อาการที่ปิดไว้ค่อยๆ สำแดงออกมา จากที่ไม่เคยรู้จักคำว่านอนกลางวัน แต่ 2-3 วันมานี้ ขวัญรดาจะต้องหลบเข้าไปในห้องนอนทุกวัน แถมเธอยังง่วงนอนไม่เป็นเวลาอีกด้วย
ติณณ์ตามเข้าไปดูเธอ เพราะคิดว่าเธอไม่สบาย แต่เมื่อสำรวจเนื้อตัวกลับพบว่าตัวเธอไม่ร้อน “สงสัยเมื่อคืนขวัญนอนไม่เต็มอิ่ม”บอกอย่างขอไปที แต่ไม่คิดว่าเขาจะคิดจริงจังมากกว่าเดิม“กลางคืนผมกวนขวัญมากเกินไปหรือเปล่า ถ้าขวัญเหนื่อยก็บอกผมนะ”ขวัญรดาหลับตา รับรู้ถึงสัมผัสจากมือหนาที่ยังจับต้องและลูบไล้ไปทั่วร่าง คล้ายกับว่าเขากำลังตรวจไข้เธออย่างไรอย่างนั้น“ขวัญแค่ง่วงนอน”“งั้นนอนเถอะ ผมไม่กวนแล้ว”“ขวัญอยากกินมะพร้าวน้ำหอม”ขวัญรดารีบบอกก่อนเขาจะออกไป เพราะจู่ๆ เธอนึกอยากกินมะพร้าวน้ำหอมมาก“เดี๋ยวผมไปซื้อมาให้”“ขวัญอยากกินมะพร้าวจากต้น ที่สวนของคุณป้ามีมะพร้าวน้ำหอมตั้งหลายต้น มันติดลูกแล้ว คุณไปขอคุณป้ามาให้ขวัญสักลูกสิ”ติณณ์เลิกคิ้ว นึกไม่ถึงว่าตนจะถูกใช้ให้ทำเรื่องอย่างนี้...แหนุ่มหล่อตระกูลดัง แต่กระเป๋าสตางค์แฟบ นิ่วคิ้วอย่างคิดไม่ตก…“ผมขอเวลาคิดอีกหน่อยแล้วกันนะครับ ถึงคุณบรรพตจะลดราคาให้แล้ว แต่มันยังเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับผม”“อย่ามาล้อเล่นกันน่า ระดับลูกชายคุณพฤกษ์กับเงินไม่ถึงยี่สิบล้าน มันจะยากตรงไหน”นั่นสิ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะกรอบขนาดนี้ ถ้าไม่มีบารมีพ่อ สงสัยจริงๆ ว่าเขาจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างทุกวันนี้หรือเปล่า“ซื้อที่ดินให้เมีย ผมจะขอเงินจากพ่อได้ยังไง ผมต้องทุบกระปุกซื้อเลยนะครับ” แม้จะพูดแบบขำๆ แต่มันเป็นเรื่องจริงทุกอย่าง“งั้นผมจะรอคุณติณณ์เจ็ดวันสำหรับราคาที่ผมเสนอวันนี้ ผมบอกไว้เลยนะว่าราคานี้พิเศษมาก มันเป็นราคาต่ำกว่าราคาประเมินหลายล้าน”เจ้าของที่ดินทิ้งท้ายก่อนจะตัดสายจากกัน ติณณ์เดินออกมาจากรถ เขาบิดกายไล่ความเมื่อยขบด้วยท่าทางสบายๆเอาน่า เดี๋ยวมันก็มีทางออกเอง ตอนนี้ขอไปกอดเมียให้ชื่นใจก่อนหัวใจติดปีกบิน งานกำลังไปได้สวย ที่ดินแปลงสวยที่หมายตาก็ได้เงื่อนไขดี...แม้ติดตรงเงินยังไม่พอ แต่ช่างมันเถอะ เดี๋ยวเขาก็ผ่านมันไปได้
แสงแดดยามเย็นเริ่มอ่อนแสง วันนี้อากาศไม่ร้อนอบอ้าว หากคนที่สำรวจมะพร้าวมาหลายทะลาย แต่ยังเลือกที่ถูกใจไม่ได้สักทีกำลังมีสภาพเหงื่อแตกซ่ก“ถ้าคุณไม่ไหว เรากลับกันก็ได้”“ไม่ไหวอะไร?”“ขวัญกลัวคุณจะเป็นลม”“ผมเป็นลมไม่ได้หรอก ผมต้องมีมะพร้าวน้ำหอมกลับบ้านไปด้วย ไม่งั้นเมียจะโกรธ เมียอาจไม่ยอมให้ผมเข้าบ้าน”“ถ้าคุณกลัวขวัญโกรธจริงๆ คุณก็คงไม่ลืมมันตั้งแต่แรก”“ผมขอโทษคร้าบ”ติณณ์ลากเสียงยาว บอกเลยว่าสิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือถูกเธอขุดเรื่องมะพร้าวน้ำหอมมาต่อว่าอย่างไม่ยอมจบสิ้นส่วนขวัญรดาก็รู้ทันว่าตนถูกล้อเลียน เพราะสีหน้าและท่าทางของเขาบอกให้รู้อย่างโจ่งแจ้งป่านนั้น“ถ้าไม่รู้สึกผิดก็ไม่ต้องขอโทษหรอก”ขวัญรดามองเมินไปทางอื่น เธอไม่สนใจเขาแล้ว ปล่อยให้เขางมหาลูกมะพร้าวคนเดียวต่อไปเถอะ...ในทีแรกเธอคิดจะช่วยเขาหา แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจ ไม่อยากช่วยแล้วท่าทางกระเง้ากระงอดของเมียสาวทำให้ติณณ์วางมือจากงาน แล้วหันมามองเธออย่างพิจารณา...ตั้งแต่ไหนแต่ไรม
“กินข้าวสองมื้อแล้ว ส่วนมื้อเย็นขวัญจะกินมะพร้าวให้หมดทั้งทะลาย”“ไหนตอนอยู่ที่สวนบอกว่าจะกินลูกเดียว”ขัดคอไปอย่างนั้นแหละ แต่มือก็จับมีดอีโต้ตั้งท่าเฉาะลูกมะพร้าวลูกที่สองให้เธอ แต่หวังในใจว่าเธอคงไม่กินทั้งหมดในคราวเดียว การที่เขาแบกมะพร้าวมาให้ทั้งทะลาย เพราะอยากจะให้เธอทยอยกินไปได้หลายวัน“ผมคิดว่าเด็กตัวเล็กๆ น่ารักดี”ติณณ์โพล่งคำตอบที่ยังติดอยู่ในใจ คนที่ตักเนื้อมะพร้าวกินอย่างเพลินใจก็ไม่พลาดที่จะโต้กลับ“ถ้าคุณคิดแค่นี้ก็หาลูกหมาลูกแมวมาเลี้ยงเถอะ”“ผมอยากเลี้ยงเด็กที่หน้าตาเหมือนผมกับขวัญมากกว่า ผมชอบตัวเองตอนที่คิดว่าจะทำอะไรเพื่อครอบครัว มันเหนื่อยก็จริง แต่มันเป็นความสุขที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน ถึงตอนนี้แค่คิดว่าผมจะทำงานสร้างความมั่นคงไว้ให้ลูกของเราในอนาคต ผมก็มีแรงเหลือเฟือแล้ว”“ทำไมต้องเป็นขวัญ” คำถามลอยๆ แต่ติณณ์เข้าใจดี“จะต้องให้ผมบอกด้วยเหรอ” เขาตีสีหน้ายิ้มๆ ปรายตามองเธอด้วยสายตามีเลศนัย “ขวัญน่ารัก ถูกตาต้องใจผม แถมหุ่นยังอวบ
ร่างเปลือยเปล่าขาวโพลนสะท้อนจากกระจกในห้องน้ำ ขวัญรดาเขย่งเท้าขึ้นมาเพื่อจะเห็นร่างกายท่อนบนให้ชัดเจนขึ้น“หนูอยู่ในนี้ใช่ไหม แม่ยังไม่บอกเรื่องของหนูให้ใครรู้ แต่อีกไม่นานหรอก แม่จะพาหนูไปรู้จักกับคุณตาคุณยาย พวกท่านจะต้องดีใจที่หนูมาแล้ว อ้อ! หนูยังมีคุณป้าคนสวยด้วยนะ”มือบางวางทาบบนหน้าท้องที่ยังแบนราบ เธอทักทายลูกน้อยด้วยการไล้วนรอบๆ ท้องอย่างที่ทำอยู่ทุกวันขวัญรดาเชื่อว่าชีวิตน้อยๆ ที่ก่อเกิดขึ้นมาสามารถรับรู้สิ่งที่เธอสื่อไปถึง เธอพูดคุยและสัมผัสลูกทุกวันตั้งแต่รู้ว่าเขามีตัวตนอยู่ในท้องของเธอ“ส่วนพ่อของหนู...” ก้อนบางอย่างถูกกลืนลงในลำคอ ขวัญรดาส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป “พ่ออยู่กับเรา พ่ออยู่ใกล้ๆ เราทุกวัน แต่แม่ยังไม่บอกพ่อว่าแม่มีหนูแล้ว...แม่โกหกพ่อว่าแม่คุมกำเนิด แม่ไม่รู้ว่าถ้าพ่อรู้ความจริง เขาจะโกรธแม่ที่ปิดบังเขาหรือเปล่า”อยากบอกให้ลูกเข้าใจว่าเธอทำอย่างนี้เพราะยังไม่มั่นใจในตัวพ่อของลูก แต่ถ้าถามว่าเขาทำอะไรถึงทำให้เธอแคลงใจ ถึงตอนนี้เธอก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันมันอาจเป็นความเปราะบางข
‘หนูเห็นแม่ แม่ตัวเปียกหมดเลย หนูเห็นจริงๆ นะจ๊ะป้า’‘แม่อาบน้ำเสร็จ แม่ก็ไปสวรรค์ค่ะ แม่ไม่หนาว เพราะแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้ว แม่ของหนูยังมองหนูอยู่บนสวรรค์ทุกวัน แม่บอกให้ขวัญอยู่กับลุงและป้าใช่ไหมคะ เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ ขวัญต้องเป็นเด็กดีให้แม่ชื่นใจนะลูก’เด็กหญิงพยักหน้าหงึกๆ...เธอจำคำสั่งของแม่ได้ แม่บอกให้เธอรอลุงกับป้าอยู่ที่บ้านหลังนั้น ต่อมาลุงกับป้าก็ไปรับเธอมาอยู่ที่นี่ ที่บ้านหลังนี้มีพี่ภัสที่แสนใจดีอยู่อีกคน พี่ภัสเอาของเล่นมาให้เธอมากมาย แถมยังมีเสื้อผ้าชุดใหม่สวยๆ มาให้เธอใส่อีกด้วย“ขวัญจำได้...ขวัญจะอยู่กับลุงและป้า ขวัญจะอยู่กับพี่ภัส”เสียงพึมพำดังชัดเจนขึ้น คนที่คอยเงี่ยหูฟังยื่นมือไปกดสวิตช์โคมไฟตรงหัวเตียงให้ส่องสว่าง เขามองคนที่นอนอยู่ข้างกาย เธอยังหลับตาพริ้มขวัญนอนละเมอ...ติณณ์ได้ยินเสียงสะอื้นไห้คลอเสียงพูดพึมพำมาสักพักใหญ่ ในทีแรกคิดว่าขวัญรดารู้สึกตัวตื่น เขาจึงถามไปหลายรอบว่าเธอเป็นอะไรหรือต้องการอะไร แต่เธอยังพูดพึมพำจับใจความไม่ได้เหมือนเดิม นั่นแหละเขาจึงรู้ว่าเธอคงฝันแล
“ขวัญกลับมาแล้วค่ะ”ออราของความสุขพวยพุ่งมาตามสาย จนคนปลายสายอดที่จะขัดคอไม่ได้“เสียงระรื่นเชียวนะ แล้วยังไง เธอคืนบ้านให้เอเดนแล้วเหรอ”“ใช่ค่ะ ขวัญกับคุณติณณ์เคลียร์บ้านพักกันทั้งวัน ทำท่าจะไม่เสร็จเอาดื้อๆ คุณป้าเลยบอกให้ทิ้งไว้แค่นั้น แล้วจะให้คนงานไปทำต่อทีหลัง ขวัญกับคุณติณณ์เลยขนเสื้อผ้ากลับมาที่บ้านบางกรวย”“สรุปว่าเธอกลับมาคืนดีกับผัวแล้ว?”“เรียกว่าคืนดีได้ยังไง ขวัญกับเขาไม่เคยเลิกกันสักหน่อย”“เฮ้อ! นี่แหละน้า เขาถึงว่าอย่าออกตัวแรงกับเรื่องของผัวเมียเขา ฉันเคยบอกให้แม่ไปด่านายติณณ์ให้สำนึกไม่ทัน ดีนะที่แม่ไหวตัวทัน จัดไปแค่เบาๆ ไม่งั้นคงพากันเบรกแตกหน้าแหกทั้งคู่”“ขวัญไม่ปล่อยให้พี่ภัสกับแม่ต้องเป็นแบบนั้นหรอก”ขวัญรดาส่งเสียงอ้อน เพิ่งรู้นะว่ามีเรื่องอย่างนี้ด้วย ไม่เห็นติณณ์บอกเธอเลย“น้อยไปสิ”“พรุ่งนี้ขวัญจะไปหาพ่อกับแม่ที่บ้านช่วงค่ำๆ พี่ภัสอยู่บ้านหรือเปล่าคะ”เพราะวันพรุ่งนี้เป็นทำงา
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ภัส คุณติณณ์ได้ส่วนลดจากเจ้าของที่ดินมาพอสมควร ถือว่าเราได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย ส่วนคุณติณณ์ก็เลิกแหย่พี่ภัสได้แล้ว และอย่าเอาเรื่องที่พี่ภัสบอกไปฟ้องคุณเอเดนนะ เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติด”ขวัญรดารีบเข้ามาสงบศึก...คิดอยู่แล้วเชียวว่าสองคนนี้จะพูดจากันดีๆ ได้สักกี่คำ“หัดมองโลกในแง่ดีอย่างน้องสาวของเธอบ้างนะ”ติณณ์พูดลอยๆ ส่วนภัสสราก็คันปากยิบๆ...เธอมองโลกในแง่ร้ายตรงไหน ก็แค่ไม่อยากให้เขากับน้องสาวเสียผลประโยชน์ให้กับเศรษฐีหน้าใหม่อย่างเอเดนเท่านั้นเอง แต่ใครจะรู้ว่าเธอทำคุณบูชาโทษกันเล่า“คุณก็เลิกกัดพี่ภัสได้แล้ว พี่ภัสหวังดีกับคุณ”“สั่งสอนไปอีกยายขวัญ ให้ผัวของเธอสำนึกได้เสียทีว่าเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ” คนอย่างภัสสราถนัดซ้ำเติมคนอื่นอยู่แล้ว“เคยได้ยินคำว่าผัวเมียถือเป็นคนคนเดียวกันไหมครับคุณภัสสรา” ติณณ์ย้อน ก่อนจะวิเคราะห์อย่างคนรู้ดี “เธอช่วยต่อราคารถให้เอเดน มันถือเป็นเรื่องธรรมดาของเธอ ยังไงก็ช่วยกันรักษาผลประโยชน์อยู่แล้ว ฉันกับขวัญถือเป็นคนนอก เราเข
ติณณ์ส่ายหน้า อยากบอกเธอว่าไม่เป็นไร แต่เขาพูดไม่ออก ไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาของคนที่ได้รู้ตัวว่ากำลังจะเป็นพ่อคนกำลังเอ่อท้นออกมา จนภรรยาต้องหยิบกระดาษทิชชูมาซับออกให้ภัสสราดีใจที่ตัวเองจะมีหลาน แต่พอหันไปเห็นโหมดซึ้งของผัวหนุ่มเมียสาวแล้วเธอกลับทำหน้าไม่ถูก เพราะมันไม่ชิน อีกทั้งการได้เห็นคู่ปรับเก่ามีน้ำตาคลอหน่วยตา มันก็ทำให้เธอรู้สึกผิดคาด ชาตินี้ไม่คิดว่าจะเห็นภาพนี้ของเขา คนแข็งกระด้างอย่างนายติณณ์นี่นะเหรอจะมาเสียน้ำตาให้ใคร แต่มันก็เป็นไปแล้ว แถมยังเสียน้ำตาให้คนที่ยังไม่ได้เห็นหน้า...ตอนนี้หลานของเธอคงโตเท่าเม็ดถั่วเขียวอยู่ในพุงของน้องสาว“ฮะแฮ่มๆ” เรียกร้องความสนใจไปหนึ่งกรุบ แล้วพูดขึ้นมา ก่อนที่สองผัวเมียจะดึงดรามากันไปไกล “กินข้าวกันเถอะ ฉันหิวแล้ว ส่วนขวัญก็กินเยอะๆ กินเผื่อหลานของฉันด้วย ไม่ต้องกลัวอ้วนแล้ว นาทีนี้เธออยากกินอะไรก็กิน เดี๋ยวฉันจะซื้อขนมเจ้าอร่อยไปให้เธอกินด้วย”คนที่ทำตัวได้ปกติมากที่สุดก็คงเป็นคุณวิจัยและคุณจงกล หญิงชายวัยกลางคนมองลูกเขยและลูกสาวคนเล็กนิ่งๆ ก่อนที่คนเป็นพ่อจะพูดขึ้นมา“ขวัญไปตรวจท้องกับ
เวลาบ่ายสองโมงของวันหยุด เด็กชายวัยเก้าขวบหน้าตาคมคายส่อแววหล่อเหลาเดินเข้ามาในบ้าน หลังจากที่เขาไปช่วยพนักงานเสิร์ฟอาหารอยู่ในร้านอาหารของแม่ซึ่งตั้งอยู่ในแปลงที่ดินข้างบ้านขวัญรดามองลูกชาย เมื่อไม่เห็นว่าลูกสาวกลับมาพร้อมกัน ทั้งที่ตอนขาไป ลูกทั้งสองคนยังเดินจับมือกันอยู่เลย เธอจึงคิดจะถาม...แต่เจ้าตัวก็ฟ้องขึ้นมาเสียก่อน“คุณแม่ครับ ข้าวหอมไม่ยอมกลับบ้านอีกแล้ว”“น้องทำอะไรอยู่คะ แล้วน้องอยู่กับใคร”“น้องขายผักกับอยู่พี่มุกครับ เมื่อกี้น้องถ่ายคลิปลงติ๊กต็อกด้วย ทั้งสองคนทำอะไรกันก็ไม่รู้ น่าเบื่อมาก ต้นรอไม่ไหว คุณแม่ไปตามน้องกลับบ้านหน่อยสิครับ”ดูท่าทางคนเป็นพี่ชายจะไม่สบอารมณ์ในตัวน้องสาวจริงๆ ขวัญรดาจึงต้องคุยต่อเพื่อหาสาเหตุ“ป้าจ๋าอยู่กับน้องใช่ไหมจ๊ะ แม่ว่าเราปล่อยให้น้องอยู่ที่ร้านไปก่อนก็ได้นะ”ป้าจ๋าเป็นพี่เลี้ยงของลูกสาวมาตั้งแต่เจ้าตัวยังเป็นเด็กอ่อน หากมีพี่เลี้ยงคนนี้อยู่ด้วย ขวัญรดาก็วางใจว่ามีคนที่ดูแลลูกสาวแทนตนได้“ป้าจ๋าอยู่ด้วยครับ แต่ต้นไม่ชอบให้น
“พ่อคับ...กินคุกกี้”น้องแต็งค์หรือเด็กชายตนุธิป เด็กชายที่เพิ่งเป่าเค้กวันเกิดครบรอบสองขวบไปเมื่อหลายเดือนก่อน ถือกล่องใส่คุกกี้ช็อกโกแลตมาให้คุณพ่อลูกสามช่วยเปิดฝากล่องให้คุณพ่อลูกสาม?ถูกต้องแล้ว...คุณพ่อที่เคยยืนยันเสียงหนักแน่นว่าเขายังไม่คิดจะมีลูกคนต่อไป ตราบใดที่ลูกคนแรกยังไม่โตพอ อีกทั้งเขาจะต้องได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเสียก่อนหากในความเป็นจริงนั้น แค่เพียงน้องต้นกล้าอายุได้หกเดือน ขวัญรดาก็ตั้งท้องลูกคนที่สองด้วยความยินยอมพร้อมใจกันของทั้งสองคน โดยท้องนี้พวกเขาได้ลูกสาวหน้าตาจิ้มลิ้มมาอุ้มชู พวกเขาตั้งชื่อให้ลูกสาวว่าน้องข้าวหอมหรือเด็กหญิงเขมนิจ ปัจจุบันเด็กหญิงอายุได้แปดขวบแล้ว ซึ่งพ่อกับพี่ชายนั้นหวงแม่หนูมาก“หนูขออนุญาตคุณแม่หรือยังครับ คุกกี้กล่องนี้คุณแม่เก็บไว้ให้พี่ๆ กินด้วยหรือเปล่า”“แต็งค์จะกินคุกกี้แลต”พ่อหนูน้อยยืนยัน เป็นอันรู้กันว่าคุกกี้ช็อกโกแลตเป็นของโปรดของเจ้าตัว อย่าหวังว่าจะยอมแบ่งให้ใคร แถมยังทำท่าทางขัดใจอย่างสุดฤทธิ์เมื่อถูกพ่อพูดจาตะล่อมหวังจะให้เปลี่ยนใจ&
หนึ่งเดือนถัดจากนั้น ณ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำที่คุณอิงอรเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แตงโมน้อยก็ได้ฤกษ์ออกมาลืมตาดูโลกคุณแม่มือใหม่เข้าไปนอนรอคลอดอยู่ในห้องพักพิเศษสองวัน ลูกชายคนแรกของเธอถึงคลอดออกมา ทารกน้อยเนื้อตัวอวบอ้วน ภัสสราที่มาเยี่ยมหลานในทันทีเมื่อรู้ข่าวก็บอกอย่างตื่นเต้น“เมื่อกี้ฉันไปดูหลานในห้องเด็ก หลานตัวโตมาก แทบจะตัวโตที่สุดในบรรดาเด็กที่นอนเรียงกัน ทั้งที่ขวัญตัวเล็กนิดเดียว แถมตอนท้องก็ไม่ได้อ้วนขึ้นเลย”“น้ำหนักตัวของขวัญก็ขึ้นนะคะ แต่ขึ้นตามเกณฑ์ของคุณหมอ ขวัญกินอาหารตามที่หมอแนะนำ ขวัญไม่ได้กลัวอ้วนนะ แต่ขวัญคิดถึงแต่ลูก อยากให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วนมากที่สุด”“มันได้ผลจริงๆ นะ เพราะลูกของเธอตัวโตเชียว”“พ่อเขาก็ตัวโต หน้าตาหล่อคมกระเดียดไปทางพ่ออีกนั่นแหละ”คุณจงกลที่อยู่เฝ้าขวัญรดามาทั้งวันพูดแทรกขึ้น เพราะนางพินิจหลานชายอยู่สักพักใหญ่ แล้วจึงได้ข้อสรุปตามนั้น“จริงด้วยสิ ภัสลืมไปเลย”ภัสสราไม่ได้แกล้งน้องเขย แต่เธอลืมไปจริงๆ ว่าหลานชายที่หน้าตาน่
“โดนจนได้นะแคท จำเป็นบทเรียนไว้เลยว่าทีหลังอย่าร้ายกับคนที่ไม่ได้ร้ายกับเรา แต่ถ้าใครร้ายมา เราก็ร้ายตอบ อันนี้ไม่ผิดกติกา แถมเรายังหาแนวร่วมได้อีกด้วย”รุ่นใหญ่ในวงการบันเทิง เพราะทำงานมาตั้งแต่เด็ก พูดด้วยอารมณ์ไม่ได้ดังใจขณะดูข่าวของญาติตัวเองทางโทรศัพท์มือถือ คนเป็นน้องสาวที่นั่งลูบท้องโตๆ อยู่ข้างๆ ก็ถอนหายใจ“ขวัญรู้สึกไม่ดีเลย มีทางไหนที่เราพอจะช่วยคุณแคทได้บ้างไหมคะ”ยอมรับว่าพอกำลังจะมีลูก เธอก็รู้สึกอ่อนไหวไปเสียหมด ไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อนเพราะตัวเอง ซึ่งภัสสราก็เข้าใจน้องสาวดี“เราเป็นแค่คนตัวเล็กๆ นะขวัญ เราช่วยใครไม่ได้หรอก ส่วนตัวแคทเองก็มีมูลค่าในวงการบันเทิงมากพอ เดี๋ยวเขาก็ไปต่อได้ เราไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับเรา แคททำตัวของเขาเอง ติณณ์ก็ไม่ได้ทำอะไรที่มันมากเกินไป เขาแค่ตอบโต้แคทเพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว งานนี้เรียกว่าแคทแพ้ภัยตัวเอง”“แต่ถึงกับถูกปลดออกจากละคร มันก็หนักไปนะ”แม้ไม่เคยอยู่ในจุดนั้น หากขวัญรดาคิดว่าตนพอจะเข้าใจความรู้สึกของคัทรียา มันคงไม่ต่
นายชัชชัยเสียชีวิตในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในสองวันต่อมา ลูกและภรรยาต่างก็เสียใจ แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกโล่งใจไปด้วย...จบสิ้นกันสักทีในส่วนความรับผิดชอบที่มีต่อเหยื่อและครอบครัวนั้น หน่วยงานที่นายชัชชัยสังกัดอยู่ได้ออกมากล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง อีกทั้งพร้อมแสดงความรับผิดชอบโดยไม่มีการโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้นภรรยาและลูกทั้งสองคนของนายชัชชัยก็ไม่ทอดทิ้งใคร นอกจากคำขอโทษที่มีต่อทุกคน พวกเขายังคงให้ความช่วยเหลือผ่านหน่วยงานที่ออกหน้ามาดูแลผู้เคราะห์ร้ายแม้แต่ปกรณ์ซึ่งเป็นสามีของผู้หญิงที่นายชัชชัยเคยชุบเลี้ยง เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ลูกและภรรยาของนายชัชชัยก็ให้ความช่วยเหลือเขาเช่นเดียวกัน ในขณะนี้ปกรณ์ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีวีรยาคอยดูแลอย่างไม่ยอมห่าง ซึ่งอาการของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆไม่มีใครอยากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้...เป็นอย่างที่ลูกชายของนายชัชชัยคาดไว้จริงๆ ไม่มีญาติของนายชัชชัยมาร่วมงานศพของเขาสักคน ในงานคงมีแต่ภรรยาและลูกที่จัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นอย่างเร่งรีบและรวบรัดเท่านั้นขวัญรดาทำบุญไปให้นายช
“ภัสคุยกับติณณ์อยู่ค่ะ ติณณ์ไม่ให้ขวัญดูข่าว บ้านนั้นจะปิดทีวีทั้งวัน ติณณ์จะคอยติดตามข่าวแล้วบอกกับขวัญเอง ส่วนขวัญก็รู้เรื่องแล้ว ขวัญทำใจกับเรื่องนี้ได้ค่ะ”ภัสสราเคยโกรธนายชัชชัยนักหนาที่ตัดรอนขวัญรดา เขาไม่ยอมรับว่าขวัญรดาเป็นลูกสาว นับตั้งแต่ขวัญรดาย้ายมาอยู่กับครอบครัวของเธอ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยมาหาและไม่เคยติดต่อน้องสาวอีกเลยทว่าในเวลานี้ ภัสสรากลับนึกขอบคุณโชคชะตาที่พาให้เหตุการณ์ในอดีตเบนไปในเส้นทางนั้น อย่างน้อยมันก็ทำให้ขวัญรดาไม่รู้สึกผูกพันกับพ่อผู้ให้กำเนิด ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป น้องสาวของเธอก็จะทำใจยอมรับทุกเรื่องได้ง่ายขึ้น“แตงโม...แตงโมชื่ออะไรดีครับ เดี๋ยวพ่อเอาชื่อมาให้หนูเลือกนะ”เสียงของว่าที่คุณพ่อดังอยู่เหนือศีรษะ คนท้องที่อิงซบอยู่กับอกเขาต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง“คุณติณณ์เอาชื่อมาจากไหนคะ”“เว็บไซต์สำหรับตั้งชื่อลูก มีแต่ชื่อมงคลความหมายดีๆ ทั้งนั้น”“งั้นบอกมาเลยค่ะ ขวัญจะช่วยแตงโมเลือกเอง”“ตนุธิป ตนุนันท์ ตนุพัชร์...สามชื่อน
หากแค่หันหลังกลับมา วีรยาก็เย็นวาบไปทั้งตัว...ชัชชัยกำลังเล็งปืนมาที่เธอ“แค่กูลั่นไก มึงก็ตายห่า”วีรยายืนนิ่งงัน กลั้นลมหายใจและไม่ตอบโต้เขา...ปืนจ่อหน้าผากอย่างนี้ ใครไม่กลัวตายบ้างล่ะ มัจจุราชคงยืนขนาบข้างเธอแล้วเวลาผ่านไปแค่ไม่กี่วินาที แต่วีรยารู้สึกเหมือนนานชั่วกัปชั่วกัลป์ กระทั่งปืนกระบอกนั้นลดต่ำลง ลมหายใจที่กลั้นเอาไว้จึงค่อยๆ ผ่อนออกมา สัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดกำลังพุ่งพล่านอยู่ในอกวีรยาฉวยโอกาสที่มีอยู่น้อยนิดเข้าไปนั่งในรถ เธอรีบสตาร์ตรถ มือที่กำพวงมาลัยรถกำลังสั่นระริก หางตาชำเลืองแลชัชชัยอย่างหวาดกลัว ก่อนที่รถญี่ปุ่นคันกะทัดรัดจะพุ่งทะยานผ่านประตูรั้วออกไปจากบ้านพักริมทะเลหลังนั้นรถญี่ปุ่นคันสีแดงแล่นห่างจากบ้านพักริมทะเลได้ประมาณสองกิโลเมตรในทิศทางตรงเข้าสู่ตัวเมือง คนขับสาวเห็นสภาพร่อแร่ของผู้ชายที่นั่งข้างๆ เธอก็รู้สึกสงสารเขาจับใจ“คุณเต้ยอดทนไว้นะ วีกำลังจะพาคุณไปหาหมอ”“หนีก่อน...อย่าวางใจเขา”เสียงแหบห้าวดังแผ่วเบา วีรยาได้ยินไม่ชัด แต่เธอไม่ได้ถามเขาซ้ำ เพราะใจของเธอกำลัง
