มันเหมือนกับการแก้ปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น อันที่จริงพิษเย็นในร่างกายของ หยางเฉียนเฉียนนั้นไม่ธรรมดาและเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากทุกคนตกตะลึง แม้แต่หยางต้าฝูก็ตกใจและพูดอย่างตื่นเต้น: “ขอบคุณคุณชายเย่!”เพราะถึงยังไง เขาก็รู้สถานการณ์ของลูกสาวเธอเป็นอย่างดี แพทย์หลายคนทำอะไรไม่ได้เลย แต่กลับถูกราชามังกรก็รักษาได้อย่างง่ายดาย“ทักษะการรักษาท่านแพทย์เซียนเย่นั้นช่างน่าทึ่งจริง ๆ”“เมื่อกี้ข้าตาบอดมีตาหามีแววไม่ ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”ในตอนแรก แพทย์เซียนหลี่ตกใจมาก แต่หลังจากนั้นก็ขอโทษด้วยความตื่นใจ“ไม่เป็นไร” เย่เทียนหยู่กล่าวอย่างสุภาพเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยังพอมีทักษะอยู่บ้าง“ถ้าอย่างนั้นคุณชาย ท่านรับข้าเป็นศิษย์ของท่านได้หรือไม่? เพื่อจะได้ฝึกฝนทักษะทางการแพทย์ร่วมกับท่าน”แพทย์เซียนหลี่ก้มลงทันทีเพื่อวิงวอนด้วยความตื่นเต้นที่มากยิ่งขึ้นไปอีกท่าทางราวกับ รีบร้อนก้มหัวขอเป็นศิษย์ของเขานั้นเมื่อยางปินเห็นหก็ต้องตกใจ แพทย์เซียนหลี่เป็นถึงผู้นำด้านการแพทย์แผนจีนซึ่งมีชื่อเสียงและสถานะสูงส่ง แต่กลับมีท่าทางเช่นนี้ต่อชายหนุ่มแต่แล้ว เย่เทียนหยู่ส่ายหัวและปฏิเสธ: “ผมไม่มีเวลา
หลังจากดื่มไวน์และทานอาหารไปจนอิ่มหนำสำราญแล้ว หยางต้าฝูไม่เพียงแต่มอบของขวัญให้เขาเท่านั้น แต่ยังส่งเย่เทียนหยู่ไปที่วิลล่าสกายพาเลซหมายเลขหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณครึ่งทางขึ้นภูเขาเป็นการส่วนตัวด้วยแพทย์เซียนหลี่เฝ้าดูร่างที่จากไปของเย่เทียนหยู่อย่างเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรร์เป็นพิเศษหากเขาทำได้ เขาคงแทบรอไม่ไหวที่จะติดตามเย่เทียนหยู่กลับบ้านไปด้วย“ที่นี่สวยมาก เมื่อไหร่จะมีวิลล่าแบบนี้บ้างคะ?”ในขณะเดียวกัน ซูถิงซึ่งกำลังเดินอยู่ในวิลล่าสกายพาเลซหมายเต็มไปด้วยความอิจฉา“นี่จะไปนับประสาะไร วิลล่าสกายพาเลซหมายเลขหนึ่งตรงทางขึ้นไปบนภูเขานั่นน่าทึ่งจริงๆ แต่อให้มีเงินแต่ก็ไม่สามารถซื้อได้หรอก” หลิวเจี๋ยที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้น“ตระกูลก็ไม่ได้เหรอคะ?”“ไม่ได้หรอก” หลิวเจี๋ยส่ายหัว ครั้งนี้เขาไม่ได้คุยโม้“ให้ตายสิ ตระกูลหลิวของคุณน่ะสุดยอดมากยังไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นต้องเป็นผู้ทรงอำนาจแบบไหนกันนะ อยากรู้จักจริง ๆ ”“หยุดฝันซะเถอะ คนแบบนั้นน่ะ ทั้งชีวิตนี้คุณอาจไม่มีทางได้เจอเลยด้วยซ้ำไป”“นั่นสินะ!” ซูถิงพยักหน้าและทันใดนั้นก็พูดด้วยความประหลาดใจ: “เฮ้ นั่นรถของประธานหยางไม่ใช่เห
