แชร์

บทที่ 3 : คนงานใหม่ 1

ผู้เขียน: กอลี่สีชมพู
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-22 16:46:28

ไม่มีพิธีรีตองอะไรจริงๆอย่างที่ธีรยุทธบอกเอาไว้แต่แรก พิธีที่จัดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงครึ่งวัน ไม่มีการเข้าหอ ไม่มีแม้แต่เพื่อนที่สนิทจะมาแสดงความยินดี มีแค่คนสองคนที่ตอนนี้ไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ

ปารดาถูกสั่งให้เก็บเสื้อผ้าข้าวของทันทีหลังจากจดทะเบียนเสร็จ เธอทำได้แค่จัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการเดินทางไกลในครั้งนี้

"ป่าน" เสียงเรียกที่ดังมาจากหน้าประตูห้องทำให้ปารดาหันมอง ธีรยุทธเดินเข้ามาสีหน้าเศร้าสร้อย

"หนูพร้อมแล้วค่ะคุณพ่อ" ปารดาเตรียมใจมาได้สักพักหลังจากที่ได้รู้ว่าจะต้องแต่งงานและย้ายไปอยู่กับสามีที่ไร่ส้มของเขา

เธอไม่ได้ติดขัดอะไรเพราะบอกตัวเองแล้วว่ามันเป็นหน้าที่ที่เธอต้องทำ ทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของคนในครอบครัว

"ดูแลตัวเองดีๆนะลูก ลูกพ่อเป็นคนดีพระย่อมคุ้มครองคนดี" ธีรยุทธสวมกอดลูกรัก

นี่เป็นครั้งแรกที่ปารดาจะต้องออกไปอยู่ไกลบ้านและไม่ใช่การไปเที่ยว

ธีรยุทธไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ปารดาจะได้กลับมาหรือจะมีโอกาสได้ไปหาลูกบ้างไหม แต่สิ่งที่ธีรยุทธจะจำให้ขึ้นใจคือหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของลูกสาว ความกตัญญูและความดีที่จะทำให้ปารดาผ่านพ้นไปได้ทุกอุปสรรคใดใด

"หนูจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆนะคะ"

เพราะหนทางที่จะไปนั้นอีกยาวไกล ที่จริงเธอไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสได้กลับมาไหม แต่ก็หวังว่าชนะพลวัตรจะไม่ใจร้าย ถึงขนาดกีดกันไม่ให้เธอกับพ่อได้พบกัน

"ไปลูก พ่อไปส่ง" ธีรยุทธยื่นมือออกไปให้ลูกสาวจับ อีกข้างเข็นกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้อง ก่อนส่งให้เด็กในบ้านยกลงไป

สองพ่อลูกจับมือกันแน่น ชนะพลมองภาพนั้นแล้วถอนใจแรง

ธีรยุทธนั้นรักและหวงแหนปารดายิ่งนัก เขาจึงเลือกปารมีเพราะในใจก็ทำร้ายความรู้สึกเด็กสาวอย่างปารดาไม่ลง แต่ในเมื่อปารมีไม่อยู่ก็ดีเหมือนกัน เพราะจริงๆแล้ว ปารดาคือคนที่ถูกเลือกแต่แรกต่างหาก

"ไปกันได้แล้วนะ เดี๋ยวจะตกเครื่อง" ชนะพลลุกขึ้นพร้อมรังรองที่ฉีกยิ้มกว้างให้กับลูกสะใภ้

/อาลัยอาวรณ์จริง เสียเวลา/ ชนาวินพูดเบาๆเมื่อปารดาเดินผ่าน

หญิงสาวเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ ดูเหมือนสามีหมาดๆของเธอจะไม่ชอบหน้าเธอเท่าไหร่ ปารดาลอบถอนหายใจ ก่อนจะยิ้มให้กับรังรอง

ธีรยุทธมายืนส่งลูกสาวที่หน้าบ้าน มองจนรถตู้ลับตาไป ในขณะที่นภาใช้สายตาด่าทอตามหลัง นึกเสียดายที่คนที่ต้องไปไม่ใช่ปารมี ครอบครัวชนะพลวัตรร่ำรวยติดอันดับต้นๆในภาคเหนือ ปารมีควรได้เป็นเจ้าสาวของชนาวินไม่ใช่ปารดา เด็กนั่นไม่คู่ควร

ชนะพลพาภรรยาและลูกๆมาถึงสนามบินก่อนเวลาหลายชั่วโมงและนั่นทำให้ชนาวินได้รู้ว่า พ่อกับแม่มีแผนจะเดินทางต่อไปที่เกาหลีเพื่อเยี่ยมอาสาวของชนาวินที่ทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่น

"ทำไมพ่อไม่บอกก่อนว่าจะบินต่อไปเลย แล้วยัยเด็กนี่ล่ะครับ" ชนาวินลากพ่อออกมาไกลพอสมควรแล้วเริ่มโวยวายใส่

"แกก็ดูแลหนูป่านไปสิ เขาเป็นเมียแกนะ ยังไงก็ฝากด้วยแล้วกัน พ่อสั่งดอกปีบเขาจัดห้องให้หนูป่านแล้ว พ่อไปแค่เดือนเดียว แกอย่าก่อเรื่องล่ะ" ชนะพลบอกกล่าว แต่ชนาวินเลิกคิ้วก่อนจะขมวดมุ่น

"เดือนนึง นี่คิดจะไปตั้งรกรากหรือยังไง"

