แชร์

บทที่ 176

ผู้เขียน: กระต่ายน้อยใต้ดวงจันทร์
“ข้าไม่ได้ทำ” พระชายาอวี้อ๋องตะโกนใส่นาง

เจียงเฟิ่งหัวรู้ว่านางกำลังมีโทสะ เมื่อครู่ไม่กล้าตะโกนใส่อวี้อ๋อง และก็ไม่กล้าตะโกนใส่ผู้ที่ใส่ความนาง แต่ยามนี้กลับมาตะคอกใส่นาง นางอยากสะบัดหญิงที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีนางนี้ทิ้งไป แต่เมื่อคิดว่าหากปล่อยให้เรื่องวุ่นวายเช่นนี้ต่อไป เกรงว่านางคงถูกตีตายแน่

หลัวจื่อฉยงเพียงไร้ทายาทและปากร้ายไปหน่อยเท่านั้น ความผิดของนางยังไม่ถึงขั้นตาย

นางกระซิบเสียงเบาว่า “หากคิดอยากจะยืนยันความบริสุทธิ์ ก็คงต้องเหลือชีวิตอยู่จึงจะทำได้กระมัง หากวันนี้เขาตีท่านจนตาย ท่านอาจถูกครหาว่าฆ่าตัวตายเพราะความผิดด้วย ไม่แน่ว่าตอนนี้ผู้ที่ต้องการให้ร้ายพระชายาอาจกำลังดีใจอยู่ก็ได้” ราชวงศ์นั้นไร้น้ำใจเป็นที่สุด เพื่อศักดิ์ศรีแล้ว ไม่ว่าสิ่งใดพวกเขาก็ล้วนทำได้ทั้งสิ้น

หลัวจื่อฉยงสงบลงในเสี้ยววินาที “เจ้าต้องเชื่อข้านะ”

เมื่อนึกได้ว่านางเคยเหยียดหยามเจียงเฟิ่งหัวมาก่อน แล้วนางจะเชื่อนางได้อย่างไร

นางน่าจะเหยียบย่ำนางแรงๆ สักรอบจึงจะทำให้นางเปรมปรีดิ์มากกว่านี่

อันที่จริงแล้ว นางกับเจียงเฟิ่งหัวก็มิได้มีความแค้นใดต่อกัน ก็แค่เพราะคนเขามีรูปโฉมงดงาม และเซี่ยอวี้ก็มีสันด
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 1

    ภายในห้องหับวิจิตรงามสง่า สาวน้อยนางหนึ่งสวมชุดวิวาห์หรูหรานั่งอยู่หน้ากระจก ดวงหน้างามพิลาสของนางเผยรอยยิ้มอ่อนโยนมารดาของสาวน้อยกำลังแต่งตัวให้นาง มองดูลูกสาวตรงหน้าอย่างทั้งปลาบปลื้มและปวดใจ ลูกสาวที่เลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่กำลังจะออกเรือนแล้ว ดวงตาของนางแดงเรื่ออย่างอดไม่อยู่ “เดิมทีแม่อยากให้เจ้าอยู่ข้างกายอีกสักสองปี คิดไม่ถึงว่าเพิ่งถึงวัยปักปิ่นก็มีราชโองการประทานสมรสของฝ่าบาทลงมาเสียแล้ว”เจียงเฟิ่งหัวเอ่ยปลอบ “ลูกแต่งเข้าราชวงศ์ไปเป็นชายาอ๋อง พรั่งพร้อมด้วยเกียรติยศทรัพย์ศฤงคาร แพรพรรณอาหารชั้นเลิศ ชีวิตย่อมสุขสบายเป็นแน่แท้ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ ลูกจะต้องมีชีวิตที่ดีแน่นอน”“จ้ะๆๆ ลูกสาวแม่เป็นคนมีวาสนา คุณหนูสกุลใหญ่มีตั้งมากมาย ฮองเฮาทอดพระเนตรปราดเดียวก็เลือกเจ้าเป็นชายาของเหิงอ๋อง เขาเป็นลูกชายแท้ๆ ของฮองเฮา ฮองเฮายังโปรดเจ้ามากถึงเพียงนี้ วันหน้าจะต้องไม่ดูดายเจ้าแน่นอน” เฝิงจิ้งย่วนปีติยินดีจนน้ำตาไหล คิดถึงว่าเหิงอ๋องหล่อเหลาสง่างาม ความสามารถด้านศิลปศาสตร์โดดเด่น ทรงอำนาจบารมี ลูกสาวโฉมงามล่มเมือง เชี่ยวชาญทั้งดนตรี หมากล้อม เขียนพู่กันและวาดภาพ สกุลเจียงซึ่ง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 2

