แชร์

บทที่ 347

ผู้เขียน: หว่านชิงอิ๋น
"หากข้ามิจัดการเรื่องแต่งงานของบุตรีทั้งสองคนเสียแต่เนิ่น ๆ เกรงว่าเมื่อข้าจากไปแล้ว วันหน้าพวกนางคงโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพา"

หลังจากลั่วหรงพูดจบก็อดมิได้ที่จะไอสองครั้ง จากนั้นก็รินน้ำชาถ้วยหนึ่งเพื่อให้ชุ่มคอ

ลั่วชิงยวนสังเกตเห็นแววอ่อนล้าในดวงตาของลั่วหรง นางคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการเตรียมงานแต่งในระยะนี้

ทว่ายามนี้กลับดูเหมือนว่าจะมีเหตุผลอื่นเสียแล้ว

"ท่านอาเจ้าคะ ขอข้าจับชีพจรท่านสักหน่อยเถิด"

ลั่วหรงยิ้มพลางส่ายหน้า "ข้ารู้ตัวเองดี ขืนกังวลใจมากไปก็จะทำให้แก่เร็ว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงยัยเด็กอวิ๋นสี่ที่ชวนให้อดห่วงมิได้นี่เลย"

"ข้าเกรงว่าวันเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของจวนมหาราชครูกำลังหมดไปจริง ๆ แล้วข้าก็กลัวว่าจักหามีผู้ใดปกป้องเด็กสองคนนี้ได้อีก!"

ลั่วหรงสีหน่าเคร่งเคร่งขรึมและเป็นกังวล

เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วด้วยความสับสน "วันเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของจวนมหาราชครูกำลังหมดไปหมายความเยี่ยงไรเจ้าคะ? หมู่นี้ก็ใช่ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นในเรือนเสียหน่อย"

ลั่วหรงยิ้มพลางตบหลังมือของนาง "ข้ารู้สึกว่าร่างกายแบกรับมิไหวอีกต่อไปแล้ว หากจัดการเรื่องการแต่งงานของบุตรข้า
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 348

    ก่อนที่นางรับใช้จะทันได้พูดให้จบ ลั่วหรงก็รีบลุกพรวดด้วยความร้อนใจแล้ววิ่งออกไป ลั่วชิงยวนสวมผ้าคลุมหน้าแล้วรีบตามไป เกิดอะไรขึ้นกับท่านมหาราชครูกันแน่! นางรีบตามฝีเท้าของลั่วหรงจนมาถึงห้องตำราของท่านมหาราชครู จากนั้นก็เห็นท่านมหาราชครูกำลังนั่งเอามือกุมหน้าอกอยู่บนเก้าอี้ ราวกับว่าเขาหายใจแทบไม่ออกอยู่แล้ว น่าแปลกที่ลั่วไห่ผิงก็อยู่ตรงนั้นด้วย "ท่านลุงรอง! อดทนเอาไว้นะขอรับ ข้าจะไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!" ลั่วไห่ผิงเอ่ยด้วยท่าทีกระวนกระวายใจแล้วเตรียมจะวิ่งออกไปข้างนอก ลั่วหรงรีบดึงตัวเขากลับมาพลางเอ่ยน้ำเสียงขรึม "วันนี้เป็นวันมงคลของหลางหลาง ขืนท่านวิ่งออกไปด้วยท่าทีตื่นตระหนกเช่นนั้น คนข้างนอกคงได้รู้กันหมดพอดี" ลั่วไห่ผิงที่ตื่นตกใจจึงเอ่ยวาจาตำหนิขึ้นมาว่า "น้องหรง เจ้าเป็นคนกตัญญูรู้คุณเป็นที่สุด แต่มิคาดคิดว่าในช่วงเวลาเป็นตายเช่นนี้ เจ้ากลับเอาแต่สนใจงานมงคลของบุตรสาวของตัวเจ้า หากพวกเรามิไปตามหมอท่านลุงรองคงต้องตายแน่!" ลั่วหรงถลึงตามองเขาด้วยความโกรธจัด "ท่านพ่อของข้าตกอยู่ในสภาพนี้เพราะคนบางคน ท่านคิดว่าผู้ใดควรรับผิดชอบเล่า?!" เพียงประโยคเดียวก็ทำเอาลั่วไห่ผิง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 349

