แชร์

บทที่ 5 : รับน้อง 1

ผู้เขียน: กอลี่สีชมพู
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-22 16:48:17

ปารดาตื่นแต่เช้าจนเป็นกิจวัตร จึงไม่ทำให้ลำบากเมื่อต้องอยู่แปลกที่ เธอปรับตัวได้เร็วกว่าที่คิด และป่าสนก็มารอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง นั่นทำให้เจ้าของห้องไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

"มาทำไมเช้าขนาดนี้"

กระถินยืนกอดอกมองคนที่เคาะเรียกตั้งแต่เช้าตรู่ แถมยังยิ้มแป้นทำหน้าหล่อแบบไม่เกรงใจใครอีก

"มารับคุณป่านครับ พ่อเลี้ยงให้ไปหา" ป่าสนฉีกยิ้ม แต่กระถินทำหน้ามึนใส่

"คุณป่าน?" เจ้าของห้องยกคิ้วขึ้นพลางทวนคำ

"ครับ เอ่อป่านน่ะครับ" พอรู้ตัวว่าหลุดคำที่ไม่ควรพูดออกไปก็รีบยิ้มกว้างเพื่อหันเหความสนใจ

"ป่านคุณมือขวามารับไปหาพ่อเลี้ยง"

กระถินยังหลิ่วตามองป่าสน แต่อีกคนก็เอาแต่ยิ้มและมันเริ่มเจื่อนลงเมื่อกระถินมองอย่างสงสัยที่ฉายชัดจากแววตา

"จ้าๆ"

ปารดาตอบรับเพื่อนใหม่ ก่อนจะออกมายืนข้างๆ

"เรียบร้อยแล้วค่ะ เราไปกันเถอะ" ปารดามาพร้อมกระเป๋าสะพายใบเล็ก เธอใส่ของสำคัญเช่นกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในนั้น

กระถินมองตามคนงานใหม่กับมือขวาคนสนิทของเจ้านายเดินออกไปพร้อมกัน เก็บเอาความสงสัยเอาไว้ก่อนเข้าไปจัดการกับตัวเองเพื่อเตรียมตัวไปทำงานเช่นกัน

ปารดาถูกพามาที่บ้านใหญ่ ซึ่งที่นั่นตอนนี้ชนาวินอยู่คนเดียวกับสาวใช้เบอร์เล็กนามว่าชมพู และเบอร์ใหญ่นามว่าสงวน ที่ดูท่าทางเหมือนจงอางหวงไข่ คอยดูแลเจ้านายของตัวเองอย่างดี เมื่อเห็นว่าคนงานใหม่หน้าตาดีก็ตั้งแง่ใส่ ก็กลัวว่าจะเข้ามาจับเจ้านายตัวเอง

ส่วนดอกปีบนั้น ปกติจะคอยดูแลชนะพลและรังรอง ตอนนี้ได้ลาพักเพราะทั้งสองคนไม่อยู่ ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าปารดาคือใคร

"นั่งรอที่นี่แหละ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงก็ลงมา"

สงวนบอกเสียงดุ แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป ไม่ให้โอกาสปารดาได้เอ่ยทักทายหรือไถ่ถามอะไร

ป่าสนเองพอส่งตัวภรรยาเจ้านายที่บ้านเรียบร้อย ก็ออกไปเลยบอกว่ามีธุระต้องไปจัดการ คนงานที่บ้านนี้ก็ดูไม่ชอบเธอเท่าไหร่ พอกันเลยทั้งเจ้านาย ทั้งลูกน้อง

อย่างที่ตกลงกันไว้ว่าจะไม่มีใครในไร่รู้ว่าปารดาคือใครนอกจากลูกน้องของชนาวินไม่กี่คนที่เดินทางไปร่วมงานรวมถึงคนที่รับเธอมาที่นี่ แต่ก็ถูกสั่งไม่ให้พูดอะไร

ปารดาคิดว่าหากทั้งสองคนรู้ว่าเธอคือใครจะไม่แสดงกิริยาแบบนี้ออกมาแน่นอน เธอคิดว่า ถ้าเราทำดีกับใคร คนๆนั้นต้องดีตอบกลับมาแน่นอน

"ป้าๆ แล้ววันก่อนพ่อเลี้ยงใหญ่ให้พี่ดอกปีบจัดห้องให้ใคร"

ชมพูกระซิบกระซาบเมื่อยืนซ้อนหลังแอบมองคนงานใหม่อยู่ด้วยกันกับสงวน

"ข้าจะรู้ไหมเล่า เอ็งอยากรู้ก็ไปถามเอาสิไป"

"ไม่เอาล่ะ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงวินด่าเอา"

ชมพูส่ายหน้าดิก เก็บความสงสัยเอาไว้ กระทั่งเจ้านายเดินลงมาต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตน

"มาเร็วดีนี่" ชนาวินมาหยุดยืนมองคนที่นั่งรออยู่ที่เฉลียงหน้าบ้าน

ปารดาอยู่ในชุดเสื้อยืดพอดีตัวสีฟ้ากับกางเกงยีนส์ดูทะมัดทะแมน เธอเอียงคอมองเขาอย่างพิจารณา

"ฉันต้องทำอะไรคะ" ถามขึ้นสีหน้าจริงจัง

"ทำงานในไร่ ทำได้ไหม วันนี้เริ่มจากงานเบาๆก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าฉันรังแก"

ชนาวินหลิ่วตามองคนตัวเล็ก ก่อนจะโทรเรียกปานนท์ หัวหน้าคนงานมารับคำสั่ง

เมื่อปานนท์มาถึงก็ค่อนข้างตกใจที่จู่ ๆ ชนาวินก็รับคนงานใหม่เข้ามา ทั้งที่ในไร่ก็คนงานเยอะมากแล้ว

"นี่ปานนท์ หรือจะเรียกว่าน้านนก็ได้ หัวหน้าคนงานของฉัน"

เขาหันไปแนะนำกับปารดา "ฝากด้วยนะครับน้านน คนนี้มาใหม่พ่อรับมา วันนี้ให้ถางหญ้ารอบๆต้นส้มแล้วกัน ยังไงฝากสอนงานด้วย" ก่อนจะหันมาสั่งงานกับปานนท์ เขาพยักหน้ารับแล้วมองปารดาที่ยืนอยู่

"ถางหญ้า?"

