ๋องของเขามีผู้หญิงอยู่สองคน บัดนี้ คนหนึ่งมาคอยปรนนิบัติดูแลอย่างตั้งใจอยู่ที่นี่ อีกคนกลับไม่ถามไถ่ มิน่าเสด็จแม่จึงไม่เคยชอบซูถิงหว่านเลยตอนนั้น หากเขาแต่งซูถิงหว่านมาเป็นพระชายาเหิงอ๋องจริง ไม่รู้ว่าเสด็จแม่จะทรงเสียใจและเป็นทุกข์เพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกันเช่นนี้ ราชครูเจียงและเจียงฮูหยินน

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 302

    แต่หากฮองเฮาทำให้เขาโมโห เขาก็สามารถทอดทิ้งนาง ทรมานนางได้เช่นกันเพราะเขาคือฮ่องเต้ที่สูงส่งเหนือผู้ใด เคยชินกับการมีสตรีคอยเอาอกเอาใจและเชื่อฟังมานานแล้ว ก็แค่นั้นเอง ดังนั้นฮ่องเต้และฮองเฮาจะมีความผูกพันฉันสามีภรรยาได้สักเท่าไรนางรับรู้ได้ถึงความเย็นชาไร้น้ำใจของฮ่องเต้มีเพียงใช้ชีวิตอย่างไร้ใจไร้ไมตรีเท่านั้นจึงจะไม่เจ็บปวดนางคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าเส้นทางที่นางต้องเดินก็คือทางสายเก่าของฮองเฮา แต่เส้นทางของนางกับฮองเฮาก็แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนางจะกุมหัวใจของเซี่ยซางไว้ให้มั่น แล้วเหยียบซูถิงหว่านกับสกุลซูทั้งตระกูลขึ้นสู่ตำแหน่งหากมีวันหนึ่ง พวกมันได้รู้ว่า ความร่ำรวยหรูหรายศถาบรรดาศักดิ์ที่พวกมันเคยได้เพลิดเพลินในชาติก่อน ถูกตัวนางในชาตินี้ทำลาย ไม่รู้ว่าพวกมันจะสำนึกเสียใจต่อทุกสิ่งที่เคยทำร้ายนางหรือไม่เส้นทางนี้ทั้งยาวนานและยากลำบากอย่างยิ่ง ทว่าขอเพียงนางค่อยๆ วางแผนไปทีละก้าว ก็ไม่มีอุปสรรคใดที่ไม่อาจเอาชนะ นางมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะได้เห็นฉากที่พวกมันก้มกราบศิโรราบอยู่บนพื้นทางด้านนี้ เหล่าองค์ชายกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการแสดงออกถึงความกตัญญูของตน แ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 301

    เซี่ยซางได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นจึงไม่บังคับนางอีก ต้าโจวให้ความสำคัญกับจริยธรรมที่สุด การที่นางกตัญญูต่อเสด็จแม่ทำให้เขารู้สึกภูมิใจยิ่งเพื่อให้เจียงเฟิ่งหัวสบายขึ้นหน่อย เซี่ยซางสั่งให้คนนำเก้าอี้เล็กๆ มาไว้ข้างเตียง ท้องของนางไม่ใหญ่มาก ประกอบกับนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำให้ไม่เหนื่อย อ้าวเสวี่ยและเหลียนเย่ล้วนรออยู่ข้างนอก เขาได้สั่งให้คนไปรับคนทั้งสองมาเช่นกัน บัดนี้นางอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ข้างกายไม่อาจไร้คนดูแลกฎระเบียบภายในวังพวกนี้ เขาย่อมไปทูลขอให้เสด็จพ่อทรงอนุโลมเองเขาเห็นทั้งหมดว่า เจียงเฟิ่งหัวดูแลเสด็จแม่อย่างใส่ใจเพียงใด และก็รู้สึกภาคภูมิใจยิ่งที่ได้แต่งกับภรรยาทั้งงามสง่าและมีคุณธรรมเช่นนี้หมอหลวงหวังไปเขียนใบรายการยาและต้มยาด้วยตนเองอีกครั้งรอจนคนจากไป สี่หมัวมัวก็ก้าวออกมาเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน จากนั้นก็คุกเข่าลงตรงหน้าเซี่ยซางเพื่อขอรับโทษ“ล้วนต้องโทษบ่าวที่ไม่ได้ดูแลฮองเฮาให้ดี บ่าวมีความผิดเพคะ บ่าวก็เคยเกลี้ยกล่อมให้ฮองเฮาทรงคลายพระทัยแล้ว แต่พระนางตรัสว่ามักทรงรู้สึกผิด…”แววตาของนางดูร้อนใจคล้ายมีคำพูดที่อยากจะกล่าว แต่ก็ราวกับไม่กล้าเล่าสิ่งใดทั้งสิ้น เซี