"ก็แม่แกเขาอยากเที่ยวให้ทั่ว พ่อก็เลยว่าจะพาไปเที่ยวให้หนำใจ อยากไปตามรอยซีรี่ส์ไง แกก็รู้แม่แกติดซีรี่ส์เกาหลีจะตายไป" คำตอบของชนะพลทำให้ชนาวินกุมขมับ แล้วเขาต้องอยู่กับปารดาสองคนเป็นเดือนเนี่ยนะ บ้าหรือเปล่า

"ผมไม่ได้ว่างมาดูแลคนของพ่อนะครับ ผมต้องทำงาน" เขาบ่นออกมา แค่ที่ยอมแต่งงานด้วยนี่ก็มากเกินไปแล้ว

"แกก็ทำไปสิ ใครห้ามแก หนูป่านเขาดูแลตัวเองได้ หน้าที่แกคือมีหลานให้พ่อ แกจะทำยังไงก็เรื่องของแก แต่พ่อต้องได้หลาน เข้าใจไหม" คนเป็นพ่อตบมือลงที่ไหล่หนา

"ยังก็ได้เหรอครับ" ชนาวินเหยียดยิ้มอย่างมีแผนการ

"ใช่ ฝากดูแลน้องด้วย พ่อต้องไปแล้ว เดี๋ยวตกเครื่อง ไปนะ" พูดจบก็เดินกลับไปหารังรอง บอกลาปารดาแล้วก็สั่งให้ลูกน้องไปเอากระเป๋าที่เตรียมไว้ออกมา ทั้งสองดูมีความสุขมีผู้ติดตามไปด้วยอีกสองคน

ชนะพลไม่ได้ให้เกริกไปด้วยเพราะอยากให้อยู่ช่วยงานชนาวิน ชายหนุ่มมองพ่อกับแม่เดินลับตาไปก็หันมองปารดาที่ตอนนี้ก็มองมาที่เขาเช่นกัน

"ไปกันได้ละ" เขาเดินเข้ามาบอกเธอเสียงเข้ม ปารดาทำแค่พยักหน้ารับ คนของชนาวินเข็นรถเข็นที่ใส่กระเป๋าของเธอให้ ปารดามีหน้าที่แค่เดินตามไปเท่านั้น

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 4 : คนงานใหม่ 2

    ใช้เวลาไม่นานจากกรุงเทพฯจนถึงเชียงใหม่ มีคนของไร่ชนะพลมารอรับพวกเขาอยู่แล้ว ปารดาทำตามทุกอย่างที่ชนาวินสั่ง เธอไม่พูดอะไรและเข้าไปนั่งรอในรถ เห็นว่าชนาวินกำลังสั่งงานลูกน้องอยู่ และทุกคนก็ขึ้นมาบนรถตู้ก่อนจะขับออก"พักสายตาก่อนก็ได้ครับ อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึง" เป็นป่าสน คนสนิทของชนาวินที่เอ่ยบอกกับปารดาด้วยความเป็นห่วง ปารดาตื่นแต่เช้าเพื่อมาเตรียมตัวเข้าพิธี จนนี่เกือบหัวค่ำแล้วคงจะเหนื่อยน่าดู ยิ่งเห็นใบหน้าอิดโรยก็รู้สึกสงสารไม่ได้"อีกไกลเหรอคะ" ปารดาถามกลับเพราะไม่รู้ทิศรู้ทางอะไรเลย"ครับราว ๆ สองชั่วโมง" ป่าสนยิ้มตอบ"เงียบๆฉันจะนอน" เสียงชนาวินดังขัดขึ้น ป่านสนเม้มปากแน่นแล้วหันกลับไปนั่งดีๆ ส่วนชนาวินที่หลับตากอดอกนิ่งก็เบนหน้าหนีไปทางอื่น ปารดาเลยได้แต่มองเขาแล้วถอนใจออกมา สงสัยจะไม่ชอบเธอจริงๆปารดาปรับท่านั่งให้พอดี หลังตาลงเพื่อพักสายตาตามที่ป่านสนแนะนำ และพล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนรถตู้แล่นด้วยความเร็วคงที่ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมงก็มาถึงไร่ส้มชนะพล ปารดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่าหัวของชนาวินเกยอยู่ที่ไหล่ของเธอตั้งแต่เมื่อไห

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 5 : รับน้อง 1

    ปารดาตื่นแต่เช้าจนเป็นกิจวัตร จึงไม่ทำให้ลำบากเมื่อต้องอยู่แปลกที่ เธอปรับตัวได้เร็วกว่าที่คิด และป่าสนก็มารอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง นั่นทำให้เจ้าของห้องไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก"มาทำไมเช้าขนาดนี้"กระถินยืนกอดอกมองคนที่เคาะเรียกตั้งแต่เช้าตรู่ แถมยังยิ้มแป้นทำหน้าหล่อแบบไม่เกรงใจใครอีก"มารับคุณป่านครับ พ่อเลี้ยงให้ไปหา" ป่าสนฉีกยิ้ม แต่กระถินทำหน้ามึนใส่"คุณป่าน?" เจ้าของห้องยกคิ้วขึ้นพลางทวนคำ"ครับ เอ่อป่านน่ะครับ" พอรู้ตัวว่าหลุดคำที่ไม่ควรพูดออกไปก็รีบยิ้มกว้างเพื่อหันเหความสนใจ"ป่านคุณมือขวามารับไปหาพ่อเลี้ยง"กระถินยังหลิ่วตามองป่าสน แต่อีกคนก็เอาแต่ยิ้มและมันเริ่มเจื่อนลงเมื่อกระถินมองอย่างสงสัยที่ฉายชัดจากแววตา"จ้าๆ"ปารดาตอบรับเพื่อนใหม่ ก่อนจะออกมายืนข้างๆ"เรียบร้อยแล้วค่ะ เราไปกันเถอะ" ปารดามาพร้อมกระเป๋าสะพายใบเล็ก เธอใส่ของสำคัญเช่นกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในนั้นกระถินมองตามคนงานใหม่กับมือขวาคนสนิทของเจ้านายเดินออกไปพร้อมกัน เก็บเอาความสงสัยเอาไว้ก่อนเข้าไปจัดการกับตัวเองเพื่อเตรียม

