“ขี้เซา” เสียงบ่นเบาๆและแรงกดจูบที่หน้าผากมนส่งผลกระทบให้คนในอ้อมแขนขยับตัวเล็กน้อย ก่อนขยับเข้าซุกกับอกอุ่นอีกครั้งไม่มีทีท่าว่าจะตื่นง่ายๆ
ชนาวินยิ้มน้อยๆ มองใบหน้าจิ้มลิ้มตรงหน้าทำให้เขาอดใจไม่ไหวที่จะกดจูบลงไปที่แก้มนิ่มอย่างแผ่วเบาอีกรอบ ยอมรับว่าบ้าไปแล้ว นอกจากที่นอนกอดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ทั้งคืน
เขาตื่นมาจ้องหน้าอีกคนอยู่เกือบชั่วโมงแล้วยังขโมยหอมแก้มเด็กคนนี้ไปอีกหลายครั้งโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกเลยสักนิด เขายกมือขึ้นหยิบปอยผมที่ตกลงมาขึ้นให้พ้นทาง แล้วมองจ้องใบหน้านวลนิ่ง นี่ถ้าตื่นมาจะอาละวาดขนาดไหนกัน
หลังจากพามานอนบนเตียงด้วยกัน เขาก็หลับไปทั้งที่กอดเธอเอาไว้ทั้งคืน ตื่นมาแขนที่ถูกทับอยู่ถึงกับชาไปหมด แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขากลับรู้สึกประหลาดในใจ
อยากให้ปารดาอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกนานๆก็เลยไม่ยอมปลุก แล้วยังจะความคิดพิเรนทร์อยากลองหอมแก้มภรรยาหลอก ๆ คนนี้ดูสักครั้งนั่นอีก แต่พอได้ทำครั้งหนึ่งกลับห้ามใจตัวเองไม่ให้ทำครั้งถัดไปไม่ได้ แล้วก็มานั่งกร่นด่าตัวเองในใจว่านี่เขาบ้าไปแล้วหรือยังไง
“อือ...” เสียงครางเบาๆนั่นทำให้
ทั้งหมดพากันมาที่โรงพยาบาล นั่งรอไม่นานก็ถึงเวลาเยี่ยมตามที่กำหนด แต่ธีรยุทธก็ยังไม่รู้ตัวและยังไม่พ้นขีดอันตรายทำให้เข้าเยี่ยมได้แค่ครั้งละคน“คนเจ็บอาการค่อยข้างโคม่านะครับ ห้าสิบห้าสิบตอนนี้เขาไม่รู้สึกตัวและสัญญาณตอบสนองไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สัญญาณชีพค่อนข้างน่าเป็นห่วงถ้าวันนี้เขายังไม่ตอบสนองหมอต้องปรึกษาญาติอีกทีนะครับว่าจะพยุงไว้แบบนี้หรืออยากให้ปล่อยคนเจ็บไป ยังไงญาติทำใจไว้บ้างนะครับ” หมออธิบายตามความจริง ปารดาใจเต้นแรงยืนฟังนิ่งๆ ตากลมเริ่มแดงขึ้นสิ่งที่หมอกำลังจะบอกคือ ธีรยุทธอาจจะไม่รอดในคืนนี้“ไม่เป็นไรนะ” ชนาวินโอบคนน้องเอาไว้หลวมๆ ลูบมือที่แขนให้กำลังใจ ปารดาแหงนมองอีกคนเม้มปากแน่นพยายามเข้มแข็งทั้งที่ในใจเจ็บปวดมากเหลือเกิน“เชิญญาติค่ะ”“ให้หนูป่านเข้าไปก่อนค่ะ” รังรองพูดขึ้นเมื่อพยาบาลมาแจ้งว่าสามารถเข้าเยี่ยมได้แล้วปารดาผยักหน้าเบาๆ แล้วเดินตามพยาบาลไป พยาบาลให้ปารดาสวมชุดป้องกันและพาเข้าไปในห้องที่ธีรยุทธนอนแน่นิ่งอยู่ปารดากวาดตามองสำรวจร่างกายคนป่วย สายตาสั่นไหวหัวใจเต้นแรง
ร่างเล็กขยับตัวและลืมตาขึ้นมาในสภาพอิดโรย ตากลมกวาดมองไปรอบๆ พยายามจะลุกขึ้นจากเตียงที่นอนอยู่ รังรองถลาเข้าไปหาคนที่ตื่นขึ้นมา"หนูป่าน เวียนหัวอีกไหมลูก" ถามด้วยความเป็นห่วง ยกมือลูบแขนเบาๆ"คุณพ่อ" หญิงสาวพึมพำ "คุณแม่คะ คุณพ่อป่านล่ะคะ" พอได้สติก็ถามหาธีรยุทธก่อนเป็นคนแรก อะไรต่อมิอะไรก่อนหน้ามันเริ่มชัดเจนมากขึ้น คำพูดของหมอแว่วเข้ามาในมโนสำนึก ปารดาวาดขาลงจากเตียง สภาพเหมือนคนกำลังไม่มีสติเธอเดินลอย ๆออกมาจากห้องนั้น มีรังรองเดินตามมาติดๆ แม้ว่ารังรองจะร้องเรียกแต่เหมือนปารดาจะไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปสองเท้าสั่งให้เดินไปในทิศทางที่เธอรับรู้ว่าจะต้องไปหาธีรยุทธได้ที่ไหนและปารดาก็มาหยุดที่หน้าห้องสำหรับจ่ายร่างไร้วิญญาณเพื่อนำกลับไปทำพิธีกรรมตามความเชื่อทางศาสนา"มารับศพเหรอคุณ" เจ้าหน้าที่ห้องเก็บร่างไร้วิญญาณร้องถามขึ้น ปารดาจึงพยักหน้าเบาๆ"ขอเข้าไปหาหน่อยได้ไหมคะ" เธอพูดเสียงสั่น เจ้าหน้าที่จึงเดินนำเข้าไปรังรองเดินตามมาทันที่หน้าห้องนั้น รีบโทรหาสามีและลูกชายที่ไปจัดการเรื่องต่างๆให้ ก่อนจะรีบเดินตามปารดาเข้าไปในห้องนั้น"อึก.
พิธีรดน้ำมีขึ้นอย่างเรียบง่ายมีแขกบางคนเดินทางมาแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยเป็นให้กับธีรยุทธที่จากไปแบบกระทันหัน ปารดานั่งอยู่ตรงนั้น คอยตัดน้ำอาบร่างให้กับแขกที่มา น้ำตายังไหลแม้จะไม่มีเสียงสะอื้นแล้วก็ตามทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ร่างของธีรยุทธถูกบรรจุในหีบสวยงามพน้อมตกแต่งด้วยดอกไม้สวยงาม มีพวงหรีดจากหลากหลายบริษัทและเครือญาติวางไว้รอบๆ ปารดานั่งนิ่งๆอยู่ตรงนั้น หน้าภาพถ่ายของธีรยุทธที่กำลังยิ้มอย่างอ่อนโยน"วิน น้องกินข้าวหรือยัง" ชนะพลถามลูกชาย เมื่อมองไปเห็นปารดานั่งเงียบๆอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน"ยังครับ" เขาพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ เป็นห่วงกลัวว่าอีกคนจะเป็นอะไรไปสองพ่อลูกมองหน้ากันแล้วได้แต่แสดงสีหน้าลำบากใจไม่มีใครอยากพบกับความสูญเสีย ในครั้งที่แม่จากไปปารดายังไม่รู้ความ ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ และตอนที่ยายเสียปารดายังมีโอกาสได้ดูยามที่เจ็บป่วยมีเวลาได้ทำใจจนยายเสียไปแต่ครั้งนี้ มันรวดเร็วเกินไปเธอยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณของธีรยุทธที่เลี้ยงมาเลยด้วยซ้ำ ไม่มีโอกาสได้พูดคุยเพื่อบอกลา ไม่มีเลยพิธีการต่างๆผ่านไปอย่างเรียบ
ปารดาอาบน้ำเสร็จแล้ว เธอกำลังประทินผิวตัวเองอยู่หน้าตู้กระจก สองสามวันมานี้ไม่ค่อยได้นอนเล่นเอาขอบตาคล้ำไปเหมือนกัน พอแตะแต้มครีมบำรุงผิวเรียบร้อยก็กำลังจะลุกขึ้นเดินไปที่เตียง แต่ร่างสูงตรงหน้าที่ยืนเปลือยท่อนบนอยู่ก็ทำเอาปารดายกมือปิดปากพลางกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วขำพรืดออกมา“คึคึ น่ารักนะคะ ใส่ได้พอดีเลย” ในขณะที่ปารดากำลังขำกับภาพตรงจนอยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ดู ชนาวินก็มุ่นคิ้วแน่น นึกขัดเคืองในใจ ไม่น่าไว้ใจให้ปารดาหาเสื้อผ้าให้เลย เสื้อนี่ก็ตัวเล็กเกินไปเขาคงใส่ไม่ได้หรอก ส่วนกางเกงนี่ถึงจะใส่ได้ก็ดันเป็นลายการ์ตูนเสียอีก แล้วดูนะ ยังจะมาขำอีกเด็กบ้า“ไม่ต้องมาขำเลยไปนอนได้แล้วไป” เขาทำหน้าตึงขึงตาใส่ ออกอาการเซ็งๆแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาที่ขนาดใหญ่กว่าที่บ้านของเขา กอดผ้าห่มสีชมพูลายกระต่ายเอาไว้แนบอก/ให้ตาย ผ้าห่มยังกระต่ายเลยเหรอเนี่ย/ เขาฟึดฟัดอยู่คนเดียวในใจ แต่เจ้าของห้องตัวแสบหัวเราะคิกคักให้ได้ยิน นี่คงเป็นเสียงหัวเราะแรกในรอบหลายวันมานี้ที่ปารดามี งั้นก็ช่างมันเถอะ ถ้ามันทำให้อีกคนย
