หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาพี่สาวที่ไม่รู้ว่าตอนนี้หนีหายไปไหนมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่ผลก็เหมือนเดิมคือปิดเครื่อง ไม่สามารถติดต่อได้ มันน่าแปลกใจที่คนอย่างปารมีที่ไม่เคยยอมอะไรง่ายๆดันหนีไปเฉยๆทั้งที่ปารดาคิดว่าพี่เธอคงยืนกรานจะไม่แต่งงานแน่ ๆ และที่สำคัญคือแม้แต่แฟนที่รักกันมากอย่างธนนท์ ก็ไม่รู้ข่าวของปารมีเลย
"ค่ะพี่บีม ได้ข่าวพี่ปาล์มบ้างไหมคะ" ปารดาตัดสินใจโทรหาภาวินี เพื่อนสนิทของพี่สาวแต่ก็ได้รับคำตอบเช่นเดิม เธอเลยลองกดโทรหาธนนท์ดูอีกครั้ง [น้องป่าน ได้ข่าวปาล์มแล้วเหรอครับ] ปลายสายที่บ่งบอกถึงความตื่นเต้นนั่นทำให้ปารดาพูดไม่ออก เดาได้เลยว่าอีกคนก็ยังหาพี่สาวเธอไม่เจอแน่นอน "เปล่าค่ะ พี่หนึ่งก็ยังไม่เจอพี่ปาล์มเลยใช่ไหมคะ" [พี่ตามหาทุกที่แล้วป่าน ไม่รู้จะหาที่ไหนแล้ว ปาล์มทิ้งพี่ไปจริงๆเหรอ] น้ำเสียงที่บอกถึงความเสียใจนั่นยิ่งตอกย้ำว่าธนนท์ไม่โกหก "ใจเย็นๆนะคะ ป่านว่ามันต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่าง พี่หนึ่งเราต้องสู้นะคะ ป่านจะให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยหาอีกทีค่ะ" [ครับ พี่จะตามหาต่อไป น้องป่านสบายดีนะ] "ค่ะสบายดี งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ เอาไว้ได้เรื่องอะไรป่านจะโทรมาใหม่" ปารดากดวางสายไปแล้ว พอดีกับที่กระถินเดินเข้ามาในห้อง ปารดาเหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่าเกือบเที่ยงแล้ว "ไง สร้างวีรกรรมอะไรเมื่อเช้า เขาเม้าท์กันให้แซ่ดเลย" กระถินเดินไปวางข้าวของบนโต๊ะญี่ปุ่น แล้วหันมายิ้มให้ "โห รู้กันหมดเลยเหรอ" ปารดาเบะปาก ไม่คิดว่าจะมีคนเอาไปพูดต่อๆกัน "ใช่สิ คนงานใหม่เก็บส้มหมดต้น พ่อเลี้ยงโกรธจนหน้าดำหน้าแดงแต่ก็ไม่เห็นทำอะไร" กระถินพูดให้ฟัง "เขาสงสัยกันหมดละว่าทำไม พ่อเลี้ยงไม่ลงโทษเธอเลย" "เดี๋ยวก็คงหาเรื่องแกล้งอีกนั่นแหละ นี่นัดให้ไปเจอที่ออฟฟิศตอนบ่ายสอง" "ก็ระวังหน่อยแล้วกัน หิวไหม ไปกินข้าวกันป่ะเที่ยงแล้ว" กระถินบอกด้วยความเป็นห่วง ก่อนสองสาวจะพากันเดินไปกินข้าวที่โรงอาหาร แน่นอนทุกคนมองปารดาเป็นตาเดียว แต่คนตัวเล็กก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่หรอก เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย อยากจะว่าอะไรเธอก็ไม่สนใจทั้งนั้นแหละ "ไงล่ะ สร้างความฉิบหายไปเยอะเลยสิเมื่อเช้า" คำพูดหยาบคายของชมพูที่พ่นออกมาทันทีที่เจอหน้าปารดาทำเอาอีกคนบ่นคิ้ว "นี่ต้องพูดแรงขนาดนี้เลยเหรอ คนทำไม่เป็นก็ถือว่าไม่ผิดไหมล่ะ พูดจาอะไรให้มันดีๆหน่อย" กระถินสวนกลับทันทีเพราะเริ่มจะทนไม่ไหว "ฉันว่านังเด็กใหม่ เธอมายุ่งอะไรด้วย" ชมพูเท้าเอวยกกระบวยชี้หน้ากระถิน "ฉันจะไม่ยุ่งหรอกนะ ถ้าคำพูดมันออกมาจากปาก ไม่ใช่ตูดแบบนี้ คนมีมารยาทเขาไม่พูดจาหยาบคายใส่คนที่เพิ่งรู้จักกันหรอก แล้วเธอก็ไม่มีสิทธิ์จะว่าป่านด้วย" พูดอย่างเหลืออด ถ้ารู้ว่าปารดาเป็นใครจะพูดแบบนี้ไหม อยากรู้จริง "ทำไมฉันจะว่าไม่ได้ ทำงานไม่เป็นก็กลับบ้านไปสิ จะมาอยู่ให้คนอื่นเขาลำบากทำไม รู้ไหมคนอื่นเขาเดือดร้อนแค่ไหนกับสิ่งที่มันทำ ยังมีหน้ามาลอยหน้าลอยตา กินข้าวกลางวันไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีกเหรอ" คำพูดของชมพูทำให้ปารดาสะอึก การกระทำของเธอเมื่อเช้าอาจจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนจริงๆก็ได้ แต่เธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้นหรอกนะ "นี่นังชมพู