“ชิงชิง! หนูดี!” เจ้าแก้มสะดุ้งกับเสียงกรี๊ดของเพื่อนสนิททั้งสอง จากนั้นก็รีบปรามทันที
ทำให้ทั้งสองได้สติ หันไปก้มหัวให้กับรุ่นพี่ที่อยู่รอบ ๆ
“อุ๊ย โทษ ๆ ขอโทษค่ะ”
“แกพูดจริงไหม? นี่เราได้ไปที่นั่นจริงเหรอ” หนูดีก้มหัวให้ทุกคนแล้วหันมาถามย้ำชิงชิงอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“จริงสิ แล้วที่แปลกคือ พี่เขาจัดให้เราไปอยู่วิศวะแต่แรกแล้ว” ชิงชิงพยักหน้ายืนยันแล้วพูดขึ้น พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ฮะ?” หนูดีทำหน้างงอย่างไม่เข้าใจ ทางด้านเจ้าแก้มนั้นก็ไม่เข้าใจแต่แรกแล้วเหมือนกัน
“นี่ไง ป้ายชื่อพร้อม ไปกับรุ่นพี่คณะเราอีก 2 แพทย์อีก 3” ชิงชิงจึงยื่นป้ายที่เป็นชื่อของพวกเธอไปให้เพื่อนสนิท แล้วหยิบของตนเองมาคล้องคอไว้
“เอ๊ะ ไหนดูซิ?” หนูดีรับป้ายมาดูด้วยความสงสัย
“จริง ๆ ด้วย”
“แก้มไม่ไปได้ไหม?” เจ้าแก้มยื่นหน้าไปดูเห็นว่าคณะที่เธอต้องไปคือวิศวะ ก็หันมาถามเพื่อนอย่างเกร็ง ๆ
“ไม่ได้!!” สองสาวหันหน้ามาพร้อมกันแล้วปฏิเสธทันที
“ทำไมอ่ะ ถ้าพี่กราฟกับพี่กลูมรู้เข้านะ...” เจ้าแก้มก้มหน้าลงแล้วพูดขึ้นเสียงอ่อน
“ก็อย่าให้รู้สิ”
“แกพูดเหมือนพี่ชายเจ้าแก้มไม่มีคนรู้จักที่นี่อย่างนั้นแหละ” ชิงชิงมองหนูดีที่พูดเหมือนง่าย เพราะพี่ชายทั้งสองของเจ้าแก้มเคยเรียนที่นี่กันทั้งนั้น เจ้าแก้มทำอะไร มีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้
“เออ แต่ยังไงแกก็ต้องไป เพราะชื่อเราอยู่นั่น” หนูดีจึงพูดปัดไป และกำชับให้เพื่อนสนิทไปด้วยกัน
“ก็ได้” เจ้าแก้มจำต้องยอม เพราะขัดไม่ได้
“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะ” หนูดียิ้มร่าอย่างพอใจแล้วลากแขนเพื่อนทั้งสองไป
“อ้าว ไม่ไปรวมกลุ่มก่อนเหรอ?” เจ้าแก้มขืนตัวไว้แล้วชี้ไปที่กลุ่มของรุ่นพี่ที่คุยกันอยู่
“ไม่ต้อง ไปก่อน เดี๋ยวรุ่นพี่ก็ตามไป” แต่หนูดีไม่สนใจ โดยมีชิงชิงเข้าร่วมด้วย สองสาวจึงลากเอาเจ้าแก้มไปที่เต็นท์ของคณะวิศวะทันที
“เจ้าแก้ม!” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้เจ้าแก้มหันไปมองทันที
“สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้รุ่นพี่ด้วยความนอบน้อม
“แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ?” รุ่นพี่ถามขึ้นแล้วมองหาเพื่อนสนิทของเจ้าแก้มทั้งสองคน
“ไปซื้อน้ำตรงนู้นค่ะ”
เจ้าแก้มชี้ไปที่รถน้ำที่อยู่ไม่ไกล ที่ตอนนี้มีเพื่อนของเธอยืนต่อแถวรอซื้อกันอยู่ ส่วนเธอได้รับหน้าที่เฝ้าของ และรอรุ่นพี่มามอบหมายงานให้ ตอนแรกที่มาถึงพวกเธอเห็นเด็กวิศวะนั่งอยู่กันเต็ม จึงไม่กล้าเดินเข้าไป และได้มายืนรอที่ด้านหน้าทางเข้าตรงนี้ ก่อนที่เพื่อนทั้งสองจะขอตัวไปซื้อน้ำกัน
“อ๋อ ตามพี่มาจ้ะ” รุ่นพี่พยักหน้าเข้าใจแล้วเดินนำเจ้าแก้มไปที่เต็นท์เล็ก ๆ ข้าง ๆ จุดของวิศวะ
“เดี๋ยวแก้มเฝ้าโต๊ะให้พี่หน่อยนะ เดี๋ยวพี่ไปตามคนมาช่วยยกโต๊ะไปตรงนู้น” รุ่นพี่หันมาสั่งเจ้าแก้มให้อยู่เฝ้าของให้ก่อน
“ค่ะ”
เจ้าแก้มรับคำแล้วนั่งลงมอง ๆ ปมองมาด้วยความอย่างรู้อยากเห็น
กึก
ขายาว ๆ ที่กำลังจะก้าวเข้าไปในเต็นท์ของคณะวิศวะชะงักงัน แล้วหันไปมองที่เต็นท์เล็กข้าง ๆ ทันที
เมื่อโซ่เห็นว่าใครที่นั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวก็กระตุกยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็หมุนตัวเปลี่ยนทิศทางการเดินทันที
“สวัสดีค่ะ”
เจ้าแก้มมองไปรอบ ๆ แล้วหันมาเห็นโซ่แล้วก็จำได้ จึงลุกขึ้นแล้วเอ่ยทักทายเขาอย่างเกรง ๆ เธอยังจำได้ดีว่าเจอรุ่นพี่คนนี้ครั้งก่อนเขามองเธอจนเธอเกร็งแค่ไหน
“แพทย์สนาม?” โซ่พยักหน้ารับแล้วเหลือบมองไปที่ป้ายชื่อที่ห้อยคอเจ้าแก้มอยู่พร้อมกับเอ่ยถาม
“คะ เอ่อ ค่ะ เจ้าแก้มเป็นแพทย์สนาม” เจ้าแก้มจึงพยักหน้ารับ
“ประจำที่ไหน?”