    เมื่อครู่ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วเวลากะพริบตาเดียวเท่านั้น ความเคลื่อนไหวของเซี่ยซางนับว่าว่องไว ดึงผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่ร่วงลงมาตรงอกเจียงเฟิ่งหัวคลุมศีรษะให้นางใหม่ หลังจากนั้นเขาก็กลับไปมีท่าทางห่างเหินที่ห้ามคนแปลกหน้าใกล้ชิดอีกครั้ง ไอเย็นห่อหุ้มรอบกาย แววตายิ่งเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ปราศจากความรู้สึกแม้เศษเสี้ยว น้ำเสียงหนักแน่นเปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดดังขึ้นริมโสตนาง “เจ้ายังดำเนินพิธีต่อได้หรือไม่?”เจียงเฟิ่งหัวพยักหน้าน้อยๆ “เพคะ”นางรู้ว่าถึงเซี่ยซางจะไม่ยินดีแต่งงานกับนาง แต่ก็ไม่มีทางเห็นคนประสบอันตรายแล้วไม่ช่วยเหลือ พวกเขาไม่เคยพบกันมาก่อน เจอกันครั้งแรกก็วีรบุรุษช่วยสาวงาม เท่านี้ก็พอให้ซูถิงหว่านที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชนถือสาแล้ว ส่วนว่าความเคลื่อนไหวของนางจะทำให้แม่สามีไม่พอใจหรือไม่นั้น มิได้อยู่ในขอบเขตการพิจารณของนางยามนั้นขุนนางผู้ดำเนินพิธีรีบเอ่ยว่า “ยิ่งไฟลุกยิ่งรุ่งโรจน์ ยิ่งโหมไหม้ยิ่งเป็นมงคล ชีวิตของพระชายากับท่านอ๋องจะต้องรุ่งโรจน์โชติช่วง เจริญรุ่งเรืองเป็นแน่แท้ ดำเนินพิธีมงคลสมรสต่อไปได้...”ทุกคนเห็นเจ้าสาวเพียงแวบเดียวก็เอ่ยวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความประหลาดใจ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 3

    ขนตาเจียงเฟิ่งหัวไหวระริก ใบหน้าเล็กๆ นั้นอดกลั้นจนแดงก่ำ นิ้วมือเรียวกระชับชุดชั้นนอกที่เดิมก็บางเบาอยู่แล้ว ยิ่งปกปิดยิ่งเผยให้เห็นเรือนร่างกลมกลึงของนาง เท้าเปลือยเปล่าคู่นั้นเปิดเผยอยู่เบื้องหน้าเขา ชวนให้คนเอ็นดูเหมือนภูตน้อยไม่มีผิดเซี่ยซางรีบเสสายตาหนี เอ่ยเสียงเย็นชา “แต่งตัวให้เรียบร้อย”เจียงเฟิ่งหัวก้มหน้ามอง พบว่าเท้าของตนเองเปลือยเปล่า นางบิดเอวคอดเดินผ่านหน้าเขาไป ด้านหนึ่งดึงอาภรณ์ลงปกปิดอย่างร้อนรน ด้านหนึ่งก็อธิบายเสียงเบา “หม่อมฉันไม่ได้ไม่รู้กฎระเบียบนะเพคะ ท่านอ๋องโปรดฟังหม่อมฉันอธิบายก่อน ตอนกลางวันชุดชั้นนอกของหม่อมฉันถูกไฟเผา หม่อมฉันเกรงว่าจะแลดูไม่เหมาะสม ครั้นกลับห้องหม่อมฉันจึงให้คนไปเตรียมน้ำอาบน้ำ เดิมคิดว่าจะแต่งตัวใหม่ แต่อาจเป็นเพราะเหนื่อยเกินไปจึงเผลอหลับไปโดยไม่ทันระวัง หม่อมฉันจึงลืมเวลาไปชั่วขณะ”“ข้าไม่ได้ถือสา” น้ำเสียงของเขาห่างเหินเย็นชา แววตามืดครึ้มเผยให้เห็นความไม่พอใจนางคิด สำหรับคนที่ไม่สนใจแล้ว ต่อให้เปลือยทั้งตัว เขาก็ไม่สนใจหรอกเจียงเฟิ่งหัวดวงตาเป็นประกาย นางหลบไปข้างๆ อย่างอ่อนแอขวัญอ่อน ดวงตาฉายแววลังเล กัดริมฝีปากสีแดงฉ่ำพึมพ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 4

