พวกเขาต้องกลับไปเมืองอินเป่ยให้เร็วที่สุด หาไม่ถ้าถูกทหารพบเห็นเข้ากลางทาง คงมิวายต้องเกิดการนองเลือดขึ้นอีกรถม้าสามคันออกจากอำเภอไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทางเมืองอินเป่ยขณะรถม้าสามคันกำลังเร่งเดินทางอยู่นั้น จู่ๆ เหนือท้องฟ้าขึ้นไปพลันมีเสียงกู่ร้องเจี่ยนอันอันเลิกผ้าม่านรถขึ้นมอง จึงเห็นนกแร้งสองตัว กำลังบินฉวัดเฉวียนอยู่กลางอากาศซึ่งเจี่ยนอันอันจำนกแร้งสองตัวนี้ได้ เป็นนกที่ฉู่ชางเหยียนเลี้ยงดูอยู่ในวังหลวง“นกแร้งหัวโกร๋นสองตัวนี้ไม่อยู่ในวัง บินมาที่นี่ทำไมกัน?”เจี่ยนอันอันบ่นพึมพำเบาๆ แต่ยังถูกฉู่จวินสิงได้ยินเข้า“ข้าจะไปยิงลงมาเดี๋ยวนี้” ฉู่จวินสิงกล่าว และจะสั่งให้รถม้าหยุดเดินทางเจี่ยนอันอันแสดงท่าทีให้เขาอยู่เฉยไว้ก่อน “รอดูอีกสักครู่ หากนกแร้งสองตัวนี้คิดมาปองร้ายเรา ค่อยสอยลงมาย่างกินก็ยังไม่สาย”เจี่ยนอันอันรู้สึกว่านกสองตัวนี้ไม่ได้ถูกฉู่ชางเหยียนบงการให้มา แต่เป็นเพราะพวกมันบินมาเองต่างหากเพราะฉู่ชางเหยียนไม่รู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งนกแร้งมาจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเขาฉู่จวินสิงไม่คัดค้าน จึงนั่งลงอย่างวางใจต่อไปส่วนนกแร้ง
เจี่ยนอันอันคลี่ม้วนกระดาษออก พลันเห็นอักษรเขียนอยู่สองแถว“อันอัน จวินสิง นกแร้งสองตัวนี้ถูกจื่อซีฝึกฝนมา วันหน้าจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือพวกเจ้า”เจี่ยนอันอันอ่านถึงตรงนี้ พลันสีหน้าผุดรอยยิ้มออกมานางยื่นกระดาษให้ฉู่จวินสิงได้อ่าน ทั้งคู่ต่างรู้สึกยินดีปรีดานี่คือนกแร้งที่ฉู่ชางเหยียนเลี้ยงอยู่ในวังมาหลายปี กลับถูกฉู่จื่อซีฝึกซ้อมจนเชื่องได้อีกทั้งให้พวกมันกลืนกระดาษลงคอตั้งหลายวัน ยังไม่มีผู้ใดพบเห็นพวกมันก็อดทนอยู่นาน จนในที่สุดก็ได้คายกระดาษออกมา ส่งมอบให้แก่เจี่ยนอันอันช่างลำบากนกแร้งสองตัวนี้นักหากจะบอกว่าเพราะพวกเขาผ่านการแปลงโฉมมา คนอื่นจะไม่รู้ฐานะที่แท้จริงแต่นกแร้งไม่เหมือนกัน พวกมันสามารถใช้การดมกลิ่น จนรู้ฐานะแท้จริงของเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงอีกทั้งเมื่อเจี่ยนอันอันลักลอบเข้าไปในห้องทรงอักษร นกแร้งสองตัวนี้ก็จำกลิ่นได้ อีกทั้งด้วยสายตาแหลมคมของพวกมัน จึงรู้ว่านั่นคือเจี่ยนอันอันนานแล้วแต่ในเมื่อได้รับการฝึกสอนจากฉู่จื่อซี พวกมันก็ต้องเชื่อฟังฉู่จื่อซีมากกว่าแม้ว่าจะอยู่ในห้องทรงอักษร พวกมันก็ทำตามคำสั่งฉู่จื่อซี ทำให้ฉู่ชางเหยียนหลงเชื่อฉู่ช
เจี่ยนอันอันลืมตาขึ้นโดยพลัน จึงเห็นฉู่จวินสิงกำลังจ้องมองนางด้วยความห่วงใยอยู่และสายตายังมองไปถึงหน้าท้องนางด้วยเจี่ยนอันอันเพิ่งตระหนักว่าเพราะเมื่อครู่แอบถอนหายใจ จึงทำให้ฉู่จวินสิงเข้าใจนางผิดไปนางยิ้มจนเห็นฟัน “ข้ามิได้เจ็บป่วยอันใด ลูกในท้องก็ยังไม่เป็นตัว ท่านไม่ต้องกังวลมากนัก”“เช่นนั้นเมื่อครู่ เหตุใดเจ้าจึงถอนหายใจ?” ฉู่จวินสิงยังคงห่วงใยต่อสุขภาพของเจี่ยนอันอันเพราะยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์ อีกทั้งหลายวันนี้ก็ติดตามเขาเดินทางรอนแรมไปหลายแห่งหากนางรู้สึกไม่สบายแห่งใดจริง คงไม่ยอมเอ่ยปากพูดโดยง่ายฉู่จวินสิงเริ่มรู้นิสัยเจี่ยนอันอันมากขึ้น นางเป็นหญิงที่เข้มแข็งมาโดยตลอดไม่เคยแสดงการออดอ้อนฉอเลาะออกมาให้เห็นต่อให้มีกิจกรรมบนเตียงกับเขา ถูกเขาตักตวงความสุขเสียจนอ่อนแรงหรือแม้กระทั่งปวดหลังเมื่อยเอว ก็หาได้ปริปากโอดครวญแม้แต่สักครั้งไม่และครั้งนี้ ฉู่จวินสิงก็เชื่อว่าเพราะนางเกรงว่าเขาจะเป็นห่วง จึงบอกว่าตนไม่เป็นไรมากเจี่ยนอันอันมิได้เอ่ยถึงเรื่องราวในคลังอาวุธ นางจึงกล่าวมุสา“ข้าถอนใจเพราะเราไม่อาจเดินทางต่อด้วยทางหลักอีก การมาทางอ้อมเช่นนี้ เกรงว่าอาจต้อง
ในขณะที่เครื่องแต่งกายของเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิง ก็ดูค่อนข้างหรูหราอยู่หากบอกว่าตนเป็นพ่อค้าเร่ ก็พอเชื่อถือได้บ้างผู้เป็นหัวหน้าทหารมองด้วยสายตาเย็นชา พร้อมกล่าวเสียงเย็น “กินข้าวอิ่มแล้ว ให้รีบไปจากที่นี่ซะบริเวณนี้มักมีสัตว์ป่าออกมาเพ่นพ่าน หากเกิดเรื่องอันใดขึ้น อย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกเจ้าก่อนล่ะ”ขณะพูดนั้น ยังได้เหลียวมองนกแร้งสองตัวที่อยู่ไม่ไกลนักดีที่บริเวณนั้นพอมีเนื้อดิบให้พวกมันได้แบ่งปัน หาไม่มนุษย์กลุ่มนี้อาจกลายเป็นอาหารอันโอชะของพวกมันก็ได้เจี่ยนอันอันรีบกล่าวขอบคุณ พร้อมบอกว่าหลังกินข้าวเสร็จจะรีบเดินทางต่อทันทีหัวหน้าทหารเห็นพวกเขาล้วนเป็นคนแปลกหน้า ไม่ใช่คนที่ต้องการจะจับตัวเมื่อกล่าวจบจึงพูดกับทหารอื่น “พวกเราไปเถิด”ทหารทั้งกลุ่มขี่ม้าจากไป เจี่ยนอันอันโยนเนื้อดิบให้นกแร้งสองตัวกินเพิ่มอีกเมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว ทุกคนพักผ่อนครู่หนึ่งแล้วจึงขึ้นรถม้าเดินทางต่อไปหลังจากพ้นเส้นทางลัดแล้ว ก็มาถึงทางหลวงเช่นเดิมนกแร้งสองตัวก็เห็นใจเหล่ามนุษย์ จึงไม่ได้นำพาพวกเขาไปยังทางลัดอีกหลังจากพวกมันบินจนเหนื่อย ก็จะไปพักผ่อนที่หลังคารถม้าเพราะมีนกแร้งสองต
เนื่องจากจู่ๆ ก็มีคนจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นในลานเรือน คนในครอบครัวเลี่ยวเฉิงวั่งจึงออกมาดูที่ลานเรือนกันหมดหลีซื่อ ภรรยาของเลี่ยวเฉิงวั่งเดินออกมาถาม “ตาเฒ่า คนพวกนี้เป็นใครรึ?”