Share

บทที่ 125

Author: กระต่ายน้อยใต้ดวงจันทร์
เมื่อขึ้นไปบนรถม้าแล้ว เซี่ยซางก็หยิบเสื้อคลุมมาคลุมลงบนร่างของนาง จากนั้นโอบนางไว้ในอ้อมกอดช่วยนางเช็ดผม เจียงเฟิ่งหัวดึงมือเขาออกไป “ท่านอ๋องก็เปียกโชกไปทั้งตัวเหมือนกัน ให้หม่อมฉันเช็ดให้ท่านด้วยเถอะเพคะ”

“ร่างกายของข้าสบายดี แต่เจ้านั่นแหละ อย่าได้เป็นหวัดเชียว” เซี่ยซางเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

น้ำเสียงของเขาอ่อนละมุน แต่เมื่อดังเข้าหูซูถิงหว่านกลับทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง รถม้าอันกว้างขวางอย่างน้อยก็สามารถรองรับได้สามถึงสี่คน พวกเขากลับอิงแอบแนบชิดพลางแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกัน นางจึงกล่าวอย่างอดไม่ได้ว่า “เจียงเฟิ่งหัว เจ้าอย่าได้เสแสร้งอีกเลย เจ้าจงใจลงไปร่ายรำยั่วยวนอาซาง”

เซี่ยซางคิดไม่ถึงว่า ยามนี้ซูถิงหว่านจะพูดจาหยาบกระด้าง ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นได้ถึงเพียงนี้ เขามองนางผิดไปจริงๆ ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก

เจียงเฟิ่งหัวก็เขยิบกายนั่งห่างออกจากเซี่ยซางออกไปช่วงหนึ่ง แววตาของนางกระจ่างใส “ชายารองซูหมายความว่าอย่างไร?”

ต่อหน้าของเซี่ยซาง ซูถิงหว่านกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้ากระโดดลงจากรถม้า”

เจียงเฟิ่งหัวเบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 126

    มีเพียงเจียงเฟิ่งหัวเท่านั้นที่ถูกปิดบังไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียว เรื่องพวกนี้เซี่ยซางก็ไม่ได้คิดจะให้เจียงเฟิ่งหัวรู้ คิดว่าเจียงจิ่นเหยียนก็ไม่คิดจะให้นางถูกม้วนเข้าสู่การต่อสู้ในวังหลังเช่นกัน แต่วิธีการของเขานับว่าตรงไปตรงมาเกินไปจริงๆเจียงเฟิ่งหัวเบิกตากว้างมองไปยังเซี่ยซาง ความตกใจ สับสน และไม่เข้าใจ อารมณ์ต่างๆ ประดังกันเข้ามา “ท่านอ๋องบอกว่าซูกุ้ยเฟยต้องการทำร้ายหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่มีความแค้นใดกับนาง เหตุใดนางต้องทำร้ายหม่อมฉันด้วย”แน่นอนว่าที่นางต้องการทำร้ายเจ้าก็เพื่อซูถิงหว่านอย่างไรล่ะ เจ้านี่มันช่างโง่งมจริงๆยิ่งนางเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่านางมีจิตใจที่บริสุทธิ์ดีงามที่เจียงเฟิ่งหัวคิดคือ เมื่อกำจัดซูกุ้ยเฟยก็เท่ากับกำจัดคนหนุนหลังอันแข็งแกร่งของซูถิงหว่านออกไป เพราะการกดซูถิงหว่านไว้เพียงอย่างเดียวไม่อาจสั่นคลอนสกุลซูได้แม้เพียงเศษเสี้ยว ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อยนางก็เพียงค่อยๆ ขุดความปรารถนาในใจของซูถิงหว่านออกมาทีละน้อย แล้วปล่อยให้เซี่ยซางได้เห็นชัดว่า นางก็แค่คนที่ใช้เป็นแต่ลูกไม้สกปรกแบบซูกุ้ยเฟยเท่านั้น สุดท้าย เขาจะรับรู้ความจริงจากตัวซูถิงหว่า

