เกวลินที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบลูบหลังให้กับเอวาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสำลัก"พี่ว่าเข้าห้องน้ำดีกว่า" ไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่าทำไมเอวาถึงมีอาการแบบนี้เกวลินหยิบเอาถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วเดินตามไปที่ห้องน้ำพอเอวากลับออกมาก็ไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้ถามใครว่าเขาไปหรือยัง หญิงสาวกลับมานั่งลงที่โต๊ะประจำตำแหน่ง ถึงแม้ว่าจะไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเลย แต่เธอก็ต้องทำ เพราะต้องอยู่ต่อไปให้ได้ คิดว่าทำงานอีกสัก 3-4 เดือนก็จะกลับไปบ้านนอกหายายแล้วผ่านไปสักพักก็เห็นว่าพิมพ์ย้ายของกลับมาที่เดิม เอวาเริ่มหัวใจเต้นแรงขึ้น ไม่ใช่ใช่ไหม?แต่ขณะที่กำลังมองแบบใช้ความคิดอยู่ พิมพ์ที่กำลังจัดวางของมองด้วยหางตามาเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มเยาะใช่เขาจริงๆ ด้วย เขาจะกลับมาอีกทำไม เห็นแค่นี้ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วก๊อก ก๊อก พิมพ์เคาะประตูเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดเข้าไป"ผู้จัดการต้องการอะไรเรียกพิมพ์ได้เลยนะคะ ตอนนี้พิมพ์กลับมารับตำแหน่งเลขาของผู้จัดการเหมือนเดิมแล้วค่ะ"ทศกัณฐ์ที่ยืนมองทอดสายตาออกไปนอกอาคาร ค่อยๆ หันกลับมา แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ชายหนุ่มเดินไปนั่งลงพร้อมกับหยิบงานขึ้นมาเปิดดู"เดี๋ยวพิมพ์จะออกไปเอาเค
"ก็คุณเลขาท่านประธานน่ะสิคะ ดูเหมือนคนท้องเลยค่ะ แต่พิมพ์ก็คิดว่าท้องนะ ที่สำคัญนะคะ คือพ่อของเด็กตอนนี้กลับบ้านนอกไปแล้ว" พิมพ์จำได้แม่นว่าวันนั้นเอวาตอบแม่ของท่านประธานว่ายังไง ต้องท้องกับผู้ชายคนนั้นแน่แต่หลังจากที่พูดเสร็จ พิมพ์ก็สังเกตดูใบหน้าของคนที่เอาแต่นิ่งเงียบฟัง ไม่ได้..เธอจะเป็นนางร้ายในสายตาของเขาไม่ได้"อุ๊ยพิมพ์พูดอะไรออกไปเนี่ย" พิมพ์รีบเอามือปิดปากตัวเองไว้แบบสำนึกผิด"คุณออกไปก่อน""ทำไมคะ""บอกให้ออกไปไง""ขะ..ค่ะ" ดูสายตาของคู่สนทนาแล้ว พิมพ์คงต้องได้รีบเก็บมารยาของตัวเองไว้ก่อนพอพิมพ์ออกมาจากห้องของผู้จัดการ สายตาของพิมพ์ก็ได้มองไปดูเอวา ..ทำไมแม่นี่ต้องมาขวางทางเราตลอดด้วย อุตส่าห์คิดว่าจะตัดขาตัดแขนคู่ต่อสู้แล้วเชียว ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้"คุณทศจะไปไหนคะ" นั่งลงเพียงไม่นานก็เห็นว่าเขาออกมาจากห้องทำงาน"ได้เวลาเลิกงานแล้วไม่ใช่เหรอ""อุ้ยจริงด้วยค่ะ" พิมพ์รีบลุกขึ้นเก็บของ เผื่อว่าเขาจะชวนไปดินเนอร์ เพราะวันนี้ลงทุนอ่อยทั้งวันชายหนุ่มเดินตรงมาที่ลิฟต์โดยไม่ได้มองรอบข้างเลยพิมพ์เก็บของเสร็จรีบเดินตามมาแต่ก็ไม่ทัน เพราะประตูลิฟต์ปิดลงก่อน "..รอแค่แป๊บเดียวก็ไม่ไ