พูดมากน่ารำคาญ ตักข้าวได้แล้ว" เป็นชงโคที่เดินเข้ามาแหวใส่เสียงดัง เธอยืนฟังอยู่นานมาแล้วและเห็นด้วยกับกระถินที่ชมพูพูดจาหยาบคายด่าทอเด็กใหม่ถึงแม้จะไม่พอใจที่เด็กใหม่ทำให้หลายๆคนต้องเดือดร้อน แต่เพราะทุกคนรู้ว่าปารดายังใหม่ มันอาจจะมีข้อผิดพลาดกันได้ ไม่มีใครถือสาหรอก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้ปารดากินข้าวไม่ลงไปเลยทีเดียว "อิ่มแล้วเหรอ" "อื้อ กินไม่ลงน่ะ" "อย่าคิดมาก ไม่มีใครเดือดร้อนหรอกบอกตรงๆ ชมพูมันพูดเวอร์ไปงั้นแหละ คนมันอยากหาเรื่อง" "แต่ป่านไม่สบายใจเลย" ปารดาหน้าเศร้า ยิ่งได้รู้ว่าเขียวและพุดถูกลงโทษให้เก็บส้มชดเชยในส่วนที่เธอทำไว้ยิ่งเสียใจ "ถ้ารู้สึกผิด งั้นก็ไปช่วยพี่เขียวเขาเก็บสิ ดีไหม ก่อนไปหาพ่อเลี้ยงก็น่าจะยังทันอยู่" เป็นชงโคอีกเช่นเคยที่เดินเข้ามาและพูดแนะนำ หลังจากที่นั่งฟังสองสาวคุยกันมาพักใหญ่และรับรู้ได้ว่าอีกคนรู้สึกผิดจริงๆจนซึม "พี่คนสวย ช่วยป่านหน่อยได้ไหมจ๊ะ" ปารดามองชงโคตาปริบๆ "อือ ไปสิ เดี๋ยวพาไป" ปารดารีบลุกขึ้นไปเก็บจานเรียบร้อยก็เดินออกไปพร้อมชงโค ในขณะที่กระถินมองงงๆ ไปสนิทกันตอนไหน แต่ก็ดีแล้วแม่เลี้ยงจะได้มีคอยดูแลแบบนี้ก็หายห่วง ชงโคพาปารดามาหาเขียวกับพุด เด็กสาวยกมือไหว้ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน แต่เขียวกับพุดไม่ได้ถือสาอะไรเลย แถมยังเต็มใจให้ปารดาช่วยเก็บส้มชดเชยอีกต่างหาก "อย่าเก็บผิดอีกล่ะ พี่ไปทำงานก่อน" ชงโคบอกด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้นัก ไม่ได้เขม่นเหมือนคนก่อนๆที่เข้ามา "ขอบใจนะจ๊ะ ป่านจะตั้งใจทำงาน" ปารดาบอกด้วยรอยยิ้มสดใส ความรู้สึกผิดที่กัดกินในใจมันถูกบรรเทาด้วยการทำงานชดเชยและคำพูดปลอบใจของสองหนุ่มที่จริงๆแล้วไม่ได้โกรธเคืองอะไรเลย "น้องป่านไปเก็บต้นนะ" เขียวบอก เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกเคืองอีกคนเลยแม้แต่นิดเพราะตัวเขาเองก็ผิดที่ไม่สอนงานให้ดีแต่แรก แต่ตอนนี้พอเห็นปารดาที่ถามตลอดเวลาว่าใช้ได้ไหม แบบไหนถึงได้ และพยายามจะช่วยเหลือพวกเขาเพื่อชดเชยความผิดอีก เป็นคนดีกว่าที่คิดอีกนะเด็กคนนี้ปารดาช่วยเขียวกับพุดเก็บส้มจนผ่านเวลาไปกว่าสองชั่วโมง"น้องป่านไปได้แล้ว เดี๋ยวพ่อเลี้ยงดุเอา" เขียวว่าขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าปารดามีนัดกับพ่อเลี้ยงของพวกเขาตอนบ่ายสอง"อ่อๆ จ้ะ งั้นไปก่อนนะ เอาไว้ถ้าเสร็จเร็วป่านมาช่วยอีกนะ" เธอตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินออกไปด้วยความรีบร้อนใช้เวลาเดินกว่ายี่สิบนาทีเนื่องจากพื้นที่ไร่ค่อนข้างกว้าง กว่าจะมาถึงก็เล่นเอาหอบ"มาหาพ่อเลี้ยงค่ะ" ปารดายืนหอบหน้าโต๊ะทำงานของสาวร่างอวบที่ป้ายหน้าโต๊ะเขียนเอาไว้ว่าบุษกร"มาแล้วเหรอคะ เข้าไปรอข้างในได้เลยนะคะเดี๋ยวพ่อเลี้ยงก็มา" บุษกรยิ้มหวานให้อย่างอ่อนน้อม ปารดายิ้มตอบแล้วเดินเข้าไปด้านในตามที่คนหน้าห้องบอกด้านในห้องทำงานของชนาวินมีโซฟาตัวใหญ่วางอยู่ เธอเลือกที่จะไปนั่งตรงนั้นเพื่อรออีกคน คว้าหยิบเอานิตยสารที่วางอยู่ขึ้นมาอ่านฆ่าเวลาทางด้านชนาวินที่ลืมไปแล้วว่านัดปารดาเอาไว้ก็กำลังตัดกินขนมเค้กสูตรใหม่ที่พาขวัญทำขึ้นมาเพื่อขายในร้านเบเกอรี่ของเธอพาขวัญเป็นสาวสวยวัยยี่สิบห้า น้องสาวของภูวดลเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมต้นของชนาวิน ทั้งคู่สนิทกันมากและดูเหมือนชนาวินจะชื่นชอบพาขวัญอยู่ไม่น้อย ยอมรับว่าเป็นผู้หญิงท