“ทำไมคุณถึงหน้าแดง? หรือเพราะคุณปู่อยากให้เรานอนห้องเดียวกันคืนนี้?”เย่เทียนหยู่นึกถึงสิ่งที่ชายชราพูดทางโทรศัพท์แล้วเดาดู“ก็ ก็ประมาณนั้นล่ะ” หลินหว่านหรูรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อเย่เทียนหยู่ได้ยินแบบนี้ เขาก็ส่ายหัวทันทีและพูดว่า “ไม่ได้หรอก หรือว่าตัวคุณมีราคาแค่ห้าแสนกันล่ะ?”“นายพูดเหลวไหลอะไรอยู่ยะ!”หลินหว่านหรูรู้สึกละอายใจและรำคาญ เธอจึงพูดอย่างรุนแรง: “ต่อให้นายตกลงไปแล้ว ฉันก็จะไม่ปล่อยให้นายได้รับสิ่งที่นายต้องการหรอก ในทางกลับกัน ถ้านายปฏิเสธ ฉันสามารถให้เงินนายได้”“ตกลง” เย่เทียนหยู่เห็นด้วย“คุณเห็นด้วยเหรอ?”“อือ แต่ว่าห้าแสนไม่พอหรอกครับ ผมต้องการห้าล้าน”หลินหว่านหรูแอบสาปแช่งเขา แต่เธอก็ตอบตกลง: “เอาล่ะ” ขณะที่เธอพูด เธอก็หยิบเช็คที่มีข้อความห้าล้านเขียนไว้ออกมาแล้วมอบให้เย่เทียนหยู่ทั้งสองเดินเข้าไปข้างใน มีเพียงสองสามีภรรยาตระกูลหลินอยู่ในห้องนั่งเล่นเมื่อเห็นเย่เทียนหยู่เข้ามาใกล้ หลิวอวิ๋นซิ่วก็พูดโดยตรงโดยไม่รอให้เขาพูด: “เย่เทียนหยู่ ฉันขอเตือนให้แกล้มเลิกความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ของแกไปซะ”“ตระกูลหลินไม่ใช่ตระกูลที่คนบ้านนอกแบบแกจะล้อเล่นด้วยได้หร
แต่ว่าก่อนหลินหว่านหรูจะคิดว่าจะปฏิเสธยังไง เย่เทียนหยู่ก็พูด: “คุณปู่ ผมยอมรับข้อเสนอครับ แต่ผมยังไม่อยากไปทำงานในบริษัทตอนนี้”เมื่อหลิวอวิ๋นซิ่วได้ยินแบบนี้ เขาก็เยาะเย้ยทันที: “ไม่อยากไปทำงานเหรอ อะไร แกอยากนอนอยู่ที่บ้านและกินและดื่มฟรีเหรอ?”“ไม่ครับ ผมแค่ไม่ร้อนเงิน” เย่เทียนหยู่พูดเบา ๆบอกว่าไม่ร้อนเงิน ถ้าไม่ร้อนเงินจะมาอยู่ในบ้านเราเหรอ?แล้วแก คนบ้านนอกที่เพิ่งลงมาจากภูเขา แกได้เงินมาจากไหน?แต่หลินหงหยุดห้ามหลิวอวิ๋นซิ่ว เรื่องคิดจะทำให้เขาอับอายน่ะทำได้ แต่ไม่สามารถบังคับให้เขาทำงานในบริษัทได้ ไม่อย่างนั้นไม่เท่ากับว่าเป็นการทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเขาเหรอ?หลิวอวิ๋นซิ่วก็คิดถึงเรื่องนี้เช่นกันและรีบหุบปากหลินหว่านหรูนึกถึงเงินห้าล้านบาทนั่น ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยตาคนไร้ความสามารถคนนี้ต้องคิดว่าด้วยเงินห้าล้านบาทนั่นเขาคงจะใช้ชีวิตได้อย่างไร้ความกังวลได้มากเท่าที่ต้องการแล้วสินะท่านปู่คิดว่าเย่เทียนหยู่เพิ่งลงมาจากภูเขา ดังนั้นเขาจึงขอให้เขาเที่ยวเล่นต่อไปอีกหน่อย เขาหันกลับไปและถามว่า “หว่านหรู ความคืบหน้าในการเข้าร่วมหอการค้าหลงเถิงเป็นยังไงบ้าง”
“เอาล่ะ ผมมีอย่างอื่นต้องทำและผมไม่มีเวลาคุยกับคุณ”เย่เทียนหยู่ผลักหลินหงออกไปและปิดประตูหลินหงตกตะลึงทันทีที่แท้เขาคือตัวตลกหลังจากกลับมาถึงบ้านเขาก็เล่าให้ภรรยาฟังทั้งคู่โกรธมากจนแทบจะหักเตียงเป็นชิ้น ๆตอนเที่ยงเย่เทียนหยู่เพิ่งเดินไปที่ห้องนั่งเล่นและสองสามีภรรยาตระกูลหลินกับอีกหนึ่งหนุ่มคุยกัน“พ่อ แม่ รอดูเถอะ เขามันก็แค่คนบ้านนอก ดูสิว่าอีกสักพักผมจะจัดการกับเขายังไง ผมมั่นใจว่าเขาจะต้องกลัวตายแน่”“เอาล่ะ จื่อตงก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ของคุณ”“ไม่ต้องกังวล ลูกพวกคุณเป็นใครกันครับ? เป็นเผด็จการอันดับหนึ่งในเมืองเทียนไห่ การจัดการกับเขาจะใช้เวลาไม่กี่นาที”“เขาจะเชื่อฟังแน่ ขอตบเขาเพียงไม่กี่ครั้ง ไม่อย่างนั้นผมจะให้เขาเดินไปมาโดยไม่มีอาหารกินระหว่างทางซะ”“เขามาแล้ว” หลิวอวิ๋นซิ่วกล่าวเมื่อหลินจื่อตงได้ยินแบบนี้ เขาก็หันกลับมาและเห็นเย่เทียนหยู่ เขายืนขึ้นและก้าวไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิใจพูดว่า “เจ้าหนู แกเป็นคนที่คอยรบกวนน้องสาวของฉันหรือเปล่า”เย่เทียนหยู่มีการได้ยินที่ไม่ธรรมดาและได้ยินการสนทนาของพวกเขาเมื่อนานมาแล้ว และพูดด้วยรอยยิ้ม: “ถูกต้อง เด็กดี ลองเรียกผมว
สีหน้าของท่านปู่เปลี่ยนไปทันที เขายังคงนิสัยหลานชายเป็นอย่างดี เขาหันไปมองเขา หวังว่าจะเป็นแค่ความเข้าใจผิดแต่เมื่อเห็นร่างกายของ หลินจื่อตงสั่นเทา ก็ยากที่จะพูด “ผม ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงของเพื่อนคุณชายเป้า...”“แกไอ้หลานเลว!”ท่านปู่โกรธมากจนตบเขาอย่างแรงหลินหงและภรรยาของเขาก็หน้าซีดเช่นกัน พวกเขาไม่คุ้นเคยกับคุณชายเป้าแต่พวกเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของคุณชายเป้าพวกเขาจะไม่กลัวได้ยังไงไม่ว่ายังไง หลานชายก็ไม่สามารถเพิกเฉยได้ท่านปู่ก้าวไปข้างหน้าแสร้งทำเป็นสงบแล้วพูดว่า: “คุณชายเป้า คราวนี้เป็นความผิดของหลานชายของข้าเอง แต่เราไม่อาจโทษคนไม่รู้เรื่องได้ ข้าขอให้คุณมีเกียรติและปล่อยเขาไปสักครั้ง ““ไม่ต้องกังวล เราจะชดเชยให้แน่นอน”“เอาล่ะ เพื่อเห็นแก่ผู้เฒ่า ห้าร้อยล้าน แล้วเราจะปล่อยไป”อะไรนะ ห้าร้อยล้าน!ครอบครัวของหลินหงเริ่มวิตกกังวลทันที ทรัพย์สินของตระกูลหลินทั้งหมดมีเพียงประมาณหนึ่งพันล้านเท่านั้น ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ หากถอนเงินสดออกไปห้าร้อยล้าน เงินทุนหมุนเวียนก็จะมีปัญหาอย่างแน่นอน“อะไรนะ ไม่อยากเหรอ?”“ถ้าเจ้าไม่ต้องการ ข
จางเป้าที่โกรธมากในตอนแรกและยังวางหมาดหยิ่งมาก จากนั้นเขาก็หันกลับมาและเห็นเย่เทียนหยู่และสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันทีนี่ นี่คือคนที่ประธานบอกเราโดยเฉพาะว่าอย่าไปยุ่งด้วยใช่ไหมเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครเพราะหากเขาล่วงเกินประธาน สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือโดนทุบตี แต่หากล่วงเกินเขา ทั้งประธานและราชาแห่งสวรรค์ก็ไม่สามารถช่วยเขาได้“คุณปู่หลิน ประตูนี้มีอะไรผิดปกติ?”ในตอนนั้นเอง มีคนสองคนปรากฏตัวที่ประตู ผู้นำเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี เมื่อดูจากชุดของเขา เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนร่ำรวยท่านปู่มองดูและตระหนักว่านี่คือ หลิวเจี๋ย จากตระกูลหลิวไม่ใช่หรือหลิวเจี๋ยเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลิว และตระกูลหลิว มีอำนาจมากในเมืองเทียนไห่ เขาอาจมีวิธีแก้ไขปัญหานี้เขารีบทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม: “หลิวเจี๋ย คุณอยู่ที่นี่ด้วย โปรดเข้ามาเร็ว”ในตอนนั้นเอง ในที่สุด จางเป้าก็กลับมามีสติ เมื่อนึกถึงคำสั่งของประธานาธิบดีที่จะไม่เปิดเผยตัวตนของอีกฝ่าย เขาจึงโค้งคำนับไปทางเย่เทียนหยู่ด้วยความเคารพและพูดต่อ“คุณหลิน เนื่องจากมีบุคคลสำคัญในตระกูลหลิน เราจึงจะปล่อยเรื่องนี้ไว้และตัดมันทิ้งไป เราไปกันก่อนนะ”