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 6 : รับน้อง 2

    "รับน้องเหรอนาย" เสียงทักทายดังขึ้น เขียวเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ผิวคร้ามแดดจนค่อนดำ ใบหน้าแหลมยาว ตารีเล็กจนตี่ หนึ่งในคนงานที่สนิทสนมกับปานนท์เข้ามาถามไถ่ เมื่อเห็นปานนท์พาคนงานใหม่มา"พ่อเลี้ยงน่ะสิ ให้พามาถางหญ้า ฝากดูด้วยได้ไหม จะไหวหรือเปล่า" ปานนท์มองท่าทางเงอะงะของปารดาแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมา"คนใหม่นี่ แล้วทำไมพ่อเลี้ยงอยากแกล้ง" เขียวเอียงคอยกมือลูบคางตัวเอง"มองออกเลยเหรอ" ปานนท์เลิกคิ้ว ทำไมเขียวรู้"นี่ใครนาย นี่เขียวเอง เขียวมองปาดเดียวรู้เลย น้องคนสวยนี่โดนแกล้งแน่ ๆ" ไม่มีใครที่เข้ามาใหม่แล้วได้ถางหญ้า โดยปกติคนงานชายเท่านั้นที่ได้รับหน้าที่นี้ หรือไม่ก็คนงานที่ทำงานมานานและทำงานไหวเขียวไม่รู้ว่าทำไมเจ้านายตัวเองถึงได้แกล้งคนที่ดูบอบบางและน่าตาน่ารักแบบนั้นได้ลงคอ แต่มันต้องเหตุผลอะไรแน่ ๆ"ฉันก็ไม่รู้เขียว แต่พ่อเลี้ยงสั่งมาแบบนั้นก็ต้องทำ เช้านี้สิบต้นไม่เสร็จก็ไม่ให้กินข้าว ฝากดูด้วยแล้วห้ามช่วยเข้าใจไหม" ปานนท์สั่ง แล้วโดดขึ้นรถขับออกไปเขียวมองปารดาแล้วได้แต่ถอนใจ สิบต้นเหรอ ต้นเดียวเอาให้รอดก่อน นี่ผ่านไปสิบนาท

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 7 : ตามคำบัญชา 1

    เกริกกำลังจะไปหาชนาวินที่ออฟฟิศ เขาแวะเข้ามาดูความเรียบร้อยที่โรงอาหารและนั่นทำให้เขาได้พบปารดาที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่นั่งกินข้าวอยู่กับบรรดาคนงาน"ไปเรียกคนนั้นมาให้หน่อย" เกริกมองอยู่นาน จนคนงานลุกออกไปเกือบหมด จึงให้คนไปตามปารดาออกมาคุยกัน เขาเลือกที่จะเรียกให้มาคุยกันเป็นการส่วนตัว อาจจะดีกว่าเดินเข้าไปทักทาย เพราะยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมหญิงสาวที่เป็นนายหญิงของไร่ถึงได้มากินข้าวรวมอยู่กับคนงานแทนที่จะอยู่ที่บ้านมากกว่า"อ้าว คุณเกริก สวัสดีค่ะ" ปารดาเห็นเกริกก็ยกมือไหว้"มาทำอะไรที่นี่ครับ" เกริกถามขณะที่สายตาก็มองไปรอบๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครเห็นเขาคุยกับปารดา"กินข้าวค่ะ ป่านพักเที่ยง" ปารดาตอบตามตรง"พักเที่ยง? พักเที่ยงทำไมครับ แล้วทำไมไม่ทานข้าวที่บ้านใหญ่" ความสงสัยก่อตัวขึ้นมาทันที เกริกถามเสียงหลงด้วยความไม่เข้าใจ"ป่านทำงานที่ไร่ค่ะ พ่อเลี้ยง เอ่อ คุณชนาวินให้ป่านถางหญ้า""อะไรนะครับ ถางหญ้า" เกริกทวนคำ นี่มันอะไร ชนาวินให้ปารดามาทำงานถางหญ้าในไร่งั้นเหรอ"ป่านนึกว่าคุณชนาวินบอกคุณเกริกแล้วค่ะ เพราะเขาสั่งทุกคนไว้ไม่ให้บอกใครว่าป่านเป็นใคร ให้บอกว่าป่านเป็นคนงาน