ปารดากลับมาช่วยงานเขียวและพุดอีกครั้งอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อย คนที่มาสังเกตุการณ์อย่างชมพูเฝ้ามองดูด้วยความหมั่นไส้ที่ใครๆก็ให้ความช่วยเหลือปารดา ทั้งที่เป็นคนสร้างความเดือดร้อนแท้ๆ คำพูดคำจาที่หยอกเย้ากับคนงานแบบนั้นมันยิ่งทำให้หงุดหงิดจริงๆ/คิดว่ามีแต่คนเอ็นดูแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือยังไง/สายตาของชมพูมองปารดาที่ตั้งใจเก็บส้มอยู่อีกฝากหนึ่ง ซึ่งมีลังส้มวางเทินกันไว้ปกติเช่นทุกวัน ความไม่พอใจบวกกับอาการไม่ชอบหน้าทำให้ชมพูคิดจะหาทางแกล้งปารดาขึ้นมาอีกหญิงสาวเจ้าถิ่นใช้จังหวะที่ปารดาเดินเข้ามาถ่ายส้มจากตะกร้าที่ไหล่ใส่ในลังที่พื้น เธอก้มลงเทส้มอย่างเบามือพอดีกับที่ชมพูทำเป็นเดินเซเข้าไปใส่ลังส้มที่เทินอยู่ไม่ไกล ใช้สองมือผลักอย่างแรง"เฮ้ย!" เสียงร้องของเขียวที่หันมาพอดี และถลาเข้าไปหาแต่ไม่ทันเวลาแล้ว"กรี๊ด!!!!... โครม!!! " เสียงกรีดร้องดังขึ้นตามมาด้วยเสียงโครมดังสนั่นไปทั่วบริเวณคนงานหลายคนวิ่งกรูกันเข้าไปหาปารดาที่ถูกลังส้มทับอยู่ ในขณะที่ชมพูลนลานรีบหนีไปจากตรงนั้น เธอไม่คิดว่าผลที่เกิดจะรุนแรงมากขนาดนี้ จึงต้องหนีไปก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้า แต่ก็สวนทางกับชงโคที่วิ่งเข้ามาพอ
เพราะอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดทำให้แผนการกลั่นแกล้งภรรยาของชนาวินเป็นอันต้องยุติลง และเหตุผลที่บอกกับคนงานไปก็คืออยากให้ปารดาได้ลองทำงานในไร่ ถึงมันจะฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่ ไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับ แต่ก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านหรือทัดท้วงอะไรทุกคนออกไปคุยกันข้างนอกมีแต่ชงโคที่นั่งมองคนที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงบนเตียง มิน่าเล่า ถึงได้ดูเหมือนลูกคุณหนูชอบกล มาหลอกกันเสียได้นะ"อือ...." เสียงครางของคนบนเตียงกับการขยับตัวคล้ายว่ากำลังจะตื่นขึ้นมาทำให้ชงโครีบผวาเข้าไปหาปารดาปรือตาขึ้นมองไปรอบๆอย่างไม่คุ้นชิน ก่อนจะรับรู้ได้ถึงความเจ็บที่แล่นเข้ามา"อย่าเพิ่งขยับ" ชงโคว่าพลางกดออดเรียกพยาบาลเข้ามาดูอาการคนป่วย นั่นจึงทำให้ทุกคนรับรู้ว่าปารดาฟื้นขึ้นมาแล้ว"มองตามนิ้วนะครับ โอเคครับ" หมอเมฆาชี้นิ้วไปมาเพื่อทดสอบ"คุณชื่ออะไรครับ""ป่านค่ะ""ทราบชื่อจริงไหมครับ""ปารดาค่ะ ปารดา พัฒนกรกุล""คุณรู้สึกเจ็บที่ตรงไหนอีกไหมครับนอกจากที่หัว" หมอถามแล้วมองสำรวจร่างกายคนเจ็บ แม้ว่าจะเข้าเครื่องทำCT scan เรียบร้อยแล้วก็ตาม"ปวดแขนค่ะ" ปารดารู้สึกหนักอึ้งที่แขนข้างซ้าย เพราะเธอใช้มันบังลังที่ร่วงลงมา"ครับ แขนคุณฟกช้
ความเจ็บที่แขนซึ่งถูกจับเอาไว้นั่นไม่ได้ทำให้ปารดารู้สึกอัดอั้นมากเท่าคำปรักปรำที่เจ้าของไร่พยายามยัดเยียดให้ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ผิดไปหมด ทั้งที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่ตั้งใจจะเจ็บตัวแบบนี้ และที่สำคัญ เขาไม่ใช่เหรอที่แกล้งเธอจนเป็นเรื่องแบบนี้ ใจร้ายชะมัด"ก็หรือไม่จริง ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาก็มีแต่เรื่อง" เขาปล่อยแขนเมื่อเห็นดวงตาของอีกคนสั่นไหวและเริ่มแดงขึ้นมา คงเจ็บที่เขาจับแบบนั้น"ก็แล้วมันเพราะใครล่ะคะ ที่อยากแกล้งฉัน ถ้าคุณคิดว่าทั้งหมดมันเพราะฉัน ฉันก็ขอโทษด้วย ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคะ ฉันจะพัก" ปารดาขยับตัวปรับเตียงลงนอนราบ ตะแคงหันหลังให้คนไม่มีเหตุผล ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดจนถึงหน้าผาก พยายามกลั้นน้ำตาที่มีแต่มันก็ไหลออกมาจนได้ มือเล็กยกขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้อีกคนได้ยินเสียงสะอื้นของเธอ"อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆนะ แล้วอย่าคิดว่าทุกคนรู้เรื่องแล้วฉันจะใช้งานเธอไม่ได้อีก" ชนาวินเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบด้วยความหงุดหงิด เพราะคนเจ็บนอนนิ่งๆเหมือนไม่รับรู้สิ่งที่เขาพูดอีกต่อไป มันส่งผลให้เขายิ่งโมโหที่ทำอะไรเธอไม่ได้แบบนี้"ขอโทษนะคะ หมดเวลาเยี่ยมแล้วค่ะ พรุ่งนี้ค่อย
ช่วงสายของอีกวัน ปานนท์ก็พากระถินที่ได้รับอนุญาตให้เอาของใช้ส่วนตัวเช่นโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ของปารดามาให้ที่โรงพยาบาล"ดีขึ้นหรือยัง เจ็บมากไหม ทำไมลังมันล้มลงมาได้" คำถามมากมาพรั่งพรูอกมาทำเอาปารดายิ้มขำ"จะให้ตอบอันไหนก่อนดี กระถินถามเยอะไปหมด""อ้าว ขอโทษๆ เจ็บมากไหม" กระถินว่าพลางเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่หางคิ้วนั่น"เจ็บสิ เหมือนเห็นดาวลอยรอบๆหัวเลยนะตอนลังหล่นลงมาก็เลยยกแขนกันแล้วแต่ลังก็ยังกระแทกมาที่ตรงนี้อีก แม่นมากเลยดีนะไม่โดนลูกกะตา" ปารดาบ่นเบาๆพลางทำท่าทางประกอบ ยกแขนที่ยังเขียวช้ำขึ้นมาโชว์ให้กระถินดูสองสาวคุยกันเสียงเจื้อยแจ้ว โดยมีพยาบาลพิเศษและปานนท์นั่งยิ้มอยู่ไม่ไกล ปารดาดูสดใสขึ้นมากจากเมื่อวานที่ดูซีดเซียว พอมีเพื่อนมาหาก็ทำให้มีชีวิตชีวามากขึ้นเลยทีเดียวก๊อกๆเสียงเคาะที่หน้าห้องทำให้กระถินและปารดาหันมองโดยพร้อมเพียงกัน ก่อนปรากฏร่างผอมบางของรังรองที่เดินเข้ามาเร็วๆกระถินถอยห่างให้อย่างอัตโนมัติ รังรองจึงโผเข้ากอดร่างเล็กของปารดาเอาไว้แน่นน้ำตาซึมออกมา"คุณป้า..." ปารดาครางออกมาในอ้อมกอดของปารดา/กลิ่นเหมือนแม่เลย/ หญิงสาวคิดในใจแล้วปล่อยให้รังรองกอดอยู
ในขณะที่ชนาวินหน้าตึงมองจ้องปารดาอย่างคาดโทษ เหมือนจะบอกว่าทั้งหมดมันเพราะเธอนั่นแหละ"คุณคะ พอเถอะค่ะ นี่ด่าจนลูกสำนึกผิดไม่ทันแล้วนะ" รังรองหย่าศึกพ่อลูก ลุกจากเตียงเดินเข้าไปหาสามีแล้วลูบหลังเบาๆให้ใจเย็นๆ ขณะที่ปารดามองทั้งหมดตาปริบๆ ไม่รู้จะแทรกตรงไหนดี"ก็มันควรไหม นี่ถึงขนาดเลือดตกยางออกขนาดนี้ ดีแค่ไหนที่ไม่เป็นอะไร แกไม่ต้องทำงาน ระหว่างนี้ดูแลน้องอยู่ที่นี่จนกว่าน้องจะออกจากโรงพยาบาลด้วย" ชนะพลออกคำสั่งชัดเจน แต่ชนาวินส่ายหน้าดิก"พ่อจะบ้าเหรอ ไม่เอา ทำไมผมต้องอยู่ในเมื่อผมจ้างพยาบาลแล้ว""หยุดพูด! อยู่ดูแลน้องที่นี่ ไม่อย่างนั้นเห็นดีกันแน่" คนเป็นพ่อชี้นิ้วออกคำสั่งอีกครั้ง ชนาวินถึงกับเข่าอ่อนนั่งลงที่โซฟาอย่างเซ็งๆ"ป้าไปก่อนนะลูก พรุ่งนี้ป้ามาเยี่ยมใหม่ อยากได้อะไรบอกพี่เขานะคะ" รังรองเดินเข้าไปร่ำลาลูกสะใภ้ มือขาวแตะที่แก้มนิ่มเบาๆ ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้"ค่ะคุณป้า" ปารดายิ้มตอบ แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อหันไปเห็นคนหน้าหงิกจ้องมองอยู่"ดูแลน้อง แล้วอย่าให้รู้ว่าแกล้งน้องอีก เข้าใจนะเดี๋ยวให้ป่าสนเอาของใช้กับเสื้อผ้ามาให้" ชนะพลยกนิ้วขึ้นแสดงสัญลักษณ์ใส่ลูกชายว่ารู้เห็นทุกอย่า
ในเมื่อไม่สามารถขัดคำสั่งพ่อได้ ชนาวินก็จำต้องนอนเฝ้าคนป่วยเสียเอง แบบเฝ้าเฉยๆน่ะนะ เพราะนอกจากนั่งหรือนอนเฉยๆ ก็ไม่ทำอะไรเลยจริงๆ ปล่อยให้พยาบาลจัดการทั้งหมด แต่เมื่ออีกคนอยากเข้าห้องน้ำหรือกินข้าวก็ยังช่วยอยู่บ้าง เพราะชนาวินน่ะกำลังวางแผน ทำดีกับคนตัวเล็กเข้าไว้เพื่อเอาใจพ่อน่ะสิ"อุ้ย!" เสียงร้องของคนเจ็บดังมาจากในห้องน้ำ นั่นทำให้ชนาวินขยับตัวลุกขึ้นเดินไปดูอีกคน ไม่ได้เป็นห่วงหรอก แต่กลัวจะเป็นอะไรไปเดี๋ยวพ่อจะมาด่าเขาอีกน่ะสิ"นี่เธอ เป็นอะไรหรือเปล่า" เขาตะโกนถามจากหน้าประตู แต่ด้านในกลับเงียบเชียบ ชนาวินจึงพ่นลมหายใจแรงๆแล้วเดินกลับไปที่เดิม แต่ผ่านเวลาไปครู่ใหญ่ปารดาก็ยังไม่กลับออกมาจากในห้องน้ำ ทำให้ชนาวินต้องมายืนเคาะเรียกอีกครั้งปัง ปัง!!"เธอ ปารดา ทำไมไม่ออกมาสักที" เจ้าของร่างสูงขมวดคิ้วทุบมือลงที่ประตูหลายครั้ง เริ่มเป็นห่วงขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า"คือคุณช่วยเรียกพยาบาลให้หน่อยได้ไหมคะ" ในที่สุดปารดาก็ตะโกนกลับมา ชนาวินพ่นลมหายใจอิกมาอย่างโล่งอก"มีอะไรบอกฉันสิ" เขายังขมวดคิ้วด้วยความอยากรู้ว่าทำไมต้องเรียกพยาบาล"ไปเรียกมาเถอะน่า เร็วๆสิคุณ" ปาร
ชนาวินเดินเข้าไปเมียงมอง คนที่ดูเหมือนอาการจะดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังมีสีหน้าเจ็บปวดอยู่ เธอนอนกอดถุงร้อนที่พยาบาลนำมาให้เอาไว้ แล้วหลับไปทั้งที่ยังหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างนั้นแหละพอเห็นว่าอีกคนหลับไปแล้ว ก็เลยถือโอกาสนี้ จะแอบออกไปหาพาขวัญเสียหน่อย เพราะร้านของอีกคนอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก/ถือว่าไปหาของกินให้แล้วกันนะ/ เขาพึมพำก่อนจะเดินออกไป ไม่ลืมฝากฝังปารดาเอาไว้กับพยาบาล โดยบอกว่าจะออกไปซื้อของข้างนอกเดี๋ยวจะกลับมาวันนี้ร้านของพาขวัญมีคนมากพอสมควร ชนาวินเลือกจอดรถไว้ที่หน้าร้านแล้วเดินเข้าไปยืนมองเจ้าของร้านคนสวยดูแลลูกค้าโดยไม่ได้สนใจเขาที่เข้ามานานมากแล้วจนกระทั่งลูกค้าออกไปจนหมด พาขวัญจึงได้เห็นว่าพี่ชายคนพิเศษมายืนมองอยู่ เธอจึงฉีกยิ้มกว้างแล้วเดินเข้ามาหาเขาที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของร้าน"พี่วิน มาได้ยังไงคะเนี่ย" เดินเข้ามาเกาะแขนอีกคนไว้ด้วยความเคยชิน"มาทำธุระแถวนี้ครับ คิดถึงเลยแวะมา""หื้ม ใช่เหรอคะ คิดถึงขนมเค้กของขวัญเหรอ" คนสวยยิ้มเขิน รู้แหละว่าพูดถึงใครแต่ก็เลี่ยงพูดถึงอย่างอื่น"วันนี้มีอะไรให้กินบ้างครับ พี่อยากได้นมอุ่นๆสักแก้วด้วยได้ไหม ของพี่เอาเป็นกาแฟเย็นแล้วกันค
เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เด็กสาวกำลังจะทำมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต แต่ตามที่เขารับปากพ่อเอาไว้ เขาจะเป็นคนปกป้องและคอยช่วยเหลือเธอเอง"ต้องการผู้ช่วยไหม" ปารดาผละออกจากหน้าท้องของอีกฝ่าย ยกมือปาดน้ำตาพอลวกๆ แล้วแหงนหน้ามองอีกคนตาแดงก่ำ"รับสมัครหนึ่งตำแหน่งค่ะ""โอเค ค่าแรงแพงหน่อยนะ ไม่รู้จะจ่ายไหวหรือเปล่า" เขาย่อตัวลงแล้วยิ้มให้คนน้อง ยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาที่แก้มนิ่มที่ผ่านมาเขามัวแต่หวาดระแวงกับการที่จะต้องแต่งงานกับเด็กคนนี้ กลัวที่ต้องเสียความโสดที่หวงแหนไป กลัวว่าจะต้องใช้ชีวิตกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ตอนนี้เขาไม่มีเรื่องพวกนั้นในหัวเลยตั้งแต่ทำความเข้าใจอะไรหลายๆอย่างทั้งหมด เขาก็เข้าใจแล้วว่า มันคือหน้าที่ ปารดามีหน้าที่ที่จะต้องเป็นทายาทเจ้าสัว เขามีหน้าที่ดูแลทายาทเจ้าสัว นี่ต่างหาก คือความจริง"จ่ายไหวสิคะ หนูเป็นหลานสาวเจ้าสัวนะ" คนตัวเล็กกว่าพอจะยิ้มออกมาได้บ้างกับมุขเสี่ยวๆค่าตัวแพงของชนาวิน ความออดอ้อนที่มีทำให้เผลอแทนตัวเองเปลี่ยนไป แต่ชนาวินกลับรู้สึกชอบแบบนั้นมากกว่าแทนตัวด้วยชื่อสะอีก"หนูตัวใหญ่ไปนะ" เขาวางมือบนหัวแล้วโยกไปมาเบาๆเป็นเชิงหยอก"บ้า ป่านลืมตัว" เธอว่าแล้วท
ถึง หนูป่านของแม่ตอนที่หนูได้อ่านจดหมายฉบับนี้แม่คงได้ไปอยู่กับพ่อบนสวรรค์แล้วนะลูก แม่บอกคุณป้ารังรองของหนูเอาไว้ว่าให้มอบของพวกนี้ให้หนูตอนที่หนูเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วและยังมีชีวิตอยู่ ถึงตอนนั้นหนูคงจะพร้อมที่จะเป็นทายาทของคุณปู่ ทุกอย่างที่แม่และป้าทำ เพื่อหนูนะลูก อย่าได้ครางแครงสงสัยสิ่งที่คุณป้าบอกคือเรื่องจริงแม่เชื่อใจป้ารังรองของหนู ให้ทำทุกอย่างตามที่คุณป้าบอก แต่ถ้าหนูไม่อยากทำ ให้บอกคุณป้าไปตรงๆ จะไม่มีใครบังคับหนูได้ แต่อย่าลืม ว่าหนูคือธนทรัพย์รุ่งเรือง คือลูกสาวพ่อกับแม่ คือหลานของคุณปู่ แม่รักหนูมาก ดูแลตัวเองดีๆนะลูก รักแม่ของหนูปารดามองแผ่นกระดาษในมือ กวาดตาไปมาอยู่หลายรอบ หัวใจเต้นแรงมากขึ้น เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างนั่น หยิบของในซองออกมาทีละชิ้น ทีละชิ้น ของแต่ละชิ้นมีป้ายที่เขียนด้วยลายมือแปะเอาไว้เข็มกลัดของแม่สร้อยคอของพ่อแหวนประจำตระกูลกุญแจตู้เซฟที่ธนาคารxxxสมุดบัญชี สามสี่เล่มที่ยอดเงินไม่น้อยเลยเช่นกันและภาพถ่ายของสามคนพ่อแม่ลูก ไม่รู้เมื่อไหร่ที่น้ำตาหยดแมะลงมาบนพื้นโต๊ะไม้ มือของปารดาสั่นเทา หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมามอง พ่อเหรอ คนนี้คือพ่อที
"นี่คือหนูในตอนนั้น คุณหนูอันตราของทุกคน แม่ยังจำได้ ทุกคนดีใจกับการเกิดมาของหนูมาก เพราะหนูคือทายาทคนเดียวของธนทรัพย์รุ่งเรือง"ภาพหญิงสาวใบหน้าสะสวยที่ปารดาจำได้นี่คือแม่ของเธอ กำลังอุ้มเด็กตัวเล็กในอ้อมแขน อีกด้านมีผู้ชายหน้าตาใจดีที่ดูแล้วเหมือนปารดามากยืนอยู่ข้างกัน"เหมือนป่านมาก ไม่สิ ต้องบอกว่าป่านเหมือนคนนี้มาก" ชนาวินพูดออกมาเมื่อเห็นภาพถ่ายใบนั้นไปพร้อมกัน"ใช่ หนูป่านเหมือนพ่อมาก คุณปู่ก็เลยรักหนูมาก แล้วก็ประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะยกทุกอย่างที่มีให้หนู นั่นทำให้เรื่องเลวร้ายทุกอย่างเกิดขึ้น" รังรองพูดด้วยน้ำเสียงติดสั่นเล็กน้อย ปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อต้องพูดเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา"ทำไมป่านถึงเป็นทายาทคนเดียว แล้วลุงล่ะคะ ลุงเป็นลูกของคุณแม่"ปารดาหันไปที่ชนาวิน เธอไม่เข้าใจ ในเมื่อรังรองก็เป็นลูกอีกคนของปู่ ถ้าอย่างนั้น ชนาวินก็ต้องมีสิทธิ์ในสมบัติพวกนั้นเช่นกันรังรองส่ายหน้าไปมา มองชนะพลแล้วจับมืออีกคนเอาไว้แน่น"ฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ แม่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เกิดแค่นั้น" ชนาวินตอบแทน ปารดาอ้าปากค้างยิ่งสับสนหนักเข้าไปอีก"อะไรนะคะ" ถามออกไปอย่างไม่อยากเชื่อ"คุณปู่มีลูกสามคน คุณ
"มานั่งนี่สิลูก แม่มีอะไรจะเล่าให้ฟัง" รังรองยิ้มกว้างตอบรับลูกชายและลูกสะใภ้ ทั้งสองมานั่งลงคนละฝั่ง วันนี้ดูพ่อกับแม่จะเครียดๆชอบกล"มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมแม่ดูเครียดๆ" ชนาวินมองรังรองที่สีหน้าแปลกไปจากทุกที แต่รังรองก็ยังคงยิ้มให้"ฟังแม่หน่อยนะ เรื่องนี้สำคัญมากเลยล่ะ" ชนะพลบอกกับลูกชายและปารดาที่นั่งตาแป๋วรอฟัง"ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน"รังรองเริ่มเกริ่นถึงวันที่ปรมินทร์ได้รับอุบัติเหตุและเสียชีวิตในกองเพลิง โดยที่ภรรยาและลูกสาววัยขวบกว่าได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอผ่านไปสองสัปดาห์ ภรรยาของปรมินทร์นามว่าปรียานุชติดต่อมาหารังรองและขอความช่วยเหลือ ทำให้รู้ว่าการตายของปรมินทร์เป็นการจัดฉาก และคนที่ทำก็คือชัยยศปรียานุชที่หนีรอดมาได้ก็หอบลูกสาวคนเดียวที่เป็นทายาทของธนทรัพย์รุ่งเรืองหนีไปอยู่กับแม่แท้ๆที่ต่างจังหวัด เพื่อหลบหนีการตามล่าของชัยยศทุกคนช่วยกันวางแผนเพื่อให้สองแม่ลูกยังมีชีวิตอยู่ ปรียานุชติดต่อไปที่ธีรยุทธให้มารับสมอ้างเป็นพ่อของลูก เปลี่ยนชื่อและให้ใช้นามสกุลของธีรยุทธ แต่สุดท้าย ปรียานุชก็ต้องจากไปก่อนด้วยโรคมะเร็ง ก่อนตายได้ฝากฝังลูกสาวคนเ
ฝันร้ายเมื่อสี่สิบปีก่อน ฝันที่รังรองไม่อยากจดจำ เด็กสาววัยสิบห้าปี ต้องเจอพี่ชายที่เห็นกันมาตั้งแต่เกิดลวนลามทั้งทางร่างกายและสายตามาตลอดแรกๆรังรองไม่คิดอะไร แต่พอนานวันเข้ายิ่งโต ชัยยศก็ยิ่งแสดงพฤติกรรมน่ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเข้ามากอดแล้วลูบคลำตัวเธอ หรือมองเธอด้วยสายตาจาบจ้วงตลอดเวลา รังรองและชัยยศอายุห่างกันสามปีพ่อรับชัยยศมาเพราะไม่มีลูกเสียที แต่พอผ่านไปสามปีก็มีรังรองออกมา และมีปรมินทร์ที่ห่างกันออกไปเกือบสิบปี เรื่องที่ชัยยศไม่ใช่ลูกแท้ๆทุกคนรู้ดี และนั่นยิ่งทำให้รังรองลำบากใจกับการใช้ชีวิตที่เหมือนโดนตามรังควานอยู่ตลอดเวลารังรองโดนชัยยศเข้าหาและเอาตัวรอดมาได้แบบเฉียดฉิว แต่พ่อไม่ฟังที่เธอพูด พ่อเข้าข้างชัยยศที่บอกว่าไม่ได้ทำอะไร และต่อว่าเธอที่เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิง ครอบครัวคนจีนไม่ชอบลูกผู้หญิงอยู่แล้วรังรองจึงทำอะไรไม่ได้มากกว่าการร้องไห้กับแม่ จนเก็บกดและทนไม่ไหว เพราะแบบนั้นรังรองจึงหนีออกจากบ้านมาไกลถึงเชียงใหม่ด้วยวัยเพียงสิบหกปีพร้อมเงินติดตัวที่อยู่ในสมุดบัญชีจำนวนแปดหลักที่พ่อฝากให้ทุกเดือน แม้ว่าหลังจากที่ออกมาเงินจะไม่ได้ฝากเข้าให้อีกต่อไป แต่รังร
หลายวันถัดมาชัยยศนั่งมองรูปถ่ายของปารดาที่ถูกส่งมาจากคนของตัวเองที่ตามไปคอยดูความเคลื่อนไหวตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร ดูเหมือนจะมีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ข้างกายตลอด ชัยยศไม่ได้รีรอ เขาให้คนสืบจนรู้ว่าชายหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่กับปารดาเป็นประจำก็คือชนาวิน ลูกชายของชนะพล คนที่รังรองอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้"ฉันอยากได้ข้อมูลทุกอย่างของผู้ชายคนนี้ ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของไร่ชนะพลด้วย ขอเร็วที่สุด" ชัยยศสั่งงานพวัตเสียงเข้ม เขาต้องการข้อมูลที่มากกว่าชื่ออายุ วันเกิดระดับการศึกษา เขาอยากรู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันแบบไหนทำไมถึงได้สนิทสนมกันขนาดนี้ที่บ้านสวน"คุณท่านคะ คุณท่าน คุณรองค่ะ คุณรองโทรมา" เสียงพรรณีแตกตื่นรีบวิ่งเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือของสุรเดชเจ้าของโทรศัพท์เองก็ตื่นเต้นจนมือไม้สั่น รังรองงั้นเหรอ รังรองที่ออกจากบ้านไปสี่สิบปี นานทีปีหนจะโทรมาหาสักครั้งน่ะเหรอนี่เป็นการโทรมาครั้งแรกในรอบสองปีเลยก็ว่าได้ตั้งแต่ที่เขาล้มลงและเริ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนต้องใช้รถเข็น รังรองมาเยี่ยมแค่ครั้งเดียวและต้องรีบกลับไปเพราะไม่อยากจะเจอชัยยศ สุรเดชเองก็กลัวว่ารังรองจะเป็นอันตรายรีบไล่ให้กลั
"โห้ย อิ่ม"ปารดาแทบจะแผ่อยู่ตรงนั้น เมื่อได้กินของอร่อยที่คุ้นชินจนซัดเข้าไปเสียเต็มคราบ"อิ่มจริงๆแหละ" อีกคนที่อิ่มตื้อไม่แพ้กันก็ชนาวินนั่นแหละ ไม่ว่าปารดาจะคีบอะไรมาให้เขาก็กินมันจนหมด จนตอนนี้ท้องตึงไปหมดแล้ว"มีของหวานด้วยนะป่านเอาไหม" กระถินพูดขึ้น พลางยื่นถ้วยขนมหวานที่เป็นทับทิมกรอบให้ดู"ลุงเอาขนมหวานไหมคะ" ปารดาหันไปถาม"ยังกินไหวอีกเหรอเราน่ะ" เขาบ่นออกมาพลางส่ายหน้าปฏิเสธ"ก็อยากกินนี่คะ" ปารดาบอก แล้วจูงมือกระถินพากันไปเลือกขนมหวานที่มีให้เลือกสองสามอย่าง ก่อนกลับมาพร้อมไอศกรีม"ชอบกินแต่ไอติมเหมือนเดิม" กระถินว่าให้เบาๆ ทั้งที่บอกให้เลือกขนมหวาน แต่พอเจ้าตัวเห็นไอศกรีม ก็เลือกไอศกรีมเฉยเลย"ก็คนมันชอบนี่" คนตัวเล็กว่าพลางกัดไอศกรีมเข้าปากอย่างอารมณ์ดีชนาวินมองภาพนั้นแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ มองดูปารดาหยอกล้อเล่นกับกระถินและชงโคก็พลอยยิ้มไปด้วย"มากันบ่อยเหรอครับที่นี่" ชนาวินถามปานนท์"นานๆทีครับ เห็นว่ามีโปรโมชั่นหมูกระทะกระถินเขาก็เลยมาชวน" ปานนท์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม สายตาก็มองชงโคที่คอยดูแลปารดาราวกับเป็นคุณแม่ ปารดาที่เอาแต่อ้อนก็เหมือนเด็กเล็กๆ พอเห็นแบบนี้ก็พลอย
ปารดาเร่งทำงานในส่วนของตัวเองให้แล้วเสร็จก่อนเวลาเลิกงานเพื่อจะได้ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนๆ ชนาวินเองก็พลอยรีบเคลียร์งานของตัวเองไปด้วย"เสร็จแล้ว เย้"ชูมือสองข้างขึ้นแล้วยิ้มออกมาด้วยคใามดีใจที่หายเรียบร้อยและพร้อมสำหรับการเลิกงาน"พอจะได้ไปเที่ยวนี่รีบเลยนะ" ชนาวินบ่นให้เบาๆ"ลุงยังไม่เสร็จเหรอคะ"คนตัวเล็กเข้ามาเดินวนเวียนใกล้ๆ ซ้ายทีขวาทีจนชนาวินไม่มีสมาธิ เขาเลยคว้าเข้าที่แขนของอีกคนแล้วออกแรงดึงจนปารดาเซลงมานั่งบนตักของเขาแบบไม่ตั้งตัว"ลุง!!"ปารดาแหวใส่เสียงหลง ดันตัวอีกคนเอาไว้จะลงจากตักแต่ชนาวินยึดเอวคนตัวเล็กเอาไว้แน่นราวกับเป็นตุ๊กตา"อยู่แบบนี้แหละ เดินไปเดินมาเวียนหัว"เขาพูดทื่อๆขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจ เอียงตัวเซ็นเอกสาร มีอีกคนนั่งนิ่งๆบนตักเพราะเกร็งจนไม่กล้าขยับน่ะสิความเงียบเข้าครอบงำ มีแค่เสียงหัวใจที่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ถึงแม้จะนั่งเฉยๆ แต่แรงกอดที่เอวมันพาให้ใจเต้นแปลกๆชอบกล ปารดาเหลือบมองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์งานไม่กล้าจะพูดหรือขยับตัว กระทั่งชนาวินวางปากกาลงและปิดเอกสารตรงหน้า เขาก็คลายมือออกและจับคนตัวเล็กลงจากตักไปยืนข้างๆ"เสร็จแล้ว" เขาบอก แล้วลุกขึ
บริษัท เจทีคอเปอเรชั่น จำกัดบนชั้นสี่สิบของตึกสูงระฟ้าที่ตั้งของบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่อย่างเจทีคอเปอเรชั่น ชัยยศยืนมองแผ่นฟ้ากว้างผ่านกระจกหนาตรงหน้า สีหน้าเรียบนิ่งจนเยือกเย็นของอีกคนไม่เคยประดับรอยยิ้มเลยสักครั้ง แววตาดุดันมองไปไกลคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง"นายครับ ผมให้พวกมันไปซ่อนตัวที่ชายแดนเรียบร้อยครับ" พวัตเข้ามารายงานหลังจากที่จัดการส่งมือผืนสองคนที่ทำงานพลาดไปชายแดนตามคำสั่งผู้เป็นนายเรียบร้อยแล้ว"หาคนใหม่ไปคอยจับตาดู พลาดไปครั้งนี้พวกมันคงระวังตัวแจ ให้คนไปเฝ้าบ้านไอ้ธีรยุทธด้วย แล้วลูกสาวคนโตของมันหาตัวเจอหรือยัง" น้ำเสียงเคร่งขรึมกับท่าทางสุขุมน่าเกรงขามของชัยยศทำให้หลายคนหวั่นเกรง แม้แต่พวัตที่ทำงานด้วยกันมานานก็ยังเกร็งทุกครั้งเวลาที่รับคำสั่งโดยตรง"ยังครับ เธอซ่อนตัวเก่งเหมือนมีคนคอยช่วยตลอดเวลาเลยครับ คนของเราไม่เจอเธอเลย""เพิ่มคนอีก ตามหาให้ทั่วแล้วจับตัวมาให้ได้ เข้าใจไหม""ครับนาย""วันนี้ฉันจะกลับบ้านสวน บอกคนที่นั่นเตรียมอาหารให้ด้วย""กลับบ้านสวนเหรอครับนาย แล้วคุณท่าน" พวัตทักท้วง"ทำไม ฉันจะกลับไปหาพ่อฉันบ้าง ผิดหรือไง ทำตามที่ฉันสั่ง ออกไปได้แล้ว" ชัย