ก๊อก ก๊อก "??" ใช้เวลาไม่นานเลยก็มีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น ที่จริงเกวลินแอบกลัวว่ามันจะเป็นเงินล้านจริง ระดับผู้จัดการแล้วคงหาเงินล้านได้ไม่ยาก แต่เธอจะกล้ารับเหรออาหารแค่มื้อเดียวเองนะแกร็ก.. เกวลินก็เลยลุกมาเปิดประตูให้"มาแล้วครับ" ซองสีน้ำตาลที่อยู่ในมือของเพลิงถูกส่งให้กับผู้เป็นนาย ที่ยังนั่งอยู่โต๊ะทานข้าว"เอาให้คุณเกวลินเลย""ครับ" เพลิงก็เลยเดินกลับมาหาคนที่เปิดประตูให้เกวลินมองหน้าเพลิงแบบตาไม่กระพริบ ..ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้หน้าคุ้นจัง"ช่วยรับซองจากผมด้วยครับ"ทีแรกกลัวจะตกใจเรื่องเงินล้าน แต่พอเห็นหน้าผู้ชายคนนี้มันยิ่งทำให้เกวลินตกใจมากขึ้น ขณะเดียวกันนั้นเกวลินก็หันไปมองทศกัณฐ์ ..พวกเขาสองคนรู้จักกันเหรอ?เอวาลุกขึ้นแล้วเดินมาจับซองสีน้ำตาลนั้นวางใส่มือให้กับเกวลิน ..แค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงอยู่แล้ว "รับไปเถอะพี่""พี่ไม่เอาหรอก อาหารแค่มื้อเดียว อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลย""พี่เกวลินจะไปไหน" นอกจากจะไม่รับเงินแล้วเกวลินก็จะกลับเข้าห้องด้วย"พี่กินในครัวมาแล้ว..เรากินไปเถอะ""พี่โกรธให้ฉันเหรอ""เปล่า""ฉันทำอะไรผิดอีกแล้วใช่ไหม" เอวาคิดว่าเงินนี้คงจะช่วยครอบคร
"คุณรามสูร" หญิงสาวเห็นสามีแกะกระดุมเสื้อก็รู้แล้วว่าเขาจะทำอะไร "ที่นี่ห้องทำงานนะคะ"พอนั่งลงข้างๆ มือหนาก็เอื้อมไปโอบร่างของเธอเข้ามาชื่นใจ "ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก""แต่มันเป็นที่ทำงาน""หลายวันมานี้ผมขอโทษด้วยที่ไม่มีเวลาให้คุณกับลูกเลย" ตั้งแต่ได้ลงเรืออีกครั้งจนมาถึงวันนี้เขาต้องจัดการงานเองทุกอย่าง กลัวว่าถ้าปล่อยให้ลูกน้องทำแล้วมันจะไม่เป็นแบบที่ตัวเองต้องการ และนี่แหละคืออีกเหตุผลที่เขาขอให้ทศกัณฐ์อยู่ช่วยงานไปก่อน"ฉันเข้าใจค่ะแต่คุณต้องพักผ่อนบ้าง" เมื่อคืนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากลับบ้านตอนไหน ตื่นมาเห็นแค่แว๊บๆ เธอก็เลยตามมาที่บริษัทเลย"รู้ไหมว่าตัวเองน่ารักแค่ไหน""แค่ไหนคะ อืมม" จะแค่ไหนล่ะ ก็แบบที่เห็น ขนาดการประชุมด่วนเขายังเลื่อนไป เพราะเห็นว่าเธอนั่งเหงาอยู่คนเดียวชายหนุ่มจูบภรรยารักแบบอ่อนโยนพอให้เธอรู้ว่ายังมีเขาอยู่ตรงนี้ใกล้ๆ เธอ"พอแล้วค่ะ" หญิงสาวขยับริมฝีปากออกเล็กน้อย เธอไม่อยากกวนเวลางานของเขามาก"อีกตั้งสองชั่วโมงกว่าจะถึงการประชุม ขอจูบอีกหน่อย""นิดเดียวนะคะ" สโรชายื่นใบหน้างามมาใกล้เพื่อให้สามีได้จูบแบบถนัด รามสูรไม่รอช้าฝังริมฝีปากลงไปพร้อมกับส่งเรียวล
ใช้เวลาในการประชุมจนมืดค่ำ และเวลานี้พนักงานก็ได้กลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่บรรดาเลขาหรือคนที่เกี่ยวข้องกับการประชุมส่วนเกวลิน..