“วิศวะค่ะ”
“หึ”
เมื่อได้ยินคำตอบแล้วโซ่ก็กระตุกยิ้มขึ้นมาทันที เพราะรู้ว่าที่คนตรงหน้าได้มาอยู่คณะเขาทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของปีสองนั้น ต้องเป็นเพื่อนของเขาอย่างจินแน่ ๆ ที่วางงานมา แต่ก็ถือว่าเพื่อนทำได้ดี
“ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ?” เจ้าแก้มทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียอย่างนั้น เธอจึงเอ่ยถามเผื่อว่าเขาต้องการอะไร ถึงได้มาตรงนี้
“อื้ม”
“เป็นอะไรมาคะ? ถึงแก้มจะไม่ใช่หมอ แต่จ่ายยาให้ได้นะ”
เมื่อโซ่พยักหน้ารับ เจ้าแก้มก็ถามขึ้นด้วยความกระตือรือร้น ใครจะบอกว่าเธอเป็นแค่เด็กปีสองไม่รู้อะไร คนนั้นคิดผิดแน่นอน เพราะเธอได้เรียนรู้วิชาจากทั้งพ่อแม่ และพี่ชายมานานแล้ว
“หัวใจเต้นแรงน่ะ” โซ่ตอบพร้อมกับยิ้มละมุน มองหน้าเจ้าแก้มอย่างสื่อความหมาย
“เอ๊ เหนื่อยหรือเปล่าคะ? หรือว่ามีโรคประจำตัว?” แต่เจ้าแก้มที่ไม่รู้อะไร จึงถามอาการเขาให้ละเอียดอีกรอบ
“เปล่า” โซ่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วส่ายหน้า
“เจ้าแก้มไม่รู้อาการ คงจะจ่ายยาไม่ได้ เดี๋ยวเจ้าแก้มไปตามรุ่นพี่คณะแพทย์ให้นะคะ!!”
เจ้าแก้มทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นก็ขอตัวรีบวิ่งไปเรียกรุ่นพี่ที่รู้เรื่องกว่าเธอมาดีกว่า
“ดะ เดี๋ยว!”
โซ่ขมวดคิ้วแล้วพยายามร้องห้าม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว กวางน้อยแสนซื่อของเขาวิ่งหนีเข้าป่าไปเสียแล้ว
เขาได้แต่คิดว่าหรือที่ตัวเองพูดไปจะทำให้อีกฝ่ายเขินจนต้องหนีไป แต่ท่าทางใสซื่อและแววตาที่ตระหนกนั่นมันไม่ได้มีความเขินอายเลยสักนิดเดียวจริง ๆ
ไม่นานร่างบางของเจ้าแก้มก็วิ่งกลับมา พร้อมกับรุ่นพี่คณะแพทย์ที่วิ่งตามมาติด ๆ“แฮ่ก นี่ค่ะพี่แพร” เจ้าแก้มยืนหอบแล้วชี้มือไปที่โซ่ทันที“โซ่เหรอ?”แพรวา รุ่นพี่ปี 4 คณะแพทยศาสตร์ที่ถูกตามตัวมากะทันหันมองคนที่รุ่นน้องต่างคณะบอกว่าป่วยด้วยความแปลกใจ“สวัสดีครับ” โซ่เอ่ยทักทายรุ่นพี่ที่รู้จักกันตอนเขาเข้ากิจกรรมรับน้องด้วยใบหน้านิ่ง ๆ“เห็นน้องบอกว่าโซ่ป่วยเหรอ?”แพรวาถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ เพราะตอนแรกเจ้าแก้มวิ่งไปตามเธอบอกว่ามีคนใจเต้นแรงแล้วมาขอยา เธอเองก็ตกใจมาก รีบวิ่งมาดู แต่ดูจากท่าทางบองคนป่วยแล้วไม่น่าจะใช่“หึ” โซ่ไม่ตอบ แต่กระตุกยิ้มแล้วหันไปมองเจ้าแก้มที่ยืนหอบอยู่ด้วยเอ็นดู“อ๋อ พี่เข้าใจละ”เมื่อเห็นสายตาของรุ่นน้องหนุ่ม แพรวาก็เข้าใจในทันทีว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก็ค่อนข้างหนักใจแทนเขาอยู่ เพราะเธอเองก็รู้จักเจ้าแก้ม และพี่ชายเจ้าแก้มเป็นอย่างดี“ดูแค่นี้ก็เข้าใจเลยเหรอคะ?”เจ้าแก้มหันมามองแพรวาแล้วทำตาโตอย่างน่ารัก เธอเอ่ยถามด้วยตะลึง เพราะรุ่นพี่แค่มองก็รู้เลยเหรอว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรแล้วก็ทำหน้าครุ่นคิดว่ามีแบบนี้ด้วยเหรอ?“หึ ยากหน่อยนะ ซื่อ ๆ แบบนี้” แพรวายิ้มเอ็นดูแล้วหันไ