    ปลายฤดูวสันต์ อากาศเริ่มร้อนระอุ บนร่างเจียงเฟิ่งหัวสวมชุดบางๆ ชั้นเดียวไม่หนาวและไม่ร้อน ในไม่ช้าก็นอนหลับไป ลมหายใจสม่ำเสมอเซี่ยซางอาบน้ำกลับมาก็เห็นนางนอนอยู่ด้านในสุดของเตียง เรือนร่างนางโค้งเว้าชัดเจน เอวคอดดุจกิ่งหลิว ขาเรียวงามโผล่ออกมานอกผ้าห่ม เปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดถึงที่สุด แขนเกลี้ยงเกลาดุจหยกพาดสะเปะสะปะ ดวงหน้างามพิสุทธิ์ผุดผาด ดวงตาทั้งสองหลับพริ้ม ขนตางอนงามสงบนิ่งดุจหญิงที่ยังไม่ออกเรือน ริมฝีปากแดงอิ่มเป็นมันวาว เย้ายวนชวนเสน่หาเซี่ยซางอึ้งไปชั่วขณะ เขาจำต้องยอมรับว่ารูปโฉมงามพิลาสของเจียงเฟิ่งหัวนั้นหาได้ยากยิ่ง เขานอนอยู่ด้านนอกสุดของเตียงโดยสวมอาภรณ์เรียบร้อย เว้นที่ว่างกว้างเท่าหนึ่งคนนอนได้ไว้ตรงกลาง กลิ่นหอมกรุ่นจางๆ ซ่านเข้าจมูก ตอนกลางวันขณะที่เขาอุ้มนางก็ได้กลิ่นหอมอ่อนจางเช่นนี้ หอมจรุงใจยิ่งนักเขาหลับตา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ เขากลั้นหายใจรวบรวมสมาธิ เตือนตัวเองว่าแม้จะนอนร่วมเตียงกับสตรีผู้หนึ่งก็สามารถทำได้ถึงขั้นจิตใจไม่วอกแวกเจียงเฟิ่งหัวไม่ใช่คนที่เขารัก นางเป็นเพียงสตรีอ่อนแอที่มีดีเพียงรูปโฉม ไม่อาจมีความคิดนอกลู่นอกทางกับนางเป็นอันขาดหันไปมองเจี

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 5

    วันนี้เซี่ยซางสวมชุดแพรทรงตรงสีม่วง ตรงเอวรัดด้วยแถบผ้าแพรปักดิ้นทองลายเมฆสีเดียวกันเส้นหนึ่ง ผมสีดำสนิทรวบไว้ครอบด้วยมงกุฎทองคำประดับหยก รูปร่างสูงโปร่งยืนแผ่นหลังตั้งตรง ทั้งตัวคนแลดูหล่อเหลาสง่างาม กอปรด้วยราศีสูงศักดิ์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดส่วนเจียงเฟิ่งหัววันนี้สวมเสื้อคลุมเนื้อบางสีม่วงอ่อน ข้างในสวมเกาะอกและกระโปรงร้อยจีบสีฟ้าเทา ไหล่กลึงเกลาดุจแกะสลัก เอวอ้อนแอ้นอรชร ลำคอของนางเรียวยาว ผิวพรรณขาวพิสุทธิ์เกลี้ยงเกลา บุคลิกภาพดุจกล้วยไม้ในหุบเขา การแต่งกายแต่ละแบบสามารถขับเน้นเสน่ห์ที่ไม่ซ้ำกันของนาง ผมทรงมวยเมฆาในวันนี้ยิ่งขับเน้นความสุภาพเรียบร้อย แลดูทั้งสง่างามและหรูหรา นางแต่งหน้าอย่างประณีตงดงาม เดินตรงมาทางเขาด้วยฝีเท้าแช่มช้า“หม่อมฉันคารวะท่านอ๋อง” น้ำเสียงของนางอ่อนหวาน ต่างจากท่าทางปล่อยตัวตามสบายเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนเมื่อคืนนี้ลิบลับ กิริยาที่นางแสดงออกก็คือมาดของชายาอ๋องเซี่ยซางใจสั่นระรัว หันหน้ามากล่าวเสียงเย็นชา “ตามธรรมเนียมแล้ว วันนี้ข้าจะต้องพาเจ้าเข้าวังไปคารวะขอบพระทัย ถ้าเจ้าเตรียมตัวเสร็จแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ!”“เพคะ” เจียงเฟิ่งหัวกล่าวอย่างไม่แข็งกร้าวไ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 6

    ภายในตำหนักคุนหนิง วังหมัวมัวรายงานเรื่องที่พวกเขายังไม่ได้ร่วมหอกันต่อเฉิงฮองเฮา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างนอก ฮองเฮาก็ทราบแล้วเช่นกัน ไม่ว่าเจียงเฟิ่งหัวทำได้อย่างไร สุดท้ายนางก็รักษาเกียรติของตนเองเอาไว้ได้เฉิงฮองเฮาเลิกคิ้วงามขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเสียงเรียบ “ถ้าเจียงเฟิ่งหัวเป็นคนมีความสามารถ การร่วมหอย่อมเป็นเรื่องไม่ช้าก็เร็ว จากที่เห็นวันนี้ นับว่าข้าเลือกชายาที่ดีคนหนึ่งให้ซางเอ๋อร์แล้วสินะ”“ท่านอ๋องเดี๋ยวประคองขึ้นเดี๋ยวประคองลง คิดว่าคงโปรดพระชายาเป็นแน่เพคะ” สี่หมัวมัวเอ่ยมาอีกว่า “องค์หญิงเก้าช่างไม่รู้ความเกินไปแล้ว มาถึงหน้าประตูตำหนักแล้วแท้ๆ ก็ยังไม่เข้ามาคารวะทักทายฮองเฮา ไม่รู้จริงๆ ว่ากุ้ยเฟยสั่งสอนอย่างไร”“ไม่ช้าก็เร็วนางจะต้องได้รับบทเรียนแน่” เฉิงฮองเฮารังเกียจเซี่ยหลิงเอ๋อร์ด้วยเช่นกันสี่หมัวมัวยินดีในคราเคราะห์ของผู้อื่น “ตั้งแต่กำหนดเรื่องมงคลของท่านอ๋อง กุ้ยเฟยก็ไปร้องไห้ต่อหน้าฝ่าบาทมาแล้วหนหนึ่ง บอกว่าคุณหนูซูกับท่านอ๋องของพวกเราชอบพอกัน ต้องการขอพระเมตตาให้คุณหนูซู สุดท้ายฝ่าบาทปฏิเสธกุ้ยเฟยไปโดยอ้างว่ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ยามนั้นสีหน้าปั้นยากยิ่งนัก