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 127

    ตั้งแต่เช้าตรู่ ท่านหมอหลวงเหมยก็รีบเข้าไปในจวนเหิงอ๋องอย่างเร่งร้อนโดยไม่กล้าหยุดพัก หลังตรวจอาการเสร็จ หมอหลวงเหมยก็กล่าวว่า “ท่านอ๋องทรงงานหนักสะสมกันจนร่างกายอ่อนแอ สิบวันก่อนก็มีอาการแล้ว ยามนี้ยังทรงตากฝนอีก โรคจึงปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ทำให้อาการหนักเช่นนี้ ยังดีที่เมื่อคืนพระชายาทรงทำการลดไข้ลงมา หากความร้อนสะสมกันอยู่ภายในร่างกาย และท่านอ๋องก็หมดสติไม่รู้ตัวอีก เกรงว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้พ่ะย่ะค่ะ”เซี่ยซางพูดไม่ออก เขาคิดไม่ถึงว่าจะร้ายแรงถึงเพียงนี้ ความรู้สึกขอบคุณภายในใจที่มีต่อเจียงเฟิ่งหัวยิ่งมากขึ้นไปอีก เขาเขียนลงบนกระดาษว่า ‘เหตุใดพระชายาจึงพูดไม่ออกด้วย เพราะอะไรนางจึงได้เป็นหนักเช่นนี้’เสียงเพลงของนางไพเราะถึงเพียงนั้น หากในอนาคตไม่สามารถร้องเพลงได้นางต้องเสียใจแน่ เขาจึงเขียนอีกว่า ‘หมอหลวงเหมย ท่านจะต้องรักษาลำคอของพระชายาให้หายดีให้ได้’“ท่านอ๋องโปรดวางใจ กระหม่อมจะฝังเข็มให้พระชายา ในไม่ช้าพระชายาก็จะสามารถเอ่ยปากพูดได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”“พระชายาก็ทรงถูกไอเย็นทำร้ายเพราะตากฝนเช่นเดียวกัน เพราะลำคอบวมพองทำให้เส้นเสียงอุดตัน จึงเป็นเหตุให้ออกเสียงลำบากพ่ะย่ะค่

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 128

    เจียงเฟิ่งหัวเงยหน้าขึ้นจ้องมองเขา จากนั้นก็หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนเช่นกันว่า ‘ท่านอ๋องก็ต้องทรงพักผ่อนเช่นกันนะเพคะ เรื่องงานราชการนั้นสามารถพักไว้ก่อนได้’เซี่ยซางรู้สึกจนใจ ‘พระชายาเปิดรับคดีที่หน้าประตู เวลานี้พ่อบ้านเฉิงได้รับคดีความต่างๆ มาเป็นจำนวนมาก หากรับอย่างเดียวแต่ไม่จัดการ ก็จะกลายเป็นไร้ความหมายแล้ว ข้าจำเป็นต้องรีบจัดการ เพื่อมอบคำอธิบายให้แก่ราษฎร ‘เดิมเจียงเฟิ่งหัวพอพูดได้อยู่บ้าง เพียงแต่รู้สึกไม่สบายลำคอ และเสียงก็ยังไม่เพราะอีก นางจึงเขียนต่อว่า ‘เป็นหม่อมฉันสร้างปัญหาให้ท่านอ๋องแล้ว’เซี่ยซางอยากเดินเข้าไป แต่ก็ต้องอดกลั้นไว้ ‘ไม่ใช่ เป็นข้าที่ควรขอบคุณเจ้า ขอบคุณพระชายาที่คิดแทนข้าในทุกเรื่อง ข้ายินดีที่จะจัดการเรื่องคดีความ รับฟังเสียงของประชาชน’เจียงเฟิ่งหัวไม่กล่าวมากความอีก นางไม่กล้ารับความชอบ เซี่ยซางเป็นผู้ที่มีความสามารถ นอกจากนี้ วัตถุประสงค์ของนางก็คือการให้เขาได้ทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่นนี้เขาจึงจะสามารถเพิ่มพูนชื่อเสียงในใจของราษฎรได้ นางกำลังปูทางให้เซี่ยซางหลังเซี่ยซางเดินไป หันกลับมามองนางไปอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่หลายครั้ง ในที่สุดเ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 129

    เซี่ยซางรู้สึกอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา ในนี้ใส่สิ่งใดลงไปกัน เหตุใดจึงได้รสชาติแย่เช่นนี้ เขาเขียนอีกครั้ง ‘พระชายาก็ดื่มเจ้านี่เหมือนกันหรือ’หลินเฟิงพยักหน้า “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”‘นางดื่มไปแล้วหรือยัง?’หลินเฟิงเหลือบมองครั้งหนึ่งแล้วส่ายศีรษะ “ไม่ได้ดื่มพ่ะย่ะค่ะ พระชายาก็ทรงรู้สึกว่าดื่มยากเช่นกัน สวีหมัวมัวกำลังเกลี้ยกล่อมนางพ่ะย่ะค่ะ”หลินเฟิงแอบนินทาอยู่ในใจ ‘ใครใช้ให้เมื่อคืนพวกท่านสองสามีภรรยาหาเรื่องกันเล่า เหตุใดเมื่อคืนตอนเต้นรำท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักนั่น จึงไม่คิดถึงผลที่จะตามมา ทรมานไปเถอะ!’เซี่ยซางหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนคำว่า ‘พิจารณาใหม่อีกครั้ง’ ลงบนหนังสือคำร้อง จากนั้นก็ลุกจากที่นั่ง แล้วมุ่งหน้าเดินออกไปหลินเฟิงถือยาไล่ตามไป “ท่านอ๋อง ทรงดื่มยาก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ ยังทรงอยากหายดีอยู่หรือไม่ ลูกผู้ชายอกสามศอก ยังกลัวการดื่มยาได้อย่างไร หากลือออกไปความน่าเกรงขามของท่านอ๋องจะเอาไปไว้ที่ใดกันพ่ะย่ะค่ะ…”เมื่อมาถึงหอหล่านเยว่ เซี่ยซางเห็นเจียงเฟิ่งหัวกำลังเอนกายพิงอยู่บนตั่งนุ่มอย่างเกียจคร้านผ่านทางหน้าต่าง ขาทั้งสองข้างของนางขดเข้าหากัน สง่างามทว่าปล่อยตัวตามสบาย ในมือ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 130