กึกขาที่กำลังจะก้าวเดินชะงักลง เนื่องจากว่าคนด้านหน้าได้หยุดชะงัก โซ่หันไปมองเพื่อนสนิทที่จู่ ๆ ก็หยุดเดินด้วยใบหน้านิ่ง ๆ “เชี้ยยยยย” แต่คนที่กำลังเป็นเป้าสายไม่ได้สนใจ เพราะตอนนี้สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ด้านข้างของเต็นท์คณะแล้วร้องขึ้นทันที“อะไรของมึง?” พายัพถามขึ้นด้วยความสงสัย“นั่นใครวะ? ทำไมน่ารักแบบนี้กูไม่เคยเห็น”ไลอ้อนชี้ไปที่กลุ่มของสามสาวที่กำลังจัดเตรียมของกันอยู่“ไหน?” พายัพหันไปมองตามมือของไลอ้อนที่ชี้ไปแล้วก็ตาลุกวาวทันที“เออว่ะ”“เด็กแพทย์หรือเปล่า?”เป็นเรย์ที่พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ เพราะดูจากการแต่งตัวและกล่องปฐมพยาบาลที่ถือแล้วก็คงจะเป็นอย่างที่เขาพูด“น่าจะใช่แหละ” ซึ่งคนอื่นก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้น“แต่น่ารักว่ะ คนนั้นน่ะ ตัวเล็ก ๆ” ไลอ้อนชี้มือไปที่สาวน้อยน่ารักที่ตัวเล็กที่สุดในนั้นแล้วเอ่ยขึ้นโซ่หันไปมองตามแล้วเห็นว่าคนที่เพื่อนเขาพูดถึงคือใครก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ“มีอะไรวะ?” ลีออนเห็นสีหน้าของเพื่อนแล้วแปลกใจ จึงถามขึ้นทำให้เพื่อนทั้งสามหันมามอง โซ่จ้องหน้าไลอ้อนนิ่งแล้วเอ่ยปฏิเสธ“เปล่า”จากนั้นก็เดินหนีไปทันที ตามด้วยลีออนและเรย์“ทำไมกูรู้สึกขนลุกกับสา
“เอ๊ะ ศิรวิทย์เหรอ? คุ้น ๆ นะชื่อนี้”ชิงชิงลุกขึ้นแล้วเดินมาดูชื่อที่ปักอยู่ตรงอก และมีปีที่เรียนด้วย “เสื้อวิศวะ!!” หนูดีจับเจ้าแก้มให้หันหลังแล้วเห็นเฟืองเกียร์ก็พูดขึ้นทันทีสองสาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอย่างตกตะลึง“นะ นี่เสื้อพี่โซ่เหรอ?” ชิงชิงถามขึ้นแล้วจ้องหน้าเจ้าแก้มจนตาถลน“เจ้าแก้ม” แต่ยังไม่ทันที่เจ้าแก้มจะได้ตอบอะไรก็มีคนเรียกเธอเสียก่อน“ค่ะพี่แพร เดี๋ยวมานะ” เจ้าแก้มหันไปมองคนเรียกแล้วเดินไปหาทันที“แกคิดว่าไง B1” หนูดีหันไปถามชิงชิงแล้วยิ้มแหย“ฉันว่าไม่รอด” ชิงชิงส่ายหน้าปลง ๆ“จะไหวเหรอ?” หนูดีถามขึ้น“ต้องไหวสิ พี่โซ่ก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย พี่กราฟกับพี่กลูมคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง”ชิงชิงขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น เพราะเธอคิดว่าหนูดีคงจะหมายถึงครอบครัวเจ้าแก้มที่หวงน้องสาวมากแต่ว่าเท่าที่เธอได้ยินมา โซ่ก็ไม่ใช่คนไม่ดี พี่ชายทั้งสองคงไม่กีดกันอะไรถ้าหากทั้งคู่จะคบกันจริง ๆ“ไม่ พี่ชายเจ้าแก้มก็ส่วนหนึ่ง แต่พี่โซ่น่ะจะรับมือกับเพื่อนเราไหวไหม?”หนูดีส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นในสิ่งที่ตัวเองเป็นกังวล พี่ชายของเจ้าแก้มก็ส่วนหนึ่งที่เป็นห่วง แต่ที่ห่วงมากกว่าคืออีกฝ่ายจะรับมือกับเพื่
ภาพของโซ่ หนุ่มหล่อสุดโหด ดีกรีเฮดว้ากจากวิศวะ และสาวน้อยหน้าหวาน สมบัติของคณะเภสัช ถูกแอบถ่ายและเผยแพร่ลงโซเซียล เป็นที่ฮือฮาของทุกคนในมหา’ลัยเป็นอย่างมาก“ใช่เหรอแก?” สาว ๆ ที่เป็นแฟนคลับของโซ่ก็รีบสืบถามกันจ้าละหวั่น“กรี๊ดดด นี่พี่โซ่มีแฟนแล้วเหรอ?” เมื่อเจ้าแก้มและเพื่อนเดินผ่านมาก็พากันชี้เพื่อนให้ดูด้วย“นั่นไง ๆ” “ทำไมคนมองมาที่เราแปลก ๆ” ชิงชิงเอ่ยขึ้นแล้วมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย เพราะเธอรู้สึกว่าจะมีคนมองมาที่เธอและเพื่อนแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้“นั่นสิ” หนูดีเองก็รู้สึกเช่นกัน จึงพยักหน้าเห็นด้วย“หน้าแก้มมีอะไรติดหรือเปล่า?” เจ้าแก้มที่รู้สึกว่าคนจะมองมาที่เธอคนเดียวจึงหันไปถามเพื่อนด้วยความไม่มั่นใจ“ไม่มีนี่” ชิงชิงส่ายหน้าจากนั้นทั้งสามสาวก็รีบเดินไปด้านในคณะทันที“พี่ฟีน” เจ้าแก้มเอ่ยเรียกพี่รหัสของตนเองที่กำลังจะเดินผ่านไป“อ้าว เจ้าแก้ม” ฟีนหันมาเห็นน้องรหัสของตนเองก็ยิ้มให้เล็กน้อย“มาเอาข้าวเหรอ?”จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้น เพราะวันนี้มีกิจกรรมรับน้อง โรงอาหารจะไม่เปิด นักศึกษาทุกชั้นปีจะมีข้าวกล่องแจกให้ทุกคน“ค่ะ” เจ้าแก้มพยักหน้ารับ“ตามมาสิ” ฟีนจึงเอ่ยขึ้นแล้วเดินนำหน