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 300

    เฉิงฮองเฮาลืมตาขึ้นเล็กน้อย ราวกับสติไม่แจ่มใสนัก น้ำเสียงของนางแหบพร่าและอ่อนแรง “ซางเอ๋อร์มาแล้วหรือ แค่กๆ…แม่ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลหรอก” กล่าวจบนางก็หลับตาลงอีกครั้ง ราวกับเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าเหลือเกิน และคล้ายกลับหมดสติไปอีกครั้งแล้วดวงตาของเซี่ยซางแดงระเรื่อ เขาคุกเข่าลงข้างเตียง “เป็นลูกอกตัญญู เสด็จแม่ทรงป่วยหนักถึงเพียงนี้ ลูกกลับไม่รู้เลย เสด็จแม่ทรงไม่สบายที่ใดพ่ะย่ะค่ะ ให้หมอหลวงตรวจดูสักหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”ฮองเฮาส่ายหน้า หางตามีหยดน้ำตาซึมออกมา ในขณะที่สะลึมสะลือนางก็ร้องไม่หยุดว่า “เจ็บ”นางยิ่งเป็นเช่นนี้เซี่ยซางก็ยิ่งปวดใจ ถามว่านางเจ็บที่ใดนางก็บอกได้ไม่ชัดเจนเซี่ยซางสัมผัสหน้าผากของนาง ดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนใจ “เหตุใดจึงได้ร้อนเช่นนี้”เขารีบให้คนตักน้ำมา บิดผ้าเช็ดหน้าวางลงบนหน้าผากของนาง แล้วตวาดใส่นางกำนัลด้วยความโมโหทีหนึ่งว่า “พวกเจ้าดูแลเสด็จแม่อย่างไรกัน”นางกำนัลตกใจจนคุกเข่าลงกับพื้น “หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวว่า “ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะทำให้เสด็จแม่ทรงดีขึ้นได้อย่างไร หม่อมฉันได้ยินเสด็จแม่ร้องว่าเจ็บ เหตุใดจึงทรงเจ็บ แล้วเจ็

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 299

    “เช้าวันนี้ตอนที่หม่อมฉันจะเข้าวัง ได้ยินพ่อบ้านเฉิงพูดว่าจะจัดเตรียมชุดกันหนาวให้ชายารองซู ดูเหมือนชายารองซูจะเดินทางไกลนะเพคะ” เจียงเฟิ่งหัวกล่าวขึ้นมาอีก“นางจะไปที่ใดกัน ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วนางยังคิดจะไปที่ใดอีก” เฉิงฮองเฮากล่าวเสียงหนัก“แม่ทัพน้อยสกุลซูกลับเมืองหลวงแล้ว ชายารองซูน่าจะไปที่จวนสกุลซูเพราะฮูหยินผู้เฒ่าซูยังพักอยู่ที่นั่นเพคะ”“นางเฒ่านั่นจะกลับชายแดนแล้ว ได้กราบทูลต่อฝ่าบาททราบแล้ว”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวว่า “ชายารองซูคงมิได้คิดจะกลับไปกับฮูหยินผู้เฒ่าซูกระมังเพคะ!”“นางจะไปก็ไปเถอะ ทางที่ดีที่สุดอย่าได้กลับมาอีกตลอดกาลเลย…”นางเพิ่งกล่าวคำพูดนี้จบ เจียงเฟิ่งหัวก็เอ่ยเตือนว่า “ท่านอ๋องก็จะไปชายแดนแล้วเช่นกันเพคะ ชาวหูมีเจตนาจะก่อสงคราม ท่านอ๋องได้ถวายฎีกาขอออกศึกแล้วเพคะ รอได้รับราชโองการก็จะออกเดินทาง” พวกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เซี่ยซางบอกนาง นางมิได้โป้ปด ส่วนที่เหลือก็รอให้ฮองเฮาไปคาดเดาเอาเอง“ซูถิงหว่านคิดจะตามกองทัพไปทำศึกด้วย ราชสำนักต้าโจวไม่มีธรรมเนียมให้แม่ทัพพาสตรีในครอบครัวไปออกรบด้วยมาก่อน หากซางเอ๋อร์รับราชโองการแล้วนางคอยติดตามอยู่ด้านข้างจริงๆ นางคิ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 298

    เจียงเฟิ่งหัวรู้ถึงสถานการณ์ของสกุลเฉิง ชาติที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ ชีวิตของเฉิงฮองเฮาไม่ดี วันเวลาของสกุลเฉิงก็ไม่ดีไปด้วยแม้นางจะเป็นภรรยาเอกของเซี่ยซาง แต่ก็ทำให้สกุลเจียงทั้งตระกูลพลอยเดือดร้อนมีชีวิตอย่างยากลำบากเช่นกัน ดังนั้นนางจึงเข้าใจเฉิงฮองเฮาเป็นอย่างดีแต่เมื่อได้ฟังเฉิงฮองเฮากล่าวกับนางด้วยตนเองเช่นนี้ ความรู้สึกก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว อย่างน้อยที่สุด เฉิงฮองเฮาก็เห็นนางสะใภ้ผู้นี้เป็นคนกันเองแล้วหากเฉิงฮองเฮาเต็มใจช่วยนางจัดการกับซูถิงหว่าน นางก็ไม่รังเกียจจะช่วยพูดให้สกุลเฉิงต่อหน้าเซี่ยซางสักประโยคสองประโยคขอเพียงแม่ทัพเฉิงสามารถคว้าโอกาสไว้ได้ การที่พวกเขาคิดจะไต่เต้ายิ่งขึ้นไป ก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของสกุลเจียงแต่อย่างใดศัตรูที่พวกเขามีร่วมกันล้วนเป็นสกุลซู เรื่องดีๆ เช่นนี้เหตุใดนางจะไม่ทำเล่าเจียงเฟิ่งหัวยิ้มบางๆ ว่า “ความหมายของเสด็จแม่คือ หากท่านอ๋องจะออกศึก ทรงหวังให้พระองค์นำชนรุ่นหลังของจวนแม่ทัพเฉิงไปด้วยใช่ไหมเพคะ” ได้แต่ช่วยดันคนรุ่นหลังก่อน เพราะในชาติก่อน แม่ทัพเฉิงก็คว้าโอกาสนี้ไว้ไม่ได้ หากเขาไปขอราชโองการอย่างบุ่มบ่าม เกรงว่าจะทำให้ฮ่องเ

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status