“เหลวไหลเหรอ ฉันว่านายนั่นล่ะเหลวไหล!”หลินหว่านหรูไม่สามารถระงับความโกรธของเธอได้อีกต่อไป“ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าอวดดี ทำไมถึงทำไม่ได้”“ยิ่งกว่านั้น นายน้อยหลิวยังสุภาพและเป็นสุภาพบุรุษมาโดยตลอด และเขาได้ช่วยเหลือตระกูลหลินของฉันมามาก คุณไม่คิดว่ามันมากเกินไปที่จะใส่ร้ายผู้อื่นด้วยวิธีแบบตาต่อตาเช่นนี้เหรอ?”“ถูกต้องแล้ว เย่เทียนหยู่ลืมมันซะเถอะ เพราะนายไม่มีความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง แต่กลับกลายเป็นว่านายกำลังใส่ร้ายผู้มีพระคุณของเราต่อตระกูลหลิว หากเจ้ายังทำเช่นนี้ต่อไป จงออกไปจากตระกูลหลินซะ”หลินหงก็ถือโอกาสพูด“ช่างมันเถอะ จริง ๆ แล้วผมเข้าใจพี่เย่นิดหน่อย ยังไงซะ เขาก็แค่คนบ้านนอกบนภูเขาและไม่เข้าใจอะไรเลย เขาคงจะรู้สึกอิจฉาผมในใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” หลิวเจี๋ยหัวเราะ“เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีความสามารถ ควรจะถ่อมตัว นี่หมายความว่ายังไง คิดจะฆ่าพวกเราจริง ๆ สินะ” หลิวอวิ๋นซิ่วกล่าวเย่เทียนหยู่ขมวดคิ้ว เขารู้ว่าไม่ว่าเขาจะพูดมากแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์ แต่เขากลับถูกโจมตีมากขึ้น ดังนั้นเขาจึงหยุดพูด“เอาล่ะ เทียนหยู่เพิ่งทำผิดพลาด”เห็นได้ชัดว่าท่านปู่หลินไม่เชื่อค
คุณนายไป๋ที่ได้ยินคำพูดของหัวหน้าใหญ่ เธอก็ตระหนักได้ว่าตนน่าจะพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป เธอจึงรีบอธิบายออกไปทันทีว่า “นายท่านทั้งสอง ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปโดยไม่คิด อย่าสนใจสิ่งที่ฉันพูดเลยนะคะ”หัวหน้าใหญ่ไป๋คิดว่า แค่ภรรยาของเขาปิดปากเงียบอย่างเชื่อฟัง ไม่พูดอะไรอีกก็เพียงพอแล้วแต่คิดไม่ถึงเลยว่า เธอยังจะพูดประโยคพวกนี้ออกมาอีกนี่มันเท่ากับกำลังปกปิดความผิดตัวเองแบบหน้าด้าน ๆ เลยไม่ใช่รึไง?เจวี๋ยซินพูดอะไรไม่ออก นี่พวกมันสองผัวเมียคิดว่าพวกตนโง่มากรึไง พวกตนดูไม่มีสมองมากขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?ผู้อาวุโสหูเองก็หมดคำจะพูด เขาได้แต่จ้องตาเขม็งไปยังหัวหน้าใหญ่ไป๋ ก่อนจะพูดด้วยความโกรธออกไปว่า “ไป๋เฉิน แกบังอาจมากนะ ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวตนของอีกฝ่าย แต่แกกลับกล้าปิดบังพวกเรา”“ผมถูกใส่ร้ายครับ!”หัวหน้าใหญ่ไป๋รีบคิดข้อแก้ตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดออกไปว่า “กระผมถูกใส่ร้ายจริง ๆ นะครับ ตอนแรกที่ผมรายงานไป ผมแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย มาวันนี้ผมเองก็เพิ่งจะได้รู้ที่มาของอีกฝ่าย ว่าที่แท้ก็เป็นถึงราชามังกรแห่งพรรมังกร”ผู้อาวุโสหูที่ได้ยินดังนั้น เขาก็รู้สึกว่าม
แม้ว่าจะเป็นรองเจ้าสำนัก แต่ที่ทุกคนต้องเรียกแบบนั้น ก็เพราะนั่นคือความต้องการของเจวี๋ยเทียนพอเห็นท่าทีของหัวหน้าใหญ่ไป๋ ในที่สุดคุณนายไป๋ก็ได้สติ เมื่อนึกถึงคำพูดที่หัวหน้าใหญ่ไป๋เคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา เธอก็เพิ่งจะตระหนักได้ ว่าสองคนที่อยู่ตรงหน้าคืนผู้แข็งแกร่งที่พวกตนรอคอยอยู่ แถมเธอก็เพิ่งจะด่าทออีกฝ่ายไป กระทั่งยังเผลอไปพูดจาอวดดีใส่จนถูกตบอีกด้วยใช่ว่าเธอจะไม่รู้ถึงความน่ากลัวและความแข็งแกร่งของสำนักเจวี๋ยฉิง ยังไงซะเธอก็ได้ยินหัวหน้าใหญ่ไป๋พูดถึงอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าตระกูลไป๋จะดูแข็งแกร่งในสายตาของคนทั่วไป แต่ในสายตาของสำนักเจวี๋ยฉิง แทบไม่มีค่าให้เอ่ยถึงเลยแม้แต่น้อย พริบตาเดียวอีกฝ่ายก็สามารถทำให้พวกเขาหายไปจากโลกนี้ได้แล้วที่เธอพูดไม่คิดออกมาแบบนั้นก็เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มา เธอแค่ต้องการระบายอารมณ์นิดหน่อยก็เท่านั้นเธอจะรู้ได้อย่างไร ว่าจู่ ๆ อีกฝ่ายจะปรากฏตัวกะทันหันแบบนี้ คนใหญ่คนโตโดยทั่วไปแล้ว ควรจะเดินเข้ามาทางประตู จากนั้นก็มีการต้อนรับอย่างเป็นทางการไม่ใช่รึไงมีที่ไหนกันที่จู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ เธอแทบไม่มีเวลาให้ป้องกันตัวเลยด้วยซ้ำ!เมื่อคุณนายไ
บางทีอาจจะเป็นเพราะรอนานจนเกินไป คุณนายไป๋จึงเริ่มรู้สึกหมดความอดทนขึ้นมา เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกไปว่า “พี่เฉินคะ คนของสำนักเจวี๋ยฉิงนี่มันยังไงกันแน่”“เป็นถึงรองเจ้าสำนักแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้จักมาให้ตรงเวลา แถมยังทำให้คนอื่นต้องรอนานขนาดนี้อีก”“หุบปาก หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกตกใจ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขานั้นกลับรู้ดี สำนักเจวี๋ยฉิงเป็นสำนักที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมมากที่สุด ศิษย์ในสำนักแต่ละคนร้ายกาจกันทั้งนั้น กล้าพูดออกมาแบบนี้ได้ยังไงยิ่งไปกว่านั้น คนที่เธอด่าก็เป็นถึงรองเจ้าสำนักเจวี๋ยฉิง เป็นผู้แข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้เชียวนะ เกิดเขามาได้ยินเข้า เกรงว่าคงไม่ได้ตายดีแน่พี่เฉินแทบจะไม่เคยด่าเธอเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับด่าเธอเพียงเพราะเธอพูดประโยคนี้ออกมานี่จึงทำให้คุณนายไป๋รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ก่อนจะบ่นออกไปว่า “ฉันพูดไร้สาระที่ไหน เห็น ๆ อยู่ว่ารองเจ้าสำนักคนนี้ทำตัวไม่มีเหตุผล เขาคิดว่าเขาเป็นใครกัน!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ทั้งโกรธทั้งรน เขาอย่ากที่จะด่าเธอกลับแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงที่ค่อนข้างเย็นชาก็ดังขึ้นมาพร้อ
นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่พวกเขาเสนอมาก็สูงมากเช่นกัน ไม่เพียงแต่จะได้รับค่าเซ็นสัญญาจำนวนสิบล้านบาทเท่านั้น ในอนาคตเธอยังจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตอนที่เธอทำงานให้กับหลินซื่อกรุ๊ปอีกด้วยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็มาจากค่านิยมอันล้นหลามของเครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ บวกกับผลงานอันยอดเยี่ยมที่ผ่านมาของหลิวเหวิน นั่นจึงทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามองของหลาย ๆ บริษัทแต่เธอกลับไม่มีอารมณ์ที่จะทำมัน ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธมันไปทั้งหมด!“บริษัทจัดหางาน ติดต่อหาคุณเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” เย่เทียนหยู่ถามด้วยรอยยิ้ม“ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องยกความดีความชอบให้กับประธานเย่นะคะ ไม่มีคุณ ฉันก็คงไม่มีชื่อเสียงแบบทุกวันนี้” หลิวเหวินตอบกลับ“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ทุกอย่างมันมาจากความสามารถของคุณเองทั้งนั้น เป็นไงบ้าง ตัดสินใจรึยังว่าจะไปทำงานที่ไหน?”“ยังเลยค่ะ!”“อันที่จริง ในใจของฉันยังรู้สึกเสียใจ แล้วก็ยังรู้สึกปล่อยวางไม่ได้อยู่น่ะค่ะ” หลิวเหวินพยักหน้า หลังจากที่เธอเรียนจบ เธอก็เข้ามาทำงานที่หลินซื่อกรุ๊ปทันที ทำงานอยู่ที่นี่มานานหลายปี
หลังจากที่เธอได้รับเงินสี่หมื่นหน้าพันล้านที่หัวหน้าใหญ่ไป๋รวบรวมมาอย่างยากลำบากแล้ว เธอกลับไม่อยากมอบมันออกไปเลยแม้แต่น้อยอันที่จริงเรื่องนี้ไม่ควรที่จะปล่อยให้มันยืดเยื้อ แต่นี่ระยะเวลาหนึ่งวันก็ได้ผ่านไปแล้ว แถมตอนนี้ หัวหน้าใหญ่ไป๋ก็ได้ทำการติดต่อกับสำนักเจวี๋ยฉิง ทั้งยังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วด้วยด้วยเหตุนี้เธอจึงอยากที่จะลองเสี่ยงดวงดูสักครั้ง ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่มอบเงินก้อนนี้ออกไป!แต่ต่อให้เธอจะไม่โอนให้อีกฝ่าย ก็ไม่ควรจะเก็บเงินเอาไว้กับตัว จะต้องโอนเงินก้อนนี้ออกจากบัญชีของตัวเอง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้หัวหน้าใหญ่ไป๋รู้เรื่องนี้เข้าก็ได้เพราะเหตุนี้ ความคิดที่ยอดเยี่ยมจึงผุดขึ้นมาในหัวของเธอเธอจะต้องเอาเงินก้อนนี้ไปฝากไว้ที่วังเถี่ย น้องชายของเธอที่อยู่บ้านเกิดเสียก่อนวังเถี่ยที่เห็นตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ก็รู้สึกตกใจ เขารับประกันว่าจะดูแลเงินก้อนนี้ให้ดีคุณนายไป๋ไม่มีความรู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อยว่าน้องชายจะคืนเงินก้อนนี้ให้เธอหรือไม่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นน้องชายของเธอ แล้วอีกอย่าง นี่ก็เป็นเงินของตระกูลไป๋ วังเถี่ยไม่กล้าสร้างเรื่องวุ่นวายแน่นอนเป
“เธอน่ะ ระวังตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน!”หลี่ซินเยว่รู้สึกสั่นเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าเธอเพิ่งจะมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน แต่ก็เคยได้ยินคนอื่น ๆ พูดถึงอยู่บ้าง ว่ากันว่าเบื้องหลังของไป๋เฉิงกรุ๊ปนั้นน่ากลัวมากตระกูลไป๋ไม่เพียงแต่เป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองตะวันออกในปัจจุบันเท่านั้น เบื้องหลังของพวกเขาก็น่ากลัวไม่แพ้กัน พวกเขาเคยถูกขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิใต้ดินอีกด้วยเธอรีบเดินออกไปจากตรงนี้ทันที หลังจากกลับไปแล้ว หลี่ซินเยว่ก็รีบเรียกหลิวซือซือให้มาหา แล้วบอกเรื่องนี้ให้เธอฟัง หลิวซือซือที่ได้ฟังก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที พร้อมทั้งแสดงท่าทีไม่ยินยอมออกมาอันที่จริงหลี่ซินเยว่ก็พอจะเดาได้แต่แรกแล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้บอกหลิวซือซือก็เท่านั้นในเมื่อหลิวซือซือกับเธอมีความคิดที่เหมือนกัน ดังนั้นพวกเธอจึงเลือกที่จะออกจากบริษัทแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ไม่คิดที่จะบอกอีกฝ่ายให้รู้ตัวก่อน เพราะพวกเธอเตรียมตัวที่จะจากไปในทันที ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครรู้เลยว่า คนพวกนี้จะแอบซ่อนแผนการชั่วร้ายอะไรเอาไว้รึเปล่าพวกเธอเองก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน ว่าควรจะขอใ
“เธอไม่ชอบผู้ชายงั้นเหรอ?”ตงซู่ชะงักไปครู่หนึ่ง วันวันเห็นเธออยู่แต่กับหลิวซือซือ คงไม่ใช่คู่ขากันหรอกนะ เป็นไปไม่ได้ ตัวเองจะต้องคิดมากไปแน่ ๆ เขาจึงพูดด้วยเสียงฮึดฮัดออกไปว่า “เธอเห็นฉันเป็นคนโง่อยู่รึไง?”“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!” หลี่ซินเยว่ปฏิเสธตงซู่ส่งเสียง เฮอะ ออกมา พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นฉันก็ขอพูดกับเธอตามตรงเลยนะ ตำแหน่งของฉันอีกเดี๋ยวก็จะได้รับการเลื่อนขั้นแล้ว ขอแค่เธอยินยอมที่จะติดตามฉัน ตำแหน่งผู้จัดการก็จะเป็นของเธอทันที พอถึงตอนนั้น เธอจะมีทั้งเงินทอง และฐานะอย่างแน่นอน”“แต่ว่าฉันไม่ชอบผู้ชายจริง ๆ นะคะ!”“เธอแน่ใจนะ อย่าลืมเสียล่ะ ว่าเธอคือคนที่ฉันรับเข้ามา เพราะงั้นฉันก็มีวิธีที่จะให้เธอถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อเช่นกัน” ตงซู่พูดข่มขู่ด้วยความโกรธสีหน้าหลี่ซินเยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะที่บ้านยังต้องพึ่งพาเธออยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รีบหางานทำแบบนี้ เธอต่างจากหลิวซือซือ เธอต้องการที่จะทำงานจริง ๆแต่เรื่องแบบนี้ ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อาจยอมรับได้ เธอจึงส่ายหัว และพูดออกไปว่า “ต้องขออภัยด้วยค่ะ ฉันมั่นใจแล้วค่ะ!”ตงซู่โกรธจัด แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องขึ้นมาได
หลี่ซินเยว่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เธอเหลือบมองดูเวลา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ซือซือ ใกล้เวลาเข้างานแล้ว พวกเราต้องรีบไปกันแล้วนะ ไม่งั้นพวกเราจะสายเอาได้”“อ๋อ โอเค”หลิวซือซือรู้สึกตัว อันที่จริงเธอไม่อยากไปเลยสักนิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงพูดขึ้นว่า “พี่เย่คะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ ครั้งหน้า พวกเราขอมาหาพี่อีกได้ไหมคะ?”“ได้แน่นอน!”“ถ้าเจอปัญหาอะไร ก็โทรมาหาฉันได้ตลอดเลยนะ!”พอเย่เทียนหยู่นึกขึ้นได้ว่าไป๋เฉินกรุ๊ปเป็นบริษัทของหัวหน้าใหญ่ไป ก็เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ธรรมดา ถึงยังไงก็เคยประมือกันมาแล้ว หากพวกเธอเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยพวกเธอก็ยังโทรมาขอความช่วยเหลือจากเขาได้“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่เย่!”“งั้น ฉันเองก็ต้องขอบพี่เย่เหมือนกันนะคะ? !” หลี่ซินเยว่ยิ้ม เธอพูดออกไปด้วยความกล้า ตอนนี้เธอก็ไม่ได้อยู่ในบริษัทนั้นอีกต่อไปแล้ว พอเห็นหลิวซือซือเรียก เธอก็รู้สึกอิจฉา เธอเองก็อยากเรียกว่าพี่เย่เหมือนกันเย่เทียนหยู่ชะงักไปชั่วขณะ แต่มันก็แค่ชื่อเรียกเท่านั้น เขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะพยักหน้าให้ทั้งสองเดินจากไป ดูจากท่าทางยิ้มแย้มที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเธ
“ก็ใช่น่ะสิคะ เห็นได้ชัดเลยว่าจัดการกันแบบมั่ว ๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทมีหวังล่มจมแน่ ๆ” หลี่ซินเยว่บ่นเสียงดัง“นั่นสิ พี่เย่คะ ไม่งั้นพี่ก็พูดกับประธานหลินให้หน่อยเถอะนะคะ บอกเธอช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้พวกเราที ไม่เช่นนั้น หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทได้จบเห่จริง ๆ แน่” หลิวซือซือเองก็รีบพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน“เกลี้ยกล่อมอะไรกัน ให้ล้มละลายไปนั่นแหละดีแล้ว เพราะไม่อย่างนั้น นางแม่มดนั่นก็คงไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดไปมากแค่ไหน”“แต่ว่า ถึงยังไงบริษัทนี้ก็เป็นความตั้งใจของประธานหลินเลยนะคะ” หลิวซือซือกล่าวเมื่อได้ยินแบบนั้น หลี่ซินเยว่ก็ไม่ได้พูดอะไร หากเธอรู้แต่แรกก็คงไม่พูดออกไป ด้วยความสามารถของประธานเย่ เขาสามารถช่วยบริษัทได้อย่างเต็มที่เดิมที เธอเองก็หวังว่าอยากให้บริษัทรีบล้มละลายเร็ว ๆ เหมือนกัน เธออยากจะเห็นจริง ๆ ว่านางแม่มดนั่นจะเสียใจมากแค่ไหนแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็พูดพร้อมรอยยิ้มออกมาว่า “หว่านหรูได้ออกมาจากบริษัทนั้นแล้ว อีกอย่าง หุ้นสักเปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่มี เธอแทบไม่มีอำนาจในการควบคุมบริษัทเลยด้วยซ้ำ”“หา......”สองสาวนิ่งไปชั่วขณะ แม้ว่าข่าวลือ