เลี่ยวเฉิงวั่งบอกเรื่องที่พวกเขาจะพักอยู่ที่นี่ต่อคนในครอบครัวคนทั้งครอบครัวไม่มีความเห็นแย้ง หากทักทายทุกคนอย่างอบอุ่นยิ่งในความคิดของพวกเขา ขอเพียงสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ นั่นก็จะเป็นการสั่งสมบุญกุศลสำหรับพวกเขาในภายภาคหน้าส่วนคนเหล่านี้ดูแล้วก็ไม่เหมือนว่าจะเป็นคนไม่ดี พวกเขายิ่งไม่มีความคิดเห็นอย่างอื่นลูกชายกับลูกสะใภ้เห็นดังนั้นก็จะไปจัดการข้าวของต่างๆ ในห้องสามห้องนั้นพวกหม่าลู่เห็นอย่างนั้นก็รีบบอกว่า “ไม่ต้องลำบากหรอก พวกข้าแค่มีที่ให้พักก็พอแล้ว”เลี่ยวอี้ผู้เป็นลูกชายหัวเราะฮ่าๆ “ไม่ลำบากเลย แค่เก็บข้าวของข้างในออกมา จัดการนิดหน่อยก็เสร็จแล้ว”เจี่ยนอันอันเห็นคนบ้านนี้มีจิตใจเอื้อเฟื้อถึงเพียงนี้ นางก็ไม่อยากพักอยู่ที่นี่โดยไม่ตอบแทนอะไรเลยนางจึงหยิบเงินออกมาส่งให้พวกเขาแต่คนบ้านนี้กลับไม่ต้องการเงิน ยังบอกว่าพวกเขาทำแบบนี้ล้วนแต่เป็นการสั่งสมบุญกุศลเพื่อตนเองทั้งนั้นเจี่ยนอันอันเห
เจี่ยนอันอันรู้สึกว่าหลิวซื่อดูจะสุขภาพไม่ดีเท่าไร ตอนนางประคองหลิวซื่อเข้าไปในครัวก็แอบทาบมือลงบนข้อมือของนาง“โรคนี้ของท่านเป็นมานานเท่าใดแล้ว?”หลิวซื่อครุ่นคิดแล้วว่า “ตอนนี้คงสองปีได้แล้วกระมัง เป็นโรคที่มักจะวิงเวียนศีรษะอยู่บ่อยๆ ข้าไม่เป็นไรหรอก เจ้ารีบไปพักผ่อนเถอะ”เจี่ยนอันอันตรวจพบว่าหลิวซื่อมีอาการวิงเวียนศีรษะระดับกลาง หากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไปจะยิ่งรุนแรงมากนางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าเห็นว่าพวกท่านล้วนแต่จิตใจดีกันทั้งครอบครัว ถ้าท่านเชื่อใจข้าก็รับยาขวดนี้ไว้ สามารถรักษาอาการวิงเวียนศีรษะของท่านได้”เจี่ยนอันอันพูดอยู่ ในมือก็มีขวดกระเบื้องขวดหนึ่งเพิ่มเข้ามาหลิวซื่อหันกลับมามองเจี่ยนอันอันอย่างประหลาดใจ “เจ้ารักษาโรคเป็นด้วย?”“ข้าพอจะรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง” เจี่ยนอันอันพูดถ่อมตัวแล้วส่งขวดกระเบื้องในมือให้หลิวซื่อ “ท่านรับยาขวดนี้ไปกินเถอะ หนึ่งวันสามครั้ง ครั้งละหนึ่งเม็ด ล้วนแต่ต้องกินหลังอาหาร”หลิวซื่อรับขวดกระเบื้องไป เทยาเม็ดจากในนั้นลงมาหนึ่งเม็ดโดยไม่หยุดคิด แล้วกินยาพร้อมดื่มน้ำกลืนลงไปเพิ่งกินยาลงไปได้ไม่นาน หลิวซื่อที่เดิมทียังวิงเวียนศีรษะอยู่บ้
ขอเพียงเข้าไปในเมืองอินเป่ย นางก็ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากไว้บนใบหน้าอีก สามารถเปิดเผยรูปโฉมของตนเองต่อคนอื่นได้แล้วหลายวันนี้นางไม่อาจไปเจอพี่ใหญ่เสิ่นจือเจิ้ง ไม่รู้ว่าช่วงที่ผ่านมาเขาเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้นางคิดถึงพี่ใหญ่ของตัวเองเหลือเกินฉู่จวินสิงเห็นว่าที่นี่คือบริเวณรอบนอกเมืองอินเป่ยแล้ว ย่อมไม่อยากเสียเวลาอยู่บนถนนต่อไปมีเพียงกลับไปถึงเมืองอินเป่ย พวกเขาถึงจะวางใจได้ทางด้านฉู่ชางเหยียนคิดอย่างไรก็คงคิดไม่ถึงว่า พวกเขาไม่เพียงไม่ตาย แต่ยังลอบกลับเมืองจิงโจวไปกระทำเรื่องราวมากมายเช่นนี้คนทั้งคณะกับรถม้าสามคันมุ่งหน้าตรงไปยังประตูเมืองอินเป่ยเมื่อมาถึงหน้าประตูเมือง หม่าลู่ก็ถือหนังสือผ่านทางที่เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วกระโดดลงไปจากรถม้าเขาเคาะประตูเมืองอย่างหนักหน่วง ในไม่ช้าก็มีทหารพิทักษ์เมืองมาเปิดประตูออกเป็นช่องเล็กๆ“พวกเจ้าเป็นผู้ใด ไม่รู้รึว่าที่นี่ห้ามเข้ามาตามอำเภอใจ?”หม่าลู่นำหนังสือผ่านทางออกมาพลางเอ่ยอย่างยิ้มแย้มว่า “ท่านเจ้าหน้าที่ พวกข้าถูกเนรเทศมาที่นี่ หวังว่าท่านเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกให้ด้วย”ทหารพิทักษ์เมืองเหลือบมองหนังสือผ่านทางนั้นแวบหนึ่
หลายวันมานี้ไม่เพียงแต่ชาวบ้านเหล่านั้นในเมืองหลัก แม้แต่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมก็กำลังตามหาเจี่ยนอันอันอยู่เช่นกันพวกเขาเพียงรู้จักหน้าตาของเจี่ยนอันอัน แต่กลับไม่รู้จักชื่อของนางพวกเขาสอบถามมาหลายวันแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าเจี่ยนอันอันอาศัยอยู่ที่ไหนแต่คิดไม่ถึงเลยว่า เจี่ยนอันอันจะเป็นฝ่ายมาหาเขาเสียเองเห็นนางจะจ่ายเงินให้เขา เถ้าแก่โรงเตี๊ยมรีบโบกไม้โบกมือกล่าวว่า “ข้ารับเงินของหมอเทวดาหญิงไม่ได้หรอก ยาที่ท่านขายให้คราวก่อนช่วยชีวิตพวกข้าไว้นะ”“คนที่ท่านพามาจะพักอยู่กี่วันล้วนไม่มีปัญหา ข้าให้พวกเขาพักโดยไม่คิดเงิน”เจี่ยนอันอันได้ยินแล้วก็เลิกคิ้ว นางคิดในใจว่าตอนนั้นตนเองแค่ให้ยารักษาวัณโรคไปจำนวนหนึ่งเท่านั้นเองนอกจากนี้ ยังไม่ได้ให้พวกเขาไปเปล่าๆ เสียหน่อย ตนเองก็ได้รับเงินกลับมาเช่นกันคิดไม่ถึงว่าเถ้าแก่โรงเตี๊ยมร้านนี้จะยังจำนางได้ด้วยเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเห็นเจี่ยนอันอันมองเขาอย่างอึ้งๆ เขากล่าวอย่างมีความสุขว่า“แม่นางอาจไม่รู้ ตอนวัณโรคระบาดคราวก่อน คนในครอบครัวข้าล้วนติดโรคกันหมด”“ถ้าไม่ได้ยาของแม่นาง เกรงว่าคนในครอบครัวข้าคงต้องตายไปเพราะการระบาดของวัณโรคครั้งนั
มุมปากเจี่ยนอันอันกระตุกเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่ากู้มั่วหลียังใช้แผนชั่วกับนางอีกทั้งคู่ต่างสบสายตา ในที่สุดฉู่จวินสิงก็อุ้มเจี่ยนอันอันขึ้น พร้อมใช้วิชาตัวเบาะเหาะข้ามเถาวัลย์หนามบนพื้นไปเคราะห์ดีที่หน้าประตูห้องใหญ่ ไม่ได้ปูหนามไว้ ฉู่จวินสิงจึงค่อยๆ ร่อนลง พร้อมวางตัวเจี่ยนอันอันลงด้วยทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เปิดประตูห้องพร้อมเบี่ยงกายเข้าไปภายในห้องไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่สักคนเจี่ยนอันอันมองสำรวจรอบข้าง แม้แต่ตามขื่อหลังคาก็ไม่เว้นเสียดายกู้มั่วหลีไม่อยู่ในห้องนี้ทั้งคู่จึงรีบถอยออกไป พร้อมปิดประตูสนิทจวนเป่าจวิ้นมีห้องหับมากมาย ทั้งคู่หาต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้มั่วหลีจนแม้แต่เจี่ยนหลิงเยว่ก็ไม่เห็นเช่นกันฉู่จวินสิงกล่าวเสียงเบา “ดูท่าพวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”แต่เจี่ยนอันอันกลับคิดว่า คนเจ้าเล่ห์เช่นกู้มั่วหลี อย่างไรก็ต้องมีห้องลับอยู่ในจวนเป่าจวิ้นอย่างแน่นอนนางเคยถูกจับตัวมาอยู่นี่ จึงพอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบ้างนางแนบไปใกล้หูฉู่จวินสิง พลางกล่าวเสียงค่อย “ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปดู”ที่นั่นเคยเป็นห้องที่กักขังนางมาก่อนต
ฉู่จวินสิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ความคิดพวกเจ้าถูกต้อง ในเมื่อมาถึงเมืองอินเป่ยแล้ว ก็ต้องหาวิธีอยู่ต่อให้จงได้”“ส่วนทางข้าก็จะหาหนทางขยายอิทธิพลให้มากขึ้น ถึงตอนนั้นเราจะบุกไปเมืองจิงโจวด้วยกัน”“และถัดจากนี้ไป พวกเจ้าก็จงวางใจอยู่นี่ให้ดี”คำพูดของฉู่จวินสิง ถือว่าพูดให้คนอื่นฟังด้วยทุกคนจึงยิ่งมีกำลังใจ พร้อมช่วยกันขนย้ายผักและเสบียงต่างๆ เข้าไปยังห้องเก็บของหลังจากทำงานเสร็จ จึงได้พูดคุยสนทนากับเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่ออีกครู่ใหญ่ฉู่จวินสิงลุกขึ้นยืนเตรียมตัวอำลา“นายท่าน พวกท่านจะกลับแล้วหรือ คืนนี้พักที่นี่สักคืนก็ได้”“บ้านนี้มีห้องว่างหลายห้อง พวกเราพออยู่กันเบียดเสียดได้บ้าง”เฉินเช่อชิงเอ่ยปากก่อน เขาไม่อยากให้ทั้งคู่กลับไปหมู่บ้านชิงสุ่ยในยามวิกาลเช่นนี้เจี่ยนอันอันโบกมือกล่าวตอบ “เรายังมีงานอื่นต้องทำ คงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”“พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนเสีย เราลากันตรงนี้”ทุกคนเดินส่งฉู่จวินสิงและเจี่ยนอันอันจนถึงหน้าประตู มองดูพวกเขาขึ้นรถม้าจากไปจึงหันหลังกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนทีนี้ค่อยโล่งใจหน่อย มีผักสดและเสบียงอีกมากมาย พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิ
หลังจากกินข้าวจนอิ่มหนำ ทุกคนจึงลุกขึ้นอำลาเซิ่งฟางเจี่ยนอันอันยังพะวงกับเรื่องที่จะไปเข้าเมือง นางเองก็ไม่ชอบออกจากบ้านเพื่อไปเข้าเมืองบ่อยครั้งนักคิดว่าวันนี้จะรีบสะสางงานให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนี้อีกหลายวันจะได้พักผ่อนอยู่บ้านให้สบายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย เพราะถ้ากู้มั่วหลีก่อเรื่องอันใดขึ้นอีก อาจกลายเป็นยุ่งยากจนยากจะรับมือได้เจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่างขึ้นรถม้า แล้วมุ่งไปทางตัวเมืองส่วนถังหมิงเซวียนกลับไปยังโรงเตี๊ยมเขานอนอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเสียทีเขาอยากให้เวลาผ่านไปโดยเร็ว จะได้รีบไปหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้วพักอยู่ที่นั่นเสียเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเหยียนซวงให้มากขึ้น