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 7

    ได้ยินเจียงเฟิ่งหัวเอ่ยเนิบช้าว่า “หม่อมฉันได้ยินท่านพ่อชื่นชมท่านอ๋องมาตั้งแต่เล็กแล้วว่าเพียบพร้อมทั้งบุ๋นบู๊ เฉลียวฉลาดมากความสามารถมาตั้งแต่ยังเยาว์ เคยเข้าไปประลองกับบัณฑิตมากมายในสำนักศึกษาหลวงจนสร้างชื่อได้ในคราวเดียว ต่อมา เผ่าหูรวบรวมไพร่พลสามแสนมาโจมตีต้าโจว กองทัพศัตรูรุดหน้าเหมือนผ่าลำไผ่ เมืองต่างๆ ของต้าโจวถูกตีแตกเมืองแล้วเมืองเล่า เหิงอ๋องในวัยเพียงสิบห้าปีนำกำลังคนสิบกว่าคนบุกเข้าค่ายทหารของศัตรูไปจับเป็นผู้นำทัพศัตรู เผ่าหูถอนทัพ ครานั้นท่านอ๋องคว้าชัยชนะมาให้ต้าโจวได้อย่างงดงาม ท่านอ๋องห้าวหาญเพียงนี้ นับว่าเป็นความชอบที่เสด็จแม่ทุ่มเทสั่งสอนมาเช่นกันเพคะ”กล่าวถึงความสำเร็จครั้งใหญ่ในอดีตของเซี่ยซาง ดวงตาเฉิงฮองเฮาทอประกายภาคภูมิใจ แต่ครั้นคิดถึงว่าบุตรชายมีความสามารถโดดเด่นปานนี้แต่กลับไม่ได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันอย่างอดไม่อยู่ ซางเอ๋อร์ไม่ได้รับความรักจากฮ่องเต้เป็นเพราะผลกระทบจากตนเองทั้งสิ้นดวงหน้าอ่อนเยาว์ของเจียงเฟิ่งหัวฉายแววกังขา “เสด็จแม่เป็นอะไรไปเพคะ?”“ยามนี้หัวใจทั้งดวงของซางเอ๋อร์อยู่ที่สตรีนางนั้น ข้าเองก็ปวดหัวเหมือนกัน” ฮองเฮ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 8

    อีกด้านหนึ่ง ฮองเฮาขอตำแหน่งผู้ดูแลเขตเมืองหลวงมาให้เหิงอ๋องได้จริงๆ นางกำลังดีใจอยู่ก็ได้ยินฮ่องเต้แค่นหัวเราะ “อายุน้อยดีแบบนี้เอง ไร้ทุกข์ไร้โศก กล้าหาญมิพรั่น อยากได้ตำแหน่งก็ไม่มาขอด้วยตนเอง”ฮองเฮารีบร้อนอธิบาย “ความจริงซางเอ๋อร์มีใจแสวงหาความก้าวหน้ามากนะเพคะ ตอนที่เขายังเล็กก็...”ฮ่องเต้วางฎีกาในมือลงบนโต๊ะอย่างหนักหน่วง “เพราถูกเจ้าตามใจจนเสียคนน่ะสิ เขาถึงได้ทำอะไรตามอำเภอใจเช่นนี้ ถ้าเขามีใจแสวงหาความก้าวหน้าจริงก็คงไม่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องสตรี อยู่ว่างทั้งวี่วัน ต่อให้ยกตำแหน่งผู้ดูแลเขตเมืองหลวงให้เขา เขาจะทำได้ดีงั้นรึ?”สีหน้าฮองเฮาบัดเดี๋ยวเขียวคล้ำบัดเดี๋ยวซีดขาว เล็บจิกเข้าเนื้อก็ไม่รู้สึกเจ็บ นางพลันเงยหน้าขึ้นจ้องมองฮ่องเต้ตรงๆ “ฝ่าบาทจะลำเอียงก็ไม่ต้องลำเอียงถึงขนาดนี้ก็ได้กระมัง หากฝ่าบาทมีใจยุติธรรมสักนิด ปฏิบัติกับเขาเช่นเดียวกับองค์ชายคนอื่น เขาจะอยู่ว่างทั้งวี่วันเช่นนี้หรือเพคะ? มีวาจาประโยคไหนของฝ่าบาทที่ไม่ดูถูกดูแคลนเขา ตอนยังเล็กเขาเป็นเด็กเฉลียวฉลาดถึงปานนั้น...”ฮองเฮาพูดพลางรำลึกถึงความสำเร็จที่แสนยิ่งใหญ่เมื่อครั้งเยาว์วัยของเซี่ยซาง ล้วนแต่เป็