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 8 : ตามคำบัญชา 2

    ก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นพอดีกับที่มือถือของชนาวินก็มีสายเรียกเข้าจากชนะพลพอดิบพอดีเกริกเปิดประตูเข้ามาก็พบว่าชนาวินกำลังรับโทรศัพท์และเขาโบกมือเป็นการบอกให้รอก่อน เกริกจึงเดินไปนั่งรอที่โซฟามุมห้องอีกที"ก็พ่อบอกว่าเขาดูแลตัวเองได้ไง แล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะ""ครับๆรู้แล้ว ผมไม่ทำอะไรคนของพ่อหรอกน่า แค่นี้นะครับผมมีงานต้องทำ"ชนาวินพ่นลมหายใจออกมาหนักหน่วง ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานมองไปที่เกริกซึ่งก็จ้องมาที่เขาเช่นกัน"อาเกริก มีอะไรหรือเปล่าครับ" ชายหนุ่มแสร้งไม่รู้เรื่องแล้วเปิดเอกสารออกอ่าน ทำเหมือนกำลังยุ่งกับการทำงาน"คุณหนูครับ ให้คุณป่านไปทำงานในไร่ไม่ได้นะครับ" เกริกยันตัวเองลุกขึ้นเดินเข้ามาหา"ก็พ่อบอกว่า ให้ผมทำอะไรกับเขาก็ได้ ผมก็เลยให้เขาไปทำงานในไร่ไงครับ" ชนาวินตอบหน้าตาเฉย ตายังจ้องเอกสารไม่ลดละ แม้เกริกจะพ่นลมหายใจออกมาหนักๆเพื่อให้อีกคนรู้ว่าเขากำลังลำบากใจก็ตามที"แต่คุณหนูครับ คุณป่านมาที่นี่เพื่อเป็นภรรยาครับไม่ใช่คนงาน อย่าทำอะไรผิดวัตถุประสงค์สิครับ" พูดเตือนอีกคนก่อนที่ทุกอย่างมันจะแย่ไปหมดปารดาเองก็คงไม่ได้อยากมาเป็นคนงานในไร่ ถึงปากจะบอกว่าเป็นลูกห

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 9 : แค่คนงาน 1

    ปารดายังคงทำหน้าที่ของตัวเองแม้ว่ามือจะเริ่มเจ็บจนชาไปหมดและมีเลือดซึมออกมา แต่ถึงจะอย่างนั้นเธอก็ยังฝืนทน กำจอบแน่นเพื่อทำงานของตัวเองให้เสร็จตั้งแต่ช่วงบ่ายที่เริ่มกลับมาทำงานจนกระทั่งตอนนี้ปานนท์แวะมาดูความเรียบร้อยเป็นระยะรวมถึงเขียวเองก็คอยมาสอดส่องความเคลื่อนไหวว่าทำไปถึงไหนแล้วด้วยเช่นกัน แต่คนงานหลายคนก็เริ่มทยอยกันกลับที่พักกันหมดแล้วเหลือก็แต่ปารดาที่ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย"ป่าน พอได้แล้วมั้ง นี่หกโมงกว่าแล้วนะ" เสียงทักท้วงจากเพื่อนร่วมห้องอย่างกระถินทำให้ปารดาชะงักไปเล็กน้อย พอเงยหน้าเหลือบตามองเพื่อนที่เดินเข้ามาหาพร้อมๆกับมองไปรอบๆตัวที่เริ่มมืดลง เย็นขนาดนี้แล้วเหรอ นี่เธอแทบไม่ได้ดูเวลาเลยด้วยซ้ำ"งานยังไม่เสร็จเลยกระถิน กลับก่อนก็ได้" ปารดามองต้นส้มที่เธอต้องจัดการอีกราว ๆสามสี่ต้น เพราะมือเจ็บ ทำให้การออกแรงลดระดับลง และนั่นจึงทำให้การทำงานของเธอช้าลงกว่าในช่วงเช้าอยู่มาก"ไม่เสร็จก็ค่อยทำต่อพรุ่งนี้" กระถินจะเข้าไปดึงจอบออกจากมือของอีกคน แต่ปารดาก็สั่นหน้าเป็นเชิงห้าม"ไม่ได้! ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ต้องกลับ" ชนาวินเดินเข้ามาพร้อมกับป่าสนที่แสดงสีหน้าลำบา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 10 : แค่คนงาน 2

    "....." ปารดาก็ยังไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงมองนิ่งๆ แล้วเริ่มทำงานของตัวเองต่อ"อย่าคิดว่ามีแต่คนเห็นใจ แล้วฉันต้องใจดีกับเธอนะ" ยิ่งอีกฝ่ายเงียบ เหมือนยิ่งท้าทายมันยิ่งทำให้ชนาวินหงุดหงิดมากขึ้น จนต้องเดินเข้าไปหา มือใหญ่บีบที่หัวไหล่ของอีกคนจนหน้าเบี้ยว มือที่ถือจอบเอาไว้ต้องปล่อยด้ามจอบลงพื้นก่อนยกมันขึ้นจับที่ข้อแขน"นี่คุณ ฉันเจ็บ" มือบางที่แม้จะเป็นแผลแต่ก็ไม่ได้หวาดหวั่นกำรอบข้อมือหนาเอาไว้แน่นเพื่อลดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น"ก็ทำให้เจ็บ จำเอาไว้นะ ถ้าเธอไปออดอ้อนอาเกริกให้ช่วยเธออีก ฉันจะส่งเธอกลับบ้าน" ชนาวินกระชากแขนกลับและนั่นทำให้ร่างเล็กเซไปเล็กน้อย"คุณทำแบบนั้นไม่ได้ คนที่มีสิทธิ์ให้ฉันอยู่หรือไป มีแค่พ่อคุณคนเดียวเท่านั้น" ปารดาแข็งขืนยกเอาชนะพลขึ้นมาอ้างหมายจะให้อีกคนเลิกราเรื่องที่กำลังรังควานเธออยู่ในตอนนี้ หากแต่มันกลับยิ่งทำให้ชนาวินพิโรธหนักมากกว่าเดิม"นี่เธอเอาพ่อมาขู่ฉันเหรอ" เขาถลาเข้าใส่ ปารดาขยับหนีในระยะเท่าเทียมกัน"ฉันไม่ได้ขู่ แต่มันคือความจริง ฉันยอมทำตามที่คุณสั่งเพราะถือว่าคุณเป็นเจ้าหนี้ แต่อย่าให้มันมากเกินไป ความอดทนของคนมีขีดจำกัด ฉันว่าเราต่างคนต่างอย