ช่วงเวลาบนโต๊ะอาหารผ่านไปอย่าวรวดเร็ว ทุกคนพากันมาที่วัดเพื่อจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมเพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายร่างของธุรยุทธขึ้นไปวางบนเมรุรอที่จะชาปนกิจ ปารดาเข้าสู่โหมดโศกเศร้าอีกครั้ง แม้ว่าพยายามอย่างมากแล้วก็ตาม แต่วันแรกที่รู้ว่าจากไปว่าหนักแล้ววันสุดท้ายดูเหมือนจะหนักกว่า เพราะนี่คือครั้งสุดท้ายที่จะได้พบหน้ากันอย่างจริงจัง บรรยากาศหลังจากนำร่างของธีรยุทธขึ้นไปเตรียมพร้อมสำหรับพิธีเผาในอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะถึงยังคงเศร้าโศกและเงียบงันเมื่อถึงเวลาพิธีการต่างๆผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนวางดอกไม้จันกันไปหมดแล้ว เหลือแค่คนในครอบครัว ทุกคนวางดอกไม้จันและพูดในสิ่งที่ต้องการ กระทั่วถึงเวลาของปารดาเป็นคนสุดท้าย“คุณพ่อขา ถ้าชาติหน้ามีจริง ให้หนูเกิดเป็นลูกแท้ๆของคุณพ่อนะคะ หนูจะดูแลตัวเองให้ดี คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” ปารดาพูดกับเปลวไฟตรงหน้า น้ำไหลออกมาอาบแก้มอีกครั้ง“แหม โชคดีจังที่มาทันเวลาพอดี” เสียงแหบแห้งที่ดังขึ้นเรียกสายตาจากทุกคน ก่อนที่ชนะพลและรังรองจะมองจ้องคนมาใหม่ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ“คุณใหญ่ มาทำอะไรท
เมื่อเสร็จจากงานทุกอย่างที่วัดเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดก็มารวมกันอยู่ที่บ้านพัฒนกรกุลของปารมี ที่ตอนนี้ชนะพลสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด“ลุงคงต้องบอกว่า ลุงเสียใจนะแต่การตายของพ่อหนูคงไม่ใช่อุบัติเหตุทั่วไป ตำรวจพบจุดน่าสงสัยหลายแห่งและจากบันทึกภาพบนท้องถนน รถคันที่วิ่งตัดหน้านั่น ทำท่าทางเหมือนจงใจเพราะในภาพมันรอจังหวะที่จะพุ่งเข้าใส่ ตอนนี้ตำรวจกำลังตามตัวเจ้าของรถคันนั้นอยู่”“หมายความว่ามีคนจงใจทำให้คุณพ่อเกิดอุบัติเหตุใช่ไหมคะ” ปารมีถามออกมาสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน จับมือของปารดาแน่นเมื่อได้ยินแบบนั้น“คงต้องบอกว่าใช่ และพวกเราคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือคุณใหญ่ค่ะ เขาอยากล่อให้หนูป่านออกมาจากไร่” รังรองตอบแทน“มันจะเกินไปแล้วนะ หนูจะไม่ยอมให้คุณพ่อตายฟรีหรอก นี่มันทำกันเกินไปแล้ว ไปค่ะเราไปกัน” ปารดาโมโหหนักเมื่อได้ยิน ลุกขึ้นยืนดึงแขนชนาวินลอกให้ไปด้วยกัน“ไปไหน?” ชายหนุ่มมองอีกคนด้วยความสงสัย“ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง ในเมื่อยังไงก็ต้องเจอกันเราก็ไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ปารดาที่ไม่มีสติแล้วในตอนนี้มุ่งมั่นที่จะรู้ความจริงเพียงอย่างเดียวว่าชัยยศต้องการอะไรกันแน่ แค่อยากกำจัด