บทล่าสุด

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 176

    “ข้าไม่ได้ทำ” พระชายาอวี้อ๋องตะโกนใส่นางเจียงเฟิ่งหัวรู้ว่านางกำลังมีโทสะ เมื่อครู่ไม่กล้าตะโกนใส่อวี้อ๋อง และก็ไม่กล้าตะโกนใส่ผู้ที่ใส่ความนาง แต่ยามนี้กลับมาตะคอกใส่นาง นางอยากสะบัดหญิงที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีนางนี้ทิ้งไป แต่เมื่อคิดว่าหากปล่อยให้เรื่องวุ่นวายเช่นนี้ต่อไป เกรงว่านางคงถูกตีตายแน่หลัวจื่อฉยงเพียงไร้ทายาทและปากร้ายไปหน่อยเท่านั้น ความผิดของนางยังไม่ถึงขั้นตายนางกระซิบเสียงเบาว่า “หากคิดอยากจะยืนยันความบริสุทธิ์ ก็คงต้องเหลือชีวิตอยู่จึงจะทำได้กระมัง หากวันนี้เขาตีท่านจนตาย ท่านอาจถูกครหาว่าฆ่าตัวตายเพราะความผิดด้วย ไม่แน่ว่าตอนนี้ผู้ที่ต้องการให้ร้ายพระชายาอาจกำลังดีใจอยู่ก็ได้” ราชวงศ์นั้นไร้น้ำใจเป็นที่สุด เพื่อศักดิ์ศรีแล้ว ไม่ว่าสิ่งใดพวกเขาก็ล้วนทำได้ทั้งสิ้นหลัวจื่อฉยงสงบลงในเสี้ยววินาที “เจ้าต้องเชื่อข้านะ”เมื่อนึกได้ว่านางเคยเหยียดหยามเจียงเฟิ่งหัวมาก่อน แล้วนางจะเชื่อนางได้อย่างไรนางน่าจะเหยียบย่ำนางแรงๆ สักรอบจึงจะทำให้นางเปรมปรีดิ์มากกว่านี่อันที่จริงแล้ว นางกับเจียงเฟิ่งหัวก็มิได้มีความแค้นใดต่อกัน ก็แค่เพราะคนเขามีรูปโฉมงดงาม และเซี่ยอวี้ก็มีสันด

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 175

    “ได้ยินว่าเกิดเรื่องกับท่านหญิงน้อย ตอนนี้กำลังตามหมอหลวงให้มารักษาน่ะ”“เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน แม่นมกับสาวใช้ล้วนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ มิใช่หรือ”“ไม่รู้เหมือนกัน เพียงชั่วขณะ ท่านหญิงน้อยเพิ่งอายุเดือนกว่า ใบหน้านั่นก็เป็นแผลแบบนี้ได้อย่างไร ช่างน่าสงสารจริง ๆ”เซี่ยซางกับเจียงเฟิ่งหัวมาที่เรือนด้านหน้าพอดี ก็เห็นเหล่าสาวใช้สีหน้าตื่นตระหนก เดินด้วยท่าทางร้อนรน ถามดูจึงได้รู้ว่า ที่แท้เป็นเพราะท่านหญิงน้อยถูกคนทำให้ใบหน้าเป็นแผล ทารกอายุแค่หนึ่งเดือนก็ถูกทำให้เสียโฉมเช่นนี้ ใครกันหนอใจไม้ไส้ระกำขนาดนี้เจียงเฟิ่งหัวกับเซี่ยซางล้วนเคยเห็นเด็กคนนั้น ใบหน้าน้อย ๆ เนียนนุ่มเหมือนเต้าหู้ หน้าเล็กยิ่งกว่าฝ่ามือของผู้ชาย คนแบบใดกันใจร้ายขนาดนี้ ไปทำร้ายเด็กเล็กเช่นนี้ได้สองสามีภรรยาก็รีบไปทางเรือนด้านหลังอย่างรีบเร่ง ก็ได้ยินพระชายาอ๋องสี่ร้องห่มร้องไห้จนฟ้าถล่มดินทลาย ส่วนคนที่นางก่นด่ายิ่งเป็นคนที่ทุกคนต่างคาดไม่ถึง ซึ่งก็คือหลัวจื่อฉยง พระชายาอวี้อ๋อง หรือว่าเป็นพระชายาอวี้อ๋องที่ทำร้ายท่านหญิงน้อย?คนที่อยู่รอบ ๆ ก็วิพากษ์วิจารณ์กล่าวโทษ “ตัวเองมีลูกไม่ได้ นางจึงได้ลงมืออย่างอำมหิตเ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 174