หญิงสาวทวนคำสั่งด้วยความมึนงง เธอพอจะเข้าใจอยู่ว่าการถางหญ้าก็คือการเอาหญ้าออกจากที่ ที่ไม่ต้องการด้วยการใช้จอบหรือเสียม แต่เธอไม่เคยสัมผัสงานแบบนั้นมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

"ใช่ ทำได้ไหม" เขาเลิกคิ้วถาม ท่าทียียวนของอีกทำปารดากัดปากแน่น

"ค่ะ ทำได้"

รับปากไปแบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้หรือไม่ แต่เธอก็คงไม่มีทางเลือกมากไปกว่านี้หรอก อยากให้ทำ เธอก็จะทำ มันคงไม่ยากเย็นอะไรมากมายนักหรอก

"ก็ดี งั้นน้านนครับ ฝากด้วยนะผมไปออฟฟิศก่อน เช้านี้ต้องถางหญ้าให้ได้อย่างต่ำสิบต้น ถ้างานไม่เสร็จก็ไม่ต้องให้กินข้าว แล้วตอนบ่ายก็ถางอีกสิบต้น ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ต้องกลับบ้าน"

คำสั่งแสนโหดของชนาวินทำปารดาอ้าปากค้าง อย่าว่าแต่สิบต้นเลย แค่ต้นเดียวจะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย นี่มันแกล้งกันชัดๆ

"ครับพ่อเลี้ยง"

ปานนท์รับคำอย่างงงๆ มองปารดาที่ยืนทำตาโตไม่ไกล ตัวเล็กนิดเดียวจะให้ไปทำงานหนักแบบนั้นไม่รู้จะไหวหรือเปล่า แต่ท่าทางไม่ยอมคนนั่นก็อาจจะพอทำได้ละมั้ง

"ไปกัน ชื่ออะไรล่ะเรา"

ปานนท์เดินนำลงไปจากบ้านก่อน ปารดาจึงเดินตามไปอย่างกล้าๆกลัวๆ

"ป่านค่ะ" ปารดาตอบเสียงนิ่ม มองตามหลังร่างสูงใหญ่ของปานนท์อย่างสำรวจ

ผู้ชายตรงหน้าอายุราว ๆสี่สิบต้นๆ หน้าตาหล่อคมเข้มแบบฉบับชายไทย ผมดำเข้มหยักศกเล็กน้อย ร่างกายกำยำเหมือนคนที่ออกกำลังกายมาอย่างหนัก แววตาคมดุดันเครียดขึ้งตลอดเวลา ดูเคร่งขรึมจนเหมือนจะเข้มงวดด้วย

"เป็นใครมาจากไหนเหรอเรา"

ปานนท์ถามขึ้นมาอีก มองไปที่ปารดาซึ่งเดินเคียงกันมาช้าๆ

"มาจากกรุงเทพค่ะ พ่อเลี้ยงชนะพลให้มาอยู่ที่นี่ค่ะ"

ปารดาตอบด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้ว่าถ้าชนะพลรู้เรื่องจะเกิดอะไรขึ้น เธอไม่ได้อยากโกหกก็เลยตอบเลี่ยงๆ แล้วเธอก็ไม่มีทางเลือกเท่าไหร่นัก

"งั้นเหรอ ทำอะไรเป็นบ้างล่ะ" มองจากรูปร่างหน้าตาเหมือนจะเป็นคนที่ไม่เคยเจองานหนักมาก่อนก็เลยค่อนข้างเป็นห่วง

"เพิ่งเรียนจบมาค่ะ แต่ว่าป่านทำอะไรก็ได้ค่ะน้านน เรียกแบบนี้ได้ใช่ไหมคะ" คนตัวเล็กยิ้มกว้างให้ ปานนท์ยิ้มตอบพยักหน้าเบาๆ

"ป่านทำอะไรก็ได้ที่เขา...เอ่อ ที่พ่อเลี้ยงอยากให้ทำ" ปารดาตอบแบบไม่มีทางเลือก

ใช่เธอไม่มีทางเลือกเลย ตั้งแต่ที่ตัดสินใจที่จะช่วยให้พ่อหลุดพ้นจากความตาย ปารดาก็ไม่เคยคิดที่จะหาทางออกอย่างอื่น นอกจากทำตามทุกอย่างที่ชนะพลต้องการ แต่ตอนนี้ชนะพลไม่อยู่ คนที่เธอต้องทำตามคำสั่งก็คือชนาวิน

"งั้นเดี๋ยวไปด้วยกันเลยนะ จะพาไปที่ไร่ส้ม" ปานนท์กระโดดขึ้นรถ ปารดาทำตามอย่างว่าง่าย

ปานนท์พาปารดามาที่ท้ายไร่ ตรงส่วนนี้ยังไม่มีใครถางหญ้ามาถึง เขากำหนดขอบเขตงานให้กับปารดา โดยให้คนงานมาสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง ปารดาจดจำและทำตาม แม้จะยากเพราะจอบค่อนข้างหนัก แต่ปารดาก็สู้ทน ถางหญ้าด้วยท่าทางลำบากลำบน