“ป่าน” ชนาวินเรียกเธอเบาๆ แต่เพียงแค่นั้น ปารดากลับสะดุ้งและหันมองอีกคนสีหน้าตกใจ“ตกใจเหรอ ขอโทษนะ เห็นนั่งเงียบๆ” เขาเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้าม แล้วมองไปที่ทิศทางเดียวกัน ทำให้เห็นว่าวัยนี้เป็นคืนเดือนมืด จึงมีดาวเต็มเกลื่อนท้องฟ้า ถึงมันจะไม่เยอะเท่าที่บ้านเขาก็เถอะแต่มันก็สวยมากเลยจริงๆ“ลุงว่าเราจะจัดการกับลุงใหญ่ได้ไหม” เด็กสาวถามขึ้นแล้วเลื่อนสายตามาที่เขา“ได้สิ คนเราจะมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นไม่ได้หรอกนะ” ชนาวินคิดแบบนั้นถึงเขาจะถูกเลี้ยงอย่างตามใจมาโดยตลอด แต่พ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้เขาเบียดเบียนคนอื่น ท่านมักพูดเสมอว่าทำอะไรก็ได้ที่ไม่เดือดร้อนใคร และหากผิดพลาดไปแล้วก็ต้องรีบแก้ไข พ่อไม่ชอบคนคดโกง ท่านทำธุรกิจขาวสะอาดมาตลอด และท่านก็เอื้อเฟื้อคนอื่น ช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่าการกระทำของชัยยศ นอกจากสร้างความทุกข์ให้คนอื่น เขายังไม่เคยเอื้อประโยชน์ให้ใครเลยสักคน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือการคิดฆ่าแกงคนอื่นโดยไม่สนใจว่าจะเดือดร้อน ลูกเมียเขาจะเจ็บปวด คนอย่างชัยยศต้องได้รับกรรมอย่างสามสมถึงจะดี“เขาอยู่เหนือกฎหมายมากเลยนะคะ”“ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายหลอกป่าน บนโลกใบนี้ถึงจะหนีกฎหมายพ้นแต
บ้านสวนแถบชานเมืองที่สุรเดชอาศัยอยู่ร่มรื่นและน่ามากสำหรับปารดา รังรองพาทุกคนมาที่นี่หลังจากไปรับอัฐิของธีรยุทธจากที่สักตั้งแต่เช้า ทำอะไรต่อมิอะไรเสร็จก็มาที่นี่เลย"มากันแล้วเหรอ" เสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้น รถเข็นมีพรรณีอยู่ด้านหลังคอยเข็นให้"คุณพ่อคะ" รังรองน้ำตาคลอเดินเข้าไปหาและกอดท่านเอาไว้หลังจากไม่เจอกันนาน ความรักความคิดถึงยังคงเต็มเปี่ยมไม่ว่าเมื่อไหร่รังรองไม่เคยถือโทษโกรธท่านเลย เธอเข้าใจดี พ่อรักพี่ชายคนนี้มากคงคิดไม่ถึงว่าเขาจะร้ายกาจได้ขนาดนี้"รอง พ่อขอโทษนะ พ่อขอโทษ" เมื่อได้เจอหน้าลูกสาว ความผิดในใจก็ผุดขึ้นมาอีกความลุ่มหลงในชื่อเสียงเงินทอง ความมืดบอดในใจ คิดแบบหัวโบราญว่าลูกชายนั้นสำคัญ ทำให้ละเลยลูกสาวคนเดียวที่มี ไม่มองความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ว่ารังรองต้องพบเจอกับอะไรบ้าง แล้วยังโกรธเกลียดลูกสาวที่หนีไปสร้างความอับอายให้กับเขาในตอนนั้น กว่าจะรู้ตัวว่าทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของรังรอง ก็ตอนที่ชัยยศยึดอำนาจทุกอย่างไปจากมือของเขาแล้ว"ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ รองเข้าใจค่ะรองไม่เคยโกรธคุณพ่อเลยนะคะ วันนี้รองพามาแล้วนะคะ คนที่คุณพ่ออยากเจอ" รังรองพูดทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบเช็ด
ทั้งคู่มาเล่นกับหลานอยู่คู่ใหญ่ และกลับไปทำงาน ปารดาพาลูกๆเข้าบ้าน ปล่อยเด็กๆให้คลานบนเสื่อที่ปูเตรียมไว้ และมีคอกล้อมขนาดกว้างขวาง มีของเล่นที่ไม่เป็นภัยอยู่ในนั้น ทั้งสองแบ่งกันเล่น ตีกันบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาอะไร"พี่โรมอย่ากัดน้องลูก" ปารดาหน้าเหวอที่คนพี่เริ่มจับแขนคนน้องมางับ"น้องรันอย่าดึงผมโรมพี่ค่ะ" เสียงร้องห้ามของคนเป็นแม่ดังเป็นระยะ ชนาวินที่เดินเข้ามาพร้อมป่าสนต้องอมยิ้มกับความยุ่งเหยิงของสองเสือ"วิถีลูกผู้ชายไงครับที่รัก ตีกันบ้างไม่เป็นไรหรอก" เขาเข้ามาโอบไหล่เอาไว้"พี่โรมก็งับน้องจังเลยค่ะฟันก็ไม่มี ไม่รู้คิดอะไรนะคะ สงสัยคันเหงือก" ปารดาฟ้อง"น้องก็แสบนะนั่น ดึงผมพี่แบบนั้น" ชนาวินหัวเราะออกมา"แสบทั้งคู่แหละค่ะ" ปารดาขำออกมาบ้าง"คุณหนูครับ เล่นอันนี้ไหมเอาอันนี้ไหม" คนที่ดูจะเห่อไม่น้อยไปกว่าใครก็ป่าสนนี่แหละ ตั้งแต่ที่สนามบินก็เล่นกับคุณหนูของเขาไม่หยุด นี่ก็ถึงกับปีนเข้าไปนั่งเล่นกับสองหนุ่มทำตัวเหมือนพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ปาน"มอบหน้าที่พี่เลี้ยงให้เลยแล้วกันนะป่าสน" เจ้านายพูดแบบนี้ป่าสนมีหรือจะไม่รับ"ได้เลยครับพ่อเลี้ยง คุณหนูครับ พี่เลี้ยงป่าสนมาแล้ว"ปารดากับชนา
ใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่กี่วันปารดาก็ได้กลับบ้าน เธอกำลังให้นมแฝดคนพี่ในอ้อมแขน ขณะที่คนน้องนอนรออยู่ในเบาะ พอคนพี่อิ่ม เธอก็ส่งให้กับสามีและอุ้มคนน้องมาเข้าเต้า ชนาวินมีหน้าที่ทำให้ลูกเลอออกมา ก่อนจะมองเมียให้นมลูกด้วยความทึ่ง แล้วยังจะตอนที่ปารดาปั๊มนมไว้ให้ลูกจนเต็มตู้ไปหมด"สุดยอดคุณแม่จริงๆ" ชนาวินพูดขึ้น"แค่ให้นมลูกเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย" เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชนาวินเดินมาหอมที่หัว เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย เขาอยากขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ยอมอุ้มท้องเจ้าแฝดมาตั้งเก้าเดือน มีเรื่องงอแงหงุดหงิดกันบ้างแต่ก็ยังอดทน ไม่ได้กินของที่ชอบ ไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ แล้วก็ยังต้องให้นมลูก นอนไม่เป็นเวลาจื่นกลางดึก ปารดานั้นเป็นสุดยอดคุณแม่จริงๆ"มาขอแม่อุ้มบ้าง มาหาย่านะคะพี่โรม" รังรองรับเอาคนพี่ไปอุ้มไว้"กินนมอิ่มแล้วก็หลับเลยเหรอเสือ" ชนะพลแซวหลานชาย"วัยกำลังโตครับพ่อ อย่าแซวสิ อิ่มแล้วก็นอนไง ปกติ" ชนาวินแก้ตัวแทนลูกชาย"จะเป็นลูกหมูก่อนสิ" อดที่จะแซวอีกไม่ได้"เฮียคะเรียบร้อยค่ะ" ปารดามองทุกคนแล้วยิ้มให้ ก่อนจะส่งคนน้องให้กับสามี แล้วจัดการปั๊มนมต่ออีกหลายถุง"ให้กินไปจนโตเลยนะ" รัง
เขาทบทวนมาหลายวันหลังจากทราบเรื่อง มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก่อนหน้านั้นชนะพลส่งคนไปเฝ้าดู ด้วยกลัวว่าอีกคนจะเจ็บแค้นจนคิดจะทำร้ายปารดาขึ้นมาหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้รับรายงาน พาขวัญเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเธอเสียใจร้องไห้งานการไม่ทำให้ลูกจ้างเป็นคนจัดการทุกอย่างภายในร้าน เมาหัวราน้ำทุกวันชนะพลเข้าใจได้ว่าคนอกหักมักจะเสียศูนย์ แต่ผ่านมาร่วมสี่เดือน พาขวัญกลับยิ่งแย่ลง ลูกค้าเริ่มลดลง แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ไฟไหม้ร้านขนมของเธอและเธอก็บาดเจ็บสาหัส“ผมพยายามแล้วพ่อ ผมพยายามทำให้เขาตัดใจแต่เขาดื้อมาก เขายึดมั่นว่ารักผมและไม่ยอมง่ายๆ ถึงแม้ว่าผมจะพูดไปตรงๆเขาก็ยังไม่ยอมแพ้” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในสวน สีหน้าเคร่งเครียดและรู้สึกผิด เขารู้ทุกอย่างเพราะพาขวัญทำตัวเอง แต่เขาก็เป็นต้นเหตุเช่นกัน“พ่อจะบอกแกให้นะ เราไปกำหนดชีวิตใครไม่ได้ แกอาจจะเป็นสาเหตุ แต่นั่นมันจบแล้ว และเรื่องหลังจากนั้นต่างหาก ที่พาขวัญไม่ยอมรับความจริง ทำตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาแล้วทำให้ตัวเองบาดเจ็บ”“ขวัญรักษาตัวที่ไหนครับ”“รพ.จังหวัด”“ผมอยากไปดูเธอ”“วิน ที่พ่อบอกแก เพราะพ่อไม่อยากปิดบัง แต่พ่อว่าตอนนี้ไ
หลังจากรู้ว่าได้ลูกแฝด คุณพ่อขี้เห่อก็เอาใจใส่ดูแลภรรยาและลูกเป็นอย่างดี ดีจนปารดาจะเสียนิสัยและต้องคอยห้ามเอาไว้ตลอดเวลา ชนาวินทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ปารดาสบายที่สุดท้องลูกแฝดไม่เหมือนท้องปกติ ขนาดท้องที่ใหญ่โตกว่าทำให้คนตัวเล็กๆอย่างปารดามีความเสี่ยงมาก“ไหนหลานปู่ ดิ้นไหมวันนี้” ชนะพลเดินทางมาจากเชียงใหม่เดือนละครั้งเพื่อเยี่ยมลูกๆและหลานชาย ยิ่งตอนนี้เขาต้องอยู่ที่ไร่คนเดียวเพราะรังรองมาคอยดูแลคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดที่กรุงเทพฯ มันทำให้เขาเหงาที่ต้องห่างจากลูกเมีย“ดิ้นเก่งมากค่ะ ไม่รู้คนพี่หรือคนน้อง” ปารดาท้องใหญ่เธอเอนตัวใช้มือหนึ่งลูบท้องอีกมือดันหลังไว้“พ่อเอาส้มมาฝากด้วยนะ” ชนะพลค่อยๆวางมือลงที่ท้องนูน เหมือนแฝดจะรับรู้ว่าปู่มา ยันเท้าทักทายเป็นการใหญ่“เจ้าแสบของปู่ ทักทายกันหน่อยทักทายกันหน่อย” รอยนูนเป็นรูปฝ่าเท้าเล็กๆยันขึ้นมา คนเป็นปู่ย่ายิ้มหน้าบาน“รู้จักเอาใจคนแก่แต่ในท้องเลยนะ” สุรเดชว่า เขามักจะมาเล่นกับเหลนเป็นประจำนั่นคือความสุขของเขาในวัยเกษียรแบบนี้“เจ็บท้องบ้างหรือยัง นี่จะครบกำหนดแล้วใช่ไหม” ชนะพลลูบเบาๆที่ท้องของปารดา“เริ่มมีบ้างแล้วค่ะ เหมือนเจ็บเตือน”“คล
หลังจากวันนั้นชนาวินก็เริ่มทำกายภาพบำบัด เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราวสองสัปดาห์ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องมาทำกายภาพจนกว่าจะครบชั่วโมงที่หมอกำหนด"อีกนิดนะคะ" นักกายภาพกำลังช่วยหัดเดินให้กับชนาวิน คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าเขาจะเริ่มเดินได้คล่องแคล่วเช่นเดิมปารดายืนมองชนาวินทำกายภาพด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกทุกครั้ง เหมือนเธอยืนตรงนั้นแทนที่เขาและพยายามจะก้าวเดินออกไป เธอไม่เคยเหนื่อยที่จะช่วยเขาเลย บีบนวดขาให้เขาในทุกๆวันเพื่อให้กลับมาเดินได้อย่างรวดเร็วชนาวินเริ่มกลับมาเดินได้แต่ต้องใช้ไม้ค้ำเพื่อทรงตัว แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากจากก่อนหน้า เขาขยันทำกายภาพและฝึกเดินตลอดจนวามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน แต่ยังไม่วามารถวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆได้มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาชนาวินต้องข้ามผ่านความเจ็บปวดและจิตใจของตัวเองโดยมีลูกกับเมียเป็นเป้าหมาย เขาคิดว่าคงไม่ดีแน่หากไม่สามารถพาลูกวิ่งเล่นในสนามได้"ร่างกายคุณฟื้นตัวเร็วมากครับ ผมยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณหายเป็นปกติแล้ว" หมอยิ้มให้อย่างยินดี"คือผมหายดีแล้วเหรอครับ""ใช่ครับ จากที่ทดสอบวันนี้ผ
"เฮียจะสงสารเขาหนูเข้าใจ แต่ทำแบบนี้เขาก็ยิ่งแทรกกลางระหว่างเรา มันก็ไม่จบสักที" ปารดายังบ่นเรื่องของพาขวัญ และชนาวินก็หมดโอดาสแก้ตัวเพราะเรื่องมันเกิดจากเขาทั้งนั้น"เฮียบอกแล้วไงคะ ขวัญเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขารักพี่มากก็แค่นั้น""นี่แก้ตัวแทนเหรอ ใช่สิคะ เฮียกับคุณขวัญรู้จักกันมาก่อน รักกันมาก่อน หนูมันคนอื่น" กอดอกแน่นทำปากคว่ำ บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ"ที่รักครับ มันไม่ใช่แบบนั้น" คนบนเตียงกอดเธอเอาไว้หลวมๆ คนน้องนั่งหันหน้าออกไปที่ประตู ชนาวินไม่รู้จะต้องพูดยังไงเพื่อให้อีกคนหายโกรธ"มันเป็นแบบนั้นแหละค่ะ เฮียเข้าข้างเขาเพราะรู้จักกันมานานทั้งที่เฮียก็เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่เฮียเคยรู้จัก ผู้หญิงคนนั้นดูถูกหนู ข่มขู่หนู ทำให้หนูเสียใจ แต่เฮียก็ยังเข้าข้าง ปล่อยค่ะหนูจะกลับ" ดิ้นหนีจะลงจากเตียง แต่ชนาวินไม่ยอม"ไม่เอาสิคะถ้าหนูกลับไปทั้งที่เรายังทะเลาะกันแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" เขาพยายามพูดเสียงอ่อน เพื่อให้อีกคนเย็นลง"ถ้าเฮียยังเข้าข้างคุณขวัญ มันก็ไม่มีวันจบหรอกค่ะ" เธอพูดเสียงแข็ง ปัญหาที่ตอนนี้ยังทะเลาะกันมันเพราะชนาวินยังพูดจาปกป้องพาขวัญทั้งที่ก็เห็นว่าอีกคนทำอะไรเอ
เช้าอีกวัน พาขวัญที่คิดจะไปตั้งแต่แรกต้องวิ่งวุ่นตามพยาบาลสามสี่รอบเพื่อจัดการกับชนาวิน ชายหนุ่มมีอาการท้องเสียงจากยาที่ได้รับและนั่นทำให้พาขวัญรับไม่ได้ แต่เธอก็ยังพอจะช่วยเช็ดตัวให้ได้"พี่วินนิ่งๆสิคะ" พาขวัญเผลอดุเมื่อชนาวินปัดป้องไปมา พยาบาลบอกว่ามันเป็นการตอบโต้จากภาวะสมองเมื่อมีคนแตะตัวเขาแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมือของชนาวินปัดเอาอ่างน้ำหกเลอะเทอะและรดที่ตัวของพาขวัญด้วย"พี่วิน! ขวัญบอกให้อยู่เฉยๆไงคะ น้ำหกหมดแล้วเนี่ย" หญิงสาวตวาดลั่นอย่างลืมตัว ชนาวินชะงักไปกับท่าทีเกรี้ยวกราดนั้น พาขวัญหงุดหงิดก้มมองตัวเอง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน"พี่ขอโทษ ขวัญพอเถอะนะ" เขาพูดออกมาเบาๆ "ขวัญไม่เหมาะที่จะดูแลคนป่วยหรอก พี่ขอโทษ ขวัญพอนะ""ช่างเถอะค่ะ ขวัญไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ"เธอไม่ฟังที่เขาพูดตอบกลับมาเสียงห้วน แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ชนาวินกดเรียกพยาบาลเข้ามา เขายินดีจ่ายให้กับแม่บ้านเพื่อทำความสะอาดพื้นที่เปียกพาขวัญออกมาก็เห็นพยาบาลกำลังจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ชนาวินนั่งอยู่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว"พี่วินเรียกพวกเขาเหรอคะ" พาขวัญมองทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง"
/ถ้าเขาเดินไม่ได้ ฉันจะหย่าให้/คำพูดของปารดาแล่นเข้ามาในหัวของพาขวัญไม่หยุด ตอนนี้เธอเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่ที่หน้าห้อง เพราะต้องการใช้ความคิด เฝ้าถามตัวเองตลอดเวลา เธอกำลังทำอะไรอยู่ เธอรักเขา เพราะงั้นเธอต้องรับให้ได้ นั่นคือที่เธอต้องทำ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสับสนจนเหมือนกำลังวิ่งวนในอ่างแบบนี้กันพาขวัญพาตัวเอง ออกมานั่งเงียบๆที่ร้านกาแฟด้านล่าง เธอหยิบโทรศัพท์กดหาเพื่อนเพื่อปรึกษา และแน่นอนเพื่อนบอกให้ถอยออกมาเพราะเพื่อนรู้ว่าเธอคงรับไม่ได้หากชนาวินเดินไม่ได้จริงๆใช้เวลาอยู่นาน พาขวัญตัดสินใจที่จะยืนหยัดต่อความรักที่เธอมีต่อชนาวิน และกลับไปหาเขาที่กำลังสิ้นหวังกับการเดินไม่ได้"ป่านอย่าทิ้งเฮียไปเลยนะ" เสียงชนาวินดังอยู่ก่อนแล้ว ภาพที่เห็นคือเขารั้งแขนของปารดาเอาไว้แต่เธอไม่สนใจและเดินหนีมาดื้อๆ"ออ มาพอดี ฝากเขาด้วยนะคะ เพราะฉันมีงานสำคัญต้องทำ" พูดแล้วก็เดินออกไปเลย ในขณะที่ชนาวินสีหน้าเศร้า รังรองกับชนะพลก็เครียดไม่ต่างกัน"พี่วิน ไม่เป็นไรนะคะ ขวัญจะดูแลพี่วินเอง" เธอเดินเข้ามาจับมือเขาไว้ ใช่สิตอนนี้เธอต้องอยู่กับเขา"ขอบคุณนะขวัญ ขอบคุณจริงๆ" เขาเอ่ยปากขอบคุณเบาๆ"ถ้าอย่างนั้
"ไม่มีอะไรหรอก ฮอร์โมนคนท้องน่ะลูก เดี๋ยวน้องก็มา" รังรองหัวเราะเบาๆ เข้าใจอาการของปารดาเป็นอย่างดี"ต่อไปแกจะได้รู้จักกับคำว่ามนุษย์เมีย" ชนะพลยักคิ้วให้"คืออะไรครับพ่อ" เขาเลิกคิ้วไม่เข้าใจ"อีกเดี๋ยวแกจะรู้ว่า ทาสเมียมันเป็นยังไง ฮึฮึ" คำพูดสองแง่สองง่ามของพ่อไม่ได้ทำให้ชนาวินเข้าใจมากขึ้น"พ่อเขากำลังจะบอกว่า น้องกำลังท้อง ไม่ว่าน้องต้องการอะไรให้เราครับอย่างเดียวแล้วทำตามที่น้องบอกยังไงล่ะ" รังรองเผยความกระจ่าง"คำว่าเมียเนี่ยศักดิ์สิทธิ์กว่าพระพุทธรูปอีกนะ พ่อบอกเลย แกฟังแม่ไว้เดี๋ยวดีเอง" เขาตบลงที่ไหล่หนาของลูกชาย ทำเอาชนาวินกลืนน้ำลายลงคออย่างบากลำบาก ไม่หรอกมั้ง ปารดาออกจะน่ารัก ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นไปได้หรอกชนาวินก็พอจะเข้าใจความหมายของพ่อและแม่ที่บอกว่าคนท้องให้ตามใจ เพราะตอนนี้ปารดาหน้ามุ่ยที่ถูกขัดใจ แถมไม่ยอมคุยกับเขาอีกต่างหาก"ที่รักครับ เฮียไม่ได้ว่าอะไรเลย""เฮียพูดว่าหนูอ้วน" เธอกอดอกหน้าง้ำ ตรงหน้ามีแต่ขนมเค้กเต็มไปหมดที่สำคัญ มาการองสุดที่รักเพิ่งจะถูกเปิดกล่องขึ้นมาเดี๋ยวนั้นและกินไปแค่อันเดียว ชนาวินแค่ทักว่าอย่ากินเยอะเดี๋ยวอ้วน เท่านั้นแหละเป็นเรื่องเลย"เฮีย