    ดวงตาของจางอวี่มั่วแดงก่ำไปหมด น้ำตารื้น “เฟิ่งหัว ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณเจ้าที่ไม่ปิดบังข้า”เจียงเฟิ่งหัวงงงวย นางรู้อะไรเข้าหรือ?เห็นว่าน้ำตาร่วงเผาะลงบนแก้มของจางอวี่มั่ว นางก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้นาง “เหตุใดท่านจึงชอบพี่ใหญ่ของข้ากัน ที่จริงแล้วเขาเงียบขรึมไร้อารมณ์ เอาอกเอาใจผู้หญิงให้มีความสุขไม่เป็นอีกด้วย เขาก็แค่หน้าตาหล่อเหลากว่าชายอื่นอยู่บ้างเท่านั้น ไม่มีข้อดีอะไรเลย”“เขาดีกับเจ้ามากเลยนะ เฟิ่งหัว” จางอวี่มั่วกล่าวเจียงเฟิ่งหัวอยากพูดว่านางเป็นน้องสาวของเขาอย่างไรเล่า เขาย่อมดีกับนางเป็นอย่างมากอยู่แล้วก็ได้ยินจางอวี่มั่วกล่าวอีกว่า “ถึงแม้เขาจะเอาใจผู้หญิงให้มีความสุขไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ข้าก็ไม่ได้ใส่ใจ” นางชอบที่เขามากความสามารถ ชอบท่าทางอันสง่างามของเขา ชอบทุกสิ่งทุกอย่างของเขานางกล่าว “วันนั้นที่เขาวิ่งเข้ามาคุยกับข้าอย่างกะทันหัน หัวใจข้าแทบจะหลุดออกมาแล้ว”นางถึงขั้นเคยคิดว่าหากเจียงจิ่นเหยียนยินดีรับนางไว้ นางก็ยอมเป็นอนุภรรยาของเขาได้เจียงเฟิ่งหัวรู้สึกว่าเจียงเฟิ่งหัวรักอย่างต่ำต้อยด้อยค่าเกินไปแล้ว เหมือนตัวเองในชาติที่แล้วไม่มีผิด หากจางอวี่มั่ว

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 173

    วันนี้จางอวี่มั่วก็มาที่จวนอ๋องสี่นางมองไปแวบแรกก็เห็นเจียงเฟิ่งหัว จึงรีบไปต้อนรับ “คารวะพระชายาเหิงอ๋องเพคะ” “พี่หญิงจางมากพิธีอีกแล้ว” วันนี้นางมาก็เพราะอยากพบจางอวี่มั่วสักหน่อย เดิมทีพี่ใหญ่ของนางกลับมาเมืองหลวงพักใหญ่แล้ว และยังได้รับแต่งตั้งจากฮ่องเต้ให้เป็นขุนนางอีก ก็เริ่มยุ่งกับงานขึ้นมาที่ยิ่งประหลาดกว่านั้นคือซางอวี๋เพียนเพียนไม่ได้พักอยู่ที่ที่พักแรมด้วยสถานะองค์หญิง แต่กลับเข้ามาอยู่ที่จวนสกุลเจียงเลย ทั้งสกุลเจียงกลัวจนตัวสั่นงันงก ไม่มีใครไม่รอบคอบระมัดระวังเรื่องนี้แพร่ไปสู่ด้านนอกไม่มากก็น้อย แต่ว่าทุกคนรู้เพียงว่ามีหญิงนางหนึ่งเข้ามาอยู่จวนสกุลเจียง แต่ไม่รู้ว่านางคือองค์หญิงแห่งแคว้นเจาซี ยังมีคนหยอกเย้าเจียงฮูหยินอีกด้วยว่าสกุลเจียงกำลังจะมีข่าวดีใช่หรือไม่ เนื่องจากลูกชายไม่ได้ตอบรับ มารดาเจียงจึงไม่สะดวกที่จะตอบ ได้แต่บอกอย่างขอไปทีว่าเป็นญาติห่าง ๆ ที่มาขออาศัยอยู่ชั่วคราวเจียงเฟิ่งหัวก็กำลังยุ่งกับเรื่องศาลาการกุศล จึงไม่ได้ส่งจดหมายเชิญไปยังจวนสกุลจางเพื่อนัดพบนางเจียงเฟิ่งหัวกล่าว “พวกเราไปดูท่านหญิงน้อยกันก่อนเถอะ”จางอวี่มั่วกล่าว “ได้ ข้านำทาง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 172