    ท่านมหาราชครูสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่สักพัก เมื่อเห็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของลั่วชิงยวน เขาก็เดาออกเลยว่าตอนอยู่ในตำหนักอ๋อง นางคงไม่มีชีวิตที่ดีนัก! การที่นางหายไปนานถึงเพียงนั้น เกรงว่าคงต้องทนทุกข์ไม่น้อยเลย หากเกิดเรื่องขึ้นกับจวนอัครเสนาบดี ลั่วชิงยวนย่อมต้องถูกท่านอ๋องทอดทิ้งเป็นแน่ เมื่อลั่วชิงยวนถูกลากเข้ามาพัวพัน สิ่งเดียวที่รอคอยนางอยู่ก็คือ ความตาย! ลั่วไห่ผิงมิได้รักใคร่ไยดีนางเลยสักนิด หากเขาไม่คอยดูแลนางล่ะก็ นางคงตายไปตั้งแต่เมื่อครั้งเยาว์วัยแล้ว... ท่านมหาราชครูรู้สึกปวดใจนัก แต่สุดท้ายก็กัดฟันตอบตกลง "ก็ได้ ข้าจะมอบจี้กิเลนให้เจ้า! เจ้าต้องจดจำไว้ว่า สิ่งนี้เป็นรางวัลจากจักรพรรดิองค์ก่อน มันมีความหมายกับข้ามากและมีคุณค่าในตัวเหลือคณานับ!" "วันนี้ข้าจักมอบสิ่งนี้เพื่อให้เจ้าเอาไปช่วยจวนอัครเสนาบดีของเจ้า! ข้าหวังว่าเจ้าจักจดจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้!" "ทำดีกับชิงยวนให้มาก ๆ หน่อย แล้วก็เลิกใช้นางมาแสวงหาผลประโยชน์ได้แล้ว!" ขณะที่ท่านมหาราชครูลั่วพูด เขาก็หยิบจี้กิเลนออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้ลั่วไห่ผิง ลั่วชิงยวนผงะอึ้งไปชั่วขณะ จู่ ๆ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 350

    ในยามนี้เอง บรรดาผู้มาเยือนที่อยู่ในงานต่างครึกครื้นสนุกสนาน มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เดินผ่านลานไป ลั่วชิงยวนแอบตามลั่วเยวี่ยอิงอยู่ไม่ไกลจากนอกเรือนปีกตะวันออก ลั่วชิงยวนหลบอยู่หลังกำแพง นางได้ยินเสียงลั่วเยวี่ยอิงกำชับนางรับใช้ว่า "พวกเจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?" นางรับใช้ผงกศีรษะ "จัดการเรียบร้อยแล้ว คุณหนูมิต้องห่วงเจ้าค่ะ!" เมื่อลั่วชิงยวนมองดูให้ชัด ๆ ก็รู้ว่าเป็นนางรับใช้จากจวนอัครเสนาบดี นางถือได้ว่าเป็นนางรับใช้คนสนิทของลั่วเยวี่ยอิงผู้หนึ่งเลยก็ว่าได้ การที่นางมาจัดแจงบางสิ่งบางอย่างถึงจวนมหาราชครู ย่อมมิใช่เรื่องดีงามอันใดเป็นแน่ "งั้นทำตามแผนได้ พอลั่วชิงยวนเข้ามาในห้อง เจ้าก็รีบพาคนเข้ามาเถอะ!" นางรับใช้ผงกศีรษะอีกครั้ง จากนั้นลั่วเยวี่ยอิงก็จากไป ลั่วชิงยวนสายตาเย็นชาเล็กน้อย แผนการคราวนี้พุ่งเป้ามาที่นางกระนั้นหรอกหรือ? ดูเหมือนว่าลั่วเยวี่ยอิงจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของตนจริง ๆ ลั่วเยวี่ยอิงคงคิดจะปลีกตัวออกจากสถานการณ์ เรื่องจะได้พัวพันมาไม่ถึงตนเอง ดังนั้นนางจึงอยู่ให้ห่างออกไป เมื่อลั่วชิงยวนเห็นว่าดูเหมือนนางรับใช้คิดจะตามหาตน