ซู่ ซู่ ซู่...เสียงคลื่นทะเลซัดสาดดังอยู่ไม่ไกล หญิงวัยสี่สิบปีที่ยังสาวและสวยอยู่มากเพราะดูแลตัวเองดี พลิกกายบนเตียงนอน ก่อนจะวาดแขนไปยังที่นอนข้างๆ แต่เธอกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า“ไปไหนของเขานะ?”เจ้าของร่างเปลือยเปล่าลุกขึ้นนั่ง เธอคว้าเสื้อคลุมนอนที่ถอดทิ้งไว้ตรงปลายเตียงขึ้นมาสวม แล้วเดินออกไปตามหาคนที่นอนกกกอดกันทั้งคืน“คุณเต้ย...คุณเต้ยอยู่ไหนจ๊ะ”เสียงหวานเพรียกหาพลางยกมือขึ้นมาสางผมยาวเป็นลอนใหญ่เพื่อจัดทรงไปด้วยบ้านทั้งหลังเงียบสนิท สาวใหญ่ชะโงกหน้าไปมองในห้องนั่งเล่น หากไร้วี่แววคนที่กำลังตามหา เธอจึงคิดจะกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เพราะคิดว่าชายหนุ่มคงออกไปเดินเล่นริมหาด...เดี๋ยวเขาก็กลับมาพลันหางตาแลเห็นเงาวูบไหวหลังผ้าม่านกรองแสงที่กั้นผนังกระจกของห้องโถง หัวใจของเธอกระตุกแรง เพราะเงาร่างนั้นคล้ายคนคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี สาวใหญ่ตรงไปผลักประตูบานนั้นให้เปิดออกอย่างไม่รีรอ“พี่ชัชมาที่นี่ได้ยังไง”เธออุทานถาม...เป็นเขาจริงๆ ด้วย การต้องเผช
สองหนุ่มสาวก้าวขึ้นมาบนสำนักงานเขตด้วยท่าทางเร่งรีบ พวกเขากลายเป็นจุดสนใจของประชาชนที่มาใช้บริการกันอย่างเนืองแน่น เพราะความสวยหล่อและความมีชื่อเสียงของคนทั้งคู่ อีกทั้งไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เจอพวกเขาในสถานที่แห่งนี้ภัสสรากวาดสายตามองหาน้องสาว เมื่อเกือบชั่วโมงก่อน เธอได้รับสายจากเจ้าตัวว่าขอให้มาเป็นพยานในการจดทะเบียนสมรส ภัสสราจึงตามมาเมื่อเห็นว่ามีช่วงเวลาว่างมากพอ หากเมื่อคนที่อยู่ใกล้ๆ รู้เรื่องเข้า เขาก็อาสามาเป็นพยานด้วยอีกคน โดยที่ไม่มีใครร้องขอเขาเลยเรื่องมันก็เป็นอย่างนี้แหละ...ภัสสราอยากป่าวประกาศให้เจ้าของสายตาหลายคู่ที่มองมาแล้วหันไปซุบซิบได้เข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เธอกับเขาเข้ามาในแผนกจดทะเบียนสมรสในเวลาใกล้เที่ยงของวันนี้“พี่ภัสทางนี้ค่ะ” เสียงของขวัญรดาทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง ก่อนจะตรงปรี่ไปหาคนท้องที่นั่งบนเก้าอี้รอคิวหน้าห้องทำการ“ใกล้จะถึงคิวขวัญพอดี ขอบคุณคุณเอเดนที่เสียสละเวลามาเป็นพยานให้ขวัญกับคุณติณณ์ด้วยนะคะ ฉุกละหุกหน่อยค่ะ ขวัญกับคุณติณณ์มาถึงที่นี่แล้วถึงได้รู้ว่าเราต้องมีพยานมาด้วย ขวัญเลยต้องโทร.ไปบอกพ