    เจียงเฟิ่งหัวไม่ได้คิดถึงขั้นนี้ นางก็เพียงแค่กังวลเรื่องจางอวี่มั่วเท่านั้น นางไม่อยากให้ชีวิตคนคนหนึ่งต้องดับสลายไปแบบนี้ ยิ่งไม่อยากให้พี่ใหญ่ต้องรู้สึกผิดเพราะเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต ดังนั้นนางจึงคิดว่านางต้องทำอะไรบ้าง เพื่อช่วยพวกเขานางกล่าว “เดิมทีหม่อมฉันคิดไว้เป็นอย่างดีแล้วว่า รอพี่ใหญ่กลับมา หม่อมฉันก็จะสร้างโอกาสให้เขากับจางอวี่มั่ว แต่ตอนนี้กลับมีซางอวี๋เพียนเพียนโผล่มาอีก”“นางคือองค์หญิงรัชทายาทแห่งแคว้นเจาซีนะ หากนางไม่ได้ครอบครองชายที่นางหมายปองจะเกิดผลร้ายอะไรตามมา” เซี่ยซางเตือนสตินาง “แคว้นเจาซีกับอาณาจักรต้าโจวเพิ่งตกลงเงื่อนไขในการร่วมมือกัน จะทำลายสนธิสัญญานี้เพราะเรื่องความรักของพี่ใหญ่เจ้าไม่ได้เด็ดขาด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องจัดการให้ดี”เจียงเฟิ่งหัวยิ่งไม่สบายใจ นางคิดว่าตัวเองวางกลยุทธ์ไว้เป็นอย่างนี้ แม้แต่เซี่ยซางก็ยังอยู่ในกำมือนาง แต่ว่าเรื่องบางเรื่องอยู่นอกเหนือการควบคุมของนางเจียงจิ่นเหยียนยังนำข่าวดีกลับมาบอกเซี่ยซางอีกด้วย สิ่งของที่หายไปจากสุสานหลวงแห่งอาณาจักรต้าโจวได้คืนมาครบแล้ว แม้แต่ตราสั่งการกองทัพตัวต้นฉบับของอาณาจักรต้าโจวก็หาพบแล้ว เคร

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 171

    สองเดือนผ่านไป เจียงจิ่นเหยียนกลับมาแล้ว และยังมีซางอวี๋เพียนเพียนกลับมากับเขาด้วย เจียงเฟิ่งหัวได้เห็นนางอีกครั้งก็ตะลึงงันทันที นางมิใช่องค์หญิงแคว้นเจาซีหรอกหรือ?ราชทูตแคว้นเจาซีกลับแคว้นไปหมดแล้ว เหตุใดนางจึงยังอยู่ที่นี่ กลับมากับพี่ใหญ่ได้อย่างไรนางจำได้ว่าชาติที่แล้วซางอวี๋เพียนเพียนกับพี่ใหญ่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันเลย นางจะได้สืบทอดตำแหน่งจักรพรรดินีแห่งแคว้นเจาซี สิบกว่าปีหลังจากนั้นอาณาจักรต้าโจวกับแคว้นเจาซียังถึงขั้นกระทบกระทั่งกันบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซางอวี๋เพียนเพียนไม่ได้เจรจาได้ด้วยง่าย ๆ แบบจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันเลย นางบอกว่าจะรบ นั่นก็คือจะรบหรือว่านางถูกตาต้องใจพี่ใหญ่ อยากพาพี่ใหญ่ไปเป็นพระราชสวามีที่แคว้นเจาซี หากเป็นเช่นนี้ จางอวี่มั่วรักเขามาตั้งหลายปีขนาดนี้ รอเขามานานขนาดนี้ จะทำอย่างไรกันเล่า หรือว่าจางอวี่มั่วจะยังคงได้แต่รักแต่ไม่ได้ครอบครอง ถึงกับไปสู่ชะตากรรมที่กระโดดลงแม่น้ำเพื่อจบชีวิตตัวเองเหมือนว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงเวลาที่จางอวี่มั่วจะกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายแล้ว นางจำได้ว่าตอนที่นางจากไป หิมะและน้ำแข็งปกคลุมพื้นผิวทะเลสาบทั้งหมด ร่างของนางจม

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 170  

    เจียงเฟิ่งหัวเข้าอกเข้าใจอย่างถึงที่สุด นางรู้สึกเศร้าโศกยิ่งนัก สตรีที่มีชะตาชีวิตเหมือนหูเจียวเหนียง แม้แต่งงานไปแล้ว แต่ชีวิตก็มิได้สุขสบาย บัดนี้ยังต้องเลี้ยงดูบุตรอีกสามชีวิต เกรงจะยิ่งลำบากมากกว่าเก่า แต่กระนั้นนางก็ยังมิอาจตัดใจทอดทิ้งลูก ๆ ของตนเองได้ “ท่านอ๋อง” เจียงเฟิ่งหัวจ้องมองเซี่ยซาง “ต่อจากนี้ท่านอ๋องอย่าซื้ออาภรณ์แพรพรรณเครื่องประดับศีรษะใด ๆ ให้หม่อมฉันอีกเลย หม่อมฉันจะบอกพี่หญิงรองของหม่อมฉันด้วยว่ามิต้องส่งสิ่งของเหล่านี้มาให้หม่อมฉันแล้ว เปลี่ยนทั้งหมดเป็นเงินแล้วส่งมาจุนเจือพวกนางดีกว่าเพคะ” “เด็กโง่ หากทุกคนคิดเช่นนี้ พวกนางจะยิ่งมีชีวิตลำบากขึ้นนะ” เซี่ยซางรู้ดีว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะทางการไร้ความสามารถ ราชสำนักไร้ประสิทธิภาพ จึงทำให้คนในแผ่นดินจำนวนมากมายถึงเพียงนี้มิอาจมีชีวิตต่อไปได้ หากว่าทุกคนมีข้าวกิน ใครเล่าจะพาเด็กเหล่านี้มาทิ้ง หากบุรุษรู้จักให้เกียรติภรรยา ก็จะไม่ปล่อยให้หูเจียวเหนียงถูกครอบครัวทารุณ ถูกแม่สามีใจร้ายรังแกแบบนั้น หากว่าคนสารเลวแบบหยางจิ้งลดลง ก็จะไม่มีสตรีถูกข่มเหงย่ำยีศักดิ์ศรีแล้ว เขาในฐานะท่านอ๋อง จะต้องไม่หยุดเพียงแค่คลี่ค