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 351

    ทว่าในยามนี้เอง ก็มีมือผลักหลังของนางอย่างแรงจนถลาเข้าไปในห้อง ลั่วชิงยวนรีบก้าวถอยหลังออกมา จากนั้นก็โก่งคอร้องตะโกนสุดเสียงว่า "พระชายา โปรดพักผ่อนให้สบาย บ่าวขอตัวก่อนเจ้าค่ะ" ทันทีที่ลั่วเยวี่ยอิงได้ยินเสียง นางก็หน้าเปลี่ยนสีทันที นางหลงกลเข้าแล้ว! แต่เมื่อนางตระหนักได้เช่นนี้ นางก็หันหลังเตรียมวิ่งหนีไป ทว่าขณะที่นางคิดจะหนีไป บุรุษขี้เมาหลายคนก็พลันล้อมนางเอาไว้ "นี่มันเสี่ยวหลานจากหอซิ่งชุนมิใช่หรือ? ไฉนเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า?" "ไม่เจอกันเสียนาน เสี่ยวหลาน บังเอิญว่าวันนี้เป็นวันดี เช่นนั้นก็มาดื่มกับนายท่านผู้นี้สักหน่อยเถิด!" บุรุษหลายคนเดินเข้ามาคว้าไหล่ของนาง ลั่วเยวี่ยอิงผลักพวกเขาออกไปด้วยความรังเกียจ "ปล่อยข้า พวกเจ้าจำคนผิดแล้ว! ข้าเป็นคนที่จ้างวานพวกเจ้าต่างหากเล่า!" แต่คำอธิบายของลั่วเยวี่ยอิงช่างเปล่าประโยชน์สิ้นดี คนพวกนี้รู้แต่เพียงว่าต้องจัดการกับพระชายา มิหนำซ้ำนางรับใช้ก็เพิ่งจะเรียกนางว่าพระชายาด้วย พวกเขาหาได้สนใจไม่ว่าผู้ใดจะเป็นพระชายา พวกเขามาที่นี่ก็เพราะเงินเท่านั้น! ยามนี้จึงจำเป็นต้องแสร้งทำทีเป็นเมามาย มิฉะนั้นภายหลังอาจจะ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 352

    ฟู่เฉินหวนพาลั่วเยวี่ยอิงเดินจากไป เขาปกป้องอีกฝ่ายเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความใส่ใจ คนทั้งสองช่างสมกันจริง ๆ ลั่วชิงยวนหันหลังกลับมาพิงต้นไม้ จากนั้นนางก็กำปกคอเสื้อเอาไว้แน่น ไฉนนางถึงได้รู้สึกอึดอัดใจถึงเพียงนั้น? หลังจากผ่านมาเนิ่นนานขนาดนั้นแล้ว ร่างของลั่วชิงยวนก็ยังคงมีความรู้สึกให้ฟู่เฉินหวนอีกกระนั้นหรือ? ทว่าความรู้สึกเช่นนี้ก็เหมือนจริงมากเสียจนนางก็บอกไม่ถูกไปชั่วขณะว่า เป็นจิตใจหรือร่างกายของนางกันแน่ที่รู้สึกอึดอัด ฟู่เฉินหวนพาลั่วเยวี่ยอิงไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ บุรุษขี้เมาถูกส่งตัวออกไปจากจวนมหาราชครูอย่างเงียบ ๆ ในทันที ท่านอาลั่วหรงก็ทราบเรื่องนี้ แต่วันนี้เป็นวันมงคลของลั่วหลางหลางและไม่สมควรจะเกิดเรื่องฉาวโฉ่เช่นนั้น ดังนั้นนางจึงออกคำสั่งกับทุกคนมิให้แพร่ข่าวออกไปเป็นอันขาด แต่เรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำให้ลั่วเยวี่ยอิงอับอายขายหน้ายิ่งนัก! ตรงหน้าลาน ฟ่านซานเหอกำลังดื่มกับบรรดาผู้มาเยือน ขณะที่ลั่วชิงยวนลอบเข้าไปในเรือนหลังใหม่ นางเห็นลั่วหลางหลางสวมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสดอยู่ในห้อง "ผู้ใดกัน?" เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด ลั่วหลางหลางก็ตะโกนขึ้นเพื่อป้องก

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 353

    หลายปีก่อน สิ่งที่มารดาของลั่วชิงยวนจัดแจงเอาไว้ ทำให้ความรุ่งเรืองของลั่วไห่ผิงเสื่อมถอยลง สรรพสิ่งเกิดจากน้ำมือมนุษย์ สิ่งที่ได้มาจากแรงผลักดันภายนอกจะเป็นของเขาไปตลอดกาลได้อย่างไรกัน? เมื่อกลับมาถึงตำหนักอ๋อง ลั่วชิงยวนก็คิดว่า ครั้นเมื่อฟู่เฉินหวนกลับมา นางก็จะเชิญตัวเองไปอยู่เรือนแยกเพื่อจะได้ไม่ขวางหูขวางตาเขา นางเองก็อยากจะกลับไปเปิดกิจการต่อแล้ว พอตกเย็นก็มีคนรับใช้เข้ามาบอกว่า "พระชายา ท่านอ๋องเชิญท่านไปที่ห้องตำราขอรับ" ยอดเยี่ยมไปเลย! "จือเฉา เก็บข้าวของแล้วออกไปก่อนจะมืดค่ำ" ลั่วชิงยวนมาที่ห้องตำรา แต่กลับหามีผู้ใดอยู่ในห้องตำราและลานเรือนสักคนเดียว ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องบางอย่างทำให้ฟู่เฉินหวนต้องล่าช้า นางจึงคิดจะหันหลังจากไป แต่จู่ ๆ นางก็หยุดฝีเท้าลง ถุงหอมถูกฟู่เฉินหวนเอาไป เขาจะเอาไว้ในห้องตำราหรือไม่? เมื่อเห็นว่าหามีผู้ใดอยู่แถวนี้ นางก็เริ่มรื้อค้นตามกล่องบนชั้นวางของและตู้มีลิ้นชัก เวลาจวนจะหมดลงแล้ว จากนั้นนางก็ลงมือด้วยความว่องไวพลางเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวนอกประตูไปด้วย ในที่สุดนางก็เจอกล่องผ้าปักดอกในตู้ใบเตี้ยที่อยู่ข้างตัว เมื่อน

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 354

    ตอนนี้นางมีอีกตัวตนหนึ่ง หลังจากสังหารลั่วเยวี่ยอิงแล้ว นางก็จะละทิ้งตัวตนของลั่วชิงยวนไปเสีย อย่างไรเสียการที่นางแต่งงานกับฟู่เฉินหวนโดยที่เขาไม่ยอมมอบหนังสือหย่าให้แก่นาง เช่นนั้นนางก็คงต้องถูกกักขังไปชั่วชีวิต มิสู้ให้ลั่วชิงยวนตายไปเสียน่าจะดีกว่า จากนั้นก็อาศัยฐานะของฉู่ลั่วล้างแค้นที่ยังมิได้ชำระ! ลั่วเยวี่ยอิงที่ดวงตากลัดเลือดขีดข่วนมือของนางอย่างสุดกำลัง เพราะใกล้จะสิ้นใจอยู่รอมร่อ ทว่าในยามนี้เอง ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากข้างนอก ชั่วครู่ต่อมาประตูก็ถูกผลักให้เปิดออก "หยุดนะ!" เมื่อเสียงตวาดอันเฉียบขาดดังขึ้น นางก็ถูกเตะเข้าที่แผ่นหลังอย่างแรงจนลอยไปกระแทกพื้น ตอนที่นางพยายามจะลุกขึ้น กลิ่นคาวเลือดก็พลุ่งขึ้นมาในลำคอแล้วกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง บังเกิดอาการปวดแปลบปลาบในอกขึ้นมา "เยวี่ยอิง!" ฟู่เฉินหวนรีบเข้าไปประคองลั่วเยวี่ยอิง ลั่วเยวี่ยอิงหล่นสู่อ้อมแขนของฟู่เฉินหวนด้วยความอ่อนแรง จากนั้นก็รีบสูดหายใจแล้วกุมลำคอเอาไว้ ทันทีที่นางเงยหน้าไปเห็นฟู่เฉินหวน น้ำตาก็ไหลอาบหน้า "ท่านอ๋อง..." ลั่วเยวี่ยอิงร่ำไห้แล้วมองลั่วชิงยวนพลางกล่าวว่า "ข้าจับได้ว่าท่า

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 355

    โลงศพมารดาของนางว่างเปล่า! หามีอันใดไม่! แต่วาจาอันจริงจังของลั่วไห่ผิงกลับสร้างความตื่นตกใจให้แก่ฟู่เฉินหวน ถึงแม้จะลังเลใจ แต่เขาก็ยังมอบถุงหอมให้แก่ลั่วเยวี่ยอิงกับลั่วไห่ผิงด้วยท่าทีกังขา เขาจึงฉวยโอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าวแล้วถามว่า "ท่านอัครเสนาบดี ท่านช่วยตอบคำถามก่อนหน้านี้ของตัวข้าทีได้หรือไม่?" ลั่วไห่ผิงรู้สึกตื่นตกใจอยู่บ้าง ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการเล่นแง่เสียแล้ว ลั่วไห่ผิงมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ทว่าเขาก็ยังเอ่ยขึ้นมาว่า "พ่ะย่ะค่ะ พระมารดาของท่านอ๋องสนิทสนมกับมารดาของเยวี่ยอิง ราวกับพี่น้องกันก็มิปาน!" ทันทีที่กล่าววาจาเหล่านี้ออกมา ทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ต่างก็รู้สึกตื่นตะลึง ลั่วชิงยวนพลันขมวดขึ้นมาทันที พระมารดาของฟู่เฉินหวนกับมารดาของลั่วเยวี่ยอิงกระนั้นหรือ? ฟู่เฉินหวนรู้สึกตื่นตะลึงเป็นที่สุด เขาเหลือบมองถุงหอมในมือของลั่วเยวี่ยอิงแล้วอดมิได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น หรือว่านี่จะเป็นสิ่งที่ท่านแม่หลงเหลือเอาไว้ให้? เขามิเคยคิดว่าเหตุใดลั่วชิงยวนจึงต้องการถุงหอมใบนี้ เพราะเขาคิดว่ามันเป็นสิ่งของของมารดาตนจริง ๆ ทว่ายามนี้คำตอบของลั่วไห่ผิงกลับทำให้เข

บทล่าสุด

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1292

    ลั่วชิงยวนมองอวี๋โหรวด้วยความประหลาดใจ อวี๋โหรวกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คราวก่อนเจ้ามิได้ถามข้าหรอกหรือว่ามีสิ่งนี้หรือไม่ นี่เป็นดอกสุดท้ายที่ข้าเหลืออยู่”“คราวนี้เจ้าถูกฮองเฮาทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ข้าคิดว่าเจ้าย่อมต้องการสิ่งนี้เป็นแน่ จึงได้นำมาให้”ลั่วชิงยวนได้ฟังก็รู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก นางมิคาดคิดว่าอวี๋โหรวจะมอบสิ่งนี้แก่นางด้วยว่ายามนี้ ต่อให้หาทั่วทั้งเมืองหลวงก็หาสิ่งนี้มิได้แล้ว“ขอบคุณ” ลั่วชิงยวนกล่าวอย่างซาบซึ้งใจยามนี้นางต้องการสิ่งนี้ยิ่งนัก“มิต้องเกรงใจ” อวี๋โหรวแย้มยิ้มจากนั้นทั้งสองก็เข้าวังไปด้วยกัน กลับไปยังที่พำนักของสำนักนักบวชของพวกนางการใช้บัวถวายนั้นจำต้องใช้สมุนไพรอื่นร่วมด้วย อวี๋โหรวจึงไปยังคลังโอสถเพื่อนำสมุนไพรมามากมายลั่วชิงยวนจึงก่อไฟต้มยาในลานหลังจากกินยาเข้าไป ลั่วชิงยวนก็รู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างสิ่งนี้มีสรรพคุณหลักในการรักษาบาดแผลภายในและฟื้นฟูลมปราณ แต่เมื่อบาดแผลภายในหายดีแล้วย่อมส่งผลดีต่อบาดแผลภายนอกด้วยเช่นกันอวี๋โหรวเห็นว่าหลังจากนางกินยาแล้วสีหน้าของนางก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“ดูเหมือนว่ายานี้จะได้ผลดีกับเจ้าย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1291

    นางจ้องมองไปยังเฉินชีพลางเอ่ยว่า “โอสถนี้ก็แค่บำรุงรักษาร่างกายทั่วไป มิได้มีผลอะไรต่อข้าในยามนี้”เฉินชีกลับกล่าวตอบ “ร่างกายของเจ้าในยามนี้มิอาจกินยาแรงได้ ตำรับยานี้สามารถรักษาบาดแผลภายนอกของเจ้าได้”ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วมุ่นมองเขา “แต่ยามนี้ข้าต้องการโอสถรักษาบาดแผลภายใน”“โอสถของเจ้าเพียงรักษาที่ปลายเหตุ มิได้รักษาที่ต้นเหตุ!” เฉินชียังคงยืนกรานในความคิดของตน “วางใจเถิดอาเหลา โอสถที่ข้าให้เจ้ากินนั้นย่อมเหมาะสมแก่เจ้าที่สุด”“เจ้าพักผ่อนให้ดี ข้ายังต้องเข้าวังไปอีกครั้ง”“เรื่องของเกาเหมียวเหมี่ยวยังมิได้สะสาง”“เจ้าพักอยู่ที่นี่ให้สบายใจ ไม่มีผู้ใดกล้าทำร้ายเจ้าหรอก”กล่าวจบ เฉินชีก็จากไปอีกทั้งยังจัดแจงให้คนมาส่งโอสถแก่ลั่วชิงยวนด้วยลั่วชิงยวนพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนของเฉินชีสองวันแล้ว ทุกวันจะมีนางรับใช้มาเปลี่ยนผ้าพันแผลและเสื้อผ้าให้ตรงเวลาโอสถที่นำมาให้ก็ล้วนเป็นไปตามตำรับของเฉินชีทว่าลั่วชิงยวนรู้ซึ้งถึงอาการของตนดีว่า ร่างกายของตนนั้นจำต้องได้รับการรักษาด้วยโอสถใดตำรับยาของเฉินชีนั้นเป็นเพียงยาบำรุงร่างกายและให้สารอาหารแก่ร่างกายนี้ แต่การบำรุงเพียงอย่างเดีย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1290

    ขณะพูด เฉินชีก็รีบหยิบขวดโอสถขวดหนึ่งออกมา พลางเทโอสถลูกกลอนหนึ่งเม็ดส่งให้ลั่วชิงยวนกินมันสามารถปกป้องหัวใจของนางได้รถม้าโคลงเคลงไปตลอดทาง เร่งมุ่งหน้าไปยังจวนของเฉินซีอย่างรวดเร็วหลานจีได้ยินเสียงจึงเดินมาที่ลาน นางสงสัยมากว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ท่านแม่ทัพต้องรีบร้อนออกไปอย่างกะทันหันทว่านางกลับเห็นเฉินชีลงจากรถม้าพร้อมกับอุ้มลั่วชิงยวนที่ได้รับบาดเจ็บ“ท่านแม่ทัพ… นางคือ...” หลานจีรีบสาวเท้าเข้ามาแต่นางกลับถูกเฉินชีผลักออกไปอย่างไร้ความเมตตา “อย่ามาขวางข้า!”หลานจีต้องถอยหลังไปสองก้าวถึงจะทรงตัวไว้ได้เมื่อได้สติ เฉินชีก็เดินไปไกลพร้อมกับสตรีในอ้อมแขนแล้วหลานจีตกตะลึงเหตุใดท่านแม่ทัพถึงต้องเป็นห่วงสตรีนางนั้นถึงเพียงนี้?นางเป็นใครกัน?หลานจีเกิดอาการตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างกะทันหันนางตามไปดูด้วยความมิพอใจเฉินชีอุ้มลั่วชิงยวนเข้ามาที่ห้องของตน เขาวางนางลงบนเตียงแล้วเรียกนางรับใช้มาเปลี่ยนอาภรณ์ให้ลั่วชิงยวนนางรับใช้พากันสาละวนเข้า ๆ ออก ๆ เรือนกันยกใหญ่ยามนี้หลั่วชิงยวนหลับไปแล้วจากนั้นเฉินชีก็ออกจากห้องไป และมิรู้ว่าเขาไปที่ใดหลังจากที่นางรับใช้เปลี่ยนอา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1289

    "ตอนนี้มิว่าท่านจะตรัสอะไรไปก็ไร้ประโยชน์”“ไม่มีใครสนใจหรอกเพคะ”ทันทีที่พูดคำเหล่านี้ออกมา สีหน้าของฉินอี้และฮองเฮาเกาก็เปลี่ยนไปฮองเฮาเกาจ้องนางด้วยสายตาดุร้ายนางยิ้มเยาะ “ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปากแล้วรึ? อย่าลืมที่ข้าพูดไว้สิว่า หากเจ้าพูดข้าจะตัดลิ้นเจ้าทิ้งเสีย!”จากนั้นนางก็ส่งสายตาเป็นนัยให้องครักษ์องครักษ์สองคนก้าวไปข้างหน้า คนหนึ่งจับไหล่ของลั่วชิงยวน อีกคนหยิบมีดขึ้นมาเตรียมตัวพร้อมลงมือฉินอี้ตกใจและครุ่นคิดอย่างรวดเร็วว่าจะทำอย่างไรดีลั่วชิงยวนยังมิยอมแพ้ รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นบนใบหน้าของนาง “องค์ชายใหญ่ทรงเคยคิดหรือไม่เพคะว่าเหตุใดวรยุทธ์ของท่านถึงหยุดนิ่งมิพัฒนาไปไหน?”“เหตุใดถึงเรียนรู้ได้ช้า แม้จะทุ่มเทความพยายามมากกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า แต่ก็ยังมิสามารถเรียนรู้ได้เท่ากับที่คนอื่นทำได้”“นั่นมีเหตุผลอยู่เพคะ”“ที่จริงแล้ว ทั้งหมดมิใช่เป็นเพราะพรสวรรค์ที่ธรรมดาเพคะ”“แต่มีพิษชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า…”เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น ฉินอี้ก็ตกใจเป็นอย่างมากฮองเฮาเการีบกระชับเสื้อของนางด้วยความกังวล สีหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและขณะที่ลั่วชิงยวนกำลังจะพูดออกมาน

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1288

    ทันทีที่คำกล่าวเหล่านี้หลุดออกมาร่างกายของฟู่เฉินหวนก็แข็งทื่อดวงตาของฉินอี้เต็มไปด้วยความคาดหวังอันร้อนแรงตั้งแต่เล็กจนโต แม้เขาจะเป็นองค์ชาย แต่ก็มีเพียงมิกี่คนที่ให้ความเคารพเขาแม้กระทั่งน้องสาวของเขาเองก็มักจะลงมือทำร้ายเขาบ่อย ๆ โดยมิไว้หน้ากันเลยแม้แต่น้อยส่วนคนที่อยู่ตรงหน้าเขาคืออ๋องผู้เป็นเทพสงครามเทพแห่งแคว้นเทียนเชวียและผู้สำเร็จราชการผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้าเขาจึงตั้งตารอที่จะได้เห็นฟู่เฉินหวนคุกเข่าด้วยความเคารพฟู่เฉินหวนกำหมัดแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่จริงเขาสามารถเจรจากับฉินอี้ได้ และมีเงื่อนไขต่าง ๆ มากมายที่เขาสามารถพูดคุยกับอีกฝ่ายได้ทว่าการเจรจาต้องอาศัยยุทธวิธีและที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องมีจิตใจที่สงบมั่นคงแต่ในเวลานี้ ฟู่เฉินหวนมิสามารถทำเช่นนั้นได้เขาแทบจะรอมิไหวแล้วดวงตาของเขาขรึมลง พลางยกเสื้อคลุมขึ้นและคุกเข่าลงเสียงดังตึงเมื่อเข่ากระทบพื้นนั้นเจือไปด้วยความอึดอัดกลัดกลุ้ม แต่เป็นเสียงที่ฉินอี้ฟังแล้วรู้สึกสบายหูเป็นอย่างยิ่งมิอาจปฏิเสธได้ว่าตอนนี้เขาพอใจอย่างถึงที่สุดนี่เป็นความรู้สึกที่เขาพยายามเสาะหามาตลอดหลายปีแต่ก็มิเคยได้มันมาโดยเฉพา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1287

    ในห้องขังอันเงียบงัน เสียงเฆี่ยนตีดังชัดเจนจนเหมือนได้ยินเสียงผิวหนังฉีกออกเป็นชิ้น ๆทำเอาคนที่ได้ยินรู้สึกใจสั่นที่มุมตรงทางเดิน บุรุษสวมหน้ากากที่อยู่ข้างหลังฉินอี้กำหมัดแน่นในทันทีฝ่ามือถูกจิกจนเกือบจะเลือดออกฟู่เฉินหวนที่ได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงและอดมิได้ที่จะพุ่งไปหาแต่ฉินอี้คว้าข้อมือของเขาเอาไว้“เฉินชีจะมาช่วยนางเอง”“หากตอนนี้เจ้าถูกจับได้ก็ช่วยนางออกไปมิได้ แล้วพวกเจ้าก็จะต้องตายอยู่ที่นี่”“ด้วยตัวตนของเจ้า มีแต่จะต้องเผชิญกับจุดจบที่น่าอนาถยิ่งกว่าเดิม”ฟู่เฉินหวนกำหมัดแน่น เขาก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวและอดทนต่อไปฝ่ามือของเขาเหงื่อออกเมื่อได้ยินเสียงเฆี่ยนตีอย่างต่อเนื่องแต่ไม่มีเสียงร้องของความเจ็บปวด ก็สามารถบอกได้ว่า ลั่วชิงยวนกำลังทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดมากเพียงใดนั่นทำให้ฟู่เฉินหวนรู้สึกปวดใจเป็นอย่างมากทว่าเขาทำได้เพียงเฝ้ามองจากที่ไกล ๆ มิสามารถเข้าไปใกล้หรือช่วยนางได้เสียงแส้ดังขึ้นอย่างมิหยุดหย่อน และเสียงแส้ในแต่ละครั้งนั้นดูเหมือนจะฟาดลงไปที่หัวใจของฟู่เฉินหวนจนเลือดสด ๆ ไหลออกมาเป็นทางเวลาเหมือนจะผ่านไปอย่างเชื่องช้า และเสียงแส้น

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1286

    ภายในห้องบรรทมอันโอ่อ่าฉินอี้เดินมาที่ข้างเตียงด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลยามนี้เกาเหมียวเหมี่ยวได้ทำแผลและกินโอสถเรียบร้อยแล้ว แต่ใบหน้าของนางยังคงซีดอยู่เล็กน้อยเมื่อเห็นฉินอี้เดินมาหาด้วยใบหน้าฟกช้ำและเปื้อนเลือด เกาเหมียวเหมี่ยวจึงมองเขาด้วยความมิอยากเชื่อ“ท่านแพ้ลั่วชิงยวนรึ?”ฉินอี้ขมวดคิ้วเป็นปม พลางมองบาดแผลของเกาเหมียวเหมี่ยวด้วยความกังวลและพูดว่า “เหมียวเหมี่ยว บาดแผลเจ้าสาหัสมาก ช่วงสองวันนี้เจ้าควรพักผ่อนให้ดีก่อน อย่าเพิ่งเดินไปไหนมาไหนเลย”ทว่าเกาเหมียวเหมี่ยวกลับมิได้สนใจในความห่วงใยของฉินอี้นางจ้องมองฉินอี้ด้วยความโมโหแล้วยกฝ่ามือฟาดไปหนึ่งฉาดฉินอี้มิประหลาดใจแม้แต่น้อย แต่กลับมองเกาเหมียวเหมี่ยวด้วยสีหน้าจริงจังและเป็นห่วง“เหมียวเหมี่ยว...”เกาเหมียวเหมี่ยวโมโหมากจนเอามือฟาดเขาสองครั้งติดต่อกันและแสดงความเกรี้ยวกราดออกมา “ขยะไร้ค่า! ขยะไร้ค่า!”“ท่านเป็นถึงองค์ชายผู้สูงส่ง แต่กลับถูกลั่วชิงยวนจัดการจนมีสภาพเช่นนี้ อับอายจนมิรู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด!”เกาเหมียวเหมี่ยวโกรธจนแทบอยากจะฉีกลั่วชิงยวนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยดวงตาของฉินอี้หรี่ลง แต่กลับมิได

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1285

    แต่ขณะที่ทั้งสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างสูสีวิชาฝ่ามือที่จู่โจมเข้ามาอย่างฉับพลันของลั่วชิงยวนทำให้ฉินอี้มิทันตั้งตัว เขาถูกรัวหมัดใส่อย่างต่อเนื่องจนลอยกระเด็นออกไป และกระอักเลือดออกมาการต่อสู้สิ้นจบลงในพริบตาเดียวหลายคนที่อยู่รอบด้านล้วนเห็นมิชัด“เมื่อครู่เกิดกระไรขึ้น?”“ต่อสู้กันอยู่มิใช่หรือ? เหตุใดจู่ ๆ ฉินอี้ถึงแพ้ได้เล่า?”ลั่วชิงยวนมองฉินอี้ด้วยสายตาเย็นชา “ดูเหมือนวรยุทธ์ขององค์ชายใหญ่จะเป็นอย่างที่คนเขาลือกันนะเพคะ”เทียบกับคนทั่วไปแล้ว วรยุทธ์ของฉินอี้ก็ถือว่ามิได้อ่อนด้อยเลยแต่สำหรับคนที่เป็นถึงองค์ชายนั้นช่างดูอ่อนแอนักเมื่อครู่ที่ลั่วชิงยวนลองทดสอบ ดูเหมือนว่าเขายังคงมีทักษะวรยุทธ์แบบเดียวกับที่เคยเรียนมาเมื่อก่อน และมิได้มีความก้าวหน้ามากนักเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรหากฉินอี้เพียรพยายามมากกว่านี้ ผลลัพธ์ก็คงมิเป็นเช่นนี้ฉินอีจ้องนางด้วยโทสะ ดูเหมือนจะเจ็บใจที่วรยุทธ์ของตนอ่อนด้อยเกินไป ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้างยิ่งบาดหูมากขึ้นไปอีกเขากัดฟันพลางกำหมัดแน่น และพุ่งเข้าหาลั่วชิงยวนอย่างดุร้ายเขามิยอมพ่ายแพ้เช่นนี้หรอกแต่เขากลับมิสามารถเอาชนะลั่วชิงย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1284

    ลั่วชิงยวนตกตะลึง อารมณ์ความรู้สึกของนางดำดิ่งเป็นไปตามที่นางคาดเดาเอาไว้ว่ามิเหลือแม้แต่ศพอย่างนั้นหรือ?“มิพบศพด้วยซ้ำ” อวี๋โหรวกล่าวเสียงขรึมดวงตาของลั่วชิงยวนหม่นลง ดูเหมือนว่าร่างนั้นจะถูกกำจัดไปแล้วจริง ๆ ส่วนจะกำจัดอย่างไรและทิ้งไว้ที่ไหน บางทีอาจมีเพียงฆาตกรเท่านั้นที่รู้“น่าเสียดายจริง ๆ” ลั่วชิงยวนทอดถอนใจด้วยความเสียดายอวี๋โหรวจ้องนางด้วยสายตาจริงจังและพูดอย่างหนักแน่น “มิน่าเสียดายหรอก ข้าเชื่อว่าเจ้าจะกลายเป็นนางคนต่อไป!”ทันใดนั้น สายตาที่จริงจังของอวี๋โหรวก็ทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลังและยังสงสัยด้วยว่าอวี๋โหรวจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างหรือไม่ทว่าแม้แต่ศิษย์น้องหญิงก็จำนางมิได้ อีกทั้งอวี๋โหรวก็มิได้สนิทสนมกับนาง แล้วจะจำนางได้อย่างไรลั่วชิงยวนยิ้มและกล่าวว่า “ข้าจะถือว่านั่นคือคำปลอบใจก็แล้วกัน”อวี๋โหรวพูดอย่างจริงจัง “ข้ามิได้ปลอบใจเจ้า ข้าพูดจริง”หลังจากนั้น อวี๋โหรวก็ยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ทางข้ายังพอมียาอยู่บ้าง หากเจ้าต้องการอะไรก็บอกข้าได้เลย”ลั่วชิงยวนมิค่อยเข้าใจว่า เหตุใดอวี๋โหรวถึงทำดีกับนางนางมิค่อยรู้จักอวี๋โหรวมากนัก ในภาพจ

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status