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 11 : ความจริงใจ 1

    นาฬิกาที่พนังบอกเวลาทุ่มครึ่งแล้ว กระถินมองประตูที่เปิดออกกว้างก่อนร่างแบบบางของปารดาจะเดินเข้ามาทำให้กระถินที่เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อถลาเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง"ป่าน ไหวไหม นั่งก่อน" ถึงจะเพิ่งรู้จักกัน แต่คนที่คอยห่วงใยคนอื่นไปทั่วอย่างกระถินก็อดที่จะห่วงเพื่อนใหม่ไม่ได้"เหนื่อยจัง" ปารดาบ่นเบาๆ ทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นอย่างหมดแรง"ตายแล้วป่าน ทำไมมือเป็นแบบนี้" กระถินเห็นมือเพื่อนแล้วร้องออกมาด้วยความตกใจ มือทั้งสองข้างของอีกคนแดงฉานเต็มไปด้วยเลือดที่เริ่มแห้งกรัง นี่กำด้ามจอบทั้งที่แผลเต็มมือแบบนี้ได้ยังไงกัน"ตอนแรกมันเจ็บนะ แต่ตอนนี้มันชาจนไม่รู้สึกแล้วล่ะ" เจ้าของมือแตกลายงาบ่นเบาๆ"ก็ชาสิ ฝืนมากี่ชั่วโมงแล้ว ข้าวก็กินไปนิดเดียว ดีไม่เป็นลมคาต้นส้มนั่น ไปอาบน้ำไป จะได้มาทำแผล" กระถินอดที่จะบ่นให้ไม่ได้ พ่อเลี้ยงก็อีกคน จะอะไรกันนักหนาก็เห็นว่าอีกคนน่ะเจ็บยังจะใจดำให้ทำงานจนเสร็จ จิตใจทำด้วยอะไร แต่จะว่าไปปกติพ่อเลี้ยงของเธอก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนี้นี่นา จู่ ๆ เกิดจะอยากสวมบทซาตานขึ้นมาหรือยังไงกันปารดายันตัวเองลุกขึ้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด ทั้งหลังทั้งไหล่เมื่อยขบไปหมดทั้งตัว มือที่จริงๆแล้

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24

บทล่าสุด

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 64 : เมื่อพร้อม 2 [ จบเล่ม 1]

    เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เด็กสาวกำลังจะทำมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต แต่ตามที่เขารับปากพ่อเอาไว้ เขาจะเป็นคนปกป้องและคอยช่วยเหลือเธอเอง"ต้องการผู้ช่วยไหม" ปารดาผละออกจากหน้าท้องของอีกฝ่าย ยกมือปาดน้ำตาพอลวกๆ แล้วแหงนหน้ามองอีกคนตาแดงก่ำ"รับสมัครหนึ่งตำแหน่งค่ะ""โอเค ค่าแรงแพงหน่อยนะ ไม่รู้จะจ่ายไหวหรือเปล่า" เขาย่อตัวลงแล้วยิ้มให้คนน้อง ยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาที่แก้มนิ่มที่ผ่านมาเขามัวแต่หวาดระแวงกับการที่จะต้องแต่งงานกับเด็กคนนี้ กลัวที่ต้องเสียความโสดที่หวงแหนไป กลัวว่าจะต้องใช้ชีวิตกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ตอนนี้เขาไม่มีเรื่องพวกนั้นในหัวเลยตั้งแต่ทำความเข้าใจอะไรหลายๆอย่างทั้งหมด เขาก็เข้าใจแล้วว่า มันคือหน้าที่ ปารดามีหน้าที่ที่จะต้องเป็นทายาทเจ้าสัว เขามีหน้าที่ดูแลทายาทเจ้าสัว นี่ต่างหาก คือความจริง"จ่ายไหวสิคะ หนูเป็นหลานสาวเจ้าสัวนะ" คนตัวเล็กกว่าพอจะยิ้มออกมาได้บ้างกับมุขเสี่ยวๆค่าตัวแพงของชนาวิน ความออดอ้อนที่มีทำให้เผลอแทนตัวเองเปลี่ยนไป แต่ชนาวินกลับรู้สึกชอบแบบนั้นมากกว่าแทนตัวด้วยชื่อสะอีก"หนูตัวใหญ่ไปนะ" เขาวางมือบนหัวแล้วโยกไปมาเบาๆเป็นเชิงหยอก"บ้า ป่านลืมตัว" เธอว่าแล้วท