เจ้าแก้มจึงพยักหน้ารับเปิดกล่องข้าว แต่แล้วก็มีสีหน้าที่เศร้าลง“มีอะไรเจ้าแก้ม?” หนูดีจึงถามขึ้นด้วยความสงสัยเจ้าแก้มเบะปากแล้วหันกล่องข้าวของตนให้เพื่อนดู“อ้าว!” เมื่อเห็นแล้วชิงชิงและหนูดีก็รีบเปิดกล่องข้าวตัวเองทันที“ของฉันก็เหมือนกัน” และเห็นว่าข้าวพวกเธอก็ไม่ได้ต่างจากเจ้าแก้มเลย“เอาไงล่ะทีนี้?” ชิงชิงถามขึ้น เพราะข้าวที่พวกเธอได้มาคืออาหารที่มีรสเผ็ด แต่เจ้าแก้มไม่กินเผ็ดเลย ฉะนั้นข้าวนี่เพื่อนเธอกินไม่ได้แน่ ๆ“สั่งข้าวดีไหม?” “จะทันเหรอ โรงอาหารก็ไม่เปิดนะ”“หรือจะออกไปหาอะไรกินข้างหน้า”หนูดีเสนอความคิดเห็น เพราะด้านหน้านอกจากร้านน้ำแล้วก็มีอาหารมาขายมากมายเช่นกัน เนื่องจากวันนี้ทางมหา’ลัยอนุญาตให้แม่ค้าพ่อค้าเข้ามาขายของได้“พวกแกกินเถอะ เดี๋ยวแก้มนั่งรอแล้วค่อยออกไป”เจ้าแก้มพยักหน้าจำยอมแล้วบอกให้เพื่อนกินข้าวเลย เธอจะรอ แล้วค่อยออกไปหาซื้อกินข้างนอกสองสาวจึงพยักหน้ารับแล้วก้มหน้ากินข้าว“สวัสดีครับ” แล้วจู่ ๆ ก็มีคนเข้ามาทัก“เอ่อ สวัสดีค่ะ”เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเป็นกลุ่มของโซ่ เพื่อนของเจ้าแก้มก็ทำตัวกันไม่ถูกทันที“พวกพี่ขอนั่งกินข้าวด้วยนะครับ พอดีมาหาเพื่อน แ
“เจ้าแก้ม เดี๋ยวนั่งเฝ้าที่เต็นท์นะ” แพรวาเดินมาบอกเจ้าแก้มที่นั่งพักอยู่“ค่ะพี่แพร” เจ้าแก้มจึงวางแก้วน้ำที่ดื่มอยู่ลงแล้วตอบรับทันที“ถ้าอย่างนั้นพวกฉันไปละ” เมื่อเพื่อนมีหน้าที่ต้องทำแล้ว หนูดีก็เอ่ยขอตัวทันทีด้วยท่าทางที่กระตือรือร้น“ดี๊ด๊าจริงนะ” จนชิงชิงอดที่จะแขวะไม่ได้“มันแน่อยู่แล้ว เด็กคณะนี้งานดีกันทุกคนเลย ไปละจ้าาา” หนูดีเชิดหน้าแล้วพูดออกมา จากนั้นก็รีบเดินไปที่สนามบอลทันทีชิงชิงจึงรีบหอบกระเป๋าตามไป“คิกคิก” เจ้าแก้มได้แต่มองตามแล้วหัวเราะคิกคักออกมาเจ้าแก้มนั่งเฝ้าอยู่ที่เต็นท์ก็มีคนมาขอเบิกยาเรื่อย ๆจนมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาแล้วโยนกล่องปฐมพยาบาลไปที่ด้านหน้าของเจ้าแก้มปึกเจ้าแก้มตกใจจนถึงกับสะดุ้งโหย่ง“เอ่อ” เธอเงยหน้าขึ้นมองคนที่ทำแล้วมองด้วยความแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยคุ้นหน้าคนนี้เลย“ขอยาพารา” หญิงสาวที่เป็นคนโยนกล่องยาเอ่ยขึ้นเสียงห้วนแล้วจ้องหน้าเจ้าแก้มเขม็ง“คณะไหนคะ?” เจ้าแก้มจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย“ทำไม อยู่คณะอื่นแล้วขอไม่ได้หรือยังไง หรือต้องเป็นวิศวะเท่านั้นเหรอ?”เมื่อได้ยินคำถามจากเจ้าแก้ม หญิงสาวรายนั้นก็มีท่าทางฉุนเฉียวขึ้นมาทันที“เปล่าค่ะ สั
“พี่แพร!” เจ้าแก้มจึงรีบจับตัวรุ่นพี่ตัวเองไว้ทันที“ปล่อย พี่จะตามไปเอาเรื่องพวกนั้น”“อย่าเลยค่ะ แก้มไม่ได้เป็นอะไร” เจ้าแก้มพยายามห้าม เพราะไม่อยากให้มีเรื่องกัน เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องใหญ่“แล้วทำไมพวกนั้นถึงมาหาเรื่องเรา?”แพรวามีท่าทางขัดใจแล้วหันมาถามเจ้าแก้มด้วยความสงสัย เพราะพอคิดอีกทีคือการมาหาเรื่องเจ้าแก้มนี่มันคืออะไรที่ไร้เหตุผลที่สุด เจ้าแก้มเป็นคนยังไงทุกคนรู้ดี จะไปมีเรื่องกับใครได้ ซื่อ ๆ แบบนี้“เขามาขอยา แล้วก็ถามแก้มว่าเป็นอะไรกับพี่โซ่”เจ้าแก้มจึงเล่าให้รุ่นพี่ฟัง เพราะเธอเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันเมื่อได้ยินคำตอบแล้วแพรวาก็เข้าใจทันที ว่าสาเหตุที่คนพวกนั้นมาหาเรื่องเจ้าแก้มนั้นเพราะอะไร“เฮ้อ”เธอถอนหายใจออกมาแล้วจ้องหน้าเจ้าแก้มด้วยความละเหี่ยใจ“มา พี่ทายาให้” จากนั้นก็จับมือเจ้าแก้มไปนั่งแล้วทายาให้“ขอบคุณค่ะ”“เดี๋ยวเจ้าแก้มตามพี่มาดูคนที่แถวก็แล้วกัน”เมื่อปล่อยเจ้าแก้มไว้คนเดียวไม่ได้แล้ว แพรวาจึงต้องลากไปด้วยแทน“แล้วที่เต็นท์...”