เอวาบอกให้กลับไปก่อน แต่ที่จริงเกวลินก็อยากจะรอน้องนั่นแหละ แต่คิดว่าไปเตรียมอาหารรอจะดีกว่าผู้บริหารหลายคนต่างก็ทยอยกันออกมาจากห้องประชุมรามสูรออกจากห้องประชุมก็กลับบ้านโดยไม่แวะห้องทำงานก่อน ส่วนสโรชาเขาให้กลับไปตั้งแต่กำลังจะเข้าประชุมแล้ว "จะกลับก่อนก็ไม่บอก" พิมพ์เก็บของแบบหน้าบึ้ง เมื่อรู้ว่าท่านประธานกลับไปโดยไม่บอกกล่าว ขณะที่พิมพ์กำลังเก็บของ เอวาก็เดินผ่านหน้าไปพิมพ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความบอกใครบางคน ให้เตรียมตัว วันนี้อะไรต่ออะไรช่างเป็นใจดีนัก"โอ๊ย" ขณะที่เอวากำลังจะเดินเข้าลิฟต์ พิมพ์ก็เห็นว่าทศกัณฐ์รีบเดินตามมา จังหวะนี้ทำยังไงก็ได้เพื่อถ่วงเวลาทศกัณฐ์ไม่ให้ตามเอวาได้ทัน พิมพ์ก็เลยแกล้งเดินล้มด้วยสัญชาตญาณ พอเห็นว่าคนล้มตรงหน้าแบบระยะเผาขน มือของชายหนุ่มก็ยื่นไปรับเอวามองกลับมาดูเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าลิฟต์ พอเขารับร่างของพิมพ์ได้แล้ว ก็รีบปล่อยแล้วเดินตรงมาที่ลิฟต์เพื่อกดหยุดมันไว้แต่ก็ไม่ทันพิมพ์ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนที่จ
"คุณทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนเหรอ" หญิงสาวเอ่ยถามในขณะกำลังสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนที่จะลงจากรถเขายังไม่ได้ตอบในทันที ถ้าตอบไปคงจะแทงใจอีกคนมากแน่ ก็เลยเลือกที่จะเงียบ แต่การเงียบนี่แหละมันคือคำตอบที่ชัดเจนเลยพอจัดเสื้อผ้าเสร็จเอวาก็ลงจากรถ เธอรู้ดีว่าห้องที่เขาให้อยู่คือห้องไหน"ได้เรื่องว่ายังไง" ชายหนุ่มถามลูกน้องคนสนิท แต่สายตาคมยังมองตามเธอเข้าไปในบ้าน"พวกมันเป็นนักเลงกระจอกครับ รับงานทั่วไป""ใครเป็นคนจ้าง"พอได้ยินว่าใครเป็นคนว่าจ้าง สายตาทศกัณฐ์ก็เปลี่ยนไป ไม่คิดว่าผู้หญิงแบบนั้นจะเลือดเย็น นี่ขนาดรู้ว่าเธอกำลังท้องอยู่นะ"ท่านจะเอายังไงครับ""มึงรู้ว่ากูต้องการยังไง ยังจะมาถามอีก!!""เดี๋ยวผมจัดให้ครับ" ว่าแล้วเพลิงก็ขับรถคันเดิมออกไป ส่วนทศกัณฐ์เดินตามเธอเข้ามาในบ้านแกร็ก..แกร็ก.. ก๊อก ก๊อก พอหมุนลูกบิดประตูดูก็รู้ว่าห้องล็อกจากด้านใน เขาก็เลยเคาะเล็กน้อยเพื่อให้คนที่อยู่ในนั้นมาเปิดประตู"ฉันจะนอน""แต่คุณยังไม่ได้ทานอะไร""ฉันไม่กิน""ออกมากินข้าว""ฉันบอกว่าไม่กินไง"ด้านนอกเงียบไปเมื่อถูกอีกฝ่ายตะคอก จนเอวาผิดสังเกต ใจหนึ่งก็อยากมาเปิดประตูดู แต่อีกใจไม่ดีกว่าปล่
"อยู่ซอยถัดไปนี่เองค่ะ" เอวาบอกเรื่องร้านอาหารนั้นกับเกวลิน"ทำไมพี่ไม่เคยได้ยินคนในบริษัทพูดเรื่องนี้" เพราะถ้ามีร้านอาหารอร่อยจริง มันต้องเป็นที่โจษขานกันในบริษัทแล้วสิ"ดูเหมือนร้านนั้นเพิ่งมาขาย ไม่แน่ป่านนี้คนในบริษัทคงแห่กันมากินเต็มร้านแล้ว..เรารีบไปกันเถอะ" เอวาจูงมือเกวลินเดินมาทางซอยหลังบริษัท"??" พอใกล้จะถึงร้านอาหารร้านนั้น เกวลินก็เห็นอะไรแว๊บๆ และมันก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่เธอเห็น"ร้านนี้เลย แต่ทำไมไม่มีคน" มันผิดกับที่เธอพูดไว้ อาหารอร่อยขนาดนั้นทำไมไม่มีใครมากิน ถ้าจะว่าไม่เห็นร้านนี้ก็ไม่ใช่ เพราะคนในบริษัทพักอยู่ในซอยนี้ก็มี "เราเข้าไปกันดีกว่า" เอวาทิ้งความสงสัยนั้นไว้ก่อน เพราะกลิ่นอาหารในร้านโชยเข้าจมูก"ร้านเขาเปิดหรือเปล่าทำไมเงียบจัง" เกวลินก็ยังคงสงสัย"เปิดสิ วันนั้นก็เงียบแบบนี้แหละ""เชิญนั่งได้เลยค่ะ" พอทั้งสองเข้ามาในร้าน พนักงานของร้านก็รีบเดินออกมาต้อนรับ "อ้าวคุณนั้นเอง จะรับเหมือนวันนั้นเลยไหมคะ""คุณจำฉันได้หรือคะ""จำได้สิคะ""อย่าบอกนะว่าเรามากับผู้จัดการ" พอคนที่มาบริการกลับไปเตรียมอาหาร เกวลินก็ถามเอวาเหมือนจับผิดคนที่กำลังกล่าวถึงอยู่"พี่รู้ได
แอดดด.. ทศกัณฐ์มาถึงประตูก็เปิดออกดู อยากรู้ว่าเป็นใครที่แอบฟัง พอไม่เห็นว่ามีใครก็เลยมองดูไปโต๊ะทำงานของเลขา แต่เธอก็ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น"เอาไงต่อดีครับ" เพลิงเดินตามออกมาดูเช่นกันที่จริงเขาก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องงานที่ทำอยู่ แต่แค่ไม่จำเป็นต้องพูด"คงต้องได้ไปเตรียมตัว" ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินกลับมาเก็บเอาของ เพราะคงจะไม่ได้กลับมาที่นี่"ท่านรู้ไหมครับว่ามันอันตราย ยังไงผมก็ต้องตามไปให้ได้" นี่แหละที่เพลิงอยากขัดคำสั่ง เพลิงไม่ไว้ใจลูกน้องคนอื่น กลัวจะดูแลเจ้านายไม่ดีและทศกัณฐ์ก็คิดไม่ต่างกัน เขาไม่กล้าให้ใครดูแลเธอนอกจากเพลิงพอหยิบเอาของสำคัญแล้ว ทศกัณฐ์ก็ออกจากห้องมาและตอนนี้เอวาก็กลับมานั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่งแล้ว"คุณจะไปไหนคะ" หญิงสาวเดินตามหลังมาที่ลิฟต์"ผมมีงานด่วนต้องรีบไปจัดการ" มือหนาเอื้อมไปกดลิฟต์เพื่อลงข้างล่าง"งานด่วนอะไรฉันไปด้วย" หญิงสาวรีบตามเข้าไปเมื่อลิฟต์นั้นเปิดออก"ไปด้วยไม่ได้""ทำไมฉันถึงจะไปด้วยไม่ได้""ผมต้องเดินทางออกนอกประเทศ""ฉันมีพาสปอร์ต""คุณไม่เข้าใจ" ชายหนุ่มพยายามจะอธิบาย จนประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล่าง"คุณก็พูดให้ฉันเข้าใจสิ" หญิงสาวยังคงรีบเดิ
"เข้าข้างในกัน" เกษมราษฎร์เอื้อมมือมาให้อีกฝ่ายจับมือท่านไว้ เพื่อจะได้ก้าวเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน"ท่านทำอะไรคะ" นางยอมเดินตามแรงที่อีกฝ่ายจูง แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้"บอกแล้วไงว่าไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ แต่งงานกันนะ""อู๊วววว" เสียงโห่แสดงความยินดีดังขึ้นเมื่อเกษมราษฎร์คุกเข่าลงต่อหน้าผู้หญิงที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ ท่านเคยพูดไว้แล้วถึงแม้ว่าจะพูดแค่กับตัวเอง ถ้ามีโอกาสได้ทำเพื่อเธอ..จะทำให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ต้องอิจฉาเธอ"ลุกขึ้นเถอะค่ะท่าน""คุณตอบตกลงมาก่อนสิ""ท่านเพิ่งขอหมั้นไปวันก่อนเองนะคะ""ถ้าคุณไม่ตกลงผมก็จะอยู่แบบนี้""ตกลงก็ได้ค่ะ" จากเสียงโห่ร้องกลายเป็นเสียงกรี๊ดลั่นจนโรงแรมแทบจะแตก เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงแต่งงานด้วยเกษมราษฎร์ลุกขึ้นโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาช่วยพยุง ถึงแม้จะอายุและเยอะแล้วแต่ร่างกายของท่านก็ยังแข็งแรง เพราะการเป็นทหารต้องได้ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา"ดีใจด้วยนะครับ" รามสูรเข้ามาแสดงความยินดี เขาดีใจมากที่จะเห็นแม่มีความสุขสักที ตั้งแต่จำความได้เลยมั้งที่เห็นแม่ต้องเฝ้ารอพ่อกลับบ้านทุกวันและลูกๆ คนที่เหลือก็เข้ามาแสดงความยินดี รวมทั้งแขกในงาน วันนี้ท่าน
เย็นวันเดียวกันนั้น.. พุดตาลเรียกลูกชายและลูกสะใภ้มาทานข้าวเย็นร่วมกัน"สวัสดีครับท่าน" รามสูรมาพร้อมกับภรรยา และลูกชาย พอมาถึงก็เห็นว่าท่านพลเอกเกษมราษฎร์ ก็นั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วย"มาครบกันแล้วใช่ไหม นั่งก่อนสิลูก"พอลูกชายนั่งลงเกษมราษฎร์ก็ขอเป็นคนพูดเอง ท่านบอกทุกคนว่าขอเข้ามาอยู่ร่วมครอบครัวด้วย ทีแรกเกษมราษฎร์ก็ช่างใจอยู่ กลัวลูกๆ ของพุดตาลจะไม่ชอบใจ เพราะถึงยังไงพ่อของพวกเขาก็มีทีท่าว่าจะกลับมา"ยินดีต้อนรับครับ ผมเองต่างหากที่ต้องฝากคุณแม่ไว้กับท่าน" พี่ชายคนโตเป็นคนเอ่ยพูดก่อน"ขอบใจมากนะลูก" ใจจริงพุดตาลก็อยากจะอยู่กับลูกและหลานแบบนี้ไปจนแก่เฒ่า แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เมื่อสามีหย่าขาดจากผู้หญิงคนนั้น ยังไงท่านก็ต้องกลับมาวนเวียนจนทำให้ชีวิตอยู่ไม่เป็นสุขแน่ นางก็เลยตัดสินใจตัดกรรมกันไปแต่เพียงแค่นี้"ผมจะประกาศให้สังคมรับรู้เรื่องของเราในเร็ววันนี้""เรื่องนี้แล้วแต่ท่านค่ะ" นางคิดว่าให้คนรับรู้ไว้ก็ดี เรื่องถูกนินทาหนีไม่พ้นอยู่แล้ว ใครจะนินทาก็ช่าง ขอให้ตัวเองอยู่แบบสบายใจก็พอร่วมทานข้าวเย็นกันเสร็จ ลูกชายทั้งสองก็ขอตัวกลับเพราะมันดึกแล้ว ส่วนเพลิงไม่อยากจะกลับก็ต้องได
"ใจเย็นก่อนสิคะมาเหนื่อยๆ น้ำก็ยังไม่อาบ""ขอชื่นใจก่อน" ริมฝีปากหนากระซิบพูดในขณะที่จมูกยังสูดดมคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด"คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ" รักครั้งแรกของเธอมันช่างสวยงามนัก แต่เมขลาหวังว่าจะหยุดผู้ชายคนนี้ไว้ได้แค่เธอ เพราะถ้าเขามีตำแหน่งที่สูงขึ้น เขาจะเป็นเหมือนคนที่ให้กำเนิดเธอไหม"เป็นอะไร" เพลิงสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของเธอไม่เหมือนตอนที่เรียกเขาขึ้นมาข้างบนเลย"อนาคตข้างหน้าอะไรมันก็ไม่แน่นอนค่ะ เผื่อคุณก้าวไปในตำแหน่งที่สูงกว่านี้..""อย่าคิดอะไรที่มันจะไม่เกิดขึ้น" แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเธอคงกลัวว่าเขาจะทำตัวเหมือนพ่อ"คุณรู้เหรอคะว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่""ผมรักคุณ คำนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้ฟังมันจากปากผม และผมก็จะพูดให้คุณฟังเพียงคนเดียว""ขอบคุณนะคะ" ขอบคุณเขาทั้งน้ำตา แต่ก่อนตอนที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ยังมีความสุขมากกว่านี้เลย แต่พอรู้ว่าพ่อมีนิสัยยังไง เมขลาก็เริ่มกลัวผู้ชายรอบข้าง[โรงแรมหรู]ที่พลเอกเกษมราษฎร์พาพุดตาลมาทานข้าวที่โรงแรม เพราะรู้แล้วว่านางคงไม่กลับไปหาอะไรเดิมๆอีก ท่านต้องทำให้นางเห็นว่าท่านสามารถที่จะพานางก้าวไปในทุกๆที่ได้"ทำไมคุณรู้ว่าฉันชอบกิน เออ..
"ทำอะไรกัน"คนที่กำลังโอบกอดกันถึงกับตกใจปล่อยมือออก"ท่าน?""นายคงไม่อยากจะอยู่ในกรมแล้วใช่ไหม""อย่าทำอะไรผู้กองนะคะ" ถึงแม้เธอจะตัวเล็กกว่ามาก แต่หญิงสาวก็ใจกล้าก้าวออกมายืนบังชายคนรักไว้"เรารู้ไหมว่ามันไม่สมควร""จะสมควรหรือไม่ มันอยู่ที่เราสองคนค่ะ""อย่าลืมสิว่าเราเป็นลูกของใคร""หึ.. แล้วฉันเป็นลูกของใครล่ะคะ""มันสมควรแล้วเหรอที่จะมาพูดต่อล้อต่อเถียงกับพ่อ""พ่อ?" เมขลาอยากจะพูดอะไรอีกตั้งมากมาย แต่มันจุกในอกเสียก่อน"มีอะไรกัน" แม่บ้านรีบเข้าไปตามคุณผู้หญิงออกมาดู กลัวว่าจะมีเรื่อง"คุณมาก็ดีแล้ว ผมจะเร่งเรื่องให้ลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ""เรียนต่อต่างประเทศ?" เพลิงพูดพร้อมกับมองหน้าเมขลา แล้วมองไปที่ท่านพลเอกเรวทัต"ฉันไม่ไปค่ะ""ลูกไม่อยากเรียน" พุดตาลคิดว่านางคงต้องได้ออกหน้าเองแล้วล่ะ"อายุแค่นี้ยังเรียนได้อีกตั้งเยอะ ทำไมถึงคิดสั้น""อะไรคือการคิดสั้นคะ""ก็ที่เห็นอยู่นี่ไง""คนนี้ผู้กองเพลิงท่านก็คงจะรู้จักแล้ว เขาเป็นคนรักของฉัน ไม่สิ.." ถ้าพูดแค่คนรักมันคงไม่จบตรงนี้แน่ เมขลาก็เลยให้สถานะใหม่กับเพลิง "เขาเป็นพ่อของลูกในท้องฉันเองค่ะ""???" ไม่ใช่แค่พลเอกเรวทัตและพุดตา
เห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า เรวทัตก็เลยยังไม่พูดอะไรอีก เพราะคดีเก่ายังไม่เคลียร์"อยู่พร้อมหน้ากันก็ดีแล้ว พ่อจะย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังนี้แล้วนะ"เรวทัตพูดจบ ลูกๆ ต่างก็มองดูหน้าคนเป็นแม่มันคงเป็นเวรกรรมของนางที่เคยสร้างไว้กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้ก็เลยต้องได้ตามมาชดใช้กรรม หนีไปไหนก็คงจะหนีไม่พ้นแล้ว"บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณ คุณจะมาอยู่ใครจะว่าอะไรได้ล่ะคะ"เรวทัตอยากได้ยินคนตรงหน้าเรียกว่าคุณพี่เหมือนเดิม แต่คงต้องใช้เวลา เพราะตัวเองทำไว้กับนางเยอะ"หือ รามิล" มองเข้าไปด้านในก็เห็นลูกสะใภ้คนโตกำลังอุ้มหลานชายเดินออกมา เรวทัตก็เลยเดินเข้าไปหาหลานพอคนเป็นพ่อไปแล้ว ลูกๆ ที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นต่างก็มองดูหน้าแม่อีกครั้ง นาทีนี้ไม่มีใครน่าสงสารเท่าท่านอีกแล้ว"แม่ไม่เป็นอะไรหรอก เข้าไปข้างในกันเถอะ" แค่นี้นางก็รู้แล้วว่าสามีคงจะหย่าจริง เพราะถ้าไม่งั้นคงไม่บอกว่าจะกลับมานอนบ้านหลังนี้ นางรนหาที่เอง คิดว่าท่านจะไม่กล้าหย่าดาราสาวสวยคนนั้นทุกคนเข้าไปแล้ว เมขลาก็หันกลับมากุมมือเพลิงไว้ "เรายังจะเป็นเหมือนเดิม อย่าคิดมากนะคะ" เมขลารู้ดีว่าเพลิงคิดว่าตัวเองต่ำต้อย"ผมจะไม่ถอ
"ผมมาคิดทบทวนเรื่องของเราดูแล้ว""ท่านไม่สบายหรือเปล่าคะ" แพรวพราวเริ่มใจไม่ดี แต่ก็ยังคงส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้ แบบใจดีสู้เสือ"เราหย่ากันเถอะ""คุณพี่!!""ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณอยากได้ ผมขอแค่ให้คุณเซ็นใบหย่า""ไม่มีทางค่ะ กว่าเราจะฝ่าฟันความรักของเรามาด้วยกันได้ ทำไมคุณพี่ถึงทำแบบนี้กับแพรวคะ""ผมให้เกียรติคุณถึงได้มาคุยก่อน หรืออยากจะคุยผ่านทนายของผมล่ะ""แพรวรักท่าน ยอมอุ้มท้องลูกของท่าน ถึงแม้จะถูกใครตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี""เรื่องลูกผมก็ยังจะส่งเสียเลี้ยงดู""แพรวไม่ได้ต้องการแบบนั้นสักหน่อย ใครคะ..ท่านมีใครใหม่อีกเหรอคะ""เรื่องนั้นไม่เกี่ยว เรามาคุยเรื่องของเราก่อน""เรื่องของเรา แพรวไม่หย่า!""ผมมาคุยกับคุณดีๆ แล้วนะ หลังจากนี้คุณก็คุยกับทนายของผมแล้วกัน และสิ่งที่คุณอยากได้ก็อย่าฝันว่าจะได้""ท่านอย่าบอกนะว่าจะกลับไปหามันอีก""ผมเพิ่งรู้ว่ารักภรรยา""รักภรรยาอย่างนั้นเหรอคะ แล้วที่ผ่านมาล่ะผู้หญิงนับสิบนับร้อยยังจะเรียกว่ารักภรรยาได้อยู่อีกเหรอคะ!" แต่ดูเหมือนเรวทัตจะไม่ฟังอะไรอีก เพราะตอนนี้เดินไปที่รถแล้ว "กรี๊ดดดด!!""คุณแม่เป็นอะไรคะ" มโนราห์ได้ยินเสียงร้องก็รีบลงมาดู"
"??" เมขลาได้ยินทุกคำพูดของแม่ใหญ่ที่พูดกับ.. แม้แต่คิดยังไม่กล้าเอ่ยชื่อในใจเลย คนที่ไม่ต้องการเธอ..เธอก็ไม่ต้องการคนแบบนั้นเช่นกัน"หนูเมย์" ยืนมองตามสามีเก่าไปครู่หนึ่ง พอหันกลับมาก็เจอเมขลาอยู่ตรงมุมบันได"คุณแม่ทำแบบนั้นทำไมคะ""บางทีมันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเราก็ได้""น้องเมย์ไม่เห็นด้วยค่ะ""แต่เขาคือ..." นางกำลังจะพูดว่าแต่นั่นคือพ่อแท้ๆ ของเมขลาเลยนะ"น้องเมย์ไม่อยากให้คุณแม่กลับไปเจอวังวนเก่าๆ อะไรที่เราสลัดทิ้งไปได้แล้ว ก็ปล่อยมันไปเถอะค่ะ"ทำไมเด็กอายุยังไม่ถึง 20 ถึงคิดได้กว่านาง ถ้านางใช้แค่หัวใจคิดก็คงจะกลับมาในวังวนเดิม แต่ถ้าใช้สมอง ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไป มันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้"แล้วแม่ต้องทำยังไง"เมขลามองใบหน้าผู้หญิงที่กาลเวลาไม่สามารถทำร้ายนางได้ เพราะถ้าเดินไปกับเธอทุกคนคงคิดว่าพี่กับน้อง ดวงตาของนางคลอไปด้วยม่านน้ำตาที่บดบัง ถึงแม้เธอจะอายุยังน้อย แต่ก็พอดูออกว่าท่านยังคงรักผู้ชายคนนั้นอยู่"ถ้าเขาคนนั้นกลับมา ทำให้คุณแม่ต้องทุกข์ใจอีก คุณแม่จะรับได้ไหมล่ะคะ" เพราะยังไงคนเดิมก็คงทำอะไรเหมือนเดิม ถ้าไม่งั้นคงไม่ออกไปไข่ไว้นอกบ้านจนทั่วแบบนี้"แม่ขออยู่คน
คฤหาสน์พลเอกเรวทัต"ดีใจจังเลยค่ะที่คุณผู้หญิงกลับมา""สบายดีกันไหม" กลับมาที่นี่ถึงสองครั้ง แต่ไม่ได้ถามสารทุกข์สุขดิบกันเลย เพราะแค่เห็นหน้าสามีเก่าก็ไม่มีอารมณ์ถามใครแล้ว"ไม่สบายก็ตรงที่คิดถึงคุณผู้หญิงนั่นแหละค่ะ""ปากหวานเหมือนเดิมนะพวกเราเนี่ย ช่วยกันเอาของเข้ามาข้างในก่อน""เดี๋ยวผมทำเองครับ" เพลิงซึ่งทำหน้าที่ขับรถรีบเดินไปเปิดกระโปรงหลัง"ฉันช่วยค่ะ" เมขลากำลังจะไปช่วยยกของแต่ถูกเพลิงห้ามไว้"เอาของขึ้นไปไว้ข้างบนเลย แม่ให้คนจัดห้องให้แล้ว""ครับ" ชายหนุ่มหิ้วกระเป๋าขึ้นไปที่ชั้นบน โดยมีหญิงคนรักเดินตามไป ส่วนของที่เหลือพวกแม่บ้านช่วยกันคนละไม้คนละมือกึก.."อืม" หญิงสาวตกใจเดินพ้นประตูเข้ามาเขาก็ปิดแล้วล็อกมันไว้ ไม่ได้ทำแค่นั้นเพลิงยังหันมาจูบพอหายตกใจเมขลาก็จูบกลับ คิดว่าคงไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ เพราะของที่เหลือเป็นของแม่ใหญ่คิดว่าจะจูบไม่นานพอให้หายคิดถึง ถ้าได้แยกกันอยู่จริง แต่นี่ขนาดจูบอยู่ยังคิดถึง"ผมรักคุณนะ" นิ้วแกร่งเขี่ยแก้มของหญิงคนรักเบาๆ "อยู่ที่นี่ห้ามดื้อเข้าใจไหม""คุณก็ห้ามแอบไปเที่ยวที่ไหนนะคะ""ไม่ไปไหนหรอก"ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ลงมา.."พี่
"คุณไม่มีพันธะ แต่คุณไม่คิดเหรอกว่าเกษมอาจจะมีพันธะอยู่ก็ได้"พุดตาลเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากสามีเก่า มันก็มีส่วนอยู่บ้าง พลเอกเกษมราษฎร์ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้น แถมภรรยาก็ตายจากไปนานแล้ว"เรื่องนั้นฉันคงไม่ให้ท่านต้องมาลำบากใจด้วยหรอกค่ะ..กลับกันเถอะลูก"พลเอกเรวทัตได้แต่มองตามหลังนางไป ทันใดนั้นก็คิดอะไรขึ้นมาได้"คนนี้ใช่ไหม ที่เป็นลูกของนวล" เรวทัตรีบเดินตามทั้งสองมาที่รถจากที่กำลังจะเปิดประตูพุดตาลถึงกับชะงัก"ผมจะรับลูกคนนี้กลับมาเลี้ยงเอง""??" พอประโยคนี้ออกจากปากพลเอกเรวทัต ทั้งสองที่ยืนหันหลังให้ ก็ได้หันกลับมามองพร้อมกัน "คุณหมายความว่ายังไง""ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นลูกอีกคนของผม มันก็ไม่แปลกที่ผมจะรับลูกกลับมาเลี้ยงเอง"พุดตาลรีบจับเมขลาหลบไว้ด้านหลังของตัวเองก่อน "เสียใจด้วยค่ะ แต่ตอนนี้เมขลาเป็นลูกของดิฉันแล้ว""คุณแน่ใจเหรอว่าจะพูดเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูเด็กคนนี้กับผม"เมขลาส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกกับแม่พุดตาลว่าเธอไม่ไป"แม่ไม่ยอมให้หนูไปอยู่แล้ว เรากลับบ้านกัน" นางรีบหันกลับไปเปิดประตูรถ เพื่อให้เมขลาได้ขึ้นไปนั่งก่อน"ถ้าคุณชอบขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่เป็นไรนะผมจัดให