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 63 : เมื่อพร้อม 1

    ถึง หนูป่านของแม่ตอนที่หนูได้อ่านจดหมายฉบับนี้แม่คงได้ไปอยู่กับพ่อบนสวรรค์แล้วนะลูก แม่บอกคุณป้ารังรองของหนูเอาไว้ว่าให้มอบของพวกนี้ให้หนูตอนที่หนูเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วและยังมีชีวิตอยู่ ถึงตอนนั้นหนูคงจะพร้อมที่จะเป็นทายาทของคุณปู่ ทุกอย่างที่แม่และป้าทำ เพื่อหนูนะลูก อย่าได้ครางแครงสงสัยสิ่งที่คุณป้าบอกคือเรื่องจริงแม่เชื่อใจป้ารังรองของหนู ให้ทำทุกอย่างตามที่คุณป้าบอก แต่ถ้าหนูไม่อยากทำ ให้บอกคุณป้าไปตรงๆ จะไม่มีใครบังคับหนูได้ แต่อย่าลืม ว่าหนูคือธนทรัพย์รุ่งเรือง คือลูกสาวพ่อกับแม่ คือหลานของคุณปู่ แม่รักหนูมาก ดูแลตัวเองดีๆนะลูก รักแม่ของหนูปารดามองแผ่นกระดาษในมือ กวาดตาไปมาอยู่หลายรอบ หัวใจเต้นแรงมากขึ้น เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างนั่น หยิบของในซองออกมาทีละชิ้น ทีละชิ้น ของแต่ละชิ้นมีป้ายที่เขียนด้วยลายมือแปะเอาไว้เข็มกลัดของแม่สร้อยคอของพ่อแหวนประจำตระกูลกุญแจตู้เซฟที่ธนาคารxxxสมุดบัญชี สามสี่เล่มที่ยอดเงินไม่น้อยเลยเช่นกันและภาพถ่ายของสามคนพ่อแม่ลูก ไม่รู้เมื่อไหร่ที่น้ำตาหยดแมะลงมาบนพื้นโต๊ะไม้ มือของปารดาสั่นเทา หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมามอง พ่อเหรอ คนนี้คือพ่อที

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 62 : คุณหนูอันตรา 2

    "นี่คือหนูในตอนนั้น คุณหนูอันตราของทุกคน แม่ยังจำได้ ทุกคนดีใจกับการเกิดมาของหนูมาก เพราะหนูคือทายาทคนเดียวของธนทรัพย์รุ่งเรือง"ภาพหญิงสาวใบหน้าสะสวยที่ปารดาจำได้นี่คือแม่ของเธอ กำลังอุ้มเด็กตัวเล็กในอ้อมแขน อีกด้านมีผู้ชายหน้าตาใจดีที่ดูแล้วเหมือนปารดามากยืนอยู่ข้างกัน"เหมือนป่านมาก ไม่สิ ต้องบอกว่าป่านเหมือนคนนี้มาก" ชนาวินพูดออกมาเมื่อเห็นภาพถ่ายใบนั้นไปพร้อมกัน"ใช่ หนูป่านเหมือนพ่อมาก คุณปู่ก็เลยรักหนูมาก แล้วก็ประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะยกทุกอย่างที่มีให้หนู นั่นทำให้เรื่องเลวร้ายทุกอย่างเกิดขึ้น" รังรองพูดด้วยน้ำเสียงติดสั่นเล็กน้อย ปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อต้องพูดเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา"ทำไมป่านถึงเป็นทายาทคนเดียว แล้วลุงล่ะคะ ลุงเป็นลูกของคุณแม่"ปารดาหันไปที่ชนาวิน เธอไม่เข้าใจ ในเมื่อรังรองก็เป็นลูกอีกคนของปู่ ถ้าอย่างนั้น ชนาวินก็ต้องมีสิทธิ์ในสมบัติพวกนั้นเช่นกันรังรองส่ายหน้าไปมา มองชนะพลแล้วจับมืออีกคนเอาไว้แน่น"ฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ แม่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เกิดแค่นั้น" ชนาวินตอบแทน ปารดาอ้าปากค้างยิ่งสับสนหนักเข้าไปอีก"อะไรนะคะ" ถามออกไปอย่างไม่อยากเชื่อ"คุณปู่มีลูกสามคน คุณ

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 61 : คุณหนูอันตรา 1

    "มานั่งนี่สิลูก แม่มีอะไรจะเล่าให้ฟัง" รังรองยิ้มกว้างตอบรับลูกชายและลูกสะใภ้ ทั้งสองมานั่งลงคนละฝั่ง วันนี้ดูพ่อกับแม่จะเครียดๆชอบกล"มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมแม่ดูเครียดๆ" ชนาวินมองรังรองที่สีหน้าแปลกไปจากทุกที แต่รังรองก็ยังคงยิ้มให้"ฟังแม่หน่อยนะ เรื่องนี้สำคัญมากเลยล่ะ" ชนะพลบอกกับลูกชายและปารดาที่นั่งตาแป๋วรอฟัง"ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน"รังรองเริ่มเกริ่นถึงวันที่ปรมินทร์ได้รับอุบัติเหตุและเสียชีวิตในกองเพลิง โดยที่ภรรยาและลูกสาววัยขวบกว่าได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอผ่านไปสองสัปดาห์ ภรรยาของปรมินทร์นามว่าปรียานุชติดต่อมาหารังรองและขอความช่วยเหลือ ทำให้รู้ว่าการตายของปรมินทร์เป็นการจัดฉาก และคนที่ทำก็คือชัยยศปรียานุชที่หนีรอดมาได้ก็หอบลูกสาวคนเดียวที่เป็นทายาทของธนทรัพย์รุ่งเรืองหนีไปอยู่กับแม่แท้ๆที่ต่างจังหวัด เพื่อหลบหนีการตามล่าของชัยยศทุกคนช่วยกันวางแผนเพื่อให้สองแม่ลูกยังมีชีวิตอยู่ ปรียานุชติดต่อไปที่ธีรยุทธให้มารับสมอ้างเป็นพ่อของลูก เปลี่ยนชื่อและให้ใช้นามสกุลของธีรยุทธ แต่สุดท้าย ปรียานุชก็ต้องจากไปก่อนด้วยโรคมะเร็ง ก่อนตายได้ฝากฝังลูกสาวคนเ