ดั่งคำว่าน้ำตาลใกล้มดแต่เมื่อนึกถึงว่าบ้านของเหยียนซวง อยู่ติดกับบ้านของเสิ่นจือเจิ้งถังหมิงเซวียนก็อดรู้สึกเครียดในใจไม่ได้อีกเขานึกถึงคำพูดของเจี่ยนอันอัน เกิดวันดีคืนร้าย เสิ่นจือเจิ้งเห็นถึงความดีของเหยียนซวง เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแต่งงานกับนางแล้วจะทำอย่างไร?เขากับเหยียนซวงยังมีสัญญาหมั้นหมายต่อกันอยู่ เพียงแต่การหมั้นหมายนี้ เกิดจาก
เขาก้มหน้าปรุงยาต่อไป หากสมุนไพรไม่พอก็ขอจากเจี่ยนอันอันอีกทั้งคู่ช่วยกันทำงานถึงช่วงบ่าย ในที่สุดยาถอนพิษสี่พันกว่าเม็ด ก็สำเร็จลุล่วงออกมาในขณะที่เซิ่งฟางได้ไต่สวนคดีเรียบร้อย หัวขโมยผู้นั้นได้โจรกรรมของของผู้อื่นจริงๆจึงถูกเซิ่งฟางส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำก่อนที่ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์กำลังจะอำลา เจี่ยนอันอันได้เรียกตัวเขาไว้“บ้านท่านมีสมาชิกทั้งหมดกี่คน?”ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์ชะงักเล็กน้อย พร้อมมองหน้าเซิ่งฟางเซิ่งฟางแสดงท่าทีให้เขาตอบตามความจริงเขาจึงได้กล่าวตอบ “บ้านข้ามีทั้งหมดเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันได้ยินดังนี้ จึงหยิบยาถอนพิษออกมาเจ็ดเม็ด ส่งให้คนผู้นั้น“นี่คือยาถอนพิษ ท่านกินไปหนึ่งเม็ดก่อน ที่เหลือนำไปให้คนในครอบครัวได้กิน”คนผู้นั้นมองดูยาเม็ดในมือด้วยความมึนงง ไม่เข้าใจถึงเจตนาของเจี่ยนอันอันเซิ่งฟางเห็นเข้าจึงกล่าวแทน “ในอำเภอไถหยางมีคนถูกวางยา ท่านรีบกินยาถอนพิษเร็วเข้า แม้ไม่ได้รับพิษก็ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน”“ส่วนที่เหลือก็นำไปให้คนในครอบครัวแบ่งกิน อย่ารอให้ถูกพิษแล้ว ค่อยวิ่งมาขอยาถอนที่นี่”ชาวบ้านผู้นั้นเมื่อได้ยินดังนี้ จึงรีบลนลานกินยา
เหล่าทหารรับคำสั่ง พร้อมรีบเดินออกจากอำเภอไปสำรวจจำนวนประชากรผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ทุกคนจึงได้กลับมาพร้อมรายงานต่อเซิ่งฟาง “เรียนใต้เท้า พวกเราได้ไปสำรวจมา ในอำเภอไถหยางปัจจุบันมีผู้คนทั้งสิ้นสี่พันหกร้อยสามสิบเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันพลันขมวดคิ้ว ลำพังแค่อำเภอไถหยางก็มีตั้งสี่พันกว่าคนแล้วหากพวกเขาล้วนถูกพิษ และไม่อาจเข้าถึงยาถอนพิษได้ทันเวลาจะต่างกับการกวาดล้างทั่วเมืองในอดีตที่ตรงไหน?เพียงแต่การกวาดล้างในหนนี้ มิได้เกิดจากน้ำมือฉู่ชางเหยียน หากแต่เป็นกู้มั่วหลีผู้เดียวคนบ้าที่สมควรตายผู้นี้ นอกจากเขาแล้ว เจี่ยนอันอันแทบนึกไม่ออกว่าจะมีผู้ใด กล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้อีกนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางกล่าว “พี่เซิ่งฟาง ข้าต้องรีบปรุงยาถอนพิษ ถึงเวลาท่านค่อยสั่งให้ทหารนำไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอไถหยาง”“ผู้ได้รับพิษจะช่วยถอนพิษโดยเร็ว แม้ไม่ถูกพิษก็จะได้กินเพื่อป้องกันไว้”เซิ่งฟางรีบรับปากในบัดดลเจี่ยนอันอันรีบทำการปรุงยาทันที ฉู่จวินสิงเกรงว่านางจะเหนื่อย จึงให้คนของเซิ่งฟางยกเก้าอี้มานั่งดีที่บริเวณนี้มีเงาไม้พอให้ร่มรื่น เจี่ยนอันอันจึงไม่ถูกแดดแผดเผามากนัก
เซิ่งฟางกล่าวถึงตรงนี้ สายตาก็มองมาที่ใบหน้าของเจี่ยนอันอันคล้ายกันเหลือเกิน หน้าตาและรูปร่างของผู้หญิงคนนั้นล้วนคล้ายเจี่ยนอันอันอย่างยิ่งทว่าลักษณะของผู้หญิงคนนั้นมีกลิ่นอายยโสโอหังเพิ่มเข้ามาหลายส่วน“ข้าเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าตาค่อนข้างคล้ายเจ้า นอกจากนี้ระหว่างที่ข้าถาม นางยังบอกว่านางแซ่เจี่ยน”“ข้าเห็นว่าอาภรณ์ของแม่นางเจี่ยนผู้นั้นคล้ายเจ้ามาก นางคงไม่ใช่น้องสาวของเจ้าหรอกนะ”เจี่ยนอันอันแค่นหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ “นางเป็นน้องสาวของข้าจริงๆ แต่เป็นน้องสาวที่เกิดจากอนุภรรยา”คิดไม่ถึงว่าเจี่ยนหลิงเยว่จะมาปรากฏตัวในอำเภอไถหยางเมื่อเป็นเช่นนี้ กู้มั่วหลีจะต้องเคยปรากฏตัวในอำเภอไถหยางอย่างแน่นอนแต่ไม่รู้ว่าเขามาทำอันใดที่นี่?ขณะที่คนทั้งสามกำลังสนทนากันอยู่ เจ้าหน้าที่ทางการก็พลันวิ่งเข้ามาหา“ใต้เท้า แย่แล้วขอรับ ตอนนี้เกิดเหตุวางยาพิษหมู่ในอำเภอไถหยางของพวกเรา”“พวกชาวบ้านกำลังร้องทุกข์อยู่หน้าที่ว่าการอำเภอ ท่านคิดว่าควรทำอย่างไรดีขอรับ?”“เจ้าว่าอะไรนะ!” เซิ่งฟางทะลึ่งตัวยืนขึ้นมาเกิดเหตุวางยาพิษหมู่ขึ้นในอำเภอไถหยาง นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเซิ่งฟางไม่มีเวลา
พวกเขาล้วนแต่เป็นบุรุษ จะเอาแต่เกาะผู้หญิงกินไปตลอดได้อย่างไรแต่เจี่ยนอันอันกลับไม่คิดเช่นนี้ อย่างไรเสียพี่ใหญ่ก็ไม่เคยปลูกผักและธัญพืชมาก่อนนางกลัวว่าพี่ใหญ่จะปลูกของพวกนี้ได้ไม่ดีแต่เรือนหลังนี้กลับค่อนข้างกว้างขวาง มิสู้ให้พวกเขาเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ไว้ในเรือน วันหน้ายังมีเนื้อไว้กินเจี่ยนอันอันคิดถึงตรงนี้ก็เอ่ยยิ้มๆ “พี่ใหญ่ ตอนบ่ายข้าจะเข้าเมือง ถึงตอนนั้นข้าจะซื้อลูกไก่ลูกเป็ดกลับมา”“ท่านกับเซียงเสวี่ยรวมถึงเสิ่นจืออวี้ก็เลี้ยงสัตว์ปีกพวกนี้ไว้ที่บ้านก็แล้วกัน”ลูกไก่ลูกเป็ดพวกนั้นเลี้ยงง่ายมาก แค่ให้อาหารพวกมันเล็กน้อยก็พอแล้วลูกไก่หลายตัวที่นางเลี้ยงอยู่ในตอนนี้ก็เป็นการเลี้ยงแบบเปิดตอนนี้ล้วนโตหมดแล้ว อีกไม่นานก็สามารถออกไข่ได้แล้วเมื่อเซียงเสวี่ยได้ยินว่าจะเลี้ยงลูกไก่ลูกเป็ดก็ปรบมือด้วยความตื่นเต้น“ฮูหยินน้อยรอง ความคิดของท่านดียิ่งนักเจ้าค่ะ ข้าชอบเลี้ยงดูสัตว์ตัวน้อยพวกนี้ที่สุดแล้ว ทั้งยังได้กินไข่ไก่กับไข่เป็ดอีกด้วย”เสิ่นจือเจิ้งเห็นเซียงเสวี่ยมีสีหน้าตื่นเต้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงตอบรับอย่างรวดเร็วเขาไม่ค่อยเข้าใจการเลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดสักเท
ที่แท้พวกเขาก็ไปทำงานที่อำเภอไถหยางนี่เอง“เช่นนั้นวันนี้พวกเขากลับมาเพราะหางานในอำเภอไถหยางทำไม่ได้แล้วงั้นหรือ?”เจี่ยนอันอันก็ยังสงสัยมากอยู่ดี พวกกวนเจี๋ยดูไม่เหมือนคนที่จะหางานไม่ได้นี่นาเสิ่นจือเจิ้งหัวเราะเบาๆ “พวกเขานำเงินจำนวนหนึ่งกลับมาด้วย อยากพักอยู่แถวนี้น่ะ”“ข้าเคยเดินเล่นในหมู่บ้านชิงสุ่ย ไม่มีสถานที่ให้พวกเขาพักอยู่ได้เลย”“ข้าจึงไปเดินเล่นบนเนินเขาสือหลี่ โชคดีที่บนนั้นมีกระท่อมไม้หลังหนึ่งที่พอให้คนเข้าพักได้”ตอนที่เจี่ยนอันอันได้ยินว่าเป็นกระท่อมไม้ก็คิดขึ้นได้ว่าหนิงเจิ้นกับแม่นมหลี่รวมถึงเตียวเฉียงเคยพักที่นั่นมาก่อนเวลาผ่านมานาน กลิ่นคาวเลือดที่นั่นจึงจางหายไปหมดแล้วถ้าให้พวกกวนเจี๋ยเข้าพักก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้แต่กระท่อมไม้ไม่ได้มีขนาดกว้างขวางนัก คนหลายคนพักอยู่ที่นั่นเกรงว่าอาจแออัดไปบ้างหลังจากเจี่ยนอันอันบอกกล่าวความคิดในใจออกมาก็ได้รับการเห็นพ้องจากเสิ่นจือเจิ้ง“ที่นั่นไม่กว้างจริงๆ นั่นแหละ แต่พวกเขามีมือมีเท้า สามารถหาวัสดุไม้มาสร้างบ้านเองได้”เจี่ยนอันอันไม่พูดอะไรอีก อย่างไรเสียคนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับนางนางไม่จำเป็นต้
พวกชาวบ้านทำงานกันอย่างขะมักเขม้น พวกเขาเห็นเจี่ยนอันอันกับฉู่จวินสิงมาแล้วก็ยิ้มให้คนทั้งสองท่านปู่เฉินพาทุกคนไปบ้านพวกเขาในช่วงก่อนหน้านี้ก็ได้เทน้ำพุวิญญาณขวดเล็กหนึ่งขวดลงไปในบ่อน้ำในของแต่ละบ้านแล้วสิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงก็คือ น้ำในบ่อน้ำที่เดิมทีกำลังจะแห้งเหือดหลังจากเทน้ำพุวิญญาณขวดนั้นลงไป น้ำในบ่อก็พลันเพิ่มพูนขึ้นมาในไม่ช้า น้ำก็ปริ่มขอบบ่อ ท่าทางเหมือนจะล้นออกมาอย่างไรอย่างนั้นพวกชาวบ้านหยิบกระบวยตักน้ำพุวิญญาณขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง เมื่อเข้าปากก็รู้สึกว่าหวานสดชื่นอร่อยกว่าน้ำบ่อในสมัยก่อนของที่บ้านพวกเขาเสียอีกเมื่อมีน้ำพุวิญญาณพวกนี้ พวกเขาก็ยิ่งฮึกเหิมกว่าเดิมพวกเขาถางพืชพรรณในทุ่งนาบ้านตนเองออกไปครึ่งหนึ่ง เตรียมพื้นที่ไว้สำหรับปลูกผักหลังพลิกหน้าดินเสร็จเรียบร้อยก็เริ่มปลูกผักในไม่ช้าพวกเขาก็พบว่า เมล็ดพันธุ์ที่ถูกรดด้วยน้ำพุวิญญาณก่อนหน้านี้ล้วนแต่แตกหน่อเล็กๆ ออกมาแล้วเหล่าชาวบ้านยินดีเป็นเท่าตัว ขอแค่สามารถปลูกผักที่รสชาติดีออกมาได้ วันหน้าพวกเขาก็ไม่ต้องกลุ้มใจว่าไม่มีผักกินแล้วผักในทุ่งนาของครอบครัวเจี่ยนอันอันล้วนแต่ใช้น้ำพุวิญญาณรดแน่นอนว่า