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้เพื่อนพี่มาดู”แพรวาพาเจ้าแก้มไปเรียกเพื่อนของเธอให้ไปเฝ้าเต็นท์ แล้วรีบมาดูรุ่นน้องที่กำลังทำกิจกรรมกลางสนามต
ตึกอธิการบดีโซ่เดินหน้าตึงเข้ามาที่ตึกอธิการบดีแล้วตรงขึ้นไปชั้นบนสุดของตึกทันทีเลขาหน้าห้องของอาจารย์ชลธีร์ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยหันมาเห็นเขาก็ทักทายทันทีด้วยความสงสัย เพราะวันนี้นางรู้ว่ามหาวิทยาลัยมีกิจกรรมรับน้องรวมแต่การที่โซ่ขึ้นมาบนนี้แสดงว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ“คุณศิรวิทย์?”โซ่ไม่สนใจเลขาวัยกลางคนเลยสักนิด เขาตรงไปที่หน้าประตูแล้วกระชากออกทันที“คุณโซ่คะ ท่านอธิการประชุมอยู่นะคะ!!” เลขาหน้าห้องเห็นเช่นนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก รีบเข้าไปห้ามทันทีแกรกแต่โซ่ไม่ฟัง เปิดประตูออกด้วยใบหน้าถมึง ทำให้ผู้ใหญ่ที่นั่งพูดคุยเรื่องงานกันอยู่ชะงัก แล้วหันมามองเขาที่อยู่หน้าประตูเป็นตาเดียว“อ้าว โซ่?”ท่านอธิการตวัดสายตามามองอย่างดุ ๆ หวังจะต่อว่าเลขาที่เสียมารยาท แต่พอเห็นว่าเป็นหลานชายภรรยาของเขาเองที่เปิดประตูเข้ามา ก็มองอย่างแปลกใจตึก ตึก ตึกโซ่ไม่สนใจสายตาของใครที่มองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกใจ สงสัย หรือตำหนิ เขาเดินตรงไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ที่เป็นมุมกล้องวงจรปิดของมหา’ลัย ซึ่งกำลังฉายภาพจอเป็นกล้องมุมต่าง ๆ ในมหา’ลัยหลายจอเขาเปิดไปที่กล้องตัวที่อยู่ใกล้เต็นท์คณะตัวเองมากที่สุด แล
“คะ?” เจ้าแก้มชะงักไปทันที แล้วหันมามองโซ่อย่างตั้งคำถามอีกครั้ง“...” เพียงแต่โซ่ไม่ตอบอะไร เขามองเธอนิ่ง “เจ้าแก้มไม่ได้โกรธค่ะ” เจ้าแก้มส่ายหน้าเบา ๆ และขบคิดด้วยความสับสน“แล้วเป็นอะไร?” โซ่จึงจี้ถาม แม้จะมั่นใจแล้วก็ตามว่าเธอเป็นอะไร“เจ้าแก้มก็ไม่รู้” เจ้าแก้มส่ายหน้าตอบกลับมา เพราะเธอไม่รู้จริง ๆ ว่าตัวเองเป็นอะไร มันอธิบายความรู้สึกไม่ได้ในตอนนี้“เห็นรูปนั้นใช่ไหม?” “ค่ะ” เมื่อถูกถามอย่างนั้น เจ้าแก้มยอมรับไปตรง ๆ แล้วก้มหน้าลงทันที“พี่ไม่รู้เรื่องด้วย ไม่รู้จัก ไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ” โซ่อธิบายให้เธอฟังอย่างใจเย็น เขาไม่รู้จักรุ่นน้องคนนั้นมาก่อน และไม่มีความคิดที่จะนอกใจเจ้าแก้มเลยสักครั้ง“อีกอย่างรูปนั้นพี่สั่งให้ไอ้ลีนไปลบให้แล้ว” แล้วก็บอกเล่าว่าเขาสั่งให้เพื่อนไปลบรูปนั้นแล้ว“พี่ดีใจนะ”“ดีใจอะไรเหรอคะ?” เจ้าแก้มเงยหน้าขึ้นแล้วมองโซ่อย่างแปลกใจ ที่จู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่าดีใจ“ก็ดีใจที่เจ้าแก้มหึงพี่” โซ่กล่าวแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาอย่างอารมณ์ดี“บ้า ใครหึงกัน ไม่มีนะ” ทำให้เจ้าแก้มหน้าร้อนขึ้นมาแล้วรีบปฏิเสธทันที เธอไม่ได้หึงเขาเสียหน่อย แค่ไม่พอใจที่เห็นเขากับคนอื่นก็เ
เจ้าแก้มมึนตึงกับโซ่เป็นอย่างมาก จนกลายเป็นความอึดอัดใจ“วันนี้พี่ไปส่งนะ” เขาอาสาไปส่งเธอที่บ้านด้วยตัวเอง เพื่อที่จะได้คุยกัน“พี่กราฟจะมารับค่ะ” แต่เจ้าแก้มกลับปฏิเสธมาเสียอย่างนั้น“เดี๋ยวพี่จะโทรบอกพี่กราฟเอง” โซ่จึงอาสาโทรหากราฟเอง เพราะอย่างไรวันนี้ต้องได้คุยกันก่อนทำให้เจ้าแก้มไม่สามารถปฏิเสธได้“พี่ไปนะ” โซ่จำใจต้องลาเจ้าแก้ม เพื่อไปเรียน แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ไม่น้อย“แกตึงใส่เขาเกินไปหรือเปล่า?” เมื่อโซ่เดินออกไปแล้ว ชิงชิงก็หันมาถามเจ้าแก้มทันที“นั่นสิ” หนูดีเองก็เห็นด้วย ว่าเจ้าแก้มเฉยชากับแฟนหนุ่มของเธอมากไปจริง ๆ“เจ้าแก้มไม่รู้” คำพูดของเพื่อนทั้งสองทำให้เจ้าแก้มรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีในตอนนี้“ถ้าแกไม่รู้ แกควรจะถาม หรือพูดคุยกับเขาไปนะเจ้าแก้ม ไม่ควรทำแบบนี้” ชิงชิงจึงค่อย ๆ พูดให้เจ้าแก้มคิด และเข้าใจ“เจ้าแก้มงี่เง่าไปเหรอ?” เข้าแก้มจึงถามกลับมา เธอไม่อยากเป็นอย่างนี้เลย เพียงแต่จัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้จริง ๆ“ไม่ใช่หรอก แต่แกก็รู้ว่าพี่โซ่เขารักแกแค่ไหน”“ใช่ ตึงใส่เขาไปแบบนั้นจะเรียนรู้เรื่องไหมน่ะ” คำพูดของหนูดีทำให้เจ้าแก้มชะงัก แล
“พี่ไลอ้อน” เจ้าแก้มหยุดชะงักแล้วยกมือไหว้เพื่อนสนิทของแฟนหนุ่ม“ไม่เห็นไอ้โซ่บอกเลยว่าเราจะมา?” ไลอ้อนรับไหว้แล้วพึมพำขึ้น เพราะก่อนหน้านี้โซ่ไม่เห็นจะบอกพวกเขาเลยว่าเจ้าแก้มจะมากินข้าวที่โรงอาหารของพวกเขา“เจ้าแก้มไม่ได้บอกพี่โซ่น่ะค่ะ” เจ้าแก้มบอกกับเขาไปเสียงนิ่ง“อ้าว” นั่นทำให้ไลอ้อนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ และไหนจะอาการมึนตึงของเจ้าแก้มอีก เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่“ขอตัวไปสั่งข้าวก่อนนะคะ” เจ้าแก้มตัดบทแล้วขอตัวไปสั่งข้าวทันทีไลอ้อนมองตามหลังของเธอไปด้วยความงงงัน“น้องชิงชิง?” จากนั้นก็หันมามองชิงชิงอย่างตั้งคำถาม“ขอตัวนะคะ” แต่ชิงชิงไม่สามารถพูดอะไรได้เช่นกัน จึงค้อมหัวให้รุ่นพี่เล็กน้อย จากนั้นก็วิ่งตามหลังเจ้าแก้มไปติด ๆทิ้งให้ไลอ้อนได้แต่เกาหัวแกรก ๆ มองตามหลังไปทางด้านของโซ่ ในตอนนี้เขากำลังรอเจ้าแก้มตอบกลับข้อความ หลังจากที่เขาส่งไปหาเธอตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว“มึงเห็นนี่ยัง?” แล้วจู่ ๆ พายัพก็ยื่นโทรศัพท์ของเขาไปให้กับโซ่ซึ่งโซ่ก็มองด้วยความแปลกใจ และรับไปดูก็เห็นว่าเป็นรูปตอนที่เขาไปทำบุญเมื่อเช้านี้ และมีรุ่นน้องคนหนึ่ง มาอยู่ข้าง ๆ ซึ่งเขาไม่ได้รู้จัก หร
เช้าวันต่อมา ในวันนี้เจ้าแก้มมาเรียนโดยมีพี่ชายมาส่ง เพราะโซ่มีนัดกับรุ่นน้องแต่เช้า เพื่อมาทำบุญคณะกัน เจ้าแก้มจึงไม่ได้รบกวนเขาในขณะที่นั่งรอเรียนอยู่นั้น ก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระยะ และเจ้าแก้มเองก็รู้สึกว่ามีสายตาของหลายคนมองมาที่เธอแปลก ๆเจ้าแก้มจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงงงัน จนหันมาเห็นสายตาของเพื่อนสนิททั้งสองนี่แหละ“มีอะไรเหรอ?” เจ้าแก้มถามขึ้นด้วยความสงสัย“ดูนี่สิ”“หือ?” เจ้าแก้มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย จากนั้นก็รับโทรศัพท์จากมือของหนูดีมาดูซึ่งบนหน้าจอกำลังโชว์ภาพของโซ่และผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำบุญอยู่ข้างกัน พร้อมกับแคปชันหวานซึ้งเจ้าแก้มเลื่อนอ่านเม้นก็มีแต่คนพูดว่าเหมาะสมกัน และถามถึงเธอด้วย“โอเคนะ?” ชิงชิงถามขึ้นแล้วมองเจ้าแก้มด้วยสายตาเป็นกังวลเพราะสีหน้าเจ้าแก้มมีความเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังกำโทรศัพท์ในมือแน่นเจ้าแก้มได้สติเงยหน้าขึ้นมาเพื่อนสนิททั้งสองแล้วถามขึ้น“ใครเหรอ?”“เห็นบอกว่าเป็นรุ่นน้องปีหนึ่งน่ะ” หนูดีเป็นฝ่ายตอบ เพราะเธอได้ถามมาแล้วก่อนที่จะเอารูปให้เจ้าแก้มดู คนรู้จักของเธอบอกว่าเป็นรุ่นน้องปีหนึ่ง“อื้ม” เจ้าแก้มพยักหน้ารับรู้แล้วทำเป็น
โซ่เองก็ให้เจ้าแก้มมานั่งข้าง ๆ เขาเช่นกัน แล้วหยิบน้ำมาเปิดฝาให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” เจ้าแก้มรับน้ำมาแล้วเอ่ยขอบคุณโซ่“หิวไหม?” โซ่จึงถามอย่างใส่ใจ เพราะทุกครั้งเวลานี้เจ้าแก้มจะต้องได้กินของว่าง แต่เขาติดธุระ ไม่มีเวลาไปรับเธอเลย คิดแล้วก็มีสีหน้ารู้สึกผิดขึ้นมาทันที“ไม่ค่อยหิวค่ะ” เจ้าแก้มรู้สึกหิวเล็กน้อย เพราะความเคยชินที่ได้กินอาหารเวลานี้ แต่ก็ไม่อยากรบกวนโซ่ จึงตอบกลับไป“แสดงว่าหิว?” แต่คำว่า ไม่ค่อย ของเธอนั้นทำให้โซ่ขมวดคิ้วแล้วหรี่ตามองเธอ“แฮ่ ๆ” เจ้าแก้มไม่อยากโกหกว่าไม่หิวจึงยิ้มแหยให้เขาไป“รอก่อนนะ เดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรกิน” โซ่จึงพูดขึ้นแล้วหันไปมองตามรับน้องของคณะตัวเองด้วยความหงุดหงิด ใจเขาอยากจะเข้าไปปล่อยรุ่นน้องและพาเจ้าแก้มกลับตอนนี้เลย แต่ไม่สามารถทำได้อย่างที่คิด“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ากินตอนนี้ กลับบ้านไปคงกินข้าวไม่ได้” เจ้าแก้มเห็นสีหน้าโซ่จึงรีบบอกกับเขาไป เพราะเวลานี้เธอคงกินอะไรไม่ได้แล้ว เพราะว่าต้องกลับไปกินข้าวกับที่บ้านต่อด้วย“อื้ม” โซ่เองก็พึ่งนึกขึ้นได้จึงพยักหน้าเข้าใจรอไม่นานกลุ่มพี่ว้ากก็มีการปล่อยรุ่นน้องให้กลับบ้านทำให้โซ่เองก็พาเจ้าแก้มกลับได้เช่นก
เวลาผ่านไป หลังจากวันนั้นที่โซ่ง้อเจ้าแก้มได้สำเร็จ ทั้งสองก็ตัวติดกันตลอด ไม่ห่างไปไหนช่วงปิดเทอมบ้านของเจ้าแก้มก็มีโซ่ไปเป็นแขกประจำ จนคุ้นเคยกับทุกคนในบ้านพี่ชายทั้งสองของเจ้าแก้ม เห็นโซ่ดูแลน้องสาวของพวกเขาเป็นอย่างดีก็อ่อนให้โซ่แล้ว ไม่มีจิกกัดเหมือนแต่ก่อนจวบจนเปิดเทอม เจ้าแก้มขึ้นปี 3 ส่วนโซ่ก็เป็นรุ่นพี่ปี 4 แล้วในวันนี้เจ้าแก้มมาที่มหาวิทยาลัยโดยมีโซ่มาส่ง ส่วนตัวเขานั้นยังไม่ได้มีการเรียนอะไร มีเพียงคอยดูแลเรื่องการรับน้องในคณะก็เท่านั้นซึ่งโซ่ได้รับเลือกเป็นประธานสภาของมหาวิทยาลัย เขาจึงวุ่นวายเป็นอย่างมากส่วนเจ้าแก้มนั้นขึ้นปีสาม เป็นปีของพี่ว้าก ที่ไม่ต้องไปวุ่นวายการรับมากนัก แต่วันนี้เธอถูกเพื่อนสนิทลากมาดูพี่ว๊าก ซึ่งก็คือเพื่อนปีเดียวกันกับเธอลงว้ากเป็นครั้งแรก“เงียบ!!”เสียงว๊ากที่ดังขึ้นทำให้น้อง ๆ ที่กำลังฮือฮากันอยู่เงียบเสียงลงทันทีบรรยากาศโดยรอบกำลังเกิดเดดแอร์ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าแก้มที่เผลอเกร็งไปกับน้อง ๆ ด้วย“ดุชะมัด” ชิงชิงหันไปกระซิบกับหนูดีเพราะพี่ว้ากปีของพวกเธอ มาจากกลุ่มผู้ชายที่ดูจะนุ่มนวลที่สุดแล้ว ทุกคนจึงไม่เชื่อนักว่าพวกเขาจะว้ากได้จริง จึ
พรึบเขาดึงแขนเธอเข้าไปประชิดตัวเองไว้ จากนั้นก็ดันหลังเธอชนกับกำแพงห้องแล้วฉกจูบลงมา“อื้อออออ” เจ้าแก้มเบิกตากว้างอย่างตกใจแล้วก็เอามือดันไหล่เขาไว้“พะ พี่โซ่” เธอพยายามห้ามเขาที่กำลังซุกไซ้ซอกคอของเธออยู่ในตอนนี้“พี่ขอโทษ” เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าแก้มด้วยสายตาอ้อนวอน ขอให้เธอหายโกรธเขาซึ่งในตอนนี้เจ้าแก้มไม่ได้โกรธเขามากขนาดนั้นแล้วจึงใจอ่อน“นะครับ” โซ่ทำเสียงออดอ้อน จากนั้นก็มองเธออย่างอ้อนวอน“เจ้าแก้มหายโกรธก็ได้ แต่พี่โซ่อย่าทำแบบนั้นอีกนะคะ”เจ้าแก้มจึงยอมใจอ่อน หายโกรธเขา แต่ก็ยังกำชับไม่ให้เขาพูดแบบนั้นอีก เพราะเธอไม่ชอบจริง ๆ“ครับ” โซ่ตอบรับแล้วยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจโซ่ทำการช้อนตัวเจ้าแก้มขึ้นอุ้มโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว“พี่โซ่!!” เจ้าแก้มหวีดร้องด้วยความตกใจแล้วยกมือขึ้นโอบรอบคอโซ่ไว้กันไม่ให้ตัวเองตกโซ่พาเธอเข้ามาในห้องนอนแล้ววางเธอลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมหลายวันที่ผ่าน ไม่ได้คุยกับเจ้าแก้มแล้วเขารู้สึกจะคลั่งตาย โซ่สบตามองเจ้าแก้มอย่างลึกซึ้งจนเจ้าแก้มรู้สึกเขินอายฟอดดดด“ขอนะครับ” โซ่โน้มหน้ามาหอมแก้มเธอแล้วกระซิบข้างหูเสียงแหบพร่าเขาค่อย ๆ ทำการโน้มน้าวโลม
และนี่ก็สามวันแล้วที่เจ้าแก้มโกรธโซ่ ไม่ยอมพูดคุยด้วย อีกทั้งยังเมิน หลบหน้าเขาอีกด้วย จนโซ่ต้องมานั่งซึมแบบนี้ผับ F “ท่าทางจะอาการหนักว่ะ” ไลอ้อนหันไปพูดกับพายัพติดตลกแล้วมองไปที่โซ่“เออ กูก็ว่างั้น” ซึ่งพายัพเองก็เห็นด้วยเป็นอย่างมากเพราะในตอนนี้โซ่กำลังนั่งเหม่อถือแก้วเหล้ากระดกเป็นน้ำเปล่า ไม่ยอมพูดจากับใครทั้งสิ้น“มันเป็นอะไร?” คำพูดของทั้งสองทำให้คนบนโต๊ะหันไปมองโซ่เป็นตาเดียว และก็มีคนถามขึ้น“เจ้าแก้มงอนมันน่ะสิ” เรย์จึงเป็นฝ่ายตอบแล้วหยิบขวดเหล้ามารินให้กับตัวเอง“หือ?” นั่นทำให้ทุกคนที่ได้ยินขมวดคิ้วสงสัย เนื่องจากเจ้าแก้มอ่อนหวานและเรียบง่ายแบบนั้น โซ่ไปทำอะไรให้อีกฝ่ายโกรธมากันจากนั้นก็มีคนหนึ่งที่ทำการสอดส่องสาว ๆ อยู่เขาสะดุดอยู่ที่โต๊ะหนึ่งแล้วหรี่ตามอง“อะไร?” จนเพื่อน ๆ เห็นท่าทางนั้นแล้วรู้สึกสงสัย จึงถามขึ้น“มึงช่วยกูดูหน่อย ว่านั่นใคร?” คนนั้นจึงชี้ไปที่โต๊ะหนึ่งทันทีทำให้สายตาของทุกคนยกเว้นโซ่หันไปมองตาม“กะ กูไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมว่ะ?” ไลอ้อนพูดขึ้นแล้วขยี้ตาเพราะที่พวกเขาเห็นคือเจ้าแก้มและกลุ่มเพื่อนของเธอนั่นเอง“ไอ้โซ่” ลีออนจึงหันไปเรียกโซ่ที่นั่งนิ่ง
“สวัสดีครับ”“คะ?” เจ้าแก้มหันไปมองหนุ่มหล่อหน้าตาดีในชุดมหาวิทยาลัยอื่นที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาแปลกใจ“ผมเซนนะครับ” อีกฝ่ายจึงรีบแนะนำตัวทันที“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เจ้าแก้มพยักหน้ารับรู้แล้วถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ“เอ่อ ผมจะมาขอไลน์คุณน่ะครับ” เซนยื่นโทรศัพท์ในมือมาให้เจ้าแก้ม เพื่อขอช่องทางการติดต่อของเธอตามที่พูด“เอ่อ” นั่นทำให้เจ้าแก้มมีท่าทีอึกอัก ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที“ไม่ทราบว่าคุณชื่อ?” เซนทำเป็นไม่เห็นท่าทางลำบากใจของเธอ และทำเป็นถามชื่อ ในตอนแรกที่เขาเห็นเธอก็รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก และมองจนเพื่อนของเขารู้ พร้อมกับเชียร์ให้เขาเข้าหาเธอ“เจ้าแก้ม” เจ้าแก้มยังไม่ทันได้ตอบอะไรไป ก็มีเสียงเรียกเธอดังขึ้นเสียก่อน“พี่โซ่!” เจ้าแก้มหันมองก็เห็นว่าเป็นโซ่นั่นเองที่ยืนหน้านิ่งอยู่ในชุดนักกีฬา“มีอะไรหรือเปล่า?” โซ่เดินเข้ามาแล้วถามขึ้น พร้อมกับปรายตามองไปที่ผู้ชายคนนั้นเล็กน้อยเขากำลังจะมาหาเจ้าแก้ม แต่กลับเห็นเธอยืนคุยกับผู้ชายคนอื่นอยู่ จึงเกิดความไม่พอใจ“คือว่า” เจ้าแก้มกำลังจะอธิบายให้แฟนหนุ่มของเธอฟัง“ผมมาขอไลน์คุณเจ้าแก้มน่ะครับ” แต่เซนกลับพูดขึ้นเสียก่อน ทำให้เธอช