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 169  

    ณ สำนักหลิงอวิ๋น เมื่อเจียงเฟิ่งหัวปรากฏตัวที่สำนักหลิงอวิ๋นด้วยชุดบุรุษแล้ว ถานหว่านชิงถึงกับผงะไป นางมาอยู่ที่นี่กับเหิงอ๋องได้อย่างไร เมื่อไม่กี่วันก่อนนางเพิ่งจะส่งข่าวมาบอกว่าอีกไม่นานจะได้พบนางเร็ว ๆ นี้ คิดไม่ถึงว่าจะเร็วขนาดนี้ เซี่ยซางเห็นถานหว่านชิงอ้าปากเหวอจ้องเจียงเฟิ่งหัวตาไม่กะพริบก็ถามว่า “เจ้าสำนักถานรู้จักหรือ” ถานหว่านชิงตอบตะกุกตะกัก “ชายผู้นี้ดูคุ้นหน้าคุ้นตานัก พวกเราใช่เคยพบกันที่ใดสักที่หนึ่งหรือไม่” เจียงเฟิ่งหัวอยากจะกลอกตาใส่ ถานหว่านชิงเจ้าคนผู้นี้กำลังจะเล่นละครอีกแล้ว นางเอ่ยด้วยเสียงขรึมว่า “ข้าไม่รู้จักท่าน” ถานหว่านชิงยื่นมือออกไปคลำลำคอของเจียงเฟิ่งหัวเพื่อตรวจสอบลูกกระเดือก จากนั้นก็มองไปที่รูเจาะหูของนาง “เจ้าเป็นสตรี เช่นนั้นพวกเราจะต้องเคยพบกันมาก่อนแน่” เจียงเฟิ่งหัวหลบไปอยู่ด้านหลังเซี่ยซาง “คนที่ท่านอ๋องพามาพบหม่อมฉันคือใครหรือเพคะ ไฉนมือเท้าจึงอยู่ไม่สุขนัก หม่อมฉันไม่รู้จักนาง” ใบหน้าของเซี่ยซางฉายประกายสงสัย “เจ้าสำนักถานเคยพบพระชายาของข้าที่ใดหรือ?” ถานหว่านชิงเพิ่งจะรู้ตัวว่าเสียมารยาทไปแล้ว “ที่แท้ก็เป็นพระชายาเหิงอ๋อง หว่า

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 168  

    “เสด็จพ่อพระราชทานสมรสแล้ว เจ้ายังจุกจิกเรื่องความประพฤติของข้าอีกหรือ” เจียงเฟิ่งหัวรีบยกมือปิดปาก รู้ตัวว่าเผลอพลั้งปากพูดสิ่งที่มิควรออกไปแล้ว จึงพูดตะกุกตะกักออกมา “หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ” เซี่ยซางกลับมิได้ถือสานาง ถึงอย่างไรราชครูเจียงก็เป็นอาจารย์ผู้ซึ่งมีหน้าที่ให้ความรู้อบรมคนอยู่แล้ว สกุลเจียงก็เป็นตระกูลที่สูงส่งด้วยคุณธรรมและความบริสุทธิ์ แม้ฮ่องเต้จะพระราชทานพิธีสมรสให้แล้ว ก็ใช่ว่าเจียงหวยจะไม่จำเป็นต้องพินิจพิจารณาแล้วว่าว่าที่บุตรเขยของตนเป็นคนอย่างไร คุณธรรมความประพฤติเป็นอย่างไร นั่นคือเรื่องปกติของคนทั่วไปอยู่แล้ว เขาจงใจหยอกเย้านางมากกว่า “หากข้าคุณธรรมความประพฤติไม่ดีขึ้นมา เจ้าจะทำเช่นไรหรือ?” เจียงเฟิ่งหัวไม่หลงกลคำพูดของเขา จึงถามกลับว่า “ไฉนคุณธรรมความประพฤติของท่านอ๋องจึงไม่ดีเพคะ?” เซี่ยซางถูกนางถามก็สะอึกไป คุณธรรมความประพฤติจะดีหรือไม่ดีนั้นขอบเขตเป็นเช่นไรหรือ เขาไม่กล้าบอกว่าตนเองเป็นคนดี แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นคนชั่วร้ายหรอกกระมัง “ภายในใจของหม่อมฉัน ท่านอ๋องมีคุณธรรมและความประพฤติเป็นเลิศ เป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ของประชาชน ท่านพ่อบอกเสมอว่าคนที่สามารถ

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status