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 60 : อดีตของรังรอง 2

    ฝันร้ายเมื่อสี่สิบปีก่อน ฝันที่รังรองไม่อยากจดจำ เด็กสาววัยสิบห้าปี ต้องเจอพี่ชายที่เห็นกันมาตั้งแต่เกิดลวนลามทั้งทางร่างกายและสายตามาตลอดแรกๆรังรองไม่คิดอะไร แต่พอนานวันเข้ายิ่งโต ชัยยศก็ยิ่งแสดงพฤติกรรมน่ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเข้ามากอดแล้วลูบคลำตัวเธอ หรือมองเธอด้วยสายตาจาบจ้วงตลอดเวลา รังรองและชัยยศอายุห่างกันสามปีพ่อรับชัยยศมาเพราะไม่มีลูกเสียที แต่พอผ่านไปสามปีก็มีรังรองออกมา และมีปรมินทร์ที่ห่างกันออกไปเกือบสิบปี เรื่องที่ชัยยศไม่ใช่ลูกแท้ๆทุกคนรู้ดี และนั่นยิ่งทำให้รังรองลำบากใจกับการใช้ชีวิตที่เหมือนโดนตามรังควานอยู่ตลอดเวลารังรองโดนชัยยศเข้าหาและเอาตัวรอดมาได้แบบเฉียดฉิว แต่พ่อไม่ฟังที่เธอพูด พ่อเข้าข้างชัยยศที่บอกว่าไม่ได้ทำอะไร และต่อว่าเธอที่เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิง ครอบครัวคนจีนไม่ชอบลูกผู้หญิงอยู่แล้วรังรองจึงทำอะไรไม่ได้มากกว่าการร้องไห้กับแม่ จนเก็บกดและทนไม่ไหว เพราะแบบนั้นรังรองจึงหนีออกจากบ้านมาไกลถึงเชียงใหม่ด้วยวัยเพียงสิบหกปีพร้อมเงินติดตัวที่อยู่ในสมุดบัญชีจำนวนแปดหลักที่พ่อฝากให้ทุกเดือน แม้ว่าหลังจากที่ออกมาเงินจะไม่ได้ฝากเข้าให้อีกต่อไป แต่รังร

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 59 : อดีตของรังรอง 1

    หลายวันถัดมาชัยยศนั่งมองรูปถ่ายของปารดาที่ถูกส่งมาจากคนของตัวเองที่ตามไปคอยดูความเคลื่อนไหวตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร ดูเหมือนจะมีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ข้างกายตลอด ชัยยศไม่ได้รีรอ เขาให้คนสืบจนรู้ว่าชายหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่กับปารดาเป็นประจำก็คือชนาวิน ลูกชายของชนะพล คนที่รังรองอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้"ฉันอยากได้ข้อมูลทุกอย่างของผู้ชายคนนี้ ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของไร่ชนะพลด้วย ขอเร็วที่สุด" ชัยยศสั่งงานพวัตเสียงเข้ม เขาต้องการข้อมูลที่มากกว่าชื่ออายุ วันเกิดระดับการศึกษา เขาอยากรู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันแบบไหนทำไมถึงได้สนิทสนมกันขนาดนี้ที่บ้านสวน"คุณท่านคะ คุณท่าน คุณรองค่ะ คุณรองโทรมา" เสียงพรรณีแตกตื่นรีบวิ่งเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือของสุรเดชเจ้าของโทรศัพท์เองก็ตื่นเต้นจนมือไม้สั่น รังรองงั้นเหรอ รังรองที่ออกจากบ้านไปสี่สิบปี นานทีปีหนจะโทรมาหาสักครั้งน่ะเหรอนี่เป็นการโทรมาครั้งแรกในรอบสองปีเลยก็ว่าได้ตั้งแต่ที่เขาล้มลงและเริ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนต้องใช้รถเข็น รังรองมาเยี่ยมแค่ครั้งเดียวและต้องรีบกลับไปเพราะไม่อยากจะเจอชัยยศ สุรเดชเองก็กลัวว่ารังรองจะเป็นอันตรายรีบไล่ให้กลั

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 58 : หมูกระทะ 2

    "โห้ย อิ่ม"ปารดาแทบจะแผ่อยู่ตรงนั้น เมื่อได้กินของอร่อยที่คุ้นชินจนซัดเข้าไปเสียเต็มคราบ"อิ่มจริงๆแหละ" อีกคนที่อิ่มตื้อไม่แพ้กันก็ชนาวินนั่นแหละ ไม่ว่าปารดาจะคีบอะไรมาให้เขาก็กินมันจนหมด จนตอนนี้ท้องตึงไปหมดแล้ว"มีของหวานด้วยนะป่านเอาไหม" กระถินพูดขึ้น พลางยื่นถ้วยขนมหวานที่เป็นทับทิมกรอบให้ดู"ลุงเอาขนมหวานไหมคะ" ปารดาหันไปถาม"ยังกินไหวอีกเหรอเราน่ะ" เขาบ่นออกมาพลางส่ายหน้าปฏิเสธ"ก็อยากกินนี่คะ" ปารดาบอก แล้วจูงมือกระถินพากันไปเลือกขนมหวานที่มีให้เลือกสองสามอย่าง ก่อนกลับมาพร้อมไอศกรีม"ชอบกินแต่ไอติมเหมือนเดิม" กระถินว่าให้เบาๆ ทั้งที่บอกให้เลือกขนมหวาน แต่พอเจ้าตัวเห็นไอศกรีม ก็เลือกไอศกรีมเฉยเลย"ก็คนมันชอบนี่" คนตัวเล็กว่าพลางกัดไอศกรีมเข้าปากอย่างอารมณ์ดีชนาวินมองภาพนั้นแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ มองดูปารดาหยอกล้อเล่นกับกระถินและชงโคก็พลอยยิ้มไปด้วย"มากันบ่อยเหรอครับที่นี่" ชนาวินถามปานนท์"นานๆทีครับ เห็นว่ามีโปรโมชั่นหมูกระทะกระถินเขาก็เลยมาชวน" ปานนท์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม สายตาก็มองชงโคที่คอยดูแลปารดาราวกับเป็นคุณแม่ ปารดาที่เอาแต่อ้อนก็เหมือนเด็กเล็กๆ พอเห็นแบบนี้ก็พลอย

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 57 : หมูกะทะ 1

    ปารดาเร่งทำงานในส่วนของตัวเองให้แล้วเสร็จก่อนเวลาเลิกงานเพื่อจะได้ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนๆ ชนาวินเองก็พลอยรีบเคลียร์งานของตัวเองไปด้วย"เสร็จแล้ว เย้"ชูมือสองข้างขึ้นแล้วยิ้มออกมาด้วยคใามดีใจที่หายเรียบร้อยและพร้อมสำหรับการเลิกงาน"พอจะได้ไปเที่ยวนี่รีบเลยนะ" ชนาวินบ่นให้เบาๆ"ลุงยังไม่เสร็จเหรอคะ"คนตัวเล็กเข้ามาเดินวนเวียนใกล้ๆ ซ้ายทีขวาทีจนชนาวินไม่มีสมาธิ เขาเลยคว้าเข้าที่แขนของอีกคนแล้วออกแรงดึงจนปารดาเซลงมานั่งบนตักของเขาแบบไม่ตั้งตัว"ลุง!!"ปารดาแหวใส่เสียงหลง ดันตัวอีกคนเอาไว้จะลงจากตักแต่ชนาวินยึดเอวคนตัวเล็กเอาไว้แน่นราวกับเป็นตุ๊กตา"อยู่แบบนี้แหละ เดินไปเดินมาเวียนหัว"เขาพูดทื่อๆขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจ เอียงตัวเซ็นเอกสาร มีอีกคนนั่งนิ่งๆบนตักเพราะเกร็งจนไม่กล้าขยับน่ะสิความเงียบเข้าครอบงำ มีแค่เสียงหัวใจที่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ถึงแม้จะนั่งเฉยๆ แต่แรงกอดที่เอวมันพาให้ใจเต้นแปลกๆชอบกล ปารดาเหลือบมองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์งานไม่กล้าจะพูดหรือขยับตัว กระทั่งชนาวินวางปากกาลงและปิดเอกสารตรงหน้า เขาก็คลายมือออกและจับคนตัวเล็กลงจากตักไปยืนข้างๆ"เสร็จแล้ว" เขาบอก แล้วลุกขึ

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 56 : หลานสาว 2

    บริษัท เจทีคอเปอเรชั่น จำกัดบนชั้นสี่สิบของตึกสูงระฟ้าที่ตั้งของบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่อย่างเจทีคอเปอเรชั่น ชัยยศยืนมองแผ่นฟ้ากว้างผ่านกระจกหนาตรงหน้า สีหน้าเรียบนิ่งจนเยือกเย็นของอีกคนไม่เคยประดับรอยยิ้มเลยสักครั้ง แววตาดุดันมองไปไกลคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง"นายครับ ผมให้พวกมันไปซ่อนตัวที่ชายแดนเรียบร้อยครับ" พวัตเข้ามารายงานหลังจากที่จัดการส่งมือผืนสองคนที่ทำงานพลาดไปชายแดนตามคำสั่งผู้เป็นนายเรียบร้อยแล้ว"หาคนใหม่ไปคอยจับตาดู พลาดไปครั้งนี้พวกมันคงระวังตัวแจ ให้คนไปเฝ้าบ้านไอ้ธีรยุทธด้วย แล้วลูกสาวคนโตของมันหาตัวเจอหรือยัง" น้ำเสียงเคร่งขรึมกับท่าทางสุขุมน่าเกรงขามของชัยยศทำให้หลายคนหวั่นเกรง แม้แต่พวัตที่ทำงานด้วยกันมานานก็ยังเกร็งทุกครั้งเวลาที่รับคำสั่งโดยตรง"ยังครับ เธอซ่อนตัวเก่งเหมือนมีคนคอยช่วยตลอดเวลาเลยครับ คนของเราไม่เจอเธอเลย""เพิ่มคนอีก ตามหาให้ทั่วแล้วจับตัวมาให้ได้ เข้าใจไหม""ครับนาย""วันนี้ฉันจะกลับบ้านสวน บอกคนที่นั่นเตรียมอาหารให้ด้วย""กลับบ้านสวนเหรอครับนาย แล้วคุณท่าน" พวัตทักท้วง"ทำไม ฉันจะกลับไปหาพ่อฉันบ้าง ผิดหรือไง ทำตามที่ฉันสั่ง ออกไปได้แล้ว" ชัย

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status