    หลินเฟิงกล่าวว่า “ท่านอ๋องก็ไม่ได้ดื่ม แถมยังอาเจียนออกมาด้วย ท่านหมอหลวงเหมยก็บอกไว้แล้วว่า ต้องกินยาอาการป่วยจึงจะหาย แต่เป็นตายอย่างไรก็ทรงไม่ยอมดื่ม”สองสามีภรรยาสบตาอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง พวกเขาต่างรู้สึกเขินอายที่กลัวการกินยาเมื่อหลินเฟิงเห็นท่าทางของคนทั้งสองก็อดหยอกล้อไม่ได้ เขาจงใจกล่าวว่า “ในเมื่อท่านอ๋องกับพระชายาไม่เต็มที่จะดื่มยา ก็ไม่ต้องดื่มแล้ว พวกเราที่เป็นข้ารับใช้ก็ไม่อาจบังคับให้เจ้านายดื่มยาไม่ใช่หรือ แต่ท่านหมอเหมยบอกไว้แล้วว่า หากหนึ่งวันไม่หาย ท่านอ๋องกับพระชายาก็ไม่อาจพบหน้ากันต่อไปอีกหนึ่งวัน ยามสนทนาก็ต้องอยู่ให้ห่างไปไกล แต่ว่าท่านอ๋องกับพระชายาต่างก็กลายเป็นคนใบ้แล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาเท่าไหร่ เช่นนั้นก็ปล่อยไปแบบนี้ไปเถอะ”สวีหมัวมัวก็ฟังความนัยที่แฝงอยู่ออกเช่นกัน จึงยกชามยาขึ้นมา เตรียมจะเดินออกไปทันที “ไม่ดื่มก็ไม่ดื่ม พักรักษาตัวสักพักก็หายดีได้เหมือนกัน เพียงแต่ระยะเวลาจะนานหน่อย แล้วก็ทรมานอยู่บ้าง…”เจียงเฟิ่งหัวไม่แม้แต่จะคิด ยื่นมือไปแย่งยามา แล้วกลั้นหายใจฝืนดื่มยาเต็มชานั่นลงไป เมื่อดื่มเสร็จ คิ้วกับจมูกของนางก็ย่นเข้าหากันเป็

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 131  

    เจียงเฟิ่งหัวเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง ซูถิงหว่านจึงรู้สึกว่าเป็นอิสระมากขึ้น จากนั้นก็พยายามเอาอกเอาใจเซี่ยซาง “ท่านอ๋อง ท่านลองชิมปลานี้สิเพคะ” เซี่ยซางชี้นิ้วไปที่ลำคอของตนเอง สื่อว่าเจ็บ กินไม่ได้ ทว่านางกลับคีบชิ้นปลาชิ้นหนึ่งป้อนไปริมฝีปากของเขา พลางยิ้มน้อย ๆ “หวานหว่านป้อนให้เพคะ!” เซี่ยซางอึ้งงัน เขามิได้บอกว่าอยากกินปลา เห็นท่าทางเอาอกเอาใจของนางแล้ว เขาอยากบอกว่าหวานหว่านเจ้าอย่าทำเช่นนี้เลย ซูถิงหว่านวางตะเกียบลง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงท่วมท้น “อาซาง ข้าอยากกลับไปเหมือนเมื่อก่อน กลับไปสู่วันที่เราสองคนอยู่ด้วยกันอย่างไร้ความกังวลใจ ทว่าบัดนี้ข้าค้นพบแล้วว่าข้าได้เปลี่ยนไปแล้ว ข้ากลับกลายเป็นคนที่มีแต่ความกลัดกลุ้ม เห็นท่านกับพระชายารักใคร่กลมเกลียวกันขึ้นทุกวันแล้ว หัวใจข้าเป็นทุกข์ยิ่งนัก ข้าคิดกับตนเองเสมอว่าท่านคงจะยังรักข้ากระมัง ใช่แล้ว อาซางต้องรักหวานหว่านสิ” นางสารภาพความรู้สึกออกไป หยาดน้ำตารื้นขอบตา “ข้ารักท่าน ภพชาตินี้ข้ามิอาจแยกจากท่าน ถึงอย่างไรข้าก็เกิดมาเพื่อเป็นคนของท่าน แม้สิ้นลมหายใจข้าก็ยังเป็นของท่าน อาซาง ท่านเคยบอกว่าท่านชมชอบข้าเสมอ” เซี่ยซางรู้ส

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 132  

    เขาปัดมือของนางและผลักนางออก ก่อนจะขยับตัวไปด้านข้าง “หวานหว่าน หมอหลวงเหมยบอกว่าอาการป่วยของข้าสามารถแพร่ไปสู่คนอื่นได้ คืนนี้เราสองต่างคนต่างนอนเถิด! เจ้าอยู่ให้ห่างข้าสักหน่อยดีกว่า ข้ากลัวว่าเจ้าจะติดโรคไม่สบายไปด้วย” ซูถิงหว่านรีบเอ่ยด้วยเสียงร้อนใจ “ข้าไม่กลัว ข้าดูแลปรนนิบัติท่านได้” นางขยับมือขยับเท้าอีกครั้ง แววตาของเซี่ยซางกลับฉายประกายโกรธกรุ่นแล้ว พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเคร่งขรึม “หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้อีก ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” นางได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ ก็ไม่กล้าขยับตัวอีก ได้แต่น้ำตาคลอเบ้า นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าพวกเขาสองคนจะมาถึงวันที่ร่วมเตียงกันแต่ความปรารถนากลับแตกต่างกัน นางหลับตาลงกลั้นน้ำตาเอาไว้ เซี่ยซางเห็นนางร้องไห้แบบนั้นก็หงุดหงิดขึ้นมาในใจ จึงเลื่อนมือไปกุมมือของนางเอาไว้ ทว่าร่างกายกลับบอกเขาว่า เขาไม่คิดจะทำอะไรมากไปกว่านี้ทั้งสิ้น เพียงแค่อยากนอนหลับให้ถึงเช้าเร็ว ๆ เท่านั้น รุ่งเช้าวันต่อมา หลินเฟิงรออยู่ด้านนอกเรือนถานเซียงโดยมิได้เข้าไปด้านใน อิ๋นซิ่งตะโกนเรียกเขา ทว่าเขาก็มิได้สนใจ เพียงทำหน้าที่องครักษ์ให้ดีที่สุดเท่านั้น เซี่ยซางออกจากเรือนถา

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 133  

    พ่อบ้านเฉิงเอ่ย “ถึงอย่างไรพระชายาก็เป็นนายหญิงของจวนอ๋อง สมควรได้ฝึกเรียนรู้การดูแลจัดการจวนอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยซางถามขึ้นกะทันหัน “นับแต่พระชายาแต่งเข้าจวนอ๋องมา นางเคยซื้ออะไรบ้างหรือไม่ อาภรณ์ แพรพรรณ เครื่องประดับอะไรจำพวกนี้” “เคยซื้อพ่ะย่ะค่ะ ทว่าทั้งหมดล้วนเป็นเงินของพระชายาเองทั้งสิ้น นางไม่เคยแตะต้องเงินจากบัญชีกลางแม้แต่อีแปะเดียวพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเฉิงตอบอย่างสัตย์จริง เซี่ยซางใช้มือบีบหว่างคิ้ว สภาพจิตใจอ่อนล้าเต็มที เมื่อคืนนอนหลับไม่สนิท เพราะรู้สึกราวว่าที่แผ่นหลังเหมือนมีเข็มทิ่มแทง จะทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ เขาอดทนนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นจนกระทั่งถึงรุ่งสาง ครั้นออกจากเรือนถานเซียงแล้วค่อยรู้สึกว่าร่างกายผ่อนคลายสักหน่อย จากนั้นก็ฟังพ่อบ้านเฉิงกล่าวต่ออย่างใจเย็น “ส่วนสำรับอาหารที่ห้องเครื่องนำไปส่งให้ คนที่หอหล่านเยว่ก็ไม่เคยบ่นจุกจิกพ่ะย่ะค่ะ แม้แต่สวีหมัวมัวให้คนของห้องเครื่องไปซื้อหาวัตถุดิบมาทำขนมที่พระชายาโปรดปราน นางก็ยังใช้เงินส่วนตัวจ่ายไป” “ทางสกุลเจียงเองก็มักจะส่งอาภรณ์ แพรพรรณ และเครื่องประดับศีรษะมาให้ตลอด โดยเฉพาะพี่หญิงรองของพระชายา หากมีของดีเมื

Latest chapter

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 314  

    กลับมาถึงตำหนักครั้นนางผลักประตูห้องออกก็รับรู้ได้ถึงกระแสอากาศเย็นเยียบระลอกหนึ่งพัดเข้ามาจนนางหนาวสั่นไปทั้งร่างกาย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้เซี่ยซางกลับมา นางคงถูกฮองเฮาทรมานจนตายไปก่อนแล้ว ฮองเฮาและเจียงเฟิ่งหัวเกลียดนางเข้ากระดูกดำ คนอย่างพวกนางไม่มีทางปล่อยนางไปแน่ ไม่รู้ว่าสงครามนี้จะยืดเยื้อไปอีกนานเท่าใด แต่นางต้องหาหนทางหลบหลีกเอาตัวรอดจากการทรมานของพวกนางให้ได้ บัดนี้ท่านป้าสูญเสียความโปรดปรานจากฝ่าบาทไปแล้ว มิหนำซ้ำยังคลุ้มคลั่งจนสติวิปลาสไปแล้ว หวังให้นางช่วยเหลือก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ซูถิงหว่านเพิ่งออกมาจากห้องเครื่องเล็ก นางกินอิ่มแล้ว บัดนี้ความง่วงงุนเริ่มครอบงำ จึงตัดสินใจว่าจะงีบบนเตียงสักตื่นหนึ่งก่อนแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ต่อให้จะหนีออกจากวังหลวงกลับไปที่ด่านชายแดน ก็ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่นานนัก ซูถิงหว่านก็ค่อย ๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา ในความฝันนางเห็นเจียงเฟิ่งหัวสวมอาภรณ์เนื้อหยาบสีเรียบกำลังเย็บปะเสื้อผ้า มือของนางเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยช้ำจากความหนาวเย็น ข้างกายของนางมีเด็กชายหนึ่งคนและเด็กหญิงอีกหนึ่งคน เสื้อผ้าที่สวมอยู่บนตัวดูเก่าคร่ำคร่า แม้

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 313  

    กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดุจอาชาขาววิ่งผ่านช่องแคบ เพียงพริบตาเดียว กองทัพใหญ่ก็ออกจากเมืองเซิ่งจิงมานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว เจียงเฟิ่งหัวและซูถิงหว่านเองก็อยู่ในวังหลวงมาได้ครึ่งเดือนแล้ว ซูถิงหว่านตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างก็ไปที่ห้องเครื่องเล็กแล้ว ครั้นต้มโจ๊กขาวถ้วยหนึ่งเรียบร้อย ซูถิงหว่านก็อาศัยช่วงที่นางข้าหลวงไม่อยู่ ถ่มน้ำลายลงไปในถ้วยหลายครั้ง ถึงกินแล้วไม่ตายแต่เจ้าได้ขยะแขยงไปจนตายแน่ อาหารโอชารสตั้งมากมายเพียงนั้นไม่รู้จักกิน กลับอยากกินโจ๊กข้าวขาวไร้เกลือไร้รสชาติ ยิ่งไปกว่านั้นโจ๊กข้าวขาวนี้ก็ต้มยากเป็นที่สุด แค่ครึ่งเดือนนางไม่รู้เลยว่าทำหม้อพังไปกี่ใบแล้วถึงจะเคี่ยวจนได้โจ๊กที่ขาวและเหนียวข้นเช่นนี้ออกมา ในตอนนี้เองสี่หมัวมัวก็เดินอุ้ยอ้ายเข้ามา พร้อมกล่าวอย่างวางมาด “พระชายารองซูลำบากแล้วเพคะ” “พระกระยาหารเช้าของฮองเฮาเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วนะเพคะ!” สี่หมัวมัวกล่าวต่อ “เตรียมเรียบร้อยแล้ว” ซูถิงหว่านเกลียดสี่หมัวมัวเข้าไส้ สักวันนางจะต้องเอาคืนความอัปยศทั้งหมดที่นางเคยได้รับจากยายปีศาจเฒ่าคนนี้ให้ได้แน่ แต่กระนั้นนางก็ไม่กล้าล่วงเกินสี่หมัวมัว มิเช่นนั้นสิ่ง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 312  

    เขาเป็นฝ่ายอธิบายกับเฉิงหมิงและเฉิงยางก่อนเอง “น้องหญิงสามของข้าน้อยสมรสกับเหิงอ๋อง เคราะห์ดีที่เมื่อตอนนั้นได้ท่านทั้งสองช่วยข้าเตรียมของขวัญแต่งงานให้น้องหญิงสาม นางปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง” “พี่จิ่นเหยียนน้องหญิงสามคนที่ท่านคอยพูดถึงไม่ขาดปาก น้องหญิงสามคนที่มีสติปัญญาฉลาดปราดเปรื่องเป็นที่สุดได้อภิเษกสมรสกับท่านเหิงอ๋องเองหรอกหรือ ช่างมีวาสนาต่อกันจริงๆ!” นัยน์ตาของทั้งสองคนล้วนฉายประกายเสียดายออกมา พวกเขายังนึกอยากประลองหมากกระดานกับคุณหนูสามสกุลเจียงอยู่เลย  เซี่ยซางได้ยินถนัด เห็นอยู่ชัดเต็มตา ก็รู้สึกว่าเจียงจิ่นเหยียนในยามที่เอ่ยถึงน้องหญิงคนนี้ต่อหน้าคนอื่นจะต้องรู้สึกภาคภูมิใจมากเป็นแน่แท้ บัดนี้เจียงเฟิ่งหัวเป็นภรรยาของเขาแล้ว ได้สมรสภรรยาเป็นสตรีมีความรู้มากความสามารถคนหนึ่ง เขาเองก็พลอยรู้สึกภาคภูมิใจไปด้วยเช่นกัน  ตอนที่ออกจากวังนางยังโกรธกรุ่น เขาคิดเอาไว้ว่ารอให้เวลาผ่านไปก่อนนางจะต้องเข้าใจเขาแน่ เซี่ยซางรู้ว่าคนสกุลเฉิงมีเด็กหนุ่มหลายท่านกำลังเตรียมตัวสอบเคอจวี่เพื่อสร้างผลงานและชื่อเสียง กอบกู้สกุลเฉิงกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ท่ามกลางคนเหล่านั้นก็มีเฉิงหมิง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 311  

    ครั้นออกจากวัง เซี่ยซางก็พาเจียงจิ่นเหยียนไปที่เรือนสกุลเฉิงอย่างลับ ๆ จากหน้าประตูใหญ่ของจวนสกุลเฉิงก็สามารถมองเห็นความเงียบเหงาเสื่อมโทรมของตระกูลเฉิงได้อย่างชัดเจน เจียงจิ่นเหยียนเอ่ย “กระหม่อมเคยได้ยินถึงวีรกรรมอันเฟื่องฟูของแม่ทัพใหญ่เฉิงในปีก่อนนั้น ทั้งที่เขาเองก็เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรสร้างผลงานไว้มากมายคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเหตุใด แม่ทัพใหญ่เฉิงถึงได้เงียบหายไปอย่างกะทันหัน สกุลเฉิงถึงขั้นตกต่ำจนแทบไม่ต่างจากตระกูลสามัญชนคนทั่วไป” ที่แห่งนี้ยิ่งดูไม่เหมือนสกุลมารดาของฮองเฮาผู้ยิ่งใหญ่เลยด้วยซ้ำไป! ต่อให้ฮองเฮาจะมิได้รับความโปรดปราน แต่ถึงอย่างไรพระนางก็เป็นฮองเฮา และไม่สมควรมีใครกล้าหยามเกียรติดูแคลนสกุลเฉิง แต่ว่า… เซี่ยซางย่อมรู้เหตุผลดี จวนสกุลเฉิงเปลี่ยนไปเช่นนี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องอย่างใหญ่หลวงกับเสด็จแม่ของเขา มองดูความเงียบเหงาของสกุลเฉิงแล้ว ภายในใจของเซี่ยซางพลันเกิดความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนขึ้น หากว่าไม่มีเหตุการณ์เมื่อปีก่อนนั้น หากว่าสกุลเฉิงไม่ช่วยเสด็จแม่ พวกเขาก็คงไม่ต้องถูกเสด็จพ่อพลอยรังเกียจเดียดฉันท์ไปด้วยกัน เพราะความเข้าใจผิดเพียงครั้งเดียว ทำใ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 310

    เขาคิดว่า ระหว่างราชวงศ์กับขุนนางมักมีความเกี่ยวข้องที่ซับซ้อนร้อยแปดพันเก้า สุดท้ายก็เป็นเพราะเขายังไม่แข็งแกร่งพอ จึงได้ถูกผู้อื่นควบคุมเหตุใดเสด็จพ่อจึงมอบความโปรดปรานให้กับซูกุ้ยเฟย ก็มิใช่เพราะสกุลซูเช่นกันหรือ? เสด็จพ่อถึงกับรู้ว่าสกุลซูยักยอกสวัสดิการกองทัพ แต่ก็ไม่อาจลงโทษได้ นั่นก็เป็นเพราะสกุลซูตรากตรำทำงานหนัก ปกปักชายแดน สร้างผลงานยิ่งใหญ่เมื่อเขาขบคิดเข้าใจก็ตรงไปที่ห้องทรงอักษรทันทีรอจนเซี่ยซางจากไป เจียงเฟิ่งหัวก็เช็ดน้ำตาที่หางตา แล้วกล่าวกับเหลียนเย่ว่า “ในช่วงนี้จนกระทั่งท่านอ๋องรบชนะกลับมา ข้าจะอาศัยอยู่ในวังตลอด เจ้าไปเตรียมการสักหน่อยเถิด” นางต้องแจ้งต่ออู๋ซินเช่นกัน ให้เขาช่วยคอยประสาน สกุลเจียงจะได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้หรือไม่ อำนาจการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นของฮ่องเต้เมื่อเซี่ยซางไปถึงห้องทรงอักษร ก็คุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ทันที แล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ลูกขอให้เสด็จพ่อทรงมีราชโองการโดยเร็ว ลูกตรวจสอบพบแล้วว่า ผู้ที่เป็นแกนนำในการโจมตีต้าโจวของเราครั้งนี้ คือผู้บัญชาการของเผ่าหู ฮูเหยียนซิวหลัว ลูกเดาว่าที่เขายกทัพมาในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 309

    เจียงเฟิ่งหัวคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เซี่ยซางมายืนตรงหน้านางด้วยแววตาของเขาที่ดำทะมึนอย่างน่าสะพรึงกลัว ไม่รอให้นางกล่าวสิ่งใดแม้แต่ประโยคเดียว เขาก็ก้าวเข้าข้างหน้าแล้วมาใช้กำลังบังคับอุ้มนางออกไปทันที แม้เรื่องราวจะผ่านไปแล้วแต่ภายในใจของนางยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง ดูท่าคงจะทำให้เซี่ยซางโมโหเข้าแล้วจริงๆเมื่อออกจากตำหนักคุนหนิง เจียงเฟิ่งหัวแสร้งทำเป็นยังโมโหอยู่ “ท่านอ๋องจะอุ้มหม่อมฉันไปที่ใดเพคะ จู่ๆ ทรงทำเช่นนี้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่เพคะ? พระองค์ไม่กลัวชายารองซูจะโกรธหรือเพคะ”เซี่ยซางหยุดฝีเท้าลง วางนางลงบนทางเดิน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธจ้องดวงหน้าของเจียงเฟิ่งหัวเขม็ง “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าเจ้ากับข้าเป็น ‘สามีภรรยาที่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง ให้เกียรติกันและกันดุจอาคันตุกะ’ หมายความว่าอย่างไร?”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวไม่ยอมถอยว่า “ก็หมายความตามอักษรเพคะ”เซี่ยซางแทบจะถูกทำให้โมโหจนหัวเราะออกมาแล้ว “เจ้ากำลังบอกว่าข้าปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนแขกผู้มีเกียรติอย่างนั้นหรือ”เจียงเฟิ่งหัวตกตะลึงไป พูดสิ่งใดไม่ออกแม้แต่คำเดียว จากนั้นก็ได้ยินเซี่ยซางกล่าวต่อด้วยความโมโหว่า “ช่วงที่ผ่านม

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 308

    เมื่อเซี่ยซางได้ยินสิ่งนี้ เขาก็แอบคิดในใจว่า ซูถิงหว่านบอกว่าเสด็จแม่แกล้งป่วย? อาการป่วยของเสด็จแม่นั้นเขาได้เห็นด้วยตาตนเอง ซูถิงหว่านช่างกล้าพูดได้ทุกอย่างจริงๆ!นางคิดว่าหากเขาคิดจะตีชาวหูให้ถอยร่นกลับไป ก็ได้แต่พึ่งสกุลซูของนางหรือไร จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่เห็นเสด็จแม่อยู่ในสายตาเลยเจียงเฟิ่งหัวเห็นเขาไม่กล่าววาจาจึงจากไปทันที ไม่มีผู้ใดเห็นว่าในเสี้ยววินาทีที่นางหมุนตัวไป มุมปากของนางก็โค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา ยิ่งซูถิงหว่านทำเช่นนี้ก็จะยิ่งผลักเซี่ยซางให้ไกลออกไปนางคิดว่าในแผ่นดินนี้มีเพียงสกุลซูที่ออกรบเป็นหรือไง สกุลซูตรากตรำสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ทุกคนล้วนต้องให้ความยำเกรงพวกเขา ทว่าทุกเรื่องราวล้วนควรหยุดในจุดที่เหมาะสม ไม่ว่าสิ่งใดหากมากเกินไปจะเป็นโทษได้ มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นผลงานยิ่งใหญ่จนคุกคามผู้เป็นนายเหนือหัว ทำให้ผู้คนชิงชังเอาได้ที่ฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้เซี่ยซางแต่งซูถิงหว่านเป็นภรรยาเอก จะไม่มีการพิจารณาในข้อนี้เชียวหรือ?เจียงเฟิ่งหัวย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว ฮ่องเต้ที่ขี้ระแวงขี้สงสัย แม้แต่ลูกชายของตัวเองก็ยังระวังป้องกัน แล้วนับประสาอะไรกับแม่ทัพที่เฝ้ารักษา

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 307

    ในเวลานั้นเอง เซี่ยซางย้อนกลับมาที่เบื้องหน้าของคนทั้งสอง เขาเห็นบรรยากาศออกจะเคร่งเครียดอยู่บ้าง จึงถามว่า “มีสิ่งใดหรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ข้างนอกกันหมด?”ซูถิงหว่านจ้องมองเซี่ยซางอย่างอ่อนแอและน่าสงสาร ต่อหน้าเจียงเฟิ่งหัว นางดึงเซี่ยซางไปยังมุมที่อยู่อีกด้าน “ท่านอ๋อง มิได้ทรงรับปากว่าจะพาหม่อมฉันกลับชายแดนหรือเพคะ? ท่านย่ากับพี่ใหญ่ยังรอพวกเรานะเพคะ”เซี่ยซางกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “แผนการมีการเปลี่ยนแปลง ยามนี้เสด็จแม่ทรงประชวรหนัก ข้างกายนางไม่อาจไม่จัดคนไว้คอยปรนนิบัติ เจ้าเป็นชายารองของจวนเหิงอ๋อง และก็เป็นสะใภ้ของเสด็จแม่ ตามหลักจึงควรรั้งอยู่ดูแลเสด็จแม่”เขาลดเสียงเบากล่าวต่อว่า “หวานหว่าน เมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่ไม่ดีนัก จะได้ถือโอกาสนี้มาฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่พอดี” เพราะเขากังวลว่าซูถิงหว่านจะเสียมรรยาทต่อฮองเฮาด้วยเหตุนี้ จึงได้มาอธิบายต่อนางให้ชัดเจนด้วยตนเองท่านอ๋องก็ทรงรู้ดีว่าฮองเฮาไม่โปรดหม่อมฉัน ไม่ว่าหม่อมฉันจะทำสิ่งใดก็ทรงรังเกียจหม่อมฉันทั้งนั้น เดิมหม่อมฉันก็ปรนนิบัติคนไม่เป็นอยู่แล้ว เกรงว่าจะทำได้ไม่ดีจนทำให้ฮองเฮายิ่งทรงพิโรธ กล

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 306

    นึกถึงชาติก่อนที่นางถูกเซี่ยอวี้หย่า มีจุดจบที่ไร้ทั้งทรัพย์สินและอำนาจ สุดท้ายยังต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายว่าไม่อาจตั้งครรภ์ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตนางก็มิได้ตายในตำแหน่งพระชายาอวี้อ๋องดังที่ปรารถนาคนอย่างหลัวจื่อฉยงไม่มีทางฆ่าตัวตาย ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาหากกระทำอัตวินิบาตกรรมขึ้นมาถือเป็นความผิดมหันต์ หลังตายไม่เพียงไม่อาจสงบสุข ยังจะทำให้วงศ์ตระกูลต้องพลอยเดือดร้อนไปอีก จุดนี้หลัวจื่อฉยงได้ไตร่ตรองเป็นอย่างดีนางน่าจะมาถึงจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะถอยก็ถอยไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็ไร้หนทางแล้วแต่นางมิใช่พระโพธิสัตว์ ไม่คิดจะไปยุ่งเรื่องชาวบ้านของจวนอวี้อ๋อง นอกจากนี้นางก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปยุ่งและเซี่ยซางก็ไม่อยากให้นางยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นางคิดว่า ชาติก่อนแม้หลัวจื่อฉยงถูกหย่าอย่างน้อยก็ยังเหลือชีวิต ในชาตินี้หวังว่าชะตาชีวิตของนางอย่าได้แย่กว่าชาติที่แล้วเลยนางเพิ่งเข้าไปในตำหนักคุนหนิง ก็เห็นซูถิงหว่านเดินมาที่เบื้องหน้าของนางพร้อมกับดวงตาที่จ้องเขม็งมาที่นางอย่างดุเดือด ทว่าในไม่ช้า นางก็เก็บงำความโกรธในก้นบึ้งดวงตาแล้วเดินเข้ามาใกล้เจียงเฟิ่งหัวเมื

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status