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 6 : รับน้อง 2

    "รับน้องเหรอนาย" เสียงทักทายดังขึ้น เขียวเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ผิวคร้ามแดดจนค่อนดำ ใบหน้าแหลมยาว ตารีเล็กจนตี่ หนึ่งในคนงานที่สนิทสนมกับปานนท์เข้ามาถามไถ่ เมื่อเห็นปานนท์พาคนงานใหม่มา"พ่อเลี้ยงน่ะสิ ให้พามาถางหญ้า ฝากดูด้วยได้ไหม จะไหวหรือเปล่า" ปานนท์มองท่าทางเงอะงะของปารดาแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมา"คนใหม่นี่ แล้วทำไมพ่อเลี้ยงอยากแกล้ง" เขียวเอียงคอยกมือลูบคางตัวเอง"มองออกเลยเหรอ" ปานนท์เลิกคิ้ว ทำไมเขียวรู้"นี่ใครนาย นี่เขียวเอง เขียวมองปาดเดียวรู้เลย น้องคนสวยนี่โดนแกล้งแน่ ๆ" ไม่มีใครที่เข้ามาใหม่แล้วได้ถางหญ้า โดยปกติคนงานชายเท่านั้นที่ได้รับหน้าที่นี้ หรือไม่ก็คนงานที่ทำงานมานานและทำงานไหวเขียวไม่รู้ว่าทำไมเจ้านายตัวเองถึงได้แกล้งคนที่ดูบอบบางและน่าตาน่ารักแบบนั้นได้ลงคอ แต่มันต้องเหตุผลอะไรแน่ ๆ"ฉันก็ไม่รู้เขียว แต่พ่อเลี้ยงสั่งมาแบบนั้นก็ต้องทำ เช้านี้สิบต้นไม่เสร็จก็ไม่ให้กินข้าว ฝากดูด้วยแล้วห้ามช่วยเข้าใจไหม" ปานนท์สั่ง แล้วโดดขึ้นรถขับออกไปเขียวมองปารดาแล้วได้แต่ถอนใจ สิบต้นเหรอ ต้นเดียวเอาให้รอดก่อน นี่ผ่านไปสิบนาท

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 7 : ตามคำบัญชา 1

    เกริกกำลังจะไปหาชนาวินที่ออฟฟิศ เขาแวะเข้ามาดูความเรียบร้อยที่โรงอาหารและนั่นทำให้เขาได้พบปารดาที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่นั่งกินข้าวอยู่กับบรรดาคนงาน"ไปเรียกคนนั้นมาให้หน่อย" เกริกมองอยู่นาน จนคนงานลุกออกไปเกือบหมด จึงให้คนไปตามปารดาออกมาคุยกัน เขาเลือกที่จะเรียกให้มาคุยกันเป็นการส่วนตัว อาจจะดีกว่าเดินเข้าไปทักทาย เพราะยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมหญิงสาวที่เป็นนายหญิงของไร่ถึงได้มากินข้าวรวมอยู่กับคนงานแทนที่จะอยู่ที่บ้านมากกว่า"อ้าว คุณเกริก สวัสดีค่ะ" ปารดาเห็นเกริกก็ยกมือไหว้"มาทำอะไรที่นี่ครับ" เกริกถามขณะที่สายตาก็มองไปรอบๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครเห็นเขาคุยกับปารดา"กินข้าวค่ะ ป่านพักเที่ยง" ปารดาตอบตามตรง"พักเที่ยง? พักเที่ยงทำไมครับ แล้วทำไมไม่ทานข้าวที่บ้านใหญ่" ความสงสัยก่อตัวขึ้นมาทันที เกริกถามเสียงหลงด้วยความไม่เข้าใจ"ป่านทำงานที่ไร่ค่ะ พ่อเลี้ยง เอ่อ คุณชนาวินให้ป่านถางหญ้า""อะไรนะครับ ถางหญ้า" เกริกทวนคำ นี่มันอะไร ชนาวินให้ปารดามาทำงานถางหญ้าในไร่งั้นเหรอ"ป่านนึกว่าคุณชนาวินบอกคุณเกริกแล้วค่ะ เพราะเขาสั่งทุกคนไว้ไม่ให้บอกใครว่าป่านเป็นใคร ให้บอกว่าป่านเป็นคนงาน

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 8 : ตามคำบัญชา 2

    ก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นพอดีกับที่มือถือของชนาวินก็มีสายเรียกเข้าจากชนะพลพอดิบพอดีเกริกเปิดประตูเข้ามาก็พบว่าชนาวินกำลังรับโทรศัพท์และเขาโบกมือเป็นการบอกให้รอก่อน เกริกจึงเดินไปนั่งรอที่โซฟามุมห้องอีกที"ก็พ่อบอกว่าเขาดูแลตัวเองได้ไง แล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะ""ครับๆรู้แล้ว ผมไม่ทำอะไรคนของพ่อหรอกน่า แค่นี้นะครับผมมีงานต้องทำ"ชนาวินพ่นลมหายใจออกมาหนักหน่วง ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานมองไปที่เกริกซึ่งก็จ้องมาที่เขาเช่นกัน"อาเกริก มีอะไรหรือเปล่าครับ" ชายหนุ่มแสร้งไม่รู้เรื่องแล้วเปิดเอกสารออกอ่าน ทำเหมือนกำลังยุ่งกับการทำงาน"คุณหนูครับ ให้คุณป่านไปทำงานในไร่ไม่ได้นะครับ" เกริกยันตัวเองลุกขึ้นเดินเข้ามาหา"ก็พ่อบอกว่า ให้ผมทำอะไรกับเขาก็ได้ ผมก็เลยให้เขาไปทำงานในไร่ไงครับ" ชนาวินตอบหน้าตาเฉย ตายังจ้องเอกสารไม่ลดละ แม้เกริกจะพ่นลมหายใจออกมาหนักๆเพื่อให้อีกคนรู้ว่าเขากำลังลำบากใจก็ตามที"แต่คุณหนูครับ คุณป่านมาที่นี่เพื่อเป็นภรรยาครับไม่ใช่คนงาน อย่าทำอะไรผิดวัตถุประสงค์สิครับ" พูดเตือนอีกคนก่อนที่ทุกอย่างมันจะแย่ไปหมดปารดาเองก็คงไม่ได้อยากมาเป็นคนงานในไร่ ถึงปากจะบอกว่าเป็นลูกห

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 9 : แค่คนงาน 1

    ปารดายังคงทำหน้าที่ของตัวเองแม้ว่ามือจะเริ่มเจ็บจนชาไปหมดและมีเลือดซึมออกมา แต่ถึงจะอย่างนั้นเธอก็ยังฝืนทน กำจอบแน่นเพื่อทำงานของตัวเองให้เสร็จตั้งแต่ช่วงบ่ายที่เริ่มกลับมาทำงานจนกระทั่งตอนนี้ปานนท์แวะมาดูความเรียบร้อยเป็นระยะรวมถึงเขียวเองก็คอยมาสอดส่องความเคลื่อนไหวว่าทำไปถึงไหนแล้วด้วยเช่นกัน แต่คนงานหลายคนก็เริ่มทยอยกันกลับที่พักกันหมดแล้วเหลือก็แต่ปารดาที่ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย"ป่าน พอได้แล้วมั้ง นี่หกโมงกว่าแล้วนะ" เสียงทักท้วงจากเพื่อนร่วมห้องอย่างกระถินทำให้ปารดาชะงักไปเล็กน้อย พอเงยหน้าเหลือบตามองเพื่อนที่เดินเข้ามาหาพร้อมๆกับมองไปรอบๆตัวที่เริ่มมืดลง เย็นขนาดนี้แล้วเหรอ นี่เธอแทบไม่ได้ดูเวลาเลยด้วยซ้ำ"งานยังไม่เสร็จเลยกระถิน กลับก่อนก็ได้" ปารดามองต้นส้มที่เธอต้องจัดการอีกราว ๆสามสี่ต้น เพราะมือเจ็บ ทำให้การออกแรงลดระดับลง และนั่นจึงทำให้การทำงานของเธอช้าลงกว่าในช่วงเช้าอยู่มาก"ไม่เสร็จก็ค่อยทำต่อพรุ่งนี้" กระถินจะเข้าไปดึงจอบออกจากมือของอีกคน แต่ปารดาก็สั่นหน้าเป็นเชิงห้าม"ไม่ได้! ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ต้องกลับ" ชนาวินเดินเข้ามาพร้อมกับป่าสนที่แสดงสีหน้าลำบา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 10 : แค่คนงาน 2

    "....." ปารดาก็ยังไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงมองนิ่งๆ แล้วเริ่มทำงานของตัวเองต่อ"อย่าคิดว่ามีแต่คนเห็นใจ แล้วฉันต้องใจดีกับเธอนะ" ยิ่งอีกฝ่ายเงียบ เหมือนยิ่งท้าทายมันยิ่งทำให้ชนาวินหงุดหงิดมากขึ้น จนต้องเดินเข้าไปหา มือใหญ่บีบที่หัวไหล่ของอีกคนจนหน้าเบี้ยว มือที่ถือจอบเอาไว้ต้องปล่อยด้ามจอบลงพื้นก่อนยกมันขึ้นจับที่ข้อแขน"นี่คุณ ฉันเจ็บ" มือบางที่แม้จะเป็นแผลแต่ก็ไม่ได้หวาดหวั่นกำรอบข้อมือหนาเอาไว้แน่นเพื่อลดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น"ก็ทำให้เจ็บ จำเอาไว้นะ ถ้าเธอไปออดอ้อนอาเกริกให้ช่วยเธออีก ฉันจะส่งเธอกลับบ้าน" ชนาวินกระชากแขนกลับและนั่นทำให้ร่างเล็กเซไปเล็กน้อย"คุณทำแบบนั้นไม่ได้ คนที่มีสิทธิ์ให้ฉันอยู่หรือไป มีแค่พ่อคุณคนเดียวเท่านั้น" ปารดาแข็งขืนยกเอาชนะพลขึ้นมาอ้างหมายจะให้อีกคนเลิกราเรื่องที่กำลังรังควานเธออยู่ในตอนนี้ หากแต่มันกลับยิ่งทำให้ชนาวินพิโรธหนักมากกว่าเดิม"นี่เธอเอาพ่อมาขู่ฉันเหรอ" เขาถลาเข้าใส่ ปารดาขยับหนีในระยะเท่าเทียมกัน"ฉันไม่ได้ขู่ แต่มันคือความจริง ฉันยอมทำตามที่คุณสั่งเพราะถือว่าคุณเป็นเจ้าหนี้ แต่อย่าให้มันมากเกินไป ความอดทนของคนมีขีดจำกัด ฉันว่าเราต่างคนต่างอย

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 11 : ความจริงใจ 1

    นาฬิกาที่พนังบอกเวลาทุ่มครึ่งแล้ว กระถินมองประตูที่เปิดออกกว้างก่อนร่างแบบบางของปารดาจะเดินเข้ามาทำให้กระถินที่เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อถลาเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง"ป่าน ไหวไหม นั่งก่อน" ถึงจะเพิ่งรู้จักกัน แต่คนที่คอยห่วงใยคนอื่นไปทั่วอย่างกระถินก็อดที่จะห่วงเพื่อนใหม่ไม่ได้"เหนื่อยจัง" ปารดาบ่นเบาๆ ทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นอย่างหมดแรง"ตายแล้วป่าน ทำไมมือเป็นแบบนี้" กระถินเห็นมือเพื่อนแล้วร้องออกมาด้วยความตกใจ มือทั้งสองข้างของอีกคนแดงฉานเต็มไปด้วยเลือดที่เริ่มแห้งกรัง นี่กำด้ามจอบทั้งที่แผลเต็มมือแบบนี้ได้ยังไงกัน"ตอนแรกมันเจ็บนะ แต่ตอนนี้มันชาจนไม่รู้สึกแล้วล่ะ" เจ้าของมือแตกลายงาบ่นเบาๆ"ก็ชาสิ ฝืนมากี่ชั่วโมงแล้ว ข้าวก็กินไปนิดเดียว ดีไม่เป็นลมคาต้นส้มนั่น ไปอาบน้ำไป จะได้มาทำแผล" กระถินอดที่จะบ่นให้ไม่ได้ พ่อเลี้ยงก็อีกคน จะอะไรกันนักหนาก็เห็นว่าอีกคนน่ะเจ็บยังจะใจดำให้ทำงานจนเสร็จ จิตใจทำด้วยอะไร แต่จะว่าไปปกติพ่อเลี้ยงของเธอก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนี้นี่นา จู่ ๆ เกิดจะอยากสวมบทซาตานขึ้นมาหรือยังไงกันปารดายันตัวเองลุกขึ้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด ทั้งหลังทั้งไหล่เมื่อยขบไปหมดทั้งตัว มือที่จริงๆแล้

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 12 : ความจริงใจ 2

    "เอ่อ ยังไม่นอนเหรอ" พอกลับเข้ามาก็เห็นกระถินนั่งมองจ้องเหมือนกำลังรอคำอธิบาย ปารดาค่อนข้างลำบากใจแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี"ฉันไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องของเธอหรอกนะ แต่นั่นน่ะหลายหมื่น กระเป๋าเนี่ยใบเป็นแสน ถึงฉันจะแค่ชาวบ้านแต่ฉันไม่โง่ที่จะดูไม่ออก ว่ามันคือของแท้ เพราะฉะนั้นอย่าโกหก" คำพูดของกระถินยิ่งทำให้ปารดาหาข้ออ้างไม่ได้ เธอถอนหายใจแรงๆอีกครั้งแล้วขยับนั่งลงข้างๆกระถิน"กระถิน ห้ามตกใจนะถ้าป่านบอกความจริง" สีหน้าปารดาจริงจังมาก เธอเม้มปากแน่นอย่างชั่งใจว่าจะบอกความจริงดีหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจแล้วว่าจะพูดความจริง และปารดาคิดว่ากระถินจะไม่บอกใครแน่นอน"อะไร เธอเป็นลูกคุณหนูที่ถูกจับตัวมาเหรอ ..." กระถินเลิกคิ้วแล้วเดา แต่ปารดาส่ายหน้าแทนคำตอบ "งั้นเธอมาทำงานใช้หนี้แบบฉันเหรอ" กระถินชกนิ้วชี้ที่ตัวเอง คราวนี้ปารดาพยักหน้าเบาๆ"ใกล้เคียง ป่านมาที่นี่...""เธอเป็นลูกคุณหนูตกอับที่พ่อส่งมาใช้หนี้พ่อเลี้ยงงั้นสินะ" กระถินพูดแทรกขึ้นมาก่อนจากการคาดเดา เธอคิดแล้วไม่มีผิดเลย เพราะปารดาน่ะเหมือนคุณหนูจะตายไป"ป่านมาอยู่ที่นี่ ในฐานะภรรยาของคุณชนาวินน่ะ" ปารดาบอกออกไปในที่ส

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 13 : แกล้ง 1

    ภายในห้องนอนขนาดกว้างขวางของชนาวินที่อาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อยแล้ว เขายืนที่มุมหนึ่งของห้องที่สามารถมองไปเห็นแสงไฟรำไรจากบ้านพักคนงานได้ เจ้าของร่างสูงสมส่วนกว่าร้อยเก้าสิบเซนติเมตร อิงไหล่ที่ขอบประตูระเบียง หลุบตามองข้อมือตัวเองที่บัดนี้ถูกล้างเอาลอยปื้นเลือดออกไปจนหมดแล้ว เขามองมันอย่างครุ่นคิด"เล่นแรงไปเปล่าวะ" ด้วยรู้ว่านั่นคือเลือดที่มาจากมือของอีกคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อยากยอมรับว่าเป็นเพราะตนเอง ก็เขาไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย ยัยนั่นทำตัวเองต่างหาก"ช่วยไม่ได้ ก็อยากยอมเอง"จะว่าไป ปารดาไม่จำเป็นต้องยอมให้เขาทำแบบนั้นก็ได้ ตัวเธอเองก็มีสิทธิ์ความเป็นภรรยาที่ถูกต้องไม่เห็นจะต้องทำตามที่เขาบอก คงไม่ได้ซื่อบื้อเชื่อฟังแต่คำสั่งของพ่อจนคิดอะไรเองไม่เป็นหรอกนะ ถ้าเป็นแบบนั้น นี่เขาแต่งงานกับคนแบบไหนกันเนี่ยชนาวินหลุดออกจากภวังค์ความคิดเมื่อเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นบิดาก็กลอกตาไปมาก่อนกดรับ"ครับพ่อ"[เป็นยังไงบ้าง พ่อไม่อยู่ ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะ]"เรียบร้อยครับ"[อื้ม ก็ดี แล้วหนูป่านเป็นยังไงบ้าง]"ก็ดีมั้งครับ"[อะไรคือก็ดีมั้งครับ นี่น้องนอนหรื

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-25

บทล่าสุด

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 64 : เมื่อพร้อม 2 [ จบเล่ม 1]

    เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เด็กสาวกำลังจะทำมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต แต่ตามที่เขารับปากพ่อเอาไว้ เขาจะเป็นคนปกป้องและคอยช่วยเหลือเธอเอง"ต้องการผู้ช่วยไหม" ปารดาผละออกจากหน้าท้องของอีกฝ่าย ยกมือปาดน้ำตาพอลวกๆ แล้วแหงนหน้ามองอีกคนตาแดงก่ำ"รับสมัครหนึ่งตำแหน่งค่ะ""โอเค ค่าแรงแพงหน่อยนะ ไม่รู้จะจ่ายไหวหรือเปล่า" เขาย่อตัวลงแล้วยิ้มให้คนน้อง ยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาที่แก้มนิ่มที่ผ่านมาเขามัวแต่หวาดระแวงกับการที่จะต้องแต่งงานกับเด็กคนนี้ กลัวที่ต้องเสียความโสดที่หวงแหนไป กลัวว่าจะต้องใช้ชีวิตกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ตอนนี้เขาไม่มีเรื่องพวกนั้นในหัวเลยตั้งแต่ทำความเข้าใจอะไรหลายๆอย่างทั้งหมด เขาก็เข้าใจแล้วว่า มันคือหน้าที่ ปารดามีหน้าที่ที่จะต้องเป็นทายาทเจ้าสัว เขามีหน้าที่ดูแลทายาทเจ้าสัว นี่ต่างหาก คือความจริง"จ่ายไหวสิคะ หนูเป็นหลานสาวเจ้าสัวนะ" คนตัวเล็กกว่าพอจะยิ้มออกมาได้บ้างกับมุขเสี่ยวๆค่าตัวแพงของชนาวิน ความออดอ้อนที่มีทำให้เผลอแทนตัวเองเปลี่ยนไป แต่ชนาวินกลับรู้สึกชอบแบบนั้นมากกว่าแทนตัวด้วยชื่อสะอีก"หนูตัวใหญ่ไปนะ" เขาวางมือบนหัวแล้วโยกไปมาเบาๆเป็นเชิงหยอก"บ้า ป่านลืมตัว" เธอว่าแล้วท

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 63 : เมื่อพร้อม 1

    ถึง หนูป่านของแม่ตอนที่หนูได้อ่านจดหมายฉบับนี้แม่คงได้ไปอยู่กับพ่อบนสวรรค์แล้วนะลูก แม่บอกคุณป้ารังรองของหนูเอาไว้ว่าให้มอบของพวกนี้ให้หนูตอนที่หนูเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วและยังมีชีวิตอยู่ ถึงตอนนั้นหนูคงจะพร้อมที่จะเป็นทายาทของคุณปู่ ทุกอย่างที่แม่และป้าทำ เพื่อหนูนะลูก อย่าได้ครางแครงสงสัยสิ่งที่คุณป้าบอกคือเรื่องจริงแม่เชื่อใจป้ารังรองของหนู ให้ทำทุกอย่างตามที่คุณป้าบอก แต่ถ้าหนูไม่อยากทำ ให้บอกคุณป้าไปตรงๆ จะไม่มีใครบังคับหนูได้ แต่อย่าลืม ว่าหนูคือธนทรัพย์รุ่งเรือง คือลูกสาวพ่อกับแม่ คือหลานของคุณปู่ แม่รักหนูมาก ดูแลตัวเองดีๆนะลูก รักแม่ของหนูปารดามองแผ่นกระดาษในมือ กวาดตาไปมาอยู่หลายรอบ หัวใจเต้นแรงมากขึ้น เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างนั่น หยิบของในซองออกมาทีละชิ้น ทีละชิ้น ของแต่ละชิ้นมีป้ายที่เขียนด้วยลายมือแปะเอาไว้เข็มกลัดของแม่สร้อยคอของพ่อแหวนประจำตระกูลกุญแจตู้เซฟที่ธนาคารxxxสมุดบัญชี สามสี่เล่มที่ยอดเงินไม่น้อยเลยเช่นกันและภาพถ่ายของสามคนพ่อแม่ลูก ไม่รู้เมื่อไหร่ที่น้ำตาหยดแมะลงมาบนพื้นโต๊ะไม้ มือของปารดาสั่นเทา หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมามอง พ่อเหรอ คนนี้คือพ่อที

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 62 : คุณหนูอันตรา 2

    "นี่คือหนูในตอนนั้น คุณหนูอันตราของทุกคน แม่ยังจำได้ ทุกคนดีใจกับการเกิดมาของหนูมาก เพราะหนูคือทายาทคนเดียวของธนทรัพย์รุ่งเรือง"ภาพหญิงสาวใบหน้าสะสวยที่ปารดาจำได้นี่คือแม่ของเธอ กำลังอุ้มเด็กตัวเล็กในอ้อมแขน อีกด้านมีผู้ชายหน้าตาใจดีที่ดูแล้วเหมือนปารดามากยืนอยู่ข้างกัน"เหมือนป่านมาก ไม่สิ ต้องบอกว่าป่านเหมือนคนนี้มาก" ชนาวินพูดออกมาเมื่อเห็นภาพถ่ายใบนั้นไปพร้อมกัน"ใช่ หนูป่านเหมือนพ่อมาก คุณปู่ก็เลยรักหนูมาก แล้วก็ประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะยกทุกอย่างที่มีให้หนู นั่นทำให้เรื่องเลวร้ายทุกอย่างเกิดขึ้น" รังรองพูดด้วยน้ำเสียงติดสั่นเล็กน้อย ปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อต้องพูดเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา"ทำไมป่านถึงเป็นทายาทคนเดียว แล้วลุงล่ะคะ ลุงเป็นลูกของคุณแม่"ปารดาหันไปที่ชนาวิน เธอไม่เข้าใจ ในเมื่อรังรองก็เป็นลูกอีกคนของปู่ ถ้าอย่างนั้น ชนาวินก็ต้องมีสิทธิ์ในสมบัติพวกนั้นเช่นกันรังรองส่ายหน้าไปมา มองชนะพลแล้วจับมืออีกคนเอาไว้แน่น"ฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ แม่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เกิดแค่นั้น" ชนาวินตอบแทน ปารดาอ้าปากค้างยิ่งสับสนหนักเข้าไปอีก"อะไรนะคะ" ถามออกไปอย่างไม่อยากเชื่อ"คุณปู่มีลูกสามคน คุณ

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 61 : คุณหนูอันตรา 1

    "มานั่งนี่สิลูก แม่มีอะไรจะเล่าให้ฟัง" รังรองยิ้มกว้างตอบรับลูกชายและลูกสะใภ้ ทั้งสองมานั่งลงคนละฝั่ง วันนี้ดูพ่อกับแม่จะเครียดๆชอบกล"มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมแม่ดูเครียดๆ" ชนาวินมองรังรองที่สีหน้าแปลกไปจากทุกที แต่รังรองก็ยังคงยิ้มให้"ฟังแม่หน่อยนะ เรื่องนี้สำคัญมากเลยล่ะ" ชนะพลบอกกับลูกชายและปารดาที่นั่งตาแป๋วรอฟัง"ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน"รังรองเริ่มเกริ่นถึงวันที่ปรมินทร์ได้รับอุบัติเหตุและเสียชีวิตในกองเพลิง โดยที่ภรรยาและลูกสาววัยขวบกว่าได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอผ่านไปสองสัปดาห์ ภรรยาของปรมินทร์นามว่าปรียานุชติดต่อมาหารังรองและขอความช่วยเหลือ ทำให้รู้ว่าการตายของปรมินทร์เป็นการจัดฉาก และคนที่ทำก็คือชัยยศปรียานุชที่หนีรอดมาได้ก็หอบลูกสาวคนเดียวที่เป็นทายาทของธนทรัพย์รุ่งเรืองหนีไปอยู่กับแม่แท้ๆที่ต่างจังหวัด เพื่อหลบหนีการตามล่าของชัยยศทุกคนช่วยกันวางแผนเพื่อให้สองแม่ลูกยังมีชีวิตอยู่ ปรียานุชติดต่อไปที่ธีรยุทธให้มารับสมอ้างเป็นพ่อของลูก เปลี่ยนชื่อและให้ใช้นามสกุลของธีรยุทธ แต่สุดท้าย ปรียานุชก็ต้องจากไปก่อนด้วยโรคมะเร็ง ก่อนตายได้ฝากฝังลูกสาวคนเ

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 60 : อดีตของรังรอง 2

    ฝันร้ายเมื่อสี่สิบปีก่อน ฝันที่รังรองไม่อยากจดจำ เด็กสาววัยสิบห้าปี ต้องเจอพี่ชายที่เห็นกันมาตั้งแต่เกิดลวนลามทั้งทางร่างกายและสายตามาตลอดแรกๆรังรองไม่คิดอะไร แต่พอนานวันเข้ายิ่งโต ชัยยศก็ยิ่งแสดงพฤติกรรมน่ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเข้ามากอดแล้วลูบคลำตัวเธอ หรือมองเธอด้วยสายตาจาบจ้วงตลอดเวลา รังรองและชัยยศอายุห่างกันสามปีพ่อรับชัยยศมาเพราะไม่มีลูกเสียที แต่พอผ่านไปสามปีก็มีรังรองออกมา และมีปรมินทร์ที่ห่างกันออกไปเกือบสิบปี เรื่องที่ชัยยศไม่ใช่ลูกแท้ๆทุกคนรู้ดี และนั่นยิ่งทำให้รังรองลำบากใจกับการใช้ชีวิตที่เหมือนโดนตามรังควานอยู่ตลอดเวลารังรองโดนชัยยศเข้าหาและเอาตัวรอดมาได้แบบเฉียดฉิว แต่พ่อไม่ฟังที่เธอพูด พ่อเข้าข้างชัยยศที่บอกว่าไม่ได้ทำอะไร และต่อว่าเธอที่เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิง ครอบครัวคนจีนไม่ชอบลูกผู้หญิงอยู่แล้วรังรองจึงทำอะไรไม่ได้มากกว่าการร้องไห้กับแม่ จนเก็บกดและทนไม่ไหว เพราะแบบนั้นรังรองจึงหนีออกจากบ้านมาไกลถึงเชียงใหม่ด้วยวัยเพียงสิบหกปีพร้อมเงินติดตัวที่อยู่ในสมุดบัญชีจำนวนแปดหลักที่พ่อฝากให้ทุกเดือน แม้ว่าหลังจากที่ออกมาเงินจะไม่ได้ฝากเข้าให้อีกต่อไป แต่รังร

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 59 : อดีตของรังรอง 1

    หลายวันถัดมาชัยยศนั่งมองรูปถ่ายของปารดาที่ถูกส่งมาจากคนของตัวเองที่ตามไปคอยดูความเคลื่อนไหวตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร ดูเหมือนจะมีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ข้างกายตลอด ชัยยศไม่ได้รีรอ เขาให้คนสืบจนรู้ว่าชายหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่กับปารดาเป็นประจำก็คือชนาวิน ลูกชายของชนะพล คนที่รังรองอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้"ฉันอยากได้ข้อมูลทุกอย่างของผู้ชายคนนี้ ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของไร่ชนะพลด้วย ขอเร็วที่สุด" ชัยยศสั่งงานพวัตเสียงเข้ม เขาต้องการข้อมูลที่มากกว่าชื่ออายุ วันเกิดระดับการศึกษา เขาอยากรู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันแบบไหนทำไมถึงได้สนิทสนมกันขนาดนี้ที่บ้านสวน"คุณท่านคะ คุณท่าน คุณรองค่ะ คุณรองโทรมา" เสียงพรรณีแตกตื่นรีบวิ่งเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือของสุรเดชเจ้าของโทรศัพท์เองก็ตื่นเต้นจนมือไม้สั่น รังรองงั้นเหรอ รังรองที่ออกจากบ้านไปสี่สิบปี นานทีปีหนจะโทรมาหาสักครั้งน่ะเหรอนี่เป็นการโทรมาครั้งแรกในรอบสองปีเลยก็ว่าได้ตั้งแต่ที่เขาล้มลงและเริ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนต้องใช้รถเข็น รังรองมาเยี่ยมแค่ครั้งเดียวและต้องรีบกลับไปเพราะไม่อยากจะเจอชัยยศ สุรเดชเองก็กลัวว่ารังรองจะเป็นอันตรายรีบไล่ให้กลั

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 58 : หมูกระทะ 2

    "โห้ย อิ่ม"ปารดาแทบจะแผ่อยู่ตรงนั้น เมื่อได้กินของอร่อยที่คุ้นชินจนซัดเข้าไปเสียเต็มคราบ"อิ่มจริงๆแหละ" อีกคนที่อิ่มตื้อไม่แพ้กันก็ชนาวินนั่นแหละ ไม่ว่าปารดาจะคีบอะไรมาให้เขาก็กินมันจนหมด จนตอนนี้ท้องตึงไปหมดแล้ว"มีของหวานด้วยนะป่านเอาไหม" กระถินพูดขึ้น พลางยื่นถ้วยขนมหวานที่เป็นทับทิมกรอบให้ดู"ลุงเอาขนมหวานไหมคะ" ปารดาหันไปถาม"ยังกินไหวอีกเหรอเราน่ะ" เขาบ่นออกมาพลางส่ายหน้าปฏิเสธ"ก็อยากกินนี่คะ" ปารดาบอก แล้วจูงมือกระถินพากันไปเลือกขนมหวานที่มีให้เลือกสองสามอย่าง ก่อนกลับมาพร้อมไอศกรีม"ชอบกินแต่ไอติมเหมือนเดิม" กระถินว่าให้เบาๆ ทั้งที่บอกให้เลือกขนมหวาน แต่พอเจ้าตัวเห็นไอศกรีม ก็เลือกไอศกรีมเฉยเลย"ก็คนมันชอบนี่" คนตัวเล็กว่าพลางกัดไอศกรีมเข้าปากอย่างอารมณ์ดีชนาวินมองภาพนั้นแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ มองดูปารดาหยอกล้อเล่นกับกระถินและชงโคก็พลอยยิ้มไปด้วย"มากันบ่อยเหรอครับที่นี่" ชนาวินถามปานนท์"นานๆทีครับ เห็นว่ามีโปรโมชั่นหมูกระทะกระถินเขาก็เลยมาชวน" ปานนท์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม สายตาก็มองชงโคที่คอยดูแลปารดาราวกับเป็นคุณแม่ ปารดาที่เอาแต่อ้อนก็เหมือนเด็กเล็กๆ พอเห็นแบบนี้ก็พลอย

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 57 : หมูกะทะ 1

    ปารดาเร่งทำงานในส่วนของตัวเองให้แล้วเสร็จก่อนเวลาเลิกงานเพื่อจะได้ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนๆ ชนาวินเองก็พลอยรีบเคลียร์งานของตัวเองไปด้วย"เสร็จแล้ว เย้"ชูมือสองข้างขึ้นแล้วยิ้มออกมาด้วยคใามดีใจที่หายเรียบร้อยและพร้อมสำหรับการเลิกงาน"พอจะได้ไปเที่ยวนี่รีบเลยนะ" ชนาวินบ่นให้เบาๆ"ลุงยังไม่เสร็จเหรอคะ"คนตัวเล็กเข้ามาเดินวนเวียนใกล้ๆ ซ้ายทีขวาทีจนชนาวินไม่มีสมาธิ เขาเลยคว้าเข้าที่แขนของอีกคนแล้วออกแรงดึงจนปารดาเซลงมานั่งบนตักของเขาแบบไม่ตั้งตัว"ลุง!!"ปารดาแหวใส่เสียงหลง ดันตัวอีกคนเอาไว้จะลงจากตักแต่ชนาวินยึดเอวคนตัวเล็กเอาไว้แน่นราวกับเป็นตุ๊กตา"อยู่แบบนี้แหละ เดินไปเดินมาเวียนหัว"เขาพูดทื่อๆขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจ เอียงตัวเซ็นเอกสาร มีอีกคนนั่งนิ่งๆบนตักเพราะเกร็งจนไม่กล้าขยับน่ะสิความเงียบเข้าครอบงำ มีแค่เสียงหัวใจที่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ถึงแม้จะนั่งเฉยๆ แต่แรงกอดที่เอวมันพาให้ใจเต้นแปลกๆชอบกล ปารดาเหลือบมองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์งานไม่กล้าจะพูดหรือขยับตัว กระทั่งชนาวินวางปากกาลงและปิดเอกสารตรงหน้า เขาก็คลายมือออกและจับคนตัวเล็กลงจากตักไปยืนข้างๆ"เสร็จแล้ว" เขาบอก แล้วลุกขึ

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 56 : หลานสาว 2

    บริษัท เจทีคอเปอเรชั่น จำกัดบนชั้นสี่สิบของตึกสูงระฟ้าที่ตั้งของบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่อย่างเจทีคอเปอเรชั่น ชัยยศยืนมองแผ่นฟ้ากว้างผ่านกระจกหนาตรงหน้า สีหน้าเรียบนิ่งจนเยือกเย็นของอีกคนไม่เคยประดับรอยยิ้มเลยสักครั้ง แววตาดุดันมองไปไกลคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง"นายครับ ผมให้พวกมันไปซ่อนตัวที่ชายแดนเรียบร้อยครับ" พวัตเข้ามารายงานหลังจากที่จัดการส่งมือผืนสองคนที่ทำงานพลาดไปชายแดนตามคำสั่งผู้เป็นนายเรียบร้อยแล้ว"หาคนใหม่ไปคอยจับตาดู พลาดไปครั้งนี้พวกมันคงระวังตัวแจ ให้คนไปเฝ้าบ้านไอ้ธีรยุทธด้วย แล้วลูกสาวคนโตของมันหาตัวเจอหรือยัง" น้ำเสียงเคร่งขรึมกับท่าทางสุขุมน่าเกรงขามของชัยยศทำให้หลายคนหวั่นเกรง แม้แต่พวัตที่ทำงานด้วยกันมานานก็ยังเกร็งทุกครั้งเวลาที่รับคำสั่งโดยตรง"ยังครับ เธอซ่อนตัวเก่งเหมือนมีคนคอยช่วยตลอดเวลาเลยครับ คนของเราไม่เจอเธอเลย""เพิ่มคนอีก ตามหาให้ทั่วแล้วจับตัวมาให้ได้ เข้าใจไหม""ครับนาย""วันนี้ฉันจะกลับบ้านสวน บอกคนที่นั่นเตรียมอาหารให้ด้วย""กลับบ้านสวนเหรอครับนาย แล้วคุณท่าน" พวัตทักท้วง"ทำไม ฉันจะกลับไปหาพ่อฉันบ้าง ผิดหรือไง ทำตามที่ฉันสั่ง ออกไปได้แล้ว" ชัย

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status