คุณพ่อตระกูลหลินพูดเสียงเข้ม“เอาเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว!”มองดูเย่เทียนหยู่ถูกกลุ่มคนโจมตี หลินหว่านหรูรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ถามขัดจังหวะคำพูดของทุกคน: “ถิงถิง เมื่อครู่ในโทรศัพท์เธอพูดว่านายน้อยหลินลงมือ แถมยังทำร้ายผู้จัดการธนาคารหลิวจนเจ็บหนัก“ใช่น่ะสิ นายน้อยหลิวเห็นเธอถูกมอมจนน่าเวทนาขนาดนั้น เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จึงอดไม่ได้ที่จะกระทืบพวกเขาทั้งหมดอย่างรุนแรง“งั้น เงินกู้ทำอย่างไร”หลินหว่านหรูสีหน้าขมขื่น เธอจะโทษหลิวเจี๋ยไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็ต้องจัดการปัญหาหลิวเจี๋ยได้ยิน กลับยิ้มและพูดขึ้นทันที: “กลัวอะไร ก็แค่ผู้จัดการธนาการคนเดียเอง กระทืบแล้วก็กระทืบไปเถอะ”“คุณวางใจได้ เดี๋ยวผมโทรหาพ่อของผม จัดการให้คุณได้ในทันที”“ดีมากเลย มีนายน้อยหลิวอยู่ ไม่มีปัญหาที่จัดการไม่ได้ หว่านหรูมีเพื่อนแบบคุณ เป็นโชคของเธอจริง ๆ”คุณแม่ตระกูลหลินพูดอย่างดีใจ“ขอบคุณครับคำชมครับคุณน้า ธนาคารไหน ผมโทรหาพ่อของผมตอนนี้เลยดีกว่า ไม่แน่เขาได้ยินชื่อพ่อของผม ก็กลัวจนรับปากในทันทีเลย”“หากเป็นแบบนี้ก็ดี หว่านหรู ธนาคารไหน มีเบอร์โทรศัพท์ไหม?”“ธนาคารฝูซาง หลิวหมิงผู้จัดการธนาคา
ซูถิงสีหน้าโมโห แต่ตอนนี้เย่เทียนหยู่ลุกขึ้นเดินออกไปแล้ว อยากด่ากลับไปก็ไม่ได้ไอ้สารเลวนี่ เพื่อเกาะติดอยู่ข้างกายหว่านหรู ไม่มีศักดิ์ศรีสักนิดเลยจริง ๆแต่มีตัวเองอยู่ ไม่มีทางทำให้เขาสมหวังแน่นอนและในตอนนี้หลิวหมิงเพิ่งด่าคุณพ่อตระกูลหลิเสร็จ กำลังจะหาคนไปจัดการเย่เทียนหยู่สักหน่อยในตอนนี้เอง มีสายหนึ่งโทรเข้ามา ฟังจบรู้สึกเสียวสันหลังวูบ ๆคนทั้งคนเกือบจะเป็นลมไปที่แท้หยางเฉียนเฉียนตอนนั้นที่งานเลี้ยงเมื่อออกมาก็ตามเย่เทียนหยู่ไม่ทัน ถึงแม้ไม่ถาม แต่ก็สงสัยว่าเย่เทียนหยู่พบเจอปัญหาอะไร ถึงได้รีบร้อนกลับไปผ่านการสอบถาม ในที่สุดก็รู้เหตุผลแล้ว เธอใช้ความสามารถของตัวเองในทันที ให้ตระกูลหยางออกหน้าคราวนี้หลิวหมิงไม่ตกตะลึงตาค้างได้อย่างไรถึงแม้เขามีเส้นสายกว้างขวาง มีความสัมพันธ์กับตระกูลหวง แต่สุดท้ายก็แค่สนิทกับคุณชายหวงมาก ๆ พ่อของคุณชายหวงแข็งแกร่งซื่อตรงตกใจจนเขารีบโทรศัพท์หาหลินหว่านหรูในทันทีหลินหว่านหรูกำลังกังวลเรื่องเงินกู้ ตอนนี้จู่ ๆ ได้รับสายของผู้จัดการธนาคารหลิว สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากที่เธอดู ต่อให้คุณพ่อตระกูลหลิวจะช่วยเหลือ ก็ไม่มีทางเร็วขนาดนี
บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ?ครั้งนี้ใครช่วยเอาไว้?เย่เทียนหยู่ยิ้มเจื่อน ๆ อย่างอดไม่ได้ เขานั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ยินการสนทนาในโทรศัพท์ของหลินหว่านหรู ฟังออกว่าอีกฝ่ายกลัวคนที่กระทืบเขาเมื่อวานมาก นั่นก็คือตัวเองดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นพ่อของหลิวเจี๋ยช่วยเหลือใครกัน?ตระกูลหยาง?มีเพียงแบบนี้ที่เป็นไปได้มากสุด แต่ตระกูลหยางรู้เรื่องเมื่อคืนได้อย่างไร หรือจะเป็นเฉียนเฉียน?นี่เป็นไปได้ อย่าดูว่าเด็กสาวคนนั้นไร้เดียงสาอย่างมาก แถมเธอนิสัยเฉลียวฉลาด ไม่อย่างนั้นคงไม่ใช้ตัวเองไปรักษาคุณแม่ตระกูลหวงได้เร็วขนาดนี้“เย่เทียนหยู่ เห็นแล้วยัง นายดูให้ดี ๆ สิ นี่ถึงจะเรียกว่าความสามารถที่แท้จริง แต่ไม่ใช่อย่างนายที่พึ่งพาความบุญคุณที่มีน้อย”ซูถิงเอ่ยปากพูด“เธอประจบประแจงเก่งจริง ๆ แต่เธอแน่ใจขนาดนี้จริง ๆ เหรอว่าพ่อของหลิวเจี๋ยเป็นคนช่วยเหลือ?” เย่เทียนหยู่พูดเสียงเย็นชา“หึหึ ไม่ใช่พ่อของฉันแล้วเป็นใคร ถ้าหากไม่ใช่พ่อของฉันออกหน้า ผู้จัดการธนาคารหลิวสถานะอะไร จะไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องเมื่อคืนได้อย่างไร และก็อนุมัติเงินกู้ลงมาทันที”“จริงด้วย ความจริงวางอยู่ตรงหน้า นายยังยุยงอยู่ตรงน
“จริงด้วย จริงด้วย นายน้อยหลิวตระกูลใหญ่บริษัทใหญ่ สำหรับผู้จัดการธนาคารคนหนึ่งนั่นเป็นถึงลูกค้าที่ไม่สามารถล่วงเกินได้แน่นอน” คุณแม่ตระกูลหลินพูดเสริมทันที“นั่นน่ะสิ นี่เป็นผลงานของพวกเขา เป็นชีวิตของพวกเขา”ทุกคนเห็นด้วยอย่างมากเย่เทียนหยู่ถูกคำพูดซี้ซั้วของหลิวเจี๋ยทำให้หัวเราะออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ แต่เมื่อคิดดูให้ดี ดูจากนิสัยของหลิวเจี๋ย พูดแบบนี้ถึงจะสอดคล้องกับนิสัยและการกระทำของเขา“เย่เทียนหยู่ ตอนนี้ความจริงเปิดเผยแล้ว นายยังมีอะไรพูดอีก?” คุณแม่ตระกูลหลินจี้ถามอย่างเย็นชา“ความจริงเปิดเผยอะไร พวกคุณก็แค่ถูกเขาหลอกก็เท่านั้นแหละ”เย่เทียนหยู่พูดอย่างเฉยเมย“เย่เทียนหยู่ นายพอได้แล้ว!”หลินหว่านหรูโมโหอย่างถึงที่สุดและพูดอย่างเดือดดาล: “ตั้งแต่เริ่มต้น นายเอาแต่กวนไม่มีเหตุผลอยู่ที่นี่มาโดยตลอด นายอยากจะทำอะไรกันแน่?”“ฉันรู้ นายอิจฉาริษยาตระกูลและความสามารถของนายน้อยหลิวมาตลอด แต่จะใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้ตลอดไม่ได้ ถึงขั้นสร้างเรื่องปลุกปั่น”อันที่จริงเธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้เกลียดชังเย่เทียนอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ความรู้สึกที่มากกว่านั้นคือโมโหที่เขาไม่ได้ดั
“ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรครับ ก็แค่ตอนกลางวันอยากจะเลี้ยงอาหารคุณ ขอบคุณการช่วยเหลือของคุณ ขณะเดียวกันก็อยากจะขอโทษคุณเรื่องลูกชายของผม”“ไม่ต้องหรอก ผมก็ไม่ได้เก็บไปใส่ใจ”“คุณไม่เก็บไปใส่ใจ นั่นเป็นความใจกว้างของคุณ แต่ถ้าผมไม่เลี้ยงอาหารมื้อนี้ รู้สึกไม่สบายใจจริง ๆ ครับ”เย่เทียนหยู่ได้ยินคำพูดนี้ นึกได้ว่าตัวเองไม่อยากอยู่ที่ตระกูลหลินพอดี จึงพูดขึ้น: “ก็ได้ ผมไปช้าหน่อย”“ได้ครับ ง้นตอนเที่ยงผมไปรับคุณไหม?”“ไม่ต้อง ส่งที่อยู่มาให้ผมก็พอ”หวงหงเจี้ยนตอบรับ จากนั้นส่งตำแหน่งของตึกสี่ฤดูไปให้ทันทีถึงแม้ว่าภรรยาจะยอมรับผิดต่อหวงหงเจี้ยนแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นด้วยที่สามีให้ความสำคัญกับเย่เทียนหยู่ขนาดนี้ จึงอดพูดขึ้นไม่ได้: “ถึงแม้เขาช่วยเหลือพวกเรามากมายจริง ๆ แต่คุณเป็นถึงผู้บริหารอันดับสองของเมืองเทียนไห่ จะทำแบบนี้จริง ๆ เหรอ?”หวงโหย่วเหวยลูกชายของเขาก็อยู่ข้าง ๆ ในใจก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ผ่านเรื่องเมื่อคืน กลับไม่กล้าพูดอะไรมากนักหวงหงเจี้ยนส่งเสียงไม่พอใจแล้วพูดขึ้น: “คุณยังกล้าพูดอีก ถ้าไม่ใช่พวกคุณ พวกเราเกือบจะทำให้แพทย์เซียนเย่ขุ่นเคืองแล้ว”“พวกคุณรู้ไหมว่า เขามีต
หลิวเจี๋ยและคนอื่น ๆ ก็ตกตะลึงเล็กน้อย โดยเฉพาะหลิวเจี๋ย ตกตะลึงจนแทบจะกระอักเลือดแม่งเอ๊ย ไอ้เด็กยากจนคนนี้โชคดีมาจากไหนกันเด็กสาวที่สวยสุดยอดและไร้เดียงสาขนาดนี้ก็ยังอยู่ด้วยกันกับเขาแถมเขายังมีหว่านหรูคู่หมั้นที่สวยเพริศพริ้งขนาดนี้ ถึงแม้หว่านหรูจะต้องถีบหัวส่ง แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังเป็นสามีภรรยากันหลินหว่านหรูไม่รู้ว่าความรู้สึกในใจเป็นอย่างไร ก็แค่ไม่พอใจอย่างมาก หงุดหงิดมาก เหมือนสิ่งของของตัวเองถูกคนแย่งไปเธออดไม่ได้ที่จะเข้าไปพูดอย่างโมโห: “เย่เทียนหยู่ นายรู้ไหมว่านายทำอะไรอยู่!”เย่เทียนหยู่สีหน้านิ่งเฉยและพูดอย่างเฉยเมย: “รู้ ก็แค่ทานข้าว ทำไม เธอออกมาทานข้าวได้ ฉันมาไม่ได้เหรอ?”“เย่เทียนหยู่ นายพูดอะไรน่ะ นี่นายออกมาทานข้าวเหรอ นายกำลังมีชู้ต่างหาก!” ซูถิงพูดด่าทอ“เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย!” สำหรับซูถิง ต่อให้รูปร่างยั่วยวน หน้าตาสวยงาม เย่เทียนหยู่ก็ไม่มีความรู้สึกดี ๆ แล้ว“นาย!”“เย่เทียนหยู่!”หลินหว่านกลับโมโห: “คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่านายจะเป็นคนแบบนี้ พวกเราไปกันเถอะ!”พูดคำนี้จบ เธอก็เดินเข้าไปข้างในโดยตรงหลิวเจี๋ยเห็นภาพนี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“เมื่อวาน ขอบคุณคุณมากจริง ๆ วันนี้แม่ของผมอยากจะมาขอบคุณคุณด้วยตัวเอง แต่เป็นเพราะร่างกายของเธอยังไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่”“สรุปคือ คำพูดมากมายอยู่ในแก้วใบนี้แล้ว ผมดื่มหมดแก้วก่อน”พูดจบก็ดื่มจนหมด“นายกเทศมนตรีหวงเกรงใจเกินไปแล้ว”เย่เทียนหยู่ดื่มเหล้าในแก้วหมดก็ยิ้มพูด: “ร่างกายของคุณหญิง อยากให้ร่างกายแข็งแรงกว่านี้ก็ไม่ยาก เดี๋ยวผมจะจ่ายยาให้สองสามชุด ทานหนึ่งสัปดาห์ ต้องฟื้นฟูกลับมาปกติได้แน่นอน”“จริงเหรอครับ ดีมากเลยจริง ๆ ขอบคุณแพทย์เซียนเย่ ผมชนคุณอีกแก้ว”หวงหงเจี้ยนใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ เพียงแค่เรื่องนี้ อาหารมื้อนี้ไม่สูญเปล่าพูดจบก็มองไปทางภรรยาและลูกทันทีคุณแม่ตระกูลหวง ถึงแม้เก้กัง แต่ก็ยังยกแก้วขึ้นพูด: “แพทย์เซียนเย่ เมื่อวานล่วงเกินคุณอย่างมาก เป็นฉันผู้หญิงอายุอายุเยอะคนนี้ไม่รู้ความ คุณอย่าถือสา วันนี้เหล้าแก้วนี้ ฉันดื่มแสดงความเคารพคุณ ขอโทษคุณ”“ไม่เป็นไร ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป”เย่เทียนหยู่ก็ไม่ได้ทำให้ลำบากใจ ในเมื่อหวงหงเจี้ยนแสดงออกได้ดีมาก ๆ เพียงแค่การกระทำเมื่อวานนี้ คนทั่วไปทำไม่ได้ด้วยซ้ำหวงโหย่วเหวยก็รีบดื่มแสดงความเคารพและขอโทษจากนั้นห
ซูถิงก็สังเกตเห็นภาพนี้แล้ว มองดูพวกเขาพุ่งเข้าไป ก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องอะไร อาจเป็นอันธพาลคนเมื่อครู่ที่ถูกนายน้อยหลิวจัดการแล้วหาคนมาช่วยแต่เธอเชื่อว่า มีนายน้อยหลิวอยู่ อีกฝ่ายแน่แค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้ดังนั้นเธอพูดขึ้นทันที: “หว่านหรูมีปัญหาแล้ว ฉันเข้าไปก่อน เย่เทียนหยู่ ถ้านายมีความสามารถจริง ๆ ก็อย่าหนี เข้ามาดูว่าช่วยเหลือได้ไหม”พูดคำนี้จบ ตัวเธอก็เดินเข้าไปอย่างรวดเร็วเย่เทียนหยู่หยุดฝีเท้าลงอย่างจนปัญญา ไม่ใช่เป็นเพราะคำพูดของซูถิง แต่กลัวว่าคนเหล่านี้จัดการอีกฝ่ายไม่ได้ ทำร้ายภรรยาของตัวเองจะไม่ดีโกรธหลินหว่านก็ส่วนโกรธ แต่เพียงแค่เห็นเธอเชื่อมั่นหลิวเจี๋ยไอ้ตัวหายนะคนนี้ขนาดนี้ จึงโมโหเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยด้วยซ้ำตอนนี้ในห้องส่วนตัว แต่ละคนกำลังต่างคุยโวเกี่ยวกับความเผด็จการของหลิวเจี๋ยนี่ทำให้หลิวเจี๋ยลำพองใจอย่างมากที่แท้เมื่อครู่นี้ หยูเว่ยในกลุ่มของพวกเขา และก็เป็นคนคนนั้นที่ครั้งที่แล้วถูกไล่ออกจากงานเลี้ยงเพราะเย่เทียนหยู่ตอนที่เข้าห้องน้ำเห็นคนสวยคนหนึ่ง จึงอดไม่ได้ที่จะลงไม้ลงมือ ทำให้แฟนหนุ่มของอีกฝ่ายโมโห กระทืบเขายกหนึ่งในตอนนี้นายน้อยห
บางทีอาจจะเป็นเพราะรอนานจนเกินไป คุณนายไป๋จึงเริ่มรู้สึกหมดความอดทนขึ้นมา เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกไปว่า “พี่เฉินคะ คนของสำนักเจวี๋ยฉิงนี่มันยังไงกันแน่”“เป็นถึงรองเจ้าสำนักแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้จักมาให้ตรงเวลา แถมยังทำให้คนอื่นต้องรอนานขนาดนี้อีก”“หุบปาก หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกตกใจ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขานั้นกลับรู้ดี สำนักเจวี๋ยฉิงเป็นสำนักที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมมากที่สุด ศิษย์ในสำนักแต่ละคนร้ายกาจกันทั้งนั้น กล้าพูดออกมาแบบนี้ได้ยังไงยิ่งไปกว่านั้น คนที่เธอด่าก็เป็นถึงรองเจ้าสำนักเจวี๋ยฉิง เป็นผู้แข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้เชียวนะ เกิดเขามาได้ยินเข้า เกรงว่าคงไม่ได้ตายดีแน่พี่เฉินแทบจะไม่เคยด่าเธอเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับด่าเธอเพียงเพราะเธอพูดประโยคนี้ออกมานี่จึงทำให้คุณนายไป๋รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ก่อนจะบ่นออกไปว่า “ฉันพูดไร้สาระที่ไหน เห็น ๆ อยู่ว่ารองเจ้าสำนักคนนี้ทำตัวไม่มีเหตุผล เขาคิดว่าเขาเป็นใครกัน!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ทั้งโกรธทั้งรน เขาอย่ากที่จะด่าเธอกลับแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงที่ค่อนข้างเย็นชาก็ดังขึ้นมาพร้อ
นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่พวกเขาเสนอมาก็สูงมากเช่นกัน ไม่เพียงแต่จะได้รับค่าเซ็นสัญญาจำนวนสิบล้านบาทเท่านั้น ในอนาคตเธอยังจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตอนที่เธอทำงานให้กับหลินซื่อกรุ๊ปอีกด้วยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็มาจากค่านิยมอันล้นหลามของเครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ บวกกับผลงานอันยอดเยี่ยมที่ผ่านมาของหลิวเหวิน นั่นจึงทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามองของหลาย ๆ บริษัทแต่เธอกลับไม่มีอารมณ์ที่จะทำมัน ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธมันไปทั้งหมด!“บริษัทจัดหางาน ติดต่อหาคุณเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” เย่เทียนหยู่ถามด้วยรอยยิ้ม“ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องยกความดีความชอบให้กับประธานเย่นะคะ ไม่มีคุณ ฉันก็คงไม่มีชื่อเสียงแบบทุกวันนี้” หลิวเหวินตอบกลับ“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ทุกอย่างมันมาจากความสามารถของคุณเองทั้งนั้น เป็นไงบ้าง ตัดสินใจรึยังว่าจะไปทำงานที่ไหน?”“ยังเลยค่ะ!”“อันที่จริง ในใจของฉันยังรู้สึกเสียใจ แล้วก็ยังรู้สึกปล่อยวางไม่ได้อยู่น่ะค่ะ” หลิวเหวินพยักหน้า หลังจากที่เธอเรียนจบ เธอก็เข้ามาทำงานที่หลินซื่อกรุ๊ปทันที ทำงานอยู่ที่นี่มานานหลายปี
หลังจากที่เธอได้รับเงินสี่หมื่นหน้าพันล้านที่หัวหน้าใหญ่ไป๋รวบรวมมาอย่างยากลำบากแล้ว เธอกลับไม่อยากมอบมันออกไปเลยแม้แต่น้อยอันที่จริงเรื่องนี้ไม่ควรที่จะปล่อยให้มันยืดเยื้อ แต่นี่ระยะเวลาหนึ่งวันก็ได้ผ่านไปแล้ว แถมตอนนี้ หัวหน้าใหญ่ไป๋ก็ได้ทำการติดต่อกับสำนักเจวี๋ยฉิง ทั้งยังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วด้วยด้วยเหตุนี้เธอจึงอยากที่จะลองเสี่ยงดวงดูสักครั้ง ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่มอบเงินก้อนนี้ออกไป!แต่ต่อให้เธอจะไม่โอนให้อีกฝ่าย ก็ไม่ควรจะเก็บเงินเอาไว้กับตัว จะต้องโอนเงินก้อนนี้ออกจากบัญชีของตัวเอง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้หัวหน้าใหญ่ไป๋รู้เรื่องนี้เข้าก็ได้เพราะเหตุนี้ ความคิดที่ยอดเยี่ยมจึงผุดขึ้นมาในหัวของเธอเธอจะต้องเอาเงินก้อนนี้ไปฝากไว้ที่วังเถี่ย น้องชายของเธอที่อยู่บ้านเกิดเสียก่อนวังเถี่ยที่เห็นตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ก็รู้สึกตกใจ เขารับประกันว่าจะดูแลเงินก้อนนี้ให้ดีคุณนายไป๋ไม่มีความรู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อยว่าน้องชายจะคืนเงินก้อนนี้ให้เธอหรือไม่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นน้องชายของเธอ แล้วอีกอย่าง นี่ก็เป็นเงินของตระกูลไป๋ วังเถี่ยไม่กล้าสร้างเรื่องวุ่นวายแน่นอนเป
“เธอน่ะ ระวังตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน!”หลี่ซินเยว่รู้สึกสั่นเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าเธอเพิ่งจะมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน แต่ก็เคยได้ยินคนอื่น ๆ พูดถึงอยู่บ้าง ว่ากันว่าเบื้องหลังของไป๋เฉิงกรุ๊ปนั้นน่ากลัวมากตระกูลไป๋ไม่เพียงแต่เป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองตะวันออกในปัจจุบันเท่านั้น เบื้องหลังของพวกเขาก็น่ากลัวไม่แพ้กัน พวกเขาเคยถูกขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิใต้ดินอีกด้วยเธอรีบเดินออกไปจากตรงนี้ทันที หลังจากกลับไปแล้ว หลี่ซินเยว่ก็รีบเรียกหลิวซือซือให้มาหา แล้วบอกเรื่องนี้ให้เธอฟัง หลิวซือซือที่ได้ฟังก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที พร้อมทั้งแสดงท่าทีไม่ยินยอมออกมาอันที่จริงหลี่ซินเยว่ก็พอจะเดาได้แต่แรกแล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้บอกหลิวซือซือก็เท่านั้นในเมื่อหลิวซือซือกับเธอมีความคิดที่เหมือนกัน ดังนั้นพวกเธอจึงเลือกที่จะออกจากบริษัทแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ไม่คิดที่จะบอกอีกฝ่ายให้รู้ตัวก่อน เพราะพวกเธอเตรียมตัวที่จะจากไปในทันที ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครรู้เลยว่า คนพวกนี้จะแอบซ่อนแผนการชั่วร้ายอะไรเอาไว้รึเปล่าพวกเธอเองก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน ว่าควรจะขอใ
“เธอไม่ชอบผู้ชายงั้นเหรอ?”ตงซู่ชะงักไปครู่หนึ่ง วันวันเห็นเธออยู่แต่กับหลิวซือซือ คงไม่ใช่คู่ขากันหรอกนะ เป็นไปไม่ได้ ตัวเองจะต้องคิดมากไปแน่ ๆ เขาจึงพูดด้วยเสียงฮึดฮัดออกไปว่า “เธอเห็นฉันเป็นคนโง่อยู่รึไง?”“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!” หลี่ซินเยว่ปฏิเสธตงซู่ส่งเสียง เฮอะ ออกมา พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นฉันก็ขอพูดกับเธอตามตรงเลยนะ ตำแหน่งของฉันอีกเดี๋ยวก็จะได้รับการเลื่อนขั้นแล้ว ขอแค่เธอยินยอมที่จะติดตามฉัน ตำแหน่งผู้จัดการก็จะเป็นของเธอทันที พอถึงตอนนั้น เธอจะมีทั้งเงินทอง และฐานะอย่างแน่นอน”“แต่ว่าฉันไม่ชอบผู้ชายจริง ๆ นะคะ!”“เธอแน่ใจนะ อย่าลืมเสียล่ะ ว่าเธอคือคนที่ฉันรับเข้ามา เพราะงั้นฉันก็มีวิธีที่จะให้เธอถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อเช่นกัน” ตงซู่พูดข่มขู่ด้วยความโกรธสีหน้าหลี่ซินเยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะที่บ้านยังต้องพึ่งพาเธออยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รีบหางานทำแบบนี้ เธอต่างจากหลิวซือซือ เธอต้องการที่จะทำงานจริง ๆแต่เรื่องแบบนี้ ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อาจยอมรับได้ เธอจึงส่ายหัว และพูดออกไปว่า “ต้องขออภัยด้วยค่ะ ฉันมั่นใจแล้วค่ะ!”ตงซู่โกรธจัด แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องขึ้นมาได
หลี่ซินเยว่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เธอเหลือบมองดูเวลา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ซือซือ ใกล้เวลาเข้างานแล้ว พวกเราต้องรีบไปกันแล้วนะ ไม่งั้นพวกเราจะสายเอาได้”“อ๋อ โอเค”หลิวซือซือรู้สึกตัว อันที่จริงเธอไม่อยากไปเลยสักนิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงพูดขึ้นว่า “พี่เย่คะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ ครั้งหน้า พวกเราขอมาหาพี่อีกได้ไหมคะ?”“ได้แน่นอน!”“ถ้าเจอปัญหาอะไร ก็โทรมาหาฉันได้ตลอดเลยนะ!”พอเย่เทียนหยู่นึกขึ้นได้ว่าไป๋เฉินกรุ๊ปเป็นบริษัทของหัวหน้าใหญ่ไป ก็เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ธรรมดา ถึงยังไงก็เคยประมือกันมาแล้ว หากพวกเธอเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยพวกเธอก็ยังโทรมาขอความช่วยเหลือจากเขาได้“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่เย่!”“งั้น ฉันเองก็ต้องขอบพี่เย่เหมือนกันนะคะ? !” หลี่ซินเยว่ยิ้ม เธอพูดออกไปด้วยความกล้า ตอนนี้เธอก็ไม่ได้อยู่ในบริษัทนั้นอีกต่อไปแล้ว พอเห็นหลิวซือซือเรียก เธอก็รู้สึกอิจฉา เธอเองก็อยากเรียกว่าพี่เย่เหมือนกันเย่เทียนหยู่ชะงักไปชั่วขณะ แต่มันก็แค่ชื่อเรียกเท่านั้น เขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะพยักหน้าให้ทั้งสองเดินจากไป ดูจากท่าทางยิ้มแย้มที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเธ
“ก็ใช่น่ะสิคะ เห็นได้ชัดเลยว่าจัดการกันแบบมั่ว ๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทมีหวังล่มจมแน่ ๆ” หลี่ซินเยว่บ่นเสียงดัง“นั่นสิ พี่เย่คะ ไม่งั้นพี่ก็พูดกับประธานหลินให้หน่อยเถอะนะคะ บอกเธอช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้พวกเราที ไม่เช่นนั้น หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทได้จบเห่จริง ๆ แน่” หลิวซือซือเองก็รีบพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน“เกลี้ยกล่อมอะไรกัน ให้ล้มละลายไปนั่นแหละดีแล้ว เพราะไม่อย่างนั้น นางแม่มดนั่นก็คงไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดไปมากแค่ไหน”“แต่ว่า ถึงยังไงบริษัทนี้ก็เป็นความตั้งใจของประธานหลินเลยนะคะ” หลิวซือซือกล่าวเมื่อได้ยินแบบนั้น หลี่ซินเยว่ก็ไม่ได้พูดอะไร หากเธอรู้แต่แรกก็คงไม่พูดออกไป ด้วยความสามารถของประธานเย่ เขาสามารถช่วยบริษัทได้อย่างเต็มที่เดิมที เธอเองก็หวังว่าอยากให้บริษัทรีบล้มละลายเร็ว ๆ เหมือนกัน เธออยากจะเห็นจริง ๆ ว่านางแม่มดนั่นจะเสียใจมากแค่ไหนแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็พูดพร้อมรอยยิ้มออกมาว่า “หว่านหรูได้ออกมาจากบริษัทนั้นแล้ว อีกอย่าง หุ้นสักเปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่มี เธอแทบไม่มีอำนาจในการควบคุมบริษัทเลยด้วยซ้ำ”“หา......”สองสาวนิ่งไปชั่วขณะ แม้ว่าข่าวลือ
ใบหน้าของทั้งคู่ไม่เพียงแต่สวยงามเท่านั้น รูปร่างเองก็ยังโดดเด่นมากอีกด้วย ผิวพรรณขาวเนียน ขาเรียวยาวทั้งสองคู่ของพวกเธอ ทำให้มีสายตาหลายคู่หันมามองอยู่บ่อย ๆหลี่ซินเยว่ หลิวซือซือ พวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรหากเป็นการทำงานนอกสถานที่จริง ๆ ก็ไม่น่าจะมาทานอาหารเช้าด้วยกันที่นี่ได้นะ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ดูเหมือนว่าแถวนี้จะไม่มีโรงแรมใหญ่ ๆ อยู่เลยด้วยหรือว่าร้านเล็ก ๆ แห่งนี้จะมีชื่อเสียงมาก ถึงทำให้ผู้คนแห่มากัน?แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ได้เป็นแบบนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาจ้องนานเกินไปหรือเปล่า ถึงทำให้หลี่ซินเยว่สังเกตเห็นเขาได้ในทันทีเมื่อหลี่ซินเยว่เงยหน้าขึ้น สีหน้าก็แสดงถึงความประหลาดใจออกมา ก่อนจะพูดด้วยความดีใจออกมาว่า “ประธานเย่!”“ประธานเย่อะไรเหรอ!”หลิวซือซือตกใจเล็กน้อย หลังจากที่มองตามสายตาของอีกฝ่ายไป เธอก็รู้สึกตกตะลึงในทันที ก่อนจะพูดด้วยความตื่นเต้นออกไปว่า “พี่เย่!”อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รู้สึกตื่นเต้นอยู่นั้นเอง เธอก็เขินอายเกินกว่าจะเดินเข้าไปหา อันที่จริง ที่เธอเดินทางมาเมืองหลวงพร้อมกันกับหลี่ซินเยว่ ก็เป็นเพราะเธอต้องการอยากเจอเย่เทียนหยู่เพราะว่าเรื่
เยว่เหลียนเวยที่ได้ยินดังนั้น ภาพที่โรงจอดรถก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที ใบหน้าแดงก่ำ แต่ไม่นานเธอก็นึกถึงความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวของเย่เทียนหยู่ขึ้นมาได้ เธอจึงพูดด้วยท่าทีเกร็ง ๆ ออกไปว่า “คุณชายเย่มีฝีมือที่เลื่องชื่อขนาดนี้ อย่าล้อกันเล่นเลยค่ะ!”“ฮ่า ๆ......”เย่เทียนหยู่ไม่สามารถกลั้นหัวเราะเอาไว้ได้ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พี่สาวเยว่ นี่คุณไม่คิดที่จะรับศิษย์น้องแล้วงั้นเหรอ”“คุณชายเย่ล้อเล่นแล้วค่ะ ตอนนั้นฉันแค่พูดเล่น ๆ เท่านั้น” เยว่เหลียนเวยรีบพูดขึ้นมาเยว่เหลียนหานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย น้องสาวของเธอมักเป็นคนที่ใจกล้ามาโดยตลอด แต่วันนี้กลับหน้าแดง แถมยังตัวเกร็งอีกต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็คิดไม่ถึงเลยว่าน้องสาวของเธอจะถึงขั้นทำให้คุณชายเย่เรียกเธอว่าพี่สาวได้เย่เทียนหยู่ยิ้มเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “แม่ครับ เรื่องทางนี้เองก็จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว พรุ่งนี้เช้า ผมต้องออกเดินทางแล้วนะครับ”“เดินทางพรุ่งนี้เช้า ลูกจะไม่เข้าร่วมงานประชุมพรุ่งนี้ด้วยกันเหรอ?”“ไม่ล่ะครับ งานประชุมในวันพรุ่งนี้ ผมมอบหมายให้